นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”

    ไม่ทันที่ดวงใจจะออกไปตลาด อ้อยบอกว่าตลาดวายหมดแล้ว ให้ดูของในครัวที่ยังพอมี ดวงใจยิ้มรับจะทำอาหารไว้ให้หมอเมตตา ก็พอดีหมอเมตตากลับมาบ้านเตือนอ้อยให้ใส่กลอนประตูอย่าเปิดประตูบ้านทิ้งไว้แบบนี้ มันอันตราย แม่หมอรีบบอกว่า

    “แม่เองแหละลูก เพิ่งกลับจากซื้อของกับดวงใจ เจ้าอ้อยมันกำลังดีใจได้ของเลยลืมกันหมด วันนี้หมอกลับเร็วนี่ลูก”

    “ช่วงนี้ดีหน่อยครับ หมอญี่ปุ่นออกมาช่วยดูชาวบ้าน คนไทยเลยเห่อไปรักษากันใหญ่”

    อ้อยถามเขาคิดเงินหรือเปล่า หมอเมตตาตอบว่าไม่คิด นับว่านายพันคนนี้ดีใช้ได้ ถ้ามีคนอื่นมาแทนอาจจะไม่ใจดีแบบนี้...หมอเมตตาหันมาคุยถามวันนี้ไปซื้ออะไรกันมาบ้าง

    “ก็ไปซื้อเสื้อผ้าให้สองสาวนี่ไง สงสารใส่เสื้อเก่าคนแก่นานแล้ว...หมอให้เงินแม่ แม่ก็เลยพาดวงใจไปซื้อเสื้อผ้าให้”

    “ดีแล้วครับ ผู้หญิงเขาก็คงอยากได้พวกของแต่งตัวกันบ้าง คุณแม่ก็จัดการไปเลย” หมอเมตตาหันมาอุ้มลูกหนูเล่นอย่างเอ็นดู ลูกหนูหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ

    ระหว่างนั้นดวงใจกำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ เห็นกล่องที่ตัวเองเก็บสร้อยล็อกเกตของกฤษดาไว้ ก็ยิ่งทำให้คิดถึง จึงนำออกมาสวมใส่ จากนั้นก็เดินมาที่ห้องตรวจคนไข้ในบ้าน เห็นหมอเมตตากำลังหาของในตู้ยา ก็รู้สึกเกรงใจที่จะบอกเขาเรื่องขอไปตามหาสามี จึงเข้ามาช่วยเขาหายาที่เขาต้องการ หมอเมตตาทึ่งถามเธออ่านหนังสือออกด้วยหรือ

    “อ่านไม่ออกหรอกค่ะ แต่หมอเคยบอกให้เอาเพนนิซิลินเก็บไว้กับยาเอพีซี ดวงจำได้ค่ะ”

    “เธอนี่ความจำดีจริงๆดวงใจ ฉันคิดอะไรอย่างนึงนะ ฉันจะให้คนมาสอนหนังสือเธอกับอ้อยที่บ้านดีกว่า”

    “หมอจะให้ดวงเรียนหนังสือเหรอคะ ดวงอยากเรียนมานานแล้ว ตอนเด็กๆก็เคยไปโรงเรียนพอจะอ่านออกเขียนได้ค่ะ แต่ได้เรียนแค่สองปีเพราะไม่มีครูมาสอนอีก”

    “ดีเลย เธอจะได้เรียนเพิ่มเติมให้รู้มากขึ้น เรียนภาษาอังกฤษด้วยก็ดีนะ จะได้ช่วยฉันอ่านชื่อยาภาษาอังกฤษได้...”

    “แต่ดวงคงจะอยู่ช่วยหมอไม่ได้นานหรอกค่ะ” ดวงใจสีหน้าสลดลง

    หมอเมตตารีบถามทำไม ดวงใจบอกว่าตนต้องตามหาสามี นี่ก็อยู่กรุงเทพฯมานานยังไม่ได้ออกตามหาเลย ตนว่าจะมาขอร้องให้เขาช่วยพาไปตามหา หมอเมตตาครุ่นคิด นึกได้

    “จริงสินะ เธอตั้งใจมากรุงเทพฯก็เพื่อตามหา สามี ได้... ฉันจะช่วยเธอเอง เธอจะไปตามหาที่ไหนล่ะ”

    “ดวงรู้แต่ว่าบ้านพ่อของคุณกฤษดาอยู่ทุ่งมหาเมฆ แต่จะตรงไหนก็ไม่รู้ค่ะ”

    “ทุ่งมหาเมฆอยู่ไกลจากที่นี่มาก พ่อของคุณกฤษดาชื่ออะไร เธอรู้ไหม”

    “ชื่อท่านเจ้าคุณเทศาค่ะ”

    “เจ้าคุณเทศาอะไรล่ะ...เทศาน่ะเป็นตำแหน่ง แต่ชื่อของท่านชื่ออะไร เดี๋ยวนี้น่ะไม่มีตำแหน่งเทศาแล้วนะดวงใจ”

    ดวงใจหน้าเสียจะร้องไห้ “แล้วดวงจะหาเจอได้ยังไง...”

    “ใจเย็นๆ อย่างน้อยเราก็มีข้อมูลบ้าง คงจะพอช่วยได้บ้างหรอก อย่ากังวลไปเลย...ถ้าดวงใจได้เรียนหนังสือ ก็จะรู้อะไรมากขึ้น อย่างน้อยก็พอจะขึ้นรถขึ้นราไปเองได้บ้าง ฉันก็จะช่วยเธอเอง”...ดวงใจรู้สึกซาบซึ้งใจ

    ooooooo

    วันต่อมา สมรพาเถ้าแก่ทงมาที่บ้าน อิ่มกับมิ่งมองอย่างไม่สบายใจ โทร.ไปตามหลวงเณติณัตให้รีบมา อิ่มร้อนใจเห็นเถ้าแก่ทงเดินสำรวจรอบบ้าน จึงถามสมรจะทำอะไรกัน สมรปรายตามอง แล้วหันไปบอกเถ้าแก่ทงให้ไปนั่งเล่นที่ระเบียง ลมเย็นสบายเดี๋ยวตนจะตามไป

    “ดีเหมือนกัน...จะได้ดูว่าจะทำเป็นอะไรดี” พูดจบเถ้าแก่ทงเดินไป

    “นายมิ่ง ไปให้ในครัวทำกับแกล้มมาสองสามอย่าง แล้วแกเอาไปให้เถ้าแก่ที่ระเบียง”

    มิ่งลังเลแต่ก็จำใจเดินไป สมรหันมาเล่นงานอิ่มจากท่าทางดั่งนางพญากลายเป็นแม่ค้าตลาดแตก “นี่อีอิ่ม...จำใส่สมองโง่ๆของแกไว้ด้วยนะ ถ้าแกยังอยากมีกินมีใช้ แกก็ต้องทำงาน จะมานั่งงอมืองอตีนไม่ได้”

    “แล้วแกจะมาเสือกอะไรล่ะอีหมอน แกไม่ได้มีสิทธิที่ทำอะไรในบ้านนี้ตามใจชอบนะ”

    หลวงเณติณัตมาถึงพอดี อิ่มดีใจเห็นลูกน้องเถ้าแก่ทงขวางไม่ให้หลวงเณติณัตเข้ามาจึงรีบไปผลักกระเด็น หวังให้เขามาจัดการสมร หลวงเณติณัตแปลกใจมีเรื่องอะไรด่วน สมรยิ้มๆ

    “คุณหลวงมาก็ดีแล้ว จะได้พูดซะพร้อมๆกัน ฉันจะให้เถ้าแก่ทงมาเช่าบ้านนี้”

    อิ่มโวยเรื่องอะไรจะให้เจ๊กจีนมาเช่าบ้าน หลวงเณติณัตปรามอิ่ม แล้วบอกสมรทำแบบนี้ไม่ได้ สมรแว้ด ตนมีสิทธิ์เพราะเป็นคนดูแลรับผิดชอบบ้านนี้ อิ่มแย้งว่าคุณหลวงก็มีสิทธิ์

    สมรย้อนถาม “ถ้างั้นคุณหลวงยินดีจะช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านนี้ไหมล่ะ เงินมรดกที่ท่านทิ้งไว้ให้น่ะ มันพอซะที่ไหน ไหนจะเงินเดือนคนใช้ ค่ากินค่าอยู่ ค่าน้ำค่าไฟ มันจะอยู่ไปได้ซักกี่วันกัน หรือแกจะรอให้ใช้เงินมรดกจนหมด พวกแกจะต้องโดนเฉดหัวกลับบ้านโดยไม่ได้อะไรเลย เอาไหมล่ะ”

    อิ่มมองหน้าหลวงเณติณัตอึ้งๆ สมรรู้ว่าตัวเองเป็นต่อ แย็บว่าเถ้าแก่ทงเหมือนพระมาโปรด จะมาเช่าบ้านนี้ทำโรงแรม อิ่มตาเหลือก

    “ทำโรงแรม! ให้คนร้อยพ่อพันแม่มาเต็มบ้านอย่างนั้นน่ะเหรอ”

    “ทำไม...มีคนมาเยอะสิดี เขาจะได้เอาเงินมาให้ เงินมรดกจะได้เก็บไว้ให้พวกแก อย่างนี้ยังไม่ดีอีกเหรอไง พวกแกจะได้เงินพิเศษอีกด้วย” สมรหว่านล้อม

    หลวงเณติณัตหวั่นใจถามจะคิดค่าเช่าอย่างไร สมรหาว่าเขางก เรื่องค่าเช่ายังไม่ได้ตกลง วันนี้ให้มาดูๆ ก่อน อาจจะต้องต่อเติมบ้าง ตนคิดว่าจะช่วยออกเงินเป็นการลงทุนกันบ้าง...อิ่มไม่เห็นด้วย บอกหลวงเณติณัตอย่ายอม เชื่อว่ากฤษดาต้องไม่ชอบแน่ สมรแว้ด

    “ไหนล่ะคุณกฤษดา อยู่ไหนล่ะ ในเมื่อไม่มีคุณกฤษดา สิทธิ์ขาดในบ้านเป็นของฉัน ถึงจะมีคุณหลวงมาช่วยดูแลก็ตาม แต่การที่ฉันจะหารายได้ให้น่ะ มันไม่ดีตรงไหน”

    ด้านเถ้าแก่ทงยืนมองรอบบ้านอย่างพอใจ ลูกน้องรายงานว่า ห้องโถงน่าจะตั้งโต๊ะรูเล็ตได้หลายโต๊ะ เถ้าแก่ทงเอ็ดอย่าพูดไปเดี๋ยวใครได้ยิน รอทำสัญญาเรียบร้อยก่อน สมรเดินมาถามถูกใจไหม เขารีบตอบว่าถูกใจมาก จะรีบดำเนินการ...มิ่งยกกับแกล้มมาวางให้ด้วยท่าทางไม่ค่อยเต็มใจ เถ้าแก่ทงรู้ทำทีเข้าไปโอบไหล่มิ่งและควักเงินใส่มือ มิ่งอึกอักจะไม่รับ แต่เขาก็ยัดใส่มือ

    “เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ อย่าคิดมาก อีกหน่อยฉันคงต้องอาศัยน้องชายอีกมาก คนอย่างฉันน่ะมีแต่ให้ ใครช่วยเหลือฉันนะ รับรองสบาย”

    มิ่งเห็นเงินตั้งร้อยก็ตาโพลงรับไปอย่างลังเล สมรติงเถ้าแก่ทงอย่าไปเอาใจนัก พวกนี้เลี้ยงไม่เชื่อง เขายิ้มหยัน “เงินของผมทำให้ทุกอย่างเชื่องทั้งนั้นแหละครับ...เขาก็คนเหมือนกัน เราต้องให้โอกาสเขาบ้าง”

    สมรปลื้มเข้าใจว่าเถ้าแก่ทงจิตใจประเสริฐ...มิ่งเดินเข้าครัวมาจัดจานช้อนส้อมและแก้วน้ำอย่างดีไปเสิร์ฟ อิ่มมองอย่างไม่พอใจหันไปบ่นกับเขียวว่ามิ่งต้องโดนอะไรอุดปากมาแน่

    ooooooo

    หน้าค่ายทหารญี่ปุ่น กฤษดาปลอมตัวเป็นคนจีนแก่ๆ แบกถังหวานเย็นเดินขายตามถนน มาหยุดหน้าค่าย ชาวบ้านจูงลูกหลานออกมาซื้อ เขาพยายามมองเข้าไปในค่ายดูลาดเลา จึงหยิบหวานเย็นให้เด็กๆ เก็บเงินบ้างไม่เก็บเงินบ้าง ทำทียิ้มชักชวนทหารหน้าค่ายกินหวานเย็น

    กลับมาที่พักศูนย์เสรีไทย มีนาแซว สรุปขายหวานเย็นวันนี้ขาดทุนไปเท่าไหร่ กฤษดาหัวเราะเพราะไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเด็กๆหยิบกันหมุบหมับ เจน่าถาม ถึงเรื่องค่ายญี่ปุ่น

    “ผมก็เห็นยังมีทหารไทยอีกเยอะเหมือนกันนะ แต่พวกญี่ปุ่นมากกว่า มีการต่อเติมดัดแปลงอาคาร ทำโรงเก็บของใหญ่มาก”

    “เป็นคลังแสงหรือเปล่า” วาคิมสงสัย

    กฤษดาเห็นด้วยเพราะมีการเฝ้าหนาแน่น ตนจะต้องเข้าไปดูอีกครั้ง มีนาเห็นว่าน่าจะยาก แสดงว่าต้องมีของสำคัญมาเก็บไว้ที่นี่เพราะควบคุมได้ เจน่าชวนเข้าไปสำรวจคืนนี้

    “ใจเย็นๆสหายเจน่า งานนี้ถ้าเราพลาดโดนจับได้ แผนการทั้งหมดจะเสีย พวกญี่ปุ่นไม่ได้โง่ ถ้ามันไหวตัว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงหมด” วาคิมเตือน...
    แผนการของกฤษดา คือมาเช่าห้องเล็กๆในคราบคนจีนขายหวานเย็น เด็กๆมักจะรุมล้อมเพราะเขาใจดีแจกเด็กๆประจำ วันนี้ขณะจะไขกุญแจเข้าห้องเช่า รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงชักปืนออกมาป้องกันตัว พอโผล่เข้าห้อง เสียงแสงธรรมทัก

    “หวานเย็นหมดหรือยังอาแปะ...”

    กฤษดาถอนใจเก็บปืนถามเข้ามาได้อย่างไร

    แสงธรรมชูขวดเหล้ายิ้มย่อง...ค่ำนั้น ทั้งสองนั่งจิบเหล้าเคล้าแสงจันทร์ กฤษดาหมุนแหวนทองเหลืองคิดถึงดวงใจ แสงธรรมเห็นเปรย

    “เมื่อก่อนผมเคยรู้สึกว่าตัวเองว่างเปล่าที่ไม่มีใครสักคนที่รักเรา ที่เรารัก...แต่ตอนนี้ผมว่าผมดีใจที่ไม่มีคนรักรอผมนะ”

    กฤษดายิ้มเศร้าๆ “คุณคิดถูกแล้วล่ะแสงธรรม แต่มันก็แปลกนะ ถึงจะรู้สึกคิดถึงแทบขาดใจ ถึงจะเป็นทุกข์เป็นห่วงแค่ไหน แต่ก็รู้สึกมีกำลังใจ มีจุดหมาย แล้วมันก็อุ่นใจที่มีคนที่เรารักรอเรา มันก็คุ้มค่านะแสงธรรม”

    “อย่างที่เขาว่า...ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ผมไม่เอาดีกว่า ไม่อยากมีทุกข์”

    สองคนชนแก้วเหล้ากัน กฤษดาย้ำ ถ้าเขาเจอคนที่รักจะรู้เอง แต่แสงธรรมส่ายหน้าอย่ามากล่อมให้ยาก ไม่อยากเหม่อมองสายน้ำอย่างเขา กฤษดายิ้มเหงาๆ

    ooooooo

    ในขณะที่วันเวลาผ่านไป ดวงใจได้เรียนหนังสือ เธอตั้งใจเรียนจนครูที่มาสอนอดชมไม่ได้ จากนั้นดวงใจก็ช่วยหมอเมตตาจัดยาให้คนไข้ และดูแลลูกหนูไปด้วย เวลาหมอจะออกไปตรวจคนไข้ข้างนอกเธอก็จัดของใส่กระเป๋าให้จนหมอเมตตารู้สึกผูกพันกับเธอ...

    มีคนไข้คนหนึ่ง มาทำการรักษาบาดแผลที่ขา หมอเมตตารักษาจนเกือบเป็นปกติ เขาซาบซึ้งใจจ่ายเงินค่ารักษาเพราะหมอทำให้เขาไม่ต้องเสียขา หมอปฏิเสธที่จะรับเงิน มันมากเกินไป

    “ไม่มากหรอกครับ ถึงมียาแต่ถ้าไม่มีหมอรักษาแนะนำให้ยา ผมจะหายได้อย่างไร หมอกรุณาเก็บไว้ด้วยนะครับ”

    ดวงใจรู้สึกชื่นชมในตัวหมอมาก หมอเมตตาจำยอมรับเงินไว้ พอคนไข้กลับไป หมอเมตตายื่นเงินให้แก่ดวงใจเก็บไว้ใช้ เธอแปลกใจ เขาบอกว่า เป็นค่าตอบแทนที่เธอช่วยงานเป็นผู้ช่วยหมอ ดวงใจยิ้มหวาน

    “ดวงไม่รับหรอกค่ะ หมอช่วยดวงกับลูกไว้มากมายเกินกว่าจะทดแทนพระคุณด้วยซ้ำ”

    หมอเมตตาหัวเราะ “ดูเหมือนเงินนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของใครสักเท่าไหร่นะ แต่เธอควรจะรับไว้นะ เพราะเธอควรจะได้ แล้วมันจะทำให้ฉันสบายใจที่ไม่ได้เอาเปรียบเธอ...เก็บเอาไว้เถอะ จะได้มีใช้จ่ายส่วนตัวของตัวเองกับลูก เงินน่ะมันไม่เน่าไม่บูด เก็บไว้”

    ดวงใจยกมือไหว้รับเงินมาด้วยความดีใจที่เงินนี้เป็นค่าน้ำพักน้ำแรงครั้งแรกของตัวเอง บ่ายวันนั้น ดวงใจเดินออกมาตลาดปากซอย ตั้งใจจะซื้อของกิน

    ฝากทุกคนในบ้าน เสาวรสกำลังขายขนมจีนอยู่มองดวงใจอย่างถูกชะตา จึงชวนทานขนมจีนและขนมหวานทับทิมกรอบ...ดวงใจตอบซื่อๆว่าไม่เคยทานมาก่อน เสาวรสจึงบอกว่าไม่เคยก็ต้องลอง ชอบค่อยซื้อ

    ดวงใจชิมแล้วรู้สึกอร่อยจริงๆ เสาวรสจะตักใส่ถุงให้เอากลับบ้าน ทั้งสองคุยกันถูกคอ เผอิญเปี๊ยกกับเดชเดินกร่างมา พอเห็นหน้าดวงใจก็เฉียดเข้ามา เสาวรสกำลังถามดวงใจว่าเป็นเมียหมอเมตตาหรือ เธอรีบปฏิเสธ ตนเป็นแค่ผู้ช่วย เปี๊ยกส่งเสียงถาม

    “นังเสา วันนี้มีเพื่อนมาเหรอ สวยนี่หว่า”

    “อย่ามาเสือกไอ้เปี๊ยก คุณนี่เขาเป็นลูกค้ามากินขนม มึงไปไกลๆเลย”

    “มึงน่ะแหละอย่าเสือก...พี่เดช เหมากระจาดมันซะดีไหม” เปี๊ยกเบ่งวางก้าม

    ดวงใจตกใจขอร้องอย่าทำร้ายเสาวรส เปี๊ยกแขวะเสาวรสให้พูดจาดีๆแบบดวงใจบ้าง แล้วหันมาชวนดวงใจไปเที่ยวด้วยกัน เสาวรส เจ็งและเชาว์คว้าไม้คานเดินมากัน เดชเปิดเสื้อโชว์ปืนที่เหน็บมาขู่...เจ็งกับเชาว์ชะงัก เปี๊ยกเย้ยใครแน่ก็เข้ามา เดชหันมาจับมือดวงใจชวนไปกินของอร่อยๆกว่าข้าวแกงแถวนี้

    ดวงใจจะเดินหนี เสาวรสฮึดฮัดอยากช่วยแต่กลัวปืน เปี๊ยกคว้าแขนดวงใจ “จะรีบไปไหนคนสวย ว่าง่ายๆนะ อย่าให้พี่ต้องใช้กำลัง”

    “ปล่อยฉันเถอะจ้ะ อย่าทำอะไรฉันเลย”

    “ไอ้เปี๊ยก...มึงอย่ายุ่งกับคุณเขานะมึง” เสาวรสโวย

    เดชชักปืนขู่ “ถ้ามึงไม่หยุดเสือก กูจะยิงกรอกปากมึงนะ”

    “ฉันไหว้ล่ะจ้ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะกลับไปหาลูก”

    เปี๊ยกกับเดชหัวเราะร่า “พี่เดช...มีลูกด้วย...”

    “ดีว่ะ รู้งานแล้วนะมึง...” เดชหัวเราะยียวนสนุกปากกับเปี๊ยก

    ดวงใจร้องไห้ตัวสั่น เจ็งส่งเสียงปราม “ไอ้เปี๊ยก...กูจะฟ้องยายนะ มึงรู้ฤทธิ์ยายใช่ไหม เอามึงตายนะ”

    “กูไม่กลัว ให้มันมาสิกูเตะให้”

    “ไอ้นรกมาเกิด...พวกมึงนี่มันชั่วสารเลว”

    เดชยิงปืนขึ้นฟ้าโวย “หนวกหูจริงโว้ย เห่าหอนกันอยู่ได้ ใครอยากเสือกก็เข้ามา”

    รถจี๊ปโตชิโร่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาเดินมาด้านหลังบอกให้ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้ เดชหันมาตวาด “อย่าเสือกไอ้ยุ่น”

    โตชิโร่ก้าวเข้าจ้องหน้าเดชกับเปี๊ยก สั่งเสียงเฉียบ “บอกให้ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้”

    เดชหันปืนมาทางโตชิโร่ แต่โตชิโร่ไวกว่ายิงใส่มือเดชปืนกระเด็น เดชสะบัดมือเร่าๆด้วยความเจ็บ ทหารญี่ปุ่นสองนายเข้ามายืนประกบ เดชกับเปี๊ยกกลัวลานวิ่งหนี ชาวบ้านโห่ไล่หลัง ตบมือให้โตชิโร่อย่างขอบใจ เสาวรสและเจ็งเข้ามาหาดวงใจ โตชิโร่มองดวงใจอย่างสนใจก่อนจะก้มหัวให้แล้วกลับไปขึ้นรถ

    ดวงใจกลับบ้านรีบเข้าห้องนั่งตัวสั่นด้วยความกลัวไม่หาย น้ำตาไหลพรั่งพรูมือกำสร้อยที่กฤษดาให้ไว้แน่น อ้อยอุ้มลูกหนูเข้ามาหา เห็นท่าทางดวงใจก็ตกใจถามเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม

    ดวงใจรับลูกหนูมากอดแน่น พยายามสงบสติอารมณ์บอกอ้อยว่าไม่เป็นอะไร กำชับอย่าบอกนายแม่ อ้อยแย้ง “ทำไมล่ะ...ถ้ามีอะไรไม่ดีจะได้ช่วยกันไงพี่”

    “ไม่มีอะไรหรอก เชื่อพี่นะ พี่ไม่อยากให้นายแม่ กับคุณหมอไม่สบายใจ”

    “แต่พี่ต้องบอกฉันนะ เรามาด้วยกัน พี่ก็เหมือนเป็นพี่สาวฉัน ถ้าพี่มีเรื่องไม่ดีฉันก็ต้องรู้ด้วยนะ”

    ดวงใจพยักหน้ายิ้มๆ รับปากมีอะไรจะเล่าให้ฟัง

    ooooooo

    วันใหม่ กฤษดาปลอมตัวเป็นแปะขายหวานเย็นมาที่หน้าค่ายญี่ปุ่นอีก ขยับมาทางเข้า คนเริ่มมุงซื้อ เขาหยิบส่งให้ทหารญี่ปุ่นด้วย กฤษดาพยายามสั่นกระดิ่งให้ทหารในค่ายออกมา แต่พวกทหารไม่กล้าออกมาจึงพยักหน้าให้เขาเข้าไป กฤษดาได้ทีแบกถังหวานเย็นเดินไป

    ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่อดใจไม่ไหวรุมซื้อ พอดีรถโตชิโร่นั่งมากับฮารุออกมา คนขับทำเสียงดุใส่กฤษดาเข้ามาได้อย่างไร ทหารที่กินหวานเย็นวิ่งกลับไปประจำที่ โตชิโร่ลงจากรถ ฮารุเดินตามลงมา กฤษดารีบก้มหน้าหลบสายตาฮารุทำท่ากลัวลาน โตชิโร่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “ลุงเข้ามาในค่ายทหารไม่ได้นะ”

    “ฮ่อๆ คุณทหาร...แปะม่ายลู้ เค้าอยากกินกัน”

    ฮารุเดินมามองๆกฤษดา โตชิโร่หันไปพูดกับลูกน้อง แล้วหันมาบอกกฤษดาว่า “วันนี้ซื้อหมดนี่แหละ แจกให้ทหารให้หมด”

    กฤษดาทำท่าดีใจ ยกมือไหว้ปลกๆ “โอ้...นายใจลีอ้า ...กำเสี่ย...กำเสี่ย...”

    ฮารุเดินวนมองกฤษดาอย่างพิจารณา ส่งภาษาจีนถาม “มาอยู่เมืองไทยนานแล้วเหรอลุง”

    “มากับเตี่ยได้สามสิบกว่าปีแล้ว...คุณจะลองชิมหวานเย็นหน่อยไหม” กฤษดาตอบเป็นภาษาจีน และส่งหวานเย็นให้ฮารุลองชิม

    “ขอบใจ...ผมต้องไปธุระ เสร็จแล้วก็รีบออกไปได้แล้ว” ฮารุตอบเป็นภาษาไทย

    กฤษดาทำท่างกเงิ่นแบบคนแก่ เดินหลังโกงเก็บถังหวานเย็นแบกออกไป โตชิโร่มองแล้วเปรย หน้าเหมือนคนแก่ แต่หนังไม่ค่อยเหี่ยว ฮารุชะงักแก้ให้ว่า

    “คนทำงานหนักใช้กำลังทุกวัน ผิวหนังก็จะไม่ค่อยเหี่ยวนะครับ”

    โตชิโร่ยิ้มๆกลับไปขึ้นรถ ฮารุเดินตาม...กฤษดารีบเดินออกจากค่ายไม่ให้มีพิรุธ ทั้งโตชิโร่และฮารุยังมองเขาไม่วางตา จังหวะนั้นดวงใจนั่งสามล้อมากับหมอเมตตา ผ่านข้างกฤษดา ทั้งสองไม่เห็นกัน ดวงใจมองไปเห็นโตชิโร่บนรถจี๊ปก็ยิ้มให้ด้วยจำได้ว่าเป็นผู้มีบุญคุณช่วยเหลือจากเปี๊ยกและเดชที่ตลาด โตชิโร่มองอย่างพึงพอใจ ฮารุเห็นท่าทีโตชิโร่ก็รับรู้ได้ว่าสนใจผู้หญิงคนนั้นไม่เบา

    ส่วนกฤษดาไม่เห็นดวงใจ เขาก้มหน้าก้มตาเดินให้พ้น แววตากร้าวด้วยความพร้อมที่จะทำลายล้างญี่ปุ่นให้ราบ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 20:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์