ข่าว

วิดีโอ



วังนางโหง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย: เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ที่เรือนไทยธนารักษ์ ดาเรศถือปืนขู่ดาริกากับดาราให้แบกพรรวีไปศาลาท่าน้ำเพื่อทำพิธีบูชายัญ พี่สาวทั้งสองไม่เต็มใจแต่ต้องทำตามเพราะกลัวลูกปืน

ขณะเดียวกัน เพลินขับรถมุ่งหน้าจังหวัดระยอง ดานุกับจิรวัฒน์ช่วยกันแปลบันทึกของพระยาธนารักษ์ฯเพื่อไขปริศนานางโหงอย่างเคร่งเครียด...และมีหมอเวกนั่งมาด้วย

เพลินถึงระยองเช้าตรู่ แวะปั๊มล้างหน้าล้างตา ดานุอยู่ในรถคร่ำเคร่งแปลบันทึกจนจบ แต่ไม่ทันเล่าให้ใครฟัง จิรวัฒน์ก็หน้ามุ่ยขึ้นรถบอกติดต่อพรรวีไม่ได้ พอดีหมอเวกงัวเงียตื่นเล่าว่าเมื่อคืนเห็นดาริกา ดารากับดาเรศขับรถออกจากโรงพยาบาลไปกับผู้หญิงสวยคนหนึ่ง ดานุสังหรณ์ใจ บอกให้รีบไปเรือนไทยธนารักษ์

เวลาเดียวกันพรรวีถูกจับมัดอยู่บนศาลาท่าน้ำ ดาริกากับดาราเครียดอยากให้เรื่องจบเร็วๆ แต่ดาเรศบอกต้องรอพิกุล ทันใดนั้นเรือมาดลำหนึ่งฝ่าสายหมอกยามเช้าในแม่น้ำมาช้าๆ ดาเรศเห็นพิกุลดีใจมาก

“ไม่! ฉันไม่รอนังผีนั่นหรอก ไม่ว่ามันจะเป็นนางโหงหรือไม่ใช่ มันก็คือผี ฉันกลัว” ดาราตัวสั่น

“ดาเรศ...ที่ดาราพูดก็ถูก พี่เห็นกับตาว่าพิกุลเป็นผี พิกุลเองก็ยอมรับว่าเขาต้องการแก้แค้นพวกเรา เรื่องบูชายัญอะไรนี่มันไม่มีจริง ล้มเลิกเถอะดาเรศ กลับไปปรึกษาหาทางออกทางอื่นกัน” ดาริกาหว่านล้อม

“พวกพี่มันขี้ขลาด...คิดแต่จะสบายเอาตัวรอด พวกพี่ไม่เคยต้องทุกข์ทรมานเหมือนฉัน ไม่มีวันเข้าใจว่าฉันยอมแลกอะไรก็ได้เพื่อจะได้พ้นความทรมานนี้... และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขวาง”

ดารากลัวพิกุลเลยวิ่งหนี ดาเรศคลั่งยิงปืนขู่และสั่งพี่สาวทั้งสองลากพรรวีลงเรือเพื่อบูชายัญทันที ดาริกาเหลือบเห็นพรรวีพยายามคลายเชือกจึงแกล้งคุยกับ

ดาเรศถ่วงเวลา แต่ดาเรศเห็นเสียก่อน เล็งปืนจะยิง พรรวีเข้าแย่งปืน แต่ปืนลั่นถูกขาเลือดสาด เจ็บจนหมดสติ ดาเรศตกใจถอยหนี เสียหลักหงายหลังตกน้ำตูม

พวกดานุมาถึงเรือนไทยธนารักษ์ ทันได้ยิน

เสียงปืน รีบวิ่งตามเสียงไปศาลาท่าน้ำ เจอดาริการ้องให้ช่วยดาเรศ เพลินอาสากระโดดน้ำไปช่วย ดาริกาเห็นดานุรีบบอกว่าตนกับดาราถูกดาเรศหลอกให้ล่อพรรวีมาบูชายัญ ยังไม่ทันอธิบายเรื่องราว เพลินก็ลากร่างดาเรศขึ้นฝั่งช่วยผายปอด แต่ดาเรศยังแน่นิ่ง

ดานุขอจิรวัฒน์ให้พาพรรวีกับดาเรศไปโรงพยาบาล ดาริกาเห็นเสื้อลูกชายมีรอยเลือดซึมก็เป็นห่วง อยากให้ไปโรงพยาบาลด้วยกัน แต่ชายหนุ่มปฏิเสธเพราะจะรอพิกุล จิรวัฒน์ไม่เชื่อว่าผีจะโผล่มากลางวันแสกๆ แต่ทันใดนั้นก็เกิดลมพัดแรง ท้องฟ้ามืดครึ้มทันที หมอเวกบอกว่าพิกุลมาแล้ว...

ขณะเดียวกันคำขับรถพาพระยัน คุณทับกับคุณดวงมาเรือนไทยธนารักษ์ แต่เจอทางตัน คุณทับงง เปิดประตูรถลงไปดูเพราะมั่นใจว่าเป็นถนนเส้นนี้ พระยันตามลงมาแล้วยกมือพนม พลันต้นไม้รกครึ้มเลือนหาย เปิดทางให้เห็นประตูรั้วบ้านเรือนไทย ทุกคนตะลึง

“ที่นี่เป็นที่สิงสถิตของนางโหง นางโหงจึงสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่...” พระยันพูดเนิบๆ

 คุณทับเอะใจ บอกทุกคนว่ารอช้าไม่ได้ แล้วรีบเดินนำเข้าไปข้างใน

ooooooo

สายลมเอื่อยยามเช้ากลายเป็นลมแรงแหวกสายหมอกเห็นพิกุลบนเรือมาดกลางแม่น้ำ หมอเวกควักด้ายอาคมร่ายมนตร์แล้วขว้างใส่ หญิงสาวหายตัวมาปรากฏที่ท่าน้ำ บีบคอหมอผีจนตาเหลือก ดานุเห็นท่าไม่ดี เลยยื่นสร้อยพระใส่ พิกุลกรี๊ดกลัวพลังพุทธคุณ หายวับกลับเรือทันที

ดานุพยายามขออธิบายเรื่องราวจากบันทึก แต่พิกุลโกรธจนหน้ามืด แหวลั่น “ความจริงแบบนี้น่ะรึที่อยากให้รู้ มันเป็นความโป้ปด ทรยศ หลอกลวงมากกว่า ข้าไม่มีวันเชื่ออีกต่อไป ไม่มีวัน”

พิกุลร่ายมนตร์ดำ เกิดเป็นลมพัดหวีดหวิวผสานเสียงโหยหวนของปิศาจใต้วังน้ำที่ผุดขึ้นมาตนแล้วตนเล่า ทันใดนั้นพระยันนำคุณทับกับคุณดวงมาถึง ทุกอย่างกลับสงบเงียบ ปิศาจพุ่งกลับใต้น้ำมา พิกุลโกรธจัดที่เห็นพระยันเอาชนะอิทธิฤทธิ์ของตน แต่พระยันสอนพิกุลด้วยความเมตตา

“ที่โยมไม่เห็นความจริง เพราะโยมเกาะยึดอยู่กับ อดีต ใจของโยมจึงไม่เห็นในสิ่งที่ควรเห็น...โยมไม่เหนื่อยบ้างหรือที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในความแค้นไม่สิ้นสุด”

“มันจะสิ้นสุดได้ก็ต่อเมื่อพวกธนารักษ์ฯทุกคนกลายเป็นผีไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเหมือนข้า”

“ไม่มีใครกำหนดความตายให้ใครได้ นอกจากตัวเอง...คิดดูว่าที่โยมต้องสิงสู่อยู่ในวังน้ำ เป็นเพราะใคร โยมเองที่ตัดสินใจมิใช่รึ”

พิกุลอึ้งเพราะถูกแทงใจดำ แต่ด้วยทิฐิ บอกว่าดานุต่างหากที่เป็นต้นเหตุ ดานุยินดีตายเพื่อไถ่โทษ จะก้าวลงเรือพิกุล คุณทับไม่ยอม ขอเป็นเหยื่อบูชายัญเอง พระยันจึงเตือนสติทุกคน

“บ่วงกรรมที่ผูกไว้ด้วยความเจ็บแค้นใจ บ่วงนั้นจะถูกปลดได้เมื่อผู้ผูกจะยอมแก้บ่วงนั้นออกเอง”

พิกุลสบตาดานุนิ่งนาน แล้วตัดสินใจ “ได้! ข้าจะลองฟังลมปากของคุณหลวงเป็นครั้งสุดท้าย”

ดานุถอดสร้อยพระคืนพระยัน แล้วก้าวลงเรือ พิกุลพายออกไปกลางแม่น้ำทันที

“อยากจะพูดอะไรก็พูดมา...แต่อย่าหวังว่าจะรอดกลับไป”

“ผมไม่เคยคิดว่าจะได้กลับไปอีก”

“ความรักสินะ คุณหลวงถึงยอมแลกชีวิตตัวเองได้ขนาดนี้”

“ใช่!...ความรัก ความรักในหัวใจของพระยาธนารักษ์ฯ”

“ความรักในหัวใจของพระยาธนารักษ์ฯ ไม่เคยมี!”

“มี! มันมีตั้งแต่วันแรกที่พบหน้า...ขอเพียงพิกุลฟังผม คุณก็จะเข้าใจว่าพระยาธนารักษ์ฯไม่เคยรักใครมากกว่าคุณ แม้กระทั่งตัวเอง”

ดานุจ้องตาพิกุลเนิ่นนาน จิตใจรักที่มั่นคงของชายหนุ่มพาพิกุลจมดิ่งสู่ห้วงอดีตอีกครั้ง...

ooooooo

พิกุลเห็นอดีตด้านที่ตนไม่เคยรู้ ครั้งที่แอบได้ยินหลวงธนารักษ์ฯคุยกับจวนเรื่องจับเธอบูชายัญ แท้จริงแล้วคุณหลวงไม่ยินยอมแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำโกรธจนเกือบพลั้งมือฆ่าจวน และยังตามมาช่วยเธอจากบ่าวพระยาศรีศักดิ์ฯ...แต่สายช่วยไว้ได้ก่อน เธอเข้าใจผิดไปเองจนน้อยใจฆ่าตัวตายประชดผัว

หลวงธนารักษ์ฯเสียใจมากที่เห็นพิกุลฆ่าตัวตายกับตาจนสลบไปสองวันเต็ม ตาชดกับยายแสมาเยี่ยมและแจ้งข่าวว่าไม่พบศพลูกสาวผู้อาภัพ คุณหลวงเห็นพ่อตากับแม่ยายร้องไห้ปานจะขาดใจจะก้มกราบ

“ฉันต้องกราบขอโทษจริงๆที่ดูแลพิกุลได้ไม่ดีพอจนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา อโหสิให้ฉันด้วยเถอะนะ”

“อย่าโทษตัวเองไปเลยขอรับคุณหลวง นังพิกุลมันคิดสั้นเอง พี่มันก็บ้าคุณไสยมนตร์ดำจนขึ้นสมอง แทนที่จะห้ามน้อง กลับยุยงส่งเสริมเพราะอยากจะลองวิชา”

สายกำลังรับกรรมที่ก่อ ตาชดกับยายแสเลยพาหลวงธนารักษ์ฯไปดูถึงสำนัก สายคลุ้มคลั่งหนัก เห็นหลวงธนารักษ์ฯคว้ามีดหมอจะแทง ตาชดเข้าขวางและบริกรรมคาถาเป่ากระหม่อมพรวด สายล้มทรุด กระอักเลือด ตาชดได้แต่ถอนใจช่วยอะไรไม่ได้เพราะลูกสาวคนโตถูกคุณไสยเข้าตัว

“คุณหลวง...ข้า...ข้าปลุกวิญญาณนังพิกุลให้เป็นนางโหง...ให้อภัยข้าด้วย...ต้องถอนมนตร์สะกด...ไม่อย่างนั้น ...วงศ์วานคุณหลวงจะเดือดร้อน”

สายอยู่ในอ้อมกอดยายแส รวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายสารภาพเรื่องพิกุล และเกือบได้บอกว่าศพพิกุลอยู่ที่ไหน แต่หมดลมหายใจไปเสียก่อน

หลวงธนารักษ์ฯกลับบ้านที่พระนครอย่างหมดหวังและหมดแรง คุณหลวงมั่นใจว่าคุณแขเป็นต้นคิดวางแผนบูชายัญพิกุลแต่ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา จึงเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ระยองเพื่อตามหาศพพิกุล ไม่ว่าคุณแขอ้อนวอนหรือพระยาศรีศักดิ์ฯขู่จะขัดขวางไม่ให้เติบโตในหน้าที่การงานก็ไม่สนใจ

ความแค้นบังตาพิกุลให้มืดบอด กลายเป็นนางโหงที่มีแต่แรงอาฆาต ตามอาละวาดคนที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับแผนร้าย เริ่มด้วยการตามไปหลอกหลอนคุณหญิงอิ่มถึงบ้าน พระยาศรีศักดิ์ฯทนไม่ได้ที่ถูกลูบคม ตามซินแสมาทำพิธีปราบ แต่พลาดท่าถูกพิกุลทำลายพิธีและฆ่าตาย ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงกลัวมากหนีไปรดน้ำมนต์ที่วัด แต่ถูกพิกุลตามหลอกจนจมน้ำตายทั้งคู่

วันเวลาผ่านไปเป็นปีๆ ระหว่างที่หลวงธนารักษ์ฯตามหาศพพิกุลที่ระยอง วิญญาณเมียรักก็กลายเป็นนางโหงเต็มตัวเสียแล้ว เที่ยวอาละวาดคนที่เกี่ยวข้องไปเรื่อย

หลวงธนารักษ์ฯจมกับความเศร้าอยู่ระยองไม่กลับพระนครแม้แต่ครั้งเดียว จนทราบข่าวจากอาหลิวว่าพระยาศรีศักดิ์ฯกับคุณหญิงอิ่มตกเรือจมน้ำตาย

เพราะถูกผีพิกุลตามฆ่า จึงกลับพระนครไปร่วมงานศพ

ooooooo

ที่บ้านเจ้าสัวหอในพระนคร คุณแขหงุดหงิดที่หลวงธนารักษ์ฯหมางเมิน ไประบายอารมณ์ตีคุณทิวที่กำลังดื้อไม่ยั้ง จวนร้องห้ามเสียงหลง รับปากจะช่วยจัดการคนที่ทำให้คุณแขไม่พอใจตามความเคยชิน

“ถ้าเช่นนั้นก็ไปจัดการปราบผีอีพิกุลมัน จับใส่หม้อถ่วงน้ำเสียเดี๋ยวนี้”

หลวงธนารักษ์ฯกลับบ้านมาได้ยิน จึงหยุดฟัง ไม่ส่งเสียงให้สองนายบ่าวรู้ตัว

“บ่าวหมดปัญญาจริงๆ หมอผีกี่คนกี่คนก็สู้ฤทธิ์นังพิกุลไม่ได้ จับไข้หัวโกร๋นกันไปหมด บ่าวไม่รู้จะไปหาที่ไหนจริงๆเจ้าค่ะ”

“มึงต้องหาให้ได้ ขนาดตอนที่มันยังเป็นๆกูยังสั่งให้มันไปตายได้ แล้วตอนที่มันเป็นผี มีหรือกูจะกลัวมัน”

จวนเห็นหลวงธนารักษ์ฯอยู่ด้านหลังคุณแข พยายามส่งสัญญาณให้เจ้านายรู้ตัว แต่คุณแขไม่ใส่ใจ

“เจ็บใจนัก ข้าสู้อุตส่าห์ทำทุกอย่างเพื่อให้มันออกไปจากชีวิตคุณพี่ ทำแผนล่อหลอกจนคุณพี่หลงเชื่อว่าข้าเมตตาสงสารมัน ดูรึ! จนวันนี้คุณพี่ก็ยังไม่ลืมมัน ทิ้งข้ากับลูกไปตามหาศพมันเป็นปีๆ แม้แต่ที่เจ้าคุณพ่อกับคุณแม่ถูกมันหลอกหลอนจนตาย คุณพี่ก็ยังไม่เชื่อ เมื่อคืนในงานศพ หน้าข้าคุณพี่ก็ไม่ยอมมอง ข้าเกลียดอีพิกุล ข้าจะตามจองล้างมันทุกชาติ”

คุณแขพรั่งพรูด้วยความแค้น ไม่รู้ตัวว่าสามียืนอยู่ด้านหลังจนหลวงธนารักษ์ฯแสดงตัว คุณทิววิ่งไปกอดพ่อที่ตาแดงก่ำด้วยความโกรธและเสียใจ

“ฉันนึกไม่ถึงเลยว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคือเมียที่ฉันเคยเทิดทูนบูชาว่าเป็นแม่พระ แท้จริงหล่อนก็คือปิศาจจิตใจโหดเหี้ยม น่ารังเกียจที่สุด...ฉันไม่มีวันปล่อยให้ลูกเติบโตขึ้นในมือแม่ที่ร้ายกาจเกินมนุษย์อย่างหล่อนได้”

หลวงธนารักษ์ฯอุ้มคุณทิวออกจากบ้านอย่าง

ไม่มีวันกลับ ไม่ว่าคุณแขจะอ้อนวอนหรือกรีดร้องจนน้ำตาเป็นสายเลือดอย่างไรก็ไม่เป็นผล

ooooooo

พิกุลเฮี้ยนจัด ปรากฏร่างหลอกและฆ่าบ่าวในบ้านธนารักษ์ พวกบ่าวกลัวทยอยลาออกจนเกือบหมด หลวงธนารักษ์ฯทั้งกลุ้มใจเรื่องหาศพไม่เจอ และเสียใจที่เมียรักไม่เคยปรากฏร่างให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียวจนไม่เป็นอันทำอะไร อาหลิว บ่าวเก่าแก่ได้แต่ถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณพิกุลอาละวาดอย่างนี้จะอยู่กันอย่างไรขอรับคุณหลวง พวกบ่าวหนุ่มๆสาวๆก็พากันลาออก เหลือก็แต่พวกแก่ๆ”

“เหลวไหล ถ้าเป็นพิกุลจริงทำไมอั๊วถึงไม่เคยเจอ”

หลวงธนารักษ์ฯตวาดอาหลิวด้วยความโมโห พลันได้ยินเสียงตาชดสวนขึ้นมาว่าผีตนนั้นเป็นพิกุลจริงๆ คุณหลวงเหลียวเห็นยายแสพาตาชดที่ท่าทางป่วยหนักเข้ามาก็รีบประคองให้นั่ง แล้วไถ่ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตาชดจึงเล่าให้ฟังว่าพบผีพิกุล และขอร้องให้เลิกจองเวรตระกูลธนารักษ์ แต่พิกุลไม่ยอม

“ฉันไม่นึกเลยว่าพิกุลจะผูกพยาบาทต่อฉันเพียงนี้ นี่ฉันจะต้องชดใช้อย่างไร ถึงจะทำให้พิกุลหายแค้น”

“ตอนนี้นังพิกุลมันถูกความแค้นบังตาจนมืดบอด คุณหลวงต้องระวังตัวเอาไว้ มันไม่ปล่อยคุณหลวงไว้แน่”

ตาชดเตือน แล้วบอกลุกยืนจะรีบกลับบ้านไปปลุกเสกเครื่องรางให้หลวงธนารักษ์ฯป้องกันผีพิกุล แต่ก็กระอักเลือดล้มสิ้นใจเสียก่อน...เมื่อตาชดเสียชีวิต คุณหลวงชวนแม่ยายไปอยู่ที่บ้าน ยายแสปฏิเสธเพราะตัดสินใจบวชชีตลอดชีวิต เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลูกสาวทั้งสองและดวงวิญญาณอื่นๆที่ตามจองเวรตระกูลธนารักษ์

ทันใดนั้นบ่าวเข้ามาแจ้งข่าวว่าเกิดเรื่องกับอาหลิว หลวงธนารักษ์ฯลายายแสกลับบ้านทันที พบบ่าวเก่าแก่นอนหน้าซีดตาเบิกโพลงเหมือนตกใจกลัวสุดขีดจนตาย

“ทำไมพิกุล...ทำไม...น้องโกรธแค้นพี่นัก น้องก็ฆ่าพี่เสียสิพิกุล หยุดก่อกรรมกับคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เสียที”

หลวงธนารักษ์ฯเสียใจจนเกือบสิ้นสติที่ความสูญเสียประเดประดังไม่จบไม่สิ้น

ooooooo

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี หลวงธนารักษ์ ราชภักดีที่บัดนี้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาธนารักษ์ราชภักดีก็ไม่เคยลืมพิกุลเมียรัก ท่านเจ้าคุณครองตัวเป็นโสดและเลี้ยงดูคุณทิวด้วยตัวเองคนเดียวมาตลอด จนลูกชายสุดที่รักอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียน คุณทิวติดเจ้าคุณพ่อมาก จึงซึมหนักเมื่อรู้ตัวว่าต้องอยู่โรงเรียน ประจำ

“พ่อทิวโตแล้ว อย่างไรก็ต้องเข้าโรงเรียน จะได้มีความรู้ติดตัวไว้”

“ลูกไม่ไปไม่ได้เหรอ ลูกอยากอยู่กับคุณพ่อที่นี่” คุณทิวร้องไห้โฮ

“ตอนนี้พ่อเป็นถึงพระยาแล้ว งานก็มากขึ้น เมื่อเวลาพ่อไปทำงาน พ่อทิวจะอยู่อย่างไร ใครจะดูพ่อทิวล่ะ... โรงเรียนทหารมหาดเล็กดีนะ พ่อทิวจะมีเพื่อนมากมาย โตขึ้นพ่อทิวก็จะดูแลตัวเองเป็น พ่อจะได้ไม่ต้องกังวล”

“แล้วลูกจะได้เจอคุณพ่ออีกไหม”

“เจอสิ อย่างไรพ่อก็ต้องไปหาพ่อทิวอยู่แล้ว พ่อทิวน่ะสิ มีเพื่อนแล้วจะลืมพ่อเสียรึเปล่า”

คุณทิวส่ายหัวเหมือนให้คำสัญญากับเจ้าคุณพ่อ พระยาธนารักษ์ฯดึงลูกชายกอดแนบอก เขาสูญเสียแก้วตาคือพิกุลไปตลอดกาลคนนึงแล้ว ถึงวันนี้ต้องพรากจากดวงใจไปอีกคน...คิดแล้วใจหายวูบ

เมื่อไม่เหลือใคร พระยาธนารักษ์ฯเฝ้าแต่คิดถึงความหลังครั้งหวานชื่นกับพิกุลจนเหมือนคนเสียสติ เขามักไปร้องเรียกเมียรักที่ท่าน้ำ วิญญาณพิกุลรับรู้ทุกอย่าง ด้วยความรักระคนแค้นจึงเฝ้ามองเงียบๆอย่างร้าวรานใจแต่ไม่ปรากฏกายให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว

สิ่งเดียวที่ทำให้พระยาธนารักษ์ฯคลายเหงาคือการเขียนบันทึก ท่านเจ้าคุณมักใช้เวลากลางคืนถ่ายทอดความรักความคิดถึงถึงพิกุลคนเดียวเงียบๆ คืนแล้วคืนเล่า...

“ถึงแม้ความตายจะพรากน้องไปจากพี่ แต่พิกุลไม่เคยหายไปจากหัวใจ นับแต่วันแรกที่พบหน้า ตราบจนวันนี้ ขอให้วิญญาณของพิกุลจงรับรู้ว่าพี่ยังรักพิกุลเสมอ และจะรักตลอดไป จนลมหายใจสุดท้าย”

บั้นปลายชีวิต พระยาธนารักษ์ฯป่วยหนักและทรุดอย่างรวดเร็วเพราะไร้กำลังใจต่อสู้โรคร้าย แต่ท่านเจ้าคุณยังเขียนบันทึกจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย

“ผู้มีธรรมในใจ จักขอสมาภัย เพื่อปลดปล่อยนาง”

พิกุลตื่นจากภวังค์ อึ้งเมื่อรู้ความจริงว่าพระยาธนารักษ์ฯไม่เคยคิดฆ่าเธอ แต่ทิฐิและความแค้นที่สะสมมาหลายร้อยปี ทำให้พิกุลไม่กล้ายอมรับความจริงง่ายๆ กล่าวหาดานุว่าสร้างเรื่องโกหกเพราะกลัวตาย ชายหนุ่มสารภาพว่ามาที่นี่เพื่อมอบชีวิตให้หญิงที่รัก พิกุลใจอ่อนยวบแต่ข่มใจล่มเรือทันที ร่างดานุถูกน้ำวนดูดจมดิ่ง

“หากเทวดาประทานพรได้จริง ขอให้ช่วยประทานพร ให้พิกุลได้รับรู้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน ขอให้ความตายของผมช่วยปลดปล่อยให้วิญญาณของพิกุลนั้นได้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ผูกไว้ด้วยความแค้น ได้ไปสู่สุคติในภพภูมิที่สูงขึ้นด้วยบุญกุศลที่ผมทำทั้งหมดด้วยเถิด”

ดานุอธิษฐานแล้วตัดสินใจทิ้งตัวสู่ก้นแม่น้ำ ไม่ว่าย ไม่ตะเกียกตะกาย...สติของชายหนุ่มกำลังหลุดลอย พิกุลรับรู้ได้ว่าพระยาธนารักษ์ฯรักเธอคนเดียวมาตลอด จึงตัดสินใจไปช่วยดานุและขออโหสิกรรม

“น้องรู้แล้วค่ะว่าคุณหลวงรู้สึกอย่างไร...และนับจากวันนี้ น้องกับคุณหลวงหมดสิ้นเวรกรรมต่อกันเพียงเท่านี้”

“พี่รักน้อง...พิกุล”

ทั้งคู่กอดกันแนบแน่นเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นพิกุลดึงร่างดานุทะลึ่งพรวดสู่ผิวน้ำทันที

ที่ท่าน้ำบ้านเรือนไทยธนารักษ์ พระยันนั่งนิ่งหลับตาทำสมาธิตั้งแต่ดานุลงเรือไปกับพิกุล จู่ๆก็ลืมตา ยิ้มแล้วบอกกับคุณทับ ดาริกาและหมอเวกที่ชะเง้อมองหาดานุว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว พลันเรือมาดของพิกุลมาจอดเทียบท่า...ดานุนอนสลบอยู่คนเดียว พระยันมองไปกลางแม่น้ำ เห็นร่างพิกุลกลางสายหมอกค่อยๆสลายหายไป

ooooooo

จิรวัฒน์พาดาเรศกับพรรวีไปส่งโรงพยาบาล อาการของพรรวีไม่น่าเป็นห่วงมาก แต่ดาเรศร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิม เมื่อตรากตรำและจมน้ำ อาการจึงทรุดหนักไม่รู้สึกตัวจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน จิตสุดท้ายก่อนวิญญาณหลุดจากร่างส่งให้หญิงสาวเห็นความชั่วร้ายของตนในอดีต...

คุณแขตกหลุมรักเหล็งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จึงวางแผนแกล้งป่วยและสั่งจวนให้ไปรายงานพระยาศรีศักดิ์ฯกับคุณหญิงอิ่มว่าตนป่วยหนักด้วยไข้ใจ เพื่อให้เจ้าคุณพ่อบังคับเหล็งให้มาเยี่ยม... ด้วยความเต็มใจจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แผนการของคุณแขจึงสำเร็จจนได้แต่งงานกับเหล็งหรือหลวงธนารักษ์ฯในที่สุด

เมื่อหลวงธนารักษ์ฯกับคุณแขแต่งงานกันได้สักพักใหญ่ๆ เจ้าสัวหอก็ล้มป่วยเสียชีวิต คุณมะลิภรรยาตัดสินใจบวชชีไม่สึก คุณแขว้าเหว่เพราะหลวงธนารักษ์ฯบ้างานไม่ค่อยกลับบ้าน จึงมารับจวนไปอยู่เป็นเพื่อนและช่วยสอดส่องดูแลสามีไม่ให้นอกใจ

เหยื่อพิษรักแรงหึงคนแรกของคุณแขคือเกลี้ยง เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาดีและเป็นหลานแม่ครัวบ่าวเก่าแก่ คุณหลวงจึงเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน คุณแขขัดหูขัดตาจึงสั่งจวนกับมั่นและมีบ่าวคนสนิทของพระยาศรีศักดิ์ฯให้อุ้มหายอย่างไร้ร่องรอย โดยที่หลวงธนารักษ์ฯไม่เอะใจแม้แต่น้อย

เหยื่อคนที่สองคือพิกุล...ขณะนั้นคุณแขตั้งครรภ์สามสี่เดือน จวนวิ่งแจ้นมารายงานว่าหลวงธนารักษ์ฯได้เมียใหม่จนถึงขั้นแต่งงานกันที่ระยอง คุณแขคิดแผนกำจัดพิกุลทันที แกล้งโมโหร้องไห้คร่ำครวญและทุบท้องตัวเองให้จวนสงสาร

“จะให้เกิดมาทำไม คุณพี่มีเมียใหม่เสียแล้ว ลูกคนนี้คงหมดความหมาย”

“คุณแขจะทุบตีคุณหนูทำไมเจ้าคะ ต้องไปสั่งสอนนังนั่น เราให้ไอ้มั่นไอ้มีไปข่มขู่มันเหมือนที่ทำกับอีเกลี้ยงดีไหมเจ้าคะ” จวนตามใจเจ้านายเหมือนทุกครั้ง

“แค่นั้นมันไม่พอดอก คุณพี่ถึงกับเลี้ยงดูมันเป็นเรื่องเป็นราว คงจะรักจะหลงมันมาก มันคงไม่ไปจากคุณพี่ง่ายๆ”

“คุณแขจะยอมให้คุณหลวงมีเมียอีกคนรึเจ้าคะ”

“ไม่! แต่ฉันต้องหาทางที่แยบยลไม่ให้คุณพี่แคลงใจสงสัยเราได้ ฉันต้องพึ่งจวนแล้ว”

“สั่งจวนมาเลยค่ะ จวนถวายชีวิตให้คุณหนูอยู่แล้ว”

แผนอุ้มฆ่าพิกุลที่ระยองครั้งนั้นไม่สำเร็จ คุณแขได้แต่แค้นใจ จนกระทั่งหลวงธนารักษ์ฯพาพิกุลมาแนะนำว่าเป็นเมียอีกคน คุณแขจึงแสร้งทำตัวเป็นภรรยาเอกแสนดีไม่ว่ากล่าวสามีและต้อนรับเมียน้อยอย่างเต็มใจ ลับหลังกลับสั่งจวนให้กลั่นแกล้งและเอางูเห่าไปซุกไว้ในเสื่อหวังให้ฉกพิกุลตาย แต่พิกุลรอดมาได้

คุณแขไม่ละความพยายาม กระทั่งคลอดคุณทิว จึงวางแผนขอพิกุลช่วยเป็นพี่เลี้ยง แล้วสั่งจวนให้บอกมั่นกับมีมาลักพาตัวลูกชายเพื่อโยนความผิดให้พิกุล หลวงธนารักษ์ฯหลงเชื่อว่าพิกุลผิดจริง แต่ชมไปช่วยคุณทิวส่งคืนคุณหลวง ความเลยเกือบแตก ชมจึงถูกมั่นกับมีฆ่าปิดปากและโยนความผิดให้...แผนการล้มเหลวอีกครั้ง

แผนกำจัดพิกุลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คุณแขแอบได้ยินพระยาศรีศักดิ์ฯกับคุณหญิงอิ่มคุยกันเรื่องการบูชายัญเจ้าแม่วารีตามคำสัตย์สาบานของเจ้าสัวหอ จึงให้คุณทิวดูดน้ำต้มใบแก้วจนตัวร้อนเหมือนเป็นไข้ เพื่อต้อนและบังคับให้หลวงธนารักษ์ฯจับพิกุลบูชายัญเจ้าแม่วารีให้ลูกชายหายป่วย

ครั้งนั้นแม้หลวงธนารักษ์ฯจะไม่ยอมบูชายัญพิกุล แต่พิกุลก็เข้าใจผิดและน้อยใจจนฆ่าตัวตาย คุณแขมีความสุขได้ไม่นาน เพราะหลังจากการตายของพิกุล หลวงธนารักษ์ฯก็ขอแยกทาง คุณแขเสียใจ อาละวาดจนบ่าวไพร่ทยอยหนีไปจนหมด เหลือจวนกำลังจะหนีเป็นคนสุดท้าย แต่คุณแขจับได้ คลุ้มคลั่งพลั้งมือฆ่า

ดาเรศยังคงไม่ได้สติ แต่น้ำตาไหลพรากๆเพราะสำนึกในความผิดที่ตนได้กระทำแต่หนหลัง

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...ดานุให้ทุกคนดูรูปคุณแขที่ถ่ายรูปคู่กับพระยาธนารักษ์ฯและเล่าเรื่องในบันทึก ทุกคนรู้ว่าชาติที่แล้วดาเรศคือคุณหญิงแข และเข้าใจถึงบ่วงกรรมที่ผูกพันดาเรศ ดานุ และพิกุลไว้ให้ตามชดใช้กันไม่รู้จบรู้สิ้น

“ยัยเรศจะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกจริงๆเหรอคะ” ดาราเป็นห่วงน้องสาว

“หมอบอกว่าน้าเรศไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องมานานมาก ทำให้ร่างกายอ่อนแอ” ดานุตอบ

พันอดเสริมไม่ได้ “ยาก็ไม่ได้กินค่ะ พันเห็นคุณดาเรศซุกเอาไว้ใต้หมอนเป็นถุงๆเลย”

“สรุปว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคำสาปอะไรทั้งสิ้น แต่มันเป็นเพราะความหลงผิดของยัยเรศในชาตินี้” ดาริกาถอนใจ

“แล้วไอ้ความหลงผิดนี่แหละที่เกือบจะทำลายพวกเราทุกคน” คุณทับปลง

ทันใดนั้นดาเรศกระดิกนิ้วและค่อยๆลืมตา

ดาเรศยังตกอยู่ในภวังค์อดีต เรียกจวนด้วยเสียงแผ่วเบา ดารางงในตอนแรก แต่พอนึกถึงเรื่องในอดีตที่หลานชายเล่าก็เข้าใจ ขยับไปหาน้องสาว ดาเรศขออโหสิกรรมจากจวน ดาราอโหสิกรรมน้ำตาไหล จากนั้นดาเรศเรียกหลวงธนารักษ์ฯ ดานุขยับใกล้น้าสาวคนเล็ก

“พี่อยู่นี่...คุณแข”

“ยกโทษให้น้องด้วย...”

“พี่ยกโทษให้”

ดาเรศขออโหสิกรรมทุกคน ครอบครัวธนารักษ์ฯร้องไห้และอโหสิกรรมให้ดาเรศ จู่ๆดาเรศมองที่ปลายเตียงเรียกชื่อพิกุล ทุกคนหันไปมองไม่เห็นใคร

“ยก...โทษ...ให้ฉันด้วย”

“ฉันอโหสิค่ะ...คุณแข”

พิกุลยกมือขึ้นพนม ดาเรศยิ้มโล่งใจที่ได้ขออโหสิกรรมจากทุกคน พยายามยกมือพนม แต่ยังไม่ทันประกบกันก็หมดแรงสิ้นลม ทุกคนสะเทือนใจร้องไห้โฮ ดานุมองไปที่ปลายเตียงไม่เห็นใคร แต่มั่นใจว่าหญิงสาวที่ตนรักอยู่ตรงนั้นแน่ๆ

“ขอบใจนะ...พิกุล”

ooooooo


ดานุเสียใจมากที่ในอดีตได้กระทำผิดต่อผู้หญิงถึงสองคน คือพิกุลและคุณแข เมื่อเสร็จงานศพดาเรศ ชายหนุ่มจึงหลบไปค้นหาคำตอบชีวิตที่ท่าน้ำวัด

วังลุ่ม นั่งปล่อยอารมณ์มองสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปเรื่อยไม่มีจุดหมาย

“สายน้ำเมื่อมันไหลไป ก็ไม่มีทางที่จะไหลย้อนกลับ”

พระยันเดินมาหยุดข้างหน้าดานุ ชายหนุ่มยกมือพนม

“ผมแค่อยากรู้ว่าตอนนี้วิญญาณพิกุล น้าดาเรศและคนอื่นๆอยู่ที่ไหนกัน”

“รู้แล้วจะได้อะไรหรือโยม”

“จริงๆแล้ว ผมยังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังติดค้างอยู่ในใจ ความผิดที่ผมไม่มีโอกาสได้ชดเชย พอรู้ความจริงก็ต้องอยู่คนละภพคนละชาติ บางครั้งเราก็เผลอทำความผิดโดยที่ไม่รู้ตัวซ้ำแล้วซ้ำอีก วนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่จบสิ้น และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะพ้นจากทุกข์นี้ได้”

“การล้วงอดีต เอื้อมอนาคต ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ของพระศาสดา คนเรามักติดอยู่ในโทสะ โมหะจนตามืดบอด...

สิ่งสำคัญคือควรหมั่นเจริญสติทุกขณะ ให้จิตได้รู้ผิดชอบชั่วดี ถึงจะช่วยให้ตาและใจนั้นสว่างขึ้นมาได้”

ชายหนุ่มนิ่งคิดตามคำพูดพระยันครู่หนึ่งก็เข้าใจ ก้มไหว้ด้วยจิตเปี่ยมศรัทธา

เวลาเดียวกันที่บ้านธนารักษ์ฯ คุณดวงวางสายโทรศัพท์หน้าเครียด ตำรวจโทร.แจ้งว่าเตชินได้รับการประกันตัว เลยเป็นห่วงดานุ กลัวจะโดนเล่นงาน แต่ติดต่อไม่ได้ ทันใดนั้นพรรวีใช้ไม้เท้าโขยกเขยกเข้ามาถามหาดานุ

“นุล่ะคะ พอลลี่มาหานุค่ะ นุโทร.ไปฝากโน้ตทิ้งไว้ที่ออฟฟิศให้พอลลี่มาหาที่บ้านด่วน”

คุณทับรับไหว้ “ตานุไประยอง ไม่ได้บอกหนูพอลลี่เหรอ”

“พอลลี่รู้ค่ะ แต่พอได้โน้ตเลยคิดว่าเขาคงจะกลับก่อน”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างสงสัย โดยไม่เอะใจเลยว่าเป็นแผนแก้แค้นของเตชิน

ขณะนั้น...ดานุเตรียมนั่งสมาธิหน้าพระประธานในโบสถ์วัดวังลุ่มพร้อมกับพระยัน

“จิตที่สงบนั้นจะทำให้เกิดปัญญา หากยังมีเรื่องที่ขุ่นข้องใจอยู่ ก็ให้สตินั้นหาทางสงบเสียให้ได้”

พระยันสอนด้วยจิตเปี่ยมเมตตา ดานุอมยิ้มเข้าใจคำสอน แล้วหลับตาเข้าสมาธิ...

เตชินลอบเข้าไปทำร้ายคนในบ้านธนารักษ์ฯ ใช้ปืนสั้นฟาดท้ายทอยคำที่กำลังเช็ดรถจนสลบ แล้วโปะยาสลบพันและยงจนหมดสติ จากนั้นจึงย่องเข้าไปในตัวบ้าน...ระหว่างนั้นพรรวีฉุกคิดเรื่องดานุได้ บอกคุณทับกับคุณดวง

“พอลลี่คิดดูแล้ว นุน่าจะโทร.บอกพอลลี่โดยตรงไม่น่าจะฝากโน้ตเอาไว้ อาจจะมีใครแกล้งก็ได้”

แต่สายไปแล้ว เตชินโผล่พรวดเข้ามาเล็งปืนขู่ทุกคน

“นายโต! นายมาที่นี่ได้ยังไง” พรรวีตกใจ ลุกยืนบังคุณทับกับคุณดวง

“ก็ผมเป็นคนนัดคุณพอลลี่เอาไว้ จะไม่ให้ผมมาตามนัดได้ยังไงล่ะครับ”

“นายคิดจะทำอะไร หยุดเถอะโต มันจะทำให้ทุกอย่างมันยิ่งแย่ลง” พรรวีกลัวจนตัวสั่น แต่ทำใจดีสู้เสือ

“เพราะไอ้ดานุกับแกไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้อั๊วต้องหมดอนาคตอย่างนี้ มันจะมีอะไรแย่กว่านี้อีกวะ”

“ใจเย็นๆก่อนพ่อหนุ่ม ต้องการอะไรก็คุยกันดีๆ อย่าเพิ่งวู่วาม ถ้าปืนลั่นโดนใครขึ้นมา ครั้งนี้พ่อหนุ่มคงจะไม่ได้ประกันตัวออกมาได้อีกแน่ วางปืนก่อนเถอะ”

คุณทับเกลี้ยกล่อมจนเตชินลังเล แล้วหาจังหวะเข้าแย่งปืน...แต่พลาด เตชินใช้ปืนตบอย่างแรงจน

คุณทับหัวแตกล้มทรุด พรรวีแอบกดโทรศัพท์แจ้งตำรวจแต่เตชินเห็น กระชากโทรศัพท์จากหญิงสาว แล้วใช้ปืนจี้บังคับทั้งสามคนให้เข้าไปในห้องคุณทับ

“โทร.หาไอ้ดานุให้มาที่นี่ เดี๋ยวนี้!” เตชินโยนโทรศัพท์คืนพรรวี

“ติดต่อนุไม่ได้ ไม่รู้ปิดเครื่องหรือแบตหมด”

เตชินหงุดหงิดตะคอกใส่พรรวีว่าโกหก...ขณะนั้นดานุกำลังนั่งสมาธิ รับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งรบกวนใจจนต้องลืมตา ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหงุดหงิด พระยันลืมตามอง แล้วสอนให้ดานุค่อยๆกลับสู่สมาธิอีกครั้ง

“อย่าปล่อยให้ใจกลายเป็นลิงที่คอยวิ่งไปโน่นมานี่อยู่ไม่สุข หยุดอยู่แค่ความคิดนั้น แล้วพิจารณามันให้เข้าใจ หากโยมอยากพ้นทุกข์ก็อย่าไปดูที่ไหน ดูที่ใจเราพอ ดูให้เป็นความจริง ไม่ใช่สิ่งที่น่าจะเป็น โยมถึงจะปล่อยวางจากสิ่งนั้นได้”

ooooooo

ที่ห้องนอนคุณทับ บ้านธนารักษ์ฯ เตชินเดินไปเดินมาพยายามโทร.หาดานุแต่ติดต่อไม่ได้ เลยหงุดหงิดจัดเขวี้ยงโทรศัพท์กระแทกพื้นแตกกระจาย พรรวีสะดุ้งแต่พยายามกดข่มความกลัว

“ปล่อยพวกเราไปเถอะ แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่แจ้งความ”

เตชินโมโห ตรงไปกระชากพรรวีจนล้มกองกับพื้น

“ลื้อนึกว่าอั๊วโง่เหรอ อีงูพิษ! ต่อหน้าทำเป็นดีลับหลังก็ร่วมมือกับไอ้ดานุมาแบล็กเมล์อั๊ว”

“นายเข้าใจผิดแล้ว...ฉัน...ฉัน...ไม่เคยคิดจะแบล็กเมล์อะไรนายเลยนะนายโต”

เตชินไม่สนใจ กระทืบขาของพรรวีข้างที่บาดเจ็บ หญิงสาวร้องโอดโอย

“เป็นไงล่ะเจ็บปวดใช่ไหม นี่คือความเจ็บที่ลื้อทำกับอั๊ว” เตชินสะใจ

“หยุดเถอะพ่อหนุ่มอย่าทำร้ายหนูพอลลี่อีกเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ สามีฉันเจ็บหนักขนาดนี้ ถ้าไม่พาไปหาหมอจะต้องแย่แน่ๆ ฉันไหว้ล่ะ อยากได้อะไรเอาไปเลย” คุณดวงขอร้อง

“อยากได้อะไรก็เอาไปงั้นเหรอ ถ้าฉันบอกว่าอยากได้ชีวิตพวกแกล่ะ”

“นายไม่ทำหรอก ฉันรู้ว่าลูกผู้ชายอย่างนายคงไม่รังแกคนแก่กับผู้หญิงหรอก”

พรรวีพยายามเกลี้ยกล่อมเตชินอีกครั้ง เตชินนิ่งคิดพักใหญ่แล้วโพล่งถามหาตู้เซฟ คุณดวงตอบเสียงสั่นว่าบ้านนี้ไม่มีตู้เซฟ

“งั้นก็บอกมาว่าเก็บเงินกับของมีค่าไว้ที่ไหน เร็ว!”

“ในลิ้นชักนั่นจ้ะ”

คุณดวงชี้ไปที่โต๊ะหัวเตียง เตชินรีบดึงลิ้นชักไม่ออกจึงใช้ปืนยิงเปรี้ยงจนกลอนหลุด แล้วดึงออก เห็นกล่องเครื่องเพชรเครื่องทองก็เกิดความโลภ เอาปืนจ่อคุณดวงถามหาทรัพย์สินอื่นๆ

“สมบัติก็มีแค่นี้แหละ เงินสดฉันไม่ได้มีติดบ้านไว้เยอะหรอก” คุณทับตอบ

“ดี! เพราะมันจะได้ไม่ไหม้เป็นจุณไปกับพวกแก”

เตชินคำรามขู่และออกจากห้อง ล็อกประตูขังพรรวี คุณทับกับคุณดวงไว้ข้างใน แล้วไปเอาแกลลอนน้ำมันที่เตรียมไว้ราดทั่วบ้านและเฟอร์นิเจอร์จนชุ่ม จากนั้นก็หยิบไฟแช็กจุดไฟ โยนลงบนพื้นชุ่มน้ำมัน...แต่ไฟกลับดับครั้งแล้วครั้งเล่า เตชินประหลาดใจมาก

ที่ห้องพระ...ควันธูปที่จุดบูชาพระยาธนารักษ์ฯกับคุณแขรวมถึงดาเรศลอยอวลรวมกันเป็นรูปร่างคน...

ดาเรศนั่นเอง แล้ววิญญาณของเธอก็ค่อยๆลอยออกจากห้อง!

เตชินพยายามจุดไฟแช็กจนไฟลุกสว่างช่วงโชติ ทันใดนั้นหญิงสาวหน้าซีดเผือดคนหนึ่ง...ดาเรศยื่นหน้ามาเป่าไฟจนดับ หนุ่มนักกีฬาตกอับตกใจล้มนั่งกับพื้น กล่องเครื่องประดับตกกระจาย ลนลานคว้าปืนขู่

“กะ...แกเป็นใคร มายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไงวะ”

“อยากได้สมบัติอีกไหม” ดาเรศถามเสียงเย็น

“สมบัติ...สมบัติอะไร”

วิญญาณดาเรศไม่ตอบแต่ขึ้นบันไดนำไปโดยไม่หันกลับ เตชินรีบเก็บเครื่องประดับที่หล่นกระจายใส่กล่อง เห็นหญิงสาวหันมากวักมือเรียก เตชินลังเลคิดครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจขึ้นบันไดตามไปจนถึงห้องพระ

“ไหนสมบัติ นี่มันห้องพระไม่ใช่เหรอ”

“พระเครื่องในห้องนี้ราคาหลายล้าน ไม่อยากได้เหรอ”

เตชินพุ่งไปกวาดพระพุทธรูปและพระเครื่องบนหิ้งใส่กระเป๋าทันที เมื่อโกยหมดเห็นหญิงสาวยืนนิ่งจ้องรูปคู่พระยาธนารักษ์ฯกับคุณแขที่แขวนบนผนัง จึงมองตาม

“นั่นรูปเธอเหรอ ไม่ใช่สิ เก่าขนาดนั้นไม่น่าใช่”

“นี่คือคุณหญิงแข เป็นต้นตระกูลธนารักษ์ราชภักดี หญิงสาวในตระกูลสูงศักดิ์ แต่กลับทำแต่เรื่องเลวๆ จนต้องตายไปเพราะความอาฆาตแค้น”

ดาเรศเหลือบมองเตชินที่ยืนฟังตาค้าง “เธอเกิดใหม่มาเป็นลูกสาวคนเล็กที่ร่างกายอ่อนแอของบ้านนี้ ใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมาน และอาจจะต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อชดใช้กรรมที่ทำลงไป...อีกหลายภพ...หลายชาติ หรือไม่ก็ต้องไปใช้กรรมในนรก”

“เหลวไหล! เรื่องเวรเรื่องกรรมบ้าบออะไร ชีวิตมีแค่ปัจจุบันเท่านั้นแหละ เรื่องนรกเรื่องวิญญาณอะไรนั่นเหลวไหลทั้งเพ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ดาเรศจึงเนรมิตตนให้อยู่ในสภาพคุณหญิงแข เตชินตกใจรัวปืนใส่...เสียงปืนดังไปถึงห้องคุณทับ ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ

ดานุนั่งหลับตาพยายามทำสมาธิแต่จิตฟุ้งกระจายจนเหงื่อแตกซึม ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงหญิงสาวสุดที่รักกระซิบเบาๆข้างหูแจ้งข่าวว่าที่บ้านเกิดเรื่อง ดานุสะดุ้งออกจากสมาธิร้องเรียกพิกุล

“พิกุล...ผมเห็นพิกุลครับ” ดานุรีบรายงานพระยันที่ลืมตามองเพราะรับรู้ล่วงหน้าด้วยญาณวิเศษ

“เขาคงมาเตือน ไปเถอะโยม รีบกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯเถอะ”

ooooooo


ดานุขับรถราวกับเหาะถึงบ้านธนารักษ์ฯ เห็นรถตำรวจกับรถพยาบาลจอดเต็มหน้าบ้านก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไป เจอพรรวีนอนบนเตียง พยาบาลกำลังเข็นขึ้นรถพยาบาล ดานุตกใจแทบสิ้นสติ

“เกิดอะไรขึ้นพอลลี่ ทำไมพอลลี่ถึงอยู่ที่นี่ล่ะ แล้วพอลลี่เป็นอะไร ใครทำพอลลี่”

พรรวีขอพยาบาลคุยกับดานุ เล่าว่าเตชินบุกมาแก้แค้น จับคุณทับ คุณดวงและตนขังห้องแล้วหายออกไป อีกสักพักพวกตนได้ยินเสียงปืนดังรัวๆ จากนั้นครู่ใหญ่ยงก็มาเปิดประตูให้ เลยพากันตรวจตรารอบบ้าน เจอเตชินเสียสติบอกกลัวผีผู้หญิงที่อยู่ในรูปในห้องพระ และจู่ๆก็วิ่งไปมอบตัวกับตำรวจเอง

ดานุไปที่ห้องพระ กวาดตามองข้าวของหล่นแตกกระจัดกระจาย ไม่อยากเชื่อว่ามีผีมาช่วยคุณตาคุณยายและแฟนสาว

“ดาเรศยังไงล่ะตานุ ดาเรศมาช่วยพวกเราไว้ ...ขอบใจมากนะลูกเรศ” คุณดวงเข้ามาในห้องพระ เอามือลูบภาพดาเรศ น้ำตาไหลพราก

“แสดงว่าลูกเรศยังอยู่แถวนี้สินะ” คุณทับน้ำตาซึม

“พิกุลเองก็ยังไม่ได้ไปไหนครับ ยังคงเป็นห่วงพวกเรา...ผมว่าเราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อให้วิญญาณทั้งสองคนไปสู่สุคตินะครับ”

สองสามวันต่อมาเมื่อเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย สมาชิกครอบครัวธนารักษ์นิมนต์พระยันไปทำพิธีส่งวิญญาณพิกุลกับดาเรศที่ท่าน้ำบ้านเรือนไทย โดยมีพรรวี จิรวัฒน์ เพลินและหมอเวกร่วมด้วย ยงกับคำช่วยกันยกเรือมาดลงน้ำ หมอเวกถามพระยันให้เริ่มพิธีเชิญวิญญาณเลยหรือไม่

“ยัง...โยมมีอะไรที่จะให้อาตมารึเปล่า”

พระยันย้อนถาม หมอเวกหน้าจ๋อยที่ถูกรู้ทัน ล้วงย่ามหยิบขวดแก้วกักขังวิญญาณยื่นให้ พระยันรับมาแล้วลงนั่งพนมมือสวดมนต์ ทุกคนทำตามด้วยความเต็มใจ

“ขอให้บุญกุศลที่อาตมาและโยมทุกคนในที่นี้กอปรก่อมาทั้งในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ จงช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณทุกดวงที่สิงสถิตในเรือลำนี้ให้ไปสู่ภพภูมิที่สุขสงบตามเหตุปัจจัยที่ได้สร้างมาด้วยเถิด...”

พระยันเปิดจุกขวด ทันใดนั้นลมพัดวูบใหญ่ ปรากฏร่างทองกับแก้วหน้าตาแจ่มใสเหมือนคนธรรมดานั่งพนมมือเบื้องหน้าพระยัน

“ปลดบ่วงในใจได้แล้วนะโยม”

ทองกับแก้วกล่าวสาธุแล้วก้มกราบพร้อมกัน

ดานุอดถามพระยันถึงพิกุลไม่ได้ พระยันอมยิ้มไม่ตอบ ทันใดนั้นพิกุลในชุดสวยงามก้าวขึ้นศาลาท่าน้ำ นั่งลงกราบพระยันแล้วพูดกับทองและแก้ว

“ข้าขอให้เอ็งสองคนอโหสิให้ข้า ที่ข้าหลอกเอ็งเอาไว้ใช้สนองความแค้นของข้าเอง จนวิญญาณของเอ็งไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

ทองกับแก้วกล่าวอโหสิกรรมให้พิกุลพร้อมกัน จากนั้นพิกุลขออโหสิกรรมจากเพลิน เพลินสะดุ้งเพราะเพิ่งเคยเห็นผีเต็มตาครั้งแรก และงงว่าพิกุลจะให้อโหสิอะไร พิกุลต้องพูดย้ำเตือนความจำ

“เรื่องน้าของเธอ อโหสิให้ฉันด้วย”

เพลินนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันที่น้าเจิมจมน้ำน้ำตาไหล จ้องหน้าพิกุลนิ่งนานอย่างตัดสินใจ แล้วบอกอโหสิกรรมให้ พิกุลโล่งใจ และยิ้มให้อย่างขอบคุณ

“ชาติหน้าขอให้เราได้เกิดเป็นพ่อแม่ลูกกันอีกนะพิกุล” คุณดวงน้ำตาคลอ

“ลูกก็หวังเช่นนั้น แต่คงอีกนานแสนนาน”

“มันต้องมีวันนั้น”

คุณทับยิ้มส่งพิกุลเป็นครั้งสุดท้าย พิกุลน้ำตาคลอ ยกมือไหว้ขอบคุณคุณทับกับคุณดวงด้วยความตื้นตันใจ แล้วสบตากับดานุ สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น

“น้องลานะคะ...คุณหลวง”

พิกุลยกมือไหว้ ดานุเข้าไปรวบมือคู่นั้นไว้ ภาพอดีตรักอันหวานชื่นผุดขึ้นมาในความทรงจำจนทั้งคู่ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาไหลพราก

“เราต้องได้พบกันอีกพิกุล”

ดานุสัญญา พิกุลกราบอกดานุ ค่อยๆเลือนรางหายไปพร้อมกับร่างของทองและแก้ว พระยันส่งสัญญาณให้คำจุดไฟเผาเรือ หมอเวกคิดได้ว่าควรเลิกหากินกับไสยศาสตร์ จึงโยนเครื่องรางของขลังต่างๆลงไป ยงผลักเรือไปกลางแม่น้ำ ไฟลุกท่วมเรือพุ่งสู่ท้องฟ้า...บัดนี้ดวงวิญญาณของพิกุล ทองและแก้วถูกปลดปล่อยแล้ว

ooooooo

พายุร้ายพัดผ่านบ้านธนารักษ์ไปแล้ว ความสงบร่มเย็นกลับคืนดังเดิม...ทุกคนเดินจากศาลาท่าน้ำผ่านหน้าบ้านเรือนไทย หยุดมองสถานที่ที่เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมทั้งปวง

“แล้วต่อไปจะทำยังไงกับบ้านเรือนไทยหลังนี้ดีคะคุณพ่อ” ดาริกาพูดขึ้น

“แกคิดที่จะขายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ก็ขายไป”

ดาริกาหัวเราะ “โธ่คุณพ่อ เกิดเรื่องขนาดนี้คงไม่มีใครซื้อหรอกค่ะ แล้วหนูเองก็ตั้งใจว่าจะไม่ทำแล้วอาชีพค้าที่ดินเนี่ย กะว่าจะช่วยดาราเขาเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารไทยเล็กๆแถวบ้านบางโพ”

“จริงเหรอดารา” คุณดวงดีใจ

“ค่ะ...หนูคงกลับไปสอนหนังสือไม่ได้แล้ว ก็เลยอยากใช้ความสามารถที่มีทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้าง พี่ดาริจะออกทุนให้ค่ะ” ดารายิ้มให้ทุกคน

“ดี...พ่อเห็นด้วย ตกลงเรือนไทยหลังนี้ก็คงกลายเป็นบ้านร้างเหมือนเดิม”

คุณทับปลง มองบ้านนิ่งนาน ดานุเข็นรถพรรวีเข้ามาได้ยิน

“ไม่หรอกครับ ผมกำลังจะขอคุณตาพอดี”

ทุกคนหันมองดานุอย่างสงสัย ดาริกาอดกระเซ้าไม่ได้

“แกจะเอาไปทำอะไรตานุ อย่าบอกนะว่าแต่งงานแล้วแกจะมาอยู่ที่นี่”

“พอลลี่จะกลับไปต่างประเทศ ให้นุทำในสิ่งที่นุได้เลือกแล้ว”

พรรวียิ้มให้ดานุ...สองหนุ่มสาวผ่านเรื่องดีและร้ายด้วยกันมามาก บัดนี้ได้พูดคุยปรับความเข้าใจจนกลายเป็นเพื่อนแท้ต่อกัน

“ขอบคุณนะพอลลี่ที่เข้าใจ” ดานุกุมมือพรรวีแน่นอย่างซึ้งใจ

“เลือก...แกเลือกทำอะไร...นุ” จิรวัฒน์เลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความนัยในคำพูดของเพื่อนสนิท

ดานุขอเรือนไทยจากคุณทับปรับปรุงเป็นสถานปฏิบัติธรรมธนารักษ์ราชภักดี และตัดสินใจบวชตลอดชีวิตเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พิกุล ดาเรศ และทุกคนที่เสียชีวิตเพื่อเซ่นสรวงความไม่รู้เท่าทันอารมณ์ด้านมืด โดยมีพระยันเป็นพระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยงช่วยกันดูแลสถานปฏิบัติธรรม

“คนเราต่างเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุขให้กับชีวิต แต่น้อยคนนักที่จะแสวงหาความสงบให้กับจิตใจ เรามีอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอยู่ด้วยกันในช่วงพริบตาเดียว อยู่ที่ว่าจะเลือกให้หนึ่งพริบตาเดียวนั้นเป็นอะไร เพราะผลในจิตใจก็จะตอบสนองให้ได้พบสิ่งนั้น แต่หากเลือกที่จะให้อนาคตอยู่ร่วมกันกับปัจจุบันและอดีต ย่อมหาความสงบได้ยาก”

พระดานุเทศน์เป็นครั้งแรก ครอบครัวธนารักษ์รวมถึงพรรวี จิรวัฒน์ เพลินและวิทย์พนมมือฟังอย่างชื่นใจ ดาริกาเห็นผ้าเหลืองพระก็ตื้นตันใจน้ำตาคลอ

ที่ด้านหน้าสถานปฏิบัติธรรม...จิรวัฒน์เข็นรถพรรวีออกมา พรรวีบอกลาจะกลับต่างประเทศ จิรวัฒน์เศร้าเพราะยังไม่เคยเผยความรู้สึกหลงรักให้เธอรู้ เลยอ้อนขอไปเยี่ยมที่ต่างประเทศ เพลินที่เดินมาด้วยกันได้ยิน กระแหนะกระแหนจิรวัฒน์ว่าเป็นพระเอกละครน้ำเน่า จิรวัฒน์ไม่ยอม เถียงกลับ

“ว่าแต่คนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ”

เพราะช่วยเหลือกันมามาก จิรวัฒน์เลยกลายเป็นคู่กัดกับเพลินไปเรียบร้อย

“อะไร! ตัวองตัวเองอะไร พูดให้ดีๆ” เพลินสวน

“จะให้พูดไหมว่าเธอแอบชอบใคร”

“ฉันจะแอบชอบใครก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่เลย เพราะฉันไม่ได้เศร้าไม่ได้ทุกข์ไม่ได้หวัง...แค่เห็นคนที่ฉันรักมีความสุขก็โอแล้ว ไง! เท่ไหม ไม่ต้องมาตามรักตามแค้นกันข้ามภพข้ามชาติด้วย” เพลินอาย เดินหนี

“โห...วีร่าว่าน้องเพลินน้ำเน่ากว่าบอสเยอะเลยนะคะ เดี๋ยวก่อนๆ ตกลงบอสกับน้องเพลินนี่รักคุดทั้งคู่เลยเหรอคะ น้องเพลินนี่พอเดาออกว่าเลิฟคุณ เอ๊ย! หลวงพี่ดานุ แต่บอส...เอ๊ะ! หรือว่า...”

วิทย์มองสองหนุ่มสาวสลับกันไปมา จิรวัฒน์เขิน แกล้งดุไล่วิทย์ให้ไปถอยรถมารับ พรรวีรู้ใจจิรวัฒน์ ก็บีบมือขอบใจ บอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด จิรวัฒน์จ๋อยเพราะไม่อยากเป็นแค่เพื่อน

“ทั้งจินแล้วก็เรา ผ่านเรื่องร้ายๆมาแล้ว ทำให้เรารู้ว่าไม่มีอะไรแน่นอนเลย แม้แต่ใจของเราเอง”

“ก็จริง ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง...เนอะ”

พระดานุยืนมองสายน้ำที่ไหลเรื่อยจากท่าน้ำสถานปฏิบัติธรรม จู่ๆลมพัดวูบ ดอกพิกุลร่วงพรูหล่นพื้น พระดานุก้มเก็บแล้วปล่อยให้ไหลไปกับสายน้ำ ยิ้มอิ่มสุขเพราะเข้าใจสัจธรรมชีวิต

“จิตใจที่ปล่อยวางจากความโลภ โกรธ หลง ที่ยึดติดอยู่ได้ จะไม่ทุกข์ทรมานด้วยความคิดนั้น ทั้งในภพนี้และภพหน้า เปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนกลับ ย่อมไม่เหลือความขุ่นใดให้เศร้าหมอง”

พิกุลดอกนั้นลอยเรื่อย พิกุลหยิบขึ้นมาแล้วหันสบตาพระดานุ ก่อนพายเรือลับหายไปตามสายน้ำ...

ooooooo

-อวสาน-


ละครวังนางโหง ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านวังนางโหง ติดตามวังนางโหง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช 3 ม.ค. 2561 08:07 2018-01-06T02:05:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ