ตอนที่ 2
วันนี้เมขลาไปสอนเป็นวันแรก เธอแต่งตัวจัด พอเดินเข้าไปในห้องเรียน น้ำตาลบอกเพื่อนๆว่าครูคนใหม่มาแล้ว
เมขลาให้เด็กแนะนำตัว น้ำตาลแนะนำตัวก่อนบอกว่าตนเป็นพี่ของน้ำอ้อย ปลากัดแนะนำตัวเองแล้วชมว่าครูสวยจัง ระหว่างนั้นปลากัดแอบกระตุกเปียน้ำอ้อย ถูกน้ำอ้อยกระโจนเข้าดึงหูเลยปล้ำกันอุตลุด ครูเมขลาห้ามก็ไม่ฟังไม่รู้จะทำยังไงเลยขู่ว่าจะเรียกตำรวจ
น้ำอ้อยถามว่าจะเรียกตำรวจเลยหรือ เมขลาถามว่าแล้วจะให้ทำยัง ตนไม่เคยตีเด็ก สอนก็ยังไม่เคยสอนเลย เด็กชายปลากัดถามว่างั้นเราจะเรียนอะไรกัน เมขลาสอนไม่เป็น เลยชวนเด็กเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน เด็กๆ เฮชอบใจที่ได้เล่นเก้าอี้ดนตรี
ระหว่างพักเที่ยง เด็กๆไม่อยู่ในห้อง เมขลาเดินไปพลิกหนังสือเรียนของเด็กดู ถามตัวเองเซ็งๆว่านี่ เราต้องเป็นครูจริงๆหรือ ทำไมชีวิตน่าเบื่ออย่างนี้ พอดีพญาเดินมาดู เธอจึงเรียกมาขอคุยด้วยหน่อย
เมขลาบอกว่าตนไม่เคยเป็นครูมาก่อนไม่รู้จะสอนอย่างไร พญาให้กำลังใจว่าสมองเธอได้รับความกระทบกระเทือนความทรงจำที่เคยเป็นครูเลยหายไป อ่านพวกตำราให้มากๆ เดี๋ยวก็สอนได้เอง
ooooooo
ไข่มุกกลับถึงบ้านก็ต้องเจอกับการทวงหนี้ที่วันนี้ยอดสูงถึงแปดล้านบาทแล้ว ทนายบอกว่าถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้เขาก็จะยึดบ้าน ทนายแนะนำว่ามีพวกเพชร ทอง อะไรก็ขายผ่อนชำระก่อน ไข่มุกบอกว่าขายจนเกลี้ยงแล้ว
มาการีนนึกได้บอกแม่ว่าเราลืมกันไปอย่าง ของในห้องเมไง เรายังไม่ได้ไปดู
“เออ...จริงด้วย ต้องมีอะไรมั่งล่ะน่า” ไข่มุกมีความหวังขึ้นมา
แต่พอย่องเข้าไปค้นเจอกล่องหลายใบดีใจคิดว่าคงเจอของมีค่า แต่พอเปิดกล่องก็ผิดหวังเจอแต่กระดาษเปล่าในนั้น
เมขลาในสภาพที่ความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้แต่ตัวเอง จึงอยู่ที่บ้านพญาเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างงงๆ วันนี้เพ็ญแม่ของพญาก็เรียกไปพบ เป็นห่วงกลัวเธอจะเหงาจึงให้เอาขิมไปเล่นเพราะรู้มาว่าครูปริมจบเอกดนตรีมาคงเล่นได้ บอกให้โชว์ฝีมือหน่อย
“หนูจบเอกดนตรีด้วยเหรอคะ เอ่อ...ถ้างั้นหนูอาจจะเคยเป็นครูสอนดนตรี ขิมเหรอคะ...เอาร็อก เร็กเก้ หรือแร็พดีคะคุณป้า” เมขลากระตือรือร้น เพ็ญถามว่าเอาเพลงไทยเดิม ลาวดวงเดือนได้ไหม เธอบอกว่าเพลงนั้นตนรู้จัก แล้วเริ่มตีขิมมั่วไปหมดจากนั้นแผดเสียงร้องเพลงลาวดวงเดือนอย่างเมามัน เพ็ญหันมองพญาแล้วส่ายหน้า
บ่ายนี้ที่เรือนเพาะกล้าไม้ไร่ภูพญา คนงานขนของกันวุ่นวาย พญาก็ช่วยขนด้วย เมขลาเดินมาดูถามว่าทำอะไรกันไม่เห็นสนุกเลย ทองหลางเลยชวนมาช่วยกัน เธอบอกว่าไม่ถนัดขอนั่งเฉยๆคอยให้กำลังใจแล้วกัน
พญาช่วยขนต้นกล้าร้อนจนเหงื่อชุ่มต้องถอดเสื้อออก เมขลามองอุทานทึ่งเมื่อเห็นซิกซ์แพ็กเป็นลอนของเขา พญาถามว่าไม่เคยเห็นคนถอดเสื้อหรือ
“เคย แต่ไม่เคยเห็นแน่นขนาดนี้ เอ๊ย...ไม่เคยเห็นคนทำงานกันแบบนี้ คุณต้องลงมือเองเลยเหรอ ไม่ใช้ลูกน้องล่ะ”
“อยู่ที่นี่ทุกคนต้องช่วยกัน ทำอะไรได้ก็ต้องทำที่ถามนี่จะช่วยไหม” เมขลาส่ายหน้าดิกบอกว่ากลัวเล็บหัก
“ถ้ามีไร่แบบคุณนะ ฉันจะไม่ทำให้เหนื่อยแบบนี้หรอก ขายที่เอาเงินไปเที่ยวดีกว่า ชิลกว่าเยอะ”
พญาพูดเครียดว่าดีแล้วที่...มันไม่ได้อยู่ในมือคนคิดสั้นแบบเธอ ป่ามีคุณค่ามากกว่าที่คิด ที่น้ำท่วมกันทั้งประเทศก็เพราะมันไม่มีป่า มันถูกคนอย่างเธอทำลายหมด ถูกเมขลาโวยทันทีว่า
“เกี่ยวอะไรด้วย ถ้าเป็นป่าของเรา เราก็มีสิทธิ์ขาย น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมก็ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องของฉัน”
“ไม่มีหัวคิด ใจแคบ แล้งน้ำใจ เธอนี่มัน...เกินเยียวยาจริงๆ”
“แค่ไม่ช่วยต้องว่ากันแรงขนาดนี้เลยเหรอ ยากตรงไหนกะแค่ปลูก ปักๆจิ้มๆต้นไม้ลงดินแบบนี้”แล้วเธอก็แย่งพลั่วจากพญาไปกรีดนิ้วเพราะกลัวเล็บที่เพนต์ไว้จะเป็นรอย ตักดินใส่ถุงมั่วๆ จนพวกคนงานรอบข้างดู แล้วแอบหัวเราะกัน ทองหลางส่ายหน้า ส่วนพญามองอย่างเหนื่อยใจ ทนไม่ได้เข้าไปแนะนำว่า
“ใส่ดินเยอะไป น้อยๆหน่อย...บอกว่าอย่าเยอะ” เมขลาเถียงข้างๆคูๆ ว่าต้นไม้มีดินก็โตได้หมดแหละ อุตส่าห์ช่วยแล้วยังเรื่องมากอีก พญาดึงมือเธอออกสอนว่า
“ต้นไม้พวกนี้เขาจะเอาไปปลูกป่า เราต้องให้มันแข็งแรงตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า ทำชุ่ยๆ ไม่ได้ ถ้าไม่เต็มใจทำก็ไม่ต้องเลย ถอยไปห่างๆ เกะกะ”
พญาดึงพลั่วไปปลูกต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว เมขลาหน้าหงิกงอ แต่อดแอบมองซิกซ์แพ็กของเขาไม่ได้
ปลูกต้นกล้าแล้วพญาสั่งให้ช่วยกันยกกระบะไปเก็บเสร็จแล้วใส่ปุ๋ยด้วย เมขลาเบ้หน้าว่าจ้างมาเป็นครูแล้วยังใช้โน่นใช้นี่ ให้ใส่ปุ๋ยเหม็นจะตาย แต่ตัวเองเดินตัวปลิว แล้วรีบยกเดินตามไป เหยียบถูกพื้นแฉะลื่นถลาจะล้ม พญาหันมาประคอง ความใกล้ชิดเหมือนจะเคลิ้ม แต่แล้วพญาก็ผลักเธอจนแทบหงายแล้วยกกระบะไปเอง เมขลาค่อยๆลุกขึ้นบ่นกระปอดกระแปด
“คนบ้า แทนที่จะห่วงเรา กลับห่วงกระบะต้นไม้”
ขณะเดียวกัน เสี่ยส่งอยู่ที่ห้องทำงาน นั่งดูรูปถ่ายท่อนซุงที่ลักลอบตัดมาอย่างพอใจ มิ่งเข้ามาเสิร์ฟน้ำชาถามว่าพญายังดูแลป่าสายน้ำผึ้งตามเดิม ถ้าเราช้าโดนฮุบแน่ เสี่ยส่งให้ใจเย็นๆ พอเจ้าของใหม่โผล่มาค่อยบีบซื้อถูกๆ ตอนนี้หลอกให้พญาดูแลไปก่อน
แอนนี่เข้ามาเสนอตัวว่าถ้าเตี่ยอยากได้ป่าสายน้ำผึ้งจริงๆ ตนจะแสดงฝีมือเอง เตี่ยจะได้ไม่ต้องเสียแรง เสี่ยส่งถามว่าไหวหรือ แอนนี่ให้คอยดูฝีมือแล้วกัน เสี่ยส่งพอใจ บอกว่าตนจะอยู่กองหลังคอยช่วยก็แล้วกัน
ooooooo
เพ็ญจัดงานต้อนรับครูคนใหม่ มีวงดนตรีบ้านๆ เล่นกันเองและรำวงกันสนุกสนาน เมขลาเห็นแล้วเบ้ปากว่าเชยระเบิด แต่พอเพ็ญมาถามว่าชอบไหม เธอสตรอว่าชอบ ชอบมากเลย ขอบคุณที่จัดงานเลี้ยง ต้อนรับ
กุ้งหลานป้าแหวงกับบัวผาดเห็นเมขลาคุยกับเพ็ญยิ้มแย้มแจ่มใสก็หมั่นไส้ว่าประจบนายแม่ พอเห็นเมขลาเดินมาก็หยุดเม้าท์ เมขลาญาติดีด้วยถามว่ามีอะไรทานบ้างหิวจัง ถูกป้าแหวงกระชากเสียงตอบว่ามีตาก็ดูเอาเอง
เมขลากำลังจะวีนใส่ ก็พอดีพญาเดินมากับอรัญ พออรัญเห็นเมขลาก็มองอึ้งบอกเพื่อนรักว่า
“ตอนอยู่โรงพยาบาลก็ดูออกว่าสวย แต่เห็นวันนี้สวยมากเลย ขอไปทำคะแนนจีบสาวก่อนนะเพื่อน” แล้วยิ้มเข้าไปทัก “สวัสดีครับ ผม...อรัญ เป็นนายอำเภอของที่นี่ เป็นเพื่อนพญาด้วย” เมขลายิ้มให้ตามมารยาท อรัญขอไปแดนซ์กับครูสักเพลง เธอยิ้มรับบอกว่าชอบอยู่แล้ว เดี๋ยวจะเต้นให้เวทีกระจายเลย
กุ้งที่เขม่นเมขลากลัวจะมาแย่งพญาไป ส่วนบัวผาดอิจฉาที่เมขลาสวยกว่า ทั้งสองออกไปรำวงด้วยหาโอกาสแกล้งกระแทกเมขลาจนกระเด็น มีหรือที่เมขลาจะยอม เธอหาจังหวะเหมาะกระแทกทั้งสองจนเซไปชนตู้ลำโพงที่ต่อจนสูง ตู้ลำโพงทำท่าจะล้มใส่ อรัญกำลังจะเข้าไปช่วยแต่พญาไวกว่าเข้าไปดึงตัวเมขลาออกมาได้อย่างเฉียดฉิว
ตู้ลำโพงล้มมากระแทกหัวกุ้ง บัวผาดรีบมาช่วยนวดหัวให้ เมขลาปิดปากหัวเราะสะใจที่ได้เอาคืน ถูกพญาตำหนิว่าเธอยืนหัวเราะดูพวกเขาเจ็บหรือ รู้งี้ไม่น่าช่วยเลย เมขลาเถียงว่าตนถูกแกล้งก่อน กุ้งโต้ว่าไม่จริงใส่ร้ายกันชัดๆ เมขลาจะเถียง ถูกพญาปรามว่าไม่ต้องพูด ทำตัวอย่างนี้จะอยู่ที่ไร่นี้ได้ยังไง
“เอาน่า อุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก ครูปริมเจ็บตรงไหนไหมครับ ผมพาไปนั่งพักนะ” อรัญเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ เฉียดหัวไปนิดเดียว ที่จริงลำโพงน่าจะลงหัวคนไม่มีเหตุผล” เมขลาพูดกระแทกใส่พญาแล้วเดินเชิดไปกับอรัญ พญาได้แต่ถอนใจพรืดอย่างระอาใจ
ooooooo
คืนนี้ เมขลาเมาจนพญาต้องพยุงมาส่งที่บ้านพัก ขนาดเมาก็ยังหาเรื่องจนได้เมื่อตัวเองเดินเซแล้วพญาเข้าประคองก็หาว่าจะแต๊ะอั๋งตน พญาตำหนิว่าเธอทำตัวไม่เหมาะสมกับเป็นครูเลย คนงานจะเอาไปพูดกันว่าครูขี้เมา
พญาหันไปถามทองหลางว่าเอาเหล้าให้ครูกินทำไม ทองหลางเล่นลิ้นว่าครูไม่ได้กินเหล้า แค่กินกระแช่ไปสองไหเท่านั้น พูดแล้วหัวเราะเมาๆ พญาไล่ไปให้พ้นแล้วจะตามไปชำระความทีหลัง
ทั้งๆที่เดินเซไปเซมา เมลขาก็ยังปากดีว่าตนไม่เมาแล้วเดินอวด ปรากฏว่าเซจนเกือบล้ม พญาเหลืออดเลยจับอุ้มเข้าบ้าน วางบนเตียงแล้วจัดแจงเอาผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดๆ มาเช็ดหน้าให้อย่างกระแทกกระทั้น เช็ดไปบ่นไป
“เมาขนาดนี้ พรุ่งนี้จะไปสอนหนังสือได้ไงนี่” เธอเพ้อความว่าตนเป็นใคร พญารีบตอบ “ครูปริม คุณคือครูปริม”
ความใกล้ชิดขณะเช็ดหน้าทำให้พญาได้เห็นถึงความสวยของเธอจนมองเคลิ้ม ได้ยินเธอพูดเบาๆว่า “คนใจร้าย นายขี้เก๊ก นิสัยไม่ดี ชอบว่าฉัน” พญางงถามว่าเธอละเมอหรือเปล่า พลันก็ได้ยินเสียงนับ “สี่... สาม...สอง...แอ็กชั่น” สิ้นเสียงก็ลืมตาโพลงยกเข่ากระทุ้งที่ชายโครงพญาจนเขาตกเตียงไปนอนจุกที่พื้น แล้วเธอก็ลุกนั่งยิ้มหวานยกการ์ดชกลมสองสามทีหัวเราะคิกคักแล้วล้มหงายตึงหลับเป็นตาย
พญากุมท้องจุกที่ถูกชกตกเตียง มองเมขลาที่หลับสนิทอย่างเหลือเชื่อ
ooooooo
วันต่อมา เมขลาก็สร้างวีรกรรมขึ้นอีก เมื่อเทิดพ่อของน้ำตาลทำร้ายดอกปีบจะเอาเงินไปซื้อเหล้ากิน เมขลามาเจอจึงเข้าช่วยดอกปีบ ถูกเทิดที่กำลังเมาไล่ตะเพิดแต่เมขลาไม่ถอย ซ้ำยังใช้แม่ไม้มวยไทยเล่นงานทิดจนหมดท่า
พวกคนงานพากันมองทึ่ง บัวผาดบอกเมขลาว่าวันหลังอย่าทำอย่างนี้ เพราะจะยิ่งทำให้ดอกปีบเดือดร้อน ครั้งนี้เทิดต้องโกรธแน่ที่เธอทำให้ขายหน้า ปรามาสว่าครั้งนี้ที่เทิดแพ้เพราะเมา ระวังตัวไว้เถอะจะโดนเอาคืนเข้าสักวัน
ขณะนั้นเอง ทองหลางวิ่งมาบอกเมขลาว่านายเรียกให้ไปหาเดี๋ยวนี้เลย เมขลาหันมองบัวผาดหลิ่วตาคุยโวว่า
“ขอตัวนะ เป็นสาวฮอตก็งี้แหละ นายก็เลยเรียกหาตลอด”
“หน็อย ปากดีทุกเรื่องจริงๆ ทำอวดเก่งไปเหอะ แล้วจะรู้สึก” บัวผาดพูดไล่หลังอย่างหมั่นไส้ดอกปีบอย่างหนักใจ
เทิดถูกพญาเรียกไปเตือนว่าอย่าทำอย่างนี้อีก เทิดรับคำ พญาจึงโบกมือให้ออกไป สวนกับเมขลาที่เดินเข้ามาพอดี เทิดกัดฟันพูดเบาๆขณะสวนกันว่า “ฝากไว้ก่อนนะครู” เมขลามองตอบด้วยสายตาแข็งกร้าวและเลยไปหาพญานึกว่าเขาเรียกมาดุ พูดขึ้นห้วนๆว่า
“ว่ามาเลยค่ะ”
“คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก อย่าไปมีเรื่องกับคนงานผู้ชาย พวกเขาจะเกลียดเธอเปล่าๆ”
เมขลาปากกล้าตามเคยว่าเกลียดก็เกลียดไม่เห็นแคร์ ตนไม่กลัวหรอก พญาบอกว่าเธอต้องแคร์ หัดปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นบ้าง เมขลาทำหน้าเมื่อยแบบไม่สนใจ พญามองสำรวจเห็นมีปลาสเตอร์แก้ปวดติดตามแขนขา เขาถามเสียงอ่อนลงว่า
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“อ๋อ เนี่ยเหรอ ชิล...ชิล ห่วงด้วยเหรอคะ” ตอบแล้วแกล้งส่งสายตายั่วยวนทำเอาพญาเขิน เธอยิ้มชอบใจที่แกล้งเขาได้ ชวนว่า “วันนี้ได้หยุดทั้งที ไปเที่ยวไหนกันไหม”
“มีที่นึง ที่เราต้องไปด้วยกัน” พญาพูดจริงจังขึ้นมา เมขลาแปลกใจว่าเขาจะพาไปไหน
ooooooo
ที่นั่นคือโรงพยาบาลในตัวจังหวัด เขาพาเธอไปเช็กสมองกับกวินเพื่อนหมอของเขาที่รักษาเมขลามาแต่ต้น หมอกวินบอกว่าอาการทั่วไปปกติ ยังต้องสังเกตภาวะแทรกซ้อนถ้าปวดหัวรุนแรงหรือมีอะไรผิดปกติให้รีบพามาโรงพยาบาลทันที
เมขลาถามว่าตนจะจำเรื่องของตัวเองได้เมื่อไหร่ หมอกวินบอกว่าตอบยาก แต่แนะนำว่า
“ถ้าได้เห็นอะไรที่คุ้นเคย เจอคนที่รู้จัก สมองอาจจะฟื้นฟูความจำได้ดีขึ้น”
“ฉันพยายามแล้ว แต่ก็นึกไม่ออก อ้อ แต่ฉันชอบนับสี่ สาม สอง...ก่อนจะทำอะไรยากๆ มันบอกอะไรได้ไหมคะหมอ” หมอกวินงง พญารีบพูดแทรกขึ้นว่าเธอสอนเด็กนับเลขไง เลยติดเป็นนิสัย เมขลามองพญาถามงงๆ “งั้นเหรอ... แต่ชอบนับเลขถอยหลังแบบนี้เด็กจะรู้เรื่องไหมเนี่ย”
พญาทำหน้านิ่ง แต่แอบขำแกมโล่งอกที่เอาตัวรอดไปได้คราวหนึ่ง
แต่ที่โรงพยาบาลนี่เอง มีแฟนคลับของเมขลาคลับคล้ายคลับคลาจะจำได้ ชวนกันจะไปขอลายเซ็น พญาเห็นท่าไม่ดีกลัวคนรู้ว่าเธอเป็นใคร รีบพาหลบไป พอแฟนคลับกลุ่มนั้นก้มค้นหากระดาษปากกาได้เงยขึ้นมาอีกทีก็บ่นอย่างเสียดาย
“อ้าว...หายไปซะแล้ว”
ooooooo
เมขลาไม่รู้เรื่อง ถูกพญาจูงมือลากออกมา เธอถามว่าจะรีบไปไหน หนีอะไร พญาบอกว่ากลับไร่ เธอบอกว่าหิวอยากแวะกินข้าว ให้เขากลับไปก่อนเสร็จแล้วตนจะนั่งรถสองแถวกลับเอง
พญาไม่อนุญาต เธออ้างว่าต้องกินข้าวเพื่อกินยา เขาบอกให้ไปกินบนรถ เมขลาไม่เอา พญาเห็นแผงขายกิฟต์ช็อปแบบบ้านๆ เลยพาแวะเบนความสนใจ เมขลาเลือกซื้อแว่นดำ แปลกใจที่วันนี้เขาใจดีซื้อให้ แถมยังช่วยเลือกให้อีกด้วย
แต่ระหว่างเดินมาที่รถนั่นเอง แอนนี่เดินมาทักถามว่าเขามากับใคร พอดีเมขลาใส่แว่นดำวิ่งมายื่นหน้าเข้าไปสวัสดี แอนนี่มองนิ่งพูดเหน็บว่านึกว่าใคร ตามติดเชียว เมขลาลอยหน้าถามว่าอิจฉาไหมล่ะ พญาปรามว่าทำไมพูดกับแอนนี่แบบนี้
“ไม่เป็นไรหรอก เขาพูดขำๆมั้ง...พญาทานข้าวยังคะถ้ายังไปทานด้วยกันไหมมื้อนี้แอนนี่เป็นเจ้ามือเองคงไม่ว่าอะไรนะ”
ระหว่างไปทานอาหารนั่นเอง แอนนี่ชมพญาว่าดูภูมิฐานสมเป็นนายใหญ่ของไร่ภูพญาไม่ใช่เด็กบ้านไร่หน้าตามอมแมมแบบที่เคยรู้จัก แล้วถามว่าแต่งงานหรือยัง พญาบอกว่าไม่มีคนให้แต่งด้วย แอนนี่ทำหน้าแปลกใจถามว่าแล้วแฟนล่ะ พญาส่ายหน้าเขินๆ แอนนี่ซักอย่างสนใจว่า
“พูดเป็นเล่น ทำไมไม่มีล่ะ”
เมขลาพูดแทรกว่าหาไม่ได้เพราะเถื่อนเกินผู้หญิงที่ไหนจะเอา ถูกพญาเอาไก่ย่างชิ้นโตยัดปาก เมขลาโวยว่ายัดเข้ามาได้ไงฟันแทบหัก ถูกปรามดุๆว่ากินเข้าไปอย่าพูดมาก แอนนี่มองทั้งสอง ทักว่าสองคนดูสนิทกันดี พญารีบบอกว่าไม่หรอกแค่ทำงานด้วยกันเท่านั้น
“ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีสาวที่สนใจ” แอนนี่มองพญาแกล้งพูดทีเล่นทีจริงว่า “อย่าบอกนะว่ายังรอแอนนี่อยู่” พญาถูกแซวก็ยิ่งเขิน แอนนี่พูดต่อว่า “แซวเล่นน่า ถึงกับอึ้งเหรอ”
เมขลามองสองคนสลับกันไปมาอย่างจับสังเกต
ooooooo
พญาพาเมขลาเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาสมุนไพรที่ใกล้สูญพันธุ์ เมขลามิได้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ ถามว่าหาได้แล้วจะขายได้กิโลละกี่บาท ตนเหนื่อยแล้ว พญาจึงให้เธอนั่งรอตรงนี้ อย่าไปไหนเดี๋ยวจะหลงป่าอีก
เมขลาพยักหน้ารับคำ แต่พอพญาเดินไปไม่ทันไร เธอได้ยินเสียงน้ำไหลก็ลุกไปดู ตะโกนบอกพญาว่าจะไปทางโน้นแป๊บนึง พญาร้องห้ามพลางวิ่งกลับมา เมขลาไปถึงลำธาร เธอกระโดดลงไปยืนบนก้อนหินร้องอย่างตื่นเต้น
“อ๊า...น้ำใสน่าเล่นจังเลย วู้ว...เย้น...เย็น มาเร็วคุณ มาเล่นน้ำกัน” พญาส่ายหน้าบอกว่ามาทำงานไม่ได้มาเที่ยว แล้วหันหลังจะเดินไป เมขลาลื่นตกจากก้อนหินร้องลั่น พญาตกใจหันมอง เธอทำท่าจะจมน้ำ
พญาหันไปคว้ากิ่งไม้ยื่นไปบอกให้จับกิ่งไม้ไว้ เมขลาคว้าไม้แล้วกระชากพญาตกน้ำไปด้วย เธอยืนหัวเราะร่าเพราะที่แท้น้ำตื้นแค่อกเท่านั้นเอง แต่พญาตกใจหวาดกลัวจนเมขลาตกใจรีบกระโดดลงไปช่วยพาเขาขึ้นจากน้ำ
พญาสำลักน้ำอย่างหนัก เมขลาพยายามช่วย แต่เขาโกรธมากปัดมือเธอไปอย่างแรง จนเมขลามองอึ้ง
พญาโกรธมาก จนกลับถึงบ้านแล้วก็ยังไม่หายโกรธ เพ็ญถามว่ามีเรื่องอะไรกัน พญาสั่งไม่ต้องเล่า แต่เมขลาก็เล่าจนได้ แล้วถามว่าผิดอะไร แค่เล่นน้ำนิดเดียว
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่อย่าทำอย่างนี้อีก” เพ็ญปราม
จนกลางคืนเมขลาบอกเพ็ญว่าถ้าไม่ให้อยู่ตนไม่อยู่ก็ได้ แต่พอเพ็ญถามว่าแล้วจะไปอยู่ไหน บ้านอยู่ไหนจำได้แล้วหรือ เพราะจากประวัติที่ส่งมาสมัครงานเธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีญาติพี่น้อง แล้วจะกลับไปอยู่ไหน
เมขลาอึ้งเมื่อนึกได้ว่าตนไม่มีที่ไปจริงๆ จึงเงียบถอนใจอย่างห่อเหี่ยว
ที่แท้พญามีเรื่องสะเทือนใจฝังลึกในความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องน้ำ เพราะตอนเด็กเขาถูกน้ำซัดไปแล้วพ่อโดดลงไปช่วย ตัวเขารอดแต่พ่อถูกท่อนซุงลอยมากระแทกจมหายไปต่อหน้าต่อตา...
เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาสะเทือนใจมากจนฝันร้าย ตื่นขึ้นมายังใจสั่น
ooooooo
รุ่งขึ้น เมขลาไม่เห็นพญา เธอเดินไปด้อมๆมองๆ ที่หน้าต่างห้องนอนเขา ดอกปีบถามว่ามาแอบมองใคร เมขลาถามว่ารู้ไหมว่าพญาไปไหน หาทั่วไร่แล้วก็ไม่เจอถามคนงานก็ไม่เห็น รู้ไหมว่าทำไมเขาไม่ไปทำงาน ดอกปีบจึงบอกว่า
“นายไม่สบายหนักค่ะ”
เมขลาจึงจะไปดู แต่เจอบัวผาดถูพื้นอยู่กันท่าไม่ให้เข้า แต่เมขลาก็หลอกล่อเข้าไปจนได้ เข้าไปเห็นพญานอนซมอยู่ เธอพึมพำอย่างรู้สึกผิดว่า “ไม่สบายเพราะฉันหรือนี่” แล้วเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ เป็นเวลาที่พญากำลังฝันร้าย ปัดมือเธอร้อง “อย่า...อย่า...ผมอยู่นี่ ช่วยด้วย...อย่าทิ้งผมไป...พ่อ”
เมขลาฟังไม่ชัดก้มถามว่าพูดว่าอะไร ก็พอดีบัวผาดเปิดประตูผลัวะเข้ามา เมขลาตกใจหน้าคว่ำลงไปปากกับปากสัมผัสกันพอดี บัวผาดตะโกนลั่น “ครูปริมจูบนาย”
เมขลาพยายามชี้แจง แต่บัวผาดหันไปตะโกนโพนทะนา “ครูปริมจูบนายโว้ย...” ไม่เพียงตะโกนที่บ้าน บัวผาดเที่ยวโพนทะนาไปทั่ว ทั้งที่โรงครัวและในหมู่คนงาน ทีแรกเมขลาก็ตามไปชี้แจง แต่บัวผาดก็เล่าไม่หยุดและใส่สีตีไข่อย่างมันปาก ประกาศว่าเรื่องนี้ตนไม่ยอม จนสุดท้ายเมขลาประชด รับสมอ้างให้สะใจไปว่า
“แต่ฉันยอม เพราะวันนี้ไม่อยากมีเรื่องแล้ว เพิ่งจูบกับนายพญามาอารมณ์ดี๊ดี ไปล่ะ บาย”
“เมื่อกี้เห็นแล้วใช่ไหม ยัยครูนี่มันร้ายจริงๆ เรื่องแบบนี้ต้องขยาย” แล้วก็หันไปเม้าท์ต่ออย่างสะใจ
เมขลาเดินไปที่โรงอาหารในไร่ก็ถูกป้าแหวงทั้งแขวะทั้งประจานว่าเขารู้กันทั่วไร่แล้วว่าเธอเป็นคนแบบไหน เมขลาเลยถามว่าตนจะจับนายพญาป้าจะแข่งหรือไงหรือจะจับด้วย พอเห็นคนงานฮือฮากับความปากร้ายของตนก็วีนใส่อีก โวยวายโขมงโฉงเฉงจนลั่นโรงอาหาร
อรัญขับรถมาได้ยินเสียงหันไปมองเห็นเมขลากำลังโวยวายก็มองอย่างแปลกใจว่าครูปริมเป็นอะไร จึงขับรถเข้าไปใกล้พอดีพญาเดินผ่านมากับทองหลาง เมขลาหันไปทักว่าหายดีแล้วหรือ ผิวปากหวือพูดอย่างก๋ากั่นว่า
“แหม...เมื่อเช้ายังนอนซมอยู่เลย เจอฉันเข้าไปจ๊วบ นิดเดียวแข็งแรงปึ๋งปั๋งขึ้นมาทันที”
พญาเร่งทองหลางรีบไปกันอย่าไปสนใจ แต่อีกทางอรัญลงจากรถเดินมาหาเมขลาถามว่ามีอะไรกันหรือ เธอร้องทักอย่างตื่นเต้นว่ามาพอดีมีปัญหาอยากจะคุยด้วยแล้วดี๊ด๊าคว้ามืออรัญเดินไปอีกทาง
ป้าแหวงหมั่นไส้มากประกาศจะไม่ยอมให้ยัยครูนี่มาเป็นนายผู้หญิงเด็ดขาด ดอกปีบถามว่าจะทำยังไง
“เดี๋ยวต้องหาเซียนมาปราบซะแล้ว” ป้าแหวงยิ้มเจ้าเล่ห์
เมขลาดึงอรัญไปถามว่ามีธุระอะไรกับพญาหรือเปล่า อรัญบอกว่าไม่มีพอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเที่ยว ถามเธอว่าสอนเด็กที่นี่สนุกไหม เธอบอกว่าจำไม่ได้เลยว่าตัวเองเคยเป็นครู
“อย่ากังวลไปเลยครับ อีกไม่นานคุณต้องจำได้แน่ ตอนนี้พอนึกอะไรออกบ้างไหม” เมขลาทำท่าคิดแล้วตาโตบอกว่านึกออกแล้วว่าลืมตากผ้าแล้วรีบไปเลย อรัญมองงงๆ พึมพำมึนๆ “คนสวยเป็นแบบนี้ทุกคนไหมเนี่ย”
เซียนที่ป้าแหวงให้มาปราบเมขลาคือกุ้งหลานสาวตนนั่นเอง แต่ทั้งฝีปากและฝีมือกุ้งเทียบชั้นไม่ได้เลยกับเมขลา ทะเลาะกันไม่นานก็ตบตีกัน กุ้งโดนแม่ไม้มวยไทยของเมขลาจนน่วม นั่นยังพอทน แต่ที่ทำให้กุ้งยอมแพ้คือ กลัวจมูกที่เพิ่งไปทำมาจะเบี้ยว แต่ก็พูดอย่างไว้เชิงว่ายอมครั้งนี้ครั้งเดียวหรอกยัยครูเพี้ยน แล้วล่าถอยไป
มีเรื่องกับคนทั้งไร่ เมขลาเครียดขอยืมมอเตอร์ไซค์พญาไปขี่แก้เซ็ง พญาขอบใจที่เธอช่วยเช็ดตัวให้ เธอบอกว่าเพราะเรื่องนี้แหละคนถึงพากันเกลียดตนหมดทั้งไร่เพราะคิดว่าตนไปจุ๊บเขา แต่ที่จริงเขาไม่ใช่สเปกของตนเลย
พญาบอกว่าเป็นบุญแล้วที่ตนไม่ใช่สเปกเธอ เมขลานิ่งไป พญาถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอบอกว่ากำลังคิดว่าตนเป็นครูปริมจริงหรือ ทำไมตนไม่คุ้นเคยกับการเป็นครูเลย
ฟังแล้วพญากังวลกลัวว่าความจำเธอจะกลับมา จึงบอกว่าค่อยๆทำความเข้าใจไป ตอนนี้เธออาจจะยังสับสนทำในสิ่งที่เธอควรจะเป็นดีกว่า
เมขลาฟังแล้วสะเทือนใจ บอกว่าตนความจำเสื่อม ไม่มีที่ไปเขาก็ยังดูแลให้ที่อยู่ให้งานทำ ขอบคุณและชมว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ พญามองเธออย่างรู้สึกผิดขึ้นมา เบือนหน้าไปทางอื่นตัดบทขรึมๆว่า
“เธอยังไม่รู้จักฉันดี อย่าเพิ่งพูดคำนี้ ต่อไปเธออาจจะเกลียดฉันก็ได้” พอเมขลาถามว่าทำไมถึงคิดว่าตนจะเกลียดเขา พญาก็ตัดบทบอกให้ไปนอนดีกว่า ดึกแล้ว
ooooooo
เมขลายืมมอเตอร์ไซค์เก่าๆของพญาไปขี่เล่นแก้เซ็ง รถไปตายขวางถนนทำให้รถกระบะที่ขนผักตามมาขับไปไม่ได้ เมขลาพยายามสตาร์ตจนติดแล้วขยับหลีกทางให้
เธอขับรถตามไป ขณะรถกำลังแซงจะผ่านรถกระบะนั้น เธอเห็นผ้าโยนมาจากรถนั้น เจตนาดีนึกว่าอะไรหล่นไล่ตามไปจึงรู้ว่ามีแรงงานต่างด้าวซ่อนอยู่ใต้กองผัก พวกมิ่งที่นำมาพยายามขับรถหนี เมขลาไล่ตาม จนถึงทางโค้งก็ถูกรถกระบะเบียดตกข้างทาง
กลับไปเล่าให้พญาฟังอย่างหวาดเสียวถึงการไล่ล่ากับรถกระบะ พญาฟังแล้วหาว่าเธอขี้โม้ อรัญบอกว่าโชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรมาก ถามว่าพอจะรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร เธอบอกว่าไม่เคยเห็นหน้า
“เชื่ออะไรยายเฟอะฟะ เห็นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขับรถตกข้างทางเองแล้วมาปั้นเรื่องแก้อายมากกว่า มีหน้าที่สอนก็สอนไป ไม่ต้องยุ่งเรื่องคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เรื่องในไร่น่ะรู้หมดแล้วหรือยัง”
อรัญเสนอว่า ถ้าอยากให้เธอรู้เรื่องภายในไร่ ก็พาเธอทัวร์รอบไร่ แต่ถ้าไม่ว่าตนจะพาไปเอง พญาถามประชดว่าว่างนักเหรอท่านนายอำเภอ อรัญบ่นงงๆว่าทำท่าเหมือนกันท่าเลย แล้วเอะใจว่าหรือจะกันท่าจริงๆ
มิ่งกลับไปรายงานเสี่ยส่งว่าครูคนใหม่ของไร่ภูพญาเจอพวกตนตอนขนคนไป เสี่ยถามว่าแล้วเขารู้หรือเปล่าว่าเรากำลังทำอะไร มิ่งบอกว่าอาจจะแค่สงสัย เพื่อความแน่ใจให้ตนไปเก็บเลยดีไหม
“ไม่ต้อง แค่ผู้หญิงคนเดียว สงสัยแค่นี้มันจะทำอะไรเราได้ อย่ากระโตกกระตากไป ขืนลื้อลงมือเดี๋ยวคนอื่นก็รู้ไปด้วย อยู่เฉยๆไปก่อน”
พอดีแอนนี่เข้ามาบอกเสี่ยว่าจะไปหาพญา อยากรู้ว่าอู้ฟู่สักแค่ไหนแล้ว เสี่ยเยาะเย้ยว่าคนอวดดีทำเป็นรัก ธรรมชาติจะไปยุ่งกับมันทำไม “ก็แค่ลองเซอร์เวย์น่ะค่ะ ต้องดูก่อนว่าเขาคุ้มค่าพอจะให้สนใจหรือเปล่า” แอนนี่ยิ้มเจ้าเล่ห์
เป็นวันที่พญาพาเมขลาไปทัวร์ไร่ตามคำแนะนำของอรัญ เจอแอนนี่ยืนดักอยู่ เขาจึงรับเธอไปด้วย สองสาวที่เหมือนขมิ้นกับปูนแอบจิกกัดกันตลอดทาง
แอนนี่เลียบเคียงถามการสร้างตัวของเขาแล้วชมว่าเก่งมากที่สร้างตัวขึ้นมาได้ขนาดนี้
“ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนที่มาจากศูนย์อย่างผมจะมีวันนี้ได้ ตั้งแต่พ่อตาย แม่ผมก็เก็บเล็กผสมน้อย ประหยัดทุกอย่างเพื่อสร้างไร่นี้ขึ้นมา เราเริ่มจากเล็กๆ คนที่มีบุญคุณกับผมมากคือลุงตระกล” แอนนี่ถามว่าคนที่ซื้อป่าสายน้ำผึ้งไปจากเตี่ยหรือ “ใช่ ลุงตระกลเป็นคนรักต้นไม้มาก เห็นความสำคัญของป่าที่เป็นต้นน้ำ ซึ่งทำให้ทุกชีวิตอยู่ได้ ลุงตระกลช่วยเหลือผมไว้มาก ถ้าไม่มีลุงผมก็คงไม่มีวันนี้”
เมขลาฟังอย่างตั้งใจ รู้สึกคุ้นๆกับชื่อตระกล พยายามนึกแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เลยขี้เกียจนึกอีก
พอรู้ฐานะของพญาแล้ว แอนนี่ถามถึงสถานะของเขาว่ายังไม่มีแฟนจริงหรือ ตนก็ยังไม่มีเหมือนกัน พญายิ้มเขินดื่มกาแฟแก้เก้อ เมขลาหมั่นไส้เอาทิชชูซับปากให้พญาบอกว่าเหมือนน้ำลายจะหก แอนนี่รู้ตัวว่าถูกหลอกด่าหันจะเอาเรื่อง เมขลาบอกว่าตนเช็ดกาแฟที่เลอะปากให้พญา ทิ้งไว้เดี๋ยวหน้าจะเหนียว
ก่อนกลับวันนี้ แอนนี่ยังเปิดทางไว้ว่าวันหลังจะมาเยี่ยมอีกเขาจะว่าอะไรไหม พญาบอกว่ายินดีต้อนรับเสมอ พอแอนนี่กลับไปก็สั่งให้มิ่งไปสืบมาว่าที่ไร่ภูพญาทำอะไรกันบ้าง ตนอยากจะทำอะไรร่วมกับเขา กำชับว่าเอาแบบเนียนๆนะ
คืนต่อมาก็เกิดไฟไหม้โกดังเก็บสมุนไพร แอนนี่มาช่วยดับไฟอย่างเอาการเอางานอ้างว่าผ่านมาเจอพอดี ทำให้พญามีความรู้สึกดีๆกับเธอมาก
จากการสอบถามว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นได้อย่างไร เมขลาโพล่งขึ้นว่าเห็นเทิดสูบบุหรี่เพราะก่อนไฟไหม้เธอเดินสวนกับเทิด เทิดพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเธอและพูดอาฆาตก่อนทิ้งก้นบุหรี่เหยียบขยี้จนดับแล้ว พญาคาดโทษว่าถ้ามีครั้งต่อไปเตรียมหางานใหม่ได้เลย ทำให้เทิดยิ่งแค้นเมขลาที่ทำให้ตนเป็นคนผิด
เมขลาพยายามช่วยพูดแก้ให้เทิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจ โรงเก็บนี่ก็เก่าแล้วดีเสียอีกจะได้สร้างใหม่ให้ไฉไลกว่าเก่า เลยถูกพญาเอ็ดว่าคนอย่างเธอดีแต่ผลาญเงิน หยิบหย่ง ไม่รู้หรอกว่าการทำงานมันยากลำบากแค่ไหน เมขลาฉุนขาดถามว่าแค่นี้ก็ต้องว่ากันแรงๆด้วยหรือ พญาหันด่าว่า “เธอ...เป็นผู้หญิงที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยเจอ” แล้วเดินหนีไปเลย
บัวผาดแอบฟังอยู่ได้ยินพญาด่าเมขลาก็พูดอย่างสะใจ
“สมน้ำหน้า ยัยครูตัวแสบปากร้าย คราวนี้เป็นหมาหัวเน่าแล้ว อิอิ”
ooooooo










