ตอนที่ 6
แจ๊คยังเป็นผีพนันวนเวียนอยู่ในบ่อนของเสี่ยส่ง ขณะเขาไปควานหาเงินในกระเป๋าเพื่อแลกชิปอยู่หน้าเคาน์เตอร์นั้น เสี่ยส่งกับมิ่งเดินมา มิ่งชี้ให้เสี่ยดูบอกว่านั่นคือแจ๊ค แฟนเมขลา เสี่ยส่งมองอย่างหมายมาด
แจ๊คพูดกับคนแลกชิปขอเพิ่มอีกบอกว่าวันนี้ดวงกำลังดีแต่เสียดายเงินหมดเสียก่อน คนแลกชิปบอกว่าถ้าจะเอาเพิ่มต้องใช้หนี้เก่าก่อน แจ๊คต่อรองว่าวันนี้เล่นได้ก็คืนเลยรับรองไม่เบี้ยว บ่นว่าที่อื่นให้ต๊ะไว้เยอะกว่านี้อีก
แจ๊คหงุดหงิดหันมองเสี่ยทำแอ็กใส่ เสี่ยสั่งมิ่งว่า
“อีกอาทิตย์นึง ถ้ามันยังไม่ใช้หนี้ พามันมาพบ” สั่งแล้วเสี่ยมองแจ๊คอย่างมีแผนการ
เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก เสี่ยส่งรับไข่มุกไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดในตัวอำเภอ เป็นห้องแถวไม้เก่าๆ ไข่มุกชมเสี่ยตำหนิในทีว่าไม่นึกว่าเสี่ยจะติดดินมาทานร้านแบบนี้ด้วย
“ร้านนี้กินไม่ต้องจ่าย มันเป็นลูกหนี้ผม ส่วนคุณนายไม่แน่ใจเหมือนกัน มันจะคิดตังค์ไหม” ไข่มุกคาดว่าก๋วยเตี๋ยวน้ำชามเดียวมากินกับเสี่ยเขาคงไม่คิดหรอก เสี่ยนิ่งไป แล้วเข้าสู่เป้าหมายที่ต้องการ พูดอย่างรู้ดีว่า
“คุณนายดวงเฮงเป็นบ้า อยู่ดีๆก็มารับมรดกแทนหลานที่ตาย”
ไข่มุกชะงักแต่ปรับท่าทีได้อย่างเร็ว ทำเป็นพูดว่าตนไม่เคยคิดเรื่องมรดก แล้วทำเสียงเศร้าว่าคิดถึงหลาน ไม่น่ามาตายตั้งแต่อายุยังน้อย เสี่ยผสมโรงว่าถ้าหลานคุณนายรับรู้ได้ คงดีใจที่มีน้าเป็นห่วงแบบนี้
“ฉันก็ห่วงเขาตลอด ไม่ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว” ไข่มุกตีหน้าเศร้าแต่บีบน้ำตาไม่ออก
“ก็ดี น่าชื่นใจแทน เห็นน้ารักหลานขนาดนี้”
ooooooo
ฝ่ายแอนนี่ก็สืบประวัติเมขลาทางพญา วันนี้ไปหาเขาที่ห้องทำงาน ไม่เห็นเมขลาอยู่ในห้อง ก็ถามพญาว่าวันนี้ครูปริมไม่อยู่ช่วยงานหรือ
พญาบอกว่าไปถ่ายรูปแปลงผักส่งให้ลูกค้า ถามว่าเธอมีอะไรหรือเปล่า แอนนี่บอกว่ามาเยี่ยมครูปริมเห็นว่าเจอเรื่องร้ายๆมาเยอะ แล้วแอนนี่ก็ลากเรื่อง
เมขลากับครูปริมไปเกี่ยวพันกันจนได้ว่า ครูปริมโชคดีรอดมาได้ทุกครั้งไม่เหมือนเมขลา พญามองเธอเลิกคิ้วสงสัย เธอชี้แจงว่า
“ดาราที่มารถคว่ำเสียชีวิตที่นี่ไงคะ เขาติดรถคุณมาด้วยนี่ลืมแล้วเหรอคะ ไม่น่าตายเลย โชคร้ายจัง”
พญาก้มหน้าทำงานต่อขรึมๆอย่างไม่อยากคุยเรื่องนี้ แอนนี่มองเขาอย่างจับสังเกต ถามลอยๆว่า เมขลาสวยกว่าครูปริมเยอะไหม พญาตอบอย่างไม่อยากคุยว่าตนไม่ได้สังเกต แอนนี่ถามอย่างหาข้อพิรุธอีกว่า
“ทางโรงพยาบาลเขารู้ได้ไงคะ ว่าคนไหนเป็นเมขลา คนไหนเป็นครูปริม”
“ผมต้องไปทำงานก่อน ขอตัวนะ” พญาลุกเดินออกไปเลย แอนนี่ยิ่งเชื่อว่าพญาต้องรู้ความจริงเรื่องเมขลาแน่ๆ
ooooooo
ไข่มุกไปกินก๋วยเตี๋ยวกับเสี่ยส่งคราวนี้ทำให้รู้ซึ้งถึงความเค็มและเขี้ยวของเสี่ย เพราะนอกจากพาไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้านๆที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพราะเจ้าของร้านเป็นลูกหนี้ตนแล้ว ขากลับยังเอารถกระบะเก่าๆ มาส่งด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่ไร่ภูพญาก็ถามพญา ว่าเขาจะให้ราคาป่าสายน้ำผึ้งเท่าไร พญาบอกว่าที่แถวนี้ราคาไร่ละแสนตนจะให้เป็นสองแสนก็แล้วกัน
ไข่มุกเสนอทันทีว่าขอห้าสิบล้าน คงไม่มากไปสำหรับเจ้าของไร่ภูพญา พญาบอกว่าราคาสูงขนาดนี้ ไม่มีใครซื้อหรอก เพ็ญก็ว่ามากไป โก่งราคาเป็นเท่าตัว ไข่มุกบอกว่าได้เท่าไรให้บอกก็แล้วกันเห็นเป็นคนกันเองเลยมาบอกก่อน ไม่เอาก็ไม่เป็นไร ที่จริงเสี่ยส่งเขาไม่อั้นอยู่แล้ว พญาบอกว่าแล้วจะให้คำตอบ
เมื่อไข่มุกกลับไป เพ็ญกับพญาคุยกันอย่างรู้ทันว่า ทำเป็นพูดว่าเสี่ยส่งจะซื้อ ใครๆก็รู้ว่าเสี่ยส่งเค็มขนาดไหน เพ็ญสงสัยว่าเห็นไข่มุกทำท่าสนิทกับเสี่ย แล้วทำไมมาเสนอขายเรา หรือโก่งราคาจนเสี่ยไม่เอาเลยมาเล่นทางเราแทน สองแม่ลูกคุยกันอย่างรู้ทัน
ooooooo
วันนี้แจ๊คถูกมิ่งลากตัวไปหาเสี่ยที่ห้องทำงานในบ่อนที่กรุงเทพฯ เสี่ยถามว่าติดหนี้สามล้านรวมดอก อีกสองแสนจะว่าอย่างไร บีบให้แจ๊คทำงานให้เพื่อปลดหนี้ แจ๊คถามว่างานอะไร “งานที่แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เสี่ยพูดอย่างเป็นต่อ
แล้วเสี่ยก็ทำตามแผนของตน พาแจ๊คไปแอบดูเมขลาพาเด็กๆเล่นน้ำที่ลำธาร แจ๊คไม่เชื่อสายตาตัวเอง บอกว่าเมลขารถคว่ำตายและเผาไปแล้วหรือ นี่จะเป็นคนหน้าเหมือน เสี่ยบอกว่าไม่ใช่คนหน้าเหมือนแต่นั่นคือเมขลาตัวจริง สั่งว่า
“เล่าเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้ฟังก่อน เป็นใคร มาจากไหน เล่าให้หมดทุกเรื่อง” แจ๊คปฏิเสธว่าจะให้ตนทำร้ายผู้หญิงคนนี้แค่คิดก็ไม่เอาแล้ว เสี่ยบีบไหล่แจ็ค จากสัมผัสนั้น แจ๊ครู้สึกได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าตนปฏิเสธ จึงเล่าอย่างละเอียดว่า
“ก่อนจะตาย เมกำลังเล่นละครเรื่องนักฆ่าสาว เขาทุ่มเทจริงจังมาก อินกับบทสุดฤทธิ์ จนคิดว่าเป็นนักฆ่าสาวสวยจริงๆ แต่บางทีก็ต๊อง”
เสี่ยบอกแจ๊คว่า “เขาอยากเป็นมากขนาดนั้น งั้นให้เป็นต่อซะเลย”
เป็นเวลาเดียวกับที่เมขลาเริ่มมีความสุขกับชีวิตในไร่และได้ใกล้พญา จนอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่อยากรื้อฟื้นความจำอีกแล้ว
คืนนี้ เมื่อเมขลาทำงานเสร็จเธอออกจากออฟฟิศก็สะดุดกับแส้สีดำวางอยู่หน้าห้อง เธอมองว่าเคยเห็นที่ไหน แล้วภาพการฝึกซ้อมบทบาทนักฆ่าสาวที่อยู่ใต้จิตสำนึกก็ปรากฏขึ้น เธอสวมบทบาทเจด้า แจ๊คสวมบทบาทเป็นบอสของเธอ แจ๊คภูมิใจในการฝึกซ้อมของเธอมาก เมขลาเหมือนถูกสะกดในบทบาทของเจด้า พูดอย่างเข้มแข็งว่า
“พร้อมทำงานทุกเมื่อ ทุกสถานที่ ขอให้บอสสั่งมา”
“ต้องอย่างนี้สิ นักฆ่าสาว”
ขณะเมขลากำลังมึนๆงงๆอยู่นั้น แจ๊คก็ปรากฏขึ้นตอกย้ำว่าเธอคือเจด้านักฆ่าสาว เมขลาเถียงว่าตนคือครูปริมไม่ได้เป็นนักฆ่า แจ๊ครื้อฟื้นจนเมขลาจำได้ว่าเขาคือบอส ถามว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร แจ๊คบอกว่าองค์กรส่งตนมาเพื่อมอบงานชิ้นต่อไปให้เธอ เมขลาสับสนไปหมด แต่จำได้ว่าตนฝันเห็นแจ๊คบ่อยมาก เขาเป็นบอสของตน
“ถูกต้อง ฉันเป็นบอสเธอ องค์กรเราฝังชิปในสมองเธอ เพื่อลบความทรงจำอื่นทั้งหมด เพื่อให้เธอเป็น เจด้า นักฆ่าสาว” เมขลาพึมพำว่าตนคือนักฆ่าสาว ถามว่าแล้วตนมาที่นี่ได้อย่างไร “เพราะงานของเธออยู่ที่นี่กับคนคนนี้” พลางแจ๊คเอารูปของพญาให้ดู เมขลาอุทานตกใจ แจ๊คยิ้มร้ายตอกย้ำว่า “หน้าที่ของเธอคือ ทำร้ายนายพญาให้ย่อยยับ”
เมขลาตกใจอ้าปากค้างอย่างคิดไม่ถึง
ooooooo
แจ๊คฉวยโอกาสที่เมขลาความจำเสื่อม สวมรอยที่เธอจำบางอย่างได้เพียงเลือนราง บอกว่าเธอคือนักฆ่าสาวที่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในองค์กร แต่ถ้าเธอทำงานนี้สำเร็จก็จะลบประวัติทั้งหมดให้ แล้วประกาศิตว่า
“ทำลายไร่ภูพญาซะ!” เมขลาบอกว่าตนทำไม่ได้ตนไม่อยากทำลายพวกเขา “ไม่อยากรู้อดีตของตัวเองหรือไม่อยากรู้รึไงว่าใครคิดฆ่าเธอ ใครที่จงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ”พอเธอถามว่าใครแจ๊คตัดบท“ทำงานให้เรา แล้วจะได้รู้ว่ามันคือใคร”
แอนนี่ กุ้ง และมาการีน แย่งกันเอาใจใกล้ชิดพญาหมายตำแหน่งคุณนายไร่ภูพญาจนทะเลาะกัน แอนนี่เจ้าเล่ห์จับมือมาการีนไปตบหน้าตนแล้วทำท่าจะล้ม พญามาเจอพอดีจึงเข้าประคองไว้
แอนนี่มารยาทำราวกับเจ็บเจียนตาย พญา ประคบประหงมอย่างห่วงใยมาก เมขลาเห็นก็หมั่นไส้ถามว่าจะให้จองวัดไหมเดี๋ยวติดต่อให้ พญาโมโหบังคับให้เมขลาขอโทษแอนนี่ ทำให้เมขลาไม่พอใจ
ไข่มุกเห็นมารยาของแอนนี่ก็บอกกับมาการีนว่า ทั้งเสี่ยส่งและแอนนี่ร้ายลึกทั้งพ่อทั้งลูกคบไม่ได้ เห็นเมขลาเศร้าก็เดาว่าคงผิดหวังที่พญาไปเอาใจแอนนี่ วางแผนไล่เมขลาออกจากไร่ไปก่อนแล้วค่อยจัดการกับแอนนี่ กำจัดศัตรูไปทีละตัว
คำสั่งของบอสแจ๊คให้ทำลายไร่ภูพญายังกึกก้องอยู่ในสมองของเมขลา กอปรกับความไม่พอใจที่เห็นพญาเอาใจแอนนี่ ทำให้เมขลาคิดไม่ตก แต่ก็ถามตัวเองว่า ไร่ตั้งใหญ่โตจะทำลายยังไง?
เมขลาย่องไปที่โรงเก็บอุปกรณ์ เห็นคนงานถือขวดสองขวดที่มีใบกำกับเป็นภาษาอังกฤษ กำลังเถียงกันว่าขวดไหนเป็นยาฆ่าแมลง ขวดไหนเป็นยาบำรุง เทิดเสนอให้ไปถามนายเพราะถ้าใช้ผิด องุ่นเสียไปทั้งไร่จะซวยกันหมด เมขลาจึงเข้าไปถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม คนงานจึงเอาขวดยาให้อ่านว่าขวดไหนเป็นยาบำรุงและขวดไหนเป็นยาฆ่าแมลง
เมขลาจิกตาร้ายแกล้งบอกสลับกันหวังให้องุ่นตายทั้งไร่ แต่พอพวกคนงานเอาไปฉีด ปรากฏว่าองุ่นงามเอ๊า...งามเอา ที่แท้ขวดติดฉลากยาฆ่าแมลงกับยาบำรุงสลับกัน เลยกลายเป็นเรื่องดีที่พญาพอใจมาก แต่เมขลาแอบเซ็งจนบอกไม่ถูกบอกตัวเองว่าเอาใหม่ คราวนี้ต้องจัดให้หนักกว่าเดิม
ต่อมาคนงานหญิงที่ดูแลไก่กำลังเตรียมอาหารไก่เพราะไก่หิวร้องกันระงม พญาเคยบอกว่าถ้าไก่อารมณ์ไม่ดีก็จะไม่ออกไข่ แต่ลูกร้องจะกินนม เมขลาจึงอาสาจะให้อาหารไก่แทน เมขลาหมายมาดว่าคราวนี้จะทำให้ไก่หงอยทั้งเล้าเลย
เมขลาผสมอาหารไก่มั่วๆ หมายให้ไก่กินแล้วหงอยทั้งเล้า
ปรากฏว่าคนงานไปให้นมลูกกลับมา เห็นไก่คึกกันทั้งเล้า ตัวผู้ก็โก่งคอแข่งกันขัน ตัวเมียก็ตั้งหน้าตั้งตาออกไข่จนไข่ไก่เต็มราง เมขลาเซ็งยิ่งกว่าเก่า ที่ตั้งใจจะทำให้เสียหายกลับได้ผลตรงกันข้ามทุกที
ooooooo
พญาพาเมขลาไปเช็กสมองที่โรงพยาบาล
เธอบอกงอนๆว่าวันหลังให้ตนมากับทองหลางก็ได้ บังเอิญเจอเสี่ยส่งเดินรี่เข้ามาทักอย่างกระตือรือร้นถามว่าความจำดีขึ้นหรือยัง
พญาถามว่าเสี่ยรู้ได้ไงว่าเธอป่วยเป็นอะไร เสี่ยบอกว่าแอนนี่เล่าให้ฟัง แล้วถามย้ำว่าอาการดีขึ้นบ้างไหม เสนอว่าให้ไปรักษาที่กรุงเทพฯดีกว่าเพราะทุกอย่างพร้อมกว่าที่นี่ เมขลาบอกว่าครูจนๆอย่างตนคงไปไม่ได้ เสี่ยส่งรับปากว่าเรื่องเงินตนจะช่วยเหลือแล้วจับมือเมขลาเอานามบัตรใส่มือให้บอกว่ามีอะไรให้บอก
“คนของผม ผมดูแลเองได้” พญาขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ถ้าดูแลเองได้ ทำไมไม่รักษาให้หายล่ะ ปล่อยให้คาราคาซังทำไม” เสี่ยย้อนถาม พูดกับเมขลากระทบพญา ว่า “กลับไปคิดให้ดีนะ ถึงคนอื่นจะไม่อยากให้คุณจำความได้ แต่ผมอยาก หรือว่าครูปริมมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ถ้าลำบากอะไร ติดต่อผมได้ทุกเมื่อเลย”
ไข่มุกกับมาการีนที่สะกดรอยตามพญากับเมขลามา เห็นเสี่ยส่งเข้ามาแทรกและเอานามบัตรใส่มือเมขลา ก็ถามกันว่า
“เสี่ยเอาอะไรยัดใส่มือไอ้เม แล้วทำไมมองเมกะลิ้ม กะเหลี่ยแบบนั้น” ไข่มุกจ้องตาไม่กะพริบ
มาการีนระแวงว่าเสี่ยจะชอบเมขลา พอเสี่ยแยกไป สองแม่ลูกก็จูงกันตามเสี่ยไป
ฝ่ายพญาพอเสี่ยไปแล้ว เขาบอกเมขลาว่าอย่าไปยุ่งกับเสี่ยส่ง เขาน่ากลัวกว่าที่เธอคิด เมขลาเหวี่ยงหาเรื่องทันทีว่าเสี่ยหวงลูกสาวหรือตัวเองไม่ชอบก็อย่าพานให้คนอื่นไม่ชอบไปด้วย
พญาบอกว่าคนอย่างเสี่ยส่งคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ เขาไม่จริงใจกับใคร เมขลาโต้ว่าแต่เขาดีกับตน พญาหงุดหงิดที่เมขลาเถียงได้ทุกคำ สั่งให้เอานามบัตรที่เสี่ยให้มา เมขลาถามว่าจะเอาไปทำไม พญาบอกจะฉีกทิ้ง
“เฮ้ย..เขาให้ฉัน ไม่ได้ให้คุณ มีสิทธิ์อะไรมาฉีกของคนอื่น” พญาสั่งให้เอามา “ไม่ให้ น้ำใจของเสี่ยส่ง ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเลย” เมขลากำนามบัตรไว้แน่นอย่างหวงแหน แล้วเดินหนีไปกวน
ooooooo
ไข่มุกลากมาการีนตามเสี่ยส่งไป มาการรีนถามว่าไม่ตามพญากับเมขลาแล้วหรือ
“ช่างหัวมันก่อน คงกลับไร่ไปกับพญาแล้ว เรื่องมันค่อยว่ากัน แต่เรื่องเสี่ยส่งเนี่ย ต้องหาทางรวบรัด... รอนี่นะ แม่ต้องไปบริหารเสน่ห์บ้าง”
ไข่มุกแยกไป ทำเป็นบังเอิญเจอเสี่ย ถามว่าเสี่ยมาหาหมอหรือ เป็นอะไร ทำไมมาคนเดียว เสี่ยตอบอย่างเย็นชาว่ามาทำธุระส่วนตัว
“ฉันก็มีเรื่องที่ต้องมาจัดการคนเดียว กำลังหาเพื่อนทานข้าวอยู่พอดี” ไข่มุกอ่อย แต่เสี่ยส่งไม่สนใจ ไข่มุกยังตามตื๊อ “เรื่องที่ป่าสายน้ำผึ้ง ฉันบอกราคาคุณพญาไปแล้วห้าสิบล้าน เขาให้มาหกสิบ เสี่ยจะว่ายังไงคะ”
“พูดจริง?” เสี่ยถามมองอย่างไม่เชื่อ เมื่อไข่มุกยืนยัน เสี่ยพูดอย่างไม่ยี่หระว่า “ถ้าเขาให้ขนาดนั้นรีบขายไปเหอะ”
ไข่มุกถามอย่างผิดหวังว่าเสี่ยไม่อยากได้แล้วหรือ เสี่ยตอบหน่ายๆว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายังอยากได้อยู่ไหม ทำเอาไข่มุกเหวอ ไม่คิดว่าเสี่ยจะปฏิเสธง่ายๆอย่างนี้
ขณะที่พญาเดินซื้อของกับเมขลาอยู่นั้น แจ๊คมาเจอเข้า มิ่งบอกให้รีบหลบอย่าให้ฝ่ายนั้นเห็นเดี๋ยวจะเสียแผน
เมื่อไข่มุกกลับมาบอกมาการีนว่าเสี่ยส่งไม่สนใจเรื่องป่าสายน้ำผึ้ง มาการีนกลัวว่าถ้าเสี่ยส่งไม่ซื้อเราก็อดสิ
“อย่าใจเสาะน่า มันแค่เล่นเกมกับแม่ สงสัยจะรวมหัวกันฮั้วกดราคา มันต้องมีใครซักคนแหละที่กลับมาง้อเรา”
แล้วไข่มุกก็เห็นแจ๊คเลยรีบหลบ บอกมาการีนว่าเมื่อกี๊เห็นแจ๊คแต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว มาการีนว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างแจ๊คจะมาเดินแถวนี้ ไข่มุกเลยคิดว่าตนผิดหวังเรื่องขายที่จนตาดฝาดไป
ooooooo
ขณะพญากับเมขลาจะกลับนั้น เจอกับแก๊งค้ามนุษย์ที่จับตัวเด็กผู้หญิงจะไปขาย เด็กร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งสองได้ยินมองหาจนเห็นรถที่ขนเด็กผู้หญิงมาเต็มคันรถ พญาขับรถตามพร้อมกับวิทยุบอกอรัญทันที
เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เมขลาที่งอแงง่องแง่งกับพญาก็กลายเป็นอารมณ์เดียวกัน ร่วมกันตามแก๊งค้ามนุษย์เพื่อช่วยเด็กเหล่านั้น
ที่แท้คือชิดกับหยอยสองวายร้ายนั่นเอง มันรู้ตัวว่าถูกตามก็ขับรถหนี แต่ไปเจอต้นไม้ใหญ่ขวางทาง
มันทั้งสองตัดสินใจดึงหมวกไหมพรมปิดหน้าลงมาเผชิญหน้ากับพญาและเมขลา พวกเด็กในรถก็พยายามหนีออกมา
ขณะต่อสู้กัน หยอยคว้าท่อนไม้จะฟาดเมขลา พญาเห็นเขาโดดเข้าขวางเลยโดนที่หัวไหล่
ขณะกำลังเผชิญหน้ากันนั้น อรัญนำกำลังมาพอดี ชิดกับหยอยเห็นท่าไม่ดีจึงหนีไป
พญาบอกให้อรัญตามมันไปไม่ต้องห่วงตน พวกเด็กๆพากันมาขอบคุณพญาและเมขลาที่ช่วยตน
เมขลาเหลือบเห็นเลือดไหลจากไหล่พญาก็ตกใจ พญาเห็นความห่วงใยตนของเมขลาก็ยิ้มออกมานิดหนึ่งอย่างดีใจที่อย่างน้อยเธอก็เป็นห่วงตน
ooooooo
พญากลับมาทำแผลที่บ้าน ไม่นานอรัญก็มาบอกว่าตำรวจออกสกัดคนร้ายแต่พวกมันหนีไปได้ อรัญถามเมขลาว่าจำหน้าพวกมันได้ไหม เธอบอกว่าพวกมันใส่หมวกปิดหน้าหมด
อรัญคาดว่าพวกมันอาจจะเป็นคนในพื้นที่ถึงได้รู้ทางหนีดี เมขลาก็มีข้อสังเกตว่า แปลกที่พวกมันหลบลูกเตะจระเข้ฟาดหางของตนได้ทั้งบนทั้งล่าง มันรู้ได้ยังไง หรือว่าเป็นพวกเดียวกับโจรกระชากกระเป๋า
เพ็ญบอกว่า แล้วค่อยจัดการต่อไปให้สองคนไปพักก่อน อรัญจึงลากลับบอกเมขลาว่าตนจะตามเรื่องไอ้พวกนี้เอง
การที่พญาช่วยเมขลาจนตัวเองบาดเจ็บนั้น ทำให้เมขลายิ่งรู้สึกผิด เมื่อไปเจอกับแจ๊คที่กระต๊อบกลางป่าที่แจ๊คบอกว่าเป็นเซฟเฮาส์ เธอบอกแจ๊คว่าตนขอลาออกเพราะไม่อยากทำลายไร่ภูพญาอีกแล้ว แจ๊คถามว่าไม่อยากรู้หรือว่าใครคิดฆ่าเธอ
“รู้หรือไม่รู้ก็ช่าง คนทำก็ต้องได้รับเวรได้รับกรรมเอง” เมขลาตอบอย่างไม่ยี่หระ ทำเอาแจ๊คไปไม่เป็นต้องกลับไปถามเสี่ย แอนนี่ปรามาสว่าผู้หญิงคนเดียวทำไมจัดการไม่ได้ ถามเสี่ยว่าแบบนี้แผนนักฆ่ายังจะใช้ได้อยู่หรือเปล่า
“แผนยังใช้ได้ แต่ถ้าพูดกันดีๆแล้วมีปัญหามากนัก ก็ต้องสั่งสอนกันบ้าง” เสี่ยจิกตาเหี้ยม
หลังจากนั้นเสี่ยวางแผนให้ชายฉกรรจ์ไปดักทำร้ายเมขลา มันประกาศว่าเธอทรยศองค์กร เธอต้องตาย แล้วเอาปืนจ่อ
ทันใดนั้นแจ๊คก็กระโดดออกมาช่วย พอมันเห็นแจ๊คก็พากันหนี เมขลาแปลกใจว่ามันมีปืนแต่ทำไมจึงหนี แจ๊คยืดอกคุยโวว่าเพราะตนเก่งมันจึงกลัว ถามว่าเห็นหรือยังว่าถ้าไม่ทำงานให้องค์กรแล้วจะเป็นอย่างไร
เมขลายืนกรานจะไม่ทำลายไร่ภูพญา แจ๊คขู่ว่าเลือกเอาแล้วกัน ว่าจะทำตามคำสั่งดีๆ หรือว่าจะโง่ยอมตายเพื่อผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอ เป่าหูส่งท้ายว่า “ไอ้พญามันแค่หลอกใช้เธอเท่านั้นแหละ”
ในที่สุดเมขลาตัดสินใจจะเผาโรงอบสมุนไพร คิดเข้าข้างตัวเองว่าไหนๆก็เคยถูกเผาครั้งหนึ่งแล้ว โดนอีกสักครั้งจะเป็นไรไป เธอแอบเอาน้ำมันไปราดรอบโรงอบสมุนไพร พอจะเผาดั๊น...จุดไฟแช็กไม่เป็น พลิกไปพลิกมากดมั่วๆ ไฟติดฟู่ ตกใจโยนไฟแช็กทิ้ง ไฟแช็กตกตรงที่ราดน้ำมันไว้ไฟเลยลุกพรึ่บ
เมขลาตกใจร้องขอความช่วยเหลือตะโกนว่า ไฟไหม้...ไฟไหม้!!
เพ็ญกับพญากำลังกินข้าว ปลากัดวิ่งพรวดเข้ามาบอกว่าไฟไหม้โรงอบสมุนไพร ครูปริมช่วยดับไฟ
ครูกำลังอยู่ในกองไฟ ปลากัดพูดไม่ทันจบพญาก็ลุกพรวดจากโต๊ะกินข้าววิ่งไปที่โรงอบสมุนไพรทันที
ไปถึงเห็นเมขลาหน้ามอมวิ่งวุ่นในกองไฟก็ตรงเข้ากระชากออกมา เธอตกใจนึกว่าเขาจับได้ว่าตนวางเพลิง รีบบอกว่าตนไม่ได้ทำ ที่แท้พญาเป็นห่วงเธอกลัวสำลักควันตาย เขาลากเธอให้ไปอยู่กับเพ็ญ สั่งให้อยู่ตรงนี้ไม่ต้องเข้าไปอีก
ไฟไหม้โรงอบสมุนไพรคราวนี้ทำให้พญาเครียดหนัก เพราะพรุ่งนี้จะต้องไปส่งของอยู่แล้ว เมขลารู้ว่าเขายังไม่ได้กินข้าวจึงเข้าครัวไปจัดมาให้ พญาบอกว่าไม่หิว
เธอคะยั้นคะยออย่างเป็นห่วง เขาจึงรับวางไว้บนโต๊ะทำงาน
เมขลาเห็นเขายังเครียดถามว่าคิดอะไรหรือ
พญาถอนใจบอกว่ากำลังคิดว่าคราวนี้เสียหายหนักไม่ต่ำกว่าห้าล้าน สงสัยว่าไฟไหม้ได้อย่างไร เมขลาพยายามโบ้ยว่าเป็นอุบัติเหตุ พญาคิดว่าไม่ใช่เพราะภายในไม่มีสาเหตุ ภายนอกอากาศก็ไม่ได้แห้ง รำพึงอย่างกลัดกลุ้มว่า
“คราวก่อนยังโชคดีที่ไหม้แค่โรงเก็บ ของข้างในไม่เสียหาย แต่คราวนี้เสียหายหมด ผิดแผนไปหมดคงต้องดึงเงินเก็บที่จะใช้ซื้อป่าสายน้ำผึ้งมาใช้ก่อน”
เมขลาฟังแล้วเสียใจ พึมพำขอโทษตนผิดเอง พญาได้ยินแว่วๆพูดขึงขังว่า
“ใช่...เธอผิด ผิดที่เข้าไปดับไฟแบบนั้น คราวหลังอย่าทำอีก รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน ฉันเป็นห่วง”
เมขลาฟังแล้วโล่งใจที่รอดตัว แต่ก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ตนทำเรื่องเลวร้ายกับผู้ที่ห่วงใยตนถึงเพียงนี้ แอบไปคิดเศร้าอยู่นอกชาน เพ็ญมาเห็นถามว่าเป็นอะไร เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พูดไม่เต็มปากว่าเสียใจที่ช่วยดับไฟไม่ได้
เพ็ญปลอบโยนว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว ตนและพญาขอบใจเธอมาก แต่เมื่อไฟไหม้ไปแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก เมขลายิ่งร้องไห้ เพ็ญปลอบว่า
“เธอเป็นคนจิตใจดีนะ ต่อไปถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกได้ คิดเสียว่าฉันเป็นแม่เธออีกคนนะ”
เพ็ญและพญายิ่งดีกับเธอมากเท่าไร เมขลาก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น แต่ไม่กล้าพอที่จะสารภาพผิดได้แต่คิดและเศร้า
ooooooo
แม้แจ๊คจะชมว่าคราวนี้เธอทำได้ดีมาก แต่เมขลามิได้รู้สึกยินดี เธอถามว่าพญาเป็นคนดีทำไมต้องเล่นงานเขาด้วย
แจ๊ควางเขื่องบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้ เมขลาบอกว่าทำร้ายพญาอย่างไม่มีเหตุผล ตนจะไม่ทำตามคำสั่งอีกแล้ว
“ถ้าไม่ทำก็ต้องตาย เธอก็ได้บทเรียนแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าขัดคำสั่งองค์กรแล้วจะเป็นยังไง คราวนี้ไม่ใช่แค่ขู่ แต่เอาจริงถึงชีวิต” เมขลาถามว่าตนทำความเสียหายให้พญามากแล้ว พอใจหรือยัง “ยัง...ยังมีมากกว่านี้อีกนี่แค่เริ่มต้นหรอก”
แจ๊คแผดหัวเราะอย่างผู้ยิ่งใหญ่ เมขลามองแล้วนึกเป็นห่วงพญา
เมื่อตรวจสถานที่เกิดเหตุ อรัญบอกพญาว่าไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ ตำรวจพบรอยน้ำมันหลายจุด แต่คนวางเพลิงไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ รอยน้ำมันถึงได้กระจายเต็มไปหมด อรัญถามพญาว่าเขาคิดว่าเป็นฝีมือใคร พญาคิดไม่ออกว่าจะมีใครเกลียดตนจนต้องทำกันถึงขนาดนี้
แล้วปมก็เริ่มคลี่คลายเมื่ออรัญพบถุงมืออยู่ในกองเพลิง เขาคีบขึ้นมาให้พญาดู พอดีเมขลาเดินมาเห็น สองคนวิเคราะห์กันว่าถุงมือแบบนี้ไม่ใช่ของคนงาน และไม่น่าเป็นของผู้ชายเพราะเล็กเหมือนมือผู้หญิง
เพ็ญถามพวกคนรับใช้ว่าตอนไฟไหม้มีใครอยู่แถวนั้นบ้าง ป้าแหวงถามว่าครูปริมเห็นเป็นคนแรกไม่ใช่หรือ เมขลารีบบอกว่าตนขี่รถผ่านมาพอดีเท่านั้นและตนก็ไม่เห็นใครด้วย
ooooooo
ไข่มุกกับมาการีนมาแสดงความเสียใจกับพญาที่ไฟไหม้โรงอบสมุนไพร ไข่มุกทำเป็นเห็นใจบอกว่าจะลดราคาป่าสายน้ำผึ้งให้ จากห้าสิบเป็นสี่สิบเก้าล้าน เห็นพญาเงียบก็ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือสามสิบล้าน พญาจึงบอกว่า
“ตอนนี้ผมยังซื้อไม่ได้หรอกครับ ต้องเอาเงินไปสร้างโรงอบสมุนไพรก่อน” ไข่มุกขู่ว่าถ้าไม่ซื้อในเร็วๆนี้ตนก็จะชายให้เสี่ยส่ง “ถ้าเสี่ยส่งเขาซื้อได้ ก็ไม่เป็นไรครับ”
มาการีนใจเสียกลัวจะขายที่ไม่ได้ ไข่มุกกระซิบว่าให้ถอยไปตั้งหลักก่อน
เมื่อสองแม่ลูกกลับไปแล้ว เมขลาถามพญาว่าไหนเขาว่าอยากรักษาป่าสายน้ำผึ้งไว้ทำไมถึงยอมเส่ียส่ง
“ถ้าเสี่ยส่งจะเอาจริง คุณไข่มุกคงขายไปแล้ว ราคาสูงขนาดนั้น ถึงเสี่ยส่งซื้อไปตัดไม้ขายยังไงก็ได้เงินไม่คุ้มทุน เขาคงไม่เอาเหมือนกัน” พญาวิเคราะห์อย่างรู้ทัน
“ดีแล้วลูก คิดให้รอบคอบ อย่าไปเสียเหลี่ยมให้คนพวกนี้เชียว ยิ่งอยู่ยิ่งเห็นธาตุแท้เจ้าเล่ห์” เพ็ญเอ่ย
พญาคิดเครียด เมขลาเห็นเขาเครียดก็ยิ่งรู้สึกผิด
ฝ่ายสองแม่ลูกกลับไปแล้ว ไข่มุกบอกมาการีนว่าตอนนี้เขาอาจจะเกี่ยงกันไม่ยอมซื้อ แต่ถ้าลดเหลือยี่สิบสี่ล้าน ยังไงเสี่ยส่งกับพญาก็ต้องกลับมาแย่งกันขอซื้อแน่ บ่นอย่างเจ็บใจว่ากะฟาดกำไรสักหน่อยแต่ไม่มีใครหลงกลเลย
ooooooo
อรัญที่แอบชอบเมขลาอยู่ เห็นเธอเศร้าจึงชวนไปนั่งรถเล่นกัน จู่ๆพญาก็แทรกเข้ามาขอไปด้วย อ้างว่าอยากไปเที่ยว อรัญขับรถพาเข้าชมป่าสวยร่มรื่น เมขลากระวนกระวาย เพราะจำได้ว่านี่คือป่าที่มีกระท่อมลับ
เมื่อจอดรถ อรัญกับพญาเดินไปทางที่มีกระท่อมลับ เมขลาร้องชวนให้ไปอีกทางบอกว่าทางนั้นไม่มีอะไรหรอก
แต่อรัญสังเกตเห็นรอยรถมอเตอร์ไซค์และรอยรองเท้าจึงเดินตามรอยไป พญาเดินตามไปด้วย เมขลาฉุดพญาถามว่าทำไมไปทางนั้น ถูกเขาดุให้ตามมาเงียบๆ
เมื่อเจอกระท่อม อรัญกับพญาวิเคราะห์ว่าไม่มีร่องรอยคนพัก แต่มีรอยหลายคนคาดว่าคงเป็นแก๊งหรือเป็นที่ซุ่มของพวกค้ามนุษย์หรือพวกค้ายา อรัญบอกว่าต่อไปคงต้องส่งเจ้าหน้าที่มาคุมแถวนี้
พอแจ๊ครู้ว่าเซฟเฮาส์ถูกคนพบแล้ว ก็ขอถอนตัวกับมิ่ง ถูกมิ่งขู่ว่าหนี้ที่ติดไว้ยังไม่เคลียร์ แจ๊คบอกว่าตนกลับไปเล่นหนังที่กรุงเทพฯก็มีเงินใช้หนี้แล้ว แต่จะให้แกล้งหลอกเมขลาให้ทำลายไร่ภูพญา ตนไม่เอาแล้วไม่อยากติดคุกหัวโตขอลาออก
“ไม่ได้” เสี่ยส่งขัดขึ้น “เมขลาเชื่อแกไปแล้ว ยังไงก็ต้องทำตามแผนต่อไป...ถ้าไม่ทำตาย! ถ้าไม่อยากโดนยิงไส้แตกก็ให้ทำตามคำสั่ง”
แจ๊คหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก พูดไม่ออกอีกเลย
ooooooo
จากการสังเกต เพ็ญดูออกว่าพญาชอบเมขลา จึงเปิดโอกาสให้เขาพาเธอไปพักผ่อนกันสองคนให้สบายใจ
“ครูปริมเป็นคนดี พาเขาไปเที่ยวบ้าง ตอบแทนที่เขาตั้งใจช่วยเหลือเราหลายๆเรื่อง ส่วนเรื่องทางนี้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวแม่จัดการเอง”
พญาจึงพาเมขลาไปเที่ยวทะเล พอเห็นทะเล จิตใต้สำนึกก็บอกเธอว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมาที่นี่แต่จำไม่ได้ว่ามากับใคร พญากังวล รีบตัดบทว่า เมื่อก่อนมากับใครไม่รู้ แต่ตอนนี้มากับตน จำแค่นี้พอ
แต่พอลงเล่นน้ำ ความจำก็กลับมาอีก เธอเห็นตัวเองแต่งชุดว่ายน้ำเซ็กซี่โพสท่าอย่างมืออาชีพให้ตากล้องถ่ายแบบ ขณะถ่ายตากล้องเรียกเธอว่าลาล่า นึกถึงตอนนี้เมขลาก็จำได้บอกพญาว่าตนเคยมาที่นี่มีคนเยอะแยะไปหมด
พญาถามว่าเธอจำอะไรได้บ้าง เธอถามเขาว่า “ถ้า วันนึง ฉันไม่ใช่ครูปริม แต่เป็นใครสักคนที่ไม่ดี คุณจะว่าไง” พญาถามว่าทำไมพูดอย่างนี้ “เพราะฉันอาจจะเป็นคนที่คุณนึกไม่ถึงก็ได้” เป็นคำตอบที่พญาอึ้ง กลัวบางอย่างอยู่ลึกๆ
ไข่มุกร้อนใจไม่รู้พญากับเมขลาไปไหน อยากตามแต่ไม่มีเงิน ถามเพ็ญก็ถูกตอกหน้าว่าถ้าว่างมากก็หาอะไรที่มีสาระทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเรื่องคนอื่น สองแม่ลูกเลยหน้าม้านกลับไป
แต่คนมีเงินและมีอำนาจอย่างแอนนี่ทำได้ เธอมากับมิ่ง มิ่งที่แอบชอบแอนนี่อยู่ยุว่าพญานี่ไม่ใช่เล่นแอบพาดารามาเชือด แอนนี่สั่งให้กำจัดเมขลาเสีย มิ่งอ้างว่าเสี่ยยังไม่ได้สั่ง ต้องรายงานเสี่ยก่อน
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันคุยกับเตี่ยเอง เก็บมันซะ ไหนเคยบอกว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อฉันไง แสดงให้ดูซิ” แอนนี่บีบคั้น
พญากับเมขลาเที่ยวกันอย่างมีความสุข พญาเอาอก เอาใจเธอเต็มที่ พาเที่ยวพาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ แต่พอโชว์ตัวมากๆ แม่ค้าเริ่มจำได้ พญาต้องรีบพาเธอหลบออกมา
ตกเย็นพญาพาไปกินอาหารทะเล เมขลาแกะปูให้เขากิน บอกว่าเขาน่าจะเป็นคนแรกที่ตนแกะปูให้กิน พญาถามว่าจำได้ด้วยหรือ
“ไม่รู้สิ แต่ฉันว่า...คนอย่างฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนี้หรอก” พญามองหน้าถามว่าแล้วทำไมถึงแกะให้ตน “ก็...คุณทำอะไรดีๆให้ตั้งหลายอย่าง ฉันก็อยากทำอะไรให้คุณบ้าง”
เมขลาแกะปูให้พญากิน คุยกันกะหนุงกะหนิง
มิ่งที่นั่งหลบอยู่อีกโต๊ะหนึ่งมองอย่างประสงค์ร้าย
ooooooo
กินอาหารแล้ว พญาพาเมขลาเดินทอดน่องกันสบายๆ ถูกเด็กแว้นขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านอย่างเร็วจนเมขลาตกใจสะดุดเกือบล้ม พญากอดไว้ ความกลัวมอเตอร์ไซค์หายวับไป กลายเป็นหวั่นไหวกับสัมผัสในอ้อมแขนของชายหนุ่ม
ทั้งสองจูงมือกันออกไปเดินเล่น พญาถามว่ามาเที่ยวแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง เมขลาบอกว่าสนุกดี มีความสุขแบบนี้ทุกวันได้ก็ดี แต่ในส่วนลึกของทั้งสอง ต่างคิดว่าถ้าอีกฝ่ายรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนคงจะเกลียดกันมากกว่า
ระหว่างนั้นมิ่งสวมหมวกไหมพรมปิดหน้าพุ่งมอเตอร์ไซค์จากข้างทางจะเข้าชนเมขลา พญาผลักเธอออกไป มิ่งจึงโดดจากรถเข้าต่อสู้กับพญา มันหยิบขวดเหล้าข้างทางตีแตกเป็นปากฉลามพุ่งเข้าแทงท้องพญา ถูกเมขลาเตะสูงใส่มันเลยแค่เฉี่ยวไป ขณะมันจะตามซ้ำ ก็พอดีรถสายตรวจมาเจอมิ่งจึงขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป
“ตามไปจับเลยค่ะ ไอ้โม่งขี่มอเตอร์ไซค์ที่มันเล่นเราหนีไปทางนั้น” เมขลาชี้บอก ตำรวจพยักหน้ารีบขับรถตามไป
เมขลาเข้าประคองพญาจะพาส่งโรงพยาบาล เขาบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแค่เสื้อขาดเท่านั้น เมขลาค้อนเขินที่ตนแสดงความเป็นห่วงเขามาก แต่พญายิ้มปลื้มที่เห็นเธอเป็นห่วง
แอนนี่โมโหมิ่งที่สั่งให้จัดการเมขลาแต่เขากลับเล่นงานพญา มิ่งจึงสารภาพว่าเพราะตนรักเธอ แอนนี่ไม่พอใจมากด่าว่าไม่เจียมกะลาหัว ขืนคิดลามปามตนอีกจะบอกให้เตี่ยฆ่าเสีย แล้วออกจากห้องไปอย่างฉุนเฉียว มิ่งมองตามอย่างหมายมาด
ooooooo
เมื่อกลับถึงบังกะโล เมขลาเอาหมอนและผ้าห่มออกมาให้ ถามว่าแน่ใจหรือว่าจะนอนข้างนอก เพราะดูเขาเหนื่อย อยากให้นอนเตียงสบายๆ
พญาขอบใจที่เป็นห่วง แต่ตนนอนข้างนอกปลอดภัยกว่าเพราะเธอชอบละเมอเดี๋ยวตนโดนเตะคอหัก เมขลานึกเขินที่เขาเคยเห็นตนเวลาหลับและละเมอ ต่างมองกันอย่างเผยความในใจ เมขลาเปรยว่าคนอย่างเขาไม่น่ามีศัตรูจ้องทำร้าย ฉุกคิดว่าหรือบอสจะส่งคนมาลอบฆ่าเรา พญาได้ยินถามว่าอะไรนะ เธอกลบเกลื่อนทำเป็นง่วงเดินหนีเข้าในห้อง พญามองตามงงๆ
แล้วคืนนี้เมขลาก็ฝันว่าตนถูกลูกน้องแจ๊ครุมทำร้าย เธอร้องสุดเสียง “ไม่นะ...ม่ายยยย...”
พญารู้ว่าเธอละเมอ ปลุกจนตื่นกอดไว้อย่างปลอบขวัญ เมขลายังตกอยู่ในความกลัว อ้อนวอนเขาอย่าทิ้งตนไป
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทิ้งเธอไปไหนแน่” พญากอดและจูบหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล ต่างมองกันเผยความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง
คืนนี้ทั้งสองเหมือนอยู่ในความฝันที่แสนสุข...
รุ่งขึ้นต่างตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินต่อกัน พญาขอโทษ บอกเธอว่าตนจะรับผิดชอบต่อการกระทำก่อนเวลาอันควรของตน กลับไปถึงไร่ตนจะพูดกับแม่ เราจะแต่งงานกัน
เมขลาพูดถึงฐานะที่แตกต่างกันว่าครูบ้านนอกจนๆอย่างตนคงไม่คู่ควรกับเจ้าของไร่ภูพญา พญาบอกว่าเรื่องฐานะไม่สำคัญ แต่ถ้าเธอจำเรื่องของตัวเองได้ อาจจะไม่อยากแต่งกับตนก็ได้
ต่างฝ่ายก็คิดว่าถ้าอีกฝ่ายรู้เรื่องของตนก็อาจไม่อยากแต่งงานกัน
“เอาเถอะค่ะ สักวันคุณจะเข้าใจว่า...ระหว่างเรา คงเป็นไปไม่ได้” เมขลาย้ำอย่างทำใจแล้ว
ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่นาทีนี้ทั้งสองต่างมีความสุขอยู่ด้วยกัน พญาบอกว่า
“ไม่ว่าจะเป็นยังไง เราใช้เวลาช่วงนี้ให้ดีที่สุดดีไหม เลิกคิดอะไรที่ทำให้ทุกข์ใจ เพราะต่อไปเราคงต้องเจอปัญหาอีกมาก”
ทั้งสองใช้ทุกนาทีวันนี้กันอย่างมีความสุข เล่นน้ำเดินชายหาดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก จนพวกนักท่องเที่ยวต่างมองอย่างชื่นชม แต่พอบางคนทักว่าคนนั้นเหมือนเมขลามากจะพากันมาดู พญาจึงต้องพาเธอไปที่อื่น กลัวความลับแตก
ooooooo










