สมาชิก

วัยแสบสาแหรกขาด

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: 'อาเล็ก-จ๊ะ' ล้วงปัญหาครอบครัว ละครน้ำดี 'วัยแสบสาแหรกขาด'



ตังเมฝึกเทนนิสกับโค้ช ถูกพวกลูกแม่ใหญ่หัวเราะเยาะจนทนไม่ได้วิ่งเข้าห้องน้ำทุบกระจกห้องน้ำแตก ระบายอารมณ์ พอดีหมวยไปเข้าห้องน้ำ เงยหน้าเห็นกระจกห้องน้ำแตกกระจายก็โวยวาย ครู่เดียวเรื่องก็ถึงนวลสราญ

นวลสราญบอกว่าบ้านใหญ่โทร.มาบอกว่ามีเรื่องใหญ่ให้ตนรีบไป เสี่ยโกรธมากตนไม่กล้าไปคนเดียวให้ครูทรายไปเป็นเพื่อน ทรายจึงนัดไปเจอกันที่บ้านใหญ่
ที่บ้านใหญ่ ชัยภูมิกำลังคาดคั้นตังเมท่ามกลางเจ๊บ๊วยและลูกๆ ถามว่ากระจกห้องน้ำแตกเพราะตังเมใช่ไหม เมื่อตังเมไม่ยอมพูดเจ๊เยาะเย้ยว่านอกจากจะเป็นบ้าแล้วยังเป็นใบ้ด้วย

เจ๊บ๊วยยุชัยภูมิให้รีบจัดการเสีย ตนไม่เลี้ยงเด็กบ้านี่ไว้ในบ้านแล้ว รีบเอาไปก่อนที่จะมีใครเป็นอะไรมากกว่านี้

“ไม่พูดใช่ไหม...ได้!!” ชัยภูมิตะคอก ตังเมมองหน้าพ่อพูดเรียบๆ แต่เจ็บลึกว่า

“ทำไมต้องบอก เมื่อก่อนพ่อไม่เคยสนใจเมอยู่แล้ว วันนี้ก็ไม่ต้องมาสน!!”

ตังเมถูกครอบครัวบ้านใหญ่รุมเล่นงาน เจ๊บ๊วยเอาไม้ขนไก่หวดตังเมโทษฐานทำให้กระจกบาดหมวย ด่าว่าพี่น้องกันแท้ๆทำอย่างนี้ได้ยังไง ตังเมหันขวับจ้องหน้าโต้

“เมไม่มีพี่น้อง เมไม่มีญาติ แม้แต่พ่อเมก็ไม่มี เมไม่เคยมีพ่อ เมไม่เคยมีใครเลย” ตังเมเสียงสะท้านด้วยความเจ็บปวด

ชัยภูมิโมโหตีตังเมอย่างแรง พอดีนวลสราญมาถึง ชัยภูมิบอกให้ดูไว้ว่าผลการไม่สั่งสอนลูกเป็นยังไง

ขณะชัยภูมิเงื้อไม้ขนไก่จะฟาดซ้ำ นวลสราญพุ่งเข้ากอดตังเมเอาตัวบังลูกไว้ ตังเมรับรู้ถึงอ้อมกอดของแม่ที่ปกป้องตนร้องเรียก “แม่...” ด้วยความตื้นตันใจ

“อย่าทำอะไรลูกฉัน!!” ถูกชัยภูมิด่าว่าอวดดีทั้งแม่ทั้งลูก เจ๊บ๊วยด่าว่าตาอย่างกับหมาบ้าลูกถึงได้ติดเชื้อมา

“แม่เมไม่ได้บ้า คนบ้านนี้ต่างหากบ้าอำนาจทั้งบ้าน!!” ตังเมโต้ เจ๊บ๊วยจะเข้าไปตบปาก นวลสราญประกาศก้องว่า

“ใครแตะต้องลูกฉันอีก น่าดู!”

แต่ไม่มีอะไรหยุดเจ๊บ๊วยและชัยภูมิได้ พอดีที่ทรายกับกรมาถึง ทรายบอกให้หยุดมิฉะนั้นจะแจ้งตำรวจ เจ๊บ๊วยกับชัยภูมิจึงหยุด

“คุณชัยภูมิคะ ปล่อยให้ตังเมกลับไปกับคุณนวลเถอะนะคะ ในเมื่อเด็กไม่อยากอยู่ที่นี่และคนที่นี่ก็ไม่ต้อนรับ คุณจะฝืนเอาชนะไปทำไมคะ”

ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของทราย ชัยภูมิปล่อยไม้ขนไก่ในมือลงอย่างยอมรับเหตุผลของทราย

จากเหตุการณ์ในวันนี้ ทำให้ตังเมรู้ซึ้งถึงความรักของแม่ สองแม่ลูกกอดกันน้ำตาคลอ นวลสราญขอติดรถกรกลับเพราะไม่อยากเอารถเสี่ยไป พลางเอากุญแจรถไปวางคืนให้ที่รถ

ชัยภูมิมองจากในบ้านเห็นรถของกรค่อยๆแล่นออกไปอย่างรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ

ส่งนวลสราญและตังเมที่บ้านแล้ว ขณะเดินกลับมาขึ้นรถ ทรายเอ่ยว่า

“เหตุการณ์วันนี้ ฉันคิดว่าคุณนวลดูเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับตังเมมาก เพราะที่ผ่านมาตังเมทำร้ายตัวเองเพราะคิดว่าไม่มีใครรัก แต่วันนี้...ตังเมคงรู้แล้วว่าแม่รักเขามากแค่ไหน ความเจ็บปวดมันได้ถูกปลดปล่อยแล้วค่ะ ทรายคิดว่าอีกไม่นานตังเมน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี”

“การรู้ว่ามีคนรักเรา...มันดีจริงๆนะ โดยเฉพาะคนที่...เรารัก” กรเอ่ยยิ้มๆ ทรายรับว่าใช่ แต่พอต่างรู้สึก ว่าคำพูดเมื่อกี๊นี้มีนัยยะ ต่างก็ชะงักมองหน้ากันเขินๆ... กรแก้เกี้ยวชวนกลับกันเถอะเพราะวันนี้เหนื่อยมากแล้ว บอกว่า “ผมไปส่งนะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ทรายเดินไปขึ้นรถด้วยหัวใจพองฟู...มีความสุขมาก...

ooooooo

นับวันความสัมพันธ์ระหว่างพีรดากับมินนี่ก็ตึงเครียด เพราะมินนี่แข็งข้อไม่ฟังคำสั่งของพีรดาเหมือนเดิม

ที่โต๊ะอาหารค่ำที่บ้านคืนนี้ มินนี่ลงมาที่โต๊ะมือยังถือโทรศัพท์แชตตลอดเวลา พีรดาเหลือบมองอย่างไม่พอใจ บอกให้กินข้าวก่อน มินนี่ทำหูทวนลม พีรดาขัดใจสั่งให้วางโทรศัพท์แล้วกินข้าว มินนี่บอกว่าตนไม่กินก็ได้แล้วจะลุกไป พีรดาโมโหถามว่าคุยกับใครขอดูหน่อยพลางหยิบมือถือจากมินนี่ไปดู

“เอ๊ะ...คุณแม่ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะคะ!” มินนี่เสียงแข็งจนพีรดาอึ้ง ปรามว่า

“อย่ามาขึ้นเสียงกับแม่!! ไม่งั้นแม่จะยึดโทรศัพท์ แล้วก็เลิกแชตซะ โดยเฉพาะกับนายเคนอะไรนั่น แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นคนคบไม่ได้”

มินนี่แก้ต่างว่าเคนไม่ใช่คนแบบนั้น แม่ไม่รู้จัก เคนก็อย่ามาตัดสิน บอกว่าตนอิ่มแล้ว จะไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องถ่ายละครแต่เช้าแล้ววิ่งขึ้นข้างบนเลย พีรดาอึ้งทั้งโกรธและกังวลรู้สึกว่าลูกไปจนกู่ไม่กลับแล้ว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

พอเข้าห้องนอน มินนี่ก็ส่งสติกเกอร์ใบหน้าเบื่อ เซ็ง งอน ไปให้เคน เคนถามอ้อนๆว่า “โกรธเค้า...”

“เปล่าค่ะ เบื่อคุณแม่ค่ะ ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว”

“มนุษย์ก็งี้ อย่าคิดมาก เตรียมตัวสำหรับฉากสำคัญของเราพรุ่งนี้ดีกว่า”

มินนี่เอาบทละครมาอ่าน ไล่ตามตัวหนังสือ เป็นฉากในห้องน้ำ บรรยายว่าไม้พระเอกค่อยๆจูบโซดานางเอกอย่างดูดดื่ม มินนี่ชะงัก แค่คิดก็หน้าแดงแล้ว พึมพำว่าไม่เคย จะทำอย่างไรดี จึงเสิร์ชคำว่า “จูบ” ในกูเกิลดู ยิ่งดูมินนี่ก็ยิ่งเขินหน้าแดงแต่ตาจ้องไม่กะพริบ ฮอร์โมนความเป็นสาวกระฉูดพลุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง...

ooooooo

กรส่งรายชื่อผู้ที่จะมาแทนครูที่ลาออกไปนพลักษณ์ดู ถูกติงว่าเด็กเกินดูไปน่าไม่เชื่อถือ บอกว่าตนหาครูพิเศษมาให้คนหนึ่งชื่อหนูจีให้กรช่วยพาดูโรงเรียนด้วย ถึงแม้เขาจะไม่เคยสอนแต่คิดว่าน่าจะทำได้ พูดจนกรอยากรู้จักว่า

“เขาจะมาช่วยให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนเราดูทันสมัยและเป็นแหล่งรวมของครูรุ่นใหม่มากขึ้น”

เมื่อเจอกัน จีพูดออกตัวว่าคุณป้าโฆษณาตนมากเกินไป เพราะตนไม่เคยเป็นครูและก็ไปเรียนต่อทางด้านศิลปะ ตนชอบถ่ายรูปแต่ยังไม่รู้เลยว่าจะสอนเป็นหรือเปล่า

ขณะกรพาจีชมโรงเรียนนั้น ทรายผ่านมา จีคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น เมื่อกรเรียกไปแนะนำ จีจึงจำได้ว่าเคยเห็นกันในงานประมูลภาพถ่ายกับกร บอกว่าจำได้เพราะท่าทางทรายสนิทสนมกับกรมาก แล้วชวนทรายเดินไปด้วยกันระหว่างนั้น จีแอบมองทรายเป็นระยะ...

ฝ่ายยอดยุทธกลับถึงโรงงานก็เอะอะโวยวาย นั่นก็ไม่ถูกใจนี่ก็ไม่ถูกใจจนหวายเตือนว่าใจเย็นๆ เพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เลยโดนตบหัวผัวะตวาดว่าอย่ามายุ่ง ลุงพลเป็นห่วงบอกให้หวายไปโรงเรียนเสียเพราะได้เวลาเรียนแล้ว

เมื่อหวายไปถึงโรงเรียน ปุ่นรีบเอาเลกเชอร์ล่าสุดให้บอกให้ดูผ่านๆก็ได้จะได้ตามทัน งงตรงไหนให้ถาม หวายคว้ากองหนังสือลุกไปเลยเพราะยังอึดอัดไม่อยากให้ใครมายุ่ง ปุ่นถามว่าไม่เรียนอีกแล้วหรือ หวายรำคาญบอกว่าอย่ามายุ่งกับตนเลย ปุ่นจุก เสียใจ พูดตามหลังว่า

“เราก็แค่ห่วง ถ้ามันน่ารำคาญมากไม่ยุ่งก็ได้”

หวายชะงักถามตัวเองว่าพูดแรงไปหรือเปล่า แล้วเดินไปไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน

ooooooo

หวายกลับบ้านไปนั่งเครียดที่โต๊ะอาหาร รู้สึกไม่ดีที่พูดกับปุ่นไปอย่างนั้นและยังเครียดเรื่องพ่อด้วย เป็นสุขนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ลูกหว้าถือกล่องนาฬิกาข้อมือกับกระดาษห่อของขวัญเข้ามา เป็นสุขทักว่านั่นนาฬิกาผู้ชายนี่

ลูกหว้าบอกว่าไอ้แป้งจ้างห่อส่งไปให้ผู้ชายที่เล็งไว้ เป็นสุขติงว่าทำไมต้องให้ของแพงๆอย่างนี้ด้วย ลูกหว้าบอกแม่ว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขาพุ่งเข้าหาผู้ชายก่อน การ์ตูนญี่ปุ่นกี่เรื่องก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

เป็นสุขสอนลูกว่าจะชอบใครจีบใครแม่ไม่คิดว่าแปลกแต่ที่ทุ่มเงินซื้อของแพงๆให้ไม่สนับสนุน เพราะเรายังเด็กหาเงินยังไม่ได้ และถ้าใครเอามาให้ แม่ก็ไม่อยากให้หว้ารับไว้เหมือนกัน ลูกหว้าจ๋อยไป เป็นสุขอบรมลูกว่า

“แต่การที่เราจะรู้สึกดีกับใครสักคนน่ะ แค่ทำดีกับช่วยเหลือเอาใจใส่ ให้เขารู้ว่าเราห่วงเราแคร์ แค่นั้นก็มีค่ากว่าการให้ของแพงๆเป็นไหนๆแล้วนะ”

“ก็จริง งั้นพรุ่งนี้หว้าเอาไปคืนไอ้แป้งแล้วกัน ให้มันจัดการเอง หว้าไม่ยุ่งดีกว่า” ลูกหว้าเก็บของใส่ถุงไว้ตามเดิม

“ดีแล้วลูก”

หวายฟังแม่แล้ว มองสมุดที่ปุ่นเอาให้ นิ่งคิด...

มินนี่ที่พีรดาผลักดันให้เข้าวงการนักแสดงจนได้เล่นละครเป็นนางเอก พอลูกได้เข้าวงการแล้วพีรดาก็คุมไม่อยู่ ทั้งเพราะตัวพีรดาเองใจแตกเมื่อได้เล่นบทเลิฟซีนจนอารมณ์ฟุ้งซ่าน และผู้กำกับก็อ้างว่าเป็นนักแสดงต้องเล่นได้ทุกบท บทยิ่งแรงก็ยิ่งดี หวังให้เรตติ้งกระฉูดกอบโกยกำไร ถ้าเล่นไม่ได้ก็จะไม่มีที่ยืนในวงการ พีรดาตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกลัวลูกจะไม่มีที่ยืนในวงการ

ทรายที่เดินชมโรงเรียนกับกรและจี นอกจากชมสถานที่แล้วทรายยังพูดถึงปัญหาน่าห่วงในวัยรุ่น จีฟังแล้วชมว่าข้อมูลของทรายแน่นมาก กรบอกว่าเพราะเป๊ะอย่างนี้ตนถึงได้ไฟต์ทุกทางเพื่อให้ทรายทำงานที่นี่ กรถามจีจะเริ่มสอนตั้งแต่เปิดเทอมเลยหรือเปล่า จีรับปากว่าได้ เพราะกรกับทรายทำให้ตนมีไฟที่อยากสอนเด็กขึ้นมา

จีกับกรคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆอย่างถูกคอ ทรายจึงขอตัวบอกว่านัดผู้ปกครองเด็กไว้ กรบอกว่าตนคงไม่ได้ไปส่งให้ทรายไปแท็กซี่ก็แล้วกัน ทรายรับคำยิ้มๆ แต่ใจหวิวโหวงพิกล แล้วเดินตัวลีบออกไป

นพลักษณ์พอใจมากกับการที่กรพาจีชมโรงเรียนวันนี้ แต่พอฟังจีชมว่าวันนี้ได้ครูทรายมาช่วยแนะนำทำให้ตนเข้าใจเด็กๆขึ้นเยอะ ตอนตนมาสอนจริง ขอตัวครูทรายมาช่วยด้วย

นพลักษณ์นิ่งไปอย่างรู้สึกผิดแผน กรดูออก เริ่มรู้ว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ เขาแอบยิ้มขำๆกับแผนของแม่

ooooooo

หลังจากนวลสราญปกป้องตังเมจากการถูกรังแกจากคนบ้านใหญ่และพากลับมาอยู่บ้าน ตังเมมีความสุขขึ้น อารมณ์แจ่มใสขึ้นและการวาดรูปก็แต่งแต้มสีสวยงาม ทรายบอกว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี

ทรายยังชมว่าตังเมดีขึ้นเพราะนวลสราญเข้มแข็งขึ้น ถามว่ามีความทุกข์อะไรที่เก็บไว้เปิดออกมาได้ไหม พอถามประเด็นนี้ นวลสราญร้องไห้ ทรายถามว่ามีอะไรให้ตนช่วยหรือเปล่า?

ปัญหาเริ่มเฉลยเมื่อตังเมวาด “ภาพแห่งความทรงจำ” เป็นบ้านสวนของคุณยาย ตังเมเล่าว่าตอนเด็กๆมีความทรงจำที่ดี ทรายถามว่าทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้ไปแล้ว?

“ยายชอบถามเรื่องพ่อ แล้วก็ด่าเรื่องที่แม่เป็นเมียน้อยน่ะค่ะ แม่ก็เลยไม่ค่อยได้ไปหรือถ้าไปก็ไม่ให้เมไปด้วย ไม่อยากให้เมได้ยินสิ่งที่ยายว่าน่ะค่ะ”

ทรายฟังแล้วเกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้น...

ooooooo

วันนี้นพลักษณ์และคุณหญิงจารวีชวนกันไปตีกอล์ฟโดยต่างก็ “หนีบ” ลูกชายคือกรและลูกสาวคือจีไปด้วย แล้วให้สองหนุ่มสาวไปพักผ่อนกันตามอัธยาศัย และฝากให้กรดูแลน้องด้วย

ทั้งสองรู้ทันความคิดของผู้ใหญ่ ออกไปด้วยกันแต่พอพ้นสายตาผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกันไปแล้วมาเจอกันเมื่อถึงเวลานัด ระหว่างนั้น กรได้รับโทรศัพท์จากตรีทิพย์ให้รีบไปหา กรบอกว่าจะรีบตามครูทรายไปด้วยกัน จีบอกไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ตนจะดูแลให้เอง พอกรแยกออกมาก็โทร.ถามว่าทรายอยู่ไหน คุยกันแล้วทรายบอกให้เขาไปรับปิ๊กปิ๊กส่วนตนจะไปรอที่บ้าน

ปัญหาคือปิ๊กปิ๊กถูกครูประจำค่ายดูนกจับได้ว่าแอบหยิบกล้องส่องทางไกลของเด็กที่มาค่ายใส่กระเป๋าตัวเองโดยไม่รู้ว่าถูกครูประจำค่ายแอบถ่ายวีดิโอไว้ เมื่อเอามาเปิดให้จักรินทร์ ตรีทิพย์ กร และทรายดู ทุกคนตกใจ แต่จักรินทร์กับตรีทิพย์ก็ยังปกป้องลูก ตรีทิพย์บอกว่าปิ๊กปิ๊กอาจจะกลัวเพื่อนลืมเลยเก็บไว้ให้ ส่วนจักรินทร์รับจะยอมชดใช้ให้

ครูฝึกบอกว่าตนเอากล้องออกจากกระเป๋าน้องคืนเจ้าของแล้วและไม่ได้บอกเจ้าของกล้องด้วย เพราะไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต ที่เชิญผู้ปกครองมาเพราะอยากให้เห็นปัญหาของน้องเท่านั้นเอง กรจึงขออนุญาตพาน้องไปปรึกษากับนักจิตวิทยาของโรงเรียนเป็นการภายในก่อน

ดูเทปที่ครูฝึกถ่ายไว้แล้วทรายวิเคราะห์ว่า สีหน้าอารมณ์ของปิ๊กปิ๊กไม่ได้อยากได้ของที่ขโมย แต่น้องขาดความอบอุ่น การขโมยจึงเป็นสิ่งเติมเต็มส่วนที่ขาดโดยไม่รู้ตัว ตรีทิพย์โต้ว่าไม่จริง กรจึงให้ลองฟังดูว่าปิ๊กปิ๊ก จะพูดอะไรและทำไมจึงทำแบบนี้ ทรายเข้าไปคุยกับปิ๊กปิ๊กที่ห้องนอนโดยแง้มประตูไว้ให้ตรีทิพย์ จักรินทร์ และกร ฟังอยู่นอกห้อง

ทรายหว่านล้อมครู่เดียว ปิ๊กปิ๊กก็ยอมเล่าว่า “ปิ๊กปิ๊กไม่ชอบเวลาที่เพื่อนๆมีคุณพ่อคุณแม่

อยู่ด้วย ปิ๊กปิ๊กคิดถึงคุณพ่อคุณแม่” เล่าแล้วก็น้ำตาร่วงถามว่า “ทำไมปิ๊กปิ๊กไม่มีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่พร้อมๆกันเหมือนคนอื่น...ทำไมคะ เพราะปิ๊กปิ๊กเป็นเด็กไม่ดีใช่ไหมคะ ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่คงยิ่งเกลียดปิ๊กปิ๊ก แต่ปิ๊กปิ๊กไม่รู้ว่าทำไมต้องหยิบของของเพื่อน ปิ๊กปิ๊กไม่รู้จริงๆ” ปิ๊กปิ๊กร้องไห้อย่างสับสนเสียใจ

ตรีทิพย์ทนไม่ได้วิ่งเข้าไปกอดปิ๊กปิ๊กร้องไห้โฮ บอกปิ๊กปิ๊กไม่ต้องพูดแล้ว แม่ผิดเอง แม่ขอโทษ จักรินทร์ เข้าไปนั่งข้างๆแม่ลูก ลูบหัวปิ๊กปิ๊กน้ำตาซึมเช่นกัน

ดอกแค วัวสันหลังหวะ แอบดูแอบฟังอยู่ ตกใจกลัวความลับของตนถูกเปิดเผยคิดหนีปัญหาแต่เงินเดือนยังไม่ออก และเงินที่มีอยู่ก็ไม่พอค่ารถ จึงคิดขโมยของราคาแพงหมายเอาไปเป็นค่ารถและตั้งตัวด้วย

ooooooo

วันนี้เป็นวันเกิดของนพลักษณ์ สมภพซื้อตุ้มหูเรียบโก้ราคาแพงให้ ส่วนกรออกตัวว่างานยุ่งๆเลยไม่ได้ไปซื้อของขวัญให้แม่ แต่มีเซอร์ไพรส์ รอแป๊บ แล้วออกจากห้องไป

สมภพเดาอย่างอารมณ์ดีว่าอย่าบอกนะว่ากรจะพาแฟนมาเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดแม่ นพลักษณ์หน้าขรึมทันที สมภพยังคุยอารมณ์ดีว่า

“ผมว่าเด็กที่ชื่อทรายก็น่ารักดีนะ ดูท่าทางกรก็สนิทสนมกับเขามาก เหมือนกับว่ากรจะชอบ...”

“แต่ฉันไม่ชอบ” นพลักษณ์ขัดขึ้นทันที สมภพติงว่าถ้าลูกชอบคุณก็ห้ามไม่ได้ “ถึงฉันจะห้ามลูกไม่ได้ แต่ฉันห้ามคนอื่นได้” เป็นจังหวะที่กรเข็นรถวางเค้กวันเกิดก้อนใหญ่มาพอดี เขาชะงักหยุดฟัง ได้ยินพ่อดักคอแม่ว่าอย่าบอกนะว่าคุณไปทำอะไรหนูทราย “ฉันก็แค่ไปหาเขาที่บ้านไปดูว่าครอบครัวเป็นยังไง บ้านช่องอยู่ไหน แล้วก็บอกให้เขารู้ว่าอะไรที่ควรและไม่ควรเด็กนั่นก็ดูเข้าใจอะไรง่ายดี”

“คุณไปพูดกับหนูทรายเรื่องกร?”

“ใช่!! ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม เด็กนั่นจะได้เจียมตัว ไม่คิดสูงเกินไป กรจะต้องได้คนที่ดีที่สุดเท่านั้น”

มีเสียงดังที่หน้าห้อง นพลักษณ์และสมภพมองไปเห็นรถเข็นเค้กจอดอยู่ แต่กรไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว!

ooooooo

กรหลบไปโทร.หาทรายถามว่าวันก่อนแม่มาพูดอะไรกับเธอ ทรายไม่ยอมเล่า กรไม่คาดคั้น แต่บอกว่า

“โอเค ไม่เล่าก็ไม่เล่า เอาเป็นว่า ถ้าสิ่งที่แม่พูดทำให้คุณไม่สบายใจ ผมขอโทษแทนคุณแม่ด้วย ผมเป็นห่วงความรู้สึกของคุณนะทราย ไม่อยากให้ต้องเสียใจ ลำบากใจ หรือทุกข์ใจเพราะผม”

ทรายพูดไม่ออก กรพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและจริงใจว่า

“ครั้งต่อไปถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก คุณต้องบอกผม ผมไม่อยากให้คุณต้องแบกรับมันไว้คนเดียว ผมโยนปัญหา โยนเรื่องทุกข์ใจให้คุณแก้ตั้งมากมาย ผมอยากรับรู้และแบ่งเบาความรู้สึกพวกนี้จากคุณบ้าง”

ความห่วงใย จริงใจของกรทำให้ทรายซึ้งใจ อารมณ์ เธอแจ่มใสขึ้น จนสักทองและน้ำทิพย์สบายใจไปด้วย น้ำทิพย์ คาดว่าคงเพราะกรแน่ๆ พอเลียบเคียงถามทรายบอกว่าเป็นเพราะช่วงนี้เด็กเปิดใจคุยกับเรามากขึ้นเราก็มีความสุข

“อืม...คนเราได้เปิดใจคุยกันมันก็สบายใจนะ” น้ำทิพย์เออออไปด้วย ทรายพยักหน้าแต่ใจคิดถึงกร

ครอบครัวโชกุนยังแก้ปัญหาไม่ตก เมื่อทั้งพ่อและแม่ต่างโทษกันไปมา ทรายขอให้ต่างฝ่ายเขียนข้อเสียของตัวเองและอีกคน ดุจฤทัยเขียนถึงภูทองว่า “ไม่มีระเบียบ ซกมก ขี้โกหก ขี้เกียจ” ส่วนภูทองเขียนถึงดุจฤทัยว่า “เจ้าระเบียบเป๊ะทุกเรื่อง บ่นทุกสิ่ง” แล้วต่างก็ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย

มินนี่นับวันก็ยิ่งมีเรื่องปกปิดพีรดามากขึ้น คืนนี้ก็แกล้งทำเป็นหลับ พอพีรดาออกจากห้องก็หนีไปพบเคนที่มารออยู่หลังบ้าน เคนกอดจูบมินนี่อย่างดูดดื่ม ครั้นมินนี่เขินขัดขืนก็ตัดพ้อว่าไม่รักตนหรือ

“รักค่ะ...รักมากด้วย พี่เคนเป็นทุกอย่างของมินนี่ อยู่ข้างๆ ให้กำลังใจทั้งเรื่องพ่อ เรื่องโดนเพื่อนหักหลัง พี่เคนไม่เคยทิ้งมินนี่...มินนี่รักพี่เคนค่ะ”

เคนรุกเร้าจนมินนี่ฮอร์โมนปั่นป่วน ระทวยในอ้อมกอดเคนในรถของเขา แต่เคนก็เจ้าเล่ห์พอที่จะไม่บังคับเกินเลยกว่านี้แต่จองไว้ขอเป็นคนแรกของมินนี่ ทำให้มินนี่ยิ่งหลงใหลเขา

ooooooo

ความดีของปุ่นที่คอยช่วยเหลือหวายทั้งในเรื่องพ่อป่วยและโดยเฉพาะการเรียน วันเกิดของปุ่นปีนี้ปุ่นชวนเพื่อนๆ ไปทำอะไรกินกันที่บ้าน ศักดิ์ชายชวนหวายไป หวายไปซื้อของขวัญเล็กๆ แต่น่ารัก แอบเอาไปซุกไว้ที่โต๊ะของขวัญ

พอหวายออกไปปุ่นไปหยิบดูถ่ายรูปไว้แล้วไลน์บอกเมื่อหวายกลับไปแล้วว่า “ขอบใจมากนะ ของขวัญถูกใจสุดๆเลย” หวายอ่านแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขอย่างไม่รู้ตัว...

เมื่อทรายรู้ปมในใจของตังเมจากรูปวาด “ภาพแห่งความทรงจำ” แล้ว ทรายและกรชวนตังเมไปเที่ยวบ้านคุณยายกัน

ที่บ้านคุณยาย ทรายและกรเห็นรูปของนวลสราญสมัยเป็นนักศึกษา เธอสวยสดใสร่าเริงเป็นดาวของมหาวิทยาลัย เป็นนางนพมาศ นวลสราญมาเปลี่ยนไปเมื่อ “พลาด” ตกเป็นเมียน้อยของชัยภูมิ

จากการคุยกับคุณยาย ทรายสรุปกับกรว่า คนที่น่าเป็นห่วงคือคุณนวลสราญไม่ใช่ตังเม ความสุข ความทุกข์ของแม่ส่งผลถึงลูก ที่ตังเมเก็บกด ทุกข์ใจจนต้องทำร้ายตัวเองมีผลมาจากแม่ เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนไปคุยกับคุณนวลแทน

เมื่อจะกลับ กรชวนว่าถ้าทรายไม่ติดธุระอยากจะชวนไปซื้อแผ่นเสียงกัน ทรายถามว่าทำไมเขาชอบฟังแผ่นเสียง กรบรรยายอย่างลึกซึ้งทั้งอารมณ์และศิลปะการฟังแผ่นเสียง นับแต่การวางเข็มที่แผ่นจนถึงการเลือกเพลง ทรายเปรียบเทียบอย่างเข้าใจว่า แผ่นหนึ่งมีเพลงที่ชอบเพียงเพลงเดียว แต่เราก็ซื้อทั้งแผ่น ฟังเพลงที่ไม่ชอบไปด้วยเพื่อรอเพลงที่ชอบ

“เออจริง...ไม่มีใครถูกใจเราทุกอย่าง ก็ต้องดูว่าสิ่งที่เราชอบในตัวเขา มันชอบมากพอจะมองข้ามจุดที่ไม่ถูกใจได้ไหม” กรเห็นด้วย มองด้วยความรู้สึกที่ชอบทรายโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ทรายชวนภูทองกับดุจฤทัยทำครอบครัวบำบัด แจ้งกฎให้ทั้งสองปฏิบัติ แม้จะระหองระแหงเล่นแง่กัน แต่เมื่อทรายย้ำว่าให้นึกเสมอว่าทำเพื่อโชกุน...

ทำเพื่อโชกุน ทั้งสองก็ฝืนตัวเองได้

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงทรายสรุปว่า “วันนี้พอแค่นี้ก่อน จากการฝึกครั้งแรก ทรายว่าคุณสองคนทำได้ดีทีเดียว แค่คุณร่วมมือกันเพื่อลูกก็สุดยอดแล้วล่ะค่ะ เอาไว้เจอกันครั้งหน้า หวังว่าจะคืบหน้าไปกว่านี้อีกนะคะ นึกถึงลูกไว้นะคะ”

มินนี่คลั่งไคลใหลหลงเคนจนขาดสติ วันนี้วันเกิดของเคน มินนี่เตรียมของพิเศษสุดๆ ให้เขาในคืนนี้...เหลียวมองชุดแมวเซ็กซี่ที่เตรียมไว้ หยิบที่คาดผมรูปหูแมวมาคาด คิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้อย่างตื่นเต้น

กรพาจีไปที่บ้านทรายเพราะจีปรารภอยากปลูกต้นไม้ที่ระเบียงคอนโดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร กรจึงพาไปดูที่บ้านทราย สักทองพาไปดูและแนะนำการปลูกสวนครัวลอยฟ้าให้ จีดีใจมาก ก่อนกลับบอกว่าตนรู้จักบ้านทรายแล้วต่อไปจะแอบกรมาเอง ทรายยินดีต้อนรับ พอดีปาล์มมาเห็นกรกับจีขึ้นรถไปด้วยกันและคุยกันอย่างสนิทสนม ถามทรายว่า

“แล้วแกรู้สึกยังไง โหวงๆ หน้าร้อนผ่าวๆ ใจหายวูบๆ เหงาลึกๆ เหมือนไม่มีตัวตนไปชั่วขณะหรือเปล่า” ทรายถามว่าตนจะรู้สึกแบบนั้นทำไม “ก็ถ้าใช่ แปลว่า แกกำลังอกหัก”

ปาล์มตะล่อมถามแล้วสรุปว่าทรายชอบกรใช่ไหม ทรายจึงยอมรับว่า “มั้ง...” ปาล์มถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป

“ทำใจ...ฉันก็รู้อยู่แหละ ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาไม่ชอบฉันหรอก” ทรายตอบอย่างพยายามทำใจ

ooooooo

ด้วยการร่วมมือกันในครอบครัวและประสานกับกรและทราย วันนี้ตรีทิพย์บอกดอกแคว่าตนจะไปข้างนอกกับปิ๊กปิ๊ก ให้เตรียมชุดและเอาเครื่องเพชรเตรียมไว้ด้วย ดอกแคไปเตรียมแล้วเอากุญแจใส่กระเป๋าไว้

พอตรีทิพย์ออกไปกับปิ๊กปิ๊ก ดอกแคก็วิ่งเข้าบ้านเตรียมหนีทันที ดอกแคไปที่ห้องตรีทิพย์เอากุญแจไขลิ้นชักเก็บเครื่องเพชร เอาเครื่องเพชรมัดใส่ห่อผ้าผูกลวกๆ ยัดใส่กระเป๋าเสื้อผ้าวิ่งออกจากห้อง เห็นรูปปิ๊กปิ๊ก วางอยู่ก็หยิบใส่กระเป๋าแล้วรีบออกจากห้อง

แต่พอออกไปถึงประตูรั้ว ดอกแคก็ช็อก เมื่อเห็นจักรินทร์ ทราย และกร ยืนอยู่ ด้านหลังเป็นรถตู้ มีชายร่างกำยำสองคนยืนอยู่อย่างน่าเกรงขาม

ที่แท้เป็นแผนจับขโมยที่กร ทราย จักรินทร์ วางแผนกันไว้แล้ว นอกจากประสานงานกันอย่างดี ยังมีกล้องวงจรปิดจับภาพดอกแคไว้ทุกอิริยาบถ!

ตำรวจที่มาด้วยตรวจค้นข้าวของของดอกแค บอกว่า

“คุณถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ขอเชิญตัวไปให้ปากคำ ที่สถานีตำรวจด้วยครับ” ดอกแคบอกจักรินทร์ว่าตนไม่ได้ขโมย ช่วยตนด้วย แต่ก็ถูกตำรวจลากขึ้นรถไปจนได้

“ขอบคุณคุณกรมากนะครับที่สังเกตเห็นความผิดปกติของดอกแค ถ้าคุณไม่สงสัยเราก็คงไม่รู้” จักรินทร์เอ่ย

“ผมต้องขอบคุณที่คุณจักไว้ใจและอนุญาตให้เราใช้วิธีนี้”

“ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าใครเป็นต้นเหตุนิสัยขโมยของ ที่เหลือต้องดูว่าน้องปิ๊กปิ๊กจะเป็นยังไงบ้าง” ทรายเอ่ย

ทุกคนเงียบ ต่างคิดถึงปิ๊กปิ๊กด้วยความเป็นห่วง

ooooooo



วัยแสบสาแหรกขาด

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด