ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คนร้ายหนีลอยนวลไปได้ เซนต์เดินกลับเข้าสำนักพิมพ์พร้อมคุยโทรศัพท์กับก้องเกียรติไปด้วย

“คุณก้องเกียรติส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาที่สำนักพิมพ์อธิปไตย...แล้วก็ตรวจดูหมายเลขทะเบียนรถที่ผมส่งไปให้คุณด่วนที่สุด”

เซนต์วางสายแล้วร้องเรียกราตรีที่หลบอยู่ในห้องทำงาน รู้ว่าเธอไม่เป็นอะไรก็เบาใจ ราตรีกระเซ้าว่าเขาทำหน้าที่คุ้มกันได้ดีมาก

“แสดงว่าผมสอบผ่านตลอด”

“ค่ะ เรื่องคุ้มกันนะคะ”

“มีเรื่องอื่นด้วยเหรอครับ”

“ไม่ทราบสิคะ หรือว่าคุณมี”

“อาจจะมี”

“ถ้ามี...ก็ยังไม่ผ่าน”

“คุณนี่ คารมสมกับเป็นทนายจริงๆ”

หนุ่มสาวต่างยิ้มให้กัน สบตากัน รู้สึกดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้นเซนต์ขับรถไปส่งราตรีที่คอนโดโดยสวัสดิภาพ

ออกรถจากหน้าคอนโดมาได้ไม่นาน เซนต์ได้รับรายงานจากก้องเกียรติว่าได้ข้อมูลเรื่องทะเบียนรถแล้ว เป็นรถของบริษัทในเครือของนายสมศักดิ์ สายตรวจเห็นรถคันนี้จอดท้าทายกฎหมายอยู่ในลานจอดรถของบริษัทนี้

“ดี...คุณไปพบกับผมที่นั่น”

เซนต์วางสายแล้วเร่งความเร็วรถออกไป เวลาเดียวกันนั้น ราตรีอยู่ในคอนโดกำลังโทร.สั่งงานอีทให้ไปสแตนด์บายแถวตึกนายสมศักดิ์ เพราะผู้กองเซนต์คิดว่าจะมีเรื่อง อีทรับคำกระตือรือร้นแล้วชวนพีทไปด้วย

อีทกับพีทมาเจอเซนต์กับก้องเกียรติตรงบริเวณลานจอดรถ บอกจุดประสงค์ที่ราตรีส่งมาทำข่าว แต่เซนต์ เกรงจะเป็นอันตรายจึงให้สองคนกลับไปก่อน

เซนต์กับผู้ช่วยได้รับการต้อนรับจากสมุนของอึ้งเปงหลานชายนายสมศักดิ์เป็นอย่างดี สองคนระวังตัวแจเพราะรู้สึกว่าเข้ามาได้ง่ายดายเกินไป

ปรากฏว่าภายในห้องมีตำรวจอยู่สามนายนั่งคุยกับอึ้งเปง

“เชิญครับผู้กอง ผมกำลังแจ้งเรื่องที่ผมถูกคนร้ายลอบยิงอยู่พอดี”

อึ้งเปงมาเหนือชั้น หนึ่งในสามตำรวจบอกผู้กองเซนต์ว่าพวกตนรับเรื่องไว้แล้ว เซนต์กับก้องเกียรติอึ้ง มองหน้ากันเคร่งเครียด

สองหนุ่มระงับอารมณ์ แต่ไม่วายเดินบ่นกันออกมาที่ลานจอดรถ

“นึกไม่ถึงว่ามันเล่นเล่ห์เหลี่ยมได้เนียนมาก”

“มันใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือของมัน เราทำอะไรมันไม่ได้เลย”

เซนต์สีหน้าเครียดจัด แต่แล้วทันใดนั้นมีเงาผ่านวูบ ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นเห็นเงาดำบินร่อนวนอยู่ตรงหน้าต่างห้อง สองหนุ่มวิ่งไปที่ตัวตึกอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับอีทและพีทที่ยังไม่ยอมไปไหน อีทยกกล้องถ่ายรูปเหยี่ยวรัตติกาลบินเวียนวนด้วยความตื่นเต้น

“สุดยอด! ไม่มีใครได้ข่าวนี้นอกจากเรา”

ไม่ทันที่ตำรวจทั้งสามจะผละไปจากอึ้งเปง นางเหยี่ยวก็ปรากฏตัวในชุดหนังสีดำ ดวงตาคมกริบภายใต้ หน้ากากมองไม่ชัดว่าเป็นใคร?

ท่ามกลางความมืด นางเหยี่ยวเล่นงานพวกอึ้งเปง ตายเรียบด้วยกรงเล็บแหลมคม แล้วร่างของนางเหยี่ยวก็พุ่งออกไปนอกกระจก กลายเป็นเงาดำบินร่อนไปพร้อมส่งเสียงดังก้อง

เซนต์และก้องเกียรติตะลึงกับภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ส่วนอีทกับพีทเก็บภาพนางเหยี่ยวได้จำนวนมาก รวมทั้งสภาพศพอันน่าสยดสยองของแต่ละคน

หลังเหตุการณ์สงบลง เซนต์รีบโทร.บอกราตรีให้รู้ว่าคนร้ายที่เล่นงานเราเมื่อคืนตายหมดแล้ว ราตรีเพิ่งกลับเข้าห้องพักมาหยกๆ ถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ผมโอเค...แต่เจอเข้ากับนางเหยี่ยวเต็มๆ”

“คุณคงไม่รังเกียจถ้าฉันจะสัมภาษณ์คุณแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตัวต่อตัว ฉันต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนางเหยี่ยวค่ะ”

“งั้นผมจบจากนี่แล้วจะไปหาคุณ”

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมา หนังสือพิมพ์อธิปไตยก็ลงรูปผู้กองเซนต์พร้อมพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า “ยอดมือปราบเผชิญหน้าเหยี่ยวรัตติกาล คำต่อคำ” และภาพนิ่งของอึ้งเปงตกลงมาจากตึก ภาพของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ใกล้ๆ

ราตรีและพนักงานทุกคนอยู่ในห้องประชุม ต่างพอใจกับผลงานชิ้นนี้เป็นอย่างมาก ทุกคนชนแก้วกาแฟฉลองความสำเร็จ ราตรีชื่นชมอีทกับพีทที่ลุยงานจนทำให้หนังสือพิมพ์เราได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาลก่อนใคร

ทันใดมีข่าวผู้กองเซนต์สัมภาษณ์นักข่าวถ่ายทอดทีวี ทุกคนเบนสายตาไปยังจุดเดียวกันด้วยความสนใจ

“ผมว่าเหยี่ยวรัตติกาลเปิดตัวกับอำนาจมืดเต็มตัวแล้วครับ”

“แล้วทางการมีแผนรับมืออย่างไรคะ”

“เราก็ต้องรับมือเช่นเดียวกับอาญชากรทั่วไป ต้องจับกุมมาลงโทษให้ได้แต่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ ผมได้เผชิญกับเหยี่ยวรัตติกาลมาแล้ว ร้ายกาจมาก พวกอันธพาลมาเฟียทั้งหลายเดือดร้อนแน่ ถ้าใครกลัวก็มอบตัวได้ กฎหมายจะให้ความคุ้มครองกับทุกคน”

จบคำของผู้กองเซนต์ เป็นภาพนายสมศักดิ์กำลังโวยวายกับนักข่าว

“เหยี่ยวรัตติกาลลงมืออย่างเลือดเย็น ทำร้ายหลานชายของผมอย่างโหดเหี้ยม”

“ต่อกระแสที่บอกว่าเหยี่ยวรัตติกาลจัดการกับคนชั่ว ท่านมีความเห็นอย่างไรคะ”

“มันนั่นแหละคนชั่ว หลานชายผมบริสุทธิ์ ทางการต้องจัดการอย่างเด็ดขาด”

ทุกคนในห้องประชุมต่างมองหน้ากันอย่างเอือมระอาสมศักดิ์ที่พูดออกมาอย่างหน้าด้านว่าหลานชายตนบริสุทธิ์ อีทบอกว่าใครเชื่อก็โง่แล้ว

“เอาล่ะ ต่อไปนี้ทุกคนต้องเร็ว ฉับไว พี่เชื่อว่าเหยี่ยวรัตติกาลต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้ เราต้องถึงก่อนได้ก่อน เอาล่ะ ออกไปลุยกันได้”

ทุกคนรับคำสั่งราตรีลุกขึ้นจากโต๊ะออกไปอย่างฉับไว ยกเว้นอีทที่เดินเข้ามาถามราตรี

“มีจดหมายประชาชนเข้ามาเรียกร้องให้เหยี่ยวรัตติกาลจัดการกับพวกค้ายาพวกบ่อน พวกปล้น จดหมายบางฉบับมีชื่อมีสถานที่บอกมาด้วยจะให้ลงไหมคะ”

“ลงได้ แต่ไม่ต้องบอกชื่อสถานที่ ตรวจสำเนาจดหมายพร้อมให้แนบบัตรประชาชนมาด้วย จะได้รู้ว่าคนแจ้งมีจริง”

“ได้ค่ะ พี่ไนท์เก่งนะคะ สามารถจับผู้กองเซนต์มาสัมภาษณ์ได้”

“ให้มันรู้มั่งว่าใครเป็นใคร” ราตรีตอบยิ้มๆ เสียงมือถือเธอดัง มีรายการทีวีติดต่อมาขอสัมภาษณ์ ราตรีรับปากด้วยความเต็มใจ อีทรับรู้และยกนิ้วชื่นชมเจ้านาย

“สุดยอด พี่นุชนาถต้องดีใจที่หนังสือพิมพ์ของเรา ได้เกิดใหม่เพราะพี่ราตรีจริงๆ”

“ไม่หรอก เป็นเพราะพวกเราทุกคน”

ทั้งสองต่างยิ้มให้กันก่อนแยกย้ายไปปฏิบัติภารกิจของตน...ราตรีไปที่สถานีข่าวสัมภาษณ์รายการทีวี

“ตอนนี้หนังสือพิมพ์อธิปไตยได้ชื่อว่าเป็นฐานให้เหยี่ยวรัตติกาล จริงหรือเปล่าคะ”

“เราก็แค่ลงจดหมายของประชาชนที่เดือดร้อน ส่วนเหยี่ยวรัตติกาลจะปฏิบัติการอย่างไร เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“มีจดหมายของประชาชนลงในหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นด้วย แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากเหยี่ยวรัตติกาล เป็นเพราะอะไรคะ”

“อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ อาจเป็นเพราะบางฉบับลงเพื่อสร้างกระแส ไม่มีมูลความจริง บางฉบับเท่าที่เห็นก็ลงข่าวที่บิดเบือน ไม่เป็นกลาง”

“หมายความว่าเหยี่ยวรัตติกาลรู้ว่าใครดีใครชั่วเหรอคะ”

“ก็ลองดูจากประวัติคนที่เหยี่ยวรัตติกาลเล่นงานสิคะ ว่ามีคนดีหรือเปล่า”

“คุณราตรีมีความคิดเห็นกับปรากฏการณ์เหยี่ยวรัตติกาลนี้ยังไงบ้างคะ”

“ฉันว่าดีค่ะ เดี๋ยวนี้ผู้ร้ายไม่กลัวกฎหมาย ทำตัวเหนือกฎหมาย ฉันอยากให้มีเหยี่ยวรัตติกาลซักสิบตัวเลยค่ะ”

“ทำไมคุณถึงได้สัมภาษณ์ผู้กองเซนต์ก่อนคนอื่นคะ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเปล่าคะ”

“มีแค่ความสัมพันธ์แค่ในอาชีพงานเท่านั้นค่ะ”

เสร็จจากอัดรายการ ราตรีเดินออกมาเจอเซนต์รออยู่...สองคนไปคุยกันในร้านกาแฟใกล้ๆ เซนต์แซวราตรีที่เมื่อสักครู่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาลเกินไป

“ก็ไม่ได้เชียร์อะไรนี่คะ”

“อยากให้มีซักสิบตัวเนี่ยนะครับ ไม่เชียร์”

“ก็คนเลวมันเยอะนี่คะ ตัวเดียวปราบไม่หมด คุณเองก็แอบเชียร์เหยี่ยวรัตติกาลเหมือนกันล่ะน่า”

“ครับ แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย ผมต้องทำตามหน้าที่ ผมไม่อยากจับหรอกครับ”

“ยังกะคุณจะจับได้”

“โห...ดูถูกน่าดู ยังไงคุณก็ต้องระวังตัวนะครับ ไอ้พวกคนเลวมันไม่พอใจคุณที่เชียร์เหยี่ยวรัตติกาลจนออกนอกหน้า”

“ไม่กลัวหรอกค่ะ พวกนี้ดีก็ได้แต่ลอบกัดแล้วก็ใช้พวกมาก ชีวิตจริงขี้ขลาดตาขาว ไปไหนก็ต้องมีลูกน้องเป็นพรวน”

เซนต์ถูกใจคำพูดราตรี ขอชนแก้วกาแฟกับเธอพร้อมส่งยิ้มหวานๆให้อย่างมีใจ

ooooooo

พิเชษฐ์ผู้อยู่เบื้องความเลวร้ายไม่พอใจที่สมศักดิ์ทำให้องค์กรเป็นจุดสนใจมากขึ้น ทั้งที่เคยเตือนให้เขาอยู่เฉยๆ

สมศักดิ์ยังถือดีว่าไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะตนคุมทุกทางไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะเวลานี้ตนได้ขอให้ทางการส่งผู้กองเซนต์มาคุ้มกัน ผู้กองจำใจรับคำสั่ง อย่างไม่มีทางเลือก ราตรีรู้เรื่องก็แสดงความไม่พอใจ ติงเขาว่า

“คุณให้ความคุ้มครองนายสมศักดิ์ เชื่อเลย คนเลวแท้ๆกลับได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย”

“ครับ ผมไม่มีทางเลือก นายสมศักดิ์ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเป็นประโยชน์กับตัว ผมถึงมาแวะให้ข่าวกับคุณนี่ไง ประชาชนจะได้รู้ข้อเท็จจริงไม่ใช่ว่าจะคุ้มครองคนผิด”

“นายสมศักดิ์คิดว่าคุณอยู่แล้วเหยี่ยวรัตติกาลจะไม่มาหรือไง”

“นั่นน่ะสิครับ”

“คุณจะทำยังไง ถ้าเจอกับเหยี่ยวรัตติกาล”

“ผมก็เผ่นก่อนน่ะสิครับ” เซนต์พูดขำๆ แต่ราตรีไม่ขำด้วย

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้คุณหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเหยี่ยวรัตติกาล”

“คุณห่วงผมหรือห่วงเหยี่ยวรัตติกาลกันแน่”

“ห่วงทั้งสองคน”

แล้วคืนนี้เอง เหยี่ยวรัตติกาลก็ปรากฏตัวในช่วงเวลาที่อีทกับพีทออกไปทำข่าวการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ เหยี่ยวทำร้ายโจรสะบักสะบอม แน่นอนว่าสองคู่หูย่อมไม่พลาดการถ่ายภาพเด็ดๆมาลงข่าว

ศักดิ์สิทธิ์กับรัตนา พ่อแม่ของราตรีเริ่มเป็นห่วงลูกสาว เพราะนางเหยี่ยวรุนแรงและโหดร้ายมากขึ้น ศักดิ์สิทธิ์จึงลองไปคุยกับเจ้าอาวาสคนเดิมอีกครั้ง แต่คำตอบของท่านก็ทำให้หัวอกคนเป็นพ่อยิ่งหนักใจ

“นี่คือสิ่งที่อาตมาเป็นห่วง เหยี่ยวรัตติกาลมาจาก ส่วนหนึ่งของนางพญาเหยี่ยวที่ดุร้ายกำจัดศัตรูอย่างเฉียบขาดไม่รีรอ อาตมาเกรงว่าเมื่อเป็นเหยี่ยวรัตติกาลจะไม่มีหนูราตรี”

“มีทางแก้ไขไหมครับท่าน”

“ยากที่จะแก้ไข นอกจากว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำต่อกันอาจจะทำให้นางเหยี่ยวจำคนผู้นั้นได้ นอกเหนือจากนั้นอาตมาต้องหาทางตรวจดู”

บ่ายนั้นศักดิ์สิทธิ์กลับมาเล่าให้รัตนาฟัง รัตนาพลอยเป็นกังวลไปด้วย

“ไม่มีทางแก้ไขเลยเหรอคะ”

“เจ้าอาวาสกำลังหาวิธีอยู่”

“เราต้องบอกลูกนะคะ เผื่อว่าแกจะได้ระวังตัวระวังใจตั้งสติหยุดได้”

“เจ้าอาวาสก็บอกเหมือนกัน...ก็แล้วแต่ว่าลูกของเราจะมีพลังใจที่เข้มแข็งแค่ไหน” พูดแล้วศักดิ์สิทธิ์ทอดถอนใจหนักหน่วง

ooooooo

เซนต์กับก้องเกียรติเริ่มปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันสมศักดิ์ในค่ำคืนนี้ สมศักดิ์ลำพองใจคิดว่ามีตำรวจนางเหยี่ยวคงไม่กล้ามา

ผิดถนัด! เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวท้าทายอำนาจของสมศักดิ์อย่างไม่เกรงกลัว...แค่ได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยว สมศักดิ์ก็ลนลานหวาดกลัวเรียกหาผู้กองเซนต์ให้จ้าละหวั่นอยู่ภายในห้องประชุม

“ผู้กองๆ คุณหายไปไหน ผมจะรายงานว่าคุณละเลยหน้าที่”

เซนต์วิ่งเข้ามาหน้าตาขึงขัง “ถ้าผมได้ยินคำว่า รายงานอีกครั้งผมจะยิงคุณด้วยมือของผมเอง”

สมศักดิ์ผงะแล้วเงียบไป เสียงเหยี่ยวร้องก้องเข้ามา ทุกคนต่างขยับตัว หน้าตาเคร่งเครียด

“เราจะออกไปจากที่นี่กัน”

“ไปไหนครับผู้กอง ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ผมไม่ไปไหน”

“คุณติดแหง็กอยู่ชั้นนี้ ถ้านางเหยี่ยวโผล่มา คุณเสร็จ เราไม่มีทางต้านนางเหยี่ยวได้”

“คุณจะให้ผมหนีไปไหน”

เสียงเหยี่ยวร้องดังก้องอย่างต่อเนื่องเหมือนอยู่ด้านนอกห้องประชุม เซนต์กำชับเสียงเข้มว่า

“เงียบที่สุด คุณสมศักดิ์คุณต้องเงียบ ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น”

“อะไรกันผู้กอง ห้องนี้กำแพงหนาเกือบฟุต ทำด้วยคอนกรีตอย่างดี มันจะได้ยินเสียงพวกเราได้ยังไง”

“คุณไม่รู้เหรอ เหยี่ยวได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นของหนูที่อยู่ในรู”

ทันใดนั้นเสียงหน้าห้องระเบิดตูม ประตูพังทลายลงมา เงาดำวูบเข้ามายืนตรงหน้า เป็นหญิงในชุดดำใบหน้ามีหน้ากากบ่งบอกว่าเธอคือนางเหยี่ยว

“ยิง!!!” เสียงมือปืนของสมศักดิ์ตะโกนลั่น

มือปืนทั้งหมดสาดกระสุนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เซนต์คว้าคอเสื้อสมศักดิ์ดึงมาให้อยู่ด้านหลังตน

เหยี่ยวรัตติกาลเดินเข้าใส่มือปืนอย่างไม่สะทก สะท้าน ใกล้ใครเป็นตบเป็นเตะ พวกมือปืนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เหยี่ยวพรวดเข้ามาตรงหน้าเซนต์ ชายหนุ่มรีบโยนปืนทิ้งไป สมศักดิ์เห็นดังนั้นถึงกับแหกปากอย่างหัวเสีย

“คุณจะบ้าเหรอ”

“หุบปาก!”

สมศักดิ์ชะงักเงียบ เหยี่ยวเดินเข้ามาใกล้ เสียงปืนดังสนั่นมาสองสามนัดจากมือปืนคนหนึ่ง เหยี่ยวรัตติกาลสะบัดมือรับกระสุนไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วตวัดมือกลับกระสุนพุ่งจากมือไปถูกคนยิงกระเด็นหงายเพราะแรงปะทะ

เหยี่ยวรัตติกาลหันมาทางเซนต์และสมศักดิ์ด้วยสายตาคมกริบ เซนต์ยกมือว่างเปล่าขึ้นเหนือศีรษะ

“ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำตามกฎหมายคุ้มครองประชาชน”

ทันใดนั้นเหยี่ยวพรวดเข้ามาใกล้เซนต์ คว้าคอเขาหมับแล้วยกขึ้นสูง เซนต์เฉยไม่ต่อสู้ เหยี่ยวจ้องตาแวววับ จังหวะนี้เองนายสมศักดิ์ตวัดปืนขึ้นมาในมือพร้อมกับแผดเสียง

“แกตาย...”

“อย่า!” เซนต์ร้องลั่น

ช้าไป! สมศักดิ์จ่อยิงเหยี่ยวรัตติกาลในระยะเผาขน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวเปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ

เหยี่ยวรัตติกาลเซเล็กน้อยแล้วเหวี่ยงร่างของเซนต์กลิ้งบนโต๊ะประชุมพุ่งไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นหันไปหานายสมศักดิ์อย่างเอาเรื่อง

สมศักด์ตาเหลือก ยิงใส่จนกระสุนหมด เหยี่ยวเดินเข้าใกล้คว้าคอหมับยกขึ้นสูง แต่แล้วร่างของเซนต์ เข้ามากอดรัดไว้จากทางด้านหลัง หมุนตัวเหวี่ยงเหยี่ยวรัตติกาลออกไปกระแทกผนังห้อง

“ให้กฎหมายจัด...”

เซนต์ยังพูดไม่จบ เหยี่ยวรัตติกาลพรวดเข้ามาตบโครม เซนต์เอาท่อนแขนรับไว้ได้แต่กระนั้นร่างก็สะท้านจนเซ แล้วยังโดนเธอชกซ้ำจนหน้าหันชนิดตั้งตัวไม่ติด และจบด้วยกระโดดถีบ เซนต์กระเด็นกลิ้งไปกับพื้นสายตาพร่าพราย

แล้วเป้าหมายต่อไปของเหยี่ยวรัตติกาลก็คือนายสมศักดิ์ เขาวิ่งไปยังทางออก แต่ไม่พ้นเงื้อมมือของเธอที่พุ่งพรวดไปดักขยุ้มคอทำร้าย เซนต์เห็นทุกอย่างแต่เจ็บและจุกจนขยับตัวไม่ขึ้น ได้ยินเสียงนายสมศักดิ์ร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทรมาน!

ooooooo

ทุกครั้งที่เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัว คนร้ายถูกจัดการอย่างรุนแรง ล่าสุดนายสมศักดิ์มาเฟียชั่วถึงกับดับดิ้นสภาพศพไม่มีชิ้นดี ขณะที่ผู้บริสุทธิ์อย่าง

ผู้กองเซนต์ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนก้องเกียรติยังโชคดีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ราตรีไม่คิดว่าตัวเองจะทำรุนแรงได้ขนาดนี้ เพราะเธอเองก็จำอะไรไม่ค่อยได้ ศักดิ์สิทธิ์ไม่สบายใจ เดินทางไปพบเจ้าอาวาสที่หัวหินอีกครั้ง แล้วกลับมาพร้อมเหรียญปลุกเสกที่จะทำให้นางเหยี่ยวสามารถสัมผัสได้ว่าคนที่เธอกำลังเผชิญหน้าเป็นใคร เป็นคนดีหรือคนร้าย ซึ่งราตรีรับเหรียญนี้มาจากพ่อและตั้งใจจะมอบให้แก่ผู้กองเซนต์เพื่อคุ้มครองไม่ให้นางเหยี่ยวทำร้ายเขาอีก

การเสียชีวิตของสมศักดิ์กลายเป็นข่าวครึกโครม มีการตีข่าวว่าการกระทำของเหยี่ยวรัตติกาลอาจทำให้นักธุรกิจมาเฟียทั้งหลายต้องอยู่อย่างหวาดผวา ขณะเดียวกันสังคมเริ่มมีข้อสงสัยว่าเหยี่ยวรัตติกาลเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือยมทูตจากนรกกันแน่

พิเชษฐ์เรียกเครือข่ายของตนทุกคนมากำชับไม่ให้ แตกตื่นไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้อยู่นิ่งๆ ทุกคนต้องปรับตัวและป้องกันให้รัดกุม อย่าให้ข่าวเป็นเชิงท้าทาย เพราะการทำสงครามก่อเกิดความเสียหายให้ธุรกิจ

“เราจะปล่อยให้เหยี่ยวรัตติกาลนั่นเล่นงานเราฝ่ายเดียวยังงั้นเหรอ”

“ผมเตือนคุณให้ป้องกันตัวเองให้รัดกุม เรื่องอื่นเป็นหน้าที่ของทีมนักล่าจัดการ ทุกคนดำเนินธุรกิจต่อไป”

พิเชษฐ์เด็ดขาดจนทุกคนนิ่งเงียบไม่กล้าเถียง... หลังจากเครือข่ายแยกย้ายกันกลับไป เชน ชายหนุ่มหน้าตาดีหัวหน้าทีมนักล่าก็เข้ามาพบพิเชษฐ์ตามนัดและรับคำสั่งให้เริ่มต้นที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย นางเหยี่ยวเริ่มโผล่ออกมาเพราะนายสมศักดิ์ไปก่อเรื่องกับผู้หญิงสองคนคือนุชนาถและราตรี

เชนเริ่มงานในบ่ายนั้นด้วยการสะกดรอยตามราตรีที่แวะมาเยี่ยมเซนต์ซึ่งยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ราตรีรู้ทันและมีการเผชิญหน้ากัน เชนอ้างว่าจำราตรีได้จากทีวีที่ให้สัมภาษณ์เชียร์เหยี่ยวรัตติกาล ตนรู้สึกทึ่งและอยากรู้จัก

“ด้วยการขับรถตามเนี่ยนะ”

“คือ...ขออภัยด้วยครับ ผมนึกอะไรไม่ออก ก็เลยขับตามมาก่อนเผื่อว่าคุณอาจจะจอดที่ศูนย์การค้า ผมจะได้หาโอกาสแนะนำตัวเองน่ะครับ”

“ฉันชื่อราตรี อยู่สำนักพิมพ์อธิปไตย ว่างๆเชิญค่ะ”

“ขอโทษนะครับ ที่เสียมารยาทขับรถตามคุณมา”

“ขอตัวก่อนนะคะ” ราตรีเดินฉับๆไปขึ้นรถ เชนมองตามสีหน้าเยือกเย็น

แล้วเชนก็แอบติดตามเธอไปอีกจนได้ ราตรีนัดพบนุชนาถที่ร้านอาหาร นุชนาถชื่นชมเพื่อนรักทำงานได้ดีสมกับที่ตนไว้ใจ และรายงานว่าตนกับแม่สบายดีตั้งแต่ตนเลิกยุ่งกับหนังสือพิมพ์

“ดีใจที่เธอกับคุณแม่สบายดี แต่ว่าถ้าไม่จำเป็นตอนนี้เธออยู่ห่างๆฉันจะดีกว่า อันตราย”

“ฉันขอโทษนะที่เอาเรื่องมาโยนใส่ตักเธอ”

“อย่าคิดมากน่า จะบอกอะไรให้ ตอนนี้ฉันชอบมากเลย ฉันมีเหยี่ยวรัตติกาลทำให้หนังสือพิมพ์ไปได้ดี ฉันจะโค่นพวกมันให้ได้”

“แต่เธอเพิ่งบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่ามันอันตราย”

“ก็ฉันเพิ่งบอกเธอนี่ไง...ว่าฉันชอบ”

“ฉันดูเธอสัมภาษณ์ทางทีวี ฉันว่าอันตรายที่เธอชอบเนี่ยต้องมีผู้กองเซนต์เอี่ยวอยู่ด้วยแน่เลย”

นุชนาถแซวยิ้มๆ ราตรีไม่โต้เถียง แล้วคุยกันต่ออย่างเพลิดเพลิน เชนจับตามองจากมุมหนึ่ง เชื่อว่าสองสาวคือเป้าหมายอย่างแน่นอน

ooooooo

แยกจากนุชนาถมาแล้วราตรีเข้าสำนักพิมพ์ พอสั่งงานลูกน้องเสร็จก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อรับเซนต์ไปส่งบ้านตามที่รับปากเขาไว้เมื่อตอนกลางวัน

ฝ่ายเชนหลังรายงานพิเชษฐ์ว่าพบสองสาวแต่ยังไม่มีวี่แววของเหยี่ยวรัตติกาลก็ได้รับคำสั่งให้ประกบต่อไป พิเชษฐ์เชื่อว่าผู้หญิงหนึ่งในสองคนนี้ต้องมีอะไร เกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล

เมื่อไปส่งเซนต์ที่บ้าน ราตรีถือโอกาสมอบเหรียญปลุกเสกที่ได้จากพ่อให้เขาห้อยคอไว้จะได้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ชายหนุ่มยินดีรับและจะหาโอกาสไปขอบคุณท่านรองศักดิ์สิทธิ์พ่อของเธอสักครั้ง

ราตรีออกจากบ้านเซนต์ในตอนค่ำ เป็นเวลาที่อีทกับพีทไปทำข่าวในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งที่มีจดหมายร้องเรียนว่าหญิงสาวถูกคนร้ายข่มขืนบ่อยมาก สองคู่หูภาวนาให้เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวเพื่อจะได้ภาพข่าวอีกเหมือนเคย ที่สำคัญคนชั่วจะได้หมดไป

แล้วสิ่งที่รอคอยก็สมใจ เหยี่ยวปรากฏตัวจัดการคนร้ายที่กำลังฉุดหญิงสาวจนสลบ อีทกับพีทตื่นเต้นไม่แพ้ครั้งก่อน แต่ไม่นึกว่าสองคนจะโดนตำรวจรวบตัว ไว้สอบสวนจับพิรุธหาว่าเป็นการจัดฉาก

“ขอโทษนะคะ หนังสือพิมพ์ของเราไม่มีประวัติการรับเงินเพื่อบิดเบือนข่าวเหมือนบางฉบับ...เช็กดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง” อีทตอบโต้อย่างหัวเสีย พอดีก้องเกียรติ มาถึง เขาช่วยอธิบายจนตำรวจหมดข้อกังขายอมปล่อยสองคู่หู

พีทต้องรีบเอารูปที่ถ่ายได้เข้าสำนักพิมพ์จึงฝากก้องเกียรติไปส่งอีท ก้องเกียรติรับปากด้วยความเต็มใจ เพราะรู้สึกดีกับเธอตั้งแต่เจอกันครั้งแรก เมื่อมีโอกาสเจอกันบ่อยขึ้นก็ยิ่งประทับใจการตั้งใจทำงานและความฉลาด ของเธอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ราตรีสั่งลูกน้องลงภาพข่าวที่พีทถ่ายได้เมื่อคืนโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกสั่งปิดสำนักพิมพ์ เวลาเดียวกันผู้กองเซนต์ถูกเศรษฐาผู้บังคับบัญชาเรียกพบด้วยเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล

“ตอนนี้คนเขียนจดหมายไปหาเหยี่ยวรัตติกาลร้องทุกข์กันใหญ่ คุณช่วยไปดูหน่อยซิ แล้วจัดกำลังไปดูแลด้วย เราไม่ต้องการให้เหยี่ยวรัตติกาลอยู่เหนือกฎหมาย ยังไงก็แล้วแต่ ผมคิดว่าเหยี่ยวรัตติกาลสมควรที่จะต้องถูกดำเนินคดี ผมมอบหน้าที่นี้ให้คุณ เราต้องหยุดพฤติกรรมของเหยี่ยวรัตติกาลก่อนที่จะมีคนเอาอย่าง ก่อนที่จะวุ่นวายกันไปใหญ่”

นอกจากมอบหมายหน้าที่ให้ผู้กองเซนต์แล้ว เศรษฐายังพาเรวดีลูกสาวคนสวยที่เป็นอัยการมาแนะนำตัว ให้ร่วมกันทำเรื่องดำเนินคดีเหยี่ยวรัตติกาล ก้องเกียรติ บังเอิญเห็นเข้าก็แซวเซนต์ แต่พอรู้ว่าหญิงสาวเป็นลูกใครก็ทำท่าขยาดเลิกพูดไปเลย

สายวันเดียวกัน เซนต์กับก้องเกียรติต้องไปพบนายสุชาติผู้บริหารคนใหม่แทนนายสมศักดิ์ที่โรงงานนอกเมือง โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าการไปครั้งนี้ตกอยู่ในอันตรายเพราะพิเชษฐ์ส่งทีมนักล่าที่นำโดยเชนสะกดรอยตาม

สุชาติต้อนรับตำรวจทั้งสองด้วยดีและออกตัวว่า “ผมต้องขอโทษที่ให้ผู้กองลำบากต้องมาไกลถึงนี่ ผมต้องตรวจของที่มาส่งด่วนเลยครับ”

“ผมอยากจะขอรายละเอียดรายได้ของบริษัท รวมทั้งรายชื่อของบริษัทในเครือทั้งในและต่างประเทศ”

“มันเรื่องอะไรกันเหรอครับ”

“คุณสมศักดิ์มีธุรกิจผิดกฎหมาย”

“แต่คุณสมศักดิ์ไม่เกี่ยวกับผม คุณสมศักดิ์ลักลอบทำทุจริตตามลำพังไม่เกี่ยวกับบริษัทของเรา ทางเราไม่รู้เรื่องและไม่ขอรับผิดชอบ”

“สุดยอดจริงๆ ทุกบริษัทพูดเหมือนกันหมด ยังไง ก็แล้วผมต้องตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าทางคุณสมศักดิ์ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ทำให้บริษัทคุณต้องมัวหมอง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นบริษัทคุณอาจถูกปิดก็ได้...โชคดีครับ”

สุชาติสีหน้าไม่สู้ดี...แล้วหลังจากเซนต์กับผู้ช่วยกลับออกไป สุชาติก็รีบโทร.รายงานพิเชษฐ์ว่าเป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ ผู้กองเซนต์กัดไม่ปล่อยจริงๆ

“ให้มันบ้าอุดมการณ์ไปก่อน มันไม่รู้หรอกว่าเครือข่ายของเรามีอยู่เกือบทุกองค์กร”

“ท่านจะให้ผมทำยังไงครับ”

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ทางเรามีแผนกเก็บกวาดพร้อมอยู่แล้ว”

ระหว่างเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯเพื่อมุ่งหน้าไปสำนักพิมพ์อธิปไตย เซนต์รู้สึกผิดปกติว่ามีรถสองคันขับประกบหน้าหลัง จนเมื่อแน่ใจจึงบอกให้ก้องเกียรติรีบแซงออกไป แต่ไม่สำเร็จเพราะมีรถตู้อีกคันแซงขึ้นมาขนาบข้างไม่ให้ออก สองหนุ่มตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.