นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”

    ท่ามกลางความมืด บนถนนมีเพียงแสงสว่างจากพระจันทร์ ดวงใจวิ่งร้องไห้ให้พ้นจากซอยบ้านหมอเมตตา จนมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำอย่างเหนื่อยหอบ เธอหยุดมองไปกลางสายน้ำสะอื้นไห้ พลันเสียงหวอและเครื่องบินดังขึ้น ผู้คนวิ่งกันอลหม่าน

    ดวงใจไม่ได้สนใจผู้คนรอบตัวที่วิ่งมาชน กลับเดินเลื่อนลอย จนกระทั่งเสียงระเบิดตูม...ทำให้เธอได้สติหวาดกลัวทรุดนั่งอุดหูร้องไห้ เผอิญรถจี๊ปโตชิโร่แล่นผ่าน เขาจำเธอได้ในบัดดล รีบสั่งหยุดรถแล้ววิ่งลงมาดึงเธอหลบระเบิด ดวงใจตกใจเป็นลมหมดสติในอ้อมกอดของเขา

    เช้าวันรุ่งขึ้น ดวงใจลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องที่ตบแต่งเรียบง่ายแต่ดูดี เธอลุกขึ้นมองตัวเอง เห็นอยู่ในชุดกิโมโนของผู้ชายก็ยิ่งตกใจ ไม่ทันไรโตชิโร่ยกถาดที่มีแก้วนมและน้ำผลไม้เข้ามา เธอหวาดกลัวจะลุกหนี เขารีบยกมือห้ามให้ใจเย็นไม่ต้องกลัว

    “คุณเป็นใคร พาฉันมาที่นี่ทำไม” ดวงใจถดถอยไปมุมห้อง

    โตชิโร่วางถาดแล้วไปนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่าง เล่ายิ้มแย้มว่า เธอหมดสติไปสองวันจำได้ไหม ดวงใจคิดถึงคืนที่มีระเบิดลง นึกได้ว่ามีคนมาช่วย จึงมองหน้าเขาอีกที เขายิ้มให้

    “คุณไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว มานั่งดื่มนมก่อนดีกว่า คุณไม่ได้ทานอาหารมาสองวัน ถ้าวันนี้คุณไม่ฟื้น หมอต้องให้ยาทางเส้นเลือดคุณ”

    ดวงใจค่อยๆเดินมานั่งอย่างระมัดระวังตัว ถามใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เขายิ้ม “ไม่ใช่ผม เราจ้างแม่บ้านคนไทย ผู้หญิงไทยเขาเป็นคนเปลี่ยนเสื้อและล้างตัวให้คุณ แต่เสื้อนั่นเป็นของผม”

    ดวงใจขอบคุณอายๆ โตชิโร่ส่งนมให้ดื่มและบอกตามด้วยน้ำผลไม้ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น พลันทหารเคาะประตูก่อนจะก้าวเข้ามาส่งถุงกระดาษให้แล้วกลับออกไป โตชิโร่รับถุงมาส่งต่อให้ดวงใจ “ผมให้ที่ร้านเขาจัดเสื้อผ้าของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิงมาให้คุณ ถ้าไม่ถูกใจค่อยไปซื้อใหม่ ใช้ไปก่อน...ตอนเที่ยงผมจะกลับมาทานอาหารกับคุณ พักผ่อนให้สบาย...คิดเสียว่าเป็นบ้านของคุณเอง” พูดจบโตชิโร่เดินออกไป ดวงใจเปิดถุงดูเห็นมีชุดชั้นในก็ทำหน้าวิตกกังวล

    สายวันนั้น ดวงใจใส่ชุดที่โตชิโร่หามาให้ เป็นเดรสเข้ารูปดูมีราคา เธอเดินมองในบ้าน เห็นตบแต่งด้วยเครื่องเรือนอย่างดี มีเครื่องแก้ว กระเบื้องของญี่ปุ่นจัดวางในตู้โชว์หรูหรา อีกห้องมีธงชาติญี่ปุ่นและรูปจักรพรรดิ เธอตื่นตาไม่เคยเห็นของสวยๆงามๆ อย่างนี้มาก่อน

    เดโกะทหารญี่ปุ่นกำลังทำความสะอาดบ้าน พอเห็นดวงใจก็ก้มหัวให้ เธอจึงบอกเขาว่าอยากออกไปเดินข้างนอก เขาพูดไทยไม่ค่อยได้ แต่พอฟังออกรีบห้ามไม่ให้เธอออกไป...โตชิโร่กลับมาพอดี เดโกะวิ่งไปรับกระเป๋าทำงานและดาบซามูไร โตชิโร่จึงถามเป็นภาษาญี่ปุ่น

    “มีอะไรหรือเปล่า คุณผู้หญิงต้องการอะไร”

    “คุณผู้หญิงอยากออกไปข้างนอก ผมบอกให้รอท่านก่อนครับ”

    โตชิโร่พยักหน้า เดโกะโค้งคำนับแล้ววิ่งเอาของไปเก็บ โตชิโร่เดินมาหาดวงใจ ยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเธอในชุดที่เขาจัดให้...พาเธอมานั่งโต๊ะสนาม เอ่ยถามหวังว่าจะสะดวกสบายที่นี่ เธอกลับบอกอยากออกไปข้างนอก เขาห้ามยังไปไหนไม่ได้ เธอย้อนถาม ตนเป็นนักโทษหรือ

    “บ้านนี้เป็นสถานที่ที่เป็นความลับทางราชการของเรา เราต้องแน่ใจว่า จะไว้ใจคุณได้”

    “ฉันสัญญาจะไม่บอกใครถึงบ้านหลังนี้เด็ดขาดค่ะ... ไหนคุณบอกว่าจะกลับมาตอนเที่ยง”

    พอดีเดโกะยกน้ำชามาวางและรินให้ โตชิโร่บอก “ก็ผมคิดแล้วว่าควรจะอยู่คุยกับคุณ...ลองดื่มน้ำชาสิ ชาเขียวญี่ปุ่น...ค่อยๆจิบ” เธอยิ้มรับและทำตาม

    ขณะเดียวกัน ฮารุมาที่ห้องทำงานโตชิโร่ ทหารหน้าห้องรายงานว่าไม่อยู่ ฮารุแปลกใจไปประชุมที่ไหน หรือมีราชการด่วน จะกลับมาหรือไม่ ทหารตอบว่าไม่ทราบ

    บนโต๊ะอาหารในบ้าน มีอาหารญี่ปุ่นจัดวางหลากหลาย โตชิโร่คีบอาหารให้เธอลองทาน ดวงใจลองทั้งที่ไม่เคย พยายามใช้ตะเกียบคีบเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ เขาจึงคีบป้อน เธอทำหน้าลำบากใจก่อนจะยอมทาน เขาถามไม่อร่อยหรือ เธอส่ายหน้าอยากจะคายก็ไม่กล้า พยายามกลืน โตชิโร่เห็นท่าทางเธอก็หัวเราะเสียงดัง เดโกะหันมองไม่เคยเห็นเจ้านายหัวเราะแบบนี้มาก่อน จึงดีใจ

    “ทำยังไงดีล่ะ ที่นี่ไม่ได้ทำอาหารไทยซะด้วยสิ” โตชิโร่เป็นห่วง

    ดวงใจถามที่นี่มีไข่ไก่ไหม เขาตอบว่ามี...เสียงน้ำมันฉ่า ทำให้ทั้งโตชิโร่และเดโกะทึ่งกับไข่ดาวที่ดวงใจทำ วางโปะบนข้าวนั่งทานท่าทางเอร็ดอร่อย

    “ตอนสงครามอย่างนี้ ถ้าได้ทานข้าวกับไข่ดาวอย่างนี้ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ เพราะไข่ไก่หาซื้อยาก ราคาแพง”

    โตชิโร่รู้สึกสะเทือนใจ ลุกขึ้นโค้งคำนับนิ่งนาน เธอตกใจ เขากล่าว “ผมต้องขอโทษด้วยครับ...ขอโทษคนไทยที่ต้องเดือดร้อนเพราะสงคราม”

    “แต่มันไม่ใช่ความผิดของคุณนี่คะ”

    “เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม...เราร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ จะอ้างเหตุผลอะไร แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าเราทำอะไร ทำให้คนเดือดร้อนมากมาย”

    ดวงใจรู้สึกนับถือน้ำใจเขา

    ooooooo

    ทางบ้านหมอเมตตา แม่หมอมีอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หมอสีหน้าไม่ค่อยดีเพราะรู้ว่าเป็นอาการ ของโรคหัวใจ อ้อยฟ้องว่าตอนได้ยินเสียงระเบิดลงฝั่งโน้น นายแม่เจ็บหน้าอกจนเป็นลมไปเลย แม่หมอแก้ตัวว่า คนตกใจก็เป็นแบบนี้เป็นธรรมดา แต่หมอแย้งว่าไม่ธรรมดา

    “แม่ไม่เป็นอะไรหรอกหมอ ยิ่งตอนนี้ลูกหนูมาอยู่ด้วยนะ หายเจ็บหายไข้ไปเลย” ว่าแล้วก็เรียกลูกหนูมาหา ลูกหนูวิ่งมาชี้ไปที่ดวงจันทร์กลมโตนอกหน้าต่างร้องหาแม่ ทุกคนสะเทือนใจ เพราะแม่หมอเคยบอกลูกหนูว่า...แม่อยู่บนโน้น อยู่บนพระจันทร์โน่น

    ไม่ต่างจากกฤษดา ยืนมองดวงจันทร์อยู่ระเบียงบ้านที่เชียงใหม่ ในมือกำดอกเอื้องป่าที่ดวงใจชอบ น้ำตาเขาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดใจ...เช่นเดียวกับดวงใจ ยืนมองดวงจันทร์สีหน้าเศร้าหมอง รำพึงคิดถึงลูกและกฤษดา โตชิโร่ยืนมองอยู่ห่างๆ สักพักเข้ามาถามอย่างห่วงใย มีสิ่งใดที่ตนช่วยได้ เธอส่ายหน้าหลบตา เขารู้สึกผิดหวังจะหันหลังกลับ เธอเรียกไว้

    “เอ้อ...คุณคะ...” โตชิโร่หันกลับมาสีหน้าดีใจ “ถ้าคุณจะกรุณา ฉันอยากกลับบ้านค่ะ”

    โตชิโร่นิ่งคิดสักพักถึงตอบ “ก็ได้...ผมขอเวลาอีกสองวัน ผมจะพาคุณกลับบ้านเอง”...

    เมื่อถึงวันว่าง โตชิโร่พาดวงใจนั่งรถจี๊ปไปบ้านประคอง แต่พอผ่านจุดที่ดวงใจเคยถูกเดชฉุดไปข่มขืน เธอก็เริ่มหวาดผวาเนื้อตัวสั่นเทา โตชิโร่แปลกใจกับท่าทีของเธอ พอถึงหน้าบ้านประคอง ดวงใจก็รีบบอกให้หยุดรถ เธอถลาลงจากรถสีหน้าตกใจสุดขีด ร้องไห้โฮทรุดลงกับพื้น เพราะเบื้องหน้ากลายเป็นซากจากการโดนระเบิดเหลือแต่ประตูรั้ว เธอกรีดร้อง...ไม่จริง...

    โตชิโร่ประคองดวงใจจะพากลับ แต่เธอขอร้องให้พาไปอีกที่หนึ่ง อยู่แถวถนนสามเสน แต่พอมาถึงกลับพบว่าบ้านปิดเงียบไม่มีใครออกมา เผอิญสามล้อถีบคนคุ้นเคยผ่านมา จึงรีบถามหาหมอเมตตากับนายแม่ คนถีบย้อนถาม “อ้าว...ไม่ได้ไปกับเขาหรอกเหรอเรา”

    “ไปไหนจ๊ะ...”

    “ก็เขาย้ายไปเมื่อเช้านี้ไง ขนของไปหมดน่ะ...” ดวงใจช็อกถามไปไหน “ไม่รู้ เห็นว่าหมอตัดสินใจย้ายปุบปับนะ แล้วนี่เราไปมีผัวญี่ปุ่นแล้วล่ะสิ...เวร” คนถีบมองอย่างเหยียดหยัน

    ดวงใจหน้าชาพอๆกับช็อก ชาวบ้านเริ่มพากันซุบซิบชี้หน้า โตชิโร่รู้ถึงสถานการณ์ของดวงใจ จึงรีบพาเธอออกจากตรงนั้น

    กลับถึงบ้าน ดวงใจเอาแต่นอนร้องไห้อย่างหมดสภาพ... จนรุ่งเช้าเดินลงมา สภาพยังดูทรุดโทรม โตชิโร่นั่งอ่านเอกสารอยู่มุมหนึ่งในห้องนั่งเล่น พอเห็นเธอก็ดีใจ รีบถามหิวไหม

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้”

    “ถ้าอย่างนั้นผมอยากให้คุณตัดสินใจบางอย่าง” โตชิโร่จูงดวงใจไปยังห้องทำงานของเขา

    มีชุดราตรีสวยงามหลากหลายชุดแขวนอยู่ ดวงใจมองงงๆ เขาให้เธอเลือกชุดเพื่อไปงานกับเขาคืนนี้ เธอส่ายหน้า แต่เขาอยากให้เธอไปเป็นเพื่อน จะมีช่างเสริมสวยมาช่วยแต่งตัวให้

    “ฉันไม่มีจิตใจที่จะไปไหน แล้วฉันก็ไม่เคยไปงานที่ต้องแต่งตัวแบบนี้ ฉันทำไม่เป็น”

    “เราต้องหัดแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องที่จำเป็นต้องทำ คุณไม่ต้องกลัว ผมจะคอยอยู่ข้างๆคุณ” โตชิโร่แนะนำแกมบังคับ ทำให้ดวงใจสีหน้าไม่สบายใจ

    ooooooo

    คืนงานเลี้ยงระหว่างไทยกับญี่ปุ่น...บรรยากาศสวยงามตบแต่งด้วยธงชาติไทยกับญี่ปุ่นผืนใหญ่แขวนกลางเวที พนมควงปิ่นแก้วเข้ามามีมณีเดินตามห่างๆ ปิ่นแก้วถามพนมว่างานนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร เขาตอบว่าญี่ปุ่นเลี้ยงขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนกองทัพ

    ปิ่นแก้วทำหน้าเหยียด มณีเข้ามาติง ญี่ปุ่นอุตส่าห์แสดงน้ำใจ ปิ่นแก้วหันขวับมามอง พอเห็นเป็นมณีก็แขวะ “นึกว่าใคร งานเลี้ยงที่ไหนไม่มีพวกเห่อเศรษฐีอย่างเธอ คงกร่อยแย่”

    “นั่นสิ...ถ้าจะพูดให้ถูกฉันก็ชอบมาดูพวกเศรษฐีมีแต่โครงอย่างเธอมากกว่า”

    พนมเบื่อหน่ายสองสาว เจอกันทีไรถกเถียงกันทุกที ขู่ถ้าไม่หยุดจะโยนออกไปจากงาน มณีแหว “เธอหน้ามืดไปแต่งงานด้วยได้ไงนะพนม”

    “ต้องแต่งกับไก่แก่อย่างเธอหรือไงล่ะ” ปิ่นแก้วสวน

    พนมถลึงตาปราม พอดีแสงไฟจับไปที่หน้าทางเข้า เห็นโตชิโร่ในชุดทักซิโด้เดินควงสาวสวยในชุดราตรี เกล้าผมใส่เครื่องประดับหรู ทุกคนมองอย่างสนใจ พวกพ่อค้าไทยเข้าทักทายโตชิโร่ ปิ่นแก้วกับมณีอดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ว่าเขามีเมียคนไทยหรือ พนมเล่าว่าโตชิโร่มีประวัติหย่าร้าง สงสัยได้เมียใหม่เป็นคนไทยดูสวยมาก ปิ่นแก้วรู้สึกคุ้นหน้าจึงตามดูใกล้ๆ

    พนมจำต้องทักทายโตชิโร่และแนะนำภรรยา ปิ่นแก้วยังจ้องมอง ดวงใจจำได้เกร็งตัวฝืนยิ้มให้ พอปิ่นแก้วถามเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่เคย โตชิโร่รู้สึกถึงความผิดปกติของดวงใจจึงพาเธอเดินไปทางอื่น...มณีกับปิ่นแก้วเห็นพ้องกันว่าเหมือนดวงใจแต่พนมไม่เห็นด้วย เพราะดูท่าทางดีมีการศึกษากว่า แต่ก็ยินดีที่เห็นสองสาวปรองดองกันได้

    คืนนั้นพอกลับถึงบ้านโตชิโร่ชวนดวงใจนั่งสนทนา รินเหล้าให้ เธอขอตัวอ้างในงานก็ดื่มมาบ้างแล้ว เขาบอกว่าจะทำให้เธอหลับสบาย โตชิโร่เลียบเคียงถามความเป็นมาของเธอ เริ่มจากถามชื่อและแนะนำตัวเองว่า ตนคือ พันเอกโตชิโร่วาตานาเบ้...ดวงใจยิ้มนิดๆ

    “ถึงตรงนี้จะไม่สว่างซักเท่าไหร่ แต่ยิ้มของคุณทำให้ที่นี่สว่างไสว ตั้งแต่รู้จักกัน ผมเพิ่งเคยเห็นคุณยิ้มก็วันนี้” เห็นดวงใจเศร้าลง เขาจึงกล่าวขอบคุณสำหรับคืนนี้

    ดวงใจว่าเธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย โตชิโร่บอกว่าเธอทำหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว ทำให้ตนเป็นที่อิจฉาของผู้ชายหลายๆคน แล้วถามเธอสนุกบ้างไหม...ดวงใจจิบเหล้าก่อนจะตอบ

    “มันก็ทำให้ลืมบางอย่างไปได้ชั่วครู่ค่ะ มีแต่สิ่งสวยงามที่ฉันไม่คิดว่าในชีวิตจะได้เห็น”

    โตชิโร่ถามถึงสองสาวในงาน ดวงใจจิบเหล้าอีกครั้งก่อนจะบอกว่า “ฉันจะเล่าให้คุณฟังค่ะ คุณฟังแล้วอาจจะอยากไล่ฉันไปจากบ้านคุณเร็วๆก็ได้”

    “เอาไว้ผมได้ฟังจากคุณแล้วผมจะตัดสินใจเอง”

    ดวงใจเล่าเรื่องราวในชีวิตทั้งน้ำตา โตชิโร่คอยรินเหล้าให้เธอย้อมใจ...

    เช้าวันใหม่ โตชิโร่สรุปความกับฮารุว่าให้เลิกค้นหาตัวกฤษดาได้ เพราะเขาหายสาบสูญไปแล้ว ฮารุแปลกใจทราบมาจากไหน โตชิโร่ยิ้มๆบอกว่ามีสายข่าว...ในขณะที่ดวงใจตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัว เดโกะจัดอาหารและยาวางไว้ให้ เป็นยาแก้ปวดหัว เธอแปลกใจรู้ได้อย่างไร เดโกะบอกว่านายสั่งไว้ ดวงใจยิ้มๆที่โตชิโร่คงรู้ล่วงหน้าเพราะเป็นคนให้ตนดื่มเอง

    พลันมีเสียงเอะอะดังที่หน้าบ้าน เดโกะวิ่งไปดู ดวงใจจึงตามออกไป พบหญิงสาวสภาพมอมแมมเสื้อผ้าเก่าขาด ยกมือไหว้ทหารญี่ปุ่นขอน้ำกิน แต่พวกเขาฟังไม่รู้เรื่องจึงไล่เธอ...ดวงใจเพ่งมอง พอเห็นหน้าชัดก็ตกใจ ถลาเข้ากอด “พี่เสา...พี่เสา...”

    เสาวรสแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองที่เห็นดวงใจ “ดวง!...ดวงหรือนี่!...ดวงจริงๆด้วย...”

    ทั้งสองกอดกันร้องไห้ เดโกะกับทหารอื่นยืนมองงงๆ โตชิโร่กลับมาถึงพอดี ดวงใจรีบวิ่งไปหาเขา “คุณคะ...พี่เสาค่ะ พี่เสาวรสที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังไงคะ”

    โตชิโร่มองเสาวรสก่อนจะเชิญเข้าไปคุยในบ้าน... เสาวรสได้ทานอาหารด้วยความหิวโหย เดโกะยืนมองอย่างตกใจที่เห็นเธอทานขนาดนี้ เธอดื่มน้ำอีกอึกใหญ่ก็รู้สึกว่าถูกมอง ทำหน้าอายๆหันมายิ้มให้ดวงใจแล้วบอกเขินๆว่า ไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน

    “พี่ไปอยู่ที่ไหนมา ฉันไปที่บ้านยายเห็นโดนระเบิดไปหมดแล้ว”

    “ดีนะที่คืนนั้นพี่กับยายพากันออกไปตามหาดวง แต่พี่เหมี่ยว...ยังอยู่ในบ้าน ระเบิดลงที่บ้านพอดี” เสาวรสน้ำตาร่วง ดวงใจหน้าเสีย น้ำตาร่วงเผาะ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้
    27 ต.ค. 2564

    02:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 04:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์