ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม,ธีรเดช เมธาวรายุทธ,

อัลบั้ม: 'อาเล็ก-จ๊ะ' ล้วงปัญหาครอบครัว ละครน้ำดี 'วัยแสบสาแหรกขาด'

ที่โรงเรียนติว...ในห้องติวบรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจวุ่นวายสไตล์วัยรุ่น ปุ่นก้มหน้าอ่านหนังสือเตรียมก่อนเรียน ทันใดนั้น ประตูเปิดออก หวายเดินเข้ามาท่าทางเขินๆ ศักดิ์ชายตามองหวาย มือสะกิดปุ่นพูดเบาๆ

“เฮ้ย!! ตัวเป็นๆเว้ย!!”

ปุ่นเงยหน้ามอง เห็นหวายเดินเข้ามาทั้งแปลกใจ และดีใจมาก ยิ้มให้หวายอย่างต้อนรับ ศักดิ์ชายก็เดินไปปัดฝุ่นเก้าอี้ข้างๆ ปุ่นผายมือเชิญให้หวายนั่ง หวายมองปุ่นเห็นยิ้มดีใจ หวายยิ้มตอบ ขอบใจที่เพื่อนต้อนรับ

ที่บ้านยอดยุทธ...เป็นสุขซื้อวีลแชร์มาให้ยอดยุทธ นั่งออกไปเปลี่ยนบรรยากาศแก้เบื่อ ถามนักกายภาพว่าอยากจะพาเขาไปฝังเข็มที่โรงพยาบาลด้วยดีไหม

“ดีค่ะ คนไข้หลายคนทำควบคู่กับทำกายภาพก็ ฟื้นตัวเร็วขึ้น” เป็นสุขดีใจมีความหวัง บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ามาถูกทางแล้ว “ที่ทำๆอยู่ก็ดีมากเลยนะคะ คนไข้ดูแจ่มใส สดชื่น แสดงว่าได้รับการดูแลอย่างดี”

ลูกหว้าบอกว่าแม่เปิดอ่านในอินเตอร์เน็ต วิธีไหน ดีก็เอามาใช้กับพ่อหมด อาหารบำบัด ดนตรีบำบัด เห็นพ่อ เริ่มขยับได้ก็จะลองใช้วิธีพืชสวนบำบัดด้วย นักกายภาพ ชมว่าข้อมูลแน่นจริงๆ เป็นสุขพูดยิ้มๆว่า

“ก็คิดไปเรื่อยน่ะค่ะ อะไรที่ทำให้เขาหายเร็วๆ อย่างน้อยแค่ขยับลุกช่วยเหลือตัวเองได้บ้างก็อยากลองทำน่ะค่ะ”

“มีคนอยากให้หายแบบนี้ คนไข้ก็ต้องพยายามด้วยนะคะ รับรองว่าต้องหายเร็วแน่นอน” นักกายภาพบอกยอดยุทธ

ขณะเป็นสุขไปส่งนักกายภาพนั้น ลูกหว้าก็เข็นพ่อไปที่ระเบียง ถามว่าพ่ออยากฟังตนอ่านหนังสือเล่มไหน จะอ่านให้ฟัง ยอดยุทธมองที่ไอแพด ลูกหว้าจึงหยิบไอแพดให้ เป็นสุขส่งนักกายภาพกลับมาในห้องพอดี มองไปเห็นลูกหว้าประคองมือพ่อกดไอแพดอย่างตั้งใจ

“ขอโทษ” เป็นข้อความที่ปรากฏบนไอแพด เป็นสุขชะโงกไปอ่านตื้นตันใจจนน้ำตาไหล โผกอดยอดยุทธบอกว่า

“ไม่เป็นไร...เฮีย...ไม่เป็นไร...”

ลูกหว้าเข้าไปกอดพ่ออีกคน แม่ลูกกอดยอดยุทธร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มดีใจ

ooooooo

จักรินทร์ ตรีทิพย์และปิ๊กปิ๊กไปร่วมกันฝึกแต่งหน้าคัพเค้กในร้านเบเกอรี่เก๋ ๆ วันนี้แต่งหน้าใน หัวข้อ “ครอบครัว” แล้วให้พ่อแม่ลูกช่วยกันแต่ง ปิ๊กปิ๊กแบ่งคัพเค้กให้แต่งกันคนละชิ้น บอกว่าพ่อแม่จะใช้สีอะไรไม่รู้แต่ตนจะใช้สีชมพู

ระหว่างนั้นมือถือจักรินทร์ดังขึ้น ตรีทิพย์เหล่มองเห็นจักรินทร์ท่าทางหลุกหลิก จึงเงี่ยหูฟังว่าเขาจะพูดอะไร

“ไปไม่ได้หรอก บอกแล้วไงว่าวันนี้เป็นวันของลูก...อยากไปกับคนอื่นก็ตามใจ พี่ให้เวลากับคนอื่นมามากแล้ว ถึงเวลาที่พี่ต้องให้กับลูกซักที”

ตรีทิพย์ได้ยิน นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่เมื่อเห็นจักรินทร์ร่วมกิจกรรมกับลูกอย่างจริงจังก็ปลื้มใจ

แต่ตรีทิพย์ก็ยังไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะช่วยปิ๊กปิ๊กได้ผล ถามทรายเมื่อคุยกันในห้องปรึกษาว่าแน่ใจได้อย่างไรว่าปิ๊กปิ๊กจะไม่กลับไปขโมยของอีก เพราะทรายเคยบอกว่าการขโมยของปิ๊กปิ๊กมาจากจิตใต้สำนึก

“เราก็ต้องทดสอบ เราต้องให้ปิ๊กปิ๊กไปทำกิจกรรมกับเด็กอื่นๆ ดูซิว่าถ้าพ่อแม่ไม่ไปด้วย เขาจะยังทำแบบเดิมไหม”

กลับถึงบ้าน ตรีทิพย์และจักรินทร์จึงคิดกันว่าจะให้ปิ๊กปิ๊กไปเข้าค่ายอะไรดี ดูหลายค่ายแล้วล้วนน่าไป สุดท้ายตัดสินใจไปถามลูกดีกว่า ตรีทิพย์บอกว่าอยากให้ลูกเลือกสิ่งที่ชอบจริงๆ โดยเราสองคนดูแลอยู่ห่างๆ

เมื่อจักรินทร์เอาโบรชัวร์ไปให้ปิ๊กปิ๊กเลือก ปิ๊กปิ๊กดูอย่างตื่นเต้น ถามว่า

“คุณพ่อคุณแม่จะไปด้วยไหมคะ”

ทั้งสองมองหน้ากันอย่างรู้สึกถึงความต้องการพ่อแม่ของปิ๊กปิ๊ก ยิ้มให้กัน แต่ไม่ตอบ

ooooooo

เมื่อย้ายไปอยู่บ้านสวนแล้ว ตังเมผ่อนคลายมาก ร่าเริงมีความสุข เมื่อถึงหน้ามะม่วง นวลสราญทำมะม่วงน้ำปลาหวานขาย ตังเมก็ช่วยแม่สอยมะม่วง เมื่อทรายมาเยี่ยม เธอดีใจที่นวลสราญและตังเมยิ้มแย้มอยู่กันอย่างมีความสุข

มินนี่กำลังมีความสุขกับพ่อแม่ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยให้ลูกพ้นทุกข์จากสังคมโซเชียลที่รุมกระหน่ำจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ตรงกันข้ามกับไอซ์ซิ่งที่กำลังเดินไปสู่ความสับสนเพราะความอิจฉาริษยา ไอซ์ซิ่งกำลังสติแตกเมื่อได้อ่านคอมเมนต์ที่แสดงความเห็นใจมินนี่จนคุมสติไม่อยู่กรี๊ดลั่น

ใบพลูกับอีฟไลน์มาชวนไอซ์ซิ่งไปเยี่ยมมินนี่ ไอซ์ซิ่ง ตอบอย่างไม่พอใจว่า “ไม่!” อีฟกับใบพลูจึงไปกันสองคน ไลน์บอกไอซ์ซิ่งว่า “เปลี่ยนใจก็ตามมาแล้วกัน พวกเราอยู่หน้าบ้านมินนี่แล้ว”

แต่ใบพลูกับอีฟที่ยืนอยู่หน้าบ้านมินนี่เกี่ยงกันไม่มีใครกล้ากดกริ่งเพราะที่แล้วมาทำไม่ดีกับมินนี่ไว้กลัวมินนี่ไม่เปิดประตูรับ ในที่สุดก็ทำใจกล้ากดกริ่ง

ฉัตรกับมินนี่กำลังทำขนมอยู่ในครัวสงสัยว่าใครมา มินนี่มองไปที่ประตูก็หน้าเหวอ ฉัตรจึงเดินหน้าตึงไปที่ประตู อีฟกับใบพลูรีบยกมือไหว้บอกว่าอยากมาเยี่ยมมินนี่ เห็นฉัตรหน้าตึงก็บอกว่าไม่ให้เยี่ยมก็ไม่เป็นไร พวกตนเข้าใจ เพราะเคยทำไม่ดีกับมินนี่ไว้

“ให้เข้ามาเถอะค่ะพ่อ” เสียงมินนี่ดังออกมา ทุกคน มองไปเห็นมินนี่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าเข้มแข็งและมั่นใจที่จะเจอเพื่อน

เข้าไปคุยกันจนอารมณ์ต่อกันติดแล้ว ใบพลูถามว่า มินนี่โอเคแล้วใช่ไหม มินนี่บอกว่าไม่ได้โอเคเหมือนก่อนแต่ก็ไม่ทำให้เป็นทุกข์จนอยากทำอะไรบ้าๆเหมือนเมื่อก่อน อีฟถามว่ามินนี่มีอะไรกับไอซ์ซิ่ง อยากเคลียร์ไหม ตนสองคนจะช่วย

“คงยากว่ะ ฉันไม่มีอะไรกับมันนะ แต่มันคงมีอะไรกับฉันเยอะ...ฉันไม่ได้บอกแกใช่ไหมว่ามันเป็นคนทำเพจแอนตี้ฉัน” ใบพลูช็อก อีฟถามว่าทำไมมินนี่ ไม่บอกพวกตน “ก็ฉันไม่อยากให้พวกแกเกลียดมันไง”

อีฟบอกว่าเอาที่มินนี่สบายใจก็แล้วกัน อยากเคลียร์เมื่อไหร่ให้บอก แต่ถึงไม่เคลียร์เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มินนี่กอดอีฟกับใบพลู ขอบใจเพื่อนที่เข้าใจกัน อีฟชวนเซลฟี่กันประกาศให้โลกรู้ว่าพวกเราคัมแบ็กแล้ว

“อย่าเลย!! ฉันอยากมีความเป็นส่วนตัวบ้าง ไม่ต้องให้โลกรู้เรื่องเราทุกอย่างได้เปล่าวะ”

“งั้นแค่ถ่าย แต่ไม่แชร์ โอเครึเปล่า” อีฟถาม มินนี่ขยับเข้าไปเซลฟี่ ให้เห็นถึงมิตรภาพของทั้งสามโดยไม่ได้แชร์

โชกุนยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว วันนี้ดุจฤทัยให้ไปเอากะละมังใส่น้ำเพื่อมาเช็ดตัวให้ภูทอง โชกุนเดินสะดุดจนน้ำกระฉอก เงยหน้าเห็นดุจฤทัยมองอยู่ โชกุนเกือบจะโกหกไปตามสัญชาตญาณ แต่นึกถึงคำเตือนของทรายที่โรงพยาบาลเรื่องผลร้ายของการโกหก โชกุนก็ขอโทษแม่ บอกว่าตนทำหกเอง

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราช่วยกันเช็ด แล้วก็ขอบคุณที่โชพูดความจริง” ดุจฤทัยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โชกุนยิ้มแป้นดีใจที่แม่ไม่ดุ ดุจฤทัยกับภูทองมองกัน ยิ้มดีใจที่โชกุนดีขึ้นแล้ว ดุจฤทัยโทร.แจ้งข่าวดีแก่ทราย ทรายดีใจมากและจะเข้าไปประเมินโชกุนอีกที

ดุจฤทัยถามทรายว่าได้ดูเว็บเพจของโรงเรียนหรือยัง ทรายบอกว่ายัง ดุจฤทัยจึงบอกให้ทรายกับท่านรองดู และหากมีอะไรให้ช่วย ตนยินดีช่วยเต็มที่ พอทรายจะเปิดหน้าเว็บเพจโรงเรียนดู เสียงหนูจีก็เรียกแว่วเข้ามาอย่างร่าเริง...

“ครูทรายยยยยย...”

หนูจีมาเคลียร์กับทรายอย่างแมนๆว่าตนพอจะมีหวังกับครูทรายไหม ทรายลำบากใจแต่ก็ต้องตอบว่า ไม่มีหวังแน่นอน หนูจีถอนใจบอกว่าตนเดาแล้วว่าคำตอบต้องเป็นแบบนี้ เพราะครูทรายชอบผู้ชาย และผู้ชายคนนั้นคือพี่กร!

ทรายอึ้ง หนูจีบอกว่าไม่ต้องเขินเพราะปาล์มเป็นคนบอกตน ทีแรกตนก็คิดว่ากรเป็นเกย์ แต่กรเป็นคนบอกตนว่าเขาชอบผู้หญิงและผู้หญิงคนนั้นคือครูทราย พอดีกรโทร.เข้ามือถือทรายบอกให้รีบเข้าโรงเรียนเพราะมีเรื่องใหญ่ ทรายจึงขอตัวกับหนูจี

“ค่ะ...เอ่อ...แต่ครูทรายคะ ถึงเราจะไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมคะ”

“แน่นอนค่ะ ไว้เจอกันนะคะ” ทรายยิ้มอย่างโล่งใจรีบวิ่งออกไป แม้หนูจีจะผิดหวัง แต่ก็รับได้

ooooooo

ทรายไปถึงโรงเรียนรู้จากปาล์มว่ามีคนเอาใบลาออกของครูไปโพสต์หน้าเพจโรงเรียนตอนนี้ผู้ปกครองเลยรู้ว่าครูดีๆลาออกจริงๆ เลยโวยกันใหญ่ ทรายถามว่าแล้วท่านรองจะทำอย่างไร

“ไม่รู้ แต่ฉันว่าคราวนี้วิกฤติระดับใหญ่สุดเท่าที่ฉันเคยอยู่โรงเรียนเลย ถ้าผู้ปกครองเอาเด็กออกไปเรียนโรงเรียนอื่นหมด โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษาต้องเหลือแต่ชื่อแน่”

ทรายฟังแล้วเครียด

เมื่อเข้าห้องประชุม นพลักษณ์บอกที่ประชุมว่าไม่รู้ว่าใบลาออกของครูหลุดไปลงหน้าเพจได้อย่างไร คนทำไม่หวังดีกับโรงเรียนแน่ กรพูดอย่างแค้นจัดว่าต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในโรงเรียนของเรา

อำนาจที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ตลอดเวลาถามว่าโรงเรียนจะเปิดอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว ท่านรองจะทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นได้ นพลักษณ์เสนอให้หาครูมาเพิ่ม อำนาจแย้งว่าผู้ปกครองต้องการครูที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

“ผมจะบอกให้ครูประจำชั้นอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับทางผู้ปกครองให้ใจเย็น แล้วจะทำอะไรยังไงค่อยคิดกันอีกที” ครูน้อยเสนอ นพลักษณ์ถามว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้ปกครองพาเด็กมาลาออกใช่ไหม พอครูน้อยบอกว่ายังไม่มี อำนาจก็พูดแทรกขึ้นว่า ถ้า ผอ.ยอมทำตามที่ตนเสนอ ปัญหาทุกอย่างก็จบไปแล้ว

นพลักษณ์ขอให้ครูทุกคนทำตามที่ครูน้อยเสนอก่อน ส่วนใครที่ร่วมมือทำเรื่องเสื่อมเสียกับโรงเรียนแบบนี้ ถ้ารู้จะเชิญออกทันที เมื่อปิดประชุมครูทยอยกันออกไป นพลักษณ์เรียกกรให้อยู่ก่อน บอกกรว่าเห็นทีแม่จะต้องขายหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ให้อำนาจตามที่เขาเสนอเพื่อแก้ปัญหานี้

กรไม่เห็นด้วยเพราะทำเช่นนั้นทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผนของอำนาจ กรบอกว่าตนจะทำให้ครูทุกคนกลับมา เพราะเขารักและมีความหวังกับโรงเรียนนี้ นพลักษณ์ถามว่า “อะไรที่ทำให้ลูกมั่นใจว่าลูกทำได้”

“ความรักไงครับ เมื่อก่อนผมอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่ารักโรงเรียนนี้ แต่ตอนนี้ผมกล้าพูดว่าผมรักโรงเรียนนี้ และจะไม่ยอมให้ใครเอาโรงเรียนของเราไปเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองเด็ดขาด!”

ทราย ปาล์ม และครูน้อยออกมายืนคุยอย่างคนรู้กัน ปาล์มบ่นว่าขนาดเอาใบลาออกมาโชว์ได้แบบนี้คงไม่ใช่ครูธรรมดาแล้วล่ะ กระซิบถามว่า “ประกาศตัวโจ่งแจ้งในที่ประชุมขนาดนั้น ทำไม ผอ.ยังเอาไว้อีก”

อำนาจมาเห็นสามคนคุยกันอยู่ก็กระแนะกระแหนว่า

“มารวมกันอยู่ตรงนี้เอง งั้นสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ก็คงไม่ผิด ดีนะที่ผมรู้ว่าควรจะไว้ใจใครและไม่ไว้ใจใคร” พลางมองไปทางครูน้อย และมองทรายกับปาล์มอย่างเหยียดหยาม ครูน้อยประสานสายตากับอำนาจอย่างไม่กลัว พูดลอยๆว่า

“ผมอาจจะโง่ที่เคยเข้าข้างคนผิด แต่ผมดีใจที่วันนี้ผมไม่ได้อยู่ผิดข้าง”

อำนาจมองครูน้อยอย่างอาฆาตก่อนเดินไป อึดใจเดียวทรายคิดอะไรได้บอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ทรายพอรู้แล้วค่ะ ว่าใครจะช่วยเราแก้ปัญหานี้ได้!”

หลังจากคุยกับนพลักษณ์แล้ว กรขึ้นไปยืนมองท้องฟ้ายามเย็นครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่บนดาดฟ้าโรงเรียน ทรายขึ้นมายืนข้างหลังเอ่ยขึ้นว่า

“ความมั่นใจไม่ได้มาจากการทำอะไรถูกต้องอยู่เสมอ แต่มาจากการไม่กลัวที่จะทำอะไรผิด” พอกรหันมองหน้า ทรายพูดหนักแน่นจริงใจว่า “ฉันอยากให้คุณมั่นใจในสิ่งที่ทำ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ฉันจะอยู่เคียงข้างและช่วยคุณเสมอ และฉันเป็นคนนึงนะที่เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวคุณ”

“ขอบคุณ...ขอบคุณมาก”

ทั้งสองมองหน้า ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจและให้กำลังใจโดยไม่มีคำพูดอื่นใด...

ooooooo

ปิ๊กปิ๊กเลือกไปเข้าค่ายดูดาว จักรินทร์กับตรีทิพย์ไปส่งแล้วกลับบอกว่ามีธุระ ปิ๊กปิ๊กผิดหวังมากที่ใครๆ ก็มีพ่อแม่มาด้วย ขณะนั่งเหงาๆ เห็นกล้องดูดาวเล็กๆ วางอยู่จึงเดินไปหยิบ

จักรินทร์กับตรีทิพย์ที่แอบดูอยู่ใจหายนึกว่าลูกขโมยอีกแล้ว แต่พอเห็นปิ๊กปิ๊กถือกล้องไปมอบให้เจ้าหน้าที่ก็ออกไปกอดลูกไว้แน่นด้วยความดีใจที่ลูกเปลี่ยนแปลงแล้ว

ส่วนหวายคุยกับปุ่นเรื่องเรียนต่อ พอรู้ว่าปุ่นจะไปเรียนวิศวะต่อที่อเมริกาก็คิดมาก ขณะเดินเหงาๆนั่นเอง เห็นแดนถูกวัยรุ่นสามคนวิ่งไล่มาดักหน้าแดนถามว่า “มึงกล้ายุ่งกับหญิงกูหรือ” แล้วก็รุมกันทำร้ายแดน หวายวิ่งเข้าไปช่วยแดน ตะโกนว่า “อย่าทำอะไรเพื่อนกู!” ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งชักมีดออกมาจะแทงแดน หวายเข้าช่วยเลยถูกมีดเฉี่ยวที่แขน แต่พวกวัยรุ่นก็ถูกหวายกับแดนเล่นงานจนล้ม แดนจับมือหวายตะโกน “ไอ้หวาย!! วิ่ง!!” พวกวัยรุ่นสะบักสะบอมจนไม่มีแรงตาม

เมื่อหนีมาพ้นแล้ว แดนถามว่าคิดไงถึงมาช่วย หวายบอกว่า “ไม่ได้คิด แค่รู้ว่ามึงคงสู้ไอ้สามคนนั้นไม่ได้”

“ขอบใจที่มาช่วย” แดนเอ่ย หวายบอกว่าครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่อยากใช้ความรุนแรง แดนถามขำๆว่า “เมื่อกี้ไม่ใช่ความรุนแรงเลยนะ” หวายมองหน้าบอกว่า ก็ช่วยเพื่อนแค่ครั้งเดียวไม่นับ แล้วเดินไปเลย

ooooooo

คนที่ทรายหวังให้มาช่วยกรคือดุจฤทัยที่เคยบอกว่าถ้ามีอะไรช่วยได้ให้บอก

วันนี้ดุจฤทัยนั่งอ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนแล้วเครียด ภูทองถามจึงเล่าให้ฟัง บอกว่าอยากช่วยกรเพราะเขาช่วยเราไว้มาก ภูทองเอาด้วยบอกว่าถึงเวลาที่เราต้องช่วยเขาบ้างแล้ว ดุจฤทัยใจรีบโทร.ติดต่อครอบครัวที่ลูกเขาร่วมโครงการทุกคน

พีรดายินดีร่วมมือเต็มที่ จักรินทร์ก็พร้อมร่วมมือและจะชวนตรีทิพย์ไปด้วย

เมื่อมากันครบในห้องประชุม ทั้งผู้ปกครองและเด็กที่ร่วมโครงการผนึกกำลังกันแข็งแกร่ง ทุกคนพร้อมสู้ ทรายกับปาล์มมาร่วมด้วย ปาล์มบอกแก่ที่ประชุมว่า

“ปาล์มกับทรายจะคุยกับคุณครูที่พอจะคุยกันได้ดูอีกสักครั้ง เผื่อจะมีใครเปลี่ยนใจกลับมาบ้าง”

“ขอบคุณทุกคนมากครับ ถ้าเราช่วยกันแบบนี้ อาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก่อนวันประชุมผู้ปกครอง ผมต้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ”

กรลุกขึ้นโค้งขอบคุณทุกคน บรรยากาศในห้องเปี่ยมด้วยพลังและความเชื่อมั่น

ooooooo

พ่อแม่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการของครูทรายจนเด็กทุกคนมีการเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้น พูดคุยกับครู กับเพื่อนผู้ปกครอง กระทั่งแฟนละคร ชี้ให้เห็นถึงความรักเด็กและความตั้งใจทำงานของกร

ชัยภูมิที่กว้างขวางกว่าก็เชิญนายกสมาคมผู้ปกครองและกรรมการบางคนพบปะคุยกัน ยกตัวอย่างลูกของ

ตนว่าถ้าไม่ได้กรช่วยอาจจะเสียลูกไปแล้ว โรงเรียนมีผู้บริหารแบบนี้ดีกับลูกพวกเราทุกคน ขอให้ช่วยกัน

เป็นสุขคุยในกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวว่าถ้าลูกชายตนไม่ได้ครูกรมาดูแลอย่างใกล้ชิดป่านนี้คงไม่กลับมาเรียนต่อ บอกว่า “ถึงมีครูลาออกแต่ถ้าผู้บริหารใส่ใจและรักนักเรียนแบบคุณกร ฉันก็ไม่ให้ลูกออกตามครูนะคะ เพราะฉันเชื่อมั่นครูกร”

ส่วนทรายคุยกับครูที่คุยกันได้ ครูบางคนบอกว่ารู้ว่าท่านรองเป็นคนดีแต่ตนรับปากกับครูใหญ่ไว้แล้ว

“ถ้ารู้ว่าครูใหญ่ใช้ครูทุกคนเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับผู้อำนวยการ ทุกคนยังจะเกรงใจครูใหญ่อยู่หรือเปล่าคะ”

ทรายตัดสินใจแก้ปัญหา ครูต่างสงสัยถามว่า ต่อรองอะไรหรือ

ฝ่ายนพลักษณ์ถูกบีบจนบอกกับที่ปรึกษาว่าคงต้องขายหุ้นให้อำนาจ เพราะให้เวลากรมานานแล้วแต่ยังไม่เห็นดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ครูใหญ่ก็ใช้ทั้งอำนาจ ศรัทธาของครูและเล่ห์เหลี่ยมรุกนพลักษณ์เต็มที่ วันนี้ก็เข้าไปหานพลักษณ์ในห้องแต่เจ้าตัวไม่อยู่ มืออำนาจปัดโดนเอกสารบนโต๊ะหล่น เห็นใบซื้อขายหุ้นก็กระหยิ่มโทร.บอกให้วิทวัสเตรียมเงินไว้ได้เลย

ในภาวะที่กรครุ่นคิดจิตตกยังหาทางแก้ปัญหาไม่ได้นั้น ทรายและปาล์มมาหาเขา ทรายบอกว่าตนมีวิธีทำให้ครูที่ลาออกกลับมาได้แล้ว เพราะหลังจากคุยกับครูหลายคนที่ลาออกทุกคนอ่อนลงและอยากกลับมา ปาล์มบอกว่ารวมทั้งครูที่พีรดา ตรีทิพย์ ไปช่วยพูดด้วยส่วนใหญ่อยากกลับติดอยู่ที่เกรงใจครูใหญ่เพราะเชื่อว่าครูใหญ่ต่อสู้กับฝ่ายบริหารเพื่อทุกคน ครูน้อยจึงแฉเรื่องครูใหญ่เป่าหูครูเรื่อง ผอ.เอาครูทรายเข้ามาทำงานใน ตำแหน่งครูจิตฯว่า เพราะท่านรองอยากจะลดบทบาทครู

แต่กรยังมองไม่เห็นทางที่ครูกลับมา ทรายทิ้งไพ่ตายว่า “เราต้องเปิดโปงเรื่องการซื้อขายหุ้น”

กรจึงนัดวิทวัสมาคุยกับทรายที่ห้องประชุมเล็กในโรงแรมหรู บอกว่าทรายมีข้อเสนอบางอย่าง

เมื่อพบกัน วิทวัสเร่งให้ทรายบอกมาเลยว่า ข้อเสนอคืออะไร ทรายที่เตรียมมาอย่างดีแล้วเสนอทันทีว่า

“คุณกรทราบว่าคุณต้องการซื้อหุ้นของโรงเรียนเปี่ยมคุณ คุณกรมีความยินดีอย่างมากและคิดว่าหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ที่คุณเสนอมามันน้อยเกินไป คุณกรต้องการขายหุ้นให้คุณ 50 เปอร์เซ็นต์แต่มีข้อแม้ว่า คุณจะต้องไม่ซื้อผ่านครูใหญ่” วิทวัสถามว่าทำไม “คุณกรกับครูใหญ่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานต่างกัน คุณกรอยากทำงานกับคุณโดยตรง ถ้าคุณยินดี หุ้น 50 เปอร์เซ็นต์จะเป็นของคุณทันที”

วิทวัสบอกว่าถ้าตนซื้อหุ้นไว้เองก็เท่ากับหักหลังอำนาจ เพราะเขาเป็นคนคิดแผนการทุกอย่าง ที่จริงตนมีโรงเรียนนานาชาติที่เขาใหญ่ ที่รอบๆกรุงเทพฯ ตนก็แค่อยากได้โรงเรียนที่อยู่ใจกลางเมืองเท่านั้น และอำนาจเสนอว่าเขามีแผนต่อรองบีบให้เปี่ยมคุณขายหุ้นได้
ครู่หนึ่ง วิทวัสตัดสินใจเล่าว่า

“คุณอำนาจเขามั่นใจว่าเขาคุมครูส่วนใหญ่ของโรงเรียนได้ เขาก็จะให้ครูสำคัญๆลาออก มาฝากไว้กับโรงเรียนนานาชาติของผมก่อน พอโรงเรียนไม่มีครูก็ต้องยอมขายหุ้นให้เขา แล้วครูที่ฝากอยู่กับผมก็ค่อยกลับไปสอนตามเดิม เขาก็จะได้ทั้งหุ้นทั้งหน้า ที่แก้ปัญหาได้ และพิสูจน์ให้คุณกรเห็นว่าเขาคุมครูได้จริงๆ”

เล่าแล้ววิทวัสก็วิตกว่าถ้าตนปาดหน้าเค้กข้ามหัวครูใหญ่เข้ามาบริหารโรงเรียน อาจโดนเขาใช้วิธีนี้บีบอีกหรือเปล่า

“เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ เพราะตอนนี้คุณครูทุกคนรู้หมดแล้วว่าครูใหญ่เป็นคนยังไง...ใช่ไหมคะ” พูดแล้วทรายหันไปข้างหลัง ประตูด้านหลังค่อยๆเปิดออกเห็นครูที่ลาออกเกือบ 20 คนอยู่หลังบานประตู วิทวัสหน้าเสีย

ที่แท้ระหว่างที่ทรายคุยกับวิทวัสนั้น บรรดาผู้ปกครองของเด็กในโครงการและครูที่กลับใจต่างช่วยกันคุยกับครูที่ยังลังเล แฉแผนการของอำนาจจนครูเหล่านั้นที่ยังรักโรงเรียนต่างกลับมาสอนที่เปี่ยมคุณตามเดิม

ส่วนนพลักษณ์ก็เรียกอำนาจเข้าไปคุย อำนาจกระหยิ่มว่าแผนตนสำเร็จแน่แล้ว นพลักษณ์บอกว่าเพื่อความแน่ใจให้อำนาจโทร.คุยกับครูที่ลาออกกันต่อหน้าว่าจะกลับมาสอนที่เปี่ยมคุณตามเดิม

อำนาจโทร.แล้วโทร.อีก บ้างไม่รับสาย บ้างปิดเครื่อง อำนาจเสียหน้า หัวเสียมาก แถไปเรื่อยเปื่อยว่าอาจเพราะเช้าเกินไป ขณะอำนาจกำลังหงุดหงิดหัวเสียนั้น วิทวัสโทร.มาเขาไม่รับสายและระดมโทร.หาครูที่ลาออกอีกแต่ก็ไม่มีคนรับสาย อำนาจหัวเสียแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง

เมื่อทรายคุยกับวิทวัสแล้วก็ออกไปพบครูที่รออยู่หลังประตู ครูนารีเดินมาคืนบัตรประจำตัวโรงเรียนของวิทวัสบอกว่าขอลาออก จะกลับไปสอนที่โรงเรียนเปี่ยมคุณตามเดิม วิทวัสพยายามจะพูดอะไรแต่ทรายเชิญครูเหล่านั้นไปขึ้นรถแล้ว

อำนาจติดต่อใครไม่ได้ เขาถูกครูทั้งหมดที่ถูกหลอกให้ลาออกหันหลังให้กลับไปสอนที่โรงเรียนเปี่ยมคุณตามเดิม และยังถูกวิทวัสโทร.มาด่าว่าแผนบ้าๆของเขาพังหมดแล้ว ครูที่ลาออกกลับไปโรงเรียนเก่ากันหมด ซ้ำยังถูกนพลักษณ์ให้เขียนใบลาออกเสีย ตนจะเซ็นให้ทันที อำนาจแทบจะคลั่งที่นอกจากจะไม่ได้หุ้นโรงเรียนแล้วยังถูกให้ออกอีกด้วย

เมื่อโรงเรียนเปี่ยมคุณกลับสู่สภาพปกติแล้ว นพลักษณ์แต่งตั้งให้กรเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแทนตน กรขึ้นกล่าวขอบคุณนพลักษณ์และขอบคุณครูทุกท่านที่มั่นใจในตัวเขา ขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านที่เชื่อมั่นในเปี่ยมคุณ กล่าวอย่างหนักแน่นจริงใจว่า “ที่นี่คือครอบครัวใหญ่ และพวกเราจะไม่ทอดทิ้งกัน”

สถานะของกรวันนี้ ยิ่งทำให้ทรายเห็นถึงความห่างระหว่างตนกับเขา ที่สำคัญเมื่อแก้ปัญหาของโรงเรียนได้แล้ว เธอจึงขอลาออกเพื่อไปจัดการเรื่องเรียนของตัวเอง กรไม่ยอมให้ออก บอกว่าเธอจะทำธีซิสหรือจะเรียนต่อด็อกเตอร์ก็เรียนเลยตนพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง แต่เธอต้องอยู่ทำโครงการต่อ แม้กรจะขอร้องกระทั่งอ้อนวอน ทรายก็ไม่ใจอ่อน จนกรคิดไม่ตกถามตัวเองว่า เกิดอะไรขึ้น?

ooooooo

เปิดเรียนวันแรก บรรยากาศในโรงเรียนคึกคักมีชีวิตชีวาและอบอุ่นมาก โดยเฉพาะเด็กในโครงการของทรายทุกคนมีการเปลี่ยนแปลง โชกุนไม่โกหก ปิ๊กปิ๊กไม่ขโมย ตังเมร่าเริงแจ่มใส มินนี่ก็ได้รับการต้อนรับจากเพื่อนๆอย่างอบอุ่น

แต่ไอซ์ซิ่งกำลังเป็นข่าวฉาวที่ไปออกรายการ “ภัยใกล้ตัว” ถูกหนุ่มที่รู้จักกันผ่านสื่อออนไลน์หลอกเมื่อเจอตัวจริงจึงรู้ว่าไม่เหมือนในโปรไฟล์จึงรู้ว่าถูกหลอก พ่อแม่ของไอซ์ซิ่งที่กลับจากเมืองนอกผิดหวังมากที่ไปหาเงินให้ลูกเรียนแต่ลูกกลับประพฤติตัวไม่เหมาะสม ไอซ์ซิ่งทั้งโกรธทั้งอายร้องไห้แล้วกรี๊ดออกมาเหมือนมินนี่ในอดีต

เพื่อนๆวิพากษ์วิจารณ์กันว่าไอซ์ซิ่งแรดแล้วยังโง่อีก มินนี่ติงว่า “พวกเราอย่าไปด่ามันเลย มันโดนด่ามาเยอะแล้ว”

ส่วนหวายกับปุ่น ทั้งสองมีความรู้สึกดีๆต่อกัน

ท่ามกลางการช่วยเหลือกัน จึงเป็นความรักที่สดใสสวยงาม

ยอดยุทธซาบซึ้งใจในความรักของเป็นสุขและลูกๆที่มีต่อตน แม้จะยังพูดไม่ได้ เขาก็สื่อผ่านไอแพด พิมพ์ข้อความให้เป็นสุขว่า “กลับมาอยู่ด้วยกันนะ” เป็นสุขและลูกๆปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลกับการเปลี่ยนแปลงของยอดยุทธ กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น

เมื่อเด็กๆในโครงการรู้ว่าทรายลาออกต่างอาลัยอาวรณ์ ทรายปลอบใจว่าตนจะไม่ลืมกัน ทุกคนจะอยู่ในใจของครูเสมอ บอกว่าครูภูมิใจในตัวพวกเราทุกคน ภูมิใจมากๆ เมื่อทรายขึ้นรถปาล์มออกไป พวกเด็กๆจึงวิ่งตามโบกมือส่ง ด้วยความรัก ความผูกพันที่ลึกซึ้ง...

ooooooo

เมื่อกล่อมทรายไม่สำเร็จ กรจึงโทร.หาหนูจีบอกว่ามีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นหนูจีจึงนัดพบนพลักษณ์ซึ่งตรงกับใจนพลักษณ์อยากพบหนูจีพอดี

นพลักษณ์อยากพบเพราะคิดจะให้กรกับหนูจีลงเอยกัน แต่หนูจีมาตามคำขอร้องของกร เธอต้องการมาบอกให้นพลักษณ์รู้ถึงความจริงของความสัมพันธ์ของกรกับทราย โดยเฉพาะหนูจีเล่าว่า

“คุณป้าอาจจะไม่ทราบ...ที่คุณครูกลับมา คุณทรายเป็นคนวางแผนทั้งหมดเลยนะคะ คุณทรายทำให้นายทุนยอมพูดความจริงออกมาทั้งหมด พวกครูก็เลยรู้ว่าโดนครูใหญ่หลอกใช้ หมดศรัทธาแล้วก็กลับมาที่เปี่ยมคุณเหมือนเดิม ถ้าไม่มีคุณทราย คุณครูพวกนั้นอาจจะไม่ได้กลับมาก็ได้นะคะ”

นพลักษณ์ฟังหนูจีแล้วแววตาอ่อนลง ในใจคิด

อะไรบางอย่าง ครู่หนึ่งโทรศัพท์ถามกรว่า “ทรายทิพย์หายไปไหน?”

ทรายให้พ่อกับแม่หารีสอร์ตที่เงียบสงบเพื่อทำธีซิสให้เสร็จ สักทองกับน้ำทิพย์หาให้อยู่ริมทะเล สงบและสวยงาม ทรายบอกพ่อกับแม่ว่าอย่าบอกใครว่าตนอยู่ที่นี่จนกว่าตนจะทำธีซิสเสร็จ ทั้งสองรับปากแต่สบตาอย่างรู้กัน แต่พอออกจากทราย น้ำทิพย์ก็โทร.บอกกรทันที

ไม่ทันข้ามวัน กรก็ปลอมเป็นพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟทั้งที่ทรายไม่ได้สั่ง มือกรถืออาหารข้างหลังสะพายอูคูเลเล่มาด้วย บอกทรายว่า

“ข้าวผัดปูของโปรดของคุณ ผัดแห้งๆ เนื้อปูตู้มๆ”

ทรายทั้งแปลกใจและตกใจถามว่ามาได้ยังไงหรือคุณพ่อคุณแม่??? กรบอกว่าท่านบอกเพราะท่านเป็นห่วง เข้ามาในห้องพักแล้วบอกทรายให้ปิดประตูด้วย

เข้ามาในห้องแล้ว กรบอกว่าตนมาช่วยเธอทำธีซิส ขณะเธอทำธีซิสตนก็จะช่วยส่งข้าวส่งน้ำและร้องเพลงขับกล่อมเธอจะได้ไม่เครียด ทรายติงว่าเดี๋ยวคุณแม่เขาจะมาว่าตน

“โอ้ย...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง แม่ผมเขาเข้าใจ เขาให้ผมมาเอง เดี๋ยวเขาดูแลโรงเรียนให้ ถ้าไม่เชื่อมีคลิปยืนยันแม่ผมฝากมาให้คุณดู” แล้วกรก็เปิดคลิปในวันที่นพลักษณ์เรียกไปพบและได้รู้ความจริงทั้งหมดแล้วให้ทรายดู...

“ทราย...ฉันมีเรื่องอยากจะพูดด้วย ฉันขอบใจเธอมากเรื่องครู ขอบใจที่เธอช่วยกรมาตลอด รวมทั้งโครงการที่เธอสองคนทำให้เด็กๆ เป็นโครงการที่ดีมาก ฉันยอมรับการทำงานของเธอ...ยินดีที่เธอเคยทำงานให้โรงเรียนของเรา และฉันจะยินดีมากถ้าเธอกลับมาทำงานให้โรงเรียนเราอีก ขอบใจเธออีกครั้ง ขอบใจแทนเด็กๆทุกคน...”

กรดูแลทรายทั้งเรื่องอาหารการกินและการพักผ่อนเล่นอูคูเลเล่ให้ฟังคลายเครียด ทรายถามว่าจะกลับตอนไหน ไม่อยากให้ขับรถกลางคืน กรบอกว่าคุณแม่เธอจองห้องติดกับเธอให้แล้ว ทรายบอกให้กลับไปทำงานเถอะ

“ผมบอกแม่ไปว่าผมจะไม่กลับไปทำงานถ้าพาคุณกลับไปไม่ได้ คุณแม่บอกว่าโอเค ถ้าพาคุณกลับไปไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา” ทรายบอกว่าอีกสามเดือนจะ รอหรือ “อื้อ...เป็นปีก็จะรอ ทำไงได้ ผมอยากให้คุณไปทำงานด้วยจริงๆ ผมรอได้”

“แล้วคุณต้องดูแลทรายแบบนี้เนี่ยนะคะ”

“ใช่ ที่ผ่านมาตลอดการทำงานคุณไม่เคยทิ้งผม ตอนนี้คุณต้องกลับมาทำงานของคุณ ผมจะทิ้งคุณไปได้ยังไง”

ในที่สุดทรายก็กลับไปทำงานที่โรงเรียนท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ขณะยืนอยู่หน้าเสาธง ครูน้อยกระหืดกระหอบมาบอกว่ามีเด็กกำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย!

กรและทรายช็อก!

ที่ดาดฟ้า เด็กผู้หญิงยืนอยู่ในจุดที่ล่อแหลม เด็กคนนั้นคือปุ่นนั่นเอง! ปุ่นร้องไห้แววตาเจ็บปวดและเลื่อนลอยพร้อมจะกระโดดตึกในทุกวินาที กรกับทรายวิ่งมาข้างล่างมีเด็กมุงดูกันอยู่ พอกรกับทรายแหงนมองก็ต้องตกใจสุดขีด!!!

ooooooo

-อวสาน-


ละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านวัยแสบสาแหรกขาด ติดตามวัยแสบสาแหรกขาด ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม,ธีรเดช เมธาวรายุทธ, 30 มี.ค. 2559 09:02 2016-04-01T02:28:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ