ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สายวันเดียวกัน เซนต์กับก้องเกียรติพาอนันต์ออกจากที่ซ่อนเพื่อหาที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัยกว่า เซนต์ติดต่อมายังราตรีเพื่อขอความช่วยเหลือ

“ผมคิดว่ามีอยู่ที่เดียวที่พวกมันจะหาผมไม่เจอ”

“อยากจะเดาว่าเป็นที่คอนโดของฉันใช่ไหมคะ”

“คุณอ่านใจผมออกด้วย”

“ผู้กองคิดไว้แล้วถ้าผู้กองติดต่อให้ฉันพาไปหลบที่อื่นก็อาจไม่พ้นสายตาของพวกมัน แล้วถ้าอยู่กับฉันเกิดมีอะไรขึ้น เหยี่ยวรัตติกาลอาจโผล่มา”

“เลิฟยู...ที่รู้ทัน” เซนต์ทำเสียงทะเล้น ราตรียิ้มบางๆ วางสายแล้วเตรียมรอรับพวกเซนต์ด้วยความเต็มใจ

ระหว่างเดินทางจากชานเมืองเข้ามาในเมือง เซนต์เปรยกับก้องเกียรติว่าไม่น่าเชื่อราตรีรู้ว่าตนจะขอไปหลบที่คอนโดของเธอ

ก้องเกียรติชำเลืองมองอนันต์แวบหนึ่งก่อนพูดเสียงค่อนข้างเบาว่า

“ผมยังอ่านเกมออกเลยบอส หนึ่งพวกมันคาดไม่ถึง สอง...เหยี่ยวรัตติกาลทำไมถึงปกป้องคุณราตรี แล้วก็สาม...คิดถึง”

เซนต์เหล่มองผู้ช่วยแต่ไม่พูดอะไร เพราะทุกข้อที่เขาพูดมาถูกหมด!

ผ่านไปสักครู่ ก้องเกียรติที่ยังค้างคาใจเรื่องคนร้ายก็บ่นขึ้นมา “ผมสงสัยว่าพวกมันตามหาพวกเราเจอได้ยังไง”

“พวกมันอาจจะลอบติดสัญญาณไว้ที่รถของเรา ...ตอนที่เราออกเดินทางจากกองบัญชาการ”

“เฮ้อ...เงินซื้อคนได้จริงๆ” อนันต์บ่นขึ้นมา

“แต่คันนี้รับรองว่าชัวร์ ไม่มีแน่ ผมให้คนในหน่วยจัดเตรียมไว้ให้”

“ผมยืนยันเพราะคนในหน่วยของเราผมคัดด้วยมือของผมเอง ทุกคนยอมตายเพื่อชาติ”

อนันต์แย้มยิ้มพอใจคำพูดของสองหนุ่มและชื่นชมจากใจว่า

“โชคดีที่แผ่นดินเรามีคนรักชาติมากกว่าพวกทำลายชาติ พระสยามเทวาธิราชคุ้มครอง พวกทำลายชาติต้องมีอันเป็นไป”

“ครับ ลูกหลานเราถึงยังมีแผ่นดินอยู่” เซนต์ตบท้ายหนักแน่น

ooooooo

ตกเย็นราตรีออกจากสำนักพิมพ์ เธอกวาดสายตามองรอบทิศด้วยความระมัดระวัง เห็นรถชายแปลกหน้าจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่ทำไม่สนใจเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป

รถชายแปลกหน้าขับตามมาห่างๆ แต่แล้วก็เปลี่ยนทิศทางเมื่อเห็นว่าราตรีใช้เส้นทางกลับบ้านตามปกติ

ภายในห้องพักของราตรี...เซนต์นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ตรวจอาวุธปืนของตน พลันได้ยินเสียงเคาะประตู ชายหนุ่มขยับตัวไปที่ประตูพร้อมปืนในมือ แนบตัวเข้าข้างประตูเตรียมพร้อม แต่กลายเป็นราตรีที่ไขกุญแจเข้ามา

เซนต์ถอนใจโล่งอก เก็บปืนแล้วบอกว่า “คุณเคาะประตู ผมเลยไม่แน่ใจ”

“จะไขกุญแจเข้ามาเลย กลัวลูกหลงค่ะ”

ราตรีเดินเข้ามาวางกระเป๋าลงที่โต๊ะข้างประตู เซนต์เดินตามมาสวมกอดเธอหน้าตาเฉย ราตรีคาดไม่ถึงแต่ก็ไม่ขัดขืน

“อะไรคะเนี่ย”

“ผมไม่รู้ว่าจะรอดหรือดับวันไหน ผมจะทำทุกอย่างที่หัวใจผมสั่งให้ทำ”

“แบบนี้เอาเปรียบกันนี่” ราตรีแกล้งดันเขาออกเบาๆ ถามหาก้องเกียรติกับท่านอนันต์ เซนต์บอกว่าสลบอยู่ในห้องรับรอง หญิงสาวนึกได้เล่าว่า “พวกมันตามมาอย่างที่คาด แต่พอเห็นฉันกลับบ้านตามปกติ...พวกมันก็ผ่านไป”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณลำบาก”

เซนต์ไม่พูดเปล่าแต่จะเข้ามากอดอีก ราตรีรีบเอามือยันไว้พร้อมกับตัดบทว่าดีใจที่ทุกคนปลอดภัย...

ในคืนเดียวกับที่ราตรีต้อนรับพวกเซนต์...อีทกับทัชตัดสินใจพรางตัวเสี่ยงอันตรายไปที่แหล่งพักยา หวังจัดการคนเลวแทนเหยี่ยวรัตติกาลตามที่มีจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้านส่งเข้ามา โดยไม่รู้ว่ามีคนแอบถ่ายรูปทั้งคู่กำลังปฏิบัติการแล้วเอาไปลงข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลบุกทลายแก๊งค้ายา

จู่ๆเช้าวันถัดมาก็มี รปภ.ขึ้นมาบอกราตรีว่ารถเธอโดนเฉี่ยว เจ้าของรถคันที่เฉี่ยวให้ตนมาแจ้งว่ารออยู่ ราตรีสงสัยเพ่งมองออกไปนอกห้อง แวบหนึ่งเธอเห็นชายสามสี่คนถือปืนพร้อมที่จะบุกเข้ามา จึงพูดกับ รปภ.ว่าขอเอากุญแจก่อน แล้วหันกลับมาบอกเซนต์ว่าไม่มีอะไร เดี๋ยวตนมา

เซนต์ไม่ได้เอะใจสงสัย จนกระทั่งเห็นว่าราตรีหายไปนานเลยจะไปดู แต่ไม่ทันก้าวขา ราตรีก็โทร.มาหาหลังจากเธอต่อสู้กับคนร้ายที่ต้องการตัวท่านอนันต์

“คุณไนท์...มีอะไรครับ”

“ผู้กองคะ อีกสามนาทีเจอกันหน้าคอนโด”

ราตรีวางสายแล้วออกรถทันที เซนต์ตกใจเร่งก้องเกียรติกับอนันต์ให้รีบไป

พวกเซนต์วิ่งพรวดออกจากห้องลงชั้นล่างโดยเร็ว ราตรีขับรถของตนมาจอดพรืดพอดี สามคนรีบขึ้นรถ เซนต์นั่งหน้าคู่กับราตรี ด้านหลังคือก้องเกียรติกับอนันต์ แต่แล้วทุกคนชะงัก เห็นเชนยืนตรงหน้าจ้องเขม็งมาแววตา ดุดัน

ราตรีไม่ยอมเสี่ยง เธอเบนรถเลี่ยงออกไปจนได้ ก่อนจะหยุดพักริมถนนหลังจากห่างไกลมามากโข

ทั้งหมดลงจากรถ เซนต์เดินไปเดินมา เอ่ยอย่างหวั่นใจว่า “ผมเห็นสายตาของมันเหมือนกับว่ายังไงเราก็หนีมันไม่พ้น”

ทุกคนต่างสงสัยเช่นกัน แต่แล้วเซนต์กราดมองอนันต์ด้วยสายตาซอกแซกสำรวจ

“คุณก้องเกียรติ โทรศัพท์คุณโหลดเพลงไว้หรือเปล่า ขอยืมหน่อย”

“ได้ครับ” ก้องเกียรติรีบเปิดเพลงแล้วส่งให้

เซนต์รับมาแล้วเดินมาที่ท่านอนันต์ เอาโทรศัพท์มือถือผ่านตามร่างกายของเขา ท่านยิ้มยืนนิ่งให้ตรวจโดยดี จนกระทั่งมาถึงข้อมือของอนันต์ที่แนบลำตัว เสียงเพลงกลับกลายเป็นมีคลื่นรบกวน เซนต์หน้าเคร่งทันที

“ขอนาฬิกาของท่านให้ผมด้วยครับ”

อนันต์รีบถอดให้ เซนต์รับมาตรวจครู่เดียวก็บอกว่า

“มันรู้ตำแหน่งเราเพราะนาฬิกาของท่านนี่เอง”

ทุกคนคาดไม่ถึง มองอนันต์เป็นจุดเดียว ราตรีไม่แน่ใจบอกว่ามันอาจจะเอาวิทยุติดไว้ที่รถของตนก็ได้ เซนต์จึงให้ก้องเกียรติเช็กด่วน

ooooooo

หลังจากไปเสี่ยงอันตรายกับทัชมาเมื่อคืน สายวันนี้อีทเข้าสำนักพิมพ์เตรียมทำงานตามปกติ เธอทักทายหนิงก่อนถามว่ามีข่าวอะไรตื่นเต้นบ้างไหม

“มีค่ะ เมื่อคืนเหยี่ยวรัตติกาลบุกที่พักยาบ้า”

คำตอบของหนิงเล่นเอาอีทสะดุ้งวาบ สีหน้าตะลึงจนหนิงสงสัย

“ทำไมเหรอคะ”

อีทไม่ตอบแต่เดินนำไปทางห้องประชุมที่พีท โจ และทัชกำลังดูพาดหัวข่าวเหยี่ยวรัตติกาลบุกถล่มแหล่งพักยาบ้า มีภาพของอีทในชุดปฏิการสีดำออกมาจากประตูแต่ไม่เห็นหน้าชัดเพราะป้ายสีดำพรางไว้

“ไม่น่าเชื่อ เหยี่ยวรัตติกาลมัดคนร้ายแล้วแจ้งตำรวจ”

อีทลอบสบตากับทัชแล้วพากันนิ่งเงียบ

“พี่ว่าตัวปลอมว่ะ ตัวจริงไม่มีการแจ้งตำรวจ ศพต้องเละตุ้มเป๊ะไม่เหลือชิ้นส่วนแล้วใช่ไหมอีท” โจถาม...อีทตอบอึกๆอักๆว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อีทรับสายแล้วยิ้มได้ ทักทายหัวหน้าเสียงใส “สวัสดีค่ะพี่ไนท์”

“หวัดดีจะอีท วันนี้พี่จะไม่เข้าออฟฟิศ ฝากดูแลแทนพี่ด้วย”

“ได้ค่ะ...เอ่อ...ได้ข่าวผู้กองไหมคะ”

“ทุกคนปลอดภัยจ้ะ”

“พี่ไนท์อยู่กับ...”

“อย่าเพิ่งให้ใครรู้นะ เรื่องยังไม่จบ”

อีททำตามเคร่งครัด พอวางสายก็บอกทุกคนที่อยู่รอบข้างว่าพี่ไนท์ไม่สบาย วันนี้ไม่เข้า...

ooooooo

ขณะนั้นราตรีอยู่กับพวกเซนต์บนถนนเส้นหนึ่ง นอกเมือง ราตรีคิดได้ว่าควรพาอนันต์ไปหลบที่หัวหิน จึงพาทุกคนมุ่งหน้าไป แต่ระหว่างทางเจอด่านตรวจ ทุกคนเลยต้องเล่นละครตบตาตำรวจเพื่อความปลอดภัย

ราตรีตีบทแตกว่าอนันต์เป็นพ่อและกำลังป่วยหนักต้องรีบไปรักษาตัว เธอร้องไห้คร่ำครวญห่วงพ่อจนตำรวจที่ด่านตรวจหลงกลปล่อยพวกเธอผ่านไปในที่สุด

ถึงวัดที่หัวหิน ราตรีให้ทุกคนรอสักครู่เธอจะเข้าไปคุยกับเจ้าอาวาสก่อน...ท่านเจ้าอาวาสไม่มีปัญหา ยินดีต้อนรับทุกคนเป็นการชั่วคราว แต่กำชับราตรีด้วยความเป็นห่วงว่า

“ตามสบายนะ แต่โยมควรหาเวลามานั่งสมาธิโดยเร็ว เวลาไม่คอยท่า”

“อะไรเหรอคะท่าน”

“เวลายิ่งนาน...เหรียญป้องกันพลังเหยี่ยวจะทำให้ผู้กองเซนต์เป็นศัตรูของเหยี่ยวไปโดยไม่รู้ตัว พบเมื่อใด เป็นต้องเข้าต่อสู้กัน ถ้าโยมยังควบคุมพลังไม่ได้ก็จะห้ำหั่นกันจนถึงตาย”

ราตรีฟังแล้วหน้าเสีย ไม่สบายใจ แต่กลับออกมาพบพวกเซนต์ด้วยสีหน้าปกติ แล้วทุกคนก็เดินตามเด็กวัดไปยังบ้านหลังหนึ่งภายในบริเวณวัด

“เจ้าอาวาสรู้จักกับคุณพ่อค่ะ พวกเราไม่มีใครเคยมาที่นี่ พวกมันไม่มีทางรู้เด็ดขาด ปลอดภัยแน่นอน”

ราตรีรับรองแข็งขันสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน พอได้เข้าบ้านพักกันแล้ว เซนต์บอกว่า

“ท่านอนันต์กับคุณก้องเกียรติพักตามสบาย ผมจะระวังผลัดแรก เราไม่ควรประมาท”

ก้องเกียรติพยักหน้ากับท่านอนันต์แล้วแยกย้ายไปพักผ่อน เหลือเซนต์กับราตรีแค่สองคน เซนต์ยิ้มหวานให้หญิงสาวพร้อมถามเสียงนุ่มว่า

“เหนื่อยไหมครับ”

“ก็ตื่นเต้นดีค่ะ”

“พรุ่งนี้ไปส่งท่านที่ศาล...เรื่องก็จบ”

ราตรีพยายามคุยด้วยทั้งที่จิตใจคิดถึงแต่เรื่องที่เจ้าอาวาสพูด “ค่ะ อยากดูหน้านายพิเชษฐ์ตอนศาลตัดสิน แต่ทำไมดูผู้กองไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่”

“นายพิเชษฐ์มันไม่กระเทือนหรอกครับ เราต้องเหนื่อยอีกนานกว่าจะโค่นมันได้”

“ฉันมั่นใจ สุดท้ายแล้วนายพิเชษฐ์ต้องจบ ธรรมะต้องชนะอธรรมค่ะ”

“อย่าลืมนะครับ”

“อะไรคะ”

“นายพิเชษฐ์จบ ผมจะไปขอคุณตามที่คุยกันไว้”

ราตรีจำได้ ฝืนยิ้มบอกว่าเราพูดกันเล่นๆ เซนต์ไม่ยอม ทำหน้าตาจริงจังขึ้นมาทันที

“อ๊ะๆ อย่าเบี้ยว ผมพูดจริง คุณยังพูดเลยว่าจบยาก ไม่มีทางได้แต่ง”

“ก็...”

“ไม่ต้องก็...ผมจะจบให้ดู”

ราตรีอึ้งไป ในใจกังวลเรื่องเหรียญปลุกเสกจะทำ ให้เซนต์เป็นศัตรูของเหยี่ยวรัตติกาลตามที่เจ้าอาวาสบอก

ooooooo

ที่ร้านอาหารใกล้สำนักพิมพ์...อีทกับทัชนั่งคุยกันสีหน้าเคร่งเครียด ไม่คิดว่าจะมีคนแอบถ่ายการปฏิบัติภารกิจสำคัญเมื่อคืนที่ผ่านมาจนเป็นข่าวออกไป

“ผมว่าเราควรจะเลิกดีกว่าครับ”

“แต่ว่าเราก็ทำสำเร็จนะ ทลายแก๊งพวกมันจนได้ ชาวบ้านแฮปปี้”

“เฮ้อ...ผมเสียวอยู่อย่างเดียว เกิดเหยี่ยวรัตติกาลตัวจริงออกมาล่ะก็...หนาว”

“เราไม่ได้แอบอ้างเป็นเหยี่ยวรัตติกาลซะหน่อย ไอ้นักข่าวฉบับบ้านั่นมันเว่อร์เอาเอง”

“เห็นพี่อีทบอกว่าเหยี่ยวรัตติกาลเล่นงานผู้กองไม่ใช่เหรอ อาจจะเล่นงานเราได้เหมือนกัน”

“เอางี้ เหยี่ยวรัตติกาลตัวจริงมาเราก็ถ่ายรูปทำข่าว ซะเลย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

อีทได้ข้อสรุปแล้วชวนทัชกลับเข้าออฟฟิศ ก่อนจะพบกับความตื่นเต้นตกใจเมื่อหนิงบอกว่ามีคนส่งของขวัญมาให้พี่ไนท์มีเสียงต๊อกแต๊กเหมือนนาฬิกา!

อีทใจเด็ดแกะกล่องของขวัญด้วยตัวเองโดยไม่ยอมให้หนิงโทร.เรียกตำรวจ ปรากฏว่าข้างในเป็นนาฬิกาปลุกราคาถูกพร้อมกระดาษข้อความว่า “บึ้ม!” ทุกคนตกใจแต่ในขณะเดียวกันก็โล่งใจที่ครั้งนี้เป็นแค่การข่มขู่

ด้านราตรีที่พาพวกเซนต์หลบไปอยู่วัดที่หัวหิน หญิงสาวใช้ช่วงเวลาอยู่กับเซนต์ตามลำพังถามซอกแซกเรื่องอำนาจคุ้มครองของเหรียญปลุกเสก

“คุณก้องเกียรติบอกว่ามันขนกันมาเพียบทั้งมือปืน นักดาบ ผู้กองมีบาดแผลที่ระลึกตรงไหนบ้างหรือเปล่า”

“พอคุณไนท์ถาม ผมรู้สึกมีอาการเจ็บยอกหมดทั้งตัว ช่วยดูหน่อยได้ไหมครับ”

“แบบนี้เขาเรียกว่าอาการสำออยค่ะ ไม่หลงกลหรอก”

ราตรีรู้ว่าผู้กองจงใจปิดบังจึงด่วนจบการคุยไม่อยากให้สงสัย รีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน เซนต์มองตามยิ้มกริ่ม อนันต์ยืนมองห่างๆ เดินเข้ามาส่งยิ้มให้เซนต์ บอกว่าราตรีเหมาะกับเขามาก เซนต์ยิ้มแทนคำตอบแล้วถามอนันต์ว่าพร้อมไหมสำหรับพรุ่งนี้

“ผมมีทั้งผู้กอง ทั้งเหยี่ยวรัตติกาล ผมพร้อม ผมไม่กลัวพวกมัน”

“ผมชื่นชมคนที่เป็นผู้พิพากษานะครับ จะต้องเป็นคนมีบุญถึงเกิดมามีจิตใจที่เที่ยงตรงหนักแน่น มีอำนาจที่จะตัดสินชะตาชีวิตมนุษย์ได้อย่างยุติธรรม”

“ผมว่าผู้กองเป็นคนพิเศษกว่าผมหลายเท่า เสี่ยงชีวิตเพื่อกำจัดคนชั่ว ปกป้องแผ่นดิน”

เซนต์กับอนันต์ต่างยิ้มให้กัน ราตรีแอบจับตามองชื่นชมในความดีของคนทั้งคู่

ooooooo

แล้ววันตัดสินคดีก็มาถึงในเช้าวันรุ่งขึ้น ผลสรุปศาลตัดสินให้โรงงานจ่ายเงินค่าเสียหายจำนวจ 500 ล้านบาท กรณีทำให้เกิดน้ำเสียต่อชุมชนในพื้นที่

พวกอีทจับกลุ่มดูการรายงานข่าวผ่านทางทีวีด้วยความพอใจผลการตัดสิน เมื่อนักข่าวคนหนึ่งถามพิเชษฐ์ว่ามีอะไรจะพูดไหม คำตอบของเขาทำให้พวกอีทพากันหมั่นไส้

“โรงงานผิดก็ต้องว่าไปตามผิดครับ ค่าเสียหาย 500 ล้าน เรายินดีครับ เพื่อแสดงความบริสุทธิใจ”

“แหงล่ะ มีเงินชั่วเป็นหมื่นๆล้าน แค่นี้ไม่กระเทือน”

จบคำของพีท ราตรีก้าวเข้ามาพอดี เธอยิ้มทักทายลูกน้องทุกคนก่อนจ้องไปที่จอทีวีที่นายพิเชษฐ์กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะครับ ผมต้องไปเตรียมตัว ลูกชายกับลูกสาวผมเรียนจบจะกลับมาวันนี้ครับ ลูกชายกลับจากอเมกา ลูกสาวกลับจากอังกฤษครับ”

พิเชษฐ์คุยอวดแล้วผละไปโดยมีนักข่าวตามเป็นพรวน...อีทปิดทีวี พร้อมๆกับเสียงโจบ่นขึ้นทันที

“โธ่เอ๊ย...เรียนที่เมืองไทยไปไม่รอด เลยหนีไปเรียนนอก เอาเงินซื้อปริญญามากกว่า”

พีทรีบผสมโรงว่าลูกชายเกเรผลาญเงินเป็นว่าเล่น ส่วนลูกสาวทำตัวไฮโซใช้เงินเที่ยวช็อปปิ้ง วันๆโพสต์รูปลงอินสตาแกรม

ทุกคนพยักพเยิดเห็นด้วย พอได้ยินราตรีถามว่าใครได้ข่าวเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลบุกแหล่งยาบ้าเมื่อคืนนี้บ้าง อีทกับทัชเงียบกริบ มองสบตากันไปมา

“ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ อาจมีคนอยากดังสวมรอยหรือว่าหนังสือพิมพ์มั่วนิ่มกะขายข่าวมากกว่า”

คำตอบของพีททำให้อีทกับทัชโล่งใจ ราตรีสังเกตเห็นแต่ไม่พูดอะไร แค่บอกให้อีทตามไปในห้องทำงาน อีทหวั่นๆ แต่กลายเป็นได้รับคำชมจากหัวหน้า

“พี่คิดว่าวันก่อนที่ผ่านมาอีททำหน้าที่แทนพี่ได้ดีทีเดียว”

“ขอบคุณค่ะ เรื่องคนส่งกล่องนาฬิกามาขู่ พี่ไนท์คิดว่ายังไงคะ”

“ลงข่าวไปได้เลย ถ้าทุกคนไม่กลัว”

“พวกเราไม่กลัว...อยากลงค่ะ”

“พี่ต้องไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮ่องกงอาทิตย์นึง อยากให้อีทช่วยดูแลแทนพี่”

“อาทิตย์นึงเลยเหรอคะ เริ่มเมื่อไหร่คะ”

“คิดว่าบ่ายนี้เลย พี่คิดว่าอีททำได้จ้ะ มีอะไรพี่รับผิดชอบเอง”

อีทยิ้มพยักหน้าบอกว่าจะทำให้ดีที่สุด ราตรีวกกลับมาพูดเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลที่เป็นข่าวบุกทลายแหล่งพักยาบ้า เธอย้ำว่าถ้าคิดว่าไม่ใช่เหยี่ยวรัตติกาลก็ลงข่าวออกไป ตนไม่อยากให้ใครออกมาเลียนแบบแล้วได้รับอันตราย

“ได้ค่ะ”

“งั้นพี่ฝากหนังสือพิมพ์ด้วย...ขอบใจมาก”

ooooooo

สายวันเดียวกันนี้ เศรษฐาเรียกเซนต์กับเรวดีมาสำทับเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล

“คุณสองคนต้องรีบจัดการกับเหยี่ยวรัตติกาล ก่อนที่จะแห่ออกมาเลียนแบบกันทั้งเมือง ผมให้เวลาหนึ่งเดือน เหยี่ยวรัตติกาลต้องจบ ไม่ยังงั้นผมจะหาคนอื่นมาจัดการแทน”

เซนต์กับเรวดีสบตากันนิ่งเงียบ เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามารายงานแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว เศรษฐาท่าทางอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย สบถว่า

“บ้าที่สุด! นักธุรกิจพันล้านถูกฆ่าตายในบ้านพัก ตำรวจตรวจพบหลักฐานเงินสดหลายร้อยล้านในห้องใต้ดินพร้อมอาวุธปืนจำนวนมาก คุณสองคนรีบไปจัดการให้ผมหน่อย ดูซิว่ามันเรื่องอะไรกันแน่”

“แต่ผมต้องรีบจัดการกับเหยี่ยวรัตติกาลก่อน”

“ผู้กอง คุณกวนผมเหรอ ใครจะไปรู้อาจเป็นฝีมือเหยี่ยวรัตติกาลของคุณก็ได้...เชิญได้”

เซนต์กับเรวดีรับงานด่วน พากันไปที่สถาบันพิสูจน์หลักฐานเพื่อขอดูศพนักธุรกิจพันล้านโดยผ่านทางหมอกรทิพย์ที่รู้จักมักคุ้นกับเซนต์เป็นอย่างดี

หมอกรทิพย์พาทั้งคู่เข้ามาในห้องชันสูตร สภาพศพปกติดีทุกอย่าง หาบาดแผลไม่พบ เซนต์เชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล เรวดีคาดว่าอาจเป็นฝีมือนายพิเชษฐ์ เซนต์เห็นด้วยและว่าคงแบ่งผลประโยชน์กันไม่ลงตัว

หลังจากสำรวจสภาพศพแล้ว หมอกรทิพย์ให้ข้อมูลกับทั้งคู่ว่า

“นายวรวุฒิถูกของมีคมเสียบทะลุตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ ขาดใจทันที เป็นอาวุธที่มีขนาดเล็กมาก แทบไม่เห็นบาดแผลเลย”

“คนร้ายต้องเข้าประชิดตัวมากใช่ไหมครับ”

“อืม...จากการตรวจสภาพร่างกายไม่ปรากฏว่าสมองได้มีการสั่งการหรือทำงานที่บอกถึงว่าประสาทได้รับการตื่นเต้นใดๆ คนตายแทบไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจตัวเองจะหยุดเต้น ถ้าไม่ใช่อาวุธมีคมที่วิ่งมาจากระยะไกล คนตายก็รู้จักใกล้ชิด
กับคนร้ายเป็นอย่างดี”

ฟังคุณหมอแล้วเรวดีกับเซนต์รู้สึกสับสนและหนักใจ

ooooooo

หลังจากราตรีไปแล้ว อีทดูแลรับผิดชอบงานแทนอย่างเต็มที่จนโดนเพื่อนในทีมแซวว่าเป็นบรรณาธิการ

บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างสนุกสนานกันเอง สักครู่หนึ่งหนิงโผล่เข้ามาบอกอีทว่าผู้กองเซนต์โทร.มาถามหาพี่ไนท์ อีทจึงผละไปรับสายด้วยตัวเอง

“สวัสดีค่ะผู้กอง”

“สวัสดีครับคุณอีท ขอสายคุณไนท์หน่อยครับ”

“พี่ไนท์ต้องไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮ่องกงด่วนค่ะ”

“กลับเมื่อไหร่ครับ”

“อีกอาทิตย์นึงค่ะ”

เซนต์แปลกใจ พอวางสายก็ครุ่นคิดอยู่ไปมาว่าทำไมราตรีถึงเดินทางกะทันหันไม่บอกกล่าวกันสักคำ

ผ่านไปสักครู่ ก้องเกียรติเข้ามานั่งตรงข้ามรายงานว่า

“ผมส่งเจ้าหน้าที่ไปเอารถที่ใช้คุ้มกันท่านอนันต์กลับมาเรียบร้อยทั้งสองคัน”

“ดี...ฉันอยากให้นายติดตามเรื่องคนของนายพิเชษฐ์ที่เหมืองต่อไป”

“ได้ครับ...เอ่อ...ผมมีอะไรอยากจะถามบอสสักหน่อย”

“ว่ามา”

“ตอนที่พาท่านอนันต์หนีพวกนักดาบ ผมสาบานได้เลยว่าผมเห็นบอสเอาแขนรับดาบมันเต็มๆ แต่ว่า...”

“นี่นายอย่าเพ้อเจ้อน่า นายคิดว่าฉันหนังเหนียวยังงั้นเหรอ”

“แค่สงสัยน่ะครับ นึกว่าบอสมีพระดี ผมจะได้หามาใส่มั่ง”

“ฉันว่านายรีบไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะทดสอบว่านายหนังเหนียวหรือเปล่า”

ก้องเกียรติยิ้มแหะๆ ลุกออกไป เซนต์สีหน้าครุ่นคิด นึกย้อนเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ตัวเองยกแขนรับดาบคมกริบ แต่ทำไมแขนถึงไม่มีบาดแผลสักนิด...เหลือเชื่อจริงๆ

ooooooo

ราตรีไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮ่องกงอย่างที่บอกอีทไว้ แต่เธอเดินทางไปหัวหินเพื่อฝึกสมาธิควบคุมพลังเหยี่ยวกับเจ้าอาวาสวัดโดยมีศักดิ์สิทธิ์ขับรถไปส่ง

แน่นอนว่าช่วงเวลานี้แม้มีเหตุร้าย นางเหยี่ยวย่อมไม่ปรากฏตัว!

ก้องเกียรติติดตามความเคลื่อนไหวที่เหมืองแต่พลาดท่าถูกคนร้ายจับตัวไว้ พิเชษฐ์ฉวยโอกาสนี้บีบบังคับเพื่อเล่นงานเซนต์แต่กลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเองเพราะเซนต์จับพอล ซึ่งเป็นลูกชายของพิเชษฐ์มาต่อรองให้ปล่อยตัวก้องเกียรติออกมา ก่อนที่เขาจะบุกเดี่ยวเข้าไปหาพิเชษฐ์แล้วพลาดถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไรเพราะเหรียญปลุกเสกคุ้มครอง

พิเชษฐ์ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เซนต์หนังเหนียวเหนือมนุษย์จนเขาไม่กล้าปฏิเสธ เมื่อเซนต์บอกว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน

พอสองคนนั่งเผชิญหน้า เซนต์เป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อนอย่างฉุนๆ

“คุณราตรีไปสัมภาษณ์ที่เหมืองเรื่องทองราคาขึ้น แต่คุณคิดเก็บคุณราตรีทำไม”

“คงไม่ได้ไปแค่เรื่องราคาทองมั้ง แต่ผมไม่เกี่ยว”

“ขบวนค้ามนุษย์ของคุณคิดเก็บทุกคนรวมทั้ง ผมด้วย”

“เสียดายพวกมันทำไม่สำเร็จ...แต่ผมไม่เกี่ยว”

“กลุ่มนักอนุรักษ์สิบคนถูกสังหารเพราะไปสอบถามเรื่องโรงงานปล่อยน้ำเสีย”

“บริษัทในเครือ ผมไม่เกี่ยว”

“ท่านอนันต์ถูกตามสังหารเพราะตัดสินคดีโรงงานของคุณ นายวรวุฒินักธุรกิจพันล้านเพิ่งถูกฆ่าตาย”

“ผมว่าผู้กองใกล้ชิดกับ บก.หนังสือพิมพ์มากเกินธรรมดาจนกลายเป็นนักข่าวไปแล้ว ขอบอกว่าผมไม่เกี่ยวเรื่องไหนทั้งสิ้น”

“ผมรู้ว่าเป็นคุณทั้งหมด คุณทำธุรกิจชั่วทุกรูปแบบภายใต้องค์กรของคุณ”

“ไม่เห็นมีใครมาจับผมเลย คงไม่มีหลักฐาน... หรือไม่ก็รอให้ผมเสนอตัวเลข”

เซนต์โกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ชักปืนยิงเปรี้ยงไปที่หัวเข่าของพิเชษฐ์แล้วกลับออกมาด้วยความสะใจ ทิ้งอีกฝ่ายร้องโอดโอยเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น...

ก้องเกียรติเป็นห่วงอีทเรื่องที่มีคนส่งนาฬิกาไปข่มขู่ถึงสำนักพิมพ์ เขาเตือนเธอและเพื่อนร่วมงานให้ระวังตัว หากต้องการความช่วยเหลือให้อีทโทร.หาตนได้ตลอดเวลา

หลังจากเห็นจะจะกับตาว่าตัวเองโดนยิงแล้วไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย เซนต์ตัดสินใจไปเล่าให้ศักดิ์สิทธิ์พ่อของราตรีฟังแล้วได้ข้อสรุปว่าเป็นเพราะเหรียญคุ้มครอง ซึ่งเขารับปากจะใส่ติดตัวไว้จัดการกับคนชั่วและพวกทำลายแผ่นดินให้หมด

ในที่สุดราตรีก็ฝึกควบคุมพลังเหยี่ยวกับเจ้าอาวาสที่หัวหินจนสำเร็จ ท่านย้ำเตือนก่อนเธอกราบลาจากมา

“โยมต้องระวังตัว เหรียญของผู้กองกำลังมีพลังแรงขึ้น เหรียญทำด้วยมนตร์ของนายพรานศัตรูของเหยี่ยวมนตร์ในอดีต ถ้าเริ่มต่อสู้กันเมื่อใด เธอทั้งสองก็จะกลายเป็นศัตรูเข่นฆ่ากันไม่มีที่สิ้นสุด”

“ในเมื่อหนูควบคุมพลังได้แล้ว หนูจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับผู้กองค่ะ”

ทันทีที่กลับถึงคอนโด ราตรีโทร.หาเซนต์ ชายหนุ่มคิดถึงเธอมากขออนุญาตมาหา เมื่อเจอหน้าก็โผเข้ากอดรัด ราตรีโอนอ่อน แต่แล้วเธอเห็นแววตาเขาดุร้ายราวกับศัตรู จึงซัดฝ่ามือเข้าใส่จนเขากระอักเลือดทรุดลง

ราตรีลืมตาหลังจากรับรสจูบของเซนต์ แล้วพบว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อสักครู่เป็นเพียงภาพที่เธอคิดไปเอง จึงค่อยๆดันตัวเขาออกห่าง

“อะไรเหรอครับ”

ราตรียิ้มหวาน กลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าจูบของผู้กองทำให้ตนหายใจไม่ออก

“ก็ผมคิดถึงนี่”

เซนต์พูดจากใจ ราตรียิ้มเขิน...แล้วชวนกันออกไปเดินเล่นบริเวณสวนสวยของคอนโด เซนต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายอย่างระหว่างราตรีไม่อยู่ โดยเฉพาะเรื่องสู้รบกับพิเชษฐ์แล้วจับลูกชายเขามาต่อรองเพื่อช่วยก้องเกียรติ

ราตรีท้วงว่าเขารังแกเด็ก เซนต์ยืนยันว่าลูกชายนายพิเชษฐ์นิสัยไม่ดีสมควรโดน

“ไม่น่าเชื่อนะคะ นิสัยเลวแต่ไปไหนมาไหนกลับมีคนถ่ายรูปลงข่าวสรรเสริญ...วัยรุ่นเฮ”

“วัยรุ่นสมัยนี้เกิดมาเฮอย่างเดียว ไม่ได้คิดเลยว่าเกิดมาแล้วมีแผ่นดินมีประเทศให้อยู่ให้เป็นเจ้าของให้ช่วยกันป้องกัน”

“คุณพูดแบบนี้เหมือนหมดหวัง”

“ครับ ชนชาติอื่นต้องระเหเร่ร่อนไม่มีแผ่นดินจะหากิน แต่คนบ้านเราไม่ห่วงบ้าน ทุกคนต่างจะจ้องกอบโกย ขายประเทศกินได้ก็ขาย”

“ไม่จริงหรอกค่ะ ฉันขอเถียง คนดีๆยังมีอีกมาก และฉันมั่นใจเมื่อถึงเวลาคนทั้งหมดก็จะออกมาปกป้องประเทศ เผลอๆเต็มถนนเป็นล้านๆคน คุณคอยดูก็แล้วกัน”

“ถ้าไม่มีใคร อย่างน้อยก็มีคุณกับผม”

ราตรียิ้มรับ ดูนาฬิกาข้อมือแล้วเอ่ยปากขอตัวเข้าออฟฟิศเคลียร์งานเพราะค่ำนี้มีนัดพาพ่อแม่ไปทานข้าว

“ไม่ชวนผมเหรอ”

“ไม่กลัวว่าจะถูกคุณพ่อคุณแม่จับหมั้นกับลูกสาวเหรอคะ”

“ไม่กลัวครับ”

“เอาไว้คราวหน้านะคะ”

เซนต์พยักหน้ารับโดยดี...แล้วเดินจูงมือเธอไปอย่างมีความสุข

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.