กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เซนต์กับเรวดีถูกเชนดักเล่นงานเพื่อเป็นตัวล่อให้นางเหยี่ยวปรากฏตัว!

แล้วก็เป็นไปตามแผนของเชนเสียด้วย เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวโดนพวกเชนวางกับดักเล่นงานโดยมีพรานทิเบตที่พิเชษฐ์ส่งมาเพื่อปราบนางเหยี่ยวโดยเฉพาะคอยจัดการ

เหยี่ยวรัตติกาลถูกตาข่ายมนตร์จับไว้ได้ พวกเชนคิดว่านางเหยี่ยวสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว โดยไม่รู้ว่านางเหยี่ยวหลุดออกมาจากตาข่ายนั้นได้ เซนต์กับเรวดีเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความตระหนกตกใจ ก่อนจะกลายเป็นดีใจที่นางเหยี่ยวหนีรอดไปได้

เซนต์สั่งก้องเกียรติให้มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพราะตัวเองต้องพาเรวดีไปเช็กร่างกายที่โรงพยาบาล ฝ่ายราตรีหรือเหยี่ยวรัตติกาลที่ได้รับบาดเจ็บก็สามารถรักษาตัวเองได้ด้วยพลังพิเศษจนหายเป็นปกติ พอเช้าวันถัดมาเธอก็รีบนำเศษตาข่ายที่เก็บได้ไปให้ศักดิ์สิทธิ์ดูก่อนสองพ่อลูกจะพากันไปหาเจ้าอาวาสวัดที่หัวหิน

ราตรีเปิดกระเป๋าหยิบเศษตาข่ายวางลงบนผ้าจีวรตรงหน้า หลวงพ่อดึงผ้าเข้ามาใกล้หยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาพิจารณาครู่เดียวก็เอ่ยว่า

“ตาข่ายมนตร์ โยมได้มายังไง”

“ติดมาหลังจากการต่อสู้กับพวกมันค่ะ”

“พรานทิเบตโบราณใช้ตาข่ายมนตร์ดักเหยี่ยวที่มีพลังเหนือเหยี่ยวตัวอื่น แต่ก็เป็นเรื่องที่ยาวนานมาแล้วในอดีต เหมือนกับเหรียญทองรูปเหยี่ยวที่โยมได้ไปนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นอีก”

“หมายความว่ายังไงครับท่าน”

“หมายความว่าโยมราตรีกำลังมีศัตรูที่น่ากลัว”

สองพ่อลูกนิ่งอึ้ง มองหน้ากันอย่างวิตกกังวล แล้วพอออกจากวัดเพื่อกลับเข้ากรุงเทพฯ ศักดิ์สิทธิ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับลูกสาวว่า

“เจ้าอาวาสเคยบอกว่าในอดีตพรานอาคมเป็นฝ่ายใช้ตาข่ายมนตร์ไล่ล่าทำร้ายเหยี่ยวก่อน สุดท้ายตัวเองต้องประสบเคราะห์กรรมเพราะเหยี่ยวมนตร์มีพลังเหนือกว่า”

“ขอบคุณค่ะ ที่ให้กำลังใจหนู”

“พลังความดีย่อมชนะพลังความชั่ว”

“ไม่น่าเชื่อจริงๆ เหยี่ยวมนตร์ พรานอาคม กาลเวลาผ่านไปแสนนานยังมีปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน”

“พ่ออยากให้ลูกฝึกสมาธิ ทำตามที่เจ้าอาวาสบอก ทำสำเร็จเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

“ค่ะพ่อ”

เมื่อกลับถึงสำนักพิมพ์ ราตรีให้เลขาต่อสายหาอีทหลังรู้ว่าเธออยากคุยด้วย อีทรายงานเรื่องแก๊งค้ามนุษย์ที่ตนต้องแฝงตัวเจาะลึกเข้าใกล้แก๊งนี้ ราตรีติงว่าเสี่ยงเกินไป แม้มีก้องเกียรติไปด้วยก็ตาม อีทเลยพูดขำๆว่าถ้ามีอะไรตนจะนึกถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วย ราตรีชะงักไปนิดก่อนกำชับให้ลูกน้องระวังตัวดีๆ

ooooooo

บ่ายนั้น เรวดีมาพบเซนต์ในห้องทำงาน เธออยากรู้ว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง เซนต์ยิ้มบางๆ ถามว่าเรื่องไหน?

“เรื่องไหนก็ได้ค่ะ”

“เรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ผมยังไม่ได้ข่าวอะไรเลยครับ นอกจากในหนังสือพิมพ์ ส่วนเรื่องนายพิเชษฐ์ ผมคิดว่าจะเฉยไว้ก่อน”

“ทำไมคะ”

“ช่วงนี้คนฉลาดอย่างนายพิเชษฐ์ต้องระวังตัวแจ ยากที่จะเจาะเข้าไปได้”

“อืม...จริงของคุณ สรุป...ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ”

“ได้ครับ ถ้าคุณอัยการสามารถขอความร่วมมือจากกองตรวจคนเข้าเมือง”

“ได้แน่นอนค่ะ”

“ผมต้องการรู้จำนวนกลุ่มนักธุรกิจหรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของนายพิเชษฐ์ ว่าเดินทางเข้ามาถึงเมื่อไหร่ ทำอะไร ที่ไหน เป็นใคร”

“ได้เลยค่ะ”

“ถ้าไม่มีพิรุธให้นายพิเชษฐ์ไหวตัวได้เป็นดีครับ”

“งั้นฉันจะขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือจะได้ดูเป็นเรื่องธุรกิจตามปกติ”

“โห...เก่งสุดๆเลยครับ”

“ไม่ต้องมาทำยอ...เก่งอยู่แล้ว”

เซนต์ยิ้มกลบเกลื่อนเรื่องราวบางอย่างที่จงใจปกปิดเอาไว้ โชคดีที่เรวดีไม่ได้เอะใจ หลังจากหญิงสาว

กลับออกจากห้องไปแล้ว เซนต์โทร.หาราตรีที่กำลังนั่งเหม่อนึกถึงเหตุการณ์ที่นางเหยี่ยวติดอยู่ในตาข่าย

“คุณหายไปไหนมาครับ ผมโทร.หารู้มั้ย”

“อ๋อ...ไปเยี่ยมคุณพ่อค่ะ ท่านเลยชวนไปโน่นไปนี่ เพิ่งกลับมาถึงออฟฟิศนี่แหละค่ะ”

“ดีครับ อย่าไปไหน ตอนเย็นผมจะไปรับ”

“ไม่มีงานทำเหรอคะ”

“อ้าว ถามแบบนี้ก็สวยสิ”

“นี่คุณ อย่าลืมนะคะว่าฉันเป็นนักข่าว ตามโผแล้วคุณงานเพียบ คิดหนีงานแบบนี้ไม่กลัวคุณอัยการบ่นเหรอคะ”

“ใครบอกว่าผมหนีงานครับ ผมมาทำงานตะหาก”

“ที่แท้มาเรื่องงานนี่เอง”

“ครับ งานของหัวใจ”

เซนต์ปากหวานจนราตรีอดกระเซ้ากลับไม่ได้ว่า ลิเกน่าดู...แต่พอวางสายสีหน้าเธอก็หมองลง คิดหนักว่าจะทำยังไงกับเขาดี ไม่ให้เข้ามาผูกสัมพันธ์กันมากไปกว่านี้

ตกเย็นเจอกันที่ร้านอาหาร ราตรียังคงมีอาการเหม่อลอย เธอพูดจาปรึกษาหารือเซนต์แล้วก็นิ่งเงียบ จนกระทั่งเซนต์ต้องเรียกหลายคำแล้วบ่นด้วยความน้อยใจ

“นั่นไง คุณมัวใจลอย ไม่ได้ฟังผมเลย”

“ขอโทษค่ะ”

“คุณบ่นว่าผมมาหาคุณบ่อยๆ คนจะมองในทางไม่ดี ผมก็เลยบอกว่าคุณควรจะทำยังไง”

“เอ้อ...ยังไงคะ”

“ก็ขอหมั้นผมเหมือนเดิม จะได้ไม่มีใครว่า”

“โน...ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล หรือถ้าแย่กว่านั้นคุณอาจทิ้งฉันไปหาเหยี่ยวรัตติกาลก็ได้”

ราตรีพูดขำๆ พลันเสียงโทรศัพท์เซนต์ดังขึ้น ชายหนุ่มรับสายจากเรวดีที่แจ้งข้อมูลว่าทางกองตรวจคนเข้าเมืองส่งรายชื่อมาแล้ว เซนต์จึงนัดว่าอีกครึ่งชั่วโมงพบกัน

ทันทีที่เซนต์วางสายก็โดนราตรีแซวว่าถูกอัยการคนสวยตามตัว เซนต์ไม่พูดอะไรแต่เหล่มองเธอ แล้วสองคนก็หัวเราะไปด้วยกัน ก่อนที่เขาจะส่งมือให้เธอจับแล้วดึงลุกขึ้นมา ทันใดนั้นแสงแฟลชวูบวาบรัวหลายครั้ง หนุ่มสาวหลบไม่ทันพากันประหลาดใจ...

เซนต์มาพบเรวดีตามที่นัดไว้ตรงเวลาเป๊ะ เธอเชิญเขานั่งแล้วส่งแฟ้มเอกสารให้ไป

“นี่ค่ะ รายชื่อที่กองตรวจคนเข้าเมืองส่งมา ฉันตรวจดูแล้วนายพิเชษฐ์สั่งที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้บริษัทตัวเอง และในเครือร่วม 20 คนได้แล้วค่ะ”

“ผมจะตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง ขอบคุณครับ”

“ยินดีค่ะ ได้ข่าวว่าผู้กองกับคุณราตรีเจอนักข่าวเข้าเต็มๆ”

เซนต์นิ่งเงียบไปอย่างคาดไม่ถึง...เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เซนต์ขับรถเข้ามาจอดหน้าสำนักงานแล้วก้าวลงจากรถก็มีนักข่าวกลุ่มหนึ่งรุมล้อมเข้ามาขอสัมภาษณ์ กล้องทีวีตามจับภาพเขาตลอด

“ผู้กองตามล่าเหยี่ยวรัตติกาล แต่มีความสัมพันธ์กับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาล หมายความว่ายังไงครับ”

“ไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งสิ้น เราต่างคนต่างเป็นมืออาชีพ ผมต้องการสอบถาม ผมก็ไปสอบถาม เป็นเรื่องงาน”

“ผู้กองมีความสัมพันธ์กับคุณราตรีในลักษณะคนพิเศษหรือเปล่าครับ”

“มีหรือไม่มีไม่ใช่กงการอะไรของใคร หรือถ้ามีก็ไม่ได้ทำให้สังคมเสียหาย ผมมีหน้าที่จับเหยี่ยวรัตติกาลก็จับไป คุณราตรีจะลงข่าวอะไรก็ลงไป ไม่เกี่ยวกัน” เซนต์เริ่มอารมณ์เสีย ขณะที่ราตรีดูถ่ายทอดข่าวนี้อยู่ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เห็นเค้าลางของความยุ่งยาก

ooooooo

อีทปลอมตัวเป็นพริตตี้เพื่อไปสืบการค้ามนุษย์โดยมีก้องเกียรติร่วมมือด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าอีทจะได้เจอกับทัชเด็กหนุ่มที่เธอเคยช่วยเหลือให้เงินไปรักษาแม่ที่ถูกพ่อทำร้าย

ทัชเป็นคนขับรถให้พวกคนร้าย แต่แล้วคนร้ายจับได้ว่าอีทเป็นสายตำรวจจึงถูกควบคุมตัวไปอีกที่พร้อมกับเด็กสาวคนอื่น ทำให้ก้องเกียรตินำกำลังไปจับผิดที่ ก่อนจะนำพาไปสู่การปะทะกันระหว่างตำรวจกับคนร้าย

ก้องเกียรติเป็นห่วงอีทมาก ทัชจึงอาสาจะพาเขาไปยังที่ซ่อนของอีท โดยก้องเกียรติขอกำลังตำรวจในพื้นที่มาช่วย พร้อมกันนั้นก็ส่งข่าวไปทางเซนต์ เวลานั้นราตรีกินข้าวอยู่กับเซนต์จึงรู้ว่าอีทกำลังตกอยู่ในอันตราย

เมื่อเซนต์กับก้องเกียรติไปช่วยอีทกับเด็กสาวคนอื่น ทั้งคู่ติดกับดักของนายสุชาติผู้อยู่เบื้องหลังการค้ามนุษย์ ในขณะที่ตำรวจถูกกลุ่มคนร้ายเล่นงาน เหยี่ยวรัตติกาลก็ปรากฏตัวจัดการกับพวกมันอย่างโหดเหี้ยม พิเชษฐ์โกรธแค้นมากที่นางเหยี่ยวยังมีชีวิตอยู่ โวยวายกับเชนในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ว่าเหยี่ยวรัตติกาลสังหารโหดกลุ่มค้ามนุษย์

“บ้าที่สุด! คุณบอกว่าเหยี่ยวรัตติกาลตายแล้วไง”

“คืนนั้นมันไหม้เป็นจุณไปแล้วจริงๆ”

“ไหนคุณบอกว่าเอานายพรานจากทิเบตมาไง”

“ผมว่าแกมีฝีมือทีเดียว แกคงคาดไม่ถึงว่ามันจะหลุดจากตาข่ายมนตร์ไปได้”

“เอาล่ะๆ บอกผมหน่อยว่าแผนต่อเป็นยังไง”

“ผมว่ามันเป็นภูตแน่นอน แต่ท่านไม่ต้องห่วง ผมมีนินจา มีอาคมสามารถกำจัดภูตได้ กำลังเดินทางเข้ามาแล้วครับ”

พิเชษฐ์สีหน้าเคร่งโหดเหี้ยมกว่าเดิม กำชับเชนว่าต้องฆ่ามันให้ได้!

ooooooo

อีทปลอดภัยกลับมาทำงานได้ตามปกติ ส่วนก้องเกียรติพลาดโดนยิงหัวไหล่บาดเจ็บไม่มาก ด้านเซนต์ก็ปลอดภัยแต่โดนเศรษฐาเรียกพบพร้อมเรวดี

เศรษฐาไม่พอใจการพาดหัวข่าวว่าสังคมยอมรับเหยี่ยวรัตติกาลกำจัดคนชั่วแต่อยากให้ลดความรุนแรง

“ขนาดหนังสือพิมพ์อธิปไตยที่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาลยังพาดหัวข่าวแบบนี้ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่คุณสองคนจะต้องหยุดเหยี่ยวรัตติกาลให้ได้เร็วที่สุด ผมรู้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลร้ายกาจ ผมจึงทุ่มงบและกำลังคนเต็มที่สำหรับคดีนี้ คุณอยากได้ใคร อะไร เท่าไหร่ จัดการไปเลย”

เซนต์รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแล้วทำท่าจะออกไปพร้อมเรวดี แต่เศรษฐาขอให้อัยการเรวดีอยู่ก่อน เซนต์สบตาเธอแวบหนึ่งก่อนเดินเลี่ยงออกไปเพียงลำพัง

“มีอะไรคะคุณพ่อ”

“พ่อจะถอนลูกออกจากคดีนี้ เหยี่ยวรัตติกาลอันตรายเกินไป”

“ไม่ได้หรอกค่ะ คนจะนินทา จะมองคุณพ่อในทางลบ ให้ลูกสาวตัวเองหยุดเพราะงานอันตรายเกินไป แต่ส่งคนอื่นไปตาย”

เศรษฐาอึ้งพูดไม่ออก ได้แต่มองตามลูกสาวที่ก้าวออกจากห้องไปด้วยความเป็นห่วง

เซนต์กลับมาที่ห้องทำงานของตนก็พบว่าก้องเกียรติรออยู่หน้าห้อง เขามีข่าวด่วนมารายงานซึ่งเกี่ยวพันกับพริตตี้ที่โดนฆ่าไปก่อนหน้านี้ เธอเคยเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ที่เหมืองทองคำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเครือของนายพิเชษฐ์ มีสุชาติที่ตอนนี้โดนตนยิงเดี้ยงไปแล้วดูแลรับผิดชอบ

เซนต์ชื่นชมก้องเกียรติทำงานได้ดีมาก แต่พอได้ยินลูกน้องรายงานต่อไปว่าราตรีกำลังตามเรื่องเหมืองทองคำอยู่ด้วย เขาก็อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

เวลาเดียวกันนั้นราตรีอยู่ที่สำนักพิมพ์ เธอกำลังนึกถึงเหตุการณ์นางเหยี่ยวจัดการคนร้ายอย่างโหดเหี้ยม

ท่ามกลางความเงียบเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้ง แต่เมื่อเห็นเบอร์ที่โทร.เข้ามาก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจ รับสายแล้วกรอกเสียงไปว่า

“หนูรู้ว่าคุณพ่อต้องโทร.มา”

“ลูกพอจะมาหาพ่อได้ไหม”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ ท่านเจ้าอาวาสมาที่บ้าน ท่านอยากพบลูก”

ราตรีมาได้รวดเร็วทันใจ รับฟังพระอธิบายอย่างหนักใจ

“ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป โยมจะควบคุมไม่อยู่ จะกลายเป็นเหยี่ยวรัตติกาลที่ยิ่งมีแต่ดุร้ายมากขึ้นมากขึ้นจนไม่สามารถกลับคืนได้”

“หนูต้องทำยังไงคะ ขอท่านเจ้าอาวาสแนะนำด้วย”

“ต้องหยุดจากการเป็นเหยี่ยวรัตติกาล จนกว่าโยมจะควบคุมพลังได้โดยสมบูรณ์”

“แต่ว่าพวกคนชั่ว...”

“ลูกไนท์ต้องทำใจ จะต้องการเหยี่ยวรัตติกาลที่ควบคุมลูกไนท์หรือลูกไนท์ที่ควบคุมเหยี่ยวรัตติกาล”

คำพูดของศักดิ์สิทธิ์เล่นเอาราตรีถึงกับเงียบงัน ...หลังจากพระกลับไปแล้ว เธอรับปากกับพ่อว่าจะพยายามทำตามที่เจ้าอาวาสบอก

“พ่อถามหน่อย...เหยี่ยวรัตติกาลรู้ได้ยังไงว่าใครต้องการความช่วยเหลือ”

“แล้วแต่สัญญาณคลื่นความชั่วจะเกิด หรือเสียงแห่งความหวาดกลัวซึ่งจะส่งเสียงดังกว่าเสียงอื่น จากนั้นลูกก็ไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองนั่งสมาธิอยู่บนเตียง บางครั้งยังมีร่องรอยคราบเลือดติดตัวมาด้วยเลยค่ะ”

“พ่อว่าลูกต้องทำอย่างที่เจ้าอาวาสบอกให้เร็วที่สุด ก่อนที่ลูกจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์หรืออาจจะเป็นผู้กองอีกก็ได้”

ราตรีบอกลาพ่อกลับไปที่สำนักพิมพ์ด้วยความไม่สบายใจ เธอเคลียร์งานอยู่จนเย็นถึงกลับออกมาอีกครั้งและเจอผู้กองเซนต์ยืนรออยู่

“นี่คุณ ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะ ยังเป็นข่าวดังสดๆร้อนๆอยู่นะคะ”

“ถ้าเป็นข่าวแล้วหลบ คนจะคิดว่าเป็นจริง ผมมีสิทธิ์ที่จะมาสอบถามสืบสวนหรือพูดคุยกับคุณได้ทุกเวลา เป็นสิทธิ์ของผมและคุณ”

“ตกลงวันนี้จะมาสอบถามหรือสอบสวนเรื่องอะไรคะ เท่าที่ทราบบอกไปหมดแล้ว”

“ยังไม่หมดครับ ผมยังไม่ทราบเลยว่าทำไมผมถึงเอาแต่คิดถึงคุณ”

ราตรีชะงักไปนิดก่อนบอกว่าอันนี้โนคอมเมนต์ เซนต์ยิ้มแต้และยังไม่หยุดเจ๊าะแจ๊ะเธอก่อนจะตบท้ายด้วยชวนเธอกินอาหารเย็น ราตรีไม่ปฏิเสธ สองคนเดินเคียงกันออกมาหน้าตึก ทันใดนั้นก็มีนักข่าวสามสี่คนตรงเข้ามา เซนต์มองไปพร้อมกับบ่นว่า

“พวกนักข่าวนี่น่าเบื่อจริงๆ” พูดแล้วเห็นราตรีเหล่มองก็รีบแก้ “ไม่ได้ว่าคุณนะครับ คุณรอที่นี่นะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

ราตรียักไหล่ว่าเชิญ เซนต์ก้าวเข้าไปหากลุ่มนักข่าวที่เดินมาถึงพอดี

“พวกคุณจะตามผมไปถึงไหน”

“สรุปว่าผู้กองมีความสัมพันธ์กับคุณราตรีจริงตามข่าวใช่ไหมครับ”

ราตรีได้ยินคำถาม อดยิ้มไม่ได้ แต่แล้วทันใดนั้นเธอเห็นภาพแวบขึ้นมาเป็นนักข่าวกระชากปืน อารามตกใจจึงตะโกนบอกเซนต์ให้ระวังตัว

แต่ช้าไป...เสียงปืนดังติดกันหลายนัดโดนผู้กองเซนต์เต็มๆ ถึงกับร่างสะท้านทรุดลง!

ที่แท้นักข่าวสามสี่คนนั้นคือมือปืนปลอมตัวมา ...ราตรีกลายร่างเป็นนางเหยี่ยวจัดการกับทุกคนอย่างโหดเหี้ยมเช่นเคย แล้วพาเซนต์ที่ได้รับบาดเจ็บร่างโชกเลือดส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

ขณะที่ราตรีรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอออกมาบอกว่าพบสิ่งแปลกประหลาดคือคนถูกยิงไม่มีบาดแผลใดๆ แต่ยังนอนไม่ได้สติเหมือนหลับสนิท ราตรีรับฟังแต่ไม่ออกความเห็น ทั้งที่เชื่อว่าน่าจะเป็นเหรียญปลุกเสกที่พ่อให้มาปกป้องคุ้มครองเซนต์

แล้วราตรีก็หายไปจากโรงพยาบาลเงียบๆ เรวดีรู้ข่าวเซนต์จึงรีบมาเยี่ยม พอทราบจากหมอที่รักษาว่าเขาไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกยิงก็แปลกใจ ถามหาคนที่พามาอยู่ไหนแต่ไม่มีใครเห็นเสียแล้ว และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้บันทึกไว้ด้วย

ผ่านไปสักพักเซนต์รู้สึกตัว เขาจำเหตุการณ์ไม่แม่นนัก แต่รู้ว่าตัวเองถูกยิง...คำพูดของเซนต์ยิ่งทำให้หมอและเรวดีประหลาดใจ เขาถูกยิงแต่ทำไมไม่มีร่องรอยแม้แต่นิดเดียว

เรวดีต้องการความกระจ่าง เธอขอความร่วมมือจากทางโรงพยาบาลด้วยการส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจกล้องวงจรปิดและเสื้อผ้าของผู้กอง แต่ไม่ทันที่เธอและหมอจะแยกย้ายก็มีชายคนหนึ่งนำชุดสูทเข้ามาให้ผู้กองเซนต์

หลังจากสอบถามก็ไม่ได้ความชัดเจน นอกจากมีคนจ้างเอามาส่ง เรวดีเห็นเซนต์ใส่ชุดสูทนี้แล้วถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน

“คนที่ส่งสูทนี้มาต้องรู้สัดส่วนของผู้กองทุกตารางนิ้ว ใส่พอดีเป๊ะ”

“ครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ”

“ต้องเป็นคนที่พาผู้กองมาที่นี่ อย่าบอกนะว่าจำอะไรไม่ได้ นอกจากถูกยิง”

“ผมพอจะเดาออกว่าเป็นใคร”

“จากสถานที่เกิดเหตุ ฉันก็พอจะเดาออกว่าคุณหมายถึงใคร”

“เอาไว้ผมสอบสวนเองก่อนดีกว่า แล้วจะแจ้งให้ทราบ ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ตรวจเลือดจากเสื้อผ้าของผู้กองก็น่าจะบอกได้ว่าคุณถูกยิงหรือเปล่า”

เซนต์พยักหน้ายอมรับว่ายังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก

“อ้อ...ช่วยถามด้วยนะคะว่าศพของคนร้ายทั้งหมดเป็นฝีมือของใคร เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่าไม่มีพยานรู้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”

“คนร้ายตายหมดเหรอครับ”

“ค่ะ...ศพทุกศพมีแผลฉกรรจ์ คิดว่าเป็นฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล”

เซนต์สีหน้าเปลี่ยนทันที ผละไปโดยไม่พูดอะไร เรวดีมองตามหงุดหงิดใจที่ทุกอย่างมืดมน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.