นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”

    เสียงระเบิดสงบลง ผู้คนออกจากที่หลบภัย ดวงใจวิ่งกระเซอะกระเซิงอย่างคนเสียขวัญมาตามถนน เห็นคนวิ่งกันวุ่นวาย มีทั้งร้องไห้ ทั้งนอนร้องครวญครางจากการบาดเจ็บ ทันใดมีคนมาคว้ามือ เธอกรีดร้องสะบัดมือด้วยความกลัว ได้ยินเสียง “ฉันเอง...ฉันเอง...”

    ดวงใจตั้งสติหันมอง เห็นคนถีบสามล้อถามไปหลบที่ไหน เขาโชคดีที่ไปทานโจ๊กอยู่ร้านอีกฟากเลยรอดจากระเบิด สีหน้าดวงใจยังตื่นตระหนก รู้สึกสิ้นหวังทุกอย่าง ร้องไห้โฮออกมา คนรถแปลกใจถามเจอบ้านสามีไหม เธอไม่ตอบได้แต่ร้องไห้อย่างใจสลาย

    ถึงบ้าน ดวงใจโผเผลงรถอย่างเหนื่อยอ่อน แม่หมอเมตตาอุ้มลูกหนูเปิดประตูรับ พอเห็นสีหน้าเธอยิ่งเป็นห่วง “แม่ได้ยินระเบิดลง เป็นห่วงหนูเหลือเกิน หนูเป็นยังไงบ้าง”

    ดวงใจตอบไม่เป็นอะไรแล้วถามถึงอ้อย แม่หมอบอกว่าอ้อยไม่สบายเลยให้กินยานอน ดวงใจรู้สึกเกรงใจที่แม่หมอต้องดูแลลูกหนู เธอยิ้มบอกไม่เหนื่อยและให้ดวงใจไปอาบน้ำเสีย...ดวงใจเข้ามาในห้องได้ก็หมดอาลัย ตายอยาก ร้องไห้ออกมาพยายามไม่ให้มีเสียงเกรงจะทำให้อ้อยตื่น แต่เธอก็หันมาเห็นตกใจ รีบลุกขึ้นถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร

    “ขอโทษนะอ้อย พี่ขอโทษจริงๆ...อ้อยไม่สบายหรือจ๊ะ”

    “ได้ยาหมอก็ไม่มีไข้แล้ว พี่เป็นอะไร มานั่งร้องไห้ทำไม”

    ดวงใจสะอื้นฮัก บอกว่ากฤษดาหายตัวไป อ้อย ตกใจรู้ได้อย่างไร ดวงใจเล่าว่าไปเจอบ้านเขาแล้ว คนที่บ้านบอกว่าเขาหายไปนานแล้ว อ้อยหน้าเสียเห็นใจอย่างยิ่ง

    “โธ่...พี่ดวง ทำไมถึงเคราะห์ร้ายอย่างนี้”

    “พี่จะทำยังไงดีอ้อย...พี่จะทำยังไงดี...” ดวงใจกอดอ้อยร่ำไห้ อ้อยพลอยร้องไห้ไปด้วย...

    เย็นวันนั้น หมอเมตตาพาเพื่อนหมอสี่คนเป็นแพทย์อาสาที่ช่วยรักษาคนไข้โดนระเบิดมาทานข้าวที่บ้าน เพราะเห็นว่ากลับไปโรงพยาบาลก็คงไม่มีอาหารให้ทานแล้ว พวกเขาจึงซื้ออาหารจากข้างนอกมาทานที่นี่ แม่หมอยิ้มอย่างเอ็นดู รับอาหารเหล่านั้นไปจะจัดใส่จานให้

    “คุณแม่ครับ...วันนี้ผมต้องขออนุญาตสักวัน ให้หมอมันฉลองที่พวกเราได้มาทำงานด้วยกันหน่อยนะครับคุณแม่” เพื่อนหมอคนหนึ่งเอ่ยขอ

    “เอาสิลูก หมอไม่ได้สนุกเฮฮานานแล้ว” แม่หมอสนับสนุน

    หมอเมตตาอดถามหาดวงใจไม่ได้ แม่หมอบอกว่าเพิ่งกลับมาคงพักผ่อนในห้อง หมอมีสีหน้าเป็นห่วงจึงมาเคาะประตูห้องทำทีเอายามาให้อ้อย แล้วเลียบเคียงถามดวงใจเหนื่อยไหม เธอตอบเหนื่อยเดี๋ยวก็หาย แต่สีหน้าเธอยังดูเศร้า หมอบอกว่าวันนี้ตนชวนเพื่อนที่ทำงาน ด้วยกันมาทานข้าว ดวงใจจึงจะรีบไปช่วยทำอาหารให้

    “ไม่ต้องลำบากเลย พวกเราเตรียมมากันแล้ว เธอพักผ่อนให้สบายเถอะนะ ไม่ต้องห่วง”

    “ดวงไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ถ้าดวงไม่ออกไปนายแม่ก็ต้องเหนื่อยคนเดียว ไหนจะช่วยดูลูกหนูอีก”

    “ก็ได้จ้ะ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้แนะนำให้เพื่อนรู้จักผู้ช่วยของฉัน”

    “ถ้างั้นดวงเปลี่ยนเสื้อก่อนนะคะ เดี๋ยวจะตามหมอออกไปค่ะ”

    “ไม่ต้องหรอก อย่างนี้ก็สวยดีแล้ว”

    ดวงใจมองตัวเองที่อยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้ายิ้มๆก่อนบอกเขาว่า ให้ยาอ้อยแล้วจะตามไป แต่เขากลับยืนรอหน้าห้อง จนเธอเดินออกมา...หมอเมตตาพาดวงใจไปแนะนำกับเพื่อนๆ ท่าทางภูมิใจจนเพื่อนๆรู้สึกได้ว่าเป็นคนพิเศษของเขา ต่างชื่นชมสัพยอกว่า มีดีแอบไว้ที่บ้าน พวกเขาจะหาแบบนี้ได้บ้างอย่างไร

    หมอเมตตาจะเล่าว่าดวงใจมาตามหาสามี แต่เปลี่ยนใจบอกไปว่าตามหาญาติ ดวงใจยิ้มสวัสดีทุกคนก่อนจะเข้าครัวไปช่วยแม่หมอ...เพื่อนหันมาแซวหมอเมตตากันใหญ่

    “มิน่า...ชวนไปเที่ยวไหนไม่เคยไป เอาแต่กลับบ้านท่าเดียว”

    “มีอย่างนี้ที่บ้าน เป็นกันคงรีบกลับแต่วันเลย หรือไงหมอ...” เพื่อนๆพากันหัวเราะ

    “กระดกเลยหมอ ลูกผู้ชายต้องใจกล้าหน้าด้าน...” เพื่อนคนหนึ่งส่งแก้วเหล้าให้ หมอเมตตารับมาดื่มรวดเดียวหมด คนอื่นๆเฮชอบใจ

    ดวงใจเข้ามาช่วยในครัว รับลูกหนูมาอุ้มแล้วถามแม่หมอทานข้าวหรือยัง เธอตอบไม่หิวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เกรงจะไม่สบายตามอ้อย ดวงใจจึงอาสาทำข้าวต้มให้ แต่เธอขอไปนอนพัก ฝากดูแลทางนี้ แล้วแม่หมอก็นึกได้ถามวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดวงใจเศร้าลงทันทีตอบว่ายังไม่เจอ

    “เฮ้อ...แม่ละสงสารเราจริงๆนะ ทำใจเผื่อไว้บ้างนะดวงใจเอ้ย...”

    แม่หมอเดินไป ดวงใจกอดลูกหนูน้ำตาไหลพราก... ดวงใจพาลูกหนูกล่อมนอนแล้วหยิบสร้อยล็อกเกตที่กฤษดาให้ไว้ออกมาดู ร่ำไห้อย่างอาลัย อ้อยตื่นมาเห็นปลอบที่ร้องไห้อีก ดวงใจขอโทษที่ทำให้ตื่นบอกให้นอนพักเสีย พลันได้ยินเสียงแก้วแตก จึงรีบออกไปดู เห็นหมอเมตตากับเพื่อนๆหัวเราะกันสนุกสนาน พอหมอเมตตาเห็นดวงใจก็รีบขอโทษ ตนทำแก้วหลุดมือแล้วจะก้มเก็บ ดวงใจรีบห้าม

    “ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวแก้วบาดมือ...เดี๋ยวดวงจัดการเองค่ะ”

    “เห็นไหม...ดวงใจน่ะเก่งทุกอย่าง ไป...กลับกันได้แล้ว เดี๋ยวไม่มีรถ” หมอเมตตาท่าทางมึนเมาบอกเพื่อนๆ อย่างชื่นชม

    ทุกคนพากันเดินโซเซกลับไป แต่อดหันมาพยักเพยิด ไปทางดวงใจไม่ได้ บางคนกระซิบกับหมอเมตตา “เป็นผมไม่เก็บไว้นานหรอกหมอ...”

    พอปิดประตูรั้ว หมอเมตตาพยายามทรงตัวเดินกลับเข้าบ้านไม่ให้โอนเอน ดวงใจกำลังก้มเก็บเศษแก้วเห็นร่องอก ทำให้หมออารมณ์พลุ่งพล่าน พอเธอเอาเศษแก้วไปเทในครัว ได้ยินเสียงหมอเรียกจากห้องตรวจ จึงเดินเข้ามา เห็นหมอนั่งเก้าอี้โต๊ะทำงาน ผมเผ้ายุ่งตาขวางเพราะความเมา ก็เอ่ยถามยังไม่เข้านอนอีกหรือ หมอกลับมองไปรอบๆห้องแล้วเปรย

    “ห้องนี้มันจะมีความหมายอะไรถ้าไม่มีเธอ...”

    “หมอเมาเหรอคะ ดวงไม่เคยเห็นหมอทานเหล้า”

    หมอลุกพรวดเข้าประชิดตัว จับมือดวงใจมากุม “ดวงใจ...ลืมเขาได้ไหม ลืมอดีตของเธอซะทีนะดวงใจ”

    หญิงสาวตื่นตระหนก ค่อยๆดึงมือออกอ้างอย่างเกรงใจ “ดวงไปนอนก่อนนะคะ เดี๋ยวลูกหนูตื่นขึ้นมาไม่เห็นจะร้อง”

    แต่พอจะเดินไป หมอเมตตากลับคว้าตัวเธอมากอด “เธอก็รู้ลูกหนูไม่ตื่นขึ้นมาหรอก ดวงใจ...ฉันรักเธอ”

    ดวงใจพยายามดันตัวหมอไว้ ขอร้อง “อย่าค่ะหมอ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่คะ”

    “ฉันไม่อยากเห็นเธอทุกข์ทรมานเพราะคุณกฤษดาอีกต่อไป ยังมีผู้ชายอีกคนที่รักเธอสุดหัวใจ ดวงใจ ...ฉันรักเธอ...รักเธอ...” หมอปลุกปล้ำจะจูบ

    ดวงใจดิ้นรนขัดขืน เขากลับบอกจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเขามั่นคงหนักแน่นเหมือนกัน เขาขาดสติผลักดวงใจลงนอนบนเตียง ลูบไล้เนื้อตัวเธออย่างหลงใหล... ดวงใจน้ำตาไหลพรากร้องขอให้เขาหยุด เมื่อเขาไม่หยุด เธอจึงรวบรวมแรงถีบเขาออกไปเต็มกำลัง เขาล้มลงแต่ยังลุกพรวดมาดึงเธอไว้ “วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกแล้วดวงใจ มาเป็นของฉันเถอะนะ”

    ดวงใจตกใจสุดขีด ตบหน้าเขาสุดแรง เหมือนเขาจะได้สติ เธอฉวยโอกาสผลักเขาล้มลง ร้องไห้อย่างปวดร้าววิ่งหนีออกไป หมอเมตตาพยายามลุกร้อง...ขอโทษ อย่างรู้สึกผิดมหันต์

    ooooooo

    รุ่งเช้า แม่หมอเมตตาทำอาหารอยู่กับอ้อยในครัว อ้อยรู้สึกเพลียและหิว แม่หมอให้ทานข้าวต้มรองท้องก่อน เพราะรู้ว่าเพิ่งฟื้นไข้ แล้วถามหาดวงใจ อ้อยเหวอ

    “ฉันนึกว่าพี่ดวงลุกออกมาแล้ว ในห้องไม่มี”

    แม่หมอคิดว่าดวงใจอุ้มลูกไปตลาดปากซอย...

    สักพักหมอเดินซึมๆออกมา จึงทักวันนี้ตื่นสาย หมอหลบสายตาอย่างรู้สึกผิดอ้าง “เมื่อคืนหนักไปหน่อยครับ”

    “แม่ตื่นได้ยินเสียงโครมคราม”

    “เมากันหมดเลยครับ ผมเองก็เมามาก”

    “นึกแล้วเชียว แม่เห็นหมอไม่เคยได้สนุกกับเพื่อนนานมากแล้ว แม่ก็เลยปล่อยให้สนุกกัน แต่เหล้าน่ะกินมากๆก็เสียงาน...เสียคน...” หมอเมตตาสะอึกมองหาดวงใจ แม่บอก “ออกไปตลาดปากซอยมั้ง แม่ลงมาก็ไม่เห็นเขาเอาลูกหนูไปด้วย น่าจะกลับได้แล้วเดี๋ยวแดดร้อน”

    หมอยิ่งทุกข์ร้อน อ้อยนิ่งคิดแล้วเปรยอย่างแปลกใจ ที่ปกติดวงใจไม่เคยเอาลูกออกไป เพราะจะหิ้วของลำบาก หมอฉุกคิดแล้วลุกพรวดวิ่งไปที่ห้องดวงใจ แม่หมอกับอ้อยตกใจวิ่งตามมาเห็นเขาพุ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้า ไม่มีเสื้อผ้าดวงใจเหลืออยู่เลย ทั้งอ้อยและแม่หมอตกใจ ท่าทางหมอเมตตาหมดแรงเอ่ยกับแม่ว่าเธอไปแล้ว แม่หน้าเสีย

    “ดวงใจน่ะเหรอ จะไปไหนล่ะ ก็เมื่อวานยังคุยกับแม่ดีๆอยู่เลย อ้อย...ทำไมจู่ๆดวงใจมาหนีไปแบบนี้ เขาพูดอะไรหรือเปล่า”

    อ้อยร้องไห้ “ฉันก็ไม่รู้นายแม่ ฉันเห็นพี่ดวงร้องไห้ เขาว่าเขาเจอบ้านผัวเขาแล้ว แต่ผัวเขาหายไป ไม่ได้อยู่ที่นั่น ท่าทางเขาเป็นทุกข์มาก แต่ก็ไม่น่าจะไปไม่บอกกันแบบนี้”

    ตลอดเวลาหมอเมตตาสีหน้าทุกข์ใจ แม่หมอรำพันเป็นห่วงดวงใจกับลูกจะไปตกระกำลำบาก หมอสุดจะทน รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุผลุนผลันออกจากบ้าน แม่หมองงเกิดอะไรขึ้น

    หมอเมตตาวิ่งมาปากซอย มองหาดวงใจทั่วตลาด เจ็งเข้ามาทัก เขาจึงถามถึงดวงใจ เธอบอก “เช้านี้ไม่เห็นนะหมอ ไอ้เสาก็ไม่มาซะด้วย มันชอบคุยกับผู้ช่วยหมอบ่อยๆ”

    “เขาจะรู้ไหมครับ ว่าจะไปตามหาดวงใจได้ที่ไหน”

    “ก็ไม่แน่หรอก แต่ไอ้เสามันไม่มานานแล้ว มันไปขายที่อื่น...”

    เชาวางมือจากขายของเข้ามาบอก “อั๊วเห็นนะ อีออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว จูงลูกไปด้วยนี่”

    หมอเมตตายิ่งร้อนใจถามไปทางไหน เชาชี้ไปที่กลุ่มสามล้อ หมอหน้าเสียหวั่นใจอย่างยิ่ง

    ooooooo

    ดวงใจจูงลูกมายืนอยู่หน้าบ้านพระยาดำรง หอบของพะรุงพะรัง ประตูบ้านถูกปิดล่ามโซ่คล้องกุญแจ มีใบศาลแปะประกาศยึดทรัพย์ จึงเดินกลับด้วยความผิดหวัง สักครู่อิ่มกับเขียวออกมาทางประตูเล็กมองซ้ายมองขวาอย่างกลัวคนเห็น อิ่มบอกเขียว ให้รีบไปซื้อของแล้วรีบกลับ

    “นี่เราต้องแอบๆซ่อนๆเขาอย่างนี้อีกนานไหมป้า...”

    “ก็คุณหลวงให้เราเฝ้าบ้านอย่างนี้ไปก่อน อย่าเรื่องมากเลยวะ รีบไปรีบมา” อิ่มมองไปบ่น “แล้วนั่นใครมาจูงลูกเดินป่านนี้ แดดร้อนจะตาย...”

    ทั้งสองไม่เห็นหน้าจึงไม่รู้ว่าคนที่จูงลูกเดินคือดวงใจ...เธอเดินร้องไห้สิ้นหวังไปตามทาง ลูกหนูเริ่มงอแงอยากกลับบ้านหาคุณย่าหาอ้อย ดวงใจพยายามปลอบลูกว่าจะไม่กลับไปที่นั่นอีก จะพาไปเที่ยว พลันได้วางกระเป๋าเพื่อจะอุ้มลูก

    ทันใดก็มีคนวิ่งราวกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว เธอตกใจมากร้องให้คนช่วยและอุ้มลูกวิ่งตามคนร้าย พ่อค้าแม่ค้าพยายามช่วยกั้นแต่คนร้ายกระโดดข้ามหนีไปได้ ดวงใจหอบหยุดพักหน้าเสีย

    แม่ค้าคนหนึ่งบอกอย่างเห็นใจว่าแถวนี้โดนกันประจำ อย่าว่าแต่วางของเลยสะพายอยู่มันยังกระชาก ตำรวจก็ไม่มาดูแล แจ้งความก็จับไม่ได้
    ดวงใจซบหน้าร้องไห้ ลูกหนูมองแม่แล้วพลอยร้องไห้จ้าไปด้วย...สักพัก ดวงใจอุ้มลูกเดินตามทางอย่างไร้ที่พึ่ง ใครจะชนกระแทกเซก็ไม่ทุกข์ร้อน ได้แต่พึมพำกับลูกว่า จะไปไหนกันดี ลูกหนูร้องหิว เธอยิ่งน้ำตาร่วง “แม่รู้จ้ะ...คนดี แม่จะหาข้าวให้หนูกินนะ”

    เผอิญเสาวรสนั่งขายข้าวแกงอยู่ข้างทาง ได้ยินเสียงเด็กร้องโยเยจึงเงยหน้ามอง พอเห็นดวงใจก็ทัก “อ้าว...คุณ...”

    ดวงใจเห็นเสาวรสเหมือนพระมาโปรด เธอถามไปไหนมาทำไมถึงเดินแถวนี้ แล้วชวนนั่งหยิบขนมให้ลูกหนูกิน ตักข้าวยื่นให้ ดวงใจยกมือไหว้ขอบคุณ

    “พี่จ๋า...ฉันไม่มีเงินหรอกจ้ะ ฉันโดนวิ่งราวไปหมดเลย”

    “ไอ้พวกเดนคนนี่น่าจับมันขังกรงหมา ไม่เป็นไรกลับบ้านแล้วค่อยเอามาจ่ายวันหลังก็ได้” ท่าทางเสาวรสโกรธแค้นแทน

    สีหน้าดวงใจอึดอัดก่อนจะตอบว่า “ฉันไม่มีบ้านจะกลับแล้วจ้ะ...”

    เสาวรสนิ่งอึ้งมองสองแม่ลูกอย่างสงสารและเห็นใจ...

    สุดท้ายเสาวรสตัดสินใจพาดวงใจกับลูกมาบ้านยายประคอง เปรยอย่างเห็นใจ “หมอเมตตานี่เห็นท่าทางเรียบร้อย เวลาเมาก็เสียหมาเหมือนกันนะ”

    “ฉันไม่ดีเองจ้ะ อาจจะไปทำให้เขามีความหวัง...”

    “อย่าโทษตัวเองเลย ต้องโทษความสวยของคุณน่ะแหละ ผู้ชายที่ไหนมันจะอดใจได้ล่ะ”

    “ฉันไม่กล้ามองหน้าหมออีกแล้วพี่...คิดอย่างนี้ก็เลยหนีออกมา แต่พอมาเห็นลูกลำบากฉันคิดผิดไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลูกหนูอยู่ที่บ้านหมอมีแต่คนรักเอาใจทุกอย่าง”

    “ตัดสินใจออกมาแล้วนี่ หรือจะเปลี่ยนใจกลับไปบ้านหมอไหมล่ะ ฉันจะไปส่งให้”

    ดวงใจคิดสักนิด “ใจมันไม่อยากอยู่แล้วพี่ แล้วยายเขาจะยอมให้ฉันอยู่ด้วยเหรอจ๊ะ”

    เมื่อประคองฟังเสาวรส ก็บ่นตามนิสัย “เอ็งเห็นบ้านข้าเป็นกรมประชาสงเคราะห์หรือไงนังเสา อยู่ดีๆเที่ยวได้ชวนใครก็ไม่รู้มาอยู่”

    ระหว่างนั้นดวงใจอุ้มลูกรออยู่หน้าบ้าน เสาวรสกล่อมยายให้เห็นถึงบุญที่จะได้รับจะพายายขึ้นสวรรค์ ประคองสวน “แต่เอ็งจะหานรกมาให้ข้าน่ะสิ ไหนไปเรียกมาดูหน้ากันหน่อยซิ”

    เสาวรสออกไปเรียกดวงใจเข้ามา พอประคองเห็นหน้าก็เอ็นดู ยิ่งพอลูกหนูคุยจ้อก็ชักหลงรัก ซักถามดวงใจอยากกลับบ้านที่เชียงใหม่ไหม ถ้าอยากจะให้เงินค่ารถ เธอส่ายหน้าเศร้าๆตอบว่ากลับไม่ได้เพราะพ่อจะบังคับให้แต่งงาน ประคองเห็นดี ลูกจะได้มีพ่อ

    “ฉันจะไม่ยอมเป็นเมียใครอีกเด็ดขาดจ้ะยาย” ดวงใจน้ำตาร่วงกล่าวหนักแน่น

    “ดี...เอ็งเป็นผู้หญิงดี รักเดียวใจเดียว ข้าชอบแต่อยู่ที่นี่มันไม่สุขสบายเหมือนบ้านหมอเมตตานะ ต้องช่วยกันทำมาหากิน ทำกับข้าวเป็นไหมล่ะเราน่ะ”

    ดวงใจยิ้มออกรีบบอกว่าทำอาหารเหนือเป็น อาหารคนกรุงเทพฯพอทำได้หลายอย่างเพราะแม่หมอสอนเสาวรสดีใจจะได้มีเพื่อนหาบข้าวแกงไปขายด้วยกัน ประคองหนักใจที่ดวงใจเป็นคนหน้าตาดีเกรงจะมีภัย

    ooooooo

    รุ่งเช้า ในบ้านประคองทุกคนวุ่นวายกับการทำอาหารเพื่อไปขายที่ตลาด เหมี่ยวมักจะเถียงกับประคองสร้างความครึกครื้น ดวงใจก็ช่วยทำอาหารที่ทำเป็น ประคองอดปรามไม่ได้

    “อะไรเขียมได้ก็ต้องเขียม ไม่งั้นจะเอากำไรที่ไหน แต่จะเขียมยังไงก็ต้องไม่เสียชื่อข้าวแกงยายประคองนะ คนอย่างข้าฉิบหายไม่ว่า อย่าเสียชื่อก็แล้วกัน”

    ไม่ทันไร เปี๊ยกกับเดชเดินกร่างเข้ามา เปี๊ยกปากเสียทันทีว่าห่อหมกวันก่อนมีแต่วิญญาณปลา แบบนี้เสียชื่อไหม เสาวรสหันมาด่าทันที เดชเห็นดวงใจก็จำได้มองอย่างพอใจ ประคองควงอีโต้ขู่ก่อนจะถามมาเอาอะไร อย่าแกว่งปากหาเสี้ยน เปี๊ยกท่าทางเกรงๆ

    “แม่เขาให้รีบมาว่าห่อหมกหรอก เอาพรุ่งนี้นะ สามสิบห่อ”

    “เออ...เสร็จธุระแล้วก็ไปได้ พรุ่งนี้ไม่ต้องมาเอา ข้าจะให้ไอ้เหมี่ยวเอาไปส่งให้เที่ยงๆ”

    “ให้มันมาเอาเองน่ะดีแล้วยาย จะได้เอาเงินมาจ่ายด้วย เอาไปส่งซ่องมันน่ะ ดีไม่ดีมันเบี้ยวเอา” เสาวรสแย้ง

    “ไอ้เสาพูดให้ดีๆนะ กูเคยเบี้ยวค่าห่อหมกซะที่ไหน พรุ่งนี้ฉันมาเอาเอง...ไปพี่เดชกลับกันเถอะ ขี้เกียจจะอยู่” เปี๊ยกถลึงตาใส่เสาวรส

    เห็นเดชจ้องมองดวงใจจนไม่ได้ฟัง จึงเรียกซ้ำ เดชสะดุ้งชี้ให้เปี๊ยกดูดวงใจ เปี๊ยกตาโพลง

    “โห...ยาย ลูกน้องมาใหม่เหรอ สวยเชียว...”

    ประคองกับเสาวรสไม่พอใจ ไล่เดชกับเปี๊ยกออกไป ดวงใจไม่รู้ตัวว่าภัยกำลังมา เสาวรสมองเพื่อนใหม่อย่างไม่สบายใจ...

    เดชกับเปี๊ยกกลับมารายงานช้อยว่าผู้หญิงที่เคยเล่าให้ฟังมาอยู่บ้านประคอง ช้อยถามย้ำ

    “มันสวยจริงเหรอวะ ข้าน่ะไม่อยากเสี่ยงกับนังประคองมันนะ อีนี่มันร้าย พวกมันก็มาก”

    เปี๊ยกให้ถามเดชดู...เดชยิ้มกริ่มยืนยันว่าขนาดตนนอนกับอีตัวมามากยังเคลิ้มเลยรับรองว่าสวยจริง ทำให้ช้อยอยากเห็นหน้า จึงบอกว่าพรุ่งนี้จะไปเอาห่อหมกเองเพื่อดูหน้าดวงใจ

    ooooooo

    ขณะนั้น โตชิโร่กำลังย้ายเข้าอยู่บ้านใหม่ ฮารุคุมทหารขนของเข้าบ้านให้อย่างเรียบร้อย แล้วเปรย บ้านน่าอยู่มาก โตชิโร่ติงบ้านหลังใหญ่ไปหน่อย ฮารุเสนอน่าจะหาคนมาช่วยดูแล โตชิโร่รู้ความหมายยิ้มๆ

    “คุณก็มาอยู่เมืองไทยนานแล้ว ไม่ถูกใจผู้หญิงไทยคนไหนบ้างหรือครับ ขอโทษนะครับที่ผมอาจจะพูดมากไป” ฮารุก้มหัวอย่างเกรงใจ

    “ขอบคุณนะที่หวังดี อันที่จริงผมก็พอจะสนใจบ้างเหมือนกัน”

    “โอ...เป็นข่าวดีจริง ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นเป็นใครครับ”

    โตชิโร่ครุ่นคิดแววตาเป็นประกาย “ผมยังไม่รู้จักเธอเลย แต่เคยเห็น...นานมาแล้ว”

    “แปลว่าต้องพอใจมากถึงยังไม่ลืม เราพอจะไปพบเธอได้ไหม”

    “ผมไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน...แต่ถ้าผมพบเธออีก ผมจะไม่ปล่อยให้เธอไปจากชีวิตผมแน่ๆ”

    ฮารุยิ้มให้โตชิโร่อย่างยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    28 ต.ค. 2564

    03:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 05:31 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์