นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”


    หลายวันที่ผ่านมา กฤษดายังเศร้าโศกเสียใจมักจะมากวาดใบไม้แห้งที่เนินหลุมฝังศพ ดูแลต้นเอื้องป่าที่ดวงใจชอบให้เบ่งบาน พร่ำรำพันโทษตัวเองเป็นคนทำให้เธอกับลูกต้องตาย ปานเดินมาหาเห็นสภาพเขาก็เศร้าหมองไปด้วย ก่อนบอกเขาว่ามีคนชื่อ...วาคิมมาขอพบ

    กฤษดารีบกลับไปที่บ้าน วาคิมยืนมองบรรยากาศรอบๆอย่างรู้สึกสบายใจ เต่าเฝ้ามองอย่างเคลือบแคลง พอกฤษดาเดินมา ทั้งสองจับมือสวมกอดทักทายกัน ปานพยักหน้าให้เต่าออกมา...กฤษดาชื่นชมที่หาตนจนเจอ เขายิ้มบอกที่นี่ไม่ห่างจากที่เคยเจอกันครั้งแรก

    “จริงสิ...นี่คุณจะมาตามผมกลับไปทำงานใช่ไหม”

    วาคิมส่ายหน้า “พวกเราเหนื่อยกันมามากแล้ว ตอนนี้ก็โดนญี่ปุ่นเพ่งเล็ง เราต้องอยู่เฉยๆดีที่สุด ที่นี่สวยมาก ผมอิจฉาคุณจริงๆที่ได้อยู่ที่นี่กับคนที่คุณรัก”

    กฤษดาเศร้าหมองลงทันที “มาสิ...ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักภรรยากับลูกผม”

    วาคิมดีใจที่กฤษดามีลูกแล้วไม่เคยรู้มาก่อน กฤษดาบอกว่าตนก็เพิ่งรู้ตอนกลับมา ทั้งสองเดินผ่านปานซึ่งกำลังปาดน้ำตาที่ไหลริน...มาถึงเนินฝังศพ วาคิมอึ้งหน้าเครียด มองหน้ากฤษดาที่เหมือนกำลังกลั้นน้ำตา “อะไรกัน... หมายความว่า...”

    “ภรรยา...กับลูกผม...นอนอยู่ที่นี่ ผมไม่มีโอกาสเห็นหน้าเธอกับลูกด้วยซ้ำ ไม่ได้ดูแล ไม่ได้บอกลา” กฤษดาพรั่งพรูน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น
    วาคิมสะเทือนใจ ตบไหล่ปลอบ “โธ่...กฤษดา ผมขอแสดงความเสียใจกับคุณด้วยนะ”

    วาคิมดึงกฤษดาให้ออกมายืนชมวิวที่สวยงามอีกมุมหนึ่งให้รู้สึกดีขึ้น เขาจึงเล่าว่า “คุณพ่อของผมท่านซื้อที่นี่ตอนมาเป็นสมุหเทศาเชียงใหม่ ผมตั้งใจจะใช้ชีวิตเรียบง่ายที่นี่กับดวงใจ” เหมือนก้อนสะอื้นมาจุกที่คอ กฤษดาตั้งสติถอนใจ “ผมไม่เคยอ่อนแออย่างนี้เลย...”

    “ที่คุณยังยืนอยู่ได้อย่างนี้ผมก็นับถือแล้ว ไปทำงานเพื่อชาติ...แต่คุณต้องเสียคนที่คุณรัก ทั้งพ่อ ลูกเมีย ผมเสียใจจริงๆที่คุณต้องสูญเสียอย่างนี้”

    “ผมภูมิใจที่สุดที่ทำงานให้ประเทศชาติ ถ้าผมไม่ทำแต่เลือกที่จะอยู่ที่นี่ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิต คงดูหน้าลูกเมียไม่ได้ ถึงจะเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียพวกเขา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าผมได้มีความสุขกับลูกเมีย แต่ต้องอยู่กับความอดสูใจที่งอมืองอเท้าไม่ทำอะไร อะไรมันจะทุกข์ทรมานมากกว่ากัน” คำพูดของกฤษดาทำให้วาคิมนับถือน้ำใจ

    ooooooo

    ในบ้านประคอง ทั้งเหมี่ยวและประคองกำลังชื่นชมดวงใจที่ทำอาหารแล้วขายดิบขายดี พลันมีคนมาหน้าบ้าน ดวงใจอาสาไปเปิดประตูเพราะเห็นคนอื่นๆ กำลังง่วนกับงานครัว

    มาถึงหน้าประตู เห็นช้อยกับพวก ดวงใจคิดว่ามาซื้อกับข้าวจึงเชื้อเชิญเข้าบ้าน ช้อยจ้องมองดวงใจอย่างพึงพอใจที่สวยตามคำบอกของเดชกับเปี๊ยกจริงๆ ทำทีถามไถ่

    “เพิ่งมาอยู่ที่นี่หรือ...ท่าทางเหมือนสาวเหนือนะนี่ ถึงได้ผิวสวยอย่างนี้น่ะ”

    ดวงใจรับว่าใช่ เหมี่ยวเห็นดวงใจหายไปนานจึงตามมาดู พอเห็นว่าคุยกับช้อยก็ตกใจ ช้อยกำลังชักชวน “แหม...สวยๆอย่างนี้ไม่น่ามาอยู่ร้านข้าวแกงแบบนี้เลย หนูน่าจะไปหางานอย่างอื่นที่มันไม่เหนื่อย ไม่ต้องเหม็นเนื้อตัวกลิ่นกับข้าวอย่างนี้”

    “ฉันไม่รู้จะไปหางานที่ไหนจ้ะ แต่มาอยู่กับยายก็ดีจ้ะ ได้มาทำกับยายก็บุญนักหนาแล้ว” ดวงใจพาซื่อ ช้อยจับมือดวงใจทำเป็นเห็นใจ

    “โถหนู...ถ้าหนูให้ฉันหางานให้นะ หนูจะสบายกว่านี้ จะได้แต่งตัวสวยๆ ทำงานเบาๆ มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจ และที่สำคัญนะ...ได้เงินเยอะ”

    ดวงใจตาโพลงรีบถามว่างานอะไร เสียงประคองแทรกเข้ามา “ไปเป็นกะหรี่ซ่องมึงเหรอนังช้อย จะได้ตกนรกทั้งเป็นไง”

    เสาวรสเดินหน้ายักษ์ตามประคองเข้ามา ช้อยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มเยือกเย็น ดวงใจถอยห่างมายืนข้างยาย ช้อยปฏิเสธไม่จริงบอกเด็กๆที่บ้านตนอยู่กันสุขสบาย ไม่มีใครบ่นสักคน เสาวรสแว้ด ลองใครบ่นก็โดนแมงดาซ้อมปางตาย ช้อยถลึงตาใส่ก่อนจะหันมายิ้มแย้มกับดวงใจ

    “อย่าไปฟังเลยหนู นังเสาน่ะมันขี้อิจฉา สารรูปอย่างมันน่ะไปทำกับฉันไม่ได้หรอก ไม่มีใครเขาเลือกมัน” ช้อยเน้นสะบัดหน้าใส่เสาวรส

    “ถุย...ไม่ต้องตอแหลอีช้อย คนอย่างมึงน่ะอีหมาหางด้วน อย่ามาทำพูดเอาดีหน่อยเลย แม่เล้าอย่างมึงน่ะหน้าด้าน ทำได้ทุกอย่างล่ะวะ” เสาวรสสวน

    “อย่ามายุ่งกับเด็กคนนี้นะ ข้าขอเตือนซะก่อน เด็กเขาดีอย่าเอานรกมายื่นให้เขาเลย” ช้อยไม่ถอย ย้ำกับดวงใจถ้าอยากสุขสบายก็ให้มาทำงานกับตน ไม่ต้องเหม็นคาวกับข้าว ประคองโต้ “เหม็นคาวของกินมันก็ยังดีกว่าเหม็นคาวโลกีย์พวกมึงก็แล้วกัน มึงออกจากบ้านกูเลยอีช้อย รีบไปซะเร็วๆ กูชักจะคันมือคันตีนแล้วโว้ย...”

    เหมี่ยวชูไม้กวาด เดชกับเปี๊ยกจะเข้ามาช่วย ช้อยหันไปปราม แต่ไม่วายตอบโต้ประคองว่า ตนก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน และห่อหมกที่ว่าไว้ตนไม่เอาแล้ว...ประคองสวนทันควันว่าตนก็ไม่ขายจะเทให้สุนัขกินยังดีกว่า ดวงใจเพิ่งจำหน้าเดชกับเปี๊ยกได้ รีบหลบเข้าบ้านอย่างหวาดกลัว

    เหมี่ยวตามมาปลอบว่าพวกนั้นกลัวยาย ดวงใจจำได้ว่าสองคนนั้นเคยจะฉุดตน ประคองเชื่อว่าเดชกับเปี๊ยกจำดวงใจได้ถึงไปรายงานช้อยให้มาดูตัว เสาวรสหวั่นใจ

    “เอาไงดียาย ไอ้พวกนี้มันเลวจริงๆ ท่าทางมันจะเอาไอ้ดวงไปเข้าซ่องมันให้ได้”

    ประคองคิดไปฟ้องสารวัตรปรีชาที่โรงพัก เหมี่ยวท้วงว่าสารวัตรเป็นลูกค้าช้อยหรือเปล่า เธอจึงคิดหนัก...

    แต่ก็ลองหอบกระจาดห่อหมกเดินขึ้นโรงพัก ยิ้มแย้มถามหาสารวัตร

    พอดีเขาเดินมา “ว่าไงยายประคอง วันนี้มาถึงโรงพัก อย่าบอกนะว่าเอาห่อหมกมาขาย”

    ประคองบอกเอามาฝาก สารวัตรดักคอจะติดสินบนอะไร เธอรีบปฏิเสธ แต่เขารู้ทันถามอีกครั้งมีอะไร เธอยิ้มเก้อๆ

    “คือเรื่องมันยังงี้ ตอนนี้ฉันน่ะมีผู้หญิงมาขออาศัยอยู่ด้วย เขาเป็นคนเหนือหน้าตาสะสวย นังช้อยมันมาเห็น มันจะเอาไปเข้าซ่องมัน สารวัตรรู้จักใช่ไหมนังช้อยแม่เล้าน่ะ”

    “ฉันก็ต้องรู้จักคนในพื้นที่ทั้งนั้นแหละ เรื่องนี้น่ะถ้าเจ้าตัวเขายินยอมฉันก็ทำอะไรไม่ได้”

    “มันไม่อย่างนั้นสิ ไอ้เปี๊ยกกับไอ้เดชสมุนมันเคยฉุดเขามาหนหนึ่งแล้ว ดีแต่มีคนช่วยไว้”

    สารวัตรโวยถ้ากล้าทำขนาดนี้ ก็ต้องหมายหัวไว้ จับได้คาหนังคาเขาเมื่อไหร่มันติดคุกแน่ แล้วเตือนอย่าให้ดวงใจออกไปไหนคนเดียว ถ้ามันมาฉุดอีกตนจะจับปิดซ่องไปเลย ประคองยิ้มอย่างพอใจ ยกกระจาดห่อหมกให้แก่สารวัตร

    “มันต้องยังงี้ ค่อยอุ่นใจหน่อยละ เอ้าห่อหมกนี่ยกให้หมดเลย วันนี้ทำสุดฝีมือเลยนา”

    สารวัตรดักคอ “วันนี้มีเหลือเหรอถึงได้เอามาแจก ทุกทีต้องจองล่วงหน้าไม่ใช่หรือ”

    ประคองค้อนกระฟัดกระเฟียด “ก็หมั่นไส้อีคนสั่งมันไง เอามาเท...เอ๊ย...เอามาให้ตำรวจกินดีกว่า”

    สารวัตรยิ้มๆแล้วถามถึงสาวเหนือคนนั้นชื่ออะไร ประคองตอบว่าชื่อ...ดวงใจ หทัยทิพย์ ว่าแล้วก็เดินท่าทางนักเลงกลับออกไป สารวัตรมองตามขำๆ ร้อยเวรพากันหัวเราะไปด้วย

    ooooooo

    ช้อยเจ็บใจ กลับมาโวยวายเดชกับเปี๊ยกที่ปล่อยดวงใจหลุดมือไปได้อย่างไร เปี๊ยกรีบอ้าง “ก็มีไอ้ญี่ปุ่นมาช่วยมัน พอฉันไปดูมันอีกที มันก็มีพวกทหารญี่ปุ่นมาเดินยามแถวนั้นตลอด...แม่เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าอย่าไปทำเรื่องให้ไอ้ยุ่นขัดใจ ฉันก็เลยไม่กล้า”

    “คนอย่างมึงมันดีแต่เห่า ไอ้เดช...เอาไงดี ข้าอยากได้อีนี่แล้วก็ต้องได้ด้วย อยากจะดูหน้าอีประคองซิ ว่ามันจะทำหน้ายังไง หน็อยแสลนมาเสือกกับกูได้ไง”

    “ใจเย็นๆแม่...ตอนนี้เราต้องทำเป็นเฉยก่อน แต่ถ้าฉันเอามันมาให้แม่ได้ แม่ต้องให้ฉันประเดิมมันนะ” เดชทำท่าหื่นกระหาย

    ช้อยหน้าโหดขึ้นบอกจะทำอะไรไม่สน อย่าให้ตนเดือดร้อนเป็นพอ เดชรับรอง ดวงใจจะต้องคลานมาหาเธอแน่

    ทางบ้านหมอเมตตา ทุกคนดูเศร้าซึมตั้งแต่ดวงใจจากไป หมอเอาแต่ทำงานกลับบ้านค่ำมืด แม่หมอก็ตรอมใจคิดถึงลูกหนูและสงสารลูกชายที่ต้องอกหัก บางคืนก็ปลอบใจกันเพราะต่างเป็นห่วงดวงใจกับลูกเหมือนกัน แม่หมอหวังว่าเธอจะกลับไปบ้านที่เชียงใหม่ เพราะในกรุงบ้านเมืองช่วงนี้อันตรายมาก แต่หมอเมตตาไม่คิดอย่างนั้น

    “ผมว่าดวงน้อยใจพ่อมาก ถึงจะไม่พูดออกมาแต่ก็ไม่เคยพูดถึงพ่อเขาเลย ดวงเป็นคนใจเด็ด จะทำอะไรต้องทำให้ได้ ลำพังตัวคนเดียวก็ลำบากมากแล้ว ยังจะมีลูกหนูด้วย ลูกหนูไม่เคยลำบาก เกิดมาก็อยู่กับเรา มีคุณแม่กับอ้อยช่วยเลี้ยง ผมสงสารลูกหนู ป่านนี้คงร้องอยากกลับบ้าน”

    แม่หมอน้ำตาปริ่มด้วยความคิดถึง...จริงอย่างที่คิด ลูกหนูกำลังโยเยจะหาคุณย่า จะหาลุงหมอ ดวงใจพยายามปลอบ เสาวรสซื้อของเล่นมาให้ เบี่ยงเบนความสนใจลูกหนูได้บ้าง

    “ไม่น่าสิ้นเปลืองซื้อมาเลยพี่เสา” ดวงใจรู้สึกเกรงใจ

    เสาวรสบอกว่าคนขายคุ้นเคยกัน ลดราคาให้ ดวงใจหน้าเศร้าสงสารลูก ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกไหมที่พาลูกออกมาจากบ้านนั้น เพราะลูกอยู่ที่นั่นสุขสบายทุกอย่าง เสาวรสสีหน้าเห็นใจ

    ค่ำนั้นกว่าดวงใจจะกล่อมลูกหลับลงได้ก็นานโข เพราะร้องแต่จะกลับบ้าน ประคองรู้ว่าเด็กติดบ้านติดคนเลี้ยง แสดงว่าที่นั่นดูแลดี ดวงใจน้ำตาปริ่ม

    “ก็เพราะลูกนี่ล่ะจ้ะ ทำให้ฉันคิดว่าฉันไม่ควรออกจากบ้านหมอเมตตา...”

    “ฉันว่าดวงคิดถูกแล้วนะ ขืนอยู่ไปก็ไม่รู้ว่าหมอจะเมามุดมุ้งดวงอีกเมื่อไหร่” เสาวรสติง

    “อยู่ที่นี่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย คนสวยมันก็พาภัยมาหาตัว พวกอีช้อยมันต้องไม่ปล่อยไอ้ดวงแน่” ประคองหวั่นใจ

    ดวงใจพลอยหวาดหวั่น จะทำอย่างไรดี ประคองบอกว่าได้ไปฝากสารวัตรปรีชาช่วยดูแลสอดส่อง เขาก็กำชับไม่ให้ดวงใจออกไปไหนมาไหนคนเดียว เสาวรสถอนใจ จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อต้องทำมาหากิน เหมี่ยวรู้สึกสามสี่วันมานี่ไม่เห็นหน้าเปี๊ยกกับเดช

    “เอ็งน่ะไม่ทันมันหรอกไอ้เหมี่ยว เอางี้ไอ้เสา ตอนนี้เอ็งจะไปไหนมาไหนก็ติดกับไอ้ดวงเข้าไว้ เอ็งอยู่ด้วยพวกมันคงไม่กล้าหรอก” ประคองแนะนำ

    “ใช่สิยาย พวกมันน่ะรู้ฤทธิ์ฉันดีล่ะ เอาอย่างนี้ไหมยาย พรุ่งนี้ฉันจะลองพาดวงใจไปหาอากงร้านทองดู เผื่อเขาจะมีงานให้ดวงทำ...พวกนังช้อยจะได้หาดวงไม่เจอ”

    “ทีเรื่องของตัวไม่ยอมไปขอให้เขาช่วย พอเรื่องไอ้ดวง จะยอมบากหน้าไปให้เขาช่วย เอ็งนี่มันแปลกคนนะไอ้เสา ดีแต่ทำให้คนอื่น ไม่นึกถึงตัวเอง” ประคองค้อนเสาวรส

    ooooooo

    รุ่งเช้า เสาวรสกับดวงใจแต่งตัวเตรียมไปหาอากง เพื่อสมัครงาน ประคองช่วยเลี้ยงลูกหนูให้ อดเตือนสองสาวระวังตัวไม่ได้ เสาวรสรับคำชูมีดพกให้ดูว่าเอาไปไว้ป้องกันตัว ดวงใจตาโพลงขนาดนั้นเชียว

    “ของอย่างนี้ต้องเตรียมพร้อมนะดวง ถึงเวลาไม่มีใครช่วยเราได้ เราต้องช่วยตัวเองก่อน”

    “จำไว้นะ ถ้าเจอพวกมันเอ็งรีบวิ่งหาตำรวจก่อนนะ แต่ถ้าจวนตัวก็แทงมันเลย ยายไปประกันตัวเอง”

    เหมี่ยวแซว มีค่าประกันหรือ ยายค้อนขวับอ้างตำรวจสนิทกัน ดวงใจหันมา ล่ำลาลูกหนูอย่าดื้อกับคุณยาย...

    เสาวรสเร่งให้รีบไปแต่เช้า พวกไอ้เปี๊ยกคงยังไม่ตื่น สองสาวพากันออกไป

    แต่เคราะห์หามยามร้าย สองสาวไม่รู้ว่าเปี๊ยกกับเดชและสมุนดักซุ่มดูอยู่ทุกวัน พอเห็นสองสาวออกมาจากบ้านก็ตื่นเต้นตาโต...เดชปรามให้เปี๊ยกใจเย็น รอให้ทั้งสองออกห่างจากเขตยายประคองก่อน ขืนฉุดตรงนี้มีหวังโดนเรียกพวกมารุมแน่

    เสาวรสพาดวงใจเดินไปหารถ ดวงใจรู้สึกหวั่นๆ เพราะผู้คนยังไม่ตื่นออกมาจึงดูเงียบ พอออกมาไกลบ้าน เดชกับเปี๊ยกสะกดรอยตาม มองไปเห็นกระท่อมร้างอยู่กลางพงหญ้า เปี๊ยกบอกว่าไม่มีคนอยู่เพราะตนแอบมาสูบยาบ่อยๆ เดชตาวาว

    “ตรงนี้ล่ะไอ้เปี๊ยก เอ็งกับอีกสองคนไปจัดการอีเสา อีคนสวยนั่นข้าจัดการเอง”

    ดวงใจกับเสาวรสกำลังเผลอ เดชตรงเข้ากระชากดวงใจ เปี๊ยกกับพวกผลักเสาวรสล้มและกันไว้ สองสาวตกใจ ดวงใจถูกลากเข้าพงหญ้าร้องกรี๊ดลั่น เดชเอามือปิดปากลากถูลู่ถูกังไปยังกระท่อม เสาวรสพอหายจุกก็พยายามลุกขึ้นสู้ ถูกเปี๊ยกกับพวกเตะกลิ้ง

    “ไงอีเสา วอนตีนกูมานานแล้ว ปากหมาดีนัก วันนี้กูจะเตะมึงให้หนำใจ” เปี๊ยกเดินกร่าง

    เสาวรสชักมีดออกมาแทงเข้าที่ร่างเปี๊ยกเต็มแรง สมุนทั้งสองชะงัก เธอดึงมีดออกมาแกว่งขู่ คำรามลั่น “รู้จักกูน้อยไป พวกมึงอยากโดนอย่างไอ้เปี๊ยกก็เข้ามา”

    ผู้คนเริ่มเข้ามามุงดูร่างเปี๊ยกที่นอนนิ่ง สมุนทั้งสองกลัวจึงวิ่งหนี เสาวรสรีบตะโกนให้ไปช่วยดวงใจ แต่ไม่มีใครกล้า มีแต่บอกให้ตามตำรวจที่หัวมุมถนน

    “พี่ช่วยไปตามตำรวจให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันจะรีบไปช่วยเพื่อน มันคงฉุดไปที่กระท่อมโน่นแล้ว”

    ชาวบ้านดึงเสาวรสไว้ “จะเข้าไปคนเดียวได้ไง รีบไปตามคนมาช่วยสิ ฉันจะไปตามตำรวจให้”

    เสาวรสละล้าละลัง ตัดสินใจวิ่งกลับไปตามยายที่บ้าน...ระหว่างนั้นลูกหนูกำลังร้องงอแงอย่างไม่เคยมาก่อน พลันเสาวรสวิ่งเข้ามาบอกประคองให้ไปช่วยดวงใจ ประคองตกใจมาก ร้องเรียกเพื่อนบ้านให้ไปช่วยถล่ม

    พลพรรคของประคองเดินมาพร้อมอาวุธ พวกสาก ทัพพี ด้ามฟืนวิ่งรวมกลุ่มกันมา เหมี่ยวอุ้มลูกหนูที่ยังร้องไห้จ้ายืนมองอย่างห่วงใยดวงใจ...

    ในกระท่อมร้าง ดวงใจสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น น้ำตานองหน้าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เดชลุกขึ้นแต่งตัวยิ้มสะใจ เยาะหยันว่า ตนเปลี่ยนใจไม่ให้เธอไปอยู่ในซ่องแล้ว จะเก็บเธอไว้เอง

    ดวงใจตวาดไล่ “ไป...ไปให้พ้น...ไอ้สารเลว”

    “อย่าด่าผัวสิจ๊ะ ทำตัวเป็นเมียที่ดี ไอ้เดชจะหาเลี้ยงเอง” เดชหัวเราะเยาะเข้าคลอเคลีย

    “ใครเป็นเมียแก...ฉันก็แค่ให้ทานหมามันแดกแค่นั้น” ดวงใจตากร้าว

    เดชชอบใจจะปลุกปล้ำอีก พอดีสมุนวิ่งมาบอกว่าพวกประคองกำลังมา เดชกร่างท้ามาเลยจะสั่งสอนเอง แต่ทันทีที่เปิดประตู ก็ถูกถีบกระเด็นล้มลง จากนั้นเดชและสมุนก็โดนอาวุธและเท้ากระหน่ำลงมา เสียงประคองบอกให้จับเดชถอดกางเกง เขาตาเหลือกลานยกมือไหว้

    “ชาติหมาอย่างมึง อย่ามีทำพันธุ์เลยว่ะ...”

    เสาวรสเข้ากอดดวงใจซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร ตำรวจมาถึง เห็นพวกสมุนของเดชโดนยำสะบัก สะบอม เดชนอนร้องครวญครางเลือดท่วมขา

    ooooooo

    เสร็จเรื่องสอบปากคำที่สถานีตำรวจกลับมาบ้าน เพื่อนบ้านยังรอฟังข่าว เสาวรสเล่าว่า เปี๊ยกตายและตำรวจระบุว่าตนทำเพราะป้องกันตัว แต่เดชไม่ตาย ดีแล้วที่ไม่ตาย เพราะถ้าตายประคองจะโดนข้อหาฆ่าคนโดยเจตนา

    “นั่นสิ ติดคุกตอนแก่นี่มันแย่นา แต่อย่างนี้ ไอ้เดชมันจะเอาเรื่องเราได้ไหม” เจ็งเป็นห่วง

    “มันก็โดนคดีฉุดคร่าข่มขืน ขอให้มันติดคุกหัวโตทีเถอะ” เสาวรสยกมือท่วมหัว

    เหมี่ยวเป็นห่วงดวงใจเพราะตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลก็เก็บตัวในห้องไม่ยอมออกมา เสาวรสเสียใจโทษตัวเองที่ไปช่วยช้าถึงโดนแบบนี้ ประคองปลอบอย่าโทษตัวเอง เธอทำดีที่สุดแล้ว ถือเป็นเวรกรรมของดวงใจ

    ในห้อง ดวงใจร้องไห้มองลูกหนูนั่งเล่นของเล่น เนื้อตัวมอมแมม ลูกหนูหันมายิ้มให้ เธอกลั้นสะอื้น หยิบล็อกเกตของกฤษดามากำไว้น้ำตาพรั่งพรูอย่างปวดร้าว...

    เสาวรสยกข้าวเข้ามาให้ เพราะเห็นว่าดวงใจยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า แต่เธอส่ายหน้า เสาวรสโผกอดพร่ำขอโทษ

    “ไม่มีใครนึกว่ามันจะทำขนาดนี้พี่เสา พี่ช่วยฉันไว้มากแล้ว” ดวงใจกลั้นสะอื้น

    เสาวรสเห็นสร้อยก็แปลกใจถามสร้อยอะไร ดวงใจเล่าที่มาของสร้อยให้ฟัง แล้ววางมันไว้กับพื้น เสาวรสจะหยิบสวมให้เพราะรู้ว่ามันมีค่า แต่ดวงใจส่ายหน้า

    “ฉันไม่มีหน้าจะใส่สายสร้อยเส้นนี้อีกแล้วพี่เสา ฉันเป็นผู้หญิงสกปรก...ฉันแปดเปื้อนสิ่งโสโครก ฉันไม่คู่ควรกับสร้อยเส้นนี้ ไม่คู่ควรเป็นแม่ลูกหนู ไม่คู่ควรเป็นเมียคุณกฤษดาอีกแล้วพี่เสา” ดวงใจปล่อยโฮร่ำไห้ปานขาดใจ เสาวรสพยายามปลอบสุดท้ายพลอยร้องไห้ไปด้วย

    ค่ำวันนั้น ดวงใจพาลูกหนูเดินไปถึงหน้าบ้านหมอเมตตา กอดลูกน้ำตาไหลริน บอกลูกว่าจะได้กลับมาหาย่า น้าอ้อยและคุณหมอ...ลูกหนูดีใจ เธอกอดหอมลูกแล้วกำชับ เอาจดหมายนี้ให้หมอเมตตา แม่จะไปซื้อขนมก่อน ลูกหนูขอตามไปด้วย เธอให้รออยู่ที่บ้าน...หัวใจดวงใจแทบสลาย กอดลูกหนูอีกครั้งก่อนจะกดกริ่งประตูแล้ววิ่งหลบหลังพุ่มไม้

    อ้อยเดินออกมาเปิดประตู พอเห็นลูกหนูก็ดีใจร้องบอกแม่หมอและหมอเมตตา ทั้งสามดีใจมากถามหาดวงใจ ลูกหนูบอกว่าแม่ไปซื้อขนม พลันเห็นจดหมายในมือลูกหนู หมอเมตตาใจหายรีบดึงมาอ่าน

    “เรียนคุณหมอและนายแม่ ดวงขอฝากลูกไว้ด้วยนะคะ ลูกหนูจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ถ้าได้อยู่ที่นี่ ดวงมีกรรมไม่สามารถมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขได้ ดวงนึกถึงความเมตตาของคุณหมอและนายแม่ที่มีต่อดวงเสมอ ช่วยกรุณารับลูกหนูเป็นลูกของคุณหมอ อย่าให้ลูกหนูรู้ว่าแม่เป็นใครและได้ตายจากไปแล้ว คุณหมออย่าตามหาดวงเลยค่ะ เพราะดวงใจคนนี้ไม่อยากอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว”

    หมออ่านจบตกใจมาก รีบวิ่งออกจากบ้านไป ตามหาดวงใจทันที

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้
    27 ต.ค. 2564

    02:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 04:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์