นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”


    ช่วงเวลาที่นาตยาอยู่หอพัก ทอมกับปุ๊พาเพื่อนสาวต้อมกับจัสมินเข้ามาตีสนิท ทำทีต้อนรับเพื่อนใหม่ที่เข้ามาพัก ชวนไปทานกลางวันข้างนอก ทอมออกตัวเป็นเจ้ามือ นาตยารู้สึกดีหายเหงาเพราะทุกคนรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเอง

    “งั้นคืนนี้พานาตไปคลับดีกว่า ไหนๆจะฉลองแล้วต้องเอาให้ครบสูตร” ต้อมได้ทีเสนอ

    ปุ๊เห็นด้วย นาตยาลังเลอยากจัดของให้เข้าที่และพักผ่อนก่อนจะเริ่มงาน ทอมซ่อนความไม่พอใจ ทำทีตามใจไปก่อน ชวนคุยถามสมัครงานที่ไหนไว้

    “บริษัทดวงชีวันแอนด์แอสโซสิเอท...”

    “ที่เขาว่าเจ้าของเป็นเมียเช่าญี่ปุ่นน่ะเหรอ” จัสมินแทรก นาตยาหน้าเจื่อนไม่รู้มาก่อน

    “เรื่องนี้ต้องถามทอม...มันรู้ดี” ปุ๊โบ้ยไปที่เพื่อน

    “อาจจะเป็นข่าวลือก็ได้ ไม่รู้จริงอย่าเพิ่งไปว่าเขา” ทอมพยายามทำให้นาตยาประทับใจ

    นาตยายิ้มมองทอมอย่างนึกชมในใจ พอกลับมาที่หอพัก ทอมย้ำถ้าเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวกับพวกตนคืนนี้ ไปที่ห้องรับแขกตอนสองทุ่มได้เลย ต้อมเกลี้ยกล่อมไม่ควรอยู่คนเดียวให้เหงา พอดีดารณีเดินมาบอกนาตยาว่ามีตำรวจมารอพบ พวกปุ๊มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทั้งดารณีและนาตยาแปลกใจ ดารณีถามลูกชาย

    “ก็ตำรวจน่ะสิ ทำไมจะต้องตกใจขนาดนั้น...ปุ๊ เฝ้าเคาน์เตอร์นะ แม่ไปซื้อของเดี๋ยวมา”

    ปุ๊กำชับให้แม่กลับมาเร็วๆ ทอมหันมาถามนาตยา รู้จักตำรวจด้วยหรือ เธอยิ้มรับ...ทอม ปุ๊และพวกตามดูนาตยาที่เดินไปห้องรับแขก นิทัศน์ในเครื่องแบบร้อยตำรวจโท นั่งอ่านหนังสือรออยู่ พอได้ยินเสียงนาตยาทักก็หันมองยิ้มถามไปไหนมา

    “เพื่อนพาไปซื้อของมาค่ะ” นาตยาจะแนะนำ แต่พอหันมาเห็นทุกคนกำลังเดินหนี จึงรีบเรียกไว้ “ทอมๆรู้จักกับพี่นิทัศน์สิ พี่นิทัศน์คะนี่ทอมเพื่อนนาตค่ะ เพิ่งมารู้จักกันที่นี่”

    ปุ๊ จัสมินและต้อมเดินหนีไปแล้ว ทอมจำต้องหันมายกมือไหว้นิทัศน์ แล้วบอกนาตยาว่าตนมีธุระต้องรีบไป เธอถามถึงงานคืนนี้ เขารีบบอกเอาไว้ก่อน เพิ่งนึกได้ว่านัดกับพ่อไว้

    นิทัศน์มองท่าทีทอมที่ดูกวนๆ อดถามไม่ได้ “เพื่อนนาตเหรอ....”

    “เพิ่งรู้จักกันที่นี่ล่ะค่ะ เขาอาสาพาไปซื้อของ...ทำไมพี่นิทัศน์รู้ล่ะคะว่านาตอยู่ที่นี่”

    “ก็นาตโทรเลขไปบอกคุณพ่อเมื่อวานไง ท่านก็เลยรีบโทรเลขบอกพี่ให้รีบมาดู...ท่านเป็นห่วงนาตมาก”

    “นาตโตแล้วนะคะพี่นิทัศน์ ดูแลตัวเองได้ค่ะ”

    “นาตยังไม่รู้เท่าทันพวกคนเลวที่มันชอบแฝงตัวในคราบคนดี ไอ้คนเลวพวกนี้มันชอบหลอกคนดีๆให้ตายใจ...ไปข้างนอกกันเถอะ พี่จะพานาตไปเปิดหูเปิดตา”

    นาตยาจึงขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องและเก็บของที่ซื้อมาด้วย นิทัศน์นั่งรอข้างล่าง...ทอมกับปุ๊แอบมองอย่างไม่พอใจ

    นิทัศน์พานาตยาออกมาเดินเล่นสวนสาธารณะ จึงรู้ว่าอีกสองวันเธอถึงจะไปสมัครงาน นาตยาบอกว่าคืนนี้เป็นวันเกิดเจ้าของบริษัท คงยุ่งวุ่นวาย รออีกวันค่อยไป นิทัศน์ถามชื่อบริษัท

    “ดวงชีวันแอนด์แอสโซซิเอทค่ะ...เพื่อนนาตที่หอเขาบอกว่า มีข่าวลือว่าเจ้าของบริษัทเป็นเมียเช่าญี่ปุ่นด้วยนะพี่นิทัศน์”

    “อือ...พี่จะลองสืบดู แต่การที่เขาเป็นเมียเช่า ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดีนะ”

    “แต่สังคมจะยอมรับเหรอคะ...”

    นิทัศน์หัวเราะ “ใครรวยก็ดูดีทั้งนั้นล่ะนาต ขอให้มีมโนธรรมก็แล้วกัน”

    นาตยาทำหน้าคิดหนัก “คงต้องดูกันไปค่ะพี่นิทัศน์ แต่ถ้านาตรู้สึกไม่ดีเมื่อไหร่ นาตคงทำงานที่นี่ไม่ได้แน่ๆค่ะ”

    “นาตน่ะช่างเอาเรื่องเอาราวเสมอล่ะ” นิทัศน์บีบจมูกหญิงสาวเล่นอย่างเอ็นดู

    นาตยาโวยเบาๆที่เห็นตนเป็นเด็กอยู่เรื่อย นิทัศน์มองอย่างรักใคร่แต่ไม่กล้าเผย พลันหญิงสาวเห็นแม่ลูกเดินจูงกันมาก็สีหน้าหม่นลง นิทัศน์มองตามกระเซ้า ไหนว่าโตแล้วยังคิดมากอยู่อีก...นาตยามองสองแม่ลูกเล่นกันก็รำพึง

    “นาตเหมือนจะจำแม่ได้ เหมือนจำที่แม่กอดแม่อุ้มได้”

    “แต่คุณพ่อนาตบอกว่าแม่นาตตายตั้งแต่คลอดนาตไม่ใช่เหรอ...”

    “นาตคงจะคิดไปเอง มันเลือนรางไม่เห็นหน้ารู้ไหมพี่นิทัศน์ เวลาเห็นคนอื่นเขามีแม่พูดเล่นพูดคุยกัน นาตต้องร้องไห้แทบทุกที” นาตยาน้ำตาไหลริน
    นิทัศน์จับมือปลอบ “นาตยังมีพี่นะ...” เขาปาดน้ำตาที่อาบแก้มให้ นาตยายิ้มอบอุ่นใจ

    ooooooo

    ในห้องรับแขกบ้านปิ่นแก้ว พนมกับกฤษดาถือถุงกระดาษเดินเข้ามาด้วยสภาพผมหงอกประปราย แต่ยังมีมาดเท่หลงเหลืออยู่ พนมมองบ้านที่เหลือเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้น สภาพบ้านทรุดโทรมลงมาก เขาเชื้อเชิญกฤษดาให้เข้ามานั่ง และบอกให้เขาพักที่นี่ด้วยกัน

    กฤษดาเกรงใจ “ไม่เป็นไรหรอกพนม อย่าลำบากเลย”

    “ไม่เป็นไรได้ยังไง นายไม่มีเงินเหลือซักสลึง เหลือแต่แหวนทองเหลืองนั่นวงเดียว มันก็ไม่มีค่าพอจะเอาไปจำนำซะด้วยซ้ำ”

    “นายก็รู้ว่าแหวนวงนี้มีค่ากับกันแค่ไหน” กฤษดาสลดลง

    “เออ...ขอโทษว่ะเพื่อน” พนมตบไหล่ มองรอบๆ “นี่บ้านฉันเหลือแต่ซากเท่านั้นนะเนี่ย”

    ปิ่นแก้วเดินลงมาจากข้างบน บ่นว่าบ้านก็ติดจำนองธนาคาร อีกไม่นานคงโดนยึด พนมโพล่ง ตนไม่ยอมเสียบ้านนี้ไปเด็ดขาด ปิ่นแก้วสวน

    “พี่พนมจะทำยังไง ใครเขาจะมาค้าขายกับนักโทษที่เพิ่งจะพ้นคุกอย่างพี่...”

    “อย่าให้กันต้องมาเป็นภาระนายเลยพนม” กฤษดารู้สึกเกรงใจ

    “นายไม่ใช่ภาระ นายต้องติดร่างแหไปด้วยก็เพราะกัน ยังไงกันก็ต้องรับผิดชอบ”

    “ไม่ใช่ความผิดของนายหรอกพนม” กฤษดาให้พนมคลายกังวล

    พนมหันมาถามปิ่นแก้วว่าช่วงนี้มีงานบอลล์ใหญ่ๆ บ้างไหม เขาคิดว่าพวกเขาต้องกลับเข้าสังคมอย่างเร็วที่สุด ปิ่นแก้วท้วง “พี่จะเข้าสังคมได้ยังไง พี่ไม่อายเขาเหรอ”

    “อายทำไม...นักโทษการเมืองไม่ใช่นักโทษฆาตกรสักหน่อย สังคมนี่แหละที่จะเป็นช่องทางทำมาหากินให้เรา”

    ปิ่นแก้วจึงหยิบการ์ดเชิญมาวางตรงหน้า “พรุ่งนี้จะมีงานวันเกิดประธานบริษัทใหญ่ บริษัทผลิตวัสดุก่อสร้าง เขาส่งบัตรเชิญมา ถ้าพี่จะไปก็ไปคนเดียวเถอะค่ะ”

    “ไม่ได้...เธอต้องไปกับพี่ด้วย นายด้วยกฤษดา”

    “อย่าเลยพนม กันไม่อยู่ในสภาพที่จะเจอใคร แล้วนายก็รู้ว่ากันไม่ชอบงานแบบนี้”

    “ปิ่นก็ไม่ไป เสื้อผ้าก็ไม่มี ไหนจะต้องไปร้านเสริมสวย จะเอาเงินที่ไหน แค่กินแต่ละวัน ถ้าไม่ได้แม่ปิ่นจุนเจือจะทำยังไง ปิ่นอายเขา...บ้านปิ่นก็แย่เหมือนกัน แม่ก็แก่มากแล้ว ปิ่นไม่อยากให้ใครมาดูถูกมากไปกว่านี้อีก”

    พนมมองภรรยาแล้วถอนใจ เดินไปหาค้อนทั่วบ้าน กฤษดาคิดว่าเขาไม่พอใจจึงปลอบให้ใจเย็นทั้งสองคน ปิ่นแก้วโวย เกือบ 20 ปีตนต้องอยู่คนเดียว เฝ้าบ้านหลังนี้โดยที่พนมทิ้งเงินไว้ให้นิดเดียว ที่อยู่มาได้เพราะขายของแทบหมดบ้าน พลันเสียงพนมเอาค้อนทุบกำแพงโครมๆ

    “พี่พนม! จะมาบ้าตอนแก่หรือไง!” ปิ่นแก้วพยายามห้าม

    กฤษดาเข้ามาบอกให้ใจเย็น ผนังพังเป็นรูใหญ่ เห็นเงินหลายปึกและเหรียญหล่นออกมา พนมยืนหอบ ปิ่นแก้วกับกฤษดาตะลึง

    “เลิกบ่นได้หรือยัง เธอคงไม่คิดว่าฉันจะโง่เอาของของฉันทั้งหมดไปไว้ในธนาคารหรอกนะ” พนมแขวะปิ่นแก้วที่กำลังดีอกดีใจ รองรับเงินที่ไหลออกมา

    ooooooo

    ดังนั้น งานเลี้ยงใหญ่คืนนี้ พนมจึงพากฤษดาและปิ่นแก้วมาร่วมงานอย่างไม่น้อยหน้าใคร กฤษดายังตะขิดตะขวงไม่อยากเข้าไปในงาน อยากลับไปรอที่บ้าน แต่พนมรั้งไว้ ปิ่นแก้วยุ

    “เข้าไปเถอะค่ะพี่กฤษดา ปิ่นอยากให้พี่ดูอะไรบางอย่าง”

    “ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาดนะปิ่น เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ” พนมปรามแต่เธอไม่สนใจดึงกฤษดาเข้าไปในงาน พนมจำต้องเดินตาม

    ภายในงาน บรรยากาศจัดในโทนสีฟ้า หรูอลังการ มีวงดนตรีเล่นอยู่กลางเวทีกลางห้องจัดเลี้ยง บริกรเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มและคานาเป้...แขกในงานมองกลุ่มพนมอย่างดูถูกแต่พนมไม่สนใจ กฤษดากระซิบถาม คิดถูกแล้วหรือที่มางานนี้ พนมหันมากำชับ

    “จำไว้กฤษดา...จำสีหน้าพวกนี้ไว้ มันจะเป็นพลังให้เรา”

    “มันไม่จำเป็นจะต้องมารู้มาเห็นเรื่องไร้สาระนี่เลยนะ” กฤษดาไม่เห็นด้วย

    ปิ่นแก้วยิ้มระรื่นชอบงานหรูหรา เหยียดพวกเศรษฐีใหม่หลังสงคราม...พอดี มณีกับสุวัฒน์เข้ามาทักพนมกับกฤษดา พนมบอกตามตรงว่าเพิ่งออกจากคุก เขากลับบอกว่า

    “เฮ้ย...อย่าไปพูดถึงเลยน้อง เป็นไงกฤษดา คุณนี่วีรบุรุษสงครามตัวจริงนะ”

    “ผมว่าต้องเรียกวีรบุรุษตกยากครับพี่”

    ตลอดเวลาที่คุยกัน ปิ่นแก้วแอบมองมณีที่แต่งตัวหรูอย่างเหยียดๆ มณีทัก “คุณกฤษดายังหล่อเหมือนเดิมนะคะ” กฤษดาแย้งแก่แล้ว มณีเน้น “ถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ยังสมาร์ทมากค่ะ”

    “ไม่ต้องยอมากหรอกมณี แล้วไปไงมาไงถึงมากับพี่สุวัฒน์ล่ะ อย่าบอกนะ...” ปิ่นแก้วขัด

    สุวัฒน์รีบออกตัวว่าเจอมณีที่นี่แล้วชมปิ่นแก้ว

    วันนี้สวย เธอยืดตัวโอ่ มณีแขวะอย่างหมั่นไส้ “พวกเครื่องเพชรสมัยนี้ทำเลียนแบบของจริงเก่งนะคะ ดูไม่ค่อยรู้ว่าจริงหรือปลอม”

    “อ๋อ...ถ้าคนที่เขามีของจริงเขาดูออกค่ะ” ปิ่นแก้วสวน

    พนมกับกฤษดาระอาเดินหนี สุวัฒน์เดินตามไปด้วย พลัน คุณหญิงรังรองเดินมา มณีรีบหันไปทักตั้งใจหักหน้าปิ่นแก้ว “ตายจริง พี่หญิง...สวัสดีค่ะ....”

    “สวัสดีจ้ะมณี มานานแล้วเหรอ”

    “มานานแล้วค่ะ พอดีเจอปิ่น สามีเขาเพิ่งออกมาจากบางขวาง” มณีพูดทีเล่นทีจริงให้ปิ่นแก้วอับอาย แต่กลับกลายได้รับความเห็นใจ

    “แหมปิ่น...ดีใจจริงที่เจอ ดีใจกับคุณพนมด้วยนะ พ้นทุกข์พ้นเคราะห์ซะที อย่าคิดมากนะจ๊ะ ดีแล้วออกมาเจอกัน”

    “ขอบคุณค่ะคุณหญิง ปิ่นกับพี่พนมไม่คิดมากหรอกค่ะ มีแต่พวกตัวตืดสังคมสิคะ ชอบจะเดือดร้อนแทนปิ่น”

    มณีแทบสำลักเครื่องดื่มที่กำลังจิบ ปิ่นแก้วหัวเราะกับรังรอง...พอดี ไฟบนเวทีสว่างขึ้น เสียงสะล้อซอซึงของทางเหนือดังกระหึ่ม นางฟ้อนออกมาฟ้อนบนเวทีอย่างสวยงาม กฤษดาถึงกับตะลึง เพราะเป็นการฟ้อนเดียวกับที่ดวงใจเคยฟ้อนเมื่องานเลี้ยงต้อนรับตนที่เชียงใหม่

    พอการแสดงจบลง นางฟ้อนแยกออกยืนสองฝั่ง ดวงใจที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่าหทัยทิพย์เดินยิ้มออกมา เสียงพิธีกรประกาศ “ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ...ท่านประธานบริษัทดวงชีวันแอนด์แอสโซซิเอท...คุณหทัยทิพย์ ดวงชีวัน”

    แขกในงานพากันปรบมือ หทัยทิพย์ยิ้มแย้มกับทุกคน กฤษดาจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงเพลงวันเกิดบรรเลงขึ้น เสาวรส เจ้าสัวพูนทรัพย์และเถ้าแก่หยงคุณ เดินยิ้มแย้มเข้ามา กัปตันเข็นเค้กจุดเทียนมาให้เป่า

    เสาวรสส่งกระบี่ให้หทัยทิพย์ตัดเค้กชิ้นแรกมอบให้เจ้าสัว

    บริเวณที่กฤษดา พนมและสุวัฒน์ยืนอยู่ห่างจากหทัยทิพย์พอสมควร กฤษดายังคงจ้องมองไม่วางตา พนมย้ำว่าเหมือนดวงใจมาก แต่กฤษดาบอกเธอตายแล้ว สุวัฒน์งงถามเหมือนใคร

    “ก็คุณ...หทัยทิพย์นั่นแหละพี่สุวัฒน์ เหมือนคนที่กฤษดาเคยรู้จัก”

    “สวยนะ พวกพ่อค้าใหญ่ๆ กับนักการเมืองติดกันเป็นแถว แต่ไม่มีใครอยากเอาจริงเพราะหล่อนเคยเป็นเมียเช่าญี่ปุ่น สมัยสงคราม”

    กฤษดาหันขวับมามองอย่างตกใจ ปิ่นแก้วเดินมาพูดแทรก “ที่ร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะเขาว่ากันว่าญี่ปุ่นทิ้งทองคำไว้ให้เยอะ จนชุบตัวเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้เลย”

    “คนที่ได้เค้กชิ้นแรกคือเจ้าสัวพูนทรัพย์ นายธนาคารใหญ่ เป็นคนเล่นแร่แปรทองเป็นเงิน แล้วยังช่วยก่อตั้งธุรกิจให้ด้วย ก็ไม่รู้นะว่าจะก่อตั้งกันขนาดไหนถึงให้ความสำคัญกันขนาดนี้...” มณีเสริม พนมแขวะรู้ดีจริง “ต้องรู้ดีแน่นอน ฉันน่ะสืบประวัติผู้หญิงคนนี้มาหมดแล้วเพราะหน้าตาหล่อนมันเหมือน...” มณีหันมองหน้ากฤษดา

    “นี่แหละค่ะ ที่ปิ่นอยากให้พี่กฤษดามาเห็น...เห็นผู้หญิงหากินชั้นสูง ที่เอาตัวเข้าแลกกับผู้ชายจนได้ดี พี่กฤษดาว่าหน้าตาหล่อนเหมือนใครคะ” ปิ่นแก้วเน้นย้ำ

    กฤษดามองหทัยทิพย์อย่างพิจารณาแล้วส่ายหน้า เป็นไปไม่ได้...หทัยทิพย์ยืนกล่าวบนเวทีกับเสาวรส ทั้งสองใส่ชุดสีฟ้า

    “สวัสดีค่ะ...ต้องขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน คงได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินกับงานคืนนี้นะคะ อย่างที่ทุกท่านคงทราบแล้วว่า การจัดงานวันเกิดดิฉันในวันนี้ ของดของขวัญทุกอย่างค่ะ แต่ดิฉันอยากขอเชิญชวนทุกท่านให้ร่วมทำบุญกับเราค่ะ...บริษัทของเราได้มอบเงินช่วยเหลือมูลนิธิและสถานที่ดูแลผู้ยากไร้กว่าสามสิบแห่ง หากท่านมีจิตศรัทธาทำบุญร่วมกัน ดิฉันก็ขอให้บุญกุศลนั้น มีแด่ทุกท่านที่ได้ทำบุญกับเราค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

    แขกในงานพากันปรบมือ หทัยทิพย์มองลงมาเห็นบางกลุ่มซุบซิบนินทา บางกลุ่มไม่ได้สนใจ เธอรู้สึกผิดหวังเดินมากระซิบเสาวรสว่าอยากกลับบ้าน เสาวรสเห็นใจจึงบอกให้ทำทีไปเข้าห้องน้ำ แล้วค่อยออกไป สองสาวพากันเดินลงจากเวทีแล้วเดินเลี่ยงผู้คน

    สุวัฒน์ชมกับพนมว่า ยังดีที่รู้จักทำบุญทำทาน ปิ่นแก้วแทรกหาว่าทำบุญเอาหน้า กฤษดาสะเทือนใจเห็นหทัยทิพย์เดินออกไปก็อยากเห็นหน้าชัดๆ จึงคิดตาม พนมถามจะไปไหน

    “ขอไปดูอะไรหน่อย” ว่าแล้วกฤษดาก็เดินไป

    ปิ่นแก้วกับมณีจะตาม พนมรีบปรามให้สองสาวหยุด เลิกจุ้นจ้านกับกฤษดาเสียที มันน่ารำคาญ แถมตอกย้ำว่าไม่ใช่สาวแล้ว แก่จนเหี่ยวตามๆกันยังทำตัวน่าเบื่อหน่าย สุวัฒน์แอบขำ

    ooooooo

    เสาวรสพาหทัยทิพย์เดินลงบันไดมาอย่างรีบร้อน กังวลเหมือนกันว่าแขกในงานคงงงที่เจ้าภาพหายไป หทัยทิพย์ยอมรับว่าไม่ชอบงานแบบนี้ ถ้าไม่คิดว่าทำเพื่อบริษัทตนไม่มาแน่

    “รีบขึ้นรถเลยดีกว่า พี่เห็นพวกนักข่าวอยู่ตรงโน้นน่ะ” เสาวรสเร่ง

    กฤษดาวิ่งตามเห็นสองสาวขึ้นรถ เสาวรสสั่งคนขับออกรถ จังหวะนั้นกฤษดาวิ่งมาพอดี รถจึงเฉี่ยวเขาล้มลง อำนวยคนขับรีบลงมาดู หทัยทิพย์ไม่รอช้าเปิดประตูตามด้วยความตกใจ เสาวรสพยายามกันนักข่าวไม่ให้ถ่ายรูป อำนวยจับคนเจ็บหงายหน้าขึ้น พอหทัยทิพย์เห็นว่าเป็นใครก็เข่าอ่อนน้ำตาไหลพรากพูดไม่ออก เสาวรสสั่งอำนวยอุ้มคนเจ็บขึ้นรถไปโรงพยาบาลทันที

    หทัยทิพย์นั่งเบาะหลังให้กฤษดานอนหนุนตัก มองเลือดที่ไหลซึมจากหน้าผากเขาด้วยใจสั่นระริก น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย เสียงเสาวรสถามเป็นอย่างไรบ้าง

    “เขายังไม่ตาย...เขายังไม่ตาย...” หทัยทิพย์ร้องไห้จนเสาวรสต้องหันมอง

    “ไม่ต้องร้องไห้ดวง...ไม่ต้องร้องไห้...เขาต้องไม่เป็นอะไร”

    ถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เสาวรสบอกหทัยทิพย์ให้นั่งรอใจเย็นๆ เธอเสียงสั่น “พี่เสา...พี่เสา พี่รู้ไหมว่าคนที่โดนรถเราชนคือใคร”

    “ไม่รู้...ดูจากการแต่งตัวน่าจะเป็นแขกในงานเรานะ”

    “คุณกฤษดาจ้ะ...” หทัยทิพย์ยิ้มทั้งน้ำตา เสาวรสตาเหลือก “ทีแรกก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้แน่ใจที่สุด ถึงเขาจะมีอายุมากขึ้น แต่ใช่คุณกฤษดาแน่นอน”

    “แล้วเขามาเดินให้รถเราชนได้ไง...แปลว่าเขาต้องเห็นดวงในงานแล้วตามเราออกมา”

    “ใช่แน่พี่เสา เขาคงเห็นดวงในงาน” หทัยทิพย์สีหน้าตื่นเต้นดีใจ

    “ตามหาซะแทบตาย บทจะมาเจอกันก็มาเดินให้รถเราชนซะอย่างนั้น” เสาวรสถอนใจ

    หทัยทิพย์ดีใจมีเรื่องอยากถามเขามากมาย พอดีหมอออกมา เธอปรี่เข้าถามอาการ หมอตอบว่าศีรษะแตก แขนหักและบอบช้ำหลายแห่ง ผ่าตัดดามกระดูกให้แล้ว ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแต่คงต้องรักษาตัวอีกหลายวัน คนไข้ต้องอยู่ห้องไอซียูก่อนเพราะยังไม่ฟื้น พรุ่งนี้ถึงจะเยี่ยมได้”

    หทัยทิพย์ยิ้มอย่างโล่งอก เสาวรสจึงพากลับบ้านพักผ่อน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ เสาวรสมาบริษัท พนักงานต่างทำ ความเคารพ พิธีพานาตยามาสมัครงาน นั่งรออยู่ พอเห็นเสาวรสมาก็รีบรายงาน ว่านี่คือนาตยาที่จะมาสมัครแผนกศิลปกรรม เสาวรสรู้สึกคุ้นหน้า ยิ้มให้และบอกให้ไปแผนกบุคคล พิธีตอบว่าไปมาเรียบร้อยแล้ว

    เสาวรสจึงซักถามจบจากไหน นาตยาตอบว่า ศิลปากร เธอยิ้มอย่างพอใจกำชับให้ตั้งใจทำงาน แล้วบอกพิธีเข้าไปคุยงานในห้องก่อนค่อยพานาตยาไปดูห้องที่จะทำงาน

    “ให้หนูเริ่มงานเลยเหรอคะ” นาตยาตื่นเต้น

    เสาวรสย้อนถามได้หรือเปล่า...นาตยารีบบอกว่าได้ค่ะ พิธียิ้มยินดีด้วย นาตยานั่งรอด้วยสีหน้าดีใจ...เสาวรสคุยกับพิธีเรื่องอุบัติเหตุเมื่อคืน เขาบอกได้ยินข่าวเหมือนกันแล้วถามอาการ

    “หัวแตก แขนหัก แต่ปลอดภัยแล้ว ฉันอยากให้คุณไปทำความเข้าใจ ถ้านักข่าวมาถามเขาจะได้รู้ว่าเราดูแลอย่างดี” พิธีรับคำ เสาวรสบอกอีกว่า “ช่วงนี้ท่านประธานอาจจะยุ่งๆ ไม่ได้เข้ามาบริษัท ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรให้รีบมาบอกฉัน”

    “จะมีก็แต่เรื่องเสี่ยหยงที่อยากจะพบท่านประธานมากครับ”

    “คุณก็หาทางบ่ายเบี่ยงไปแล้วกันฉันก็ไม่อยากพบ พูดไม่ยอมเข้าใจน่าเบื่อ จะเอาแต่ได้”

    “คนคนนี้มีเส้นสายมาก ตัวเขาก็มีอิทธิพลมากเหมือนกัน” พิธีหวั่นใจ

    “คนบางคนนี่บ้าสิ้นดี มีเงินแล้วก็อยากมีอำนาจ...

    มีอำนาจแล้วก็อยากมีชื่อเสียงให้คนนับหน้าถือตา แต่ลืมดูที่มาตัวเอง...น่าเบื่อ”

    “ผมก็ว่าอย่างนั้นล่ะครับ” พิธีเห็นด้วย

    ooooooo

    วันเดียวกัน หทัยทิพย์ถือของบำรุงร่างกายมาเยี่ยมกฤษดาที่โรงพยาบาล พยาบาลบอกว่าเขาเพิ่งทำบัตรขึ้นวอร์ดเมื่อเช้า ตอนนี้อยู่ห้องพิเศษชั้นสอง เธอรีบเดินขึ้นบันไดด้วยความดีใจ

    หน้าห้องมีชื่อ กฤษดา ดำรงธรรม ติดอยู่...ใจหทัยทิพย์เต้นรัวที่จะได้พบหน้าเขา เธอเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้ามา...กฤษดาในสภาพเข้าเฝือกแขนและที่หัวมีผ้าพันแผล สายน้ำเกลือระโยงระยาง พยายามจะลุกขึ้นรับแขก พอเห็นหน้าเธอก็ตะลึงพูดไม่ออก

    “คุณกฤษดา...” หทัยทิพย์ทักด้วยหัวใจพองโต

    “ขอโทษครับ คุณคือคุณหทัยทิพย์เจ้าของงานวันเกิดที่ผมไปถูกรถชนหน้างานเลี้ยงของคุณใช่ไหมครับ” สายตากฤษดาเฉยเมยจนหญิงสาวหน้าเจื่อนทำอะไรไม่ถูก

    “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ” หทัยทิพย์ตอบด้วยเสียงสั่นเทา

    “ไม่เป็นไรครับผมโทร.บอกเพื่อนแล้ว เดี๋ยวเขาคงมาจัดการ คุณจะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะความโง่ของผม”

    “อย่าพูดอย่างนี้เลยค่ะ ฉันยินดียอมรับผิดทุกอย่าง หมอบอกว่าคุณต้องพักอีกหลายวัน” หทัยทิพย์พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

    “อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างผมเลยครับ ขอโทษนะครับ ผม...อยากพักผ่อน” กฤษดาลงนอนหันหลังให้อย่างไม่ไยดี แต่หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว
    หทัยทิพย์ยืนงงน้ำตาไหลริน รีบปาดน้ำตา หันหลังกลับออกไปด้วยหัวใจแตกสลาย...

    กลับถึงบ้าน หทัยทิพย์ร้องไห้กับเสาวรส เธอเจ็บใจแทน “ทำไมคุณกฤษดาถึงทำอย่างนี้ล่ะ โธ่เอ๋ยอุตส่าห์ลำบากตามหาเป็นสิบๆปี อดทนยึดมั่น พอได้เจอหน้ากันทำไมถึงเป็นแบบนี้”

    “เขาคงไปรู้เรื่องอดีตของดวงแล้วพี่เสา ดวงมันไม่ดีพอสำหรับเขา ผู้หญิงสกปรกมีราคี...”

    “ก็เพราะใครกันล่ะ ที่ทำให้ชีวิตดวงต้องเป็นอย่างนั้น ดวงสู้ทนลำบากตามหาเขา ยึดมั่นในตัวเขาคนเดียว เทิดทูนเขาเหนือกว่าใครๆ เขาไม่เคยรู้เลย ไม่รู้หรือไงว่ามันมีค่ามีความหมายแค่ไหน” เสาวรสสวนด้วยความเจ็บแค้นแทน

    “เวลามันเปลี่ยนไปแล้วพี่เสา ตอนนี้จะมีก็แต่เศรษฐินีอดีตเมียเช่าญี่ปุ่น มีกินแต่ไม่มีเกียรติ” หทัยทิพย์หยิบเหล้าที่บาร์ริมสระออกมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

    เสาวรสปรามไหนว่าหยุดดื่มแล้ว ติงโตชิโร่ที่หัดให้ดื่มไม่ดีเลย แต่หทัยทิพย์กลับเห็นว่าดี เพราะมันทำให้ลืมความเจ็บปวด และมีเพียงโตชิโร่คนเดียวที่ดีกับตนแม้ตนจะไม่เคยรักเขา...เสาวรสโทษกฤษดาทำให้เป็นแบบนี้ หทัยทิพย์ยังปกป้องอย่าโทษเขา เป็นเพราะตนเลวเอง เสาวรสเจ็บใจอยากไปดูหน้ากฤษดาเสียหน่อย

    ooooooo
    ในหอพักดารณี ทอม ปุ๊ ต้อมและจัสมินทำทีแสดงความยินดีกับนาตยาที่ได้งาน จัดงานฉลองให้ที่บาร์แถวศิลปากร รับรองกลับไม่ดึก นาตยาเห็นว่าคุ้นเคยกับแถวนั้นจึงตกลง

    นาตยาไม่รู้เลยว่ากำลังถูกทอมกับปุ๊หลอกให้เป็นคนขนยาเสพติดให้ พวกเขาชวนสูบบุหรี่ยัดไส้ นาตยาพอจะรู้จักเพราะสมัยเรียนมีเพื่อนสูบกัน เคยลองให้รู้แต่ไม่ติด...พอได้สูบของทอมก็รู้สึกว่าแรงเกิน เริ่มเคลิ้ม ทอมเห็นท่าที พอมีชายคนหนึ่งมาส่งห่อของให้ ทอมรีบรับมาแอบไว้ แล้วบอกนาตยาว่าฝากของไว้หน่อย ปุ๊กังวลเพราะเห็นเธอเมาแล้ว แต่ทอมเห็นว่า

    “เอาไว้ที่มันล่ะปลอดภัย ไหนๆ มีแฟนเป็นตำรวจ โดนกูหลอกใช้ซะเลย”

    ปุ๊หัวเราะชอบใจ...พอทุกคนกลับมาที่หอพัก พบนิทัศน์นั่งรออยู่ก็ตกใจ แต่นาตยากลับหัวเราะเสียงดัง ต้อมรีบออกตัวว่าพานาตยาไปฉลองที่ได้งานทำ นิทัศน์ติงแบบนี้ไม่เรียกฉลอง เรียกเมาหัวราน้ำ นาตยาอ้อแอ้ปฏิเสธไม่เมา นิทัศน์จึงบอกให้ขึ้นห้องนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า ตนจะมารับ ทอมรีบขอของที่ฝากถือ อ้างเป็นขนมซื้อฝากแม่ นิทัศน์มองอย่างสงสัยเพราะมันห่อด้วยกระดาษอย่างมิดชิด...พอดีดารณีเดินมา นิทัศน์จึงขอร้องบางอย่าง

    รุ่งเช้า เสียงนาฬิกาปลุกนาตยาให้ตื่น เธองัวเงียกดแล้วนอนต่อ ไม่ทันไรอีกเครื่องดังขึ้น เธอต้องลุกหาแล้วกด พอล้มตัวนอน เรือนที่สามก็ดังลั่นขึ้นอีก เสียงดังมาจากโต๊ะกินข้าว เธอต้องลุกเดินหงุดหงิดไปกด ทันใด ก็เห็นถ้วยกาแฟวางทับกระดาษโน้ต

    “ดื่มให้หมด จะได้ดีขึ้นนะจ๊ะ...พี่นิทัศน์”

    นาตยาอ่านแล้วบ่นอุบ “นึกว่าใคร...เจอดีแน่หมวด...” เธอมองจดหมายยิ้มๆ หยิบถ้วยกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่แล้วต้องบ้วนทิ้ง เพราะมันทั้งเค็มและเผ็ดพริกไทย...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 20:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์