สมาชิก

วัยแสบสาแหรกขาด

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: 'อาเล็ก-จ๊ะ' ล้วงปัญหาครอบครัว ละครน้ำดี 'วัยแสบสาแหรกขาด'






ทรายพาดุจฤทัยไปพบกรที่ห้องทำงาน ขณะดุจฤทัยคุยกับกรนั้น โชกุนยืนแอบอยู่ข้างหลังแม่ ทรายยืนข้างๆคอยสังเกตพฤติกรรมระหว่างดุจฤทัยคุยกับกร

กรไม่มีปัญหาที่จะรับเด็กเพิ่มหากคุณแม่เห็นความสำคัญของโครงการ ดุจฤทัยให้รับไว้ เพราะลูกตนมีปัญหา ตนเลิกกับสามีแล้ว คุณสมบัติของลูกตนครบตามที่ครูใหญ่บอก กรถามว่าครูใหญ่เป็นคนบอกโครงการนี้หรือ

“ใช่ค่ะ แต่ครูใหญ่ก็เตือนมานะว่า เจ้าหน้าที่ที่มาใหม่ยังเด็กมากจะต้องเข้มงวดและวางใจไม่ได้ ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วย!”

ทรายสะอึกอึ้ง รู้สึกเหมือนถูกแทงข้างหลัง ดังนั้นเย็นนี้ ทรายและกรจึงไปหาอำนาจที่ห้องครูใหญ่ ทรายจึงรู้ว่าที่แท้เขาคือคนที่เธอบอกว่าไม่รู้จักเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง ทรายรับรู้ถึงความไม่พอใจของครูใหญ่ทั้งจากเมื่อกลางวันและนาทีนี้ เธอขอโทษที่ทำให้ครูใหญ่

ไม่พอใจ แต่ครูใหญ่ก็ไม่ควรพูดกับดุจฤทัยแบบนั้นเพราะตนเสียหาย

“ท่านรอง บอกคนของคุณด้วยว่าถ้าไม่เป็นอย่างที่ผมปรามาสไว้ก็ไม่ต้องร้อนตัว” อำนาจหันไปพูดกับกรแทน

ทรายหน้าร้อนผ่าวกำลังจะเถียง แต่กรชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ผมจะเตือนเอง...แต่ผมก็ต้องขอเตือนครูใหญ่ด้วยเช่นกัน” อำนาจฟังแล้วชักสีหน้านิดๆ กรยังคงพูดต่อนิ่มๆว่า “โครงการที่ผมทำเป็นสิ่งใหม่ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เราต้องร่วมมือกันทำให้มันสำเร็จ ไม่ใช่มาให้ข้อมูลเสียหาย แทงข้างหลังกันแบบนี้”

อำนาจโต้ว่ากรแทงข้างหลังตนก่อน เขาเริ่มโครงการนี้โดยไม่บอกตนสักคำ ทั้งที่ตนร่วมก่อตั้งโรงเรียน มากับคุณแม่เขา ท่านจะทำอะไรก็ยังเกรงใจตน ปรึกษาทุกเรื่อง กระแทกเสียงใส่ว่า “แต่คุณมองข้ามหัวผมไปแบบนี้ มันใช้ไม่ได้”

เห็นกรนิ่งไป ส่วนทรายอึ้งกับความขัดแย้งที่ตนอยู่ตรงกลาง และยิ่งหนักใจเมื่ออำนาจย้ำให้รู้ว่า

“คุณดุจฤทัย เป็นผู้ปกครองที่ขึ้นชื่อเรื่องความจุกจิก วุ่นวาย และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ปกครองที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่ง ถ้าคุณดุจไม่พอใจอะไร...รับรองว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ” อำนาจยิ้มเยาะแล้วพูดทิ้งท้ายว่า “หวังว่าโครงการของท่านรองจะทำให้เธอพึงพอใจ” พูดแล้ว เป็นฝ่ายออกจากห้องไปเอง

กรเครียดกับแรงเสียดทานและท้าทายของอำนาจ ทรายมองเขาอย่างเห็นใจ ปลอบใจว่าอย่าคิดมากเลย แต่พูดไม่ทันจบดี กรก็ตัดบทว่า

“เรื่องน้องโชกุน รีบประเมินพฤติกรรมและสรุปรายงานผมด่วนว่าเด็กต้องเข้าโครงการหรือเปล่า” ทรายชะงักตอบรับอึ้งๆ แล้วก็ยิ่งอึ้งเมื่อกรสั่งต่อว่า

“อีกเรื่อง คุณเตรียมตัวทำพรีเซนต์โครงการนี้ต่อหน้าคณะครูในวันพรุ่งนี้ ทำได้รึเปล่า?”

“ทำได้ค่ะ” ทรายแข็งใจรับคำ เขาชมว่าดีมากแล้วเดินไป ทรายนึกได้ถามอีก “ท่านรองคะ ตั้งแต่ดิฉันมารับงานยังไม่ทราบเลยว่าโครงการนี้มีชื่ออะไรคะ” กรบอกว่าชื่อโครงการยังไม่มี ให้เธอคิดและส่งมาให้ตนเลือกภายในวันนี้ ถามเสียงหนักๆตามเคยว่า ทำได้หรือเปล่า? ทรายตอบอย่างสู้ตายว่า “ค่ะ”

เเต่เมื่อกรเดินผละไป ทรายถอนใจส่ายหน้า ทั้งบ่นทั้งถามตัวเองว่า

“ตอบว่า ‘ทำไม่ได้’ ไม่ได้แล้วจะถามทำไม ถามว่า ‘ทำได้หรือเปล่า’ มันก็ต้องทำได้อยู่แล้ว...เฮ้ออออ”

ทรายถอนใจยาว เมื่อความกดดันถูกผลักมาอยู่กับตน เดินบ่นกระปอดกระแปดไม่ทันดู เลยเตะถังขยะที่วางอยู่ล้มลง ทรายก้มเก็บขยะ แล้วชะงักเมื่อเห็นกระดาษที่อำนาจขยำทิ้งไว้ เธอคลี่ออกดู แล้วก็อึ้งเมื่อเห็นรายชื่อของแดนและมินนี่! เธอรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ ความไม่ลงรอยกันของผู้บริหารแทรกเข้ามาให้หนักใจอีกปัญหาหนึ่ง

ปัญหาทั้งหมดที่เผชิญในวันแรกที่เริ่มงาน ทำให้ทรายคิดถึงคำเตือนของอาจารย์ที่ปรึกษา เข้าใจซึ้งขึ้นมาทันทีว่า

“โลกความเป็นจริงมันก็เป็นแบบนี้ ไม่เหมือนกับที่เราเรียนทั้งหมดหรอก”

ดังนั้น เย็นนี้ทรายจึงถามอาจารย์พลอยว่า โรงเรียนในประเทศไทยควรมีที่ปรึกษาทางด้านนี้หรือเปล่า อาจารย์ที่ปรึกษาอธิบายจากความเป็นจริงของสังคมไทยว่า

“เมื่อก่อนครูเป็นเหมือนแม่ รับรู้และช่วยเหลือทุกปัญหาของเด็ก ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน ครูก็เป็นที่ปรึกษาทาง จิตวิทยาไปในตัว แต่ตอนนี้ครูที่ทำสองหน้าที่สองแบบนี้ มีไม่เพียงพอ นักจิตฯอย่างเราต้องมาช่วยครูดูแลเรื่องการเรียน ส่วนเราก็ดูแลเรื่องจิตใจเด็กที่มีปัญหา ช่วยให้เขาเรียนจบออกมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และไม่สร้างปัญหาให้สังคม”

อาจารย์พลอยชี้ว่า บางโรงเรียนแค่ครูแนะแนวยังไม่มีเลย แล้วเขาจะจ้างที่ปรึกษาทำไม ชมว่าทรายโชคดีมากที่เขาให้เข้าไปเก็บข้อมูลได้ ส่วนทรายก็ชมว่ากรมีความคิดล้ำมากที่นำเสนอโครงการนี้ สั่งงานวันนี้ เอาพรุ่งนี้ ทรายทั้งชมและแอบบ่น

อาจารย์พลอยนึกได้ เอาหนังสือเกี่ยวกับการนำเสนอโครงการให้เผื่อจะช่วยได้ ทรายขอบคุณ หวังว่าการนำเสนอโครงการพรุ่งนี้จะทำให้ท่านรองยิ้มออกมาได้บ้าง

เพียงเวลาอาหารเย็นวันนี้ กรก็ได้รับไลน์จากทรายเสนอชื่อโครงการมาให้เลือก ไม่นานเธอก็ได้รับไลน์ตอบมาว่า

“คิดใหม่ ไม่ชอบ!”

“ส่งไปตั้งหลายสิบชื่อไม่ชอบ!! ทำไงดี คิดใหม่ๆๆ” ทรายหยิบกระดาษขึ้นมารีบคิดและเขียนยิกๆๆ กรยังกินอาหารไม่ทันเสร็จ ก็ได้รับข้อความว่า

“ส่งมาอีกรอบค่ะ...ขอบคุณค่ะ”

กรเปิดอ่านแล้วพิมพ์ข้อความกลับไปทันที ทรายรีบเปิดอ่าน ทำหน้าผิดหวังบ่นอุบอิบว่าส่งไปตั้ง 50 ชื่อ ยังไม่ชอบ หมดมุกแล้ว แต่ก็ยังคิดต่อ กำปากกาจนเมื่อยมือก็ยังคิดไม่ออก พลันก็ได้ยินเสียงข้อความเข้าดังขึ้น ทรายรีบเปิดอ่าน

“ผมเปลี่ยนใจ...เลือกชื่อแรกที่ส่งมา”

โห...ทรายคราง บ่นว่าแล้วจะให้คิดทำไม แต่แล้วก็บอกกับตัวเองอย่างซึ้งว่า

“เจ้านายโลกความจริง มันคือแบบนี้ใช่ไหม?? ทำใหม่ตั้งเยอะแยะ สุดท้ายก็เลือกอันแรก!! โอเค้!!” แล้วพิมพ์ข้อความตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิด แต่ข้อความกลับออกมาอย่างอ่อนหวานว่า “ขอบคุณค่ะท่านรอง...”

“นึกว่าจะโวยวาย ฮึ ควบคุมอารมณ์ใช้ได้” กรอ่านแล้วยิ้ม

“มองในแง่ดีทราย อย่างน้อยก็ได้ชื่อโครงการ ทำใจร่มๆ พรุ่งนี้มีงานใหญ่รออยู่ ลุย!” ทรายบอกตัวเองแล้วลุยงานที่จะทำพรุ่งนี้ เธอพิมพ์ชื่อโครงการตัวเท่าหม้อแกงว่า “ผูกสาแหรก”

ooooooo

วันต่อมา หลังจากนพลักษณ์พูดเปิดโครงการ “ผูกสาแหรก” ในที่ประชุมแล้ว กรดักคออำนาจขณะจะเดินออกไปว่า

“ผมรายงานเรื่องโครงการให้ครูใหญ่รับทราบแล้ว นะครับ ผมไม่ได้ต้องการจะข้ามหัวใคร หวังว่าต่อจากนี้ไป จะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากครูใหญ่นะครับ”

อำนาจชะงักฟัง นึกแค้นในใจที่โดนหักหน้า แต่ไม่ตอบโต้เดินหลังตรงคอแข็งออกไป

ปาล์มชมทรายว่าพูดได้ดีมากครูหลายคนเข้าใจขึ้นเยอะ ทรายยิ้มขอบใจเพื่อน แต่พอกรเดินตรงมาบอกว่า

“เธอพรีเซนต์ได้ดีมาก” ทรายขอบคุณและยิ้มปลื้มมาก กรพูดต่อหน้านิ่งๆว่า “แต่ยิ่งพูดไว้ดีแค่ไหน ก็ต้องทำให้ดีมากกว่าที่พูดจำไว้ด้วย”

ทรายหุบยิ้มทันที บ่นเบาๆว่าชมเฉยๆก็ไม่ได้ ต้องชมไปกดดันไป ปาล์มบอกว่าก็ยังดีกว่าไม่ชม

“เออ ก็จริง” ทรายพูดแล้วสองคนก็หัวเราะอย่างเข้าใจความหมายกัน ทรายโล่งอกที่วันนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

มินนี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการ “ผูกสาแหรก” เมื่อถูกถล่มด้วยข่าวเล่นยาก็ทำเอาเสียศูนย์ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านหลบนักข่าว เมื่อเปิดเช็กข่าวตัวเอง เจอความเห็นรุนแรงที่กระหน่ำเข้ามากระทั่งว่าถ้าเสพจริงต้องโดนจับ ก็กรี๊ดลั่น

พีรดาเดินมาดูบอกให้เลิกอ่านแล้วสั่งให้ปิด มินนี่โต้ว่าไม่อ่านแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคนอื่นคิดอย่างไร

“คนอื่นจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา เราไม่ได้ทำผิด จะกลัวอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะตั้งโต๊ะแถลงข่าว แม่ไม่ปล่อยให้อนาคตเราดับเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงเราต้องผ่านมันไปให้ได้ และมันต้องไม่ใช่ผ่านธรรมดา แต่ต้องผ่านไปได้อย่างสวยงาม”

“คุณแม่จะทำอะไรก็รีบทำเถอะค่ะ มินไม่อยากอุดอู้อยู่ในบ้านแล้ว มินคิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงน้องๆเอฟซี มินอยากไปโรงเรียน!!” มินนี่โวยวายอย่างหงุดหงิด

ooooooo

เช้านี้ ที่หน้าเสาธง ครูธวัชนำออกกำลังกายก่อนขึ้นชั้นเรียน ในแถวนักเรียน ม.ปลาย ปุ่น นักเรียนหญิงวัยรุ่นหน้าตาสดใส น่ารัก เรียนชั้นเดียวกับหวายและแดน เธอเป็นหัวหน้าชั้นออกกำลังกายอย่างจริงจัง

ระหว่างออกกำลังกาย แดนเหล่และแอบเอามือถือถ่ายรูปปุ่น ปุ่นบุ้ยให้เขาดูครูน้อยที่ยืนมองอยู่ ครูน้อย ชี้ที่มือแดน ทำให้แดนจำต้องเก็บมือถือเซ็งๆ

หลังจากครูธวัชนำออกกำลังกายเสร็จก็สั่งนักเรียนแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน ปาล์มรีบเดินขึ้นเวทีขอครูธวัชประกาศข่าวหน่อย ครูธวัชหลีกทางให้ ปาล์มประกาศแนะนำ ครู ทรายทิพย์ แก่นักเรียน แล้วให้ทรายแนะนำตัวเอง

แต่พอทรายแนะนำว่าตนเป็นที่ปรึกษาพิเศษ แดนก็ถามลอยๆ กวนๆ ว่าที่ปรึกษาเรื่องอะไร (วะ) ทรายดูอาการออกบอกว่าเรื่องนั้นจะอธิบายทีหลัง

แต่สำหรับวันนี้มีนักเรียน 3 คนที่โชคดีจะได้คุยกับครูก่อน แล้วประกาศชื่อคนแรกถวายชัยนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 คนที่สองนางมงกุฎแก้ว นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 และคนที่สาม เด็กชายดังใจ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 บอกนักเรียนทั้งสามว่าให้มาพบกับครูที่ห้องให้คำปรึกษาที่ตึก 2 ตอนพักกลางวัน

ปุ่นมองหาหวายแต่ไม่เห็น ไอซ์ซิ่งมองหามินนี่ ก็ไม่เห็น ส่วนโชกุนพอได้ยินชื่อตนก็ก้มหน้างุด

ooooooo

นับแต่มีภาพหลุด มินนี่ก็ไม่ได้ไปโรงเรียน ส่วนหวายวันนี้ช่วยทำงานที่โรงงานหล่อเหล็กของยอดยุทธผู้เป็นพ่อที่หย่ากับเป็นสุขผู้เป็นแม่แล้วเพราะแม่ทนอารมณ์ร้อนรุนแรงของพ่อไม่ได้

ยอดยุทธเป็นคนอารมณ์ร้าย ลูกน้องในโรงงานโดนด่ากันกลัวหัวหดทุกคน เมื่อสายแล้วเห็นหวายยังไม่ไปเรียนก็ตบหัวผัวะด่าเป็นชุด จนหวายต้องรีบแต่งตัวไปโรงเรียน

พอหวายไปถึงห้องเรียนก็เจอแดนเอาเท้าพาดเก้าอี้ขวางประตูไว้ ทั้งสองจ้องกันด้วยสายตาที่พร้อมจะระเบิดใส่กัน ปุ่นเห็นดังนั้นแกล้งตะโกนว่า ครูประไพศรีมาแล้ว ทุกคนรีบเข้าสู่ที่ของตน แดนจำใจเอาขาลงพูดลอยๆเข้าหูหวายว่า

“พ่อกูบอกครูใหญ่แล้ว ถ้ามึงยังไม่โดนไล่ออก คดีมึงกับกูไม่จบ!”

หวายนึกถึงวันที่ชกต่อยกับแดนที่โรงยิมจนอำนาจต้องเชิญฉลองพ่อของแดนและเป็นสุขแม่ของหวายมาพบที่โรงเรียน เหตุเกิดเพราะแดนไม่พอใจที่ให้หวายร่วมประท้วงโค้ช แต่หวายไม่ยอม เป็นสุขบอกหวายว่าน่าจะตามๆเขาไปจะได้ไม่มีเรื่อง

“ผมไม่ยอม เพราะโค้ชเป็นเพื่อนพ่อ ถ้าผมเปรี้ยวไปประท้วงกับเพื่อนๆ พ่อคงอัดผมแน่ ผมยอมอัดกับไอ้แดนดีกว่าโดนพ่ออัด” เป็นสุขชวนว่าถ้าทนพ่อไม่ได้ก็มาอยู่กับแม่กับน้อง “ถ้าผมออกมา พ่อก็ต้องอยู่คนเดียว ผมยังทนได้อยู่ครับ”

หวายนั่งเหม่อในห้องเรียนจนไม่ได้ฟังครูประไพศรี สั่งการบ้าน ครูบอกว่าให้ถามจากเพื่อนก็แล้วกัน ปุ่นจึงเขียนการบ้านที่ครูสั่งใส่กระดาษไปให้หวาย แล้วทวงให้เลี้ยงลอดช่องที่โรงอาหาร หวายไม่เข้าใจส่งเงินให้ยี่สิบบาทให้ไปกินเอง

“โห...ไม่ใจเลย เราจะให้เธอเลี้ยง ไม่ได้มาขอเงิน” หวายทำหน้างง ปุ่นคืนเงินให้บอกว่าไม่เอาก็ได้ ถือว่าตนทำหน้าที่ของหัวหน้าห้องที่ดีก็แล้วกัน แล้วนึกได้บอกหวายว่า “เมื่อเช้าครูใหม่ที่ชื่อทรายทิพย์ประกาศเรียกให้เธอไปหาเขาที่ห้องให้คำปรึกษา”

“ห้องให้คำปรึกษา?” หวายทวนอย่างสงสัย

ooooooo

พักกลางวัน ขณะทรายรอเด็กที่นัดไว้ แต่คนที่มากลับเป็นกร รองผู้อำนวยการ เขาเข้ามาดูห้องและกดดันให้เธอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ที่สำคัญเขาเอากระดาษปึกหนึ่งมาวางไว้ที่โต๊ะ บอกว่า

“นี่เป็นความเห็นของผู้ปกครอง ที่เข้ามาเขียนในเว็บบอร์ดโรงเรียน เกี่ยวกับเรื่องภาพหลุดมินนี่ หลายคนตั้งคำถามว่าโรงเรียนจะลงโทษเด็กยังไง และความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ ตอนนี้เราติดต่อเด็กและผู้ปกครองไม่ได้ ทั้งสองคนเก็บตัวเงียบ และถ้าพรุ่งนี้เด็กยังไม่มาเรียนจะต้องโดนตักเตือนก่อนโดนพักการเรียน เพราะขาดเรียนเกินกำหนด ผมจะให้คุณกับครูปาล์มไปตักเตือนเขาด้วยตัวเองก่อนเรื่องจะบานปลายมากไปกว่านี้”

เมื่อทรายและปาล์มไปคุยกับพีรดาที่คอนโด พีรดาโวยวายไม่ยอมให้ไล่ลูกตนออก หาว่าโรงเรียนทำเกินไปแล้ว ปาล์มขอคุยกับมินนี่ก็ไม่ยอมให้คุย บรรยากาศตึงเครียด ทรายจึงขอไปเข้าห้องน้ำ ขณะเดินผ่านห้องหนึ่งซึ่งประตูแง้มอยู่ ทรายได้ยินเสียงมินนี่คุยโทรศัพท์กับไอซ์ซิ่งถามว่าคนที่โรงเรียนพูดถึงตนว่ายังไงบ้าง พอรู้ว่ามีแต่คนด่า และครูใหม่ที่บอกว่าเป็นที่ปรึกษาอะไรก็ไม่รู้เรียกให้มินนี่เข้าพบ มินนี่ด่าเป็นชุดแล้วถามว่าจะปรึกษาอะไร ตะโกนว่า ไม่ปรึกษาโว้ย!!

ขณะนั้นเอง พีรดาตามมา โวยวายว่าทรายมาแอบฟังอะไร มินนี่ได้ยินเสียงออกมาถามว่าคุณเป็นใคร ปาล์มตามมาถามงงๆว่า “มีอะไรกันเหรอคะ”

เมื่อมินนี่รู้ว่าทรายเป็นครูที่ปรึกษาที่เรียกเข้าไปคุย ก็โวยวายว่าตนไม่ได้บ้า ด่าว่านักจิตวิทยาที่ไหนมาแอบฟังคนอื่นคุยกัน ปาล์มช่วยชี้แจงว่าทรายไม่ได้แอบฟังและการไปพบนักจิตวิทยาก็ไม่ได้หมายความว่าบ้า พีรดาตัดบทว่าไม่ต้องชี้แจงอะไร เพราะว่า “พรุ่งนี้ฉันจะแถลงข่าว มินนี่จะต้องไม่โดนไล่ออก และไม่ต้องปรึกษาอะไรทั้งนั้น พอแถลงข่าวเสร็จทุกอย่างก็จะจบ ชีวิตเราจะกลับมาสู่สภาพปกติ! จบไหม?...จบ!” พีรดาพูดเองเออเอง จนทรายกับปาล์มพูดไม่ออก

ooooooo

เมื่อมินนี่ไม่ยอมเข้าร่วมโครงการ จึงเหลือแต่หวายกับโชกุน

วันนี้ดุจฤทัยนั่งรอโชกุนที่บอกว่าจะเข้าไปหาครูที่ปรึกษา เห็นโชกุนเดินมาก็ถามว่าเสร็จแล้วหรือ โชกุนตอบหน้าซื่อตาใสว่าเสร็จแล้ว ครูทรายทิพย์ให้ไปพบตอนกลางวันตนก็เข้าไปคุยแล้ว ครูบอกว่าไม่มีอะไรให้ไปเจอใหม่วันพรุ่งนี้

ดุจฤทัยมองอย่างไม่เชื่อ ถามว่าจริงหรือเปล่า ถ้าโกหกอีก เสาร์อาทิตย์นี้จะไม่ให้ไปเจอพ่อ แววตาโชกุนสั่นไหวอย่างมีพิรุธ!

เย็นวันเดียวกัน ทรายคอยหวายอยู่ที่ห้อง แต่หวายไม่มา ปุ่นบอกว่าหวายกลับไปแล้ว คงรีบกลับไปช่วยงานที่บ้าน บ้านเขาเป็นโรงหล่อเหล็ก เขาต้องช่วยพ่อทั้งเช้าทั้งเย็น ทรายมองปุ่นแปลกใจที่รู้ดี ปุ่นบอกว่าตนเป็นหัวหน้าห้องจึงรู้ และหากครูมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ ทรายยิ้มรับเห็นกรเดินมาเธอรีบบอกปุ่นว่า

“ขอบใจมากจ้ะ ครูฝากบอกถวายชัยด้วยว่าถ้าตอนเย็นไม่สะดวก มาตอนพักกลางวันก็ได้ ครูไปก่อนนะ”

กรมองทรายอย่างรู้ทัน เดินไปดักถามว่าทำไมต้องหนีตน ทรายขอโทษเพราะตนยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า รับว่า

“งานที่รับมอบหมายยังไม่มีอะไรคืบหน้า ฉันก็เลยไม่กล้าสู้หน้า เด็กสามคนในโครงการ สองคนไม่มาอีกคนกำลังจะถอนตัว” กรถามว่าใคร “มินนี่ค่ะ พอท่านรองสั่งฉันก็รีบไปหาเลยค่ะ คุณรดาบอกว่าจะจัดแถลงข่าววันพรุ่งนี้ หลังจากแถลงข่าวทุกอย่างจะจบอย่างสวยงาม น้องกลับมาเรียนตามปกติ ไม่โดนไล่ออก สังคมให้อภัย แปลว่าน้องไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าโครงการ”

ทรายขอโทษที่ไม่สามารถทำให้มินนี่เข้าร่วมโครงการได้ ส่วนเด็กอีกสองคนก็ยังไม่เจอ ไม่มีอะไรคืบหน้า

“คุณได้เจอเด็กคนนึงและทำให้เขาพยายามแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง ใครบอกว่าไม่คืบหน้า นี่ไงความคืบหน้า”

ทรายมองหน้ากรอึ้ง ผิดคาด เพราะคิดว่าต้องถูกตำหนิอย่างหนัก แล้วก็ยิ่งอึ้ง ทึ่งกระทั่งเหวอ เมื่อกรพูดต่ออีกว่า

“ผมชอบที่คุณพูดกับผมตรงๆ ยอมรับความผิดพลาด ความบกพร่องแบบตรงไปตรงมา ผมชอบ! ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป”

ooooooo

แล้วพีรดาก็เปิดแถลงข่าวเรื่องภาพหลุดของมินนี่ตามที่บอกไว้ โดยมีมินนี่นั่งตีหน้าเศร้า และเศร้ายิ่งขึ้น กระทั่งร้องไห้ตามเนื้อหาการแถลงข่าวของแม่ พีรดาสรุปว่า

“น้องเอาอุปกรณ์มาถือถ่ายรูปเล่น รดากล้ารับประกันเพราะน้องตรวจร่างกายแล้วไม่มีสารเสพติดแม้แต่นิดเดียวค่ะ”

แล้วมินนี่ก็พูดไปร้องไห้ไปว่าตนทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าทำกันเล่นๆกับเพื่อนและรูปนี้ก็นานมากแล้วด้วย ขอโทษและขอบคุณโลกออนไลน์ที่ให้ความเห็นดีมาก ตนจะนำไปปรับปรุง และขอสละตำแหน่งมิสไฮสกูลคืนให้กับกองประกวด ขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง มินนี่ดราม่าสุดๆ ก่อนปิดการแถลงข่าวว่า

“เหตุการณ์นี้ทำให้มินนี่ได้เรียนรู้อย่างมาก มินนี่ขอให้น้องๆ เพื่อนๆ เอาสิ่งที่เกิดขึ้นกับมินนี่ไปเป็นอุทาหรณ์ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ขอให้คิดอย่างรอบคอบ เพราะสักวันมันจะย้อนกลับมาหาเรา เหมือนที่มินนี่เป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ และที่สำคัญยาเสพติดเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวนะคะ ดูมินนี่เป็นตัวอย่าง ขนาดไม่ได้เสพแค่เอามาถือเล่นๆ ชีวิตยังตกต่ำได้ขนาดนี้ ขอบคุณมากค่ะ” มินนี่ยกมือไหว้ บีบน้ำตาให้ไหลพรากได้อย่างน่าสงสาร พีรดาดึงลูกเข้าไปกอดท่ามกลางเสียงปรบมือของงนักข่าว

ไอซ์ซิ่งดูจอมือถือเป็นทีวีออนไลน์อยู่ เบ้ปากคิดในใจว่า “ตอแหล!”

แม้พีรดาจะแถลงแก้ข่าวและมินนี่ไม่ต้องเข้าร่วมโครงการแล้ว แต่ทรายมีข้อสังเกตว่า

“มันแปลกนะคะ ตอนนี้ทุกคนสนใจแต่ว่า มินนี่เสพยาจริงหรือเปล่า แต่ทำไมไม่มีใครสงสัยว่ารูปนี้มันหลุดออกมาได้ยังไง ใครเป็นคนถ่าย และคนที่ปล่อยภาพแบบนี้ออกมาเขาคิดอะไรอยู่ บังเอิญ? หรือตั้งใจ? ถ้าคนปล่อยรูปเป็นคนใกล้ตัว และตั้งใจปล่อยออกมาเพราะอิจฉา หรือเพราะอะไรก็ตาม ปัญหาไม่มีทางจบ หมดรูปนี้เดี๋ยวก็ต้องมีอย่างอื่นตามมาอีก”

หลังการแถลงข่าว มินนี่ดีใจมากบอกพีรดาว่าฟีดแบ็กดีมากมีแต่คนให้กำลังใจ คนที่เคยด่าตอนนี้ก็ให้กำลังใจกันใหญ่ มินนี่จะเข้ากอดแม่ พีรดาเบี่ยงตัวหลบพูดดุๆว่า

“ไม่ต้องมาทำประจบอ้อนแม่ ทีหลังอย่าทำอะไรบ้าๆแบบนี้อีก คิดแค่ทำเล่นๆขำๆ แต่มันไม่ขำ นี่ถ้าแม่ไม่มีแบ็กไม่มีนักข่าวที่ซี้ๆ มันก็ไม่จบง่ายๆ” ถามว่า “ตกลงรูปบ้าๆนี่มันหลุดออกมาได้ยังไง ใครเป็นคนปล่อย”

“มินนี่ไม่รู้ว่าใครปล่อย แต่คุณแม่ไม่ต้องห่วงมินจะให้ไอซ์ซิ่งช่วยสืบ ไอซ์มันมีคอนเนกชั่นออนไลน์เยอะ มินสั่งแค่คำเดียว เดี๋ยวมันก็หาตัวมาได้เอง!!” มินนี่พูดอย่างมั่นใจ และสบายใจ

แต่หารู้ไม่ ไอซ์ซิ่งที่เธอวางใจจนตายใจนั้น ที่แท้คือหอกข้างแคร่เพราะความอิจฉาริษยานั่นเอง!

เพราะรูปนี้ในอดีตมินนี่และเพื่อนๆ รวมทั้งไอซ์ซิ่ง แกล้งถืออุปกรณ์เสพยาถ่ายรูปกันเล่นๆ ถ่ายแล้วมินนี่นึกได้กลัวภาพหลุด จึงบอกให้ลบออก เพื่อนๆ ลบกันทุกคน ไอซ์ซิ่งรีบกดส่งเข้าเมลตัวเองแล้วกดลบ บอกเพื่อนๆว่า

“ฉันลบแล้วนะ ถ้าภาพหลุดออกไป ไม่ได้มาจากฉันนะเว้ย บอกเลย”

หลังจากนั้นไอซ์ซิ่งสร้างเพจใหม่ขึ้นมาในนาม “แอนตี้-มินนี่” กากบาททับมีข้อความว่า “หยุดสร้างภาพสักที...กรูเบื่อ!!!”

นี่คือความจริงตามที่ทรายวิเคราะห์ไว้ว่าไม่จบจริงๆ!!

ooooooo

วันนี้โชกุนไปที่หน้าห้องให้คำปรึกษาหน้าเครียด ลังเลว่าจะเข้าหรือไม่เข้าดี แต่คำขู่ของแม่ที่ว่าถ้าโกหกจะไม่ให้พบพ่อ จึงตัดสินใจเข้าไป

โชกุนเข้าไปนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่ตรงหน้าทราย แนะนำตัวเองอย่างฉะฉาน ทรายถามอย่างอ่อนโยนอบอุ่นว่ามีอะไรไม่สบายใจอยากเล่าให้ครูฟังไหม โชกุนถามว่าทำไมตนต้องเข้าห้องนี้ไม่เห็นเพื่อนคนอื่นต้องมา

“คุณแม่ของโชกุนมาเล่าให้คุณครูฟังว่า โชกุนมีปัญหานิดหน่อย ก็เลยอยากให้คุณครูช่วยโชกุนน่ะค่ะ”

“ผมรู้” โชกุนถอนใจเบาๆ “คุณแม่มาฟ้องคุณครูว่าผมชอบโกหก แม่ชอบพูดแบบนี้กับทุกคนแหละครับ” ทรายถามว่าโชกุนเล่าให้ฟังได้ไหมว่าทำไมคุณแม่ถึงกังวลใจเรื่องนี้ โชกุนถอนใจเบาๆอีกครั้งเล่าหน้าซื่อๆว่า “ผมยอมรับครับว่าก็เคยโกหกบ้าง แต่คุณครูเข้าใจไหมครับ บางทีคุณแม่ก็อยากรู้ทุกอย่าง ถามโน่นถามนี่พอบอกความจริงคุณแม่ก็โวยวายผมก็เลยต้องโกหกให้คุณแม่สบายใจ แต่พอจับได้ก็โกรธ บอกว่าผมชอบโกหก ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง...เฮ้อออ...”

ทรายถามว่าโชกุนรู้ไหมว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี โชกุนบอกว่ารู้ แต่ตนก็ไม่ได้โกหกตลอดเวลาไม่ได้โกหกทุกคน

“กับครู ครูสวย ครูไม่ดุ โชก็ไม่โกหก ถ้ารู้ว่าคุณแม่ไม่สบายใจขนาดนี้ ต่อไปโชไม่โกหกอีกก็ได้”

ทรายชมว่าดี มีอะไรให้คุยกับคุณแม่ตรงๆ ให้โชกุนสัญญาว่าต่อไปจะไม่โกหกอีก โชกุนให้สัญญาอย่างจริงใจจริงจัง

เมื่อทรายรายงานกร เขาบอกว่า “เด็กชายดังใจ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในโครงการ” บอกทรายว่าตนจะคุยเรื่องนี้กับคุณดุจฤทัยเอง เมื่อโชกุนไม่ต้องเข้าโครงการ ทรายจึงเสนอให้ตังเมเข้าร่วมโครงการแทน

ตังเม คือนักเรียนหญิงที่ทรายเดินชนวันที่เธอมาที่โรงเรียนวันแรก เธอเห็นรอยกรีดที่แขนของตังเม และเก็บวงเวียนที่หล่นจากกระเป๋ากระโปรงได้ แต่ไม่ทันคืนให้ตังเมก็รีบผละไปเสียก่อน

ตังเมเป็นลูกของชัยภูมิเสี่ยนักธุรกิจพันล้าน มีเมียน้อยหลายคนรวมทั้งนวลสราญแม่ของตังเมด้วย แต่ชัยภูมิไม่เคยเห็นเมียและลูกเมียน้อยอยู่ในสายตา ตังเมจึงถูกชัยภูมิเอาคนในครอบครัวเมียหลวงมาเปรียบเทียบกดดันตังเมว่าสู้พวกเขาไม่ได้เลย และนวลสราญก็ไม่ปกป้องลูกเพราะหมกมุ่นกับความเสียใจกับความผิดพลาดของตนในอดีต

ตังเมอยู่ในสภาพถูกกดดันจากพ่อครอบครัวใหญ่ของพ่อที่ตราหน้าว่าตนเป็นลูกเมียน้อย และไม่อาจพึ่งแม่ได้ จึงหาทางออกด้วยการทำร้ายตัวเองประชดชีวิต

คืนนี้ทรายทำงานจนหลับไปคาโต๊ะ สะดุ้งตื่นเห็นว่าดึกแล้วจึงเก็บของเตรียมเข้านอน มือปัดโดนวงเวียนของตังเมหล่น หยิบขึ้นมาดูเห็นมีคราบเลือดติดอยู่ ทรายนึกถึงรอยกรีดที่แขนของตังเมทันที

รุ่งขึ้นทรายไปถึงโรงเรียน พยายามมองหาตังเม จนได้เวลาเคารพธงชาติ และยามเลื่อนประตูใหญ่ปิดเหลือแต่ประตูเล็กสำหรับเด็กมาสาย
ทรายหยิบวงเวียนของตังเมขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกผิดหวัง...

ooooooo

ทรายเดินหาตังเม ขณะเดินผ่านโชกุนที่คุยกับเพื่อนอยู่ ได้ยินอะไรแว่วๆ จึงหยุดฟัง

เพื่อนถามโชกุนว่าครูทรายเรียกไปพบเพื่อขายของที่ห้องจริงหรือ โชกุนคุยฟุ้งว่าที่ห้องครูทรายขายของเพียบเลย เพื่อนติงว่าโรงเรียนมีกฎห้ามครูขายของไม่ใช่หรือ โชกุนปั้นน้ำเป็นตัวว่าครูถึงได้แอบเรียกตนไปซื้อไง พอตนไม่ซื้อครูก็ขังไม่ยอมให้ออก ตนเลยต้องซื้อขนมกล่องหนึ่งครูถึงยอมปล่อยออกมา

เพื่อนทำท่าสยองว่าน่ากลัวมาก โชกุนบอกว่าเหมือนแม่มดเลย ตนต้องใจกล้ามากถึงได้รอดออกมาได้ เพื่อนชมว่าเก่งมากเลย โชกุนยืดอกยิ้มอย่างภูมิใจ

“โกหกแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว” ทรายตกใจ เมื่อนึกได้ว่ากรกำลังไปคุยกับดุจฤทัย ก็รีบโทร.ถึงกรทันที

กรวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะขณะนั่งคุยกับดุจฤทัย โดยมีอำนาจร่วมอยู่ด้วย เพื่อบอกเธอว่าโชกุนไม่ต้องเข้าร่วมโครงการเพราะจากการประเมินพบว่าโชกุนไม่ได้เป็นเด็กชอบโกหกอย่างที่คุณแม่บอก

ดุจฤทัยโวยวายว่านักจิตวิทยาเพิ่งคุยกับโชกุนแค่สองครั้งจะรู้ดีไปกว่าตนได้อย่างไร กรติงว่าโชกุนเพิ่งคุยครั้งเดียวดุจฤทัยยืนยันว่าโชกุนมาคุยไปรอบหนึ่งแล้ว ชี้ว่าโกหกเห็นๆ แล้วจะว่าไม่โกหกได้ไง อำนาจฟังแล้วยิ้มรู้สึกสนุกขึ้นทุกที

ทรายร้อนใจมากเมื่อโทร.ไปไม่รับสายเธอจึงส่งข้อความว่า

“อย่าเพิ่งบอกเรื่องน้องโชกุนกับคุณดุจฤทัย ฉันประเมินผิดค่ะ”

กรไม่ได้สนใจเพราะกำลังชี้แจงกับดุจฤทัย แต่อำนาจที่นั่งอยู่เหลือบอ่านข้อความแล้วยิ้มร้าย ถามแทรกขึ้นว่า

“ท่าทางท่านรองเชื่อมั่นนักจิตฯคนนี้มาก ถ้าเขาประเมินผิดท่านรองจะไล่ออกหรือเปล่าครับ”

ขณะนั้นทรายวิ่งมาถึงหน้าห้องทำงานของกร บอกแปมเลขาของเขาว่ามีเรื่องด่วน แปมเข้าไปถาม กรบอกให้รออีกครึ่งชั่วโมง แต่อำนาจอ่านข้อความแล้ว รู้ว่าเรื่องอะไร บอกให้เข้ามาเลยทรายอาจมีเรื่องสำคัญที่ดุจฤทัยอยากรู้ก็ได้

ทรายเข้ามาขออนุญาตคุยนอกเวลากับกร อำนาจให้บอกมาเลยพวกเราจะได้รู้เรื่อง ทรายรู้สึกผิดเลยตัดสินใจบอกว่า

“ดิฉันประเมินพฤติกรรมผิดพลาด น้องโชกุนมีนิสัยโกหกอาจจะสร้างปัญหาให้ตัวเองได้...”

อำนาจยิ้มสะใจ ดุจฤทัยปรี๊ดแตกถามว่าเอาคนแบบนี้มาดูแลโครงการได้ยังไง กรต้องของโทษที่คนของตนทำงานผิดพลาด ทรายปกป้องกรรับว่าเป็นความผิดของตนเอง ดุจฤทัยเหมาว่าผิดทั้งคู่นั่นแหละถ้าจบเทอมแล้วลูกตนยังไม่ดีขึ้น ผู้ปกครองทั้งโรงเรียนได้รู้เรื่องนี้แน่ แล้ว
สะบัดหน้าออกไป อำนาจลุกเดินมาเยาะเย้ยกรและทรายก่อนออกไปว่า

“ขอบคุณมากที่ให้ผมมาดูโชว์วันนี้ สนุกมาก มีบ่อยๆนะครับ ผมชอบดู หึๆๆ” พลางปรายตามองโทรศัพท์ของกรเมื่อกรหยิบโทรศัพท์ดูจึงเพิ่งเห็นข้อความของทราย เขาส่ายหน้า พูดนิ่งๆว่า

“โชคยังเข้าข้างคุณที่ผมไม่รับคำท้าครูใหญ่ เขาท้าให้ผมไล่คุณออก ถ้าคุณประเมินผลผิดพลาด คราวนี้คุณรู้รึยังว่าทำไมผมถึงต้องเข้มงวดกับคุณ เพราะเราสองคนพลาดไม่ได้ ทุกคนกำลังจับตาโครงการของเราอยู่”

ทรายจะชี้แจง แต่กรขัดขึ้นว่าตนจะให้โอกาสเธออีกครั้ง หวังว่าเธอคงจะไม่ทำมันพังอีก ทรายถามว่าเขาโกรธหรือ

“ไม่โกรธ โกรธแล้วไม่เห็นว่าผมจะได้อะไร ผมไม่โกรธที่คุณทำงานผิดพลาด แต่ผมจะไล่คุณออกถ้าคุณทำผิดพลาดอีกครั้ง” พูดแล้วเดินออกไปเลย

ทรายอึ้ง จุกจนพูดไม่ออก รู้สึกตัวเองผิดมาก ผิดมากๆ!

ooooooo

เมื่อกรไปเล่าให้สมภพฟังที่บ้าน พ่อเขาพูดอย่างคนมีประสบการณ์ว่า

“ผู้หญิงคนนั้นคงจะมีอะไรพิเศษมากนะ ลูกถึงยอมให้เขาทำงานต่อ ทั้งๆที่ทำงานพลาดขนาดนั้น”

“รั้นเป็นพิเศษสิไม่ว่า...ถึงทรายจะเป็นคนใจร้อน หัวดื้อ หัวรั้น บางครั้งก็มั่นใจตัวเองจนเกินเหตุ แต่เขาก็มีความมุ่งมั่น รักเด็ก อยากแก้ปัญหาให้เด็กอย่างจริงใจ ถึงผมจะทั้งดุ ทั้งกดดัน แต่แววตาเขาไม่เคยท้อถอย ไม่ยอมแพ้ อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ ผมถึงให้เขาทำงานต่อ... อีกเหตุผลที่ผมรับทรายทิพย์เข้าทำงานคือ เขามีบุคลิกของคน ‘สู้ตาย’ สู้ไม่ถอย ผมไม่ค่อยได้เจอคนแบบนี้”

สมภพฟังแล้วยิ้ม กรถามว่าพ่อยิ้มอะไรหรือ

“แปลกดี...ครั้งแรกที่พ่อเจอแม่ พ่อเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารฝ่ายสินเชื่อ แม่เขามาขอกู้เงินเพื่อไปทำโรงเรียน พ่อพยายามช่วยจนเขามีเงินไปทำความฝันสำเร็จ พ่อก็รู้สึกกับแม่แบบเดียวกับที่ลูกรู้สึกกับเด็กคนนี้‘สู้ตาย’สู้ไม่ถอยแบบเดียวกันเลย”

สมภพหัวเราะอารมณ์ดี กรฟังแล้วอึ้งนิดๆ คิดว่า... บังเอิญจริงๆ แปลกดี...

ooooooo

ทรายเดินมองหาหวาย เห็นนักเรียนเตะฟุตบอลกันที่สนามจึงเดินไป แดนกับหวายกำลังแย่งบอลกันในสนามแต่หวายแย่งได้และเตะเข้าประตู ครูฝึกสั่งพัก 20 นาที หวายจึงเดินเลี่ยงไปนั่งพักฟังเพลงเงียบๆ

ทรายเดินมาถึงไม่เห็นหวายแล้ว ถามแดนว่า เห็นไหม แดนใส่ไฟทันทีว่าหวายกลัวครู รู้ว่าครูมาเลยเดินหนี ทรายเดินหาหวายต่อไป แดนและเพื่อนๆคุยกันเฮฮาว่าครูทรายหาหวายทำไม เพื่อนคนหนึ่งคุยอวดบอกว่าแม่ตนไปสืบมาแล้ว ทุกคนเลยสุมหัวกันเข้ามาฟัง

ครู่เดียวแดนเดินไปก่อกวนหวายที่นั่งฟังเพลงอยู่ ดึงหูฟังออกจากหูพูดอย่างสะใจว่าครูกำลังตามหาจะเอาตัวไปบำบัดเพราะหวายเป็นบ้า แล้วตะโกนบอกทรายว่า

“ครูครับไอ้บ้ามันอยู่นี่ครับ เฮ้ยไอ้บ้า มึงหนีเพราะไม่ยอมรับความจริงว่ามึงบ้าเหรอวะ ฮ่าๆๆ อยากรู้ว่าพ่อแม่มึงเลี้ยงมายังไงถึงได้เป็นบ้า หรือว่าพ่อแม่มึงจะเป็นบ้า...”

พลั่ก!! หวายพุ่งเข้าต่อยจนแดนลงไปกอง พอลุกขึ้นมาได้ก็ต่อยกันเอาเป็นเอาตาย ทรายมาถึงร้องห้ามก็ไม่หยุด ทรายจึงตะโกนให้คนช่วย ครูน้อยเข้ามาเป่านกหวีดปรี๊ด...ยามสองคนวิ่งตามมาแยกแดนกับหวายออกไปจากกัน

อำนาจกับกรต้องมาจัดการปัญหา ครูน้อยรายงานว่าตนสอบถามเพื่อนๆที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว การชกต่อยครั้งนี้นายถวายชัยเป็นคนเริ่มก่อน อำนาจตวาดถามหวายว่าทัณฑ์บนไม่ทำให้กลัวเลยใช่ไหม แดนฉวยโอกาสซ้ำเติมว่าหวายมีปัญหาทางจิตชอบใช้ความรุนแรงให้รีบส่งไปบำบัดกับครูทรายทิพย์ก่อนที่จะทำอันตรายคนอื่นมากกว่านี้

ทรายแย้งว่าแดนไม่ควรตัดสินว่าใครมีปัญหาทางจิตโดยไม่มีความรู้ที่แท้จริง ครูน้อยตัดบทให้แดนออกไปเพราะครูพยาบาลรอทำแผลอยู่ แดนไหว้ครูน้อยและเหล่มาทางหวายอย่างสะใจที่ต้องถูกจัดการต่อไป อำนาจจึงให้ครูน้อยตัดสินทันที

ครูน้อยบอกว่าตอนนี้หวายติดทัณฑ์บน มาก่อเหตุซ้ำอีกจึงต้องรับโทษด้วยการพักการเรียนสามวัน

ทรายเริ่มทนไม่ได้บอกว่าถ้าแดนไม่เข้าไปหาเรื่องก่อนหวายคงไม่ทำแบบนั้น อำนาจมองขวับถามว่าเธอกำลังจะบอกว่าแดนเป็นต้นเหตุหรือ ชี้หน้าทรายกล่าวโทษว่า

“คุณ...เพราะคุณทำให้เด็กถูกเพื่อนล้อ ถ้าไม่มีคุณเรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้”

กรมองทรายอย่างเห็นใจ เขาถามหวายว่ายอมรับไหมว่าเป็นคนเริ่มก่อน หวายยอมรับ

“ดี เป็นลูกผู้ชายดี แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าโรงเรียนมีโครงการพิเศษให้ความช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะโดนไล่ออก” หวายบอกว่าทราบครับ

“งั้นก็รู้ไว้ซะ เพราะเธอมีรายชื่ออยู่ในโครงการนี้ ถ้าเธอยอมเข้าร่วมกิจกรรม ครูจะผ่อนผันไม่ให้เธอโดนพักการเรียน” หวายถามว่าถ้าตนร่วมกิจกรรมต้องทำอะไรบ้าง ทรายดีใจรีบบอกว่า

“ไม่ยากเลย แค่เธอมาหาครู มาพูดคุยกัน แค่นั้นเอง” หวายนิ่งไป บอกว่าตนไม่เข้าร่วมโครงการอะไรทั้งนั้น “ถ้าเธอไม่ร่วม เธอต้องโดนพักการเรียนนะ” ทรายหว่านล้อมให้หวายหาทางออกที่ดีกว่า หวายตอบทันทีว่า

“ครับ ผมยอมโดนพักการเรียน!!!” หวายเม้มปากแน่น เก็บกด กดดัน และไม่เปิดรับอะไรทั้งสิ้น

อำนาจยิ้มสะใจ กรรู้สึกเสียหน้ามาก ส่วนทราย อึ้ง...รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

แม้ทรายจะได้กำลังใจจากทั้งพ่อและแม่ แต่ก็หนักใจที่เปิดโอกาสให้หวายขนาดนี้แล้วเด็กก็ยังเลือกที่จะโดนพักการเรียนแสดงว่าตนถูกปฏิเสธสุดๆ

เด็กห้าคนในโครงการ คนแรกไม่ยอมเข้า คนที่สองถอนตัว คนที่สามโกหก คนที่สี่หาตัวไม่เจอ วิทยานิพนธ์จะสำเร็จไหมเนี่ย คิดแล้วหนักใจ แต่ไม่ยอมแพ้!

ooooooo

วัยแสบสาแหรกขาด

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด