ตอนที่ 3
แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่เพราะเซนต์และก้องเกียรติมีสติจึงรอดปลอดภัย แถมล่อหลอกให้คนร้ายตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีความผิด แล้วยังโทร.มาบอกเล่าให้สุชาติประหวั่นพรั่นพรึงไปอีกคน
หลังเสร็จภารกิจ เซนต์แยกตัวไปที่สำนักงานอธิปไตย แจ้งเจ้าหน้าที่ต้อนรับว่ามาพบราตรีแต่อยากเซอร์ไพรส์ไม่ให้เธอรู้ พนักงานสาวรับปากแต่แอบโทร.บอกเจ้านายเพราะกลัวโดนดุ
ราตรีรับรู้และจะแกล้งทำเป็นเซอร์ไพรส์อย่างที่พนักงานของตนขอร้องป้องกันผู้กองโกรธ เซนต์ไม่รู้อะไรเลย พอใจที่เห็นราตรีมีการตื่นเต้นที่เขาปรากฏตัวโดยไม่บอกกล่าว
หลังจากเล่าเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นให้ราตรีฟัง เซนต์ชวนเธอไปกินข้าว แล้วขากลับไปส่งเธอที่คอนโดสองคนคุยกันเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลที่ทำนอกกฎหมาย ซึ่งเซนต์ก็จะทำนอกกฎนอกระเบียบด้วยเหมือนกัน
“ในเมื่อคนชั่วไม่สนกฎหมาย ทำแต่ความผิด ผมก็จะใช้เกมที่พวกมันเล่นจัดการกับพวกมัน”
ราตรีนึกไม่ถึงและทักท้วงเขาด้วยความเป็นห่วง เซนต์ยิ้มดีใจกับความห่วงใยนั้น แต่ทันใดสองคนก็สะดุ้งไปด้วยกันเพราะรถโดนชนท้าย เซนต์คาดว่าคนขับคงหลับใน ลงมาดูถึงรู้ว่าไม่ใช่แต่เป็นการจงใจปล้นจี้ต่างหาก
กลายเป็นพวกโจรชะตาขาด โดนเหยี่ยวรัตติกาลฆ่าตายหมดหลังจากมันใช้ด้ามปืนฟาดท้ายทอยผู้กองเซนต์จนหมดสติ
เซนต์รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่ห้องพักของราตรีภายในคอนโด ราตรีโกหกว่าหลังจากเขาสลบคนร้ายพากันหนีไปหมด พวกมันคงคิดได้ว่าไม่ควรตอแยกับผู้กองคนเก่ง
“ถ้ามันคิดได้เร็วอีกนิด ผมก็ไม่ต้องเจ็บตัว...ว่าแต่คุณลากผมขึ้นมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”
“อ๋อ...ฉันให้รปภ.ช่วยหิ้วปีกคุณขึ้นมาค่ะ”
“แล้วไป ถ้าคุณแบกผมขึ้นมาคนเดียว เลิกคบแน่”
ราตรียิ้มขำ ถามเขาว่าดื่มกาแฟสักแก้วไหม เซนต์ปฏิเสธและขอตัวกลับเพราะดึกแล้ว แต่ไม่วายบ่นว่าวันนี้เสียท่าพระเอกหมดเลย
“ไม่หรอกค่ะ พระเอกยอมเจ็บตัวเพื่อช่วย...”
“นางเอก”
“ช่วยเหลือนักข่าวหญิงให้พ้นภัย ถือว่าไม่เสียหาย”
หนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันก่อนกล่าวลากู๊ดไนต์กันและกัน แล้วเซนต์ก็กลับไปอย่างมีความสุข
ooooooo
กลางดึกคืนนั้น ราตรีสะดุ้งพรวดตื่นขึ้นมาหลังจากฝันเห็นตนเองสู้กับคนร้าย พอฟ้าสางเธอรีบเดินทางไปพบพ่อที่บ้านด้วยความร้อนใจ
“เหยี่ยวรัตติกาลรุนแรงอย่างที่คุณพ่อบอกจริงๆค่ะ ลูกจะทำยังไงดีคะ”
“พ่อจะลองปรึกษาท่านเจ้าอาวาสดู ระหว่างนี้ลูกก็ต้องลดการเป็นเหยี่ยวรัตติกาลลงบ้าง”
“คงยากค่ะคุณพ่อ บ้านเมืองเต็มไปด้วยคนชั่วเกินกำลังที่กฎหมายจะจัดการ คนชั่วไม่หยุด ลูกหยุดไม่ได้หรอกค่ะ”
“ลูกพยายามควบคุมตัวเองหน่อยก็แล้วกัน อย่าให้เหยี่ยวรัตติกาลทำให้ลูกของพ่อกลับกลายเป็นคนร้ายซะเอง”
ราตรีนิ่งอึ้งไม่มีคำตอบใดๆ ทันทีที่ออกจากบ้านพ่อ เธอตรงดิ่งไปยังห้องประชุมกองบังคับการตำรวจ ซึ่งมีการแถลงข่าวนำโดยเศรษฐา ร่วมด้วยผู้กองเซนต์และเรวดี มีนักข่าวกว่าสิบคนให้ความสนใจ
“เรื่องสำคัญในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลที่ก่อเหตุอุกอาจทารุณ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทางการได้มอบหมายให้ผู้กองเซนต์และอัยการเรวดีติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และนำตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาลงโทษให้ได้”
“แล้วคดีอื่นๆที่ค้างคาอยู่ล่ะคะ ท่านจัดให้ใครติดตามเอาตัวคนร้ายมาลงโทษหรือยังคะ”
ทุกสายตาหันไปมองเจ้าของคำถามนั้น ปรากฏว่าเป็นราตรี เธอรอฟังคำตอบโดยมองสบตาผู้กองเซนต์ก่อนรุกเร่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ว่าไงคะผู้กองเซนต์”
“ท่าน ผบ.เศรษฐาน่าจะตอบได้ดีกว่าผมครับ”
เซนต์รีบโบ้ย ราตรีกลั้นขำรู้ทันว่าเขาโยนเผือกร้อนให้ผู้บังคับบัญชา เศรษฐาอึกอักเล็กน้อยก่อนชี้แจงว่าทุกคดีเรามีหน่วยติดตามปฏิบัติงานอยู่แล้ว ตอนนี้เรื่องเหยี่ยวรัตติกาลเป็นเรื่องเร่งด่วน
“แต่เหยี่ยวรัตติกาลก็ทำให้คนชั่วลดน้อยลง นี่ถ้าท่านเชิญเหยี่ยวรัตติกาลมาคุยดีๆ เหยี่ยวรัตติกาลอาจจะช่วยหน่วยงานของท่านได้นะคะ”
เสียงนักข่าวงึมงำ ส่วนใหญ่เห็นด้วย เศรษฐาถึงกับพูดไม่ออก เรวดีจ้องมองราตรีอย่างสนใจ ราตรีจ้องตอบเธอเช่นกัน อวยพรให้ท่านอัยการทำงานสำเร็จ
“ขอบคุณค่ะ คุณ...”
“ราตรี...จากหนังสือพิมพ์อธิปไตยค่ะ”
“ดิฉันยังใหม่ แต่เชื่อว่าผู้กองเซนต์คนเก่งของเราจะทำให้งานสำเร็จไปด้วยดีค่ะ”
ราตรีส่งยิ้มให้เขา บอกว่าจะรอติดตามผลงานของผู้กอง เซนต์ก้มศีรษะให้เล็กน้อยเป็นเชิงรับ ราตรีหมดคำถามก้าวเดินออกไป นักข่าวอื่นๆส่งเสียงฮือฮาแล้วถามกันเซ็งแซ่
หลังจบการแถลงข่าว เศรษฐาอารมณ์ไม่ดี เดินนำเซนต์กับเรวดีเข้าไปในห้องทำงานแล้วถามกึ่งตำหนิลูกน้อง
“ผมจำได้ว่าเคยบอกให้คุณปราม บก. หนังสือพิมพ์อธิปไตยเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลแล้ว”
“ครับผมคุยแล้ว แต่เธอยืนยันสิทธิเสรีภาพของสื่อ”
“ทำไมต้องปรามด้วยคะคุณพ่อ เหยี่ยวรัตติกาลจัดการกับพวกคนชั่วจริงๆ สื่อไม่ได้บิดเบือน เรามีหน้าที่ต้องจับกุมตามกฎหมายก็ทำไป”
เซนต์คาดไม่ถึงมองเรวดีทึ่งๆ เศรษฐาไม่สบ อารมณ์ ตัดบทให้ทั้งสองคนไปทำงาน
เมื่อแยกตัวออกมา เซนต์อดเปรยกับเรวดีไม่ได้ว่าน่าแปลกใจที่เธอค้านท่าน ผบ.เรื่องปรามสื่อ
“ไม่เห็นจะน่าแปลกใจตรงไหนนี่คะ ในเมื่อเอาระบบประชาธิปไตยมาอ้างกันนัก อ้างได้ก็ต้องรับได้เต็มร้อยด้วยเหมือนกัน”
คำตอบของหญิงสาวทำให้เซนต์ยิ้มบางๆอย่างพอใจ หลังจากนั้นเขาโทร.ไปบอกราตรีว่าเรวดีปลื้มเธอมาก คิดว่าสื่อมีสิทธิ์เต็มร้อย แต่เศรษฐากลับไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
“งั้นก็คงยิ่งไม่ปลื้ม ถ้าเห็นพาดหัวข่าวพรุ่งนี้”
เซนต์ชะงักแปลกใจ ราตรีวางสายแล้วรีบเข้าห้องประชุมเพราะลูกน้องรออยู่ ผ่านไปสักครู่หลังคุยรายละเอียดกันแล้ว ราตรีก็สรุปว่าจะพาดหัวข่าวว่า... ทางการจัดทีมไล่ล่าเหยี่ยวรัตติกาลเพราะทารุณกับพวกอาชญากร
“พี่ราตรีเอาจริงเหรอคะ” อีทถามเพื่อความชัวร์
“แน่นอน หัวข่าวนี้มาจากคำพูดของท่าน ผบ.เอง ไม่เห็นจะผิดตรงไหน”
ทุกคนต่างมองหน้ากันยิ้มด้วยความพอใจในความเก่งกล้าไม่กลัวใครของนายสาว...
เวลาเดียวกันนั้น เซนต์โดนเรวดีเชิญมาพบที่ห้องทำงานของเธอ
“ขอโทษที่รบกวนให้ผู้กองมาที่นี่ คงไม่ถือนะคะ”
“แค่ตึกเดียว ผมเดินไหวครับ”
เรวดีเป็นการเป็นงาน ลุกขึ้นพลางหยิบแฟ้มติดมือมายืนตรงหน้าเซนต์แล้วผายมือให้นั่งที่โซฟาคุยงานกัน
“ฉันได้ตรวจย้อนที่มาของเหยี่ยวรัตติกาลแล้วค่ะ พบว่าเกิดขึ้นครั้งแรกตอนที่คุณราตรีกับคุณนุชนาถถูกคนร้ายซุ่มยิง ฉันคิดว่าผู้หญิงสองคนนี้หรือใครคนหนึ่งต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“ครึ่งหนึ่งผมคิดว่าเป็นความบังเอิญ อีกครึ่งผมคิดว่าอาจเป็นไปได้อย่างที่คุณเรวดีคิด ผมก็เลยตัดสินใจติดตามดูคุณราตรีอย่างใกล้ชิด”
“ที่แท้เป็นแบบนี้เอง นึกว่าผู้กองตามจีบคุณราตรีซะอีก”
เซนต์ยิ้มไม่ตอบ เรวดีมองสบตาเขาอึดใจก่อนบอกว่าดีใจที่เราคิดตรงกัน แล้วถามความเห็นเกี่ยวกับนุชนาถ เซนต์บอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
“อีกจุดหนึ่งที่ฉันสังเกต...ฉันพบว่าศัตรูคนสำคัญของเหยี่ยวรัตติกาลคือนายพิเชษฐ์หรือคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของนายพิเชษฐ์” เซนต์พยักหน้ารับ เรวดีจึงรู้ว่าที่แท้เขาก็ตามดูอยู่แล้วเหมือนกัน
“หวังว่าคุณคงไม่คิดว่าผมตามจีบพวกนั้น”
เซนต์ตลกหน้าตาย เรวดีขำก๊าก ชมว่าเขาเก่งสมชื่อ...เมื่อเธอขอให้เขาเลี้ยงอาหารสักมื้อเพราะยังมีเรื่องต้องปรึกษาอีกเยอะ เซนต์ตกลงด้วยความเต็มใจ
ooooooo
แยกจากเรวดีในเย็นนั้นแล้ว เซนต์รีบไปหาราตรีที่สำนักพิมพ์ คุยกันเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลก่อนจะวกมาจีบเธอ
ราตรีรู้ทันแต่พยายามขีดเส้นแบ่งไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปมากกว่านี้ เพราะเขาคือตำรวจ ส่วนเธอคือเหยี่ยวรัตติกาล โอกาสลงเอยแทบไม่มี...
หลังจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวเหยี่ยวรัตติกาลว่าฮึกเหิมท้าทายกฎหมาย โหดเหี้ยมเป็นภัยต่อสังคม สื่อจึงบีบทางการให้จัดหน่วยออกปราบปราม ทำให้ประชาชนที่สนับสนุนนางเหยี่ยวออกมาคัดค้านโดยรวมตัวกันอยู่หน้าสำนักพิมพ์อธิปไตย
ราตรีร้อนใจบอกลูกน้องว่าเราต้องเกลี้ยกล่อมให้ม็อบสลายตัว ทำแบบนี้จะทำให้หนังสือพิมพ์เราถูกเพ่งเล็งหาว่าสร้างเรื่องขึ้นมา แต่ไม่ทันที่พวกราตรีจะทำอะไร เซนต์ก็มาพร้อมก้องเกียรติแล้วเจรจากับผู้ชุมนุมจนยอมสลายตัวไปในที่สุด แม้จะมีเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นบ้างก็ตาม
เวลาเดียวกัน เศรษฐาก็อยู่ไม่เป็นสุข เรียกเรวดีมากำชับว่าต้องจัดการเหยี่ยวรัตติกาลโดยเร็วก่อนที่สังคมจะถูกครอบงำ เรวดีบอกว่าตนกับผู้กองเซนต์กำลังดำเนินการอยู่
“แน่ใจนะ พ่อได้รับรายงานว่าผู้กองเซนต์สนิทกับ บก. หนังสือพิมพ์อธิปไตยที่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาลอยู่”
“แค่เรื่องงานค่ะ ผู้กองเซนต์คิดว่าคุณราตรีอาจมีอะไรเกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“งั้นก็แล้วไป”
“ตอนนี้หนูกำลังจับตาดูนายพิเชษฐ์อยู่ด้วยค่ะ”
“อ้าวทำไมล่ะ คุณพิเชษฐ์เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีชื่อในสังคมนะลูก”
“ค่ะ แต่เหยี่ยวรัตติกาลสนใจนายพิเชษฐ์เป็นพิเศษ คนที่เหยี่ยวรัตติกาลสนใจมักจะมีเบื้องหลัง คุณพ่อคงไม่ติดใจอะไรนะคะ เรื่องที่หนูจะตรวจสอบนายพิเชษฐ์ ซึ่งจะเป็นการนำไปสู่การจับกุมเหยี่ยวรัตติกาล”
“พ่อไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว เป็นเรื่องของลูก พ่อไม่เกี่ยว”
“ขอบคุณค่ะ”
“ระวังตัวให้ดีนะลูก เหยี่ยวรัตติกาลอันตรายมาก”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มีผู้กองเซนต์คอยดูหนูอยู่แล้ว” เรวดียิ้มมั่นใจ แต่คนเป็นพ่อยังไงก็เป็นห่วงลูกอยู่ดี
ooooooo
เซนต์กับราตรีกินอาหารค่ำด้วยกันที่ร้านแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มอยากไปขอบคุณพ่อของเธอที่ให้เหรียญปลุกเสกไว้ป้องกันตัว ราตรีตกลงแต่ขอถามท่านดูก่อนว่าว่างเมื่อไหร่
ค่ำวันเดียวกัน อีทกับพีทมีโอกาสได้ช่วยเหลือทัชเด็กวัยรุ่นที่ต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย สองคนสงสารและเห็นใจทัช มีอะไรให้โทร.หาตนได้ตามนามบัตร
ผ่านไปแค่วันเดียว ราตรีก็พาเซนต์มาพบศักดิ์สิทธิ์พ่อของเธอถึงบ้าน ทั้งพ่อและแม่ต้อนรับผู้กองด้วยดีก่อนที่พ่อจะพูดเรื่องเหรียญปลุกเสกที่ให้ไปว่าสามารถป้องกันพลังร้ายทั้งปวง รวมทั้งเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเจอมากับตัวเองแล้ว
“ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับเหยี่ยวรัตติกาลอีก พยายามเอาเหรียญนี้ออกมา จะสกัดเหยี่ยวรัตติกาลผ่อนหนักให้เป็นเบาได้”
“ครับ ผมจะจำไว้ครับ”
“ผมรู้ว่าอาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนสมัยใหม่อย่างผู้กอง”
“ไม่หรอกครับ ผมเป็นคนที่ถือสุภาษิตว่าถึงไม่เชื่อก็ไม่ควรที่จะลบหลู่”
ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มอย่างโล่งใจ เซนต์ไม่เชื่อเต็มร้อยแต่ก็ยิ้มรับขอบคุณที่ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นห่วง ครั้นออกจากบ้านมาพร้อมราตรี เซนต์ชื่นชมพ่อแม่ของเธอน่ารักมาก
“ค่ะ ท่านน่ารักกับทุกคนที่ฉันพามารู้จัก”
“หา! มีคนอื่นนอกจากผมเหรอครับ”
“อ้าว...แน่นอน...ฉันก็ไม่ใช่คนขี้เหร่นี่”
“ผมว่าท่านน่ารักกับผมเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณยังถามเลยว่าเมื่อไหร่ผมจะมาขอคุณ”
ราตรีรู้ว่าเขาอำ แต่แกล้งถามขำๆว่า “ตกลงเมื่อไหร่คะ”
“เรื่องนายพิเชษฐ์กับเหยี่ยวรัตติกาลจบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
“ถ้างั้นคงอีกนาน”
“โห...ดูถูกน่าดู”
ทั้งสองต่างขำกัน เซนต์จ้องราตรีสายตาเป็นประกาย คำพูดแม้จะดูเหมือนทีเล่นทีจริง แต่รู้สึกอิ่มใจที่เธอไม่ตัดเยื่อใย ส่วนราตรีฝืนยิ้มในใจมีแต่ความกังวล
ooooooo
อีทบอกเรื่องที่ตนกำลังตามข่าวการลักลอบค้ามนุษย์กับก้องเกียรติ และอาจเกี่ยวข้องกับคดีที่ก้องเกียรติกำลังตามสืบอยู่ ทั้งคู่จึงต้องร่วมมือกันจัดการกับคดีนี้ นั่นหมายความว่าเขาและเธอต้องเจอกันบ่อยขึ้น
ส่วนเซนต์ที่ต้องร่วมมือกับเรวดีทำคดีเหยี่ยวรัตติกาล เที่ยงวันหนึ่งเธอจัดฉากพาเซนต์มาที่ร้านอาหารหรูภายในโรงแรมหลังรู้ว่าพิเชษฐ์จะมาที่นี่แต่ไม่ได้บอกเซนต์ให้รู้ตัวก่อน
เรวดีทำเป็นบังเอิญเจอพิเชษฐ์แล้วเข้าไปทักทายโดยให้เซนต์นั่งรอเฉยๆเพราะมั่นใจว่าตัวเองเอาอยู่ พิเชษฐ์ปากหวานใส่เรวดีว่าเป็นอัยการคนโปรดของตน เขาเห็นด้วยที่เธอกำลังล่าเหยี่ยวรัตติกาลมาลงโทษ
“แต่ดิฉันกำลังสงสัยว่าทำไมเหยี่ยวรัตติกาลถึงตามล่าคนที่ทำงานในองค์กรของคุณ” เรวดียิงตรงจนอีกฝ่ายคาดไม่ถึง
“เหยี่ยวรัตติกาลเป็นคนร้าย จะตามล่าใคร ผมไม่สามารถคาดเดาได้”
“ก็จริงค่ะ แต่น่าสนใจตรงคนที่เหยี่ยวรัตติกาลตามล่ามักจะเป็นคนมีประวัติไม่ดี”
“ผมเห็นจะต้องรอบคอบอีกหน่อยตอนรับคนเข้ามาทำงาน”
“ดีค่ะ ดิฉันไม่อยากเห็นเหยี่ยวรัตติกาลพลอยมาเล่นงานคุณด้วย”
“ผมคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับผมนะครับ”
“นั่นน่ะสิคะ ถ้าไม่รังเกียจดิฉันอยากจะแวะไปที่ทำงานสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมศักดิ์หน่อยได้ไหมคะ”
“อ้อ...ดีครับ...ด้วยความยินดี”
“ขอบคุณค่ะ ถือว่าเป็นการช่วยทางการปราบปรามเหยี่ยวรัตติกาลก็แล้วกันนะคะ”
พิเชษฐ์จ้องเรวดีแล้วชำเลืองมาทางโต๊ะของเซนต์ เซนต์ยกมือทักทาย พิเชษฐ์พยักหน้าเป็นเชิงรับแล้วหันกลับมาทางเรวดีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น แต่หญิงสาวยิ้มตอบอย่างไม่สะทกสะเทือน
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน เซนต์ชื่นชมเรวดีกล้าเผชิญหน้านายพิเชษฐ์ ขณะที่เธอเองต้องขอโทษที่หลอกเขาว่าจะพาไปเลี้ยง
“ไม่เป็นไรครับ ผมทานซะเต็มที่เลย”
“อย่างน้อยนายพิเชษฐ์พลาดท่าให้ฉันไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับนายสมศักดิ์จนได้”
“ผมเชื่อว่าคุณเรวดีคงรู้เรื่องนายสมศักดิ์หมดแล้ว”
“รู้ทันอีกแล้ว...ค่ะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนายสมศักดิ์ แต่อยากเข้าไปดูว่าจะหาทางเจาะความลับของนายพิเชษฐ์ได้ยังไง”
เซนต์หมดคำพูด ส่งยิ้มอย่างสุดทึ่ง ยอมรับในความฉลาดหลักแหลมของหญิงสาว
ooooooo
ในเวลาเดียวกันนั้นพิเชษฐ์เรียกประชุมบรรดานักธุรกิจเครือข่ายของตนอย่างเร่งด่วน ท่าทางเขาไม่สบอารมณ์บอกทุกคนว่า
“เป็นเพราะนายสมศักดิ์คนเดียวที่ก่อเรื่องจนองค์กรของเรากลายเป็นจุดสนใจ ไม่ใช่แค่เหยี่ยวรัตติกาลเท่านั้น แต่ตอนนี้กฎหมายก็เริ่มเข้ามาพัวพัน”
“แต่เรามีเส้นสายที่จะหยุดได้” สมาชิกคนหนึ่งท้วงขึ้นมา พิเชษฐ์อธิบายว่าด้วยกฎอาจจะสั่งให้หยุดได้ แต่ถ้าบุคคลไม่ยอมหยุดก็ต้องระวัง สมาชิกอีกคนถามว่าเขาหมายถึงทนายความหญิง บก.หนังสือพิมพ์อธิปไตย น่าจะสั่งปิดได้
ทันใดเสียงงึมงำออกความเห็นดังจากทุกคน พิเชษฐ์ตวาดคำเดียวให้เงียบ ทุกคนอยู่ในความสงบทันที
“ตอนนี้มีผู้กองเซนต์และอัยการเรวดีเพิ่มเข้ามาอีก ถ้าพวกท่านไม่ระวังล่ะก็...”
“ไม่เห็นจะต้องกลัว พวกเราคุมอยู่ทุกองค์กร แค่...”
เสียงคัดค้านไม่ทันจบ พิเชษฐ์ตวัดมือเสียงปืนดังเปรี้ยง! ผู้คัดค้านกระเด็นเก้าอี้หงายคว่ำไป คนอื่นๆ พากันเงียบกริบไม่กล้าฮือ
“ตอนนี้ประชาชนในประเทศนี้กำลังตื่นตัว เล่นละครตบตาได้ไม่ง่ายเหมือนก่อน มีหน่วยงานปราบคอร์รัปชันขึ้นมามากมาย พวกท่านทำงานตามปกติ ส่วนเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลเรามีแผนที่จะจัดการอยู่แล้ว”
จบคำของพิเชษฐ์ สมาชิกทุกคนต่างปรบมือสนับสนุนโดยพร้อมเพรียง
ooooooo
เซนต์ดีใจมากที่ราตรีมีเรื่องไม่สบายใจแล้วคิดถึงเขาเป็นคนแรก เธอโทร.ให้เขามาหาที่สำนักงาน ตั้งคำถามอย่างอัดอั้นตันใจว่า
“ผู้กองคิดว่าเหยี่ยวรัตติกาลโหดเหี้ยมเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ถามผมเนี่ยนะ”
“ก็...คุณเคยเจอมาแล้ว”
“เฮ้อ! คุณเป็นแฟนคลับเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ผมตอบไม่ดีอาจซวยได้”
“รับรองได้ค่ะว่าจะเป็นกลางอย่างที่สุด”
“ผมคิดว่าโหดไปครับ”
“ฉันก็คิดเหมือนกัน”
“อย่าคิดมากเลยครับ ถือว่ากรรม ใครก่อไว้ก็ได้รับกรรมนั้น”
ราตรีฝืนยิ้ม สีหน้าและแววตายังมีความกังวล เซนต์เลยพาเธอไปพักผ่อนแถวชายทะเล ดูน้ำดูฟ้าสวยๆเผื่อจะสบายใจขึ้นบ้าง
“ผมเห็นคุณไม่สบายใจเลยถือโอกาสพาไปเที่ยวทะเลซะหน่อย เดี๋ยวผมจะร้องเพลงให้ฟังด้วย”
“อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะยิ่งแย่ใหญ่”
“ผมก็ว่าอย่างงั้น”
“ขอบคุณที่โม้เรื่องไร้สาระทำให้ฉันสบายใจขึ้น”
“ดีครับ เพราะตอนนี้ผมเริ่มจะหมดมุกแล้ว”
ราตรีกลั้นหัวเราะ รู้สึกดีที่มีเขาเคียงข้าง...ถึงจุดหมาย สองคนเลือกร้านกาแฟนั่งมองเห็นชายหาดและทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา จิบกาแฟไปคุยกันไป โดยทั้งคู่มีข้อแม้ว่าห้ามคุยเรื่องงาน
ooooooo
เย็นนั้นเซนต์ต้องรีบกลับเพราะมีนัดกับเรวดีที่ต้องไปพบนายพิเชษฐ์ที่บริษัท เมื่อทั้งคู่ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
“เชิญครับ คุณอัยการ”
“ขอบคุณค่ะ คุณพิเชษฐ์คงรู้จักผู้กองเซนต์แล้วนะคะ”
“ผู้กองเซนต์ ตำรวจหนุ่มไฟแรง ยึดมั่นอุดมการณ์ยอมหักไม่ยอมงอ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักครับ”
“บอกแล้วจะไม่เชื่อ คนดีๆไม่ค่อยมีใครรู้จักผมหรอกครับ”
พิเชษฐ์ยิ้มบางๆผายมือเชิญทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะประชุม โดยตัวเองนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วเปิดประเด็น
“อยากจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณสมศักดิ์ ผมพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม”
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ”
พิเชษฐ์สีหน้าเรียบนิ่งสบตากับเซนต์ที่มองมาอย่างท้าทาย เซนต์ยิ้มตอบไม่มีแววของความสะทกสะท้าน
“ที่ว่าคุณสมศักดิ์เป็นมาเฟียทำธุรกิจนอกกฎหมายหลายอย่างจริงไหมคะ”
เรวดียิงตรงจุด สายตาจ้องนายพิเชษฐ์จับพิรุธด้วยรอยยิ้มสดใส
“เฮ้อ...คนเราดูยากจริงๆนะครับ คำตอบก็คือผมไม่ทราบ ผมถามหน่อย ทุกวันนี้คุณอัยการมั่นใจได้ยังไงว่าคนดีๆรอบตัวคุณ ในองค์กรของคุณ หรือทุกองค์กรเป็นคนดีทั้งหมด อาจจะมีบางคนที่คอร์รัปชันรับสินบนจากคนอย่างคุณสมศักดิ์อยู่ก็ได้”
เรวดีกับเซนต์นิ่งอึ้งไม่มีคำตอบ พิเชษฐ์ยิ้มเยาะอย่างสะใจ แล้วไม่ว่าทั้งคู่จะถามอะไร เขาก็ตอบแก้เกมได้หมด เรียกว่าทำการบ้านมาดีมาก จนเรวดีหงุดหงิดแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่
เมื่อพากันกลับออกมา เรวดีกระแทกเสียงบ่นขณะนั่งมาในรถที่เซนต์เป็นคนขับ
“หมั่นไส้นายพิเชษฐ์มาก มีหลายตอนที่อยากจะตบให้ซักเปรี้ยง ไม่ต้องถึงมือเหยี่ยวรัตติกาล”
“อ้าว...คุณกำลังเชียร์เหยี่ยวรัตติกาลอยู่นะครับ แต่อย่างน้อยแผนของคุณที่จะหาทางเข้าไปเจาะข้อมูลของนายพิเชษฐ์ก็ได้ผล”
เรวดีเปลี่ยนท่าทีจากหงุดหงิดเป็นตื่นเต้น โพล่งขึ้น “บอกมานะว่าผู้กองเก็บรายละเอียดโลเกชั่นไว้หมดแล้ว”
“แน่นอน”
“เยส...ผู้กองคนเก่ง”
“ค่ำแล้ว ผมไปส่งคุณที่บ้านเลยดีกว่าจะได้ชัวร์ว่าคุณถึงอย่างปลอดภัย”
“ลำบากผู้กองแย่”
“ลำบากน่ะไม่แย่หรอกครับ ถูกท่าน ผบ.เศรษฐาเล่นงานแย่กว่า”
เซนต์พูดติดตลกจนเธออดขำไม่ได้ รถแล่นต่อไปจนกระทั่งชายหนุ่มเลี้ยวเข้าซอยบ้านของหญิงสาว แต่แล้วก็ต้องเบรกพรืดเพราะมีชายคนหนึ่งยืนขวางถนน
เชนนั่นเอง! ด้านหลังของเขามีรถตู้จอดเป็นกำแพงไม่ให้ฝ่าไปได้ เรวดีตกใจ เซนต์กระชากปืนขึ้นมาพร้อมเร่งเธอ
“เร็วครับ เราต้องรีบลงจากรถ”
พริบตานั้นพวกมันโผล่ออกมาจากหลังรถตู้
ห้าคนยืนเรียงหน้ากระดาน ในมือมีปืนยิงเร็วกราดกระสุนเข้าใส่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เซนต์ดึงเรวดีให้หมอบลง พร้อมกันนั้นยิงปืนออกไป แต่ไม่อาจทานพวกมันได้
สถานการณ์คับขัน! แต่แล้วเสียงเหยี่ยวร้องก้องกังวาน พวกมันถึงกับหยุดชะงัก เชนกวาดสายตามองบนท้องฟ้ายามราตรีที่ค่อนข้างมืด สีหน้าเขาเยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว!
ทันใดนั้นเงาทะมึนพุ่งจากเบื้องบนเข้าใส่ร่างเชน เชนพุ่งตัวหลบกลิ้งไปตามพื้น พอดีดตัวขึ้นมาก็พบว่าร่างของเหยี่ยวรัตติกาลยืนอยู่บนหลังคารถของผู้กองเซนต์เรียบร้อยแล้ว
ooooooo










