กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่เพราะเซนต์และก้องเกียรติมีสติจึงรอดปลอดภัย แถมล่อหลอกให้คนร้ายตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีความผิด แล้วยังโทร.มาบอกเล่าให้สุชาติประหวั่นพรั่นพรึงไปอีกคน

หลังเสร็จภารกิจ เซนต์แยกตัวไปที่สำนักงานอธิปไตย แจ้งเจ้าหน้าที่ต้อนรับว่ามาพบราตรีแต่อยากเซอร์ไพรส์ไม่ให้เธอรู้ พนักงานสาวรับปากแต่แอบโทร.บอกเจ้านายเพราะกลัวโดนดุ

ราตรีรับรู้และจะแกล้งทำเป็นเซอร์ไพรส์อย่างที่พนักงานของตนขอร้องป้องกันผู้กองโกรธ เซนต์ไม่รู้อะไรเลย พอใจที่เห็นราตรีมีการตื่นเต้นที่เขาปรากฏตัวโดยไม่บอกกล่าว

หลังจากเล่าเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นให้ราตรีฟัง เซนต์ชวนเธอไปกินข้าว แล้วขากลับไปส่งเธอที่คอนโดสองคนคุยกันเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลที่ทำนอกกฎหมาย ซึ่งเซนต์ก็จะทำนอกกฎนอกระเบียบด้วยเหมือนกัน

“ในเมื่อคนชั่วไม่สนกฎหมาย ทำแต่ความผิด ผมก็จะใช้เกมที่พวกมันเล่นจัดการกับพวกมัน”

ราตรีนึกไม่ถึงและทักท้วงเขาด้วยความเป็นห่วง เซนต์ยิ้มดีใจกับความห่วงใยนั้น แต่ทันใดสองคนก็สะดุ้งไปด้วยกันเพราะรถโดนชนท้าย เซนต์คาดว่าคนขับคงหลับใน ลงมาดูถึงรู้ว่าไม่ใช่แต่เป็นการจงใจปล้นจี้ต่างหาก

กลายเป็นพวกโจรชะตาขาด โดนเหยี่ยวรัตติกาลฆ่าตายหมดหลังจากมันใช้ด้ามปืนฟาดท้ายทอยผู้กองเซนต์จนหมดสติ

เซนต์รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่ห้องพักของราตรีภายในคอนโด ราตรีโกหกว่าหลังจากเขาสลบคนร้ายพากันหนีไปหมด พวกมันคงคิดได้ว่าไม่ควรตอแยกับผู้กองคนเก่ง

“ถ้ามันคิดได้เร็วอีกนิด ผมก็ไม่ต้องเจ็บตัว...ว่าแต่คุณลากผมขึ้นมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”

“อ๋อ...ฉันให้รปภ.ช่วยหิ้วปีกคุณขึ้นมาค่ะ”

“แล้วไป ถ้าคุณแบกผมขึ้นมาคนเดียว เลิกคบแน่”

ราตรียิ้มขำ ถามเขาว่าดื่มกาแฟสักแก้วไหม เซนต์ปฏิเสธและขอตัวกลับเพราะดึกแล้ว แต่ไม่วายบ่นว่าวันนี้เสียท่าพระเอกหมดเลย

“ไม่หรอกค่ะ พระเอกยอมเจ็บตัวเพื่อช่วย...”

“นางเอก”

“ช่วยเหลือนักข่าวหญิงให้พ้นภัย ถือว่าไม่เสียหาย”

หนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันก่อนกล่าวลากู๊ดไนต์กันและกัน แล้วเซนต์ก็กลับไปอย่างมีความสุข

ooooooo

กลางดึกคืนนั้น ราตรีสะดุ้งพรวดตื่นขึ้นมาหลังจากฝันเห็นตนเองสู้กับคนร้าย พอฟ้าสางเธอรีบเดินทางไปพบพ่อที่บ้านด้วยความร้อนใจ

“เหยี่ยวรัตติกาลรุนแรงอย่างที่คุณพ่อบอกจริงๆค่ะ ลูกจะทำยังไงดีคะ”

“พ่อจะลองปรึกษาท่านเจ้าอาวาสดู ระหว่างนี้ลูกก็ต้องลดการเป็นเหยี่ยวรัตติกาลลงบ้าง”

“คงยากค่ะคุณพ่อ บ้านเมืองเต็มไปด้วยคนชั่วเกินกำลังที่กฎหมายจะจัดการ คนชั่วไม่หยุด ลูกหยุดไม่ได้หรอกค่ะ”

“ลูกพยายามควบคุมตัวเองหน่อยก็แล้วกัน อย่าให้เหยี่ยวรัตติกาลทำให้ลูกของพ่อกลับกลายเป็นคนร้ายซะเอง”

ราตรีนิ่งอึ้งไม่มีคำตอบใดๆ ทันทีที่ออกจากบ้านพ่อ เธอตรงดิ่งไปยังห้องประชุมกองบังคับการตำรวจ ซึ่งมีการแถลงข่าวนำโดยเศรษฐา ร่วมด้วยผู้กองเซนต์และเรวดี มีนักข่าวกว่าสิบคนให้ความสนใจ

“เรื่องสำคัญในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลที่ก่อเหตุอุกอาจทารุณ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทางการได้มอบหมายให้ผู้กองเซนต์และอัยการเรวดีติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และนำตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาลงโทษให้ได้”

“แล้วคดีอื่นๆที่ค้างคาอยู่ล่ะคะ ท่านจัดให้ใครติดตามเอาตัวคนร้ายมาลงโทษหรือยังคะ”

ทุกสายตาหันไปมองเจ้าของคำถามนั้น ปรากฏว่าเป็นราตรี เธอรอฟังคำตอบโดยมองสบตาผู้กองเซนต์ก่อนรุกเร่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ว่าไงคะผู้กองเซนต์”

“ท่าน ผบ.เศรษฐาน่าจะตอบได้ดีกว่าผมครับ”

เซนต์รีบโบ้ย ราตรีกลั้นขำรู้ทันว่าเขาโยนเผือกร้อนให้ผู้บังคับบัญชา เศรษฐาอึกอักเล็กน้อยก่อนชี้แจงว่าทุกคดีเรามีหน่วยติดตามปฏิบัติงานอยู่แล้ว ตอนนี้เรื่องเหยี่ยวรัตติกาลเป็นเรื่องเร่งด่วน

“แต่เหยี่ยวรัตติกาลก็ทำให้คนชั่วลดน้อยลง นี่ถ้าท่านเชิญเหยี่ยวรัตติกาลมาคุยดีๆ เหยี่ยวรัตติกาลอาจจะช่วยหน่วยงานของท่านได้นะคะ”

เสียงนักข่าวงึมงำ ส่วนใหญ่เห็นด้วย เศรษฐาถึงกับพูดไม่ออก เรวดีจ้องมองราตรีอย่างสนใจ ราตรีจ้องตอบเธอเช่นกัน อวยพรให้ท่านอัยการทำงานสำเร็จ

“ขอบคุณค่ะ คุณ...”

“ราตรี...จากหนังสือพิมพ์อธิปไตยค่ะ”

“ดิฉันยังใหม่ แต่เชื่อว่าผู้กองเซนต์คนเก่งของเราจะทำให้งานสำเร็จไปด้วยดีค่ะ”

ราตรีส่งยิ้มให้เขา บอกว่าจะรอติดตามผลงานของผู้กอง เซนต์ก้มศีรษะให้เล็กน้อยเป็นเชิงรับ ราตรีหมดคำถามก้าวเดินออกไป นักข่าวอื่นๆส่งเสียงฮือฮาแล้วถามกันเซ็งแซ่

หลังจบการแถลงข่าว เศรษฐาอารมณ์ไม่ดี เดินนำเซนต์กับเรวดีเข้าไปในห้องทำงานแล้วถามกึ่งตำหนิลูกน้อง

“ผมจำได้ว่าเคยบอกให้คุณปราม บก. หนังสือพิมพ์อธิปไตยเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลแล้ว”

“ครับผมคุยแล้ว แต่เธอยืนยันสิทธิเสรีภาพของสื่อ”

“ทำไมต้องปรามด้วยคะคุณพ่อ เหยี่ยวรัตติกาลจัดการกับพวกคนชั่วจริงๆ สื่อไม่ได้บิดเบือน เรามีหน้าที่ต้องจับกุมตามกฎหมายก็ทำไป”

เซนต์คาดไม่ถึงมองเรวดีทึ่งๆ เศรษฐาไม่สบ อารมณ์ ตัดบทให้ทั้งสองคนไปทำงาน

เมื่อแยกตัวออกมา เซนต์อดเปรยกับเรวดีไม่ได้ว่าน่าแปลกใจที่เธอค้านท่าน ผบ.เรื่องปรามสื่อ

“ไม่เห็นจะน่าแปลกใจตรงไหนนี่คะ ในเมื่อเอาระบบประชาธิปไตยมาอ้างกันนัก อ้างได้ก็ต้องรับได้เต็มร้อยด้วยเหมือนกัน”

คำตอบของหญิงสาวทำให้เซนต์ยิ้มบางๆอย่างพอใจ หลังจากนั้นเขาโทร.ไปบอกราตรีว่าเรวดีปลื้มเธอมาก คิดว่าสื่อมีสิทธิ์เต็มร้อย แต่เศรษฐากลับไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่

“งั้นก็คงยิ่งไม่ปลื้ม ถ้าเห็นพาดหัวข่าวพรุ่งนี้”

เซนต์ชะงักแปลกใจ ราตรีวางสายแล้วรีบเข้าห้องประชุมเพราะลูกน้องรออยู่ ผ่านไปสักครู่หลังคุยรายละเอียดกันแล้ว ราตรีก็สรุปว่าจะพาดหัวข่าวว่า... ทางการจัดทีมไล่ล่าเหยี่ยวรัตติกาลเพราะทารุณกับพวกอาชญากร

“พี่ราตรีเอาจริงเหรอคะ” อีทถามเพื่อความชัวร์

“แน่นอน หัวข่าวนี้มาจากคำพูดของท่าน ผบ.เอง ไม่เห็นจะผิดตรงไหน”

ทุกคนต่างมองหน้ากันยิ้มด้วยความพอใจในความเก่งกล้าไม่กลัวใครของนายสาว...

เวลาเดียวกันนั้น เซนต์โดนเรวดีเชิญมาพบที่ห้องทำงานของเธอ

“ขอโทษที่รบกวนให้ผู้กองมาที่นี่ คงไม่ถือนะคะ”

“แค่ตึกเดียว ผมเดินไหวครับ”

เรวดีเป็นการเป็นงาน ลุกขึ้นพลางหยิบแฟ้มติดมือมายืนตรงหน้าเซนต์แล้วผายมือให้นั่งที่โซฟาคุยงานกัน

“ฉันได้ตรวจย้อนที่มาของเหยี่ยวรัตติกาลแล้วค่ะ พบว่าเกิดขึ้นครั้งแรกตอนที่คุณราตรีกับคุณนุชนาถถูกคนร้ายซุ่มยิง ฉันคิดว่าผู้หญิงสองคนนี้หรือใครคนหนึ่งต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล”

“ครึ่งหนึ่งผมคิดว่าเป็นความบังเอิญ อีกครึ่งผมคิดว่าอาจเป็นไปได้อย่างที่คุณเรวดีคิด ผมก็เลยตัดสินใจติดตามดูคุณราตรีอย่างใกล้ชิด”

“ที่แท้เป็นแบบนี้เอง นึกว่าผู้กองตามจีบคุณราตรีซะอีก”

เซนต์ยิ้มไม่ตอบ เรวดีมองสบตาเขาอึดใจก่อนบอกว่าดีใจที่เราคิดตรงกัน แล้วถามความเห็นเกี่ยวกับนุชนาถ เซนต์บอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้

“อีกจุดหนึ่งที่ฉันสังเกต...ฉันพบว่าศัตรูคนสำคัญของเหยี่ยวรัตติกาลคือนายพิเชษฐ์หรือคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของนายพิเชษฐ์” เซนต์พยักหน้ารับ เรวดีจึงรู้ว่าที่แท้เขาก็ตามดูอยู่แล้วเหมือนกัน

“หวังว่าคุณคงไม่คิดว่าผมตามจีบพวกนั้น”

เซนต์ตลกหน้าตาย เรวดีขำก๊าก ชมว่าเขาเก่งสมชื่อ...เมื่อเธอขอให้เขาเลี้ยงอาหารสักมื้อเพราะยังมีเรื่องต้องปรึกษาอีกเยอะ เซนต์ตกลงด้วยความเต็มใจ

ooooooo

แยกจากเรวดีในเย็นนั้นแล้ว เซนต์รีบไปหาราตรีที่สำนักพิมพ์ คุยกันเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลก่อนจะวกมาจีบเธอ

ราตรีรู้ทันแต่พยายามขีดเส้นแบ่งไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปมากกว่านี้ เพราะเขาคือตำรวจ ส่วนเธอคือเหยี่ยวรัตติกาล โอกาสลงเอยแทบไม่มี...

หลังจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวเหยี่ยวรัตติกาลว่าฮึกเหิมท้าทายกฎหมาย โหดเหี้ยมเป็นภัยต่อสังคม สื่อจึงบีบทางการให้จัดหน่วยออกปราบปราม ทำให้ประชาชนที่สนับสนุนนางเหยี่ยวออกมาคัดค้านโดยรวมตัวกันอยู่หน้าสำนักพิมพ์อธิปไตย

ราตรีร้อนใจบอกลูกน้องว่าเราต้องเกลี้ยกล่อมให้ม็อบสลายตัว ทำแบบนี้จะทำให้หนังสือพิมพ์เราถูกเพ่งเล็งหาว่าสร้างเรื่องขึ้นมา แต่ไม่ทันที่พวกราตรีจะทำอะไร เซนต์ก็มาพร้อมก้องเกียรติแล้วเจรจากับผู้ชุมนุมจนยอมสลายตัวไปในที่สุด แม้จะมีเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นบ้างก็ตาม

เวลาเดียวกัน เศรษฐาก็อยู่ไม่เป็นสุข เรียกเรวดีมากำชับว่าต้องจัดการเหยี่ยวรัตติกาลโดยเร็วก่อนที่สังคมจะถูกครอบงำ เรวดีบอกว่าตนกับผู้กองเซนต์กำลังดำเนินการอยู่

“แน่ใจนะ พ่อได้รับรายงานว่าผู้กองเซนต์สนิทกับ บก. หนังสือพิมพ์อธิปไตยที่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาลอยู่”

“แค่เรื่องงานค่ะ ผู้กองเซนต์คิดว่าคุณราตรีอาจมีอะไรเกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล”

“งั้นก็แล้วไป”

“ตอนนี้หนูกำลังจับตาดูนายพิเชษฐ์อยู่ด้วยค่ะ”

“อ้าวทำไมล่ะ คุณพิเชษฐ์เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีชื่อในสังคมนะลูก”

“ค่ะ แต่เหยี่ยวรัตติกาลสนใจนายพิเชษฐ์เป็นพิเศษ คนที่เหยี่ยวรัตติกาลสนใจมักจะมีเบื้องหลัง คุณพ่อคงไม่ติดใจอะไรนะคะ เรื่องที่หนูจะตรวจสอบนายพิเชษฐ์ ซึ่งจะเป็นการนำไปสู่การจับกุมเหยี่ยวรัตติกาล”

“พ่อไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว เป็นเรื่องของลูก พ่อไม่เกี่ยว”

“ขอบคุณค่ะ”

“ระวังตัวให้ดีนะลูก เหยี่ยวรัตติกาลอันตรายมาก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มีผู้กองเซนต์คอยดูหนูอยู่แล้ว” เรวดียิ้มมั่นใจ แต่คนเป็นพ่อยังไงก็เป็นห่วงลูกอยู่ดี

ooooooo

เซนต์กับราตรีกินอาหารค่ำด้วยกันที่ร้านแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มอยากไปขอบคุณพ่อของเธอที่ให้เหรียญปลุกเสกไว้ป้องกันตัว ราตรีตกลงแต่ขอถามท่านดูก่อนว่าว่างเมื่อไหร่

ค่ำวันเดียวกัน อีทกับพีทมีโอกาสได้ช่วยเหลือทัชเด็กวัยรุ่นที่ต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย สองคนสงสารและเห็นใจทัช มีอะไรให้โทร.หาตนได้ตามนามบัตร

ผ่านไปแค่วันเดียว ราตรีก็พาเซนต์มาพบศักดิ์สิทธิ์พ่อของเธอถึงบ้าน ทั้งพ่อและแม่ต้อนรับผู้กองด้วยดีก่อนที่พ่อจะพูดเรื่องเหรียญปลุกเสกที่ให้ไปว่าสามารถป้องกันพลังร้ายทั้งปวง รวมทั้งเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเจอมากับตัวเองแล้ว

“ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับเหยี่ยวรัตติกาลอีก พยายามเอาเหรียญนี้ออกมา จะสกัดเหยี่ยวรัตติกาลผ่อนหนักให้เป็นเบาได้”

“ครับ ผมจะจำไว้ครับ”

“ผมรู้ว่าอาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนสมัยใหม่อย่างผู้กอง”

“ไม่หรอกครับ ผมเป็นคนที่ถือสุภาษิตว่าถึงไม่เชื่อก็ไม่ควรที่จะลบหลู่”

ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มอย่างโล่งใจ เซนต์ไม่เชื่อเต็มร้อยแต่ก็ยิ้มรับขอบคุณที่ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นห่วง ครั้นออกจากบ้านมาพร้อมราตรี เซนต์ชื่นชมพ่อแม่ของเธอน่ารักมาก

“ค่ะ ท่านน่ารักกับทุกคนที่ฉันพามารู้จัก”

“หา! มีคนอื่นนอกจากผมเหรอครับ”

“อ้าว...แน่นอน...ฉันก็ไม่ใช่คนขี้เหร่นี่”

“ผมว่าท่านน่ารักกับผมเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณยังถามเลยว่าเมื่อไหร่ผมจะมาขอคุณ”

ราตรีรู้ว่าเขาอำ แต่แกล้งถามขำๆว่า “ตกลงเมื่อไหร่คะ”

“เรื่องนายพิเชษฐ์กับเหยี่ยวรัตติกาลจบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

“ถ้างั้นคงอีกนาน”

“โห...ดูถูกน่าดู”

ทั้งสองต่างขำกัน เซนต์จ้องราตรีสายตาเป็นประกาย คำพูดแม้จะดูเหมือนทีเล่นทีจริง แต่รู้สึกอิ่มใจที่เธอไม่ตัดเยื่อใย ส่วนราตรีฝืนยิ้มในใจมีแต่ความกังวล

ooooooo

อีทบอกเรื่องที่ตนกำลังตามข่าวการลักลอบค้ามนุษย์กับก้องเกียรติ และอาจเกี่ยวข้องกับคดีที่ก้องเกียรติกำลังตามสืบอยู่ ทั้งคู่จึงต้องร่วมมือกันจัดการกับคดีนี้ นั่นหมายความว่าเขาและเธอต้องเจอกันบ่อยขึ้น

ส่วนเซนต์ที่ต้องร่วมมือกับเรวดีทำคดีเหยี่ยวรัตติกาล เที่ยงวันหนึ่งเธอจัดฉากพาเซนต์มาที่ร้านอาหารหรูภายในโรงแรมหลังรู้ว่าพิเชษฐ์จะมาที่นี่แต่ไม่ได้บอกเซนต์ให้รู้ตัวก่อน

เรวดีทำเป็นบังเอิญเจอพิเชษฐ์แล้วเข้าไปทักทายโดยให้เซนต์นั่งรอเฉยๆเพราะมั่นใจว่าตัวเองเอาอยู่ พิเชษฐ์ปากหวานใส่เรวดีว่าเป็นอัยการคนโปรดของตน เขาเห็นด้วยที่เธอกำลังล่าเหยี่ยวรัตติกาลมาลงโทษ

“แต่ดิฉันกำลังสงสัยว่าทำไมเหยี่ยวรัตติกาลถึงตามล่าคนที่ทำงานในองค์กรของคุณ” เรวดียิงตรงจนอีกฝ่ายคาดไม่ถึง

“เหยี่ยวรัตติกาลเป็นคนร้าย จะตามล่าใคร ผมไม่สามารถคาดเดาได้”

“ก็จริงค่ะ แต่น่าสนใจตรงคนที่เหยี่ยวรัตติกาลตามล่ามักจะเป็นคนมีประวัติไม่ดี”

“ผมเห็นจะต้องรอบคอบอีกหน่อยตอนรับคนเข้ามาทำงาน”

“ดีค่ะ ดิฉันไม่อยากเห็นเหยี่ยวรัตติกาลพลอยมาเล่นงานคุณด้วย”

“ผมคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับผมนะครับ”

“นั่นน่ะสิคะ ถ้าไม่รังเกียจดิฉันอยากจะแวะไปที่ทำงานสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมศักดิ์หน่อยได้ไหมคะ”

“อ้อ...ดีครับ...ด้วยความยินดี”

“ขอบคุณค่ะ ถือว่าเป็นการช่วยทางการปราบปรามเหยี่ยวรัตติกาลก็แล้วกันนะคะ”

พิเชษฐ์จ้องเรวดีแล้วชำเลืองมาทางโต๊ะของเซนต์ เซนต์ยกมือทักทาย พิเชษฐ์พยักหน้าเป็นเชิงรับแล้วหันกลับมาทางเรวดีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น แต่หญิงสาวยิ้มตอบอย่างไม่สะทกสะเทือน

เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน เซนต์ชื่นชมเรวดีกล้าเผชิญหน้านายพิเชษฐ์ ขณะที่เธอเองต้องขอโทษที่หลอกเขาว่าจะพาไปเลี้ยง

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานซะเต็มที่เลย”

“อย่างน้อยนายพิเชษฐ์พลาดท่าให้ฉันไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับนายสมศักดิ์จนได้”

“ผมเชื่อว่าคุณเรวดีคงรู้เรื่องนายสมศักดิ์หมดแล้ว”

“รู้ทันอีกแล้ว...ค่ะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนายสมศักดิ์ แต่อยากเข้าไปดูว่าจะหาทางเจาะความลับของนายพิเชษฐ์ได้ยังไง”

เซนต์หมดคำพูด ส่งยิ้มอย่างสุดทึ่ง ยอมรับในความฉลาดหลักแหลมของหญิงสาว

ooooooo

ในเวลาเดียวกันนั้นพิเชษฐ์เรียกประชุมบรรดานักธุรกิจเครือข่ายของตนอย่างเร่งด่วน ท่าทางเขาไม่สบอารมณ์บอกทุกคนว่า

“เป็นเพราะนายสมศักดิ์คนเดียวที่ก่อเรื่องจนองค์กรของเรากลายเป็นจุดสนใจ ไม่ใช่แค่เหยี่ยวรัตติกาลเท่านั้น แต่ตอนนี้กฎหมายก็เริ่มเข้ามาพัวพัน”

“แต่เรามีเส้นสายที่จะหยุดได้” สมาชิกคนหนึ่งท้วงขึ้นมา พิเชษฐ์อธิบายว่าด้วยกฎอาจจะสั่งให้หยุดได้ แต่ถ้าบุคคลไม่ยอมหยุดก็ต้องระวัง สมาชิกอีกคนถามว่าเขาหมายถึงทนายความหญิง บก.หนังสือพิมพ์อธิปไตย น่าจะสั่งปิดได้

ทันใดเสียงงึมงำออกความเห็นดังจากทุกคน พิเชษฐ์ตวาดคำเดียวให้เงียบ ทุกคนอยู่ในความสงบทันที

“ตอนนี้มีผู้กองเซนต์และอัยการเรวดีเพิ่มเข้ามาอีก ถ้าพวกท่านไม่ระวังล่ะก็...”

“ไม่เห็นจะต้องกลัว พวกเราคุมอยู่ทุกองค์กร แค่...”

เสียงคัดค้านไม่ทันจบ พิเชษฐ์ตวัดมือเสียงปืนดังเปรี้ยง! ผู้คัดค้านกระเด็นเก้าอี้หงายคว่ำไป คนอื่นๆ พากันเงียบกริบไม่กล้าฮือ

“ตอนนี้ประชาชนในประเทศนี้กำลังตื่นตัว เล่นละครตบตาได้ไม่ง่ายเหมือนก่อน มีหน่วยงานปราบคอร์รัปชันขึ้นมามากมาย พวกท่านทำงานตามปกติ ส่วนเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลเรามีแผนที่จะจัดการอยู่แล้ว”

จบคำของพิเชษฐ์ สมาชิกทุกคนต่างปรบมือสนับสนุนโดยพร้อมเพรียง

ooooooo

เซนต์ดีใจมากที่ราตรีมีเรื่องไม่สบายใจแล้วคิดถึงเขาเป็นคนแรก เธอโทร.ให้เขามาหาที่สำนักงาน ตั้งคำถามอย่างอัดอั้นตันใจว่า

“ผู้กองคิดว่าเหยี่ยวรัตติกาลโหดเหี้ยมเกินไปหรือเปล่าคะ”

“ถามผมเนี่ยนะ”

“ก็...คุณเคยเจอมาแล้ว”

“เฮ้อ! คุณเป็นแฟนคลับเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ผมตอบไม่ดีอาจซวยได้”

“รับรองได้ค่ะว่าจะเป็นกลางอย่างที่สุด”

“ผมคิดว่าโหดไปครับ”

“ฉันก็คิดเหมือนกัน”

“อย่าคิดมากเลยครับ ถือว่ากรรม ใครก่อไว้ก็ได้รับกรรมนั้น”

ราตรีฝืนยิ้ม สีหน้าและแววตายังมีความกังวล เซนต์เลยพาเธอไปพักผ่อนแถวชายทะเล ดูน้ำดูฟ้าสวยๆเผื่อจะสบายใจขึ้นบ้าง

“ผมเห็นคุณไม่สบายใจเลยถือโอกาสพาไปเที่ยวทะเลซะหน่อย เดี๋ยวผมจะร้องเพลงให้ฟังด้วย”

“อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะยิ่งแย่ใหญ่”

“ผมก็ว่าอย่างงั้น”

“ขอบคุณที่โม้เรื่องไร้สาระทำให้ฉันสบายใจขึ้น”

“ดีครับ เพราะตอนนี้ผมเริ่มจะหมดมุกแล้ว”

ราตรีกลั้นหัวเราะ รู้สึกดีที่มีเขาเคียงข้าง...ถึงจุดหมาย สองคนเลือกร้านกาแฟนั่งมองเห็นชายหาดและทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา จิบกาแฟไปคุยกันไป โดยทั้งคู่มีข้อแม้ว่าห้ามคุยเรื่องงาน

ooooooo

เย็นนั้นเซนต์ต้องรีบกลับเพราะมีนัดกับเรวดีที่ต้องไปพบนายพิเชษฐ์ที่บริษัท เมื่อทั้งคู่ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

“เชิญครับ คุณอัยการ”

“ขอบคุณค่ะ คุณพิเชษฐ์คงรู้จักผู้กองเซนต์แล้วนะคะ”

“ผู้กองเซนต์ ตำรวจหนุ่มไฟแรง ยึดมั่นอุดมการณ์ยอมหักไม่ยอมงอ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักครับ”

“บอกแล้วจะไม่เชื่อ คนดีๆไม่ค่อยมีใครรู้จักผมหรอกครับ”

พิเชษฐ์ยิ้มบางๆผายมือเชิญทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะประชุม โดยตัวเองนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วเปิดประเด็น

“อยากจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณสมศักดิ์ ผมพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม”

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ”

พิเชษฐ์สีหน้าเรียบนิ่งสบตากับเซนต์ที่มองมาอย่างท้าทาย เซนต์ยิ้มตอบไม่มีแววของความสะทกสะท้าน

“ที่ว่าคุณสมศักดิ์เป็นมาเฟียทำธุรกิจนอกกฎหมายหลายอย่างจริงไหมคะ”

เรวดียิงตรงจุด สายตาจ้องนายพิเชษฐ์จับพิรุธด้วยรอยยิ้มสดใส

“เฮ้อ...คนเราดูยากจริงๆนะครับ คำตอบก็คือผมไม่ทราบ ผมถามหน่อย ทุกวันนี้คุณอัยการมั่นใจได้ยังไงว่าคนดีๆรอบตัวคุณ ในองค์กรของคุณ หรือทุกองค์กรเป็นคนดีทั้งหมด อาจจะมีบางคนที่คอร์รัปชันรับสินบนจากคนอย่างคุณสมศักดิ์อยู่ก็ได้”

เรวดีกับเซนต์นิ่งอึ้งไม่มีคำตอบ พิเชษฐ์ยิ้มเยาะอย่างสะใจ แล้วไม่ว่าทั้งคู่จะถามอะไร เขาก็ตอบแก้เกมได้หมด เรียกว่าทำการบ้านมาดีมาก จนเรวดีหงุดหงิดแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่

เมื่อพากันกลับออกมา เรวดีกระแทกเสียงบ่นขณะนั่งมาในรถที่เซนต์เป็นคนขับ

“หมั่นไส้นายพิเชษฐ์มาก มีหลายตอนที่อยากจะตบให้ซักเปรี้ยง ไม่ต้องถึงมือเหยี่ยวรัตติกาล”

“อ้าว...คุณกำลังเชียร์เหยี่ยวรัตติกาลอยู่นะครับ แต่อย่างน้อยแผนของคุณที่จะหาทางเข้าไปเจาะข้อมูลของนายพิเชษฐ์ก็ได้ผล”

เรวดีเปลี่ยนท่าทีจากหงุดหงิดเป็นตื่นเต้น โพล่งขึ้น “บอกมานะว่าผู้กองเก็บรายละเอียดโลเกชั่นไว้หมดแล้ว”

“แน่นอน”

“เยส...ผู้กองคนเก่ง”

“ค่ำแล้ว ผมไปส่งคุณที่บ้านเลยดีกว่าจะได้ชัวร์ว่าคุณถึงอย่างปลอดภัย”

“ลำบากผู้กองแย่”

“ลำบากน่ะไม่แย่หรอกครับ ถูกท่าน ผบ.เศรษฐาเล่นงานแย่กว่า”

เซนต์พูดติดตลกจนเธออดขำไม่ได้ รถแล่นต่อไปจนกระทั่งชายหนุ่มเลี้ยวเข้าซอยบ้านของหญิงสาว แต่แล้วก็ต้องเบรกพรืดเพราะมีชายคนหนึ่งยืนขวางถนน

เชนนั่นเอง! ด้านหลังของเขามีรถตู้จอดเป็นกำแพงไม่ให้ฝ่าไปได้ เรวดีตกใจ เซนต์กระชากปืนขึ้นมาพร้อมเร่งเธอ

“เร็วครับ เราต้องรีบลงจากรถ”

พริบตานั้นพวกมันโผล่ออกมาจากหลังรถตู้

ห้าคนยืนเรียงหน้ากระดาน ในมือมีปืนยิงเร็วกราดกระสุนเข้าใส่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เซนต์ดึงเรวดีให้หมอบลง พร้อมกันนั้นยิงปืนออกไป แต่ไม่อาจทานพวกมันได้

สถานการณ์คับขัน! แต่แล้วเสียงเหยี่ยวร้องก้องกังวาน พวกมันถึงกับหยุดชะงัก เชนกวาดสายตามองบนท้องฟ้ายามราตรีที่ค่อนข้างมืด สีหน้าเขาเยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว!

ทันใดนั้นเงาทะมึนพุ่งจากเบื้องบนเข้าใส่ร่างเชน เชนพุ่งตัวหลบกลิ้งไปตามพื้น พอดีดตัวขึ้นมาก็พบว่าร่างของเหยี่ยวรัตติกาลยืนอยู่บนหลังคารถของผู้กองเซนต์เรียบร้อยแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.