ตอนที่ 12
คนนับสิบของหน่วยพิเศษที่ทำงานร่วมกับพวกเซนต์หายตัวไป ทั้งหมดถูกฆ่าและนำร่างไปทำการ ทดลองชีวะพันธุ์เคมีเพื่อสร้างเป็นกองทัพซอมบี้ของพิเชษฐ์ ราตรีตกใจมากเพราะซอมบี้ที่ตนเห็นมีพลังมากกว่าที่คิดและเหยี่ยวรัตติกาลเท่านั้นที่จะจัดการกับกองทัพซอมบี้ได้
คืนหนึ่ง ผู้กองเซนต์บุกเดี่ยวเข้าไปที่โรงงานของพิเชษฐ์แล้วโดนพวกซอมบี้เล่นงาน ในยามสถานการณ์คับขัน เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวมาช่วยผู้กอง ซารีน่าเตรียมจัดการเหยี่ยวรัตติกาลอยู่แล้ว แต่เซนต์กับเหยี่ยวรัตติกาลก็หลุดออกมาได้
ซาเอะเชื่อว่าราตรีต้องเกี่ยวข้องกับเหยี่ยวรัตติกาล บ่ายนั้นเขาจึงวางแผนจับรัตนาแม่ของเธอมาเป็นตัวประกันล่อให้เซนต์กับศักดิ์สิทธิ์มาติดกับดักและเหยี่ยวรัตติกาลออกมาตามแผน
ซาเอะคิดจะใช้พลังนายพรานของเซนต์จัดการกับเหยี่ยวรัตติกาล ในที่สุดทั้งหมดก็ปะทะกันจนได้ เหยี่ยวรัตติกาลเผชิญหน้ากับพลังนายพรานของเซนต์ทำให้พลังเหยี่ยวหมดลง พร้อมกันนี้เซนต์ก็ได้เห็นใบหน้าของราตรีชัดเจน
เมื่อราตรีหรือเหยี่ยวรัตติกาลถูกอาจารย์มังโซยิงด้วยธนูมนตร์ เซนต์ช่วยดึงลูกธนูออกจากร่างช่วยชีวิตราตรีไว้ได้ ส่วนมังโซกับซาเอะย่ามใจว่าจัดการเหยี่ยวรัตติกาลได้แล้วจึงปล่อยตัวรัตนากลับไป
ซารีน่าพอใจผลงานของมังโซกับซาเอะในครั้งนี้ แต่ยังเตือนว่าระวังผู้กองเซนต์ให้ดีเพราะเขามีพลังนายพรานที่น่ากลัว การจะกำจัดเขาไม่ใช่เรื่องง่าย มังโซไม่ยี่หระ เพราะเขาได้ปลุกเสกลูกกระสุนอาคมพลังเหยี่ยวไว้สำหรับกำจัดพลังนายพรานแล้ว
ooooooo
ราตรีบาดเจ็บต้องไปฟื้นพลังที่วัด ศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาได้รับการติดต่อจากเจ้าอาวาสวัดที่หัวหินจึงรีบตามไปดูแลลูกสาวและได้รับการยืนยันจากเจ้าอาวาสว่าราตรีโชคดีที่ธนูมนตร์ถูกดึงออกจากร่างก่อนที่จะมีอันเป็นไป
ศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่าผู้กองเซนต์ช่วยชีวิตลูกสาวของตนไว้ แต่รัตนายังไม่แน่ใจ จนกระทั่งเจ้าอาวาสบอกว่า
“เป็นไปได้ที่จิตใต้สำนึกของผู้กองมีอำนาจเหนือกว่าพลังนายพราน สุดท้ายดึงธนูมนตร์ออกจากโยมราตรี”
“งั้นผู้กองกับลูกไนท์เลิกเป็นศัตรูกันแล้วเหรอคะท่าน”
“ตามตำนานแล้วพลังนายพรานอาฆาตแค้นพลังเหยี่ยว ยังไงก็เป็นศัตรูกัน นับวันก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น”
รัตนาถึงกับหน้าซีด ศักดิ์สิทธิ์เคร่งเครียด แล้วกราบลาเจ้าอาวาสก่อนพากันเดินออกมาขึ้นรถ
“ฉันน่าจะอยู่กับลูก” รัตนาเอ่ยหน้าเศร้า หัวอกคนเป็นแม่วิตกกังวลไปหมด
“ให้ลูกอยู่คนเดียวดีกว่าคุณหญิง ผมไม่แน่ใจว่าไอ้ซาเอะมันจับพิรุธคุณหญิงได้หรือเปล่า อยู่ๆคุณหญิงก็มาค้างที่วัด อาจารย์ทิเบตมีฝีมือ มันอาจจะสงสัยได้”
รัตนาจำนนอย่างไม่มีทางเลือก จังหวะนี้เซนต์โทร.มาหาศักดิ์สิทธิ์ ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับศักดิ์สิทธิ์ก็ดีใจว่าเซนต์ไม่ได้เป็นอะไร เขาวางสายแล้วบอกภรรยาว่าผู้กองเซนต์ปลอดภัยดี
“ผู้กองพูดถึงเหยี่ยวรัตติกาลหรือเปล่าคะ”
“ผู้กองมีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเหยี่ยวรัตติกาล เขาจะมาพบที่บ้าน”
สองสามีภรรยาขึ้นรถบ่ายหน้ากลับบ้าน กว่าจะถึงก็เย็นโข พอตอนค่ำถึงได้ต้อนรับผู้กองเซนต์
รัตนาแสดงความดีใจที่เหยี่ยวรัตติกาลไม่ได้ทำร้ายผู้กอง ส่วนศักดิ์สิทธิ์ทำไก๋บ่นแปลกใจที่พวกมันจับรัตนาไปเพื่อให้เหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัว
“ผมว่าพวกมันจับท่านไปเพื่อจะเอาตัวคุณราตรีมาล่อเหยี่ยวรัตติกาลมากกว่า”
เซนต์จับพิรุธ สองสามีภรรยาถึงกับเงียบไป ชั่วขณะหนึ่ง
“ผู้กองคิดถูก ใครๆก็คิดว่าหนังสือพิมพ์ของลูกไนท์ติดต่อกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“คุณราตรีทราบเรื่องนี้หรือยังครับ”
“ยังเลยครับ โชคดีที่แกอยู่ฮ่องกง” ศักดิ์สิทธิ์โกหกหน้าตาเฉย
เซนต์จับจ้องสังเกตว่าท่านรองรู้หรือเปล่าว่าราตรีเป็นเหยี่ยวรัตติกาล ตัวเองจะบอกก็ไม่กล้า
“ดีครับ...ผมว่าคุณไนท์ไม่ต้องรู้ก็ดีจะได้สบายใจ”
“ครับ...ว่าแต่ผู้กองต้องการถามอะไรผมเกี่ยวกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“คือท่านรองบอกว่าผมจะต้องห้ำหั่นกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“ตามจริงน่าจะเป็นเช่นนั้น”
“แต่เมื่อตอนบ่ายผมไม่รู้สึกมีพลังต่อต้านระหว่างผมกับเหยี่ยวรัตติกาลเลยครับ”
“อาจเป็นเพราะเหยี่ยวรัตติกาลถูกอาวุธจนหมดพลังก็ได้”
“พลังเหยี่ยวหมดแต่ของผมไม่หมดครับ ผมมีแต่คิดจะช่วย ไม่ได้คิดจะห้ำหั่นเหยี่ยวรัตติกาลเลยครับ”
ศักดิ์สิทธิ์นิ่งเงียบอึดใจ รวบรวมสติให้มั่นคง ถามเสียงเรียบ “ผมเห็นเหยี่ยวรัตติกาลถูกลูกธนูของมัน”
“ครับ ผมเป็นคนดึงออก เหยี่ยวรัตติกาลคงตกใจซัดผมเข้าให้แล้วหายไปเลยครับ”
“ผมหวังว่าเหยี่ยวรัตติกาลคงปลอดภัย”
เซนต์พยักหน้า คิดว่าท่านรองคงไม่รู้ว่าลูกสาวคือเหยี่ยวรัตติกาล ถึงได้บอกว่าราตรีไปห้องฮ่องกง
ooooooo
เพื่อจับผิดให้กระจ่าง เช้าวันรุ่งขึ้นเซนต์รีบไปที่สำนักพิมพ์อธิปไตย ปรากฏว่าเขายังไม่ได้พูดอะไร อีทชิงรายงานเสียงแจ๋วว่า
“ท่านรองศักดิ์สิทธิ์คุณพ่อของพี่ไนท์โทร.มาแต่เช้าเลยค่ะ ว่าพี่ไนท์ไปพักกับเพื่อนที่ฮ่องกงอาจจะหลายวัน ฝากให้ดูงานที่สำนักพิมพ์...พวกนายพิเชษฐ์มีการเคลื่อนไหวจะเล่นงานพี่ไนท์เหรอคะ”
“เปล่าหรอกครับ แค่อยากจะมาขอบคุณเรื่องภาพของมนุษย์ซอมบี้น่ะครับ”
อีทยิ้มให้รู้ว่าเป็นแค่ข้ออ้างของผู้กอง แต่ไม่ทันคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับราตรี
“แล้วอีทจะแจ้งให้พี่ไนท์ทราบนะคะ”
“ครับ...คุณอีทก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ ผมจะให้ก้องเกียรติมาคอยระวังที่นี่”
“ขอบคุณค่ะ” อีทตอบแล้วมองตามเขาเดินออกไปด้วยความรู้สึกเห็นใจ
เซนต์เข้าสำนักงานได้ไม่นานก็ต้องเข้าประชุมพร้อมเรวดีและก้องเกียรติตามคำสั่งของท่านรองศักดิ์สิทธิ์
“พวกมันกล้าทำแบบนี้ ผมว่าเราปิดตึกมันเลยดีกว่า” ก้องเกียรติเสนอขึ้นมาประสาคนใจร้อน ซึ่งเรวดีไม่เห็นด้วย
“จะเปิดช่องโหว่ให้พวกมันฟ้องกลับได้ในแง่กฎหมาย ท่านรองอาจแจ้งตำรวจในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังได้เท่านั้น”
เช่นเดียวกับเซนต์ที่เสริมว่า “ยิ่งอ้างว่าพวกมันกักขังท่านรองกับคุณหญิงเพื่อล่อเหยี่ยวรัตติกาลยิ่งฟังไม่ขึ้น”
“แบบนี้เราทำอะไรพวกมันไม่ได้เลยเหรอครับ”
“เราต้องรู้เรื่องการทดลองชีวะพันธุ์เคมีแล้วก็ซารีน่าให้มากกว่านี้ ถ้าเราผลีผลามมันจะไหวตัวหายไปซะก่อน”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับศักดิ์สิทธิ์...สายวันเดียวกันที่วัดหัวหิน ราตรีกราบลาเจ้าอาวาสหลังจากร่างกายหายเป็นปกติแล้ว
“อาการของโยมหนักกว่าที่คิด อาตมาจึงต้องขอความกรุณาจากเจ้าอาวาสถึง 9 วัดมาช่วย”
“หนูขอบพระคุณเจ้าอาวาสค่ะ แต่หนูรู้สึกว่าเหมือนว่างเปล่า ไม่มีพลังอยู่เลยค่ะ”
“พลังยังอยู่ในตัวของโยม โยมต้องนั่งสมาธิ พลังจะกลับคืนมาในที่สุด จะช้าหรือเร็วอยู่ที่โยม”
ราตรีก้มกราบท่านด้วยความซาบซึ้งและศรัทธา แล้วจากนั้นตรงดิ่งไปหาพ่อแม่ที่บ้านเป็นคนแรก
ตอนเกิดเหตุร้ายนั้นราตรีไม่รู้สึกตัว พ่อแม่จึงบอกให้เธอรู้ว่าถ้าผู้กองไม่ดึงลูกธนูออก อาการของเธอจะเลวร้ายมากกว่านี้
“ผู้กองมาสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลเพราะพ่อเคยบอกไปว่าเพราะพลังนายพรานทำให้ผู้กองกับเหยี่ยวรัตติกาลต้องห้ำหั่นกัน”
“แต่ผู้กองยืนยันว่าไม่รู้สึกเป็นศัตรูตอนอยู่ใกล้กับเหยี่ยวรัตติกาล แม่เชื่อผู้กองจ้ะ”
“เสียดายตอนนี้ถึงอยู่ใกล้ก็พิสูจน์อะไรไม่ได้ เพราะพลังของหนูสลายไปเกือบหมด ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าต้องใช้เวลานั่งสมาธิสักระยะหนึ่งพลังถึงจะกลับคืนมา เสียดายที่ตอนนี้เหยี่ยวรัตติกาลไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้”
“ช่างเถอะจ้ะ อย่าคิดอะไรมาก ตั้งใจนั่งสมาธิ ทุกอย่างก็จะดีเองจ้ะ”
รัตนาโอบกอดลูกสาวส่งกำลังใจ ขณะที่ศักดิ์สิทธิ์ก็พยายามพูดให้กำลังใจลูกว่า
“อย่างน้อยก็ยังมีผู้กองที่มีพลังนายพราน คอยสกัดพวกมันอยู่”
ราตรีไม่พูดอะไร ได้แต่ฝืนยิ้มและคิดว่าตนเองกับผู้กองเซนต์จะเป็นมิตรกันได้หรือไม่
ooooooo
ราตรีกลับมาทำงานตามปกติและได้ต้อนรับเซนต์อย่างกะทันหัน สองคนสบตากันด้วยความคิดถึงแต่ยับยั้งชั่งใจไว้ไม่พูดอะไรออกมานอกจากทักทายถามทุกข์สุข
เซนต์จับพิรุธราตรีด้วยการถามว่าฮ่องกงเป็นยังไงบ้าง ราตรีทำไก๋เอ่ยว่าคุณพ่อคงบอกผู้กอง เซนต์พยักหน้าและอยากบอกว่าตนรู้ความจริงเธอคือเหยี่ยวรัตติกาล แต่เปลี่ยนใจคิดว่ายังไม่สมควร
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ ท่านเล่าให้ฟัง ใจหายหมดเลย”
“ความจริงผมยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณคุณไนท์ที่ทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตผม หวังว่าคงไม่ทำให้แฟนคุณเข้าใจผิด”
“ไม่หรอกค่ะ คุณวีระชาติเข้าใจดี คุณพ่อบอกว่าคุณช่วยเหยี่ยวรัตติกาล?”
“ผมไม่เคยเป็นศัตรูกับเหยี่ยวรัตติกาล”
“หรือว่าหลงเสน่ห์สาวเหยี่ยวเข้าให้แล้ว”
“ก็ไม่แน่...เพราะตอนนี้ผมกำลังอกหักอยู่”
“ไม่กลัวนางเหยี่ยวหักอกอีกเหรอคะ”
“ไม่กลัวหรอกครับ ผมมีพลังคุ้มกัน...นางเหยี่ยวอาจจะสงสารเห็นใจผมก็ได้”
“งั้นก็ขอให้ผู้กองกับเหยี่ยวรัตติกาลมีความสุขตลอดชั่วกัลปาวสาน”
“ผมก็ขอให้คุณไนท์มีความสุขกับคู่หมั้นชั่วกัลปาวสานเหมือนกัน”
เซนต์ยิ้มให้คิดว่าจะปล่อยเลยตามเลย อยากรู้เหมือนกันราตรีจะเก็บความลับได้นานแค่ไหน
หลังจากเซนต์กลับไปไม่ทันข้ามวันก็มีพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเปิดประเด็นว่าเซนต์อาจรีเทิร์นกับอดีตคู่หมั้น อีทกับราตรีเห็นแล้วไม่แปลกใจ คิดว่านักข่าวพวกนี้คงแอบถ่ายรูปผู้กองเข้าออกสำนักพิมพ์อธิปไตย
ด้านเซนต์ก็โดนนักข่าวรุมสัมภาษณ์ขณะลงรถที่หน้าสำนักงานของตน นักข่าวยิงคำถามคล้ายกันว่า
ผู้กองไปหาราตรีในฐานะเจ้าหน้าที่หรืออดีตคนรัก จริงหรือเปล่าที่ผู้กองไปหาคุณราตรีที่สำนักพิมพ์มาแล้วสองครั้งหลังจากออกจากโรงพยาบาล
“ถูกต้องครับ ครั้งแรกผมไปขอบคุณที่คุณราตรีสละเลือดช่วยผมให้รอดชีวิตมาได้ ครั้งที่สองผมผ่านไปเพราะจะเชิญคุณราตรีไปทานข้าวเป็นการเลี้ยงตอบแทนแต่คุณราตรีปฏิเสธครับ”
เซนต์โกหกในตอนท้าย และตัดบทขอไม่พูดถึงวีระชาติแฟนของราตรี
หลุดจากนักข่าวมาได้ เซนต์เข้าประชุมพร้อมเรวดีและก้องเกียรติด้วยเรื่องความร้ายกาจของพิเชษฐ์ที่ผลิตมนุษย์ชีวะพันธุ์ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนรวมถึงความมั่นคงของประเทศชาติ ท่านรองศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้ทุกคนร่วมมือกันจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด
แต่แล้วในวันนี้เอง ขณะที่เรวดีกำลังสะสางงาน พลันหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดหาข้อมูลก็สั่นแล้วกลายเป็นภาพนายพิเชษฐ์ปรากฏขึ้นมาพร้อมส่งเสียงทักทาย
“สวัสดีครับท่านอัยการเรวดี ถ้าท่านอัยการสามารถเชิญผู้กองมาคุยกับผมหน่อย ผมจะขอบคุณมาก ผมจะรอ”
เรวดีคาดไม่ถึงแต่ตั้งสติคว้าโทรศัพท์ติดต่อเซนต์กับก้องเกียรติที่อยู่อีกห้องให้รีบมาหาตนด่วน
เพียงไม่กี่อึดใจสองหนุ่มก็ถึงโต๊ะทำงานของเรวดีอย่างรวดเร็วทันใจ พิเชษฐ์แสยะยิ้มส่งเสียงยียวน
“สวัสดีครับผู้กอง เห็นอยู่แล้วว่าผมยังไม่ตายและสุขภาพดี”
เซนต์ เรวดี ก้องเกียรติ ต่างจ้องวายร้ายราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“หน้ากากที่นายทำตบตาตอนออกข่าวว่าป่วยตายฝีมือยังไม่เข้าขั้น เรารู้ เราพร้อมที่จะเล่นงานนายอยู่แล้ว”
เซนต์พูดเข่นเขี้ยว เรวดีรู้สึกไม่ต่างกัน อยากยิงมันทิ้งซะเดี๋ยวนี้ เธอย้ำว่าเขาคือนักโทษหนีคดี และก้องเกียรติหมายหัวจะตามล่าเขาให้ถึงที่สุด
พิเชษฐ์ไม่ยี่หระ ยิ้มเยาะและเผยแผนการชั่วของตนอย่างย่ามใจ
“หมอต่างชาติของผมได้นำเอาเชื้อโรคร้ายแรงเข้ามาด้วย แน่นอนผมสามารถผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกมากพอที่จะกระจายมันไปทั่วประเทศ เพียงแค่กดปุ่มควบคุมในระยะไกล เชื้อโรคก็จะแพร่กระจายไปทั่ว คนต้องตายเป็นล้าน”
“แกต้องการอะไร” เซนต์เค้นเสียงแค้น
“ณ เวลานี้ หยุดคดีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผมและบริษัทของผม รอฟังคำสั่งของผมเท่านั้น พรุ่งนี้เวลานี้ ผมจะติดต่อมาใหม่”
ขาดคำหน้าจอดับวูบ สามคนเป็นกังวล รีบนำเรื่องเข้าหารือกับท่านรองศักดิ์สิทธิ์...หลังจากนั้นในตอนค่ำ ราตรีก็มาพบพ่อแม่ที่บ้าน
“เราไม่มีทางเลือก ต้องรอว่ามันต้องการอะไร เราจนมุมจริงๆ มันอยู่นอกประเทศ ที่ไหนเราไม่รู้”
“เหยี่ยวรัตติกาลรู้ไหมลูก”
“โดยปกติหนูจะได้รับแต่สัญญาณของคนดีที่ถูกภัยคุกคามถึงชีวิต หรือพวกคนเลวที่กำลังทำชั่วเข่นฆ่าคน ถ้าพวกมันอยู่เฉยๆหนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่ามันอยู่ที่ไหน”
“ผู้กองล่ะลูก พลังนายพรานล่ะ”
“คงคล้ายๆกับพลังเหยี่ยวน่ะค่ะ แค่หนูเก่งกว่า” ราตรียิงมุกจนพ่อกับแม่ยิ้มขำ คลายเครียดกันไปได้ชั่วขณะ
ooooooo
พิเชษฐ์ติดต่อมายังพวกเซนต์เพราะคิดว่าคนของตนกำจัดเหยี่ยวรัตติกาลสำเร็จแล้ว...สายวันรุ่งขึ้นเขาติดต่อมาอีกครั้ง ต่อรองเรื่องคดีความเหมือนเดิม
“คุณซารีน่าจะขอยื่นอุทธรณ์คดีของผมกับนักธุรกิจทั้ง 7 ศาลจะพิจารณายกฟ้อง คุณต้องแต่งตั้งนักธุรกิจทั้ง 7 คนของผมเป็นคนดูแลเศรษฐกิจและโครงการทั้งหมด แล้วก็โอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีของผม เป็นการชดเชยที่ผู้กองระเบิดเรือเผาเงินของผม”
“คนอย่างน้อยต้องตายเพราะเงิน”
“อย่าพูดมาก ผมให้เวลาดำเนินการสิบวัน ถ้าไม่สำเร็จผมจะปล่อยเชื้อโรคออกมา”
“เหยี่ยวรัตติกาลต้องจัดการกับพวกแกแน่นอน”
“เหยี่ยวรัตติกาลดับไปแล้ว อย่าเอามาขู่ผม จำไว้ ทำตามคำสั่งทุกอย่างภายในสิบวัน”
ภาพพิเชษฐ์ในจอคอมพิวเตอร์หายวับไป เซนต์หนักใจบอกเรวดีและก้องเกียรติว่าพิเชษฐ์โกหก หลังจากนั้นทั้งหมดก็เข้าประชุมกับท่านรองศักดิ์สิทธิ์เพื่อเร่งหาทางเล่นงานวายร้ายตัวฉกาจ!
ooooooo










