กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ราตรีกลับมาทำงานได้ไม่ทันข้ามวัน ลูกน้องของเธอก็โดนนักเลงกลุ่มหนึ่งหาเรื่องขณะพากันออกไปกินข้าวใกล้ๆสำนักพิมพ์

พวกอีทเกือบแย่ถ้าไม่ได้ตำรวจที่ผ่านมาประสบเหตุช่วยเหลือ ราตรีแน่ใจว่าเป็นฝีมือพิเชษฐ์ที่ต้องการข่มขู่หลังจากเคยส่งนาฬิกามาข่มขู่แล้วครั้งหนึ่ง เธอจึงบุกเดี่ยวไปเตือนเขาถึงบริษัทต่อหน้านักธุรกิจหลายคนไม่ให้ก่อกวนพนักงานของตนอีกถ้าไม่อยากเดือดร้อน ทำให้พิเชษฐ์เสียหน้าและเจ็บใจ

ตกกลางคืน ราตรีพาพ่อแม่ไปกินข้าวร้านหรูในโรงแรมแล้วบังเอิญเจอพราวลูกสาวของพิเชษฐ์กำลังกร่างใส่พนักงานสาวถึงขั้นตบหน้า ราตรีรับไม่ได้ตบพราวเอาคืนให้พนักงานไปหนึ่งที แถมด้วยจับบอดี้การ์ดของเธอทุ่มกลิ้งไปกับพื้น พราวเห็นพละกำลังของอีกฝ่ายจึงไม่กล้าตอแยอีก ได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้อย่างคุณหนูเอาแต่ใจ

ขณะทานอาหารกับพ่อแม่ ราตรีสัมผัสได้ว่าเซนต์กำลังมีเรื่องกับคนร้าย แต่เธอไม่ได้ไปช่วยเพราะแน่ใจว่าไม่มีเหตุร้ายแรง ซาเอะกับอาจารย์มังโซคนของพิเชษฐ์ดักเล่นงานเซนต์และก้องเกียรติที่แอบเข้ามาที่เหมืองหมายจะได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลแต่ไร้เงา

เช้าขึ้น ราตรีอยากรู้ว่าเซนต์เป็นอะไรหรือเปล่า แต่ไม่กล้าโทร.ถามเพราะไม่อยากเปิดทางให้เขาสงสัย ครั้งก่อนที่เขาถูกยิงต่อหน้าเธอ เขาซักเป็นวรรคเป็นเวรว่าเหยี่ยวรัตติกาลมาได้ยังไง จนเธอต้องโกหกว่าหน้ามืดไม่รู้ตัว

กระทั่งราตรีเข้าไปทำงานแล้วมีตำรวจมาแจ้งข้อหาที่เธอตบหน้าพราวเมื่อคืน ราตรีไม่ยอม เพราะถ้าแจ้งข้อหาเธอฝ่ายเดียวเท่ากับกฎหมายมีสองมาตรฐาน พราวเองก็ตบพนักงานร้านอาหารต้องโดนด้วยเหมือนกัน เซนต์เข้ามาพอดีจึงได้คุยกับตำรวจรายนั้นและได้ข้อสรุปว่าถ้าจะเอาเรื่องกันควรให้ทนายของสองฝ่ายตกลงกันเองดีกว่า

เมื่อเห็นว่าผู้กองเซนต์ปลอดภัย ราตรีเบาใจ แต่สงสัยว่าเขามาได้ยังไง มาทำอะไรแต่เช้า

“หนิงโทร.หาผมครับ คุณนี่ดุไม่ใช่เล่น รูปคุณอิน แอ็กชั่นว่อนทั่วเน็ตเลย สงสัยทำข่าวเหยี่ยวรัตติกาลมาก... เลยเริ่มจะโหดเหมือนกัน”

“อาจจะจริงอย่างที่ผู้กองว่า...ขอบคุณนะคะที่รีบมา”

“อ๊ะ แฟนผมทั้งคน ไม่รีบมาได้ยังไง”

ราตรียิ้มหวานชอบใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนอีทจะเปิดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารงานที่ราตรีต้องการ ราตรีจึงบอกเซนต์ว่าตนขอตัวสักครู่ แล้วเดินตามอีทออกไปที่ห้องทำงาน อีทได้ประวัตินักธุรกิจแปดคนมาอย่างรวดเร็วทันใจเลยได้รับคำชมจากหัวหน้า

งานนี้อีทเดาว่านักธุรกิจแปดคนนี้มีส่วนพัวพันกับนายวรวุฒิที่เพิ่งตาย และเชื่อมโยงกับนายพิเชษฐ์ด้วยราตรีถึงสนใจ ราตรียอมรับแต่ไม่ยอมบอกรายละเอียดเชิงลึกให้อีทรู้ บอกแต่ว่ารอโอกาสที่เหมาะสมแล้วค่อยลงข่าว

เสร็จธุระกับอีทแล้วราตรีกลับมาหาเซนต์ เธอพาเขาไปเลี้ยงข้าวตอบแทนที่มาช่วยทันเวลาและเป็นการปลอบใจที่ไม่ได้พาเขาไปกินข้าวกับพ่อแม่ของตน

“อืม...ไม่คุ้มแฮะ น่าจะไปด้วย”

“ดีแล้วค่ะที่ผู้กองไม่ได้ไป ไม่งั้นฉันคงอดได้ดวลกับคุณพราว”

“ได้ข่าวว่าคุณไปเยี่ยมนายพิเชษฐ์”

“รู้ด้วย...เก่งจัง”

“แน่นอน...เรารู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างตั้งแต่เรื่องที่พวกมันบุกมาก่อกวนคนที่สำนักพิมพ์”

แล้วราตรีก็ให้เซนต์ดูประวัตินักธุรกิจแปดคนที่อีทเพิ่งให้มา เธอบอกเขาว่าให้ด้วยความเต็มใจไม่ได้มาแลกเปลี่ยนกับข่าวหรือข้อมูลจากเขา เซนต์ยิ้มพอใจ ทึกทักว่าราตรีคือแฟนสาวที่ทั้งสวยและเก่งของตน

เมื่อกลับมาส่งราตรีที่สำนักพิมพ์ เซนต์บอกเธอว่าเมื่อคืนตนไปบุกเหมืองทองมา ราตรีแสร้งทำตื่นเต้นสำรวจร่างกายเขาก่อนโพล่งว่าโล่งอกยังครบสามสิบสอง เซนต์ที่จับสังเกตว่าเธอจะเกี่ยวพันกับเหยี่ยวรัตติกาลเลยเงียบไป

ooooooo

พราวหงุดหงิดหัวเสียเมื่อทนายมาบอกกล่าวเรื่องที่ราตรีไม่ยอมเป็นคนผิดฝ่ายเดียว

“หมายความว่ายังไง ฉันต้องรับผิดด้วย”

“คือ...ทางคุณราตรีบอกว่าถ้าคุณพราวรับผิดทางคุณราตรีก็รับผิด แต่ถ้าคุณพราวไม่ คุณราตรีก็ไม่ เพราะเป็นการกระทำที่เหมือนกัน”

“นี่คุณเป็นทนายก็หาทางจัดการสิ มันตบฉันมันต้องเข้าคุก อย่างฉันจะเข้าคุกเหรอ ไม่มีทาง พนักงานที่ถูกตบมันจะทำอะไรฉันได้ อย่างดีก็ให้เงินมันไป อย่างมันไม่มีปัญญาฟ้องฉันหรอก”

“คือทางโน้นก็มีทนายพร้อมยื่นฟ้องแล้วครับ ทนายก็คือคุณราตรีนั่นแหละครับ”

“บ้าที่สุด ฉันจะเอายัยราตรีเข้าคุก มันมาตบฉัน”

“คือมันจะกลายเป็นสองมาตรฐานไป กฎหมายทำไม่ได้หรอกครับ”

พราวไม่ได้ดังใจเกรี้ยววกราดโวยวายลั่นบ้าน “ออกไป ออกไปให้พ้น ฉันจะบอกพ่อฉันไล่แกออก ไอ้เนรคุณไปเข้าข้างมัน เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่ได้เรื่อง คิดแต่จะเอาเงิน งานไม่ทำ”

ทนายหน้าซีดหน้าเสียรีบออกไป พราวแค้นใจ ฮึ่มฮั่มจะเอาเรื่องราตรีให้ได้ ครั้นพอลรู้เรื่องก็สนับสนุนพราวให้หาทางเล่นงานพวกมัน ทั้งราตรีและผู้กองเซนต์

“คนของคุณพ่อบอกว่าผู้กองเซนต์กับยัยราตรีอะไรนี่สนิทกันด้วย”

พอลไม่รอช้า เรียกมือปืนเข้ามาพบแล้วสั่งงานด่วนว่าตนต้องการให้หาคนมาชุดหนึ่งไปสั่งสอนราตรีกับเซนต์แต่ไม่ต้องบอกให้พ่อของตนรู้

ooooooo

ภายในห้องประชุมกองบัญชาการ เซนต์เดินไปเดินมาอยู่ด้านหน้า มีเจ้าหน้าที่ควบคุมคอมพิวเตอร์นั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะประชุม

สักครู่ประตูเปิด เรวดีกับเศรษฐาเดินเข้ามา เซนต์ทำความเคารพผู้บังคับบัญชาและทักเรวดี ก่อนที่เศรษฐาจะเอ่ยปากว่า

“อัยการบอกว่าคุณมีรายงานเกี่ยวกับนักธุรกิจพันล้านที่ตาย”

เซนต์รับคำแล้วหันไปบอกเจ้าหน้าที่ ครู่เดียวรูปถ่ายนักธุรกิจทั้งแปดคนก็ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์

“นี่คือนักธุรกิจแปดคนที่เกี่ยวข้องกับนายพิเชษฐ์ คนที่เก้าก็คือนายวราวุฒิผู้ตาย”

“ผู้กองแน่ใจเหรอคะ พวกนี้ล้วนแต่เป็นที่นับหน้าถือตาในวงสังคมทั้งนั้น”

“แหล่งข่าวของผมเชื่อถือได้แน่นอนครับ นอกจากนับหน้าถือตาแล้วทั้งหมดล้วนถูกทาบทามให้เล่นการเมือง แล้วก็มีหวังสอบผ่านได้สูงมาก”

เศรษฐาพอใจกับข้อมูล ขณะที่เรวดียังไม่แน่ใจ ถามเซนต์ขณะเดินออกจากห้องประชุมด้วยกันว่า

“คุณคิดว่าเราควรแถลงข่าวไหมคะ”

“ยังไม่ควรครับ ผมอยากจะลองขอหมายศาลทำการตรวจสอบนักธุรกิจทั้งแปดคนนี่ก่อน ถ้าศาลออกให้ เราค่อยแถลงข่าว”

“ความคิดดี แต่อาจจะยากหน่อย”

“ครับ...ยาก...แต่เราไม่มีทางอื่น”

“ฉันนึกออกแล้วว่าผู้พิพากษาท่านไหนที่จะช่วยผลักดันออกหมายศาลให้เรา”

“ท่านอนันต์”

สองคนไม่รอช้า พากันไปพบผู้พิพากษาอนันต์เพื่อขอความช่วยเหลือ

“ถ้าเราสามารถตรวจสอบนักธุรกิจทั้งแปดคนนี้ได้ ผมมั่นใจว่าเราจะพบหลักฐานพาดพิงถึงนายพิเชษฐ์แน่นอน”

“เราคิดว่าท่านเท่านั้นที่จะออกหมายให้เราได้ เพราะท่านไม่กลัวพวกมัน”

“ไม่ต้องมายอผมหรอก ผมยินดีช่วยอยู่แล้ว อย่าลืมเชิญเหยี่ยวรัตติกาลมาคุ้มกันผมนะ”

“ถ้าเจอนะครับ ผมเชิญแน่”

“ผมล้อเล่นน่า ผู้กอง”

“ผู้กองเป็นแฟนคลับของเหยี่ยวรัตติกาลค่ะ อาจจะเชิญมาได้นะคะ” เรวดีแซวขำๆ แต่พอได้ยินอนันต์ถามถึงราตรีและบอกว่าเธอเหมาะสมกับเซนต์ อย่าปล่อยให้หลุดมือ เรวดีถึงกับหน้าเจื่อนนิ่งเงียบไป

ooooooo

พวกอีทดีใจกันยกใหญ่เมื่อเห็นภาพข่าวทางทีวีว่าผู้กองเซนต์เชิญนักธุรกิจทั้งแปดเพื่อเข้ามาสอบสวนขั้นต้น เพราะเชื่อว่าพวกเขาอาจเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับนายวรวุฒิเศรษฐีพันล้านที่เสียชีวิตลึกลับพร้อมพบเงินสดหลายร้อยล้าน

เสียงเฮจากทีมงานของราตรีดังลั่น อีทพูดเจื้อยแจ้วว่างานนี้ผู้กองเซนต์จัดให้...แล้วหันมาถามราตรีว่า

“เราลงข่าวนักธุรกิจแปดคนนี้ได้เลยนะคะ ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังทุกอย่าง”

“ลงได้เลย...แถมไปอีกด้วยว่าจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ นักธุรกิจแปดคนนี้รวมทั้งนายวรวุฒิอาจทำธุรกิจร่วมกับนายพิเชษฐ์เจ้าของเครือข่ายบริษัทอินเตอร์อินเวสเมนท์”

ราตรีเปิดไฟเขียว ทุกคนร้องเย้ด้วยความสะใจ...แต่ในขณะเดียวกัน พิเชษฐ์กำลังอารมณ์เสียอยู่กับซาเอะหลังจากเห็นข่าวนี้

“นัง บก.ราตรีนั่นแหละคือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ของไอ้ผู้กอง วันนั้นมันบุกเข้ามาในห้องประชุม”

“ผมจะหาคนมาเพิ่มที่สำนักงาน”

“คุณต้องเพิ่มความเข้มข้นทุกเรื่อง ทั้งเรื่องผู้กองเซนต์ นังราตรี เหยี่ยวรัตติกาล หรือแม้แต่กระทั่งท่านอนันต์”

“ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ ข่าวดีก็คือว่าลูกศิษย์เอกของท่านอาจารย์มังโซกำลังเดินทางมาจากทิเบตกับธนูมนตร์พร้อมที่จะเล่นงานนางเหยี่ยวรัตติกาล”

“หวังว่าไม่เหลวอีกนะ” พิเชษฐ์กำชับเสียงเข้ม หน้าเครียดอย่างไม่มั่นใจ

บ่ายวันเดียวกัน ศักดิ์สิทธิ์โทร.บอกราตรีว่าตนไปเยี่ยม ท่านเจ้าอาวาสที่หัวหินมา ราตรีตื่นเต้นถามพ่อว่ามีเรื่องด่วน มีทางป้องกันไม่ให้ผู้กองเป็นศัตรูกับเหยี่ยวรัตติกาลแล้วหรือ

“ใช่...ทางแรกก็คือต้องเอาเหรียญคืนจากผู้กองซึ่งพ่อรู้ว่าลูกไม่ยอมแน่นอน”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ขาดเหรียญเท่ากับผู้กองไม่มีพลังคุ้มกัน ลูกไม่ยอมให้ผู้กองได้รับอันตรายเด็ดขาด”

“ทางที่สองก็คือเรื่องของความรัก ถ้าลูกกับผู้กองมีใจตรงกัน ความรักอาจจะมีอำนาจเหนือกว่าพลังเหรียญมนตร์ของนายพราน”

“แบบนี้ก็พอมีหวัง เพราะหนูคิดว่าผู้กองกับหนู... เรามีใจตรงกันค่ะ”

ตกเย็น ราตรีก้าวออกจากสำนักงานก็พบเซนต์ยืนรอ ในมือมีกุหลาบช่อสวยมามอบให้เธอสำหรับความช่วยเหลือเรื่องงาน

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลของนักธุรกิจแปดคน ผมต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ข้อมูลของคุณทำให้งานของเราก้าวหน้าขึ้นมาก”

“ต้องยกนิ้วให้ท่านอนันต์ที่กล้าออกหมายตรวจสอบคนพวกนั้น”

“ครับ...ท่านไม่กลัว ยังพูดเล่นให้ผมเชิญเหยี่ยวรัตติกาลมาคุ้มกันท่านอีก”

“คิดว่าพวกมันจะเล่นงานท่านอนันต์อีกไหมคะ”

“พวกมันไม่ปล่อยท่านแน่...ท่านเป็นคนกล้า ท่านปลื้มเหยี่ยวรัตติกาล...เอ้อ...ผมด้วย...หวังว่าเหยี่ยวรัตติกาลรู้นะครับ จะได้ไม่เล่นงานผม”

เซนต์พูดติดตลก ราตรียิ้มขำแล้วชำเลืองมองเขาอยู่อึดใจ ก่อนตอบตกลงไปกินข้าวเย็นกับเขาที่ร้านแห่งหนึ่ง แล้วตัดสินใจเกริ่นถึงศักดิ์สิทธิ์เพื่อโยงเข้าประเด็นที่เพิ่งคุยกับพ่อเมื่อตอนบ่าย

“คุณพ่อพูดถึงผู้กอง ท่านถามว่าเมื่อไหร่ผู้กองจะมาขอลูกสาว”

เซนต์ชะงักกึก จ้องราตรีนิ่ง ราตรีจ้องตอบใจเต้นระทึก

ผ่านไปไม่กี่อึดใจราตรีก็ได้คำตอบ เซนต์คุกเข่าตรงหน้าและกุมมือเธอ แววตาเขาเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจ

“คุณราตรีครับ คุณยินดีจะรับหมั้นผมไหมครับ”

ราตรียิ้มหวาน บอกว่า “หมั้นแล้วแต่งเลยนะคะ”

เซนต์แทบลุกขึ้นกระโดด รีบตอบรับด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมาหนังสือพิมพ์ก็พาดหัวข่าวว่า “ผู้กองเซนต์ กับ บก.สาวหนังสือพิมพ์อธิปไตยประกาศหมั้นและแต่งงานทันที”

แน่นอนว่ากองทัพนักข่าวต้องมาดักรอสัมภาษณ์ผู้กองเซนต์ โดยที่วันนี้เรวดีก็อยู่ด้วย

“แต่งงานกันแล้วจะมีผลกับความลับของทางการรั่วไหลออกทางหน้าหนังสือพิมพ์อธิปไตยหรือเปล่าครับ”

“ผมทำงานของผม คุณราตรีทำงานของคุณราตรีไม่เกี่ยวกัน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าความลับรั่วจากผม ผมก็จะลาออกทันที”

“ผู้กองเซนต์เป็นตำรวจที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ยอมหักไม่ยอมงอและไม่ยื้อตำแหน่ง ถ้าผู้กองเซนต์ทำผิด ดิฉันนี่แหละจะยื่นฟ้องเอาผิดผู้กองด้วยตัวเอง”

เสียงนักข่าวเซ็งแซ่ เซนต์ยิ้มให้เรวดีที่ยืนยันความโปร่งใสของตน...

ศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาเห็นข่าวนี้แล้วเช่นกัน สองคนเรียกราตรีมาพบเพื่อถามความมั่นใจว่าคิดดีแล้วหรือ ราตรียืนยันว่าเป็นทางเดียวที่ดีที่สุด และเธอกับผู้กองก็ใจตรงกัน

เมื่อกลับมาที่สำนักพิมพ์ ราตรีโทร.ไปเล่าให้เซนต์ฟังว่าพ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไร แต่ท่านนึกไม่ถึงตนบอกว่าเป็นไอเดียของตนเอง พ่อยังกลัวว่าผู้กองจำใจตอบตกลง

“ผมจะรีบไปยืนยันกับท่านเองว่าผมรักคุณจริงๆ”

“ฉันยืนยันไปเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“งั้นผมให้คุณไนท์จัดการเรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานทั้งหมดเลยนะครับ”

“ก็ได้ค่ะ ไนท์จัดการเอง”

เซนต์ชื่นมื่นมีความสุข ราตรีก็เช่นกัน แถมยังอุ่นใจเรื่องความปลอดภัยของเขาด้วย

ooooooo

ราตรีกลัวว่าพลังเหยี่ยวกับพลังของเหรียญปลุกเสกจะทำให้เซนต์กับเธอเป็นศัตรูกันจึงขอให้เขาแต่งงานด้วยเพื่อให้ความรักเป็นเกราะป้องกันพลังทั้งสองไม่ให้ปะทะกันตามคำแนะนำของเจ้าอาวาสที่นับถือ

เมื่อมีการประกาศหมั้นและแต่งงานระหว่างราตรีกับเซนต์ออกไป ทุกคนแสดงความดีใจ ยกเว้นนักข่าวบางสำนักที่รับเงินจากนายพิเชษฐ์ตีข่าวเหมือนมีนอกมีในระหว่าง บก.หนังสือพิมพ์อธิปไตยกับผู้กองหนุ่ม ซึ่งทั้งคู่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

สินธุ นักธุรกิจหนึ่งในแปดติดต่อเข้ามอบตัวกับเซนต์และขอให้มีการคุ้มกันด้วย ในคืนวันนั้น ซาเอะและมังโซคนของนายพิเชษฐ์บุกเข้าเซฟเฮาส์พวกเซนต์ นางเหยี่ยวตามมาช่วยไว้ได้ทันและบอกว่าทั้งหมดเป็นแผนการของนายพิเชษฐ์ที่ให้สินธุเป็นตัวล่อเพื่อฆ่าเซนต์

นางเหยี่ยวโกรธมากจะฆ่าสินธุแต่เซนต์เข้ามาห้าม เมื่อพลังเหยี่ยวและพลังของเหรียญปลุกเสกมาปะทะกัน พลังของเหรียญจึงมีอำนาจทำให้เซนต์เข้าทำร้ายนางเหยี่ยวโดยไม่รู้ตัว แต่นางเหยี่ยวก็หนีออกมาและฆ่าสินธุได้สำเร็จ

การตายของสินธุทำให้เซนต์เดือดร้อนและถูกจับตา ผบ.เศรษฐาเรียกเขามาตำหนิ แต่เรวดีออกรับแทนว่าเราไม่มีทางรู้เลย มันส่งนายสินธุมาตบตาเรา

“เตรียมเคลียร์เรื่องนี้ให้ดีก็แล้วกัน” เศรษฐาทิ้งท้ายแล้วผลุนผลันออกจากห้องประชุมไปเซนต์หนักใจ บ่นกับเรวดีและก้องเกียรติว่า

“นายพิเชษฐ์มันแสบจริงๆ มันส่งคนมาเป็นเหยื่อล่อให้เราไปติดกับ...แต่ไม่น่าเชื่อผมสู้กับเหยี่ยวรัตติกาล”

“ครับ...ดีที่เหยี่ยวรัตติกาลไม่โหดเหมือนก่อน ไม่งั้นบอสดับไปแล้ว”

“ใช่ เหยี่ยวรัตติกาลไม่เหมือนก่อนจริงๆ สื่อสารกับเราด้วย ก่อนไปยังย้ำว่าไม่ใช่ศัตรูของเรา”

ทั้งสามคนอยู่ในภาวะสับสน แล้วสายวันนี้ราตรีก็โทร.มาหาเซนต์ ชายหนุ่มดีใจรีบไปพบเธอและเล่าเรื่องสู้กับเหยี่ยวรัตติกาลโดยไม่รู้สึกตัว

“แต่ก็ยังดีที่ผู้กองยังมีสติกลับมา คราวหน้าจะได้ระวังตัว”

“ครับ ผมอยากให้เรื่องจบเร็วๆ เราจะได้แต่งงานกัน”

“ค่ะ” เธอยิ้มหวาน เซนต์ยิ้มตอบ แต่แล้วรอยยิ้มเหือดหาย ดวงตาเริ่มมีประกาย บ่นขึ้นมาว่าตนรู้สึกเหมือนเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ใกล้ๆ ราตรีใจคอไม่ดีรีบชวนกันกลับ

แต่ช้าไป...ดวงตาของเซนต์เปลี่ยนเป็นแวบวับ จับราตรีเหวี่ยงออกไป หญิงสาวระวังตัวอยู่แล้ว หมุนตัวตีลังกาลงมายืนจังก้า เซนต์พุ่งเข้ามาจู่โจม เกิดการต่อสู้ประชิดตัว ราตรีปัดป้องไม่ทำร้ายแต่เซนต์บุกหนัก ในที่สุดราตรีก็หลบแล้วโต้กลับตบเซนต์กระเด็นลอยกลิ้งไปทรุดอยู่กับที่ แล้วฉวยโอกาสพุ่งร่างหนีออกไป

เซนต์สะบัดศีรษะให้หายจากการมึนงง สติกลับคืนมารีบลุกขึ้นกวาดสายตา ก่อนจะโทร.หาราตรี

“คุณไนท์...เกิดอะไรขึ้น อยู่ๆคุณก็หายไป”

“มีธุระด่วนนิดหน่อยค่ะ”

“โล่งอก ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”

“แล้วเจอกันนะคะ” ราตรีวางสายน้ำตาอาบแก้ม แล้วไปร้องไห้กับพ่อแม่ บอกท่านว่าทุกอย่างสายไปแล้ว เราช้าไปแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

“บางครั้งเรื่องในชีวิตอาจถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็จะมีทางออกด้วยตัวเอง”

“ใช่แล้วลูก อย่างน้อยลูกก็ยังได้เห็นผู้กองปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย”

“หนูสงสารผู้กอง ยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้กองคงเสียใจถ้าหนูบอกเลิกทุกอย่าง”

ราตรีเศร้าใจ แล้วเธอก็ไม่ยอมรับสายจากเซนต์ที่พยายามโทร.เข้ามาหลายครั้ง

ooooooo

บ่ายนั้นมีรายงานข่าวจากหลายช่องทีวีเรื่องการตายของสินธุ

“ข่าวระทึกขวัญวันนี้ นายสินธุ หนึ่งในนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนายวราวุฒิถูกเรียกตัวสอบสวนจนยอมให้การทุกอย่างภายใต้การดูแลของผู้กองเซนต์ เสียชีวิตแล้วด้วยน้ำมือของเหยี่ยวรัตติกาลอย่างน่าอนาถหัวหลุดจากบ่า ซึ่งสร้างความสับสนให้กับสังคมเพราะมีร่างคนร้ายร่วมสิบคนถูกสังหารรวมอยู่ด้วยเช่นกัน คำถามก็คือการที่ผู้กองเซนต์จะแต่งงานกับคุณราตรีนักข่าวหญิงอาจเป็นที่มาของการรั่วไหลจนเป็นสาเหตุให้คนร้ายรู้ตำแหน่งเซฟเฮาส์ที่จัดไว้ เพื่อคุ้มครองนายสินธุหรือไม่ งานนี้ผู้กองเซนต์จะลาออกตามที่ได้ลั่นคำพูดไว้หรือไม่”

เศรษฐา เรวดี และเซนต์ดูข่าวอยู่เหมือนกัน เศรษฐาคาดว่างานนี้เซนต์เจอหนักแน่ ถามว่ามีแผนจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง

“ไม่มีอะไรต้องแก้ไขครับ” ตอบแล้วเซนต์ผละไป เรวดีรีบเดินตามเข้าไปในห้องทำงานของเขาและให้กำลังใจว่า

“ผู้กองไม่จำเป็นต้องลาออก ฉันอยู่ที่นั่นด้วยรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีการรั่วไหล เป็นนายสินธุเองที่ก่อเรื่อง ฉันจะเปิดการแถลงข่าว”

“ฟังไม่ขึ้นหรอกครับ คนก็จะคิดว่าเราบิดเบือนปัดความรับผิดชอบ นักข่าวของนายพิเชษฐ์เตรียมพร้อมเล่นงานเราอยู่แล้ว”

เรวดีนิ่งอย่างเห็นด้วย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เซนต์รับสายจากราตรี แต่ไม่นึกว่าจะได้ยินคำพูดที่ชวนช็อกยิ่งกว่าโดนข่าวโจมตี

“ไนท์เห็นข่าวแล้วค่ะ ไนท์ทำให้คุณเสียหาย ไนท์คิดว่าไนท์จะขอยกเลิกการหมั้นและแต่งงานทั้งหมด”

“เดี๋ยวครับคุณไนท์” เซนต์เรียกแต่ไม่ทัน ถือโทรศัพท์ค้าง เรวดีมองอย่างกังวล

ไม่ทันข้ามวันข่าวยกเลิกการหมั้นและแต่งงานระหว่างราตรีกับเซนต์ก็แพร่สะพัดออกไป นักข่าวต่างตีข่าวกันอย่างเมามันว่าฝ่ายหญิงประกาศยกเลิกสายฟ้าแลบ ทั้งนี้คงมาจากเหตุการณ์ที่นายสินธุตายภายใต้การดูแลของผู้กองเซนต์ ณ เซฟเฮาส์ ที่ซึ่งสมควรจะเป็นความลับ ขณะนี้ผู้กองเซนต์ได้รับคำสั่งให้หยุดพักงานจนกว่าผลการสอบสวนจะสิ้นสุดลง...

พิเชษฐสะใจกับข่าวนี้มาก เรียกนักธุรกิจเครือข่ายทั้งหมดมาประชุมโดยด่วน

“ผู้กองเซนต์นึกว่าฉลาดล้ำ เจอแผนของเราเล่นงานมันทั้งหน้าที่การงานและชีวิตของมันรวมทั้งนังราตรีนั่นด้วย”

“แต่คนของเรา คุณสินธุต้องตายไปนะครับ”

“การศึกย่อมมีการสูญเสีย ต้องทำใจ คุณสินธุอาสารับหน้าที่นี้แลกกับเงินก้อนมหาศาลและตำแหน่งที่เราจะมอบให้ แต่ทำงานไม่สำเร็จเป็นเรื่องที่สุดวิสัย”

นักธุรกิจทั้งหมดนิ่ง พิเชษฐกราดสายตามองอย่างพอใจ เน้นย้ำว่า

“เรื่องยังไม่จบแค่นี้ เราจะต้องขยายธุรกิจของเราให้ยิ่งใหญ่ ทุกอย่างจะต้องอยู่ในกำมือของพวกเรา เงินทองจะต้องไหลมาเทมา”

นักธุรกิจต่างส่งเสียงฮือฮายิ้มออก ลืมนายสินธุไปทันที

ooooooo

ตกเย็น ราตรีขับรถเข้ามาที่สำนักพิมพ์ก็ถูกนักข่าวรุมล้อมซักถามเรื่องยกเลิกงานแต่ง เธอตอบสั้นๆว่าเรื่องของเธอกับผู้กองเซนต์จบลงแล้ว จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปข้างใน ชิงบอกลูกน้องทุกคนว่า

“พี่ต้องการให้ทุกคนทำงานตามปกติ เรื่องของพี่กับผู้กองเซนต์จบแล้ว เพื่อให้เป็นผลดีของทั้งสองฝ่าย หมดคำถามตั้งแต่วินาทีนี้ พี่รู้ว่าทุกคนเป็นห่วง พี่สบายดี ขอบใจทุกคน”

ตัดบทแล้วราตรีกลับไปหาพ่อกับแม่ที่บ้าน ศักดิ์สิทธิ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

“ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าลูกอาจจะใช้พลังควบคุมพลังของเหยี่ยวไม่ให้ผู้กองสัมผัสได้ ถ้าทำได้ลูกก็พอจะเผชิญหน้ากับผู้กองได้ แต่นานแค่ไหนแล้วแต่พลังของลูก”

“ลูกจะพยายามค่ะ แต่ไม่พบกันได้ดีที่สุด”

ออกจากบ้านพ่อแม่ ราตรีแวะไปหาวีรชาติแล้วพากันออกไปดื่มกาแฟและพูดคุยกันเรื่องข่าวนิดหน่อย ก่อนที่วีรชาติจะขับรถไปส่งเธอที่สำนักพิมพ์

จู่ๆราตรีก็ขอให้วีรชาติทำตัวเป็นแฟน วีรชาติประหลาดใจแต่พอเหลือบเห็นเซนต์มองมาก็เข้าใจ ทำเนียนๆไปตามคำขอของเพื่อนสาว แต่เหตุผลของราตรีที่วีรชาติไม่รู้ก็คือเธอต้องการตัดปัญหาการปะทะกับเซนต์อีกและยังกันเซนต์ออกไปให้ไกลจากตัวเองเพื่อความปลอดภัยของเขา

เซนต์เสียใจและผิดหวังขับรถใจลอยออกไป จนกระทั่งค่ำเซนต์โดนดักทำร้ายหมายเอาชีวิตด้วยฝีมือสมุนของพอลลูกชายนายพิเชษฐ์แต่ไม่สำเร็จ เซนต์เข้าใจว่าเป็นพิเชษฐ์ส่งมาจึงโกรธแค้นและคิดจะเอาคืน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“กอล์ฟ” รับ พีเรียด ดราม่าหนัก เขิน คนโฟกัส ผิดจุด

“กอล์ฟ” รับ พีเรียด ดราม่าหนัก เขิน คนโฟกัส ผิดจุด
14 ธ.ค. 2562
09:10 น.