ตอนที่ 13
พวกเซนต์ปล่อยให้พิเชษฐ์ตายใจว่าทางการยอมทำตามคำขอของเขาด้วยการให้ข่าวว่าคดีของนายพิเชษฐ์และนักธุรกิจทั้ง 7 ในข้อหาวางแผนทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติถูกพักไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการรวบรวมหลักฐานครั้งใหม่ให้ได้ชัดเจนมากกว่านี้
ซารีน่ารายงานพิเชษฐ์ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศอย่างย่ามใจและคาดว่าหลังจากสิบวันตามกำหนดทุกอย่างต้องเป็นของเรา พอเธอตัดการติดต่อจากพิเชษฐ์ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาปรากฏตัว
ผู้กองเดชศักดิ์นั่นเอง เขามาทวงเงินค่าตอบแทนที่พิเชษฐ์เคยตกลงจะจ่าย ตั้งแต่เขาตายไปก็ยังไม่มียอดเงินเข้ามา ซารีน่าไม่รับรู้และไม่จ่าย แถมยิงเดชศักดิ์ก่อนนำร่างไปทำการทดลองเพิ่มอีกคนจนเขากลายเป็นมนุษย์ซอมบี้
เมื่อการทดลองซอมบี้เป็นผลสำเร็จ ซารีน่าโหดเหี้ยมเลือดเย็นฆ่าทีมนักวิจัยทั้งหมดเพื่อปิดเรื่องวิจัยไว้เป็นความลับ ราตรีล่วงรู้จึงส่งพลังให้เซนต์กลายเป็นพรานมฤตยูไปจัดการกับพวกซารีน่าและบรรดาซอมบี้
ครั้งนี้ซาเอะเตรียมกระสุนพลังเหยี่ยวไว้จัดการเซนต์อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสยิงใส่เพราะเซนต์ว่องไวมีพลังเหลือเฟือจัดการกับพวกซอมบี้ทรุดไปหลายตัว
พิเชษฐ์รับรู้การทำงานไม่สำเร็จของมังโซกับซาเอะก็ผิดหวังและเป็นเดือดเป็นแค้นอีกตามเคย แต่ยังหวังว่ากระสุนพลังเหยี่ยวของมังโซจะทำลายผู้กองเซนต์ให้พ้นทาง
เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นก็จะถึงกำหนดเวลาตามที่พิเชษฐ์ระบุไว้ พวกเซนต์เชื่อว่าพิเชษฐ์เล่นตุกติกแน่นอน เพื่อทำให้ตัวเองพ้นผิดและยึดครองสิ่งที่ต้องการ เซนต์ต้องหาทางสกัดเขาโดยเร็ว
ซาเอะกับมังโซหาทางสร้างผลงานให้พิเชษฐ์เห็น ก่อนที่เขาสองคนอาจโดนพิเชษฐ์สั่งฆ่าเหมือนพวกทีมวิจัย เมื่อซาเอะกับมังโซเริ่มมั่นใจว่าราตรีอาจเป็นเหยี่ยวรัตติกาล จึงนำกำลังซอมบี้และนักดาบบุกไปที่สักนักพิมพ์อธิปไตย แต่มาเจอเซนต์ที่ลานจอดรถโดยบังเอิญ
บรรดาซอมบี้มีเดชศักดิ์รวมอยู่ด้วย เซนต์ตกใจคาดไม่ถึง ตั้งสติต่อสู้กับพวกมันด้วยพลังนายพรานที่มีอยู่ แต่แล้วเซนต์ก็พลาดท่าเกือบโดนมังโซยิงด้วยกระสุนปืนอาคมถ้าไม่ได้เหยี่ยวรัตติกาลมาขวางไว้
เหยี่ยวรัตติกาลโดนยิงทรุดลงแน่นิ่ง เซนต์รีบพาเธอหนีไป ซาเอะเจ็บใจที่ไม่สามารถเล่นงานผู้กองเซนต์ได้เสียที แต่ก็สะใจคาดว่านางเหยี่ยวคงตายแน่
“มันไม่ใช่ยังงั้นน่ะสิ กระสุนอาคมปลุกเสกด้วยพลังเหยี่ยวเพื่อทำลายพลังนายพราน ยิ่งทำให้นางเหยี่ยวมีพลังเพิ่มขึ้นไปอีก”
ฟังมังโซพูดออกมา ซาเอะถึงกับสะอึกอึ้งไปเลย
ooooooo
เซนต์พาเหยี่ยวรัตติกาลมาที่คอนโดฯ จากนางเหยี่ยวค่อยๆคืนร่างเป็นราตรีต่อหน้าต่อตา หมดทางปฏิเสธความจริง!
น่าแปลกที่ราตรีถูกยิงแต่ไม่มีร่องรอยบาดแผลแม้แต่น้อย แถมเธอยังรู้สึกเหมือนพลังกลับคืนมา เซนต์ดีใจและเผยว่าตนรู้ว่าเธอคือเหยี่ยวรัตติกาลก่อนหน้านี้แต่ไม่กล้าถาม พูดแล้วเขาทำท่าจะสวมกอดราตรี แต่หญิงสาวรีบห้าม บอกว่าพลังของเราอยู่ใกล้กันไม่ได้ ต้องต่อสู้กัน
เซนต์ไม่เชื่อและพิสูจน์ในทันที ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราตรีข้องใจจึงพาเขาไปพบพ่อแม่ของเธอที่บ้าน
ศักดิ์สิทธิ์กับรัตนายิ้มหน้าบาน ดีใจที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี พลังของราตรีกับผู้กองเลิกเป็นศัตรูกัน
“เป็นไปได้ยังไงคะ ลูกไม่แน่ใจ เกิดวันดีคืนดีหนูกับผู้กองมาบู๊กันอีกล่ะคะ”
“เพื่อความมั่นใจ เราไปถามเจ้าอาวาสจะดีกว่า”
ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของศักดิ์สิทธิ์ รีบพากันไปพบเจ้าอาวาสวัดที่หัวหินและได้คำตอบจากท่านว่า
“ตามตำนานบ่งว่าพลังทั้งสองจะต้องเป็นศัตรูกัน ยกเว้นผู้ที่ผสานเลือดเนื้อเป็นหนึ่งเดียวกันมาแล้ว เช่นฝ่ายหญิงได้พลังเหยี่ยวแล้วแต่งงานกับฝ่ายชาย
ต่อมาฝ่ายชายได้พลังพราน พลังพรานก็จะกลายเป็นคู่ชีวิตไม่ใช่ศัตรู”
“แต่ลูกราตรียังไม่ได้...”
“ยังค่ะคุณแม่ หนูกับผู้กองยังไม่มีอะไรกันค่ะ”
“ดูพูดเข้า...ไม่เกรงใจท่านเจ้าอาวาส” รัตนาติงลูกสาว...ราตรีเลยออกอาการขวยเขิน
“เดี๋ยวครับท่าน ลูกไนท์เคยให้เลือดกับผู้กอง แบบนี้ถือว่าผสานเป็นหนึ่งได้ไหมครับ”
คำถามของศักดิ์สิทธิ์เล่นเอาราตรีกับรัตนาตื่นเต้น เช่นเดียวกับเซนต์ที่รอลุ้นคำตอบ
“ก็อาจถือว่าได้เหมือนกัน นี่เองคือเหตุผลที่ผู้กองช่วยเหยี่ยวรัตติกาลแทนที่จะทำลาย แล้วเหยี่ยวรัตติกาลมาช่วยผู้กอง”
คำตอบของเจ้าอาวาสทำให้ทุกคนแย้มยิ้มด้วยความดีใจ กราบลาท่านกลับไปอย่างหมดความกังวลในเรื่องนี้ แต่ยังมีอีกเรื่องที่เซนต์เร่งให้ราตรีจัดการ คือไปบอกเลิกวีระชาติแฟนกำมะลอเสียที ราตรีรับปากโดยดีไม่มีปัญหา
ooooooo
เย็นย่ำใกล้ค่ำแต่ผู้กองเซนต์ยังไม่กลับมาที่เซฟเฮาส์ทำให้ก้องเกียรติกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง บ่นกับเรวดีและอีทอยู่ไปมา จนเรวดีเริ่มใจคอไม่ดีแต่ปลอบใจตัวเองว่า
“ผู้กองมีฝีมือ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก้องเกียรติรับสายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“บอส...ผมเป็นห่วงแทบแย่...ครับๆ ได้ครับ”
เรวดีสีหน้าดีขึ้น อีทส่งเสียงแทรกเข้าไปว่า “แล้วที่สำนักพิมพ์?”
ก้องเกียรติถามให้ พอวางสายจากผู้กองก็รายงานว่า
“พวกมันเอามนุษย์ซอมบี้เดชศักดิ์ไปที่สำนักพิมพ์ แต่ผู้กองจัดการเรียบร้อย คุณราตรีปลอดภัย พรุ่งนี้จะเข้ามา...อาจมีความคืบหน้า”
อีทกับเรวดีโล่งใจไปที เวลาเดียวกันนั้นเซนต์ยังอยู่กับราตรีที่คอนโดฯ สองคนวางแผนตามหาตัวนายพิเชษฐ์และศูนย์ควบคุมเชื้อโรคกับพวกซอมบี้ โดยราตรีอยู่ในชุดเหยี่ยวรัตติกาลเตรียมปฏิบัติการ แต่ดูเหมือนเซนต์ยังงงๆ แม้จะมีพลังนายพรานในตัวเต็มเปี่ยม
“พร้อมที่จะไปดูจุดตำแหน่งมนุษย์ซอมบี้หรือยังคะ ผู้กองเข้าใจแล้วนะคะว่าจะใช้พลังได้ยังไง”
“ครับ”
“ที่สำคัญคืออย่าคิดมาก คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ พลังจะสนองตอบโดยอัตโนมัติเลยค่ะ”
“ก็คุณชำนาญแล้วนี่”
“งั้นเราไปด้วยกัน”
เซนต์ยิ้มรับ พลันใบหน้าก็มีแถบเขียวปรากฏตรงดวงตา ชุดที่สวมใส่ไม่ต่างจากเหยี่ยวรัตติกาล แต่เป็นสีเขียวไม่ใช่สีดำ ทั้งคู่พร้อมจะสู้และผดุงความยุติธรรมไปด้วยกัน โดยเซนต์ยินดีให้ราตรีเป็นผู้นำ
เมื่อเขาและเธอจับมือกัน พลันบังเกิดควันดำรอบกาย แล้วทั้งคู่ก็พุ่งหายออกไปอย่างรวดเร็ว
ooooooo
คืนนั้นราตรีกับเซนต์คว้าน้ำเหลวไม่สามารถเข้าถึงห้องควบคุมเชื้อโรคของพิเชษฐ์ได้ ทั้งคู่กลับมาด้วยความผิดหวัง แต่ยังไม่ถอดใจ อีกทั้งก้องเกียรติกับอีทและเรวดีก็พยายามหาทางช่วยอย่างเต็มที่
ราตรีกับเซนต์กลับมาสวีตกันอีกครั้งประสาคู่รัก แต่ราตรียังมีภารกิจที่เซนต์ขอร้องคือไปบอกเลิกวีระชาติคู่หมั้นกำมะลอ โดยทั้งคู่เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ที่วีระชาติทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น
วีระชาติต้อนรับทั้งคู่ด้วยดี และไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อยเมื่อราตรีบอกเลิกเพื่อกลับมารักกันหวานชื่นกับผู้กองเซนต์
“ขอแสดงความยินดีด้วยครับผู้กอง...เฮ้อ โล่งอกไปที ผมน่ะเสียวสันหลังตลอดกลัวผู้กองจะมาอัดผม”
“ก็เกือบเหมือนกันครับ”
“ขอบใจมากนะนัฐ...ผู้กองต้องรีบไปจัดการกับนายพิเชษฐ์”
“เรื่องจบแล้วผมต้องได้สัมภาษณ์เป็นคนแรกนะผู้กอง”
วีระชาติรีบจองคิว เซนต์ตอบรับด้วยความยินดี เสร็จธุระแล้วราตรีกับเซนต์ไปพบพวกก้องเกียรติที่เซฟเฮาส์ วางแผนจัดการกับพิเชษฐ์ให้สิ้นซากก่อนถึงกำหนดเวลาตามที่เขาแจ้งไว้
ทุกคนจับทิศทางได้ว่าพิเชษฐ์ที่หนีออกนอกประเทศน่าจะกลับเข้ามาพร้อมเรือสินค้า จึงนำกำลังไปดักรอ ปรากฏว่าสิ่งที่พวกเขาคิดถูกเผง นายพิเชษฐ์มาพร้อมสมุนจำนวนหนึ่ง โดยมีซารีน่ากับพวกซาเอะไปสมทบ ทั้งหมดย่ามใจว่าทางการต้องทำตามเงื่อนไข ซึ่งพิเชษฐ์คาดการณ์ว่าตนต้องหลุดพ้นคดีและกลับมามีอำนาจทางธุรกิจ
ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยมีพวกซอมบี้และตัวเชื้อโรคเป็นข้อต่อรอง
แต่ปรากฏว่าพิเชษฐ์ผิดหวังอย่างแรง พวกเซนต์และเหยี่ยวรัตติกาลบุกเข้าไปจัดการกลุ่มของพิเชษฐ์และห้องควบคุมเชื้อโรค รวมทั้งซอมบี้นับสิบ
การต่อสู้ของสองฝ่ายบนเรือเป็นไปอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว พิเชษฐ์กับซารีน่าหวังพึ่งพวกซาเอะกับอาจารย์มังโซ แต่ดูเหมือนสองคนกำลังแย่ ถูกเหยี่ยวรัตติกาลกับเซนต์ตามเล่นงาน
ขณะที่พวกมือปืนของพิเชษฐ์กราดปืนไปมา ทันใดนั้นควันเขียววูบเข้าร่างของเซนต์กลายเป็นพรานมฤตยู พุ่งเข้าตบซ้ายตบขวาพวกมือปืนอย่างไม่กลัว
คมกระสุน ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการสังหารพวกมันตายเรียบ
ด้านก้องเกียรติกับอีทและเรวดีที่อยู่อีกมุมบนเรือ พวกเขากำลังปะทะกับมนุษย์ซอมบี้ แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงทุกคนที่ช่วยคนละไม้คนละมือสยบพวกมันลงได้
ซาเอะกับมังโซเริ่มเห็นแววความพ่ายแพ้จึงจะพากันหลบหนีแต่ไม่ทัน เหยี่ยวรัตติกาลพุ่งพรวดมาดักหน้าทั้งคู่ไว้ ซาเอะกับมังโซคิดเอาตัวรอดอ้างปากคอสั่นว่า
“เรา...เรา...ไม่มีความแค้นส่วนตัว”
“เป็นเพราะนายพิเชษฐ์”
“มีแน่นอน...แกจับพ่อแม่ฉันมา แกยิงฉัน”
ซาเอะจนตรอกกระชากดาบออกมาพุ่งเข้าฟาดฟันเหยี่ยวรัตติกาลไม่ยั้ง นางเหยี่ยวหลบหลีกแล้วถีบมันกระเด็นไป มังโซดึงมีดอาคมออกจากย่ามขว้างใส่ แต่เหยี่ยวรัตติกาลตาไวหลบทันแล้วใช้ฝ่ามือตบมีดกลับไปปักที่หน้าอกของมันเข้าเต็มๆ
มังโซหมดฤทธิ์ทรุดลงตายตาค้าง ซาเอะเห็นดังนั้นหน้าซีดเผือด แต่ยังกัดฟันพุ่งเข้าฟาดฟันเหยี่ยวรัตติกาลอย่างบ้าคลั่ง ผลคือโดนนางเหยี่ยวหักคอตายอนาถตามมังโซไปอีกคน
ภายในห้องควบคุม พิเชษฐ์กับซารีน่าร้อนรนกระทั่งพวกเซนต์ทุกคนบุกเข้ามาถึงด่านสุดท้ายคือห้องนี้ พิเชษฐ์เปลี่ยนท่าทีร้อนรนเป็นเยือกเย็น เผชิญหน้ากับพวกเซนต์ราวกับตัวเองยังเป็นต่อ
“คุณราตรี ผู้กองเซนต์...ที่แท้ก็คือเหยี่ยวรัตติกาลกับพรานคู่ชีวิตนี่เอง”
สิ้นเสียงของพิเชษฐ์ เหยี่ยวรัตติกาลกับพรานมฤตยูก็กลายร่างกลับคืนเป็นราตรีและผู้กองเซนต์...
ก้องเกียรติ อีท และเรวดีเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกพากันตะลึง ตื่นเต้นและดีใจ
“ทันทีที่ผมกดปุ่ม...โดรนสิบตัวจะถูกปล่อยออกไป คุณไม่มีทางหยุดผมได้”
“ใช่...โดรนถูกปล่อย แต่เชื้อโรคยังไม่ถูกปล่อยเพราะทิศทางลมยังไม่อำนวย”
“ไม่สำคัญ ยังไงพวกคุณตายก่อนอยู่ดี”
ราตรีไม่ฟัง สั่งทุกคนเตรียมพร้อมและแบ่งหน้าที่กันชัดเจนก่อนลงมือ
เป้าหมายของเรวดีคือพิเชษฐ์ที่สั่งฆ่าพ่อของเธอ ส่วนก้องเกียรติจัดการซารีน่า และราตรีกับเซนต์เล่นงานพวกซอมบี้ที่ยังเหลืออยู่หลายตัว
ความว่องไวของแต่ละคนทำให้พิเชษฐ์หมดโอกาสกดปุ่มปล่อยเชื้อโรค เขาถูกเรวดียิงแสกหน้าหงายหลังตายคาที่ ซารีน่าต่อสู้กับก้องเกียรติสุดกำลังก่อนจะโดนเขาล็อกคอหมดพิษสงไปพร้อมๆกับพวกซอมบี้ที่โดนเหยี่ยวรัตติกาลกับพรานมฤตยูเล่นงานไม่มีเหลือ
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้กองเซนต์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับวีระชาติ เข้ามาให้สัมภาษณ์หลังจากภารกิจสำเร็จลุล่วง
“นี่คือบทสัมภาษณ์พิเศษสำหรับสถานีของเราเท่านั้น สวัสดีครับผู้กองเซนต์ ขอบคุณที่ให้ผมสัมภาษณ์เป็นคนแรก”
“ด้วยความยินดีครับ”
“ก่อนอื่นขอถามว่าได้ยินเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลกับพรานมฤตยูที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ”
“แค่เป็นคำร่ำลือเท่านั้นครับ”
“คุณเป็นผู้ที่ล้มองค์กรของนายพิเชษฐ์ได้อย่างราบคาบ แต่ทำไมจะลาออกล่ะครับ”
“แต่งงานครับ”
คำตอบนี้ของผู้กองเซนต์ชัดเจน ยกเว้นเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลและพรานมฤตยูที่เขาตั้งใจปกปิดไว้เป็นความลับ
หลังเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญสามารถจัดการกับคนชั่วคอร์รัปชันได้ เซนต์กับราตรีก็ฉลองความสำเร็จร่วมกัน รวมทั้งทีมงานคนอื่นๆที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของผู้กองเซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเขาคือก้องเกียรติ ทีมงานของราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยที่ตอนนี้ปิ๊งกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว
เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไปอย่างมีความสุข ในงานฉลองความสำเร็จ แต่ละคนจับคู่เต้นรำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เรวดีแม้ไม่มีคู่แต่ก็รู้สึกรื่นรมย์ มองคนโน้นคนนี้อย่างเพลิดเพลิน
แต่แล้วจู่ๆอีทก็พาพี่ชายรูปหล่อของตนเข้ามาแนะนำตัวกับเรวดี
“คุณเรวดีคะ นี่พี่ชายอีทจาก FBI ที่เคยบอกไงคะ...พี่จักรินค่ะ”
เรวดีตะลึงไปนิดกับความหล่อเนี้ยบของจักริน หนุ่มสาวทำความรู้จักกันด้วยไมตรี อีทจับสังเกตและลุ้นตัวโก่งให้สองคนพัฒนาความสัมพันธ์
ศักดิ์สิทธิ์และรัตนาอยู่ในงานนี้ด้วย ทั้งคู่สบายใจเป็นที่สุดที่ลูกสาวและว่าที่ลูกเขยร่วมกันปฏิบัติภารกิจสำเร็จ และได้ครองรักกันโดยปราศจากอุปสรรคทั้งปวง
ooooooo
–อวสาน–










