ตอนที่ 5
เพื่อให้เมขลาเข้าใจความเป็นจริงของการทำงาน พญาพาเธอไปที่ไร่องุ่นเพื่อจะได้คุยกับลูกค้าได้ถูก พญาถ่ายรูปพวงองุ่นอย่างตั้งใจ เมขลามองอย่างขัดหูขัดตา ดึงกล้องไปถ่ายเองอย่างชำนาญ คุยว่าเรื่องถ่ายรูปขอให้บอกตน
เมขลาถ่ายรูปทั้งองุ่นและตัวเธอบอกให้ส่งไปทั้งสองรูป รับรองลูกค้าสั่งสินค้ารับออเดอร์ไม่ทันแน่ พญาเห็นการโพสท่าและจัดองุ่นถ่ายรูปอย่างชำนาญและสวยงามของเธอ ก็มองทึ่ง มองเพลินจนเธอถ่ายรูปเสร็จ
ถ่ายรูปแล้ว เมขลาเดินลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าลุกไม่ขึ้น พญาจึงเข้าไปช่วย ตัวเองก้าวพลาดลื่นถลาหน้าไปจุ๊บแก้มเมขลาเข้าเต็มๆ ต่างตกใจมองกันอึ้ง หายตะลึงแล้วต่างก็เขิน
เมื่อเมขลามาช่วยงานแปล กุ้งโยนงานให้เมขลาทำแล้วตัวเองไปนั่งจิบกาแฟสบายใจเฉิบ เมขลาหงุดหงิดกระหน่ำนิ้วลงบนแป้นอย่างแรง จนพญาเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวแป้นคอมพ์พังหมด แล้วชวนออกข้างนอกกัน
พญาขี่มอเตอร์ไซค์ให้เมขลาซ้อนพาผ่านไปทางแปลงกุหลาบ ที่นั่นไข่มุกกับมาการีนกำลังถ่ายรูปกับแปลงกุหลาบอยู่ พญาขี่มอเตอร์ไซค์ไปอย่างเร็วผ่านหลุมมีน้ำขัง น้ำกระเด็นใส่สองแม่ลูกจนร้องกรี๊ดมาการีนมองตามบอกว่า
“นั่น นังเม ซ้อนไปกับคุณพญา จะไปไหนกัน เดี๋ยวก่อน รอด้วย” แล้วมาการีนและไข่มุกก็พากันวิ่งตามไป
ที่กุหลาบอีกแปลง เพ็ญเดินมามีเทิดถือของเดินตาม เพ็ญมองไปเห็นหลังไวๆ ถามเทิดว่า
“นั่น...พญาหรือเปล่า แล้วใครซ้อนท้ายไปด้วย”
“น่าจะเป็นครูปริมนะครับ” เทิดเขม้นมอง
ooooooo
พญาพาเมขลาขึ้นเนินดินทำให้เห็นวิวบริเวณรอบๆ เมขลายิ้มอย่างมีความสุขกับธรรมชาติที่สวยงาม พอมาถึงหน้าผาเตี้ยๆ พญาหยุดรถ ถามว่าชอบที่นี่ไหม เธอบอกว่าชอบ สวยมากเลย
“มันน่าเสียดายแค่ไหน ถ้าที่นี่จะถูกทำลาย ฉันถึงต้องทำร้ายคนคนหนึ่ง เพื่อรักษาป่าผืนนี้ไว้” เมขลาบอกว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อคนอีกเยอะแยะ สักวันคนนั้นก็คงเข้าใจ “หวังว่าถึงตอนนั้นแล้ว เธอจะยังพูดเหมือนตอนนี้...เธออยากดูลำธารไหม เดี๋ยวพาไปดู”
พญาพาไปถึงลำธารที่น้ำใสสะอาด เมขลาชอบมากบอกว่าทีแรกคิดว่าป่าแถวนี้น่ากลัวมาก แต่พอเริ่มปรับตัวได้อยู่นานๆไปก็สนุกดี พญาถามว่าถ้าต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปคิดว่าอยู่ได้ไหม และถ้าวันหนึ่งเธอมีที่ไป เธอจะทิ้งที่นี่ไปไหม เมขลาบอกว่าครูจนๆอย่างตนจะไปที่ไหนได้ ตัดบทอย่างทำใจแล้วว่า ทำงานที่นี่ให้ครบสัญญาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
เมขลาถามว่าถ้าตนขออะไรบ้างเขาจะทำให้ได้ไหม พญาถามว่าจะให้ทำอะไร พอเมขลาบอกว่าลงไปเล่นน้ำ เขาตอบทันทีว่ายกเว้นเรื่องนี้ เมขลารู้ว่าเขามีภาพฝังใจที่เลวร้ายในอดีต ชวนให้ลงมาเถอะ น้ำตื้นนิดเดียวเอง เย็นสบายดีออก หว่านล้อมว่า
“ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่คุณต้องก้าวผ่านความกลัวไปให้ได้สิ ไม่งั้นก็ต้องกลัวน้ำไปตลอดชีวิต...ฉันจะช่วยคุณเอง ลงมาเถอะ”
พญายื่นมือไปให้ พลันความหลังก็แว่บขึ้นมา ภาพพ่อถูกท่อนซุงกระแทกหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาตอนน้ำท่วมผุดขึ้นมา ก็พอดีเมขลาจะดึงเขาลงน้ำ พญาดึงมือออกตะโกนสุดเสียง “ไม่...” แล้วเดินหนีไปด้วยความรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่กล้า
เมขลามองตามอย่างรู้สึกผิด
ooooooo
พญาขี่มอเตอร์ไซค์กลับทันที เขาเครียดมาตลอดทางจนเมขลาที่ซ้อนท้ายไม่กล้าพูดอะไร พอถึงบ้านเขาส่งเธอแล้วออกรถไปเลย เมขลามองตามรู้ว่าโดนโกรธอีกแล้ว
เรื่องราวในวันที่น้ำท่วมใหญ่พ่อถูกซุงลอยมากระแทกหลุดจมน้ำหายไป กลับทำร้ายความรู้สึกเขาอย่างรุนแรง พญาโทษตัวเองว่าทำไมวันนั้นตนช่วยพ่อไม่ได้ เขาชกต้นไม้ระบายอารมณ์ จนเพ็ญบอกว่าอย่าโทษตัวเองแบบนี้ บอกว่าถ้าพ่อมองดูเราอยู่ พ่อจะเสียใจขนาดไหน พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนดีมีความสุข อย่าจมอยู่กับอดีตปล่อยให้มันผ่านไป...เห็นลูกเป็นทุกข์มากเท่าไหร่ แม่ยิ่งทุกข์มากกว่า
“ผมขอโทษครับแม่” พญาหันมาไหว้แม่ด้วยความรู้สึกผิด
เมขลารู้สึกผิดกับเรื่องวันนี้ เธอเดินไปหาเขา พูดอย่างสำนึกว่า
“ขอโทษ...ฉันง้อนะ ต่อไปจะไม่ทำอีก สัญญา...ถ้าคุณพูดว่าไม่ ก็คือไม่ ฉันจะไม่ดื้อ ไม่เถียง ไม่ลากคุณลงน้ำแบบนั้นอีกแล้ว” พญายังคงเงียบสีหน้าเย็นชา เมขลาบ่น “ขอโทษก็แล้ว ยังไม่หายงอนอีกเหรอ จะให้ทำยังไงเนี่ยถึงจะหาย”
พญายังคงเงียบและเดินเข้าห้อง เมขลายังตามไปพูดที่หน้าห้องว่า
“คุณ...อย่าถือสาฉันเลยนะ คราวนี้ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ ต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธ บอกมาเลย ฉันยอมทำทุกอย่าง...” พูดแล้วชะงักลดเสียงเบาลงว่า “เท่าที่ทำได้นะ ...อย่าเงียบเฉยแบบนี้เลยนะคุณ ออกมาคุยกันก่อน”
พญานั่งหลับตานิ่งอย่างขมขื่นกับตัวเอง...
ด้วยความรู้สึกผิดและเพื่อตอบแทนที่พญาปกป้องตนเรื่องปลากัดตกต้นไม้แขนหัก เมขลาพยายามง้อทุกวิถีทาง จนบัวผาดกับกุ้งสงสัยว่าสองคนนี้มีอะไรกัน
ดอกปีบบอกว่าครูทำดีกับนายมาตั้งนานแล้ว กุ้งฟันธงว่าอ่อยกันชัดๆ ป้าแหวงติงว่าของแบบนี้ถ้านายไม่เล่นด้วยครูจะทำอะไรได้ บัวผาดมีข้อสังเกตว่าปกติถ้านายไม่ชอบก็จะไม่ให้อยู่ใกล้ แต่นี่ไม่ว่าอะไรเลย แค่ไม่พูดเท่านั้น
“หรือว่านายจะไม่ได้เกลียดยัยครูแสบอย่างที่ เราคิด” ป้าแหวงถาม ทุกคนมองหน้ากันไปมาอย่างสงสัยเหมือนกัน
เมื่อง้อด้วยการทำดีแล้วพญายังเมิน คืนนี้เมขลาจึงเอาดอกไม้สดไปให้ที่ห้องนอนบอกว่าได้กลิ่นดอกไม้หอมๆจะได้อารมณ์ดีขึ้น แล้วถามอ้อน “ขอโทษนะคะ โกรธมากเลยเหรอ”
“ไม่ได้โกรธเธอ โกรธตัวเองต่างหาก” พญาตอบห้วนๆแล้วเบือนหน้าหนีอย่างหงุดหงิดตัวเอง
“ไม่เข้าใจว่าคุณโกรธตัวเองเรื่องอะไร” เมขลาถามงงๆ
พญาเล่าถึงนาทีชีวิตในวันน้ำท่วมใหญ่คราวนั้น ที่พ่อช่วยตนให้ขึ้นฝั่งได้แต่พ่อกลับถูกท่อนซุงกระแทกจนถูกน้ำซัดหายไปต่อหน้าต่อตา พญาพูดอย่างเจ็บปวดว่า
“พ่อช่วยฉันไว้ แต่พ่อกลับต้องตายแทนฉัน...ฉันไม่กล้าลงน้ำไปช่วยพ่อ เป็นความขี้ขลาดของฉันเอง...พ่อถึงต้องตาย” พญาเบือนหน้าน้ำตาไหล เมขลาเศร้าไปด้วย เธอจับไหล่เขาปลอบใจว่า
“ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” พญาถามว่าทำไมจะไม่ใช่ เมขลาพูดอย่างใจเย็นว่า “คุณช่วยไม่ได้หรอก ถ้าคุณทำ วันนั้นก็จะมีคนตายเพิ่มอีกคน อย่าโยนความผิดให้ตัวเองเลยค่ะ ถ้าโทษก็ต้องโทษพวกตัดป่า ที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมด” เมขลากุมมือเขาไว้ พูดเสียงอ่อนอย่างให้กำลังใจว่า “คุณทำดีที่สุดแล้ว”
เมขลาเช็ดน้ำตาให้พญาเบาๆ เขามองเธออย่างซึ้งใจ แล้วจับมือเธอมาแตะที่หัวใจตัวเองอย่างรู้สึกขอบคุณ
“ฉันรู้ว่า คุณลืมเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ให้อภัยตัวเองสักทีเถอะค่ะ ขอร้อง”
เพ็ญที่แอบฟังอยู่ มองเมขลาแล้วยิ้มอย่างพอใจ
ooooooo
นักสืบที่แอนนี่จ้างไปสืบประวัติของครูปริมมารายงานแอนนี่พร้อมรูปถ่าย แอนนี่รับไปดูหน้าไม่เหมือนเมขลาก็ตกใจถามว่า แน่ใจหรือว่าเป็นคนเดียวกัน ทำไมหน้าไม่เหมือนกันเลย
“ประวัตินี้เป็นของจริงครับ เธอชื่อ ปริมา บุญขาม เป็นครูคนเดียวที่เดินทางมาที่ไร่ภูพญา” นักสืบยืนยัน
“งั้น...คนที่อยู่กับพญาตอนนี้ ก็ไม่ใช่ครูปริมน่ะสิ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงต้องสวมรอยมาเป็นครูปริม ต้องการอะไรแน่?”
“ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดต่อกับใครเลยครับ วันๆอยู่แต่ในไร่ ไม่มีข้อมูลให้สืบได้เลย”
แอนนี่บอกว่ารับเงินไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ นักสืบรับปากว่าจะพยายาม แอนนี่ขึงตาใส่เสียงแข็งว่า
“ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องทำให้ได้ ไม่มีเบาะแสให้สืบได้แบบนี้ แสดงว่าแม่นี่...มืออาชีพแล้ว”
ooooooo
วันนี้ไข่มุกกับมาการีนเห็นเมขลาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พญาผ่านหน้าไป ไข่มุกเหล่ไปทางเพ็ญที่อยู่แถวนั้น ยุว่าทำแบบนี้ดูไม่ดีเลย คนจะเอาไปเม้าท์กันเสียๆหายๆ เพ็ญตอบอย่างไม่ยี่หระว่า
“เขาจะไปไหน ทำอะไรก็เรื่องของเขา ถ้ามันหนักอะไรใครก็ช่วยไม่ได้” ไข่มุกไม่ยอมเงียบ ประชดว่าดูท่าอยากได้ครูปริมเป็นสะใภ้ “เรื่องแบบนี้ ก็แล้วแต่เขาจะเลือก แต่ครูเขาก็เป็นคดี ถึงจะพูดตรงไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่พวกปากหวานก้นเปรี้ยวเหมือนอย่างใครสองคน” เพ็ญเหน็บสองแม่ลูกแล้วเดินไปอย่างไม่สนใจ
มาการีนพูดอย่างเจ็บใจว่า “เมขึ้นหิ้งบ้านนี้ไปแล้ว มีแต่คนเข้าข้างมัน”
“ถ้าจะเอาไว้ไม่ได้แล้ว แบบนี้ต้องกำจัด” ไข่มุกจิกตาร้าย
ooooooo
เมขลาไปช่วยพญาที่แปลงเตรียมดิน ทองหลางชมว่าขยันจัง สอนเด็กทำเอกสารในออฟฟิศแล้วยังมาช่วยงานในไร่อีก เมขลาบอกว่าพญาดีกับตนมาก มีอะไรช่วยเขาได้ก็อยากทำ
เมขลามองที่มือทองหลาง ถามว่ากระติกกาแฟกับขนมของนายล่ะ ทองหลางนึกได้ว่าลืมไว้ที่เรือนใหญ่ จะกลับไปเอา แต่พอดีพญาเรียกทองหลางไป เมขลาจึงกลับไปเอาเอง ทองหลางไปหาพญา เขาเห็นเมขลาขี่มอเตอร์ไซค์ไป ถามว่าครูปริมไปไหน
“อ๋อ...เขากลับไปเอากาแฟกับขนมมาให้นายน่ะครับ”
ขณะเมขลาขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปนั้น เจอชิดกับหยอย มันทั้งสองวางแผนอุบาทว์ทันที พอเห็นว่าเป็นเมขลามันจำได้ บอกว่าได้คิดบัญชีกันคราวนี้เลย คราวที่แล้วเล่นตนเสียจุก
เมขลากระโดดเข้าเตะหยอยทันทีแล้วหันไปเตะเข้าหน้าชิดเต็มๆ ประกาศว่าวันนี้จะจับส่งตำรวจให้หมด มันทั้งสองลุกขึ้นรุมเมขลา โชคดีที่เทิดขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาตะโกนถามว่าทำอะไรกัน ชิดกับหยอยเห็นท่าไม่ดีเลยเผ่น
“ไม่ยอมให้หนีหรอก” เมขลากระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์จะตาม บอกเทิดว่าให้ช่วยตามจับสองคนนั้นด้วย
หยอยเห็นเมขลาขี่รถตามก็ถอดรองเท้าแตะขวางใส่ เมขลายกมือปัด ไม่ได้ดูทาง รถสะดุดหินก้อนใหญ่
รถเสียหลักล้ม เมขลาตกลงมาหัวกระแทกพื้นหินสลบ เทิดรีบกลับมาดูทำให้ชิดกับหยอยหนีลอยนวลไป
“ครูปริม...” เทิดกลับมาร้องเรียกเมขลาที่หมดสติไปแล้วอย่างตกใจ
ooooooo
ระหว่างที่เมขลาสลบนั้น จิตใต้สำนึกพบตัวเองต่อสู้กับกลุ่มชายฉกรรจ์อย่างดุเดือด เมขลาทำท่าจะแย่ ได้ยินเสียงแจ๊คตะคอกจากห้องมืดบอกเธอว่า “จำไว้ เธอคือนักฆ่าสาว”
เมขลาฮึดขึ้นมาต่อสู้กับกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปจนถึงข้างในสุด เธอตีลังกาเข้าไปล็อกคอหัวหน้าแก๊งจากข้างหลังเตรียมจะบิดคอ เสียงหัวหน้าแก๊งร้องห้าม แต่เสียงแจ๊คก้องในหัวเธอว่า “เธอคือนักฆ่าสาว” เมขลาหน้าเหี้ยมจะบิดคอหัวหน้าแก๊ง
“ครูปริมตื่นเถอะ” เสียงพญาเรียกอย่างเป็นห่วง พอเธอลืมตาขึ้นเขาถาม “เธอ...เป็นไงบ้าง”
เมขลามองหน้าเขาถามงงๆว่าที่นี่โรงพยาบาลหรือ พญาถามว่าจำตนได้ไหม
“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะคะ คุณพญา” เมขลาตอบ
ชัดถ้อยชัดคำ พอดีหมอกวินเข้ามาถามอาการว่าปวดหัวไหม อยากอาเจียนไหม สายตามองเห็นปกติไหม เมขลาบอกว่าปวดหัวไม่อยากอาเจียน ส่วนสายตา เธอนิ่งคิดบอกหมอว่า
“เมื่อกี๊ฉันเห็น...เห็นตัวเองสู้กับใครไม่รู้ซ้ำไป
ซ้ำมาอยู่ในหัว มันชัดมากเลยค่ะ มีผู้ชายคนนึงเรียกฉันว่า เป็นนักฆ่าสาว...” หมอถามว่าเห็นนานแค่ไหนแล้ว “ฉันเห็นภาพแบบนี้มาหลายครั้งแล้วค่ะ”
พญานิ่งไปกลัวความจำเธอจะกลับมา แต่ที่ประตู ไข่มุกกับมาการีนแง้มประตูได้ยินหมอพูดกับพญาพอดีว่า
“คนไข้น่าจะเริ่มจำอะไรได้มากขึ้นแล้วนะครับ”
ไข่มุกกับมาการีนหันมองหน้ากันตาโต พอเดินออกมามาการีนโวยกับแม่ว่าถ้าเมขลาจำเราได้ขึ้นมาแล้วจะบอกกับใครไหม ไข่มุกบอกให้ใจเย็นๆ แต่มาการีนเย็นไม่ไหว กลัวทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่าและป่าสายน้ำผึ้งก็จะหลุดมือไป เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย
“ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด” ไข่มุกจิกตาร้าย มาการีนใช้นิ้วปาดที่คอถามว่าจะฆ่าหรือ “จะบ้าเหรอ ฉันไม่กล้าทำถึงขนาดนั้นหรอก ไม่อยากติดคุกหัวโต”
ขณะนั้นพยาบาลเข็นเตียงคนไข้ผ่านมาคุยกันว่า คนไข้ชื่อเมียงคะยอ ที่ญาติติดต่อให้ทำเรื่องส่งคนไข้ข้ามชายแดนและถ้าข้ามไปแล้วคงกลับเข้าไทยไม่ได้อีก สองแม่ลูกฟังหูผึ่ง
“ได้แผนล่ะ” ไข่มุกตาวาวร้ายกาจ “คราวนี้แหละ นังเมได้ไปแล้วไปลับแน่”
ooooooo
พญามาเยี่ยมเมขลา เขาป้อนข้าวให้เธอ เมขลาทั้งกินได้และเถียงเก่งเหมือนเคย พญาบอกว่าปากเก่งแบบนี้อีกไม่กี่วันก็กลับไร่ได้แล้ว เธอจึงเล่าให้เขาฟังว่า
“เออคุณ แปลกมากเลย ฉันฝันเห็นภาพคนสู้กันมาหลายครั้งแล้วนะ แต่ไม่คิดว่ามันเป็นความทรงจำของฉันจริงๆ ถ้าหมอไม่บอกก็ไม่รู้”
“หมอแค่พูดว่า...น่าจะ ไม่ได้บอกว่าใช่หรือไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ซะหน่อย หมอคงพูดให้ความหวังละมั้ง” พญาพยายามกลบเกลื่อนกลัวเมขลาจะจำอะไรได้ขึ้นมาจริงๆ “อย่าคิดมากเรื่องนั้นเลย รีบรักษาตัวให้หายดีกว่า ดีนะที่เทิดไปช่วยไว้ทัน ไม่งั้นคงเจ็บตัวมากกว่านี้”
เมขลาถามว่าจับตัวโจรสองคนนั้นได้หรือเปล่า พอรู้ว่าไม่ได้ เธอบ่นเสียดาย พญาเตือนว่าวันหลังห้ามไปไหนคนเดียว เมขลาทำตาวิบวับมองล้อๆ ถามว่าเป็นห่วงหรือ พญานึกเขินทำเสียงอือ...ในลำคอ เมขลาทำเป็นฟังไม่ชัดให้เขาพูดใหม่ พอเขาบอกว่าห่วงเธอ เมขลาก็ทำดี๊ด๊าดีใจสองมือจิกหมอนร้อง
“อ๊าย...ดีใจจัง แหม พูดจาน่ารักก็เป็นนะเนี่ย... อุ๊ย...” เมขลาทำท่าจะพูดเพ้อเจ้ออีก แต่ถูกพญาตักข้าวคำโตใส่ปากจนพูดไม่ได้แล้วรีบหันไปตักคำใหม่กะจะป้อนให้พูดไม่ได้เลย
ooooooo
พญาป้อนข้าวจนเมขลาแทบจุกแล้วจะกลับ บอกว่าไปทำธุระเดี๋ยวมา ออกมาเจอแอนนี่ถือกระเช้ามาเยี่ยมรองผู้ว่าฯ พญาบอกว่าตนมาเยี่ยมครูปริมกำลังจะกลับพอดี พอพญาขอตัวไป แอนนี่ก็เจออรัญมาเยี่ยมครูปริมเหมือนกัน
“แม่คนนี้มันเป็นใคร เนื้อหอมเหลือเกิน” แอนนี่พึมพำอย่างหมั่นไส้
อรัญไปเยี่ยมเมขลา เธอคุยไปหาวไป อรัญถามว่าพญาจะกลับมากี่โมง ตนต้องออกไปธุระเกรงจะไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเธอ ก็พอดีพยาบาลมารับเธอไปเอกซเรย์เพิ่ม อรัญบอกพยาบาลว่าดูเธอง่วงมากเลย พยาบาลบอกว่ามีตัวยาที่ทำให้ง่วงคนไข้จะได้พักผ่อน แล้วพาเมลขาที่กำลังจะหลับออกไป
ไข่มุกกับมาการีนวางแผนกันแล้วแอบดูอยู่ตลอดเวลา เห็นพยาบาลเข็นคนไข้ต่างด้าวออกจากห้องเอกซเรย์ มาการีนกระซิบถาม
“นั่นต่างด้าวคนนั้นที่เขาจะส่งข้ามประเทศ เราจะสลับชื่อเขาได้เหรอแม่ เขาจะพาไปแล้วนะ เมก็ยังไม่ออกจากห้องเอกซเรย์ด้วย”
ขณะสองแม่ลูกกำลังตึงเครียดกลัวเมขลาจะออกมาไม่ทันทำให้แผนสลับตัวของตนล้มเหลวนั้น พยาบาลก็ตามออกมา บอกบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงคนไข้ต่างด้าวว่าให้รอเดี๋ยวเอกสารยังไม่ครบ
เตียงคนไข้ต่างด้าวถูกเข็นหลบไปไว้ข้างทาง ก็พอดีเตียงเมขลาถูกเข็นออกมาและกำลังจะผ่านไป ไข่มุกแกล้งผลักมาการีนเซไปขวางเตียงเมขลาไว้ มาการีนทำหน้าตื่นตกใจบอกให้บุรุษพยาบาลรีบไปช่วยคนไข้ห้องขวาสุดที่กำลังช็อก บุรุษพยาบาลพาซื่อจึงรีบไป เป็นโอกาสให้สองแม่ลูกรีบถอดชื่อคนไข้ที่ข้อมือสลับชื่อกัน
แอนนี่ผ่านมาเห็นพอดี และเห็นด้วยว่าคนที่ถูกสลับชื่อคือครูปริม เธอมองอย่างสงสัย พอดีบุรุษพยาบาลเอาเอกสารออกมา มองหาคนไข้ของตน ไข่มุกชี้ไปที่เตียงเมขลาบอกว่าเตียงมันไหลมา บุรุษพยาบาลดูชื่อคนไข้ที่ข้อมือชื่อ “เมียงคะยอ” จึงเข็นเตียงออกไปขึ้นรถพยาบาล
ไข่มุกกับมาการีนสบตากันอย่างโล่งใจที่จะได้สิ้นเสี้ยนหนามเสียที พอดีบุรุษพยาบาลที่ถูกมาการีนหลอกให้ไปดูคนไข้ช็อกกลับมาบอกว่าไม่เห็นมีอะไร ไข่มุกทำหน้าตายบอกว่าไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว พลางลากมาการีนผละไป
“อะไรของเขา บ้าเปล่าเนี่ย เสียเวลาจริงๆ” บุรุษ พยาบาลบ่นอุบอิบแล้วจะเข็นเตียงไป แอนนี่ที่แอบดูอยู่ ตรงเข้าไปถามว่า คนไข้ที่เพิ่งขึ้นรถไปเมื่อกี๊จะพาไปส่งที่ไหน บุรุษพยาบาลบอกว่าส่งข้ามชายแดน
“ใจโหดถึงขนาดจะให้เขาเอาตัวผิดไปชายแดน แผนเนียนมาก” แอนนี่ตามไปพูดอย่างรู้ทันแผนของสองแม่ลูก ไข่มุกตกใจแต่ทำเป็นไม่รู้เรื่องจะเลี่ยงไปหาของกินกัน แอนนี่จึงโพล่งไปว่า “ฉันเห็นพวกคุณเปลี่ยนตัวครูปริมกับคนต่างด้าว” ไข่มุกทำเสียงแข็งขู่ว่าอย่ามาใส่ความกันลอยๆ แอนนี่จึงชี้ให้ดูกล้องวงจรปิด แต่ไข่มุกยังทำปากกล้าท้าว่า
“ถ้าเธอแน่ใจว่าที่ออกไปเป็นครูปริมจริงก็ไปช่วยเขาสิ”
“ไม่ใช่เรื่องของฉัน” แอนนี่หันหลังกลับอย่างไม่สนใจ
พญากลับมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าของเมขลา สวนกับรถพยาบาลที่ออกไปแต่เขาไม่ได้สนใจ รีบไปที่ห้องพักของเมขลา เข้าห้องไปเห็นร่างบนเตียงนอนตะแคงอยู่ เขาถามว่า “หลับอยู่เหรอ” พลางทำท่าจะปลุก ก็พอดีคนไข้พลิกตัวมา พญาตกใจผงะ ร้องลั่น
“เฮ้ย คุณเป็นใครเนี่ย ครูปริมอยู่ที่ไหน เมขลาอยู่ไหน” พญาเหลียวมองหาไปรอบๆอย่างตระหนก
พญาไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ว่าส่งคนไข้สลับตัวกัน บอกให้ส่งตัวกลับมาเดี๋ยวนี้เพราะคนที่เอาไปชื่อคุณปริม บุญขาม พยาบาลเช็กแล้วรีบดำเนินการ
ooooooo
เมขลาตื่นขึ้นมาถามพยาบาลว่าจะพาตนไปไหน พยาบาลบอกว่าส่งกลับบ้านอีกนิดเดียวพ้นชายแดนก็ถึงแล้ว
พอเมขลารู้ว่าจะถูกส่งตัวข้ามชายแดนไปก็พยายามบอกว่าตนเป็นคนไทย ร้องเพลงชาติไทยได้ชัดด้วย พยาบาลกดตัวเธอให้นอนลง เมขลาในสภาพเบลอๆ พลันจิตใต้สำนึกเห็นตัวเองต่อสู้กับคนร้าย เธอจระเข้ฟาดหางใส่พยาบาลจนทรุด
เป็นจังหวะที่รถเลี้ยวอย่างแรงจนเมขลาเสียหลักเอียงตัวใส่พยาบาลจนร้องจ๊าก คนขับรถได้ยินเสียงจอดรถจะลงไปดูก็พอดีได้ยินเสียงวอจึงหยิบมารับ
“รีเฟอร์คนไข้ผิดพลาด กลับศูนย์ด่วน วอ.สอง”
“รับทราบจะกลับศูนย์เดี๋ยวนี้” คนขับรีบกลับรถ เขามองกระจกส่องหลัง เห็นเมขลาวิ่งอยู่ข้างทาง เขารีบจะกลับโรงพยาบาลจึงไม่ทันสังเกต
พอรถพยาบาลกลับมาถึง เจ้าหน้าที่เปิดรถพยาบาล ทุกคนตะลึงงันเมื่อคนที่นอนอยู่ในรถกลายเป็นพยาบาลที่ถูกมัดตัวมัดปากไว้ดิ้นขลุกขลักอยู่
การหายตัวไปของเมขลากลายเป็นเรื่องตึงเครียดทันที พญาเป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอน ฝ่ายไข่มุกและมาการีนก็ลุ้นกันว่าเมขลาจะกลับมาถูกไหม ไข่มุกนั้นใจหนึ่งก็คิดถึงความเป็นหลาน ที่ตนและลูกได้อาศัยอยู่กินกันมา แต่ความอยากได้ป่าสายน้ำผึ้งมีมากกว่า มาการีนฝันเฟื่องว่าแบบนี้พญาไม่พ้นมือตนแน่ โล่งอกที่หมดเสี้ยนหนามเสียที
“อย่าเพิ่ง เหลือนางแอนนี่ตัวแสบอีกคน ทำเป็นมาขวางทาง ต้องเขี่ยมันให้กระเด็นเลย” ไข่มุกย่ามใจ
ฝ่ายเมขลาหนีจากรถพยาบาลได้แล้วก็มืดแปดด้านไม่รู้จะไปทางไหน โชคร้ายไปเจอชิดกับหยอยเข้าอีก คราวนี้พวกมันวางแผนจับไปขายชายแดน กะได้เงินก้อนโต พวกมันจับเมขลามัดปากไม่ให้ร้องยัดใส่รถบ่ายหน้าไปชายแดน
พญากับอรัญขับรถตระเวนหาเมขลา บังเอิญรถติดไฟแดงใกล้กัน พญาได้ยินเสียงปึงปังในรถของชิดกับหยอย สงสัยว่าเสียงอะไร เมขลาพยายามดิ้นจนเท้าโผล่มานอกรถ พญาจำได้ว่าเสื้อผ้าที่โผล่มาเป็น
เสื้อผ้าของโรงพยาบาล และเมขลาก็พยายามใช้เท้ากวักเรียกขอความช่วยเหลือ พญาเชื่อว่าครูปริมอยู่ในรถคันนั้น จึงขับรถตามอย่างกระชั้นชิด
เมขลาพยายามขยับเท้าจนเชือกที่มัดหลุด เธอยกเท้าหนีบหัวชิดที่ขับรถไว้จนชิดร้องลั่นรถส่ายไปมา ชิดตกใจหักพวงมาลัยจนรถถลำลงข้างทาง รถพญาที่ขับตามมาเบรกสนั่น ชิดกับหยอยรู้ว่าถูกตามจึงลากเมขลาลงจากรถพาวิ่งเข้าป่าข้างทาง พญากับอรัญวิ่งตามไป ถูกชิดชักปืนจะยิงพญา
“มันมีปืน เอาไงดี ตำรวจยังไม่มา” อรัญละล้าละลัง
“ตามไปเรื่อยๆก่อน จะได้บอกตำรวจเป็นระยะว่าพวกมันอยู่ไหน” พญาบอก แล้วทิ้งระยะห่างอย่างระวังตัว
เมขลาหาทางถ่วงพวกชิด แกล้งทำเป็นคอพับ ชิดคาดว่าไม่ถึงกับเป็นลม คงหายใจไม่ออก จึงแก้มัดที่ปากออก เมขลาร้องขอความช่วยเหลือทันที ชิดเอามืออุดปากเมขลาแล้วลากถูลู่ถูกังเข้าป่าไป
ทั้งคนหนีและคนล่าต่างอยู่ในภาวะตึงเครียด เมขลาจ้องหาโอกาสหนี สบโอกาสเดินมาถึงเนินดินจึงเตะดินเขาหน้ามันทั้งสอง ร้องขอความช่วยเหลือพลางวิ่งหนีไป แต่ก็ถูกมันตามจับตัวได้ แต่เธอก็ร้องขอความช่วยเหลือจนพญากับอรัญได้ยิน จับทิศทางเสียงได้ว่าอยู่แถวถนน พญาคาดว่ามันพาเธอกลับไปที่รถแน่
พญากับอรัญตามไปทัน สองฝ่ายต่อสู้กันจนพญาเตะปืนชิดกระเด็นแล้วจะเข้าไปซ้ำ ก็ได้ยินเสียงรถตำรวจมา ชิดกับหยอยจึงพากันวิ่งหนี อรัญบอกพญาให้อยู่ทางนี้ ตนจะตามพวกมันไปเอง
เมขลาโผเข้ากอดพญา พญาโดนกอดก็เอามือโอบเธอไว้เขินๆ ปลอบใจว่า
“ปลอดภัยแล้ว จะไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว”
ooooooo
นักสืบเอารูปครูปริมไปให้แอนนี่ดู บอกว่านี่คือเจ้าหญิงแห่งวงการมายา ดาราดังชื่อลาล่า แอนนี่ถามว่าทำไมหน้าคล้ายครูปริม
“ผมคิดว่าเป็นคนเดียวกัน วันเกิดอุบัติเหตุ ลาล่าติดรถคนชื่อพญามาพร้อมครูปริม มีการจัดงานศพอย่างเร่งด่วนแล้วเผาเลย มีญาติแค่สองสามคนมา”
เสี่ยส่งสงสัยว่านางเอกชื่อดังมาแถวนี้ทำไม นักสืบบอกว่าชื่อจริงของเธอคือ เมขลา ศุภวัฒน์ เสี่ยจำได้ว่าเป็นหลานของตระกลที่จะมารับมรดก
“ถ้าคนตายไม่ใช่ลาล่า แต่เป็นคนอื่น แล้วลาล่ามาอยู่ในฐานะครูปริมได้ไง พญาจะไม่รู้เรื่องเลยหรือ” แอนนี่สงสัย เสี่ยส่งเองก็สงสัยว่าไข่มุกจะจำหลานตัวเองไม่ได้เชียวหรือ
“โรงพยาบาลบอกครูปริมความจำเสื่อม จำตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร มาจากไหน แต่มีคนชี้ตัวยืนยันว่าผู้หญิงคนนี้คือครูปริม” เสี่ยส่งถามว่าใคร พอนักสืบบอกว่าพญา เสี่ยส่งมองหน้าถามว่าพวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่?
เสี่ยส่งปะติดปะต่อเรื่องราววิเคราะห์ว่า “หรือพญาคิดกำจัดทายาทตัวจริงป่าสายน้ำผึ้ง หวังจะเอาทั้งตัวทั้งป่า” ฝ่ายแอนนี่ก็เพ่งเล็งไปที่ไข่มุกว่า “คุณนายไข่มุกคิดยังไงกันแน่ ทำไมทำกับหลานตัวเองอย่างนี้?”
สองพ่อลูกความคิดเริ่มตกผลึก เสี่ยส่งเชื่อว่าไข่มุกคิดจะฮุบป่าสายน้ำผึ้งเองก็เลยผสมโรงเลยตามเลยให้เมขลากลายเป็นครูปริมไป แอนนี่ติงว่าแล้วพญารู้หรือไม่ ถ้ารู้ เขาทำได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ
“เตี่ยก็ไม่รู้ว่ามันรู้ไหม แต่ที่แน่ๆ ยัยคุณนายนี่ร้าย กะฮุบมรดก แถมฆ่าหลานทั้งเป็น” แอนนี่ถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป “เดี๋ยวเตี่ยหาวิธีเอง ว่าทำยังไงให้เมขลาคัมแบ็ก ถ้ารู้ว่าทั้งไอ้พญาและนังคุณนายไข่มุกร้ายกับตัวขนาดนั้น เมขลามันไม่ยอมขายป่าสายน้ำผึ้งให้พญาแน่ เตี่ยจะได้ของดีราคาถูกก็คราวนี้แหละ” เสี่ยหัวเราะลั่นอย่างสะใจ
ooooooo
ฝ่ายเมลขาเอะใจว่าทำไมตนถึงเจอชิดกับหยอยบ่อยนัก พญาสงสัยว่าสองคนนี้อาจเป็นคนเปลี่ยนชื่อเธอกับคนไข้ต่างด้าวหรือเปล่า เมขลาว่าไม่น่าใช่ เป็นคราวซวยของตนมากกว่า พญาถามว่าถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนเปลี่ยนชื่อเธอที่โรงพยาบาล
เมขลานึกไม่ออก แต่มันใจร้ายมาก พญาเตือนว่าต่อไปให้ระวังตัวให้มากเพราะมีคนจ้องทำร้ายเธออยู่ เมขลาถามว่าทำไมพวกเขาถึงอยากได้ตัวเธอนัก พญาเบี่ยงเบนว่าคงอยากได้คนหน้าตาอย่างเธอกระมัง
เมขลาขอบคุณที่พญาช่วยตนทุกอย่าง ชมว่าเขาดีกับตนมาก ไม่เคยมีใครดีกับตนอย่างนี้เลย
“ไม่หรอก ผมก็ทำไม่ดีกับคุณไว้มาก วันนึงถ้าคุณรู้ความจริง คงเกลียดผมมาก”
“ไม่หรอก อย่างมากก็คงแค่โกรธ ไม่ก็...โกรธมาก” เมขลาแกล้งทำหน้าเหี้ยมใส่ พญาอ้อนว่าโกรธแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าเกลียดนะ
เมขลายกนิ้วก้อยขึ้นมา พญามองงงๆ เธอจับมือเขาและเอานิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของตัวเอง ยิ้มกว้างอย่างใสซื่อจริงใจบอกว่า
“สัญญา ถ้าคุณทำอะไรฉันมากๆ ฉันจะแค่โกรธ ไม่เกลียดแน่นอน”
ความซื่อจริงใจของเมขลา ทำให้พญายิ่งรู้สึกผิด ที่ทำให้เมขลาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แม้จะเจตนาดีที่ทำเพื่อคนส่วนมากก็ตาม...
ooooooo










