กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไม่ทันข้ามวัน พิเชษฐ์ก็กลับบ้านในสภาพปกติ ซาเอะชมเขาว่าทำได้เนียนมาก สังคมต้องเห็นใจเขาแน่

นอกจากแผนอันแยบยลนี้แล้วพิเชษฐ์ยังวางแผนซื้อขายอาวุธกับลูกค้าในวันถัดมา แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าหาได้รอดพ้นหูตาของเหยี่ยวรัตติกาล นั่นหมายความว่าไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเรวดีและผู้กองเซนต์จะล่วงรู้ด้วย

แน่นอนว่าเซนต์ต้องไป แต่เขาหลบมุมซ่อนตัวไม่ให้ใครรู้ นอกจากนางเหยี่ยวที่มาจัดการพวกคนชั่วเห็นเขาโดยบังเอิญ

พลังเหรียญปลุกเสกของนายพรานในตัวเซนต์ไม่อาจอยู่ใกล้นางเหยี่ยวได้ ใกล้เมื่อไหร่สองคนคือศัตรูคู่แค้นอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์เคยบอก เซนต์จึงช่วยเธออยู่ห่างๆ ท้ายที่สุดอาจารย์มังโซและพวกซาเอะก็ล่าถอยทำงานพลาดอีกจนได้

พิเชษฐ์หัวเสียอย่างหนัก ด่ากราดอาจารย์มังโซและซาเอะในเช้าวันถัดมา

“ไม่ได้เรื่อง! เหลวอีกตามเคย”

“คือผู้กองเซนต์ไม่มาตามที่เราคิด พวกเราต้านนางเหยี่ยวไม่อยู่” ซาเอะอ้อมแอ้มแก้ตัว

พิเชษฐ์ทั้งแค้นและผิดหวังจนพูดไม่ออก อาจารย์มังโซกล่าวเสริมว่า

“นักดาบของท่านซาเอะก็ไม่สามารถต้านนางเหยี่ยวได้นานพอที่จะให้เราปล่อยลูกธนูมนตร์”

“ท่านควรจะว่องไวมากกว่านี้” ซาเอะโต้ทันควัน

“เอาล่ะๆ มีแต่ข้ออ้าง ช่วยออกไปให้พ้นหน้าผมได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

พิเชษฐ์ตวาดไล่ ทั้งสองคนจ๋อยสนิทพากันออกไป แล้วพิเชษฐ์ก็นึกถึงใครบางคน คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษครู่หนึ่งก่อนตัดสาย

ooooooo

สื่อตีข่าวครึกโครมว่าเหยี่ยวรัตติกาลอาละวาดอีกแล้วเมื่อคืน พบอาวุธร้ายแรงลักลอบนำเข้ามูลค่าเกือบ 500 ล้าน คนร้ายตายในสภาพไม่มีชิ้นดี!

เรวดีค่อนข้างแน่ใจว่าเหตุการณ์นี้ผู้กองเซนต์ต้องไป แต่พอสอบถามเขากลับปฏิเสธเสียงแข็งและยืนยันตนให้เหยี่ยวรัตติกาลจัดการ

“แล้วเหยี่ยวรัตติกาลก็มาตามคำขอซะด้วย”

เรวดียังจับผิด พอดีมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารจากกองตรวจคนเข้าเมือง เธอเลยยุติ

และรับเอกสารนั้นมาเปิดดูก่อนบอกเซนต์ว่ามีผู้เชี่ยวชาญทางชีวะพันธุ์มาอีกหนึ่งคนในเครือบริษัทของนายพิเชษฐ์ เธอชื่อ ดร.ซารีน่า เซนต์สนใจรับแฟ้มเอกสารนั้นมาพิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะเรียกก้องเกียรติมาสั่งงาน

“คุณติดตามเรื่องของซารีน่าและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของโครงการชีวะพันธุ์ทุกรูปแบบ เริ่มที่บริษัทในเครือของนายพิเชษฐ์”

“ครับบอส”

“ผมกับคุณเรวดีจะคุยกับท่านอนันต์เรื่องหมายค้นโครงการพวกนี้”

“ผู้กองคิดว่านายพิเชษฐ์จะทำอะไรครับ”

“ผมเดาไม่ออก แต่สังหรณ์ใจว่าจะต้องเลวสุดๆ”

เวลาต่อมาเมื่อเซนต์กับเรวดีไปพบอนันต์ ท่านรับปากจะออกหมายค้นให้แต่ต้องเฉพาะรายที่มีอันตรายต่อสาธารณชนเท่านั้น

“ขอบคุณครับท่าน ผมมาปรึกษาลู่ทางไว้ก่อน เวลาเกิดเรื่องจะได้รวดเร็ว”

“ได้...แล้วคุณราตรีเป็นยังไงบ้างผู้กอง”

เซนต์อึกอักเล็กน้อย ชำเลืองมองเรวดีแล้วตอบสั้นๆว่าสบายดี อนันต์เตือนทั้งเซนต์และเรวดีอย่ามัวแต่ทำงานจนลืมเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเซนต์ไม่ควรปล่อยให้คนดีและเก่งอย่างราตรีหลุดมือไป

ในวันเดียวกันนี้ ราตรีโทรศัพท์คุยกับพ่อ เล่าเรื่องเมื่อคืนที่เซนต์ไปปรากฏตัวแต่ไม่ได้ปะทะกับเธอเพราะอยู่ในระยะไกล แต่มีจังหวะหนึ่งเขาช่วยเธอจากอาจารย์ทิเบตแล้วหายไป

“พ่อบอกผู้กองหมดทุกอย่าง ว่าเหรียญพลังนายพรานทำให้ผู้กองเป็นศัตรูกับเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองคงระวังตัวไม่เข้าใกล้ลูก”

“แต่ลูกสัมผัสพลังนายพรานได้เราอยู่ในระยะที่พลัง นายพรานจะทำให้ผู้กองบุกล่าเหยี่ยวรัตติกาลได้ชัวร์เลยค่ะ”

“หรือว่าผู้กองสามารถคุมพลังนายพรานได้เหมือนกับที่ลูกคุมพลังเหยี่ยวได้”

“ก็อาจจะได้ค่ะ ถ้าไม่เผชิญหน้ากันในระยะใกล้”

ooooooo

ตกตอนบ่าย เรวดีมีข่าวดีมาบอกเซนต์ว่าศาลตัดสินคดีที่เรายื่นฟ้องนายพิเชษฐ์แล้ว

สองคนเปิดทีวีดูการรายงานข่าว ก่อนที่ศักดิ์สิทธิ์จะเรียกพวกเขาเข้าประชุมลับ

“อัยการเรวดีพร้อมผู้กองเซนต์นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายจับเข้าควบคุมตัวนายพิเชษฐ์ เนื่องจากมีคลิปหลักฐานที่ ผบ.เศรษฐาได้บันทึกไว้ก่อนตายว่านายพิเชษฐ์รวมทั้งนักธุรกิจอีก 7 คน รวมตัวกันวางแผนทำลายเศรษฐกิจของประเทศเพื่อยึดครองธุรกิจทุกอย่าง”

ศักดิ์สิทธิ์เชื่อแน่ว่าพิเชษฐ์ไม่ยอมสิ้นลายง่ายๆ แล้วก็จริงดังคาด ผ่านไปแค่ช่วงเย็นก็มีข่าวว่าทนายยื่นประกันตัวพิเชษฐ์กับทุกคนโดยเฉพาะพิเชษฐ์ ทนายอ้างเรื่องโรคหัวใจ

เซนต์เคร่งเครียด คาดว่าพิเชษฐ์รู้เรื่องคลิปดี รู้ว่า วันนี้จะต้องมาถึง โรคหัวใจคือแผนของมัน เรวดีหนักใจแต่ก็หวังว่าศาลคงไม่ให้พิเชษฐ์ประกันตัว

ถัดมาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็มีข่าวออกมาว่าศาลตัดสินไม่ให้นายพิเชษฐ์และนักธุรกิจทั้ง 7 ได้รับการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

และให้มีการคุมตัวก่อนที่จะถึงวันขึ้นศาลตัดสินคดี ซึ่งเป็นเวลา 10 วันจากนี้...

พวกอีทโห่ร้องด้วยความดีใจ เชื่อว่าจุดจบของนายพิเชษฐ์มาถึงแล้ว แต่ราตรีติงว่าอย่าเพิ่งดีใจ คนอย่าง นายพิเชษฐ์เหลี่ยมจัดต้องมีอะไรตุกติกออกมาให้เห็นแน่ ทุกคนจับตาตามข่าวไว้ให้ดี

จริงอย่างที่ราตรีคาดไว้ไม่มีผิด ไม่ทันข้ามวันก็มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับนายพิเชษฐ์ออกมาอีก

“ศาลผ่อนผันให้นายพิเชษฐ์ถูกคุมตัวภายใต้การดูแลของแพทย์ได้ เพราะป่วยเป็นโรคหัวใจเนื่องจากการสูญเสียลูกชาย โดยจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมบริเวณบ้าน อย่างใกล้ชิด”

เซนต์เจ็บใจ เขากับเรวดีรับคำสั่งจากศักดิ์สิทธิ์ต้องคุมเข้มอย่าให้พลาด อย่าประมาทเพราะพิเชษฐ์มีพวกพ้องรอบตัว เรวดีให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง และให้กระทรวงต่างประเทศยึดพาสปอร์ตของพิเชษฐ์ไว้แล้ว เขาไม่มีทางหนีไปไหนได้

ooooooo

แน่นอนว่าพิเชษฐ์ดิ้นทุกทางเพื่อตัวเองไม่ต้องติดคุก เขายินยอมให้ซาเอะจับตัวเรวดีมาหวังยุติคดี แต่กำชับว่าห้ามรุนแรงหรือมีการเจ็บตัวเป็นอันขาด

แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย! เพราะเรวดีมีทั้งเซนต์และก้องเกียรติสลับกันรับส่ง แต่แล้วคืนหนึ่งพวกซาเอะก็ลงมือจนได้...เซนต์กับเรวดีถูกพวกมันล้อมกรอบ ท่าทางจะแย่ถ้าไม่ได้ก้องเกียรติกับอีทตามมาช่วย

อีทยิงปืนแม่นมาก ทั้งหมดช่วยกันรับมือกับพวกซาเอะและพากันรอดปลอดภัยออกไปได้ โดยไม่ต้องมีเหยี่ยวรัตติกาลมาช่วยเหลือ แต่ความจริงนางเหยี่ยวก็ปรากฏตัวอยู่ห่างๆในเงามืด

ซาเอะเจ็บใจเป็นที่สุด ต่อว่ามังโซที่อ้างว่าพลังนายพรานในตัวผู้กองแรงมาก ถ้านางเหยี่ยวมาเจอพลังผู้กองบวกธนูมนตร์ของตนมันต้องเสร็จแน่

“เอาไว้บอกท่านพิเชษฐ์พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

“ท่านก็เหมือนกัน เรื่องที่อัยการหลุดมือไปได้ ดูแผลที่หัวไหล่ด้วยนะ”

มังโซยิ้มเยาะซาเอะที่โดนยิงไหล่ได้เลือด ซาเอะ โกรธแค้นแต่ข่มใจไว้...ฝ่ายพิเชษฐ์พอรู้ว่างานล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งก็ดุด่าซาเอะยกใหญ่ ก่อนจะพาซารีน่ามาแนะนำตัวต่อทุกคน

เวลาเดียวกันที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจ พวกเซนต์กลับมาด้วยความปลอดภัย แต่เซนต์อดตำหนิก้องเกียรติไม่ได้ว่า

“นายคิดยังไง คุณอีทเป็นประชาชนไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะพามาเสี่ยงด้วย”

“คือ...อยู่ในสถานะแฟนครับ” ก้องเกียรติพูดโพล่ง ปรากฏว่าอีทไม่ค้าน แถมพยักหน้ารับโดยดี เรวดีมองทั้งคู่แล้วอมยิ้ม บอกว่าโชคดีที่ก้องเกียรติกับอีทมาได้ทันเวลา

“ขอบคุณนะครับคุณอีท”

“ยินดีค่ะผู้กอง ได้ซัดไอ้พวกนี้ซักเปรี้ยงก็สะใจดีค่ะ”

“แม่นซะด้วย รู้สึกว่าจะยิงถูกไอ้ซาเอะ”

ทุกคนหัวเราะสะใจไปด้วยกัน แล้วก้องเกียรติก็สรุปเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า พิเชษฐ์จนตรอกคิดจะคุมตัวเรวดีเพื่อหยุดการพิจารณาคดี เซนต์เห็นด้วยและเสริมว่า

ต่อไปนี้เรวดีจะไปไหนตามลำพังไม่ได้ เพราะพิเชษฐ์ต้องทุ่มเต็มที่

ooooooo

ซารีน่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางชีวะพันธุ์เคมีที่พิเชษฐ์ ส่งมาทำโครงการวิจัย มนุษย์ที่ซารีน่ากำลังทำการ ทดลองหลุดออกไป อีทกับทัชไปเจอมนุษย์คล้ายซอมบี้จึงสงสัยว่าอาจเกี่ยวกับชีวะพันธุ์เคมีที่ก้องเกียรติกำลังสืบอยู่

เมื่อเซนต์กับเรวดีไปขอพบซารีน่า ปรากฏว่าเธอเตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดีจึงไม่มีหลุดพิรุธอะไรสักอย่าง เซนต์หงุดหงิดที่คว้าน้ำเหลว แต่เรวดียังรู้สึกมีความหวัง บอกเซนต์ว่า

“ใจเย็นๆค่ะ เราอาจมีโชค ถ้านายพิเชษฐ์ถูกศาลตัดสินว่าผิด เรื่องอาจจะจบเร็วกว่าที่เราคิด”

“ผมกลัวว่าเรื่องจะยุ่งมากขึ้นไปอีกน่ะสิครับ”

เซนต์มีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แล้วบ่ายนี้เอง มีการรายงานข่าวว่าศาลได้พิพากษาให้นักธุรกิจทั้ง 7 มีความผิดฐานวางแผนบ่อนทำลายชาติ ตัดสินขั้นต้นจำคุก 2 ปี ไม่มีการรออาญา ส่วนนายพิเชษฐ์ไม่สามารถมาศาลได้ตามความคาดหมาย แต่กระแสข่าวออกมาว่าคงจะมีความผิดเช่นเดียวกับนักธุรกิจทั้ง 7 คน หรืออาจมากกว่า ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแจ้งมาว่านายพิเชษฐ์พร้อมมาขึ้นศาลได้ภายในไม่ช้า

เซนต์ไม่เชื่อว่าพิเชษฐ์จะยอมมาศาล ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้เรวดีบอกว่าพิเชษฐ์ไม่มีพาสปอร์ตออกนอกประเทศไม่ได้ก็ยังไม่วางใจ ก้องเกียรติเห็นด้วยกับผู้กองว่ามันอาจจะลอบนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปลงแถวๆ ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ขอสัญชาติใหม่ ขอพาสปอร์ตใหม่ เซนต์จึงกำชับว่า

“สั่งสนามบินทุกแห่งตรวจเครื่องบินทุกลำ ไม่ว่าจะไปใกล้ไกลแค่ไหน เหนือ ใต้ ออก ตก ตรวจให้หมด”

ooooooo

ราตรีปลอมตัวเข้าไปสืบในห้องทดลองของซารีน่า จึงได้รู้ว่าเธอกำลังผลิตมนุษย์ชีวะพันธุ์ที่น่ากลัวมาก ขณะเดียวกันพิเชษฐ์ก็คอยให้ข่าวอยู่ตลอดว่าตัวเองป่วยด้วยโรคหัวใจและนำทีมแพทย์จากอเมริกามารักษา

แต่หลังจากทีมแพทย์เดินทางกลับไปได้แค่วันเดียว อาการของพิเชษฐ์ก็ทรุดลงและเสียชีวิตกะทันหันภายในบ้านตัวเอง

ข่าวการเสียชีวิตของพิเชษฐ์ด้วยโรคหัวใจกำเริบทำให้เซนต์มั่นใจว่าการมาของซารีน่าอาจเกี่ยวพันกับเรื่องซอมบี้ที่อีทเคยเจอ เซนต์และก้องเกียรติพยายามจับตาดูซารีน่า ที่สุดก็รู้ว่าพิเชษฐ์ยังไม่ตายแต่หนีคดีออกนอกประเทศแล้วส่งซารีน่าเข้ามาบริหารงานแทน

ซารีน่าเตรียมขนทรัพย์สินเงินทองของพิเชษฐ์ลงเรือไปนอกประเทศพร้อมสินค้า แต่เซนต์ล่วงรู้จึงวางแผนสกัดโดยไม่รอขั้นตอนของทางการ แต่ไปขอความช่วยเหลือจากวีระชาติผ่านทางราตรีที่สนิทสนมกันดี

วีระชาติยินดีไม่มีปัญหา การทำงานของเซนต์กับก้องเกียรติจึงลุล่วง แถมยังมีเหยี่ยวรัตติกาลแอบช่วยเหลืออีกทาง เดชศักดิ์ที่ยังคงเห็นแก่เงินของพิเชษฐ์ไม่พอใจเซนต์ที่แอบปฏิบัติการ แต่เซนต์ก็ไม่แคร์และทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนเดชศักดิ์กลายเป็นตัวตลกไป

เพียงเช้าวันถัดมา ทีวีช่องหนึ่งก็รายงานข่าวใหญ่ว่า

“เรือขนสินค้าบริษัทในเครือของนายพิเชษฐ์นักธุรกิจ ผู้เพิ่งจบชีวิตไปด้วยโรคหัวใจเกิดระเบิดเสียหาย เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของธนบัตรเงินสดเป็นจำนวนมาก ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามาจากไหน เป็นของใคร แต่เชื่อว่าเจ้าของเงินคงจะรู้สึกไม่ดีแน่ในเช้าวันนี้”

ลูกน้องของราตรีทุกคนติดตามข่าวนี้ต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ ตรงกันข้ามกับซารีน่าที่เครียดจัด เธอกำลังยืนประจันหน้ากับซาเอะอยู่ในรังของมัน

“มีอะไรจะแก้ตัวมั้ยคุณซาเอะ”

ซารีน่าขึงขังเอาเรื่อง ซาเอะนิ่งเงียบไม่ตอบ

“เงินเกือบสามหมื่นล้าน คุณแก้ตัวกับบอสใหญ่เอง ก็แล้วกัน”

พูดแล้วเธอก้าวออกไปด้วยท่าทีฉุนเฉียว ซาเอะ มองตามสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแววหวาดหวั่นแต่อย่างใด

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นที่กองบัญชาการตำรวจ เซนต์ เรวดี และก้องเกียรติอยู่ในห้องประชุม ก้องเกียรติคาดเดาอย่างสะใจว่าพิเชษฐ์คงกำลังกระอักเลือดอยู่แน่ๆ

อีกสักครู่ศักดิ์สิทธิ์ก้าวเข้ามาตั้งคำถามว่ามีใครได้ข่าวเรื่องเรือสินค้าระเบิดเมื่อคืนบ้าง สามคนมองหน้ากันไปมาก่อนเซนต์จะพูดขำๆว่า สงสัยต้องรอผู้กองเดชศักดิ์ แถลงข่าว เรวดีกับก้องเกียรติอมยิ้ม ขณะที่ศักดิ์สิทธิ์มีท่าทีพอใจเขารู้เห็นทุกอย่างแต่ทำเป็นไก๋เพื่อให้แผนของเซนต์ไร้อุปสรรค

“ใครทำก็แล้วแต่ ต้องชมว่าฝีมือยอดเยี่ยมมาก”

“ผมว่าอาจจะเป็นเหยี่ยวรัตติกาลก็ได้ครับ”

“มีใครเห็นข่าวมนุษย์ซอมบี้แล้วหรือยัง”

คำถามนี้ของศักดิ์สิทธิ์เล่นเอาเซนต์ เรวดี และก้อง–เกียรติ เงียบงันอย่างคาดไม่ถึง เพราะพวกตนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอยู่ หากข่าวรั่วไหลต้องยุ่งแน่ๆ

แล้วจู่ๆผู้กองเดชศักดิ์ก็ออกมาแถลงข่าวเรื่องมนุษย์ซอมบี้ที่นักข่าวกำลังให้ความสนใจ ตั้งคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่ามีจริงหรือเปล่า

“ก็แค่คนบ้าคนเดียว ซอมบ้งซอมบี้มีที่ไหน พวกคุณดูหนังมากไปแล้ว”

“ถ้ามนุษย์ซอมบี้มีจริงแล้วยังลอยนวลอยู่ ประชาชนไม่ตกอยู่ในอันตรายเหรอครับ”

“พวกคุณได้แต่พูดไปเรื่อยเปื่อย จะอันตรายได้ยังไง ผมจะจับตัวมาให้พวกคุณดู ว่าเป็นแค่คนบ้าเท่านั้น”

“ผู้กองเซนต์ว่ายังไงบ้างครับ”

“ผู้กองเซนต์มีคดีความมั่นคงต้องดูแล เขาไม่เกี่ยว ผมเป็นคนดูแลเรื่องพวกนี้”

“ผู้กองดูเรื่องเหยี่ยวรัตติกาลด้วยนี่ครับ ถึงไหนแล้วครับ”

นักข่าวยิงคำถามไม่เลิกรา ผู้กองเดชศักดิ์เริ่มอารมณ์เสียเดินหนีเข้าไปในตึก นักข่าวนับสิบส่งเสียงถามกันวุ่นวาย หนึ่งในนั้นรายงานผ่านการถ่ายทอดสดว่า

“เรื่องเหยี่ยวรัตติกาลยังไม่ทันกระจ่างมีเรื่องมนุษย์ซอมบี้เข้ามาอีก สังคมต้องอยู่ในภาวะสับสนและความมืดมนต่อไป”

ก้องเกียรติกับเรวดีอยู่ในห้องทำงานของเซนต์ ก้องเกียรติบ่นว่าแปลกมากที่อยู่ดีๆผู้กองเดชศักดิ์ก็ออกมาแถลงข่าวเรื่องมนุษย์ซอมบี้ เซนต์บอกว่าระยะนี้เดชศักดิ์ พัวพันกับคดีของนายพิเชษฐ์แทบทุกครั้ง ตนคิดว่าแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อปกปิดร่องรอยของมนุษย์ซอมบี้...เรวดีคิดตามแล้วเสริมว่า เพื่อไม่ให้เรื่องสาวไปถึงการทดลองชีวะพันธุ์เคมี

“น่าจะใช่ เราอาจต้องไปเยี่ยมคุณซารีน่าอีกครั้ง”

“แต่เราไปมาแล้วไม่พบอะไรนี่คะผู้กอง ศาลคงไม่ออกหมายค้นให้อีกแล้วค่ะ”

“เยี่ยมคราวนี้ผมไม่ต้องใช้หมายค้นหรอกครับ”

“นึกแล้ว” ก้องเกียรติพูดยิ้มๆ

เรวดีเข้าใจดี ชิงขอตัวเพื่อทำเป็นไม่รู้เรื่องว่าเซนต์ จะแอบปฏิบัติงานไม่ผ่านขั้นตอนของทางการอีกแล้ว แต่ด้วยความเป็นห่วงก็ไม่วายเตือนเขาให้ระวังตัวก่อนลุกออกไป

เซนต์ต้องการไปคนเดียวแต่ก้องเกียรติทำท่าจะไม่ยอม เซนต์เลยต้องเสียงดังกว่าเดิมใส่ผู้ช่วยหนุ่ม

“ไม่ต้อง...พวกมันมีพลังเกินมนุษย์กว่าสิบเท่า มันจับนายหักสองท่อนได้แบบชิลๆ”

ก้องเกียรติสะอึก ยิ้มแหะๆ แล้วยอมจำนน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.