ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล เซนต์รีบไปพบราตรีที่สำนักพิมพ์เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ราตรีรู้ทันว่าเซนต์อยากรู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวกับเหยี่ยวรัตติกาลหรือไม่ แล้วใครคือนางเหยี่ยว จึงโกหกเขาว่าตนตกใจหน้ามืดไปวูบหนึ่งพอรู้ตัวก็ไม่เห็นใครนอกจากร่างของคนร้ายและเขา แล้วตนก็รีบไปส่งเขาที่โรงพยาบาล

เซนต์ไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ไม่มีข้อโต้แย้ง ฝ่ายก้องเกียรติที่อยู่ด้านนอกสำนักพิมพ์กำลังไปหาหลักฐานจากตึกตรงข้ามที่มองเห็นลานจอดรถสำนักพิมพ์อธิปไตยชัดเจน ปรากฏว่ามีพนักงานคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์และบันทึกภาพไว้ แต่ทำท่าจะไม่ให้ความร่วมมือเพราะกลัวตัวเองเป็นอันตราย ก้องเกียรติเลยต้องขู่บังคับถึงได้หลักฐานนั้นมา

แต่หลักฐานไม่ชัดเจน เห็นเพียงภาพหญิงสาวคนหนึ่งต่อสู้กับกลุ่มคนร้าย เซนต์หนักใจแต่ยังไม่ถอดใจที่จะสืบหาความจริงว่าเหยี่ยวรัตติกาลคือใคร

ศักดิ์สิทธิ์เห็นข่าวร้ายนั้นก็เป็นห่วงลูกสาว จึงตามตัวมาพบที่บ้านแล้วเล่าเรื่องที่หารือกับเจ้าอาวาสวัดที่หัวหินให้ฟัง

“ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า ถ้าเหรียญที่ลูกให้มีพลังป้องกันเหยี่ยวรัตติกาลได้ ก็อาจสามารถป้องกันอาวุธทุกชนิดได้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนใส่จะเป็นคนดีมีบุญมากน้อยแค่ไหน”

“งั้นก็ดีน่ะสิคะ ผู้กองจะได้ปลอดภัย”

“สิ่งที่เจ้าอาวาสกังวลก็คือเหรียญอันนั้นมาจากการปลุกเสกของพรานอาคมในสมัยก่อนเพื่อป้องกันและต่อสู้กับเหยี่ยวมนตร์ ท่านเกรงว่าอำนาจของเหรียญจะทำให้ผู้กองกลายเป็นศัตรูของเหยี่ยวรัตติกาลโดยไม่รู้ตัว”

ข้อมูลใหม่นี้ทำให้ราตรีกลับไปด้วยความไม่สบายใจ ครั้นถึงสำนักพิมพ์ได้ครู่เดียวผู้กองเซนต์ก็โทร.มาคุยเรื่องนายพิเชษฐ์ที่รู้มาว่าเธอกำลังตามขุดคุ้ยอยู่ เซนต์ขอร้องให้เธอถอยออกมา ปล่อยเป็นหน้าที่ของเขาดีกว่า แต่ราตรีไม่ยอมเพราะกลัวว่าเรื่องจะหายเงียบไป

“ผมรับรองว่าไม่เงียบแน่”

“งั้นการที่ฉันติดตามเรื่องนายพิเชษฐ์น่าจะเป็นผลดี ทำไมต้องห้ามฉันด้วย”

“คุณก็เห็นผมถูกยิงกับตา นายพิเชษฐ์อันตรายเกินกว่าที่คุณจะคาดคิด”

“นายพิเชษฐ์ก็แค่นักธุรกิจมีเล่ห์เหลี่ยมคนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษมาจากไหน ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ”

ราตรียืนยันเสียงแข็งจนเซนต์ไม่รู้จะทัดทานยังไง ได้แต่บ่นกับก้องเกียรติอย่างเป็นกังวล และไม่ยอมให้ก้องเกียรติจัดการกับพิเชษฐ์โดยตรง เพราะจะได้แค่คนเดียว ตนเชื่อว่ายังมีตัวใหญ่ๆอีกหลายตัวที่ร่วมมือกับนายพิเชษฐ์ เราต้องอดทนแล้วล้มมันให้สิ้นซากทั้งองค์กร

ooooooo

อีทพาทัชมาทำงานที่สำนักพิมพ์อธิปไตยและทำข่าวคดีนักอนุรักษ์ถูกสังหารเพราะกำลังช่วยพวกชาวบ้านตามเรื่องน้ำเสียจากโรงงานที่ปล่อยสารเคมีลงในน้ำ และหนึ่งในโรงงานเหล่านั้นเป็นโรงงานในเครือของนายพิเชษฐ์ด้วย

ราตรีบุกเดี่ยวในฐานะนักข่าวเข้าไปที่โรงงานและเกือบถูกมือปืนฆ่าทิ้งถ้าเซนต์กับก้องเกียรติตามมาช่วยไม่ทัน

ที่แท้นายพิเชษฐ์อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการลวงราตรีไปยิงทิ้งแต่ไม่สำเร็จ และการตายของนักอนุรักษ์ที่เป็นฝีมือพวกเชน แต่พยายามโยนความผิดให้เหยี่ยวรัตติกาล จึงมีการโต้แย้งจากกลุ่มคนที่สนับสนุนเหยี่ยวรัตติกาลว่าไม่จริง นางเหยี่ยวกำจัดแต่คนชั่ว ไม่มีทางฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

สาเหตุที่เหยี่ยวรัตติกาลไม่ปรากฏตัวก็เพราะราตรีเชื่อฟังคำเตือนของพระที่ให้เก็บตัวทำสมาธิควบคุมจิตใจให้แข็งแกร่งเยือกเย็น แต่มันทำให้เชนผิดหวังที่อุตส่าห์ลงมือสังหารนักอนุรักษ์เพื่อลวงให้เหยี่ยวรัตติกาลออกมา เขาบอกพิเชษฐ์อย่างจนใจว่า

“มันไม่ยอมปรากฏตัว เราก็ต้องปล่อยเลยตามเลย”

“ปล่อยเลยตามเลยยังงั้นเหรอ คุณฆ่าพวกอนุรักษ์ร่วมสิบคน คุณจะทำให้พวกเราถูกเพ่งเล็ง อย่างน้อยทำให้เหมือนว่าเหยี่ยวรัตติกาลมันเป็นคนฆ่าก็ยังดี รู้สึกว่างานของคุณจะมีแต่ล้มเหลวทั้งเรื่องของผู้กองแล้วก็เหยี่ยวรัตติกาล”

เชนรับฟังและเงียบอย่างหมดข้อโต้แย้ง

“เอาล่ะ ผมรู้ว่าผมสั่งคุณให้อยู่เบื้องหลังอาจจะทำอะไรไม่สะดวก เอาเป็นว่าผมปล่อยคุณเต็มที่เลยก็แล้วกัน”

“ครับ” เชนรับคำ ในใจมีแผนบางอย่างต้องเร่งจัดการ

ผ่านไปไม่นานหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวให้ร้ายเหยี่ยวรัตติกาลลงมือโหดเหี้ยมฆ่าผู้บริสุทธิ์ ซึ่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้การยืนยันว่าการตายของทีมนักอนุรักษ์เป็นฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาลแน่นอน

หลังจากเห็นข่าวนี้แล้วทีมงานของราตรีต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บก.คนนี้ต้องรับเงินจากนายพิเชษฐ์มาเต็มๆ

“มันเห็นว่าสังคมกำลังต้านเหยี่ยวรัตติกาลเลยรีบซ้ำ”

“อย่าไปสนใจเลย ไม่มีประโยชน์หรอก”

“หนูไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ถ้าเราสามารถหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่านายนี่รับเงินมาจากนายพิเชษฐ์ ก็อาจเป็นทางหนึ่งที่เปิดโปงนายพิเชษฐ์ได้นะคะพี่ไนท์”

“แต่หนังสือพิมพ์เราก็ลงข่าวเป็นเชิงว่าเหยี่ยวรัตติกาลโหดเกินไปเหมือนกัน” ราตรีหยั่งเชิง

“แต่นั่นเป็นประเด็นจริง แต่ที่ไอ้หมอนี่ให้ข่าวเป็นการโกหก ทำให้นักข่าวดีๆต้องเสียชื่อ”

“หนูขออนุญาตสาวเรื่องจาก บก.ข่าวคนนี้ค่ะ”

อีทเสนอตัว ราตรีทำท่าจะไม่ยินยอมเพราะอันตรายเกินไป แต่อีทยืนยันว่าตนทำได้ และมีผู้ช่วยอีกคนคือทัชที่ยินดีให้ความร่วมมือ

งานนี้ราตรีใจดีให้ทัชยืมรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของสำนักพิมพ์ไปใช้งาน โดยอีทกำชับทัชว่าใช้แต่งานเท่านั้นห้ามนำไปขับซิ่ง

ตกกลางคืน อีทติดตาม บก.หนังสือพิมพ์ที่ให้ข่าวใส่ร้ายเหยี่ยวรัตติกาลฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปถึงผับแห่งหนึ่ง โดยให้ทัชจอดรถคอยอยู่ด้านนอก

อีททำทีเข้ามาคุยกับ บก.คนนี้ประสานักข่าวถามซอกแซก แต่ บก.กลับรู้สึกชื่นชอบรูปร่างหน้าตาของอีทจึงเผลอพูดว่าตนเองรับเงินหกหลักจากใครคนหนึ่งเพื่อเขียนข่าวนี้ และเขาอาจจะพูดชื่อคนจ้างวานออกมาถ้าไม่มีมือปืนมาฆ่าปิดปากเขาเสียก่อนต่อหน้าต่อตาอีท

โชคดีที่อีทปลอดภัยได้ทัชเข้ามาช่วยพาหนีกลับสำนักพิมพ์ อีทส่งข่าวไปยังก้องเกียรติและได้พบกันอย่างรวดเร็ว ก้องเกียรติแสดงความห่วงใยอีทออกนอกหน้าแล้วพาทั้งอีทและทัชไปเลี้ยงข้าวต้มรอบดึกก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พัก

ooooooo

เมื่อได้ข้อมูลชัดเจนว่านักอนุรักษ์ถูกสังหารเพราะกำลังช่วยชาวบ้านตามเรื่องน้ำเสียจากโรงงานปล่อยสารเคมีลงในน้ำ เซนต์กับก้องเกียรติจึงแอบบุกค้นโรงงานและเจอสารเคมีพร้อมหลักฐานเอาผิด

แต่การบุกค้นก็มีอุปสรรค คนร้ายไหวตัวและเกิดการปะทะกันดุเดือดก่อนที่พวกมันจะหนีไป เซนต์สั่งก้องเกียรติให้แจ้งด่านสกัดจับ อีกทั้งโทร.หาเรวดีว่าตนต้องการหมายค้นโรงงานในเครือของนายพิเชษฐ์ด่วน ช้าที่สุดเช้าวันพรุ่งนี้...

รุ่งเช้า ราตรีเข้ามาทำงานตามปกติ แต่ต้องแปลกใจเมื่อเห็นผู้คนนับสิบจับกลุ่มหน้าสำนักงาน ถามอีทได้ความว่าพวกเขามาขอให้เราลงจดหมายร้องทุกข์กับเหยี่ยวรัตติกาลแต่ตนไม่ได้ลงต่อ หลังจากที่เราพาดหัวข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลรุนแรงเกินไป

งานนี้ราตรีให้อีทเป็นคนรับผิดชอบ อีทจึงเจรจากับผู้ชุมนุมและทำความเข้าใจกันได้ด้วยดี ด้านกลุ่มของเซนต์ที่นำหมายค้นไปค้นโรงงานตั้งแต่เช้าก็เจอสารเคมีพร้อมหลักฐานทั้งหมด อัยการเรวดีจึงสามารถสั่งปิดโรงงานได้ แต่นักข่าวแย้งว่าส่วนมากปิดแล้วเปิดใหม่ภายในสามสิบวัน แล้วเรื่องก็เงียบเหมือนเดิม

“งานนี้ไม่ใช่ครับ เพราะชุมชนยื่นฟ้องให้ปิดถาวรพร้อมเรียกเงินชดใช้ที่ทำให้น้ำเสียอีก 500 ล้านบาทครับ”

คำตอบของเซนต์เล่นเอาบรรดานักข่าวส่งเสียงฮือฮา แต่ในเวลาเดียวกันนายพิเชษฐ์กลับไม่สะทกสะท้าน เขาจัดส่งมือปืนไปฆ่าตัดตอนผู้บริหารโรงงานคนนั้นแต่ทำให้เหมือนว่าประสบอุบัติเหตุก่อนจะมีการขึ้นศาล แล้วยังส่งมือปืนอีกชุดไปเล่นงานท่านอนันต์ผู้ทำหน้าที่ตัดสินคดีอีกคน แต่เซนต์ไหวตัวไปช่วยไว้ทัน

หลังจากเหตุการณ์สงบลง เซนต์พาท่านอนันต์มาที่สำนักงานตำรวจ และตามตัวราตรีมาด้วย เพราะท่านอนันต์ต้องการให้หนังสือพิมพ์สัมภาษณ์โดยไม่เกรงกลัวพวกคนชั่ว

เรวดียิ้มพอใจและแจ้งท่านอนันต์ว่า “ผู้กองเซนต์จะดูแลท่านและครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะถึงวันตัดสินค่ะ”

“โชคดีครอบครัวผมอยู่ต่างประเทศ กว่าจะกลับคดีก็จบแล้วครับ”

“ดีเลยครับ...นั่นคุณก้องเกียรติผู้ช่วยผม” เซนต์แนะนำ...แล้วเหลือบมองราตรีที่เพิ่งมาถึง หลังจากนั้นไม่นานก็เข้าสู่การสัมภาษณ์ซึ่งใช้เวลาไม่มากนัก

“ดิฉันนับถืออุดมการณ์ของท่านค่ะ บ้านเมืองต้องการผู้พิพากษาที่ยุติธรรมแข็งแกร่งอย่างท่านค่ะ”

“บ้านเมืองก็ต้องการนักข่าวที่มีอุดมการณ์อย่างคุณ”

“ท่านมีอะไรจะบอกคุณราตรีอีกไหมคะ”

อนันต์ส่ายหน้า เรวดีจึงเชิญท่านไปที่ห้องประชุม ส่วนราตรีหมดหน้าที่ก็ขอตัวกลับ เซนต์ตามออกไปส่งเธอที่รถ เตือนด้วยความเป็นห่วงให้เธอระวังตัว...

เศรษฐาไว้วางใจมอบหมายให้เซนต์และก้องเกียรติดูแลรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของท่านอนันต์ โดยเซนต์มีที่ซ่อนตัวที่เป็นความลับสุดยอด แม้แต่เศรษฐาก็ไม่รู้

เรวดียอมให้นักข่าวหลายสำนักเข้ามาสัมภาษณ์คดีนี้เพื่อป้องกันการครหาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง ให้เพียงหนังสือพิมพ์อธิปไตยเล่มเดียว ซึ่งจะถือเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ขณะที่เซนต์พอใจบอกว่ายิ่งลงข่าวมากยิ่งดี รับรองรู้ถึงหูพวกคนร้ายแน่นอน

แน่นอนว่าเมื่อพิเชษฐ์เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็หัวเสีย รีบโทร.สั่งงานลูกน้องต้องกำจัดท่านอนันต์

ให้ได้ ทางองค์กรไม่ต้องการเสียเงินชดเชย 500 ล้าน ทางด้านราตรีที่เชื่อว่ายังไงพิเชษฐ์ก็ต้องดิ้นจนถึงที่สุด จึงเป็นห่วงความปลอดภัยของอนันต์ถึงขนาดจะยอมปรากฏตัว แม้การนั่งสมาธิที่ผ่านมาต้องสูญเปล่าแล้วนับหนึ่งใหม่

เซนต์กับก้องเกียรติพาอนันต์ไปหลบที่บ้านสวนห่างไกลผู้คน แต่แล้วพวกเชนซึ่งรับคำสั่งจากพิเชษฐ์ก็ติดตามมาจนได้ สองฝ่ายปะทะกันไม่นานเหยี่ยวรัตติกาลก็ปรากฏตัวจัดการคนร้ายอย่างโหดเหี้ยม ท่ามกลางสายตาของพวกเซนต์ที่พากันตกตะลึง

แม้ไม่เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากของนางเหยี่ยวแต่เซนต์ก็รู้สึกคุ้นตา พวกเชนต่อสู้สุดฤทธิ์ทั้งอาวุธปืนและดาบซามูไรแต่ไม่อาจระคายผิวนางเหยี่ยวได้ นักดาบห้าคนและลูกน้องเชนตายเรียบ เชนเห็นท่าไม่ดีชิงหนีไปได้ ส่วนอนันต์ปลอดภัย แต่ทึ่งและอึ้งกับความเก่งกาจของเหยี่ยวรัตติกาลที่เคยเห็นเป็นครั้งแรก บอกเซนต์และก้องเกียรติว่า ถ้าไม่มีเหยี่ยวรัตติกาลตนคงไม่รอด แล้วคืนนั้นเซนต์กับก้องเกียรติก็พาอนันต์ไปซ่อนตัว
อีกแห่ง

เช้าขึ้นราตรีเข้าออฟฟิศตามปกติ แต่มีเรื่องต้องทำโดยเร็วเมื่อก้องเกียรติส่งรูปเซนต์กับอนันต์มาให้ช่วยปล่อยข่าวว่าทั้งคู่ปลอดภัย ราตรีประชุมทีมงานว่าถ้าลงหนังสือพิมพ์ต้องพรุ่งนี้ ถ้าวันนี้มีทางเดียวคือข่าวทีวี ผู้กองเซนต์ต้องการให้นายพิเชษฐ์รู้ว่ามันทำงานไม่สำเร็จ เหยี่ยวรัตติกาลมาช่วยทัน

โชคดีราตรีรู้จักฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งจึงรีบเดินทางไปหา ปรากฏว่าเธอโชคดียิ่งกว่าได้เจอผู้บริหารที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนอยู่อเมริกา

วีรชาติหรือนัฐเพิ่งบินกลับมาทำงานที่นี่ได้ไม่นานนัก สองเพื่อนรักทักทายกันด้วยความดีใจก่อนที่ราตรีจะแจ้งเรื่องข่าวที่ต้องการให้ช่วยเหลือ วีรชาติรับปากมั่นเหมาะว่าอย่างช้าอีกครึ่งชั่วโมงออนแอร์แน่

“ขอบใจมากนัฐ นึกไม่ถึงเลยว่านัฐจะกลับมาเมืองไทย”

“เพื่อนมันซื้อสถานีโทรทัศน์ โทร.ไปตาม ผมสนใจเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลก็เลยมา...เจอไนท์แบบนี้ดีใจสุดๆ สงสัยอยู่ยาว”

“ดีเลย...ไนท์จะได้มากวนบ่อยๆ แล้วจะพาไปกินข้าว...ต้อนรับ”

“ได้เลย พร้อมทุกเมื่อ ผมอยากรู้เรื่องเหยี่ยวรัตติกาลด้วย เห็นว่าเคยช่วยไนท์ไว้ไม่ใช่เหรอ”

ราตรีอึ้งไปอึดใจ ฝืนยิ้มออกมาแทนคำตอบ

ooooooo

ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง พิเชษฐ์ซึ่งอยู่บริษัทก็ได้เห็นข่าวนี้ทางจอทีวีพร้อมๆกับราตรีและทีมงานที่ตั้งตารออยู่ในสำนักพิมพ์อธิปไตย

“มีรายงานว่าผู้กองเซนต์กับท่านอนันต์ถูกลอบทำร้ายแต่เหยี่ยวรัตติกาลมาช่วยไว้ทัน ผู้กองเซนต์แจ้งว่าท่านอนันต์ปลอดภัยดี ส่วนคนร้ายจำนวนนับสิบถูกเหยี่ยวรัตติกาลสังหารโหดร่างกายไม่เหลือสภาพ”

อีทชื่นชมราตรีที่สามารถออกข่าวได้รวดเร็วทันใจ พีทบอกว่าแบบนี้ต้องมีเส้นบิ๊ก

“บังเอิญผู้บริหารเป็นเพื่อนสนิทกันตอนเรียนอยู่อเมริกา”

“แบบนี้เส้นไม่บิ๊กแต่เคยกุ๊กกิ๊กกันมาก่อน...ชัวร์” โจแซวยิ้มๆ

คนอื่นหัวเราะ ราตรีอมยิ้มไม่ต่อความยาว แต่พอได้ยินอีทบ่นว่าผู้กองเซนต์กับท่านอนันต์จะเป็น

ยังไง พวกมันคงตามล่าไม่หยุด...สีหน้าราตรีเปลี่ยนเป็นกังวลขึ้นมาทันที

เวลาเดียวกันนั้น พิเชษฐ์หงุดหงิดหัวเสียอย่างหนัก เอะอะโวยวายต่อหน้าเชนที่ทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า

“ไอ้ผู้กองเซนต์มันกำลังเยาะเย้ยเรา”

“ผมช้าไปแค่นาทีเดียวเท่านั้น เหยี่ยวรัตติกาลมันมาขัดจังหวะพอดี”

“เหยี่ยวรัตติกาลทำพวกเราเสียหายยับเยินแบบนี้ใช้ไม่ได้ ไอ้อาจารย์ทิเบตของคุณมัวทำอะไรอยู่”

“คือ...ท่านอาจารย์กำลังเร่งปลุกเสกธนูมนตร์อยู่ครับ”

“เร่งมือหน่อย ส่งเหยี่ยวรัตติกาลลงนรกให้เร็วที่สุด...ไม่ยังงั้นอาจจะเป็นคุณ”

เชนสะอึก ก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วก้าวออกไป

พิเชษฐ์มองตามสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.