นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”

    แม่หมอเมตตามองลูกชายเตรียมกระเป๋าเครื่องมือแพทย์เพื่อออกไปช่วยคนเจ็บ แล้วหันมาคุยกับดวงใจ “อย่างนี้แหละ ข้าวกินยังไม่หมดชาม คนไข้ก็มาเรียกเหมือนเคย บางทีกว่าจะได้กลับมาก็ดึกดื่น”

    “มีคนไข้มาเรียกบ่อยหรือเจ้า”

    “ทุกวันล่ะจ้ะ ยิ่งถ้ามีบอมบ์นะ ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย”...ดวงใจฟังแล้วรู้สึกเห็นใจ

    คืนเดียวกัน เสาวรสมาที่บ้านพ่อตัวเอง เห็นแม่เลี้ยงกำลังเคาะกะละมังให้ข้าวสุนัขหน้าบ้าน ก็ทำหน้าเกลียดชัง “ทำเป็นใจบุญ อีแม่ชีกินไก่ ทีกับกูละใจดำยิ่งกว่าหมา...”

    แม่เลี้ยงเห็นเสาวรสก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เยาะอย่าคิดซมซานกลับมาบ้าน เสาวรสด่าสวน

    “เสือก...”

    แม่เลี้ยงโกรธคว้าแขน “มึงน่ะแหละอย่าเสือกมาเข้าบ้านกูนะ”

    “บ้านพ่อกู...มึงน่ะแหละเสือก...ปล่อยแขนกูนะ”

    แม่เลี้ยงลากให้เสาวรสออกไปจากบ้าน เสาวรสบอกให้ปล่อยด่าอีหน้าเต้าหู้ แม่เลี้ยงยิ้มเยาะ “ยังไงกูก็สวยกว่าแม่มึงก็แล้วกัน...”

    พูดเท่านั้น เสาวรสสะบัดแขนออกจับหน้าแม่เลี้ยงไถไปกับถนน แม่เลี้ยงร้องเสียงหลงให้คนช่วย เสาวรสสำรอก “ทีนี้มึงสวยสมใจละโว้ย อีหน้าแหก...”

    พ่อวิ่งออกมากระชากเสาวรสเหวี่ยงไป แม่เลี้ยงร้องไห้โฮ แผลถลอกบนหน้ายับเยิน พ่อเห็นแล้วโกรธมากหันมาตบหน้าลูกสาวฉาดใหญ่

    “มึงทำเกินไปแล้ว สันดานเลวเหมือนแม่มึงไม่มีผิด เลี้ยงให้ดีแค่ไหนก็เลี้ยงไม่เชื่อง”

    เสาวรสน้ำตาไหลด้วยความคับแค้นใจ “วันนี้ฉันดีใจจริงๆที่แม่ตายไปซะได้ ไม่ต้องมาอยู่ดูไอ้ผู้ชายหน้ามืดไม่มีความรับผิดชอบอย่างเตี่ย”

    “ยังจะมาปากดีอีก...อีเสาวรส” พ่อโมโห

    เสาวรสปาเงินยี่สิบบาทใส่พ่อ “เอาคืนไป ถึงฉันจะอดตาย ฉันก็จะไม่กลับมาหาเตี่ยอีกเลย แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกนะ”

    เสียงเครื่องบินดังมาแต่ไกล เสาวรสวิ่งออกจากบ้าน แม่เลี้ยงอ้อนร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียงหวอดังกระหึ่ม ชาวบ้านวิ่งกันอลหม่าน เสาวรสหันมองพ่อด้วยความเป็นห่วง เห็นประคองแม่เลี้ยงเข้าบ้าน คนรอบๆวิ่งดันตัวเธอให้ไปทางหลุมหลบภัย...เสียงเครื่องบินทิ้งระเบิดดังสนั่น เสียงดังติดต่อกันหลายลูก รู้สึกไม่ห่างหลุมหลบภัยเท่าไหร่ เป็นครั้งแรกที่เสาวรสรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ชาวบ้านที่หลบอยู่ในหลุม บางคนสวดมนต์ภาวนา บางคนร้องไห้ บางคนร้องกรี๊ด

    “เสียงมันลงเหมือนตรงหัวเลย”

    “นั่นสิพี่ เจ้าประคู้ณ อย่ามาหย่อนในหลุมเลยนะพ่อนะ” ชาวบ้านส่งเสียง

    ทางบ้านหมอเมตตา ดวงใจ อ้อยและแม่หมอเมตตา ยืนมองไปทางทิศที่ระเบิดลง เห็นท้องฟ้าสะท้อนสีแดงเพลิงแสดงว่าไฟไหม้ ดวงใจกับอ้อยเพิ่งเห็นระเบิดเป็นครั้งแรกสีหน้าหวาดกลัว ดวงใจกอดลูกน้อยที่ร้องไห้จ้า แม่หมอเมตตาอธิบาย

    “ฝรั่งมันมาทิ้งระเบิดไงดวงใจ นี่แหละสงคราม”

    “แล้วมันจะมาทิ้งตรงบ้านเราไหมคะ”

    “คงไม่หรอก บ้านเราไม่ได้อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ พวกที่อยู่ใกล้ฐานญี่ปุ่นน่ะโดนบ่อย”

    “แล้วคนที่บ้านเขาโดนระเบิดทำยังไงคะ”

    “ถ้าไม่ตายซะก่อน ก็ไปอยู่กับญาติกับคนรู้จัก ที่เป็นคนจรอาศัยวัดก็มีเยอะ”

    ดวงใจรู้สึกสงสารคนเหล่านั้น พอดีหมอเมตตากลับมาด้วยท่าทางรีบร้อน แม่โล่งใจเพราะกำลังเป็นห่วงเขามาก หมอเมตตาบอกทุกคน

    “วันนี้ลงหนักเหมือนกัน เดี๋ยวผมจะข้ามไปดูสักหน่อย เป็นไงดวงใจกับอ้อย ตกใจมากไหม เพิ่งจะเคยเห็นระเบิดลงครั้งแรกสินะ”

    อ้อยหน้าเสียด้วยความหวาดกลัว ถามหมอคงมีคนตายมาก หมอเมตตาเดินไปหยิบยาและผ้าพันแผลใส่กระเป๋า ตอบอ้อยว่าคืนนี้คงมีคนบาดเจ็บและตายมากแน่ เพราะเสียงหวอดังช้า ไม่ทันไรเครื่องบินก็มาทิ้งระเบิดเลย คนคงหนีไม่ทัน ดวงใจถามหมอจะออกไปอีกหรือ

    “ไปดูเขาหน่อย ตอนนี้หมอไม่ค่อยพอ ช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกันไป คนไข้รอไม่ได้”

    “แต่คุณหมอยังทานข้าวไม่อิ่มเลยเจ้า”

    “ขอบใจนะดวงใจ ไม่ต้องห่วงหรอก อย่าลืมปิดประตูใส่กลอนให้ดีนะ ฉันกลับมาจะเรียกเอง อ้อยรอเปิดประตูด้วยล่ะ คุณแม่จะได้ไม่ต้องลุกออกมา” หมอเมตตายิ้มก่อนจะออกไป

    ทุกคนมองตามด้วยความเป็นห่วงหมอเมตตา

    ooooooo

    สัญญาณดังเตือนว่าปลอดภัย ทุกคนทยอยออกจากหลุมหลบภัย เสาวรสตกใจกับภาพผู้คนนอนตายจมกองเลือด บางคนนอนร้องครวญคราง เสาวรสมองไปทางบ้านเห็นไฟลุกโชนก็ตกใจสุดขีดรีบวิ่งไปดู พยายามจะเข้าไปช่วยพ่อ

    “เตี่ย...เตี่ย...!” เสาวรสร้องไห้โฮเพราะบ้านแทบเหลือแต่ซาก

    ผู้หญิงวัยกลางคนจับเสาวรสไว้ไม่ให้วิ่งเข้าไป เสาวรสหันมาถามถึงพ่อหนีออกมาทันไหม หญิงสูงวัยตอบ “ทันซะที่ไหนล่ะ ไอ้ลูกระเบิดน่ะมันลงบ้านเอ็งเต็มๆเลย เตี่ยกับแม่เลี้ยงเอ็งน่ะหนีออกมาไม่ทันหรอก ทำใจเถอะวะ”

    เสาวรสร้องไห้โฮวิ่งเตลิดไปทางที่มีคนเจ็บนอนร้องระงม หมอเมตตากำลังพยาบาลคนเจ็บ มือกับเสื้อผ้าหมอเปรอะไปด้วยเลือด พยายามพันแผลให้คนเจ็บ

    คนหนึ่งและฉีดยาให้อีกคนมือเป็นระวิง...โตชิโร่นั่งรถจี๊ป มากับฮารุและทหารติดตาม โตชิโร่เห็นการกระทำของ หมอเมตตาจึงสั่งให้หยุดรถ มองด้วยความทึ่ง หันไปสั่งฮารุ

    “หมอ...คุณลงไปช่วยคนนั้นดีกว่า ท่าทางเขาจะเป็นหมอนะ”

    “ใช่ครับ เขาเป็นหมอที่คอยช่วยชาวบ้านบ่อยๆ อยู่ฝั่งโน้นแต่ก็คงมาช่วยชาวบ้านที่โดนระเบิดที่นี่”

    โตชิโร่สั่งให้เอาเวชภัณฑ์ที่มีไปให้หมอเมตตา ฮารุหันไปสั่งทหารขน โตชิโร่เดินไปถามหมอเมตตา “คุณต้องการยาอะไรเพิ่มเติมบ้างครับ”

    “ผมต้องการผ้าพันแผลอีกมากๆ และยาแก้ปวดกับยาใส่แผลด้วยครับ”

    โตชิโร่หันไปสั่งลูกน้องเป็นภาษาญี่ปุ่น ทหารรีบไปยกกล่องใส่ของตามที่สั่ง แล้วโตชิโร่ก็สั่งฮารุให้ช่วยดูแลคนเจ็บด้วย

    จวบจนเช้า ประคองชะเง้อคอยเสาวรสด้วยความไม่พอใจ ที่ยังไม่กลับบ้านบ่นด่ายกใหญ่จะไล่กลับไปอยู่บ้านกับพ่อ เหมี่ยวเตรียมข้าวแกงใส่หม้อไว้ขายหัวเราะ

    “ลับหลังมันละทำบ่นอย่างนี้ทุกที พอมันมาก็...เฉย”

    “คราวนี้ข้าไม่เฉยล่ะวะ ดูสิ...ได้เวลาต้องหาบข้าวแกงออกตลาดแล้วมั้น...ยังไม่เห็นหัว”

    ไม่ทันไร เสาวรสกลับมาในสภาพมอมแมมร้องไห้สะอึกสะอื้น ประคองเห็นถลาเข้าถามด้วยความตกใจ “เป็นอะไร ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้มอมเป็นหมาอย่างนี้”

    “อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเอ็งข้ามไปฝั่งโน้นมาน่ะ เขาพูดกันให้แซ่ดไป โดนระเบิดซะเรียบเป็นหน้ากองเลย” เหมี่ยวรีบถาม เสาวรสพยักหน้าร้องไห้หนักขึ้น

    “อย่าบอกนะว่าเอ็งไปหาพ่อเอ็งน่ะ” ประคองถามอีก

    “เตี่ยตายแล้วยาย...ระเบิดมันลงบ้านหายไปเลย จะกลับก็ไม่มีเรือ ต้องนอนรอที่ท่าเรือจนเช้า” เสาวรสเล่าไปสะอื้นไป

    ประคองกอดหลานด้วยความสงสาร “หมดเวรหมดกรรมกันที อย่าร้องไห้ไปเลยวะ...ไหนเอ็งทำเก่งพูดว่าไม่รักพ่อเอ็งไง”

    “ฉันก็นึกว่าอย่างนั้นเหมือนกันยาย แต่พอเห็นเขาตายฉันก็รู้ว่าฉันรักเตี่ย...ที่บ่นว่าเขาก็เพราะน้อยใจที่เขาหลงเมียใหม่ ไม่สนใจฉัน” เสาวรสปล่อยโฮ

    “พ่อแม่มันก็คนธรรมดานี่ล่ะวะ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นพ่อเป็นแม่ แต่นิสัยสันดานตัวมันก็ยังเหมือนเดิม เวลาทำไม่ดีกับลูกกับหลาน ก็ดีแต่อ้างว่าตัวเองเป็นพ่อเป็นแม่ ทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่ได้นึกถึงจิตใจลูกว่ามันจะนึกดูถูก พอมันเอาอย่างก็ไม่พอใจ แต่ไอ้เราเป็นลูกน่ะนะ ก็ได้แต่ให้อภัยซะ ว่าเขาให้กำเนิด...เห็นตัวอย่างพ่อแม่ทำไม่ดีกับเรายังไง ก็จำเอาไว้ อย่าไปทำไม่ดีอย่างนั้นกับลูกกับหลานเราอีก เวรกรรมมันจะได้หมดกันเท่านี้”

    เหมี่ยวยกมือท่วมหัว “สาธุ...เพิ่งจะได้ยินป้าพูดเป็นเรื่องเป็นราวก็วันนี้ล่ะ...”

    ประคองเหวี่ยงเท้าใส่ เหมี่ยวหลบทันหันไปหัวเราะกับเสาวรส เสาวรสยิ้มออกทั้งน้ำตา

    ooooooo

    เช้านี้ แม่หมอเมตตากำลังทำข้าวต้มอยู่ในครัว ดวงใจเข้ามารู้สึกละอายใจรีบยกมือไหว้ขอโทษที่นอนตื่นสาย แม่หมอหัวเราะ

    “นึกว่าเรื่องอะไร เราน่ะเพิ่งจะออกลูก จะรีบตื่นมาทำไมล่ะ ฉันก็ทำของฉันอย่างนี้มาทุกวันละ” ดวงใจถามทำอะไร “ทำข้าวต้มหมู หมอน่ะทานง่าย วันนี้ได้หมูมาจากตลาดหน้าซอย บางวันก็ไม่มีอะไรขาย...สงครามนี่มันโหดร้ายจริงๆ คนเดือดร้อนไปหมด”

    “ทำไมต้องทำสงครามรบกันด้วยเจ้า”

    แม่หมออธิบายว่า คนบางคนพอเป็นใหญ่ มีบริวารยกย่องมากก็ลืมตัว คิดอยากได้อยากมีอำนาจไม่สิ้นสุด บางทีก็คิดรังแกคนอื่น อีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่ยอม ดวงใจฟังแล้วทึ่ง แค่อยากได้อยากมีก็ต้องรบกันแล้ว แม่หมอถอนใจ

    “ถ้าอยากได้อยากมีไม่เกินตัวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามากเกินไปก็มีปัญหาอย่างนี้แหละ”

    พลันอ้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่ามีทหารญี่ปุ่นยกลังอะไรไม่รู้มาให้ตั้งมากมาย ตอนนี้กำลังคุยกับหมอเมตตาอยู่...แม่หมอจึงปิดเตาแล้วรีบออกไปดู
    ทั้งสามออกมาหน้าบ้านเห็นทหารญี่ปุ่นขนลังมาวางเรียง แม่หมอเข้าถามหมอเมตตา

    “มีเรื่องอะไรกันลูก ญี่ปุ่นมาบ้านเราทำไม”

    “เขาได้รับคำสั่งจากพันตรีโตชิโร่ ให้เอาเวชภัณฑ์มาให้ผมครับ”

    “เขาเอามาให้เราทำไม...”

    “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”

    นายทหารญี่ปุ่นเข้ามาบอกว่าเรียบร้อยหมดแล้วพวกตนลากลับ ทั้งหมดก้มหัวทำความเคารพหมอเมตตาแล้วออกไป

    ในบ้านหมอเมตตามีห้องที่จัดเป็นห้องตรวจคนไข้ มีเตียงและตู้ยา รวมทั้งโต๊ะทำงาน ลังทุกใบถูกยกเข้ามาวางเรียง แม่หมอตื่นเต้นที่เปิดมาเป็นพวกผ้าพันแผลและยาจำนวนมาก ทั้งที่เป็นของหายากในยามนี้ ดวงใจคิดว่า

    “เขาอาจจะรู้ว่าหมอเป็นคนใจดี ชอบรักษาคนเจ็บละมังเจ้า นายแม่”

    หมอเมตตายกลังใบสุดท้ายมาวาง แม่หมอเอ่ย “แม่ล่ะงงจริงๆ เขาเอามาให้เราทำไม แต่ดวงใจเขาว่าสงสัยพวกญี่ปุ่นจะรู้ว่าหมอคอยดูแลรักษาคนเจ็บ คนไหนไม่มีตังค์หมอก็รักษาฟรี เขาคงรู้ล่ะมั้ง”

    หมอเมตตายิ้มๆ “เมื่อคืนที่ผมไปดูคนเจ็บที่โดนระเบิด มีนายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งเข้ามาดูผม เอายามาให้ด้วย มิหนำซ้ำยังให้หมอญี่ปุ่นที่มากับเขาลงมาช่วยคนเจ็บ ไม่รู้จะเกี่ยวกันไหม”

    “เออ...แม่ก็เพิ่งเคยได้ยินนะว่ามีทหารญี่ปุ่นที่ใจดี โดยมากได้ยินแต่ชาวบ้านบ่นว่าโดนทหารญี่ปุ่นรังแกเอาบ่อยๆ คนดีเขาก็มีนะ”...ดวงใจคิดว่าเป็นทหารญี่ปุ่นคนนั้นที่ให้คนขนมา

    หมอเมตตานึกถึงโตชิโร่ “อาจจะถูกของเธอดวงใจ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร คนคนนั้นมีจิตใจที่เป็นกุศลอย่างมาก คนไทยจะได้มีญี่ปุ่นที่พึ่งพาได้บ้าง”

    “เอาเถอะนะ เรามาช่วยกันเอาของพวกนี้เก็บให้เข้าที่ดีกว่า...ดวงใจเอาปลาสเตอร์พวกนี้ไปเรียงไว้ในตู้ชั้นที่สองนะ” แม่หมอตัดบท

    ดวงใจงง “อะไรนะเจ้า...เต้อเหรอเจ้า”

    หมอเมตตาขำ หยิบปลาสเตอร์ให้ดวงใจดู อธิบายว่ามันเรียกปลาสเตอร์ เอาไว้เวลาทำแผล ดวงใจยิ้มรับจะจำไว้ไม่ลืม ว่าแล้วก็จัดเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบ ทันใด เสียงลูกหนูร้องจ้า อ้อยรีบอาสาไปดูแล ให้เธอช่วยแม่หมอกับหมอจัดของไป

    หมอเมตตาเปิดอีกลังพบว่าเป็นยาปฏิชีวนะมากมายก็ดีใจ เพราะมันจะช่วยคนเจ็บได้มาก แม่หมอพลอยดีใจไปด้วย

    ooooooo

    ในวันนี้ หลวงเณติณัตทำการอ่านพินัยกรรมในบ้านพระยาดำรง สีหน้าสมรมีความหวังเต็มที่ เพราะตนเป็นเมียคนเดียวและกฤษดาก็หายสาบสูญ

    “ผมจะขอสรุปข้อความในพินัยกรรมของท่านให้ทุกคนได้เข้าใจง่ายๆนะครับ...เงินสดในธนาคาร ของท่านทั้งหมด หักค่าใช้จ่ายงานศพแล้วยังคงเหลือเงินสดทั้งหมด สามแสนหกหมื่นแปดร้อยห้าสิบเก้าบาทยี่สิบห้าสตางค์ ถ้ามีผู้ใดต้องการดูบัญชีธนาคาร มาดูที่ผมได้นะครับ เงินจำนวนนี้ให้แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งมอบให้คุณสมร...ส่วนที่สองมอบให้ผม ส่วนที่สามท่านให้คงไว้ในบัญชีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเงินเดือนของคนในบ้านทุกคน แต่หากใครจะลาออกไป ท่านให้มอบเงินให้คนละสองพันบาท”

    อิ่มกับมิ่งน้ำตาไหลยกมือไหว้ท่วมหัว สมรสีหน้าไม่พอใจ หลวงเณติณัตกล่าวต่อว่า รายได้จากสวนและไร่นาที่เชียงใหม่ ขอให้กำนันปานเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำไร่ทำนาต่อไป...สมรโวยทันที ถามถึงที่ดินกับบ้านที่เชียงใหม่ หลวงเณติณัตตอบว่า ทั้งบ้านและที่ดินสองร้อยไร่ มอบให้กฤษดา รวมทั้งบ้านในกรุงเทพฯนี้ สมรหมดความอดทน

    “ให้คุณกฤษดา แล้วฉันล่ะ จะให้ไปซุกหัวนอนที่ไหน”

    “ท่านให้คุณสมรและผมเป็นผู้ดูแลบ้านทั้งสองหลัง จนกว่าคุณกฤษดาจะกลับมา”

    “แล้วถ้าคุณกฤษดาตายไปแล้วล่ะ” สมรสวน

    ทุกคนในบ้านไม่พอใจ อิ่มใส่ทันทีว่าพูดจาแบบนี้ไม่ดีเลย สมรเถียงว่านี่เกือบปีแล้วที่กฤษดาหายไป ถ้าไม่ตายน่าจะกลับมา หลวงเณติณัตตัดบท “ก็ต้องรอไปอีกจนกว่าจะครบห้าปี ถ้าคุณกฤษดาไม่มาแสดงตัว จึงถือว่าเป็นบุคคลสาบสูญ บ้านหลังนี้จะตกเป็นของสภากาชาด”

    “สภากาชาด! แล้วฉันล่ะ!...ฉันเป็นเมีย ใครๆก็รู้ว่าฉันเป็นเมียท่าน บ้านหลังนี้ควรจะเป็นของฉัน” สมรลุกขึ้นโวยวาย

    อิ่มลุกขึ้นโต้แทน “เธอมีทะเบียนหรือเปล่าล่ะ คนไม่มีทะเบียนสมรสน่ะ เขาไม่เรียกเมียหรอกย่ะ เขาเรียกเมียเก็บ มีกินมีอยู่ทุกวันก็ดีแล้ว”

    “แกเป็นขี้ข้ามาทำทะลึ่งกับฉันเหรอ” สมรด่าถลาเข้าจะตบอิ่ม มิ่งลุกขึ้นห้าม

    หลวงเณติณัตปรามอย่าทำแบบนี้ ทุกอย่างระบุชัดในพินัยกรรม สมรแว้ดกลับ เขาเป็นเพียงทนายมีสิทธิอะไรมาเอาส่วนแบ่ง อิ่มเถียงแทน “คุณหลวงน่ะทำงานกับท่านมาตั้งแต่ก่อนคุณกฤษดาเกิด หล่อนน่ะยังเป็นช่างทำเล็บหิ้วกระเป๋าอยู่สลัม ที่ท่านให้เธอขนาดนี้มันก็มากไปแล้ว ทำอะไรก็ไม่ได้ทำ วันๆดีแต่แหวะนมเดินยั่ว จะเอาอะไรนักหนา อยากจะได้บ้านนี้น่ะ มีปัญญารักษาหรือเปล่าล่ะ เอามาล้างกลิ่นสาบตั้งนานแล้ว ข้ายังไม่เห็นเป็นผู้ดีกับเขาเลย”

    สมรเหลืออดตบอิ่มฉาด อิ่มไม่รอช้าหันกลับมาตบสมรคืน คราวนี้ไม่มีใครห้ามปล่อยให้สองคนตบกันนัว คนใช้อื่นๆเชียร์อิ่มเสียด้วยซ้ำ

    ooooooo

    คืนนั้น สมรแต่งตัวเซ็กซี่ออกมาเที่ยวบาร์กับเถ้าแก่ทง ใบหน้ายังมีรอยฟกช้ำจากการตบตีกับอิ่ม เถ้าแก่ทงแสดงความเห็นใจ

    “พระยาดำรงนี่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย คนเป็นเมียแท้ๆกลับได้เงินไม่ถึงครึ่ง...ผมสงสารคุณสมรจริงๆ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ผมยินดี”

    สมรซับน้ำตาป้อยๆท่าทางกรีดกรายไม่เบา “คงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนอย่าง นั้น ถ้าฉันได้เป็นเจ้าของบ้าน ฉันก็จะยอมขายให้เถ้าแก่”

    “ผมว่าเรายังไม่หมดหวังซะทีเดียว ถ้าคุณสมรเต็มใจร่วมมือกับผม รับรองได้เลยว่าคุณจะสบายไปตลอดชาติ...

    ผมจะดูแลคุณเอง ผู้หญิงสวยๆอย่างคุณควรจะได้มากกว่าเงินแสนเดียว”

    สมรทิ้งสายตาให้ท่าเต็มที่ “หมอนตัวคนเดียว ตอนนี้ก็เหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ ถ้าเถ้าแก่มาดูแลหมอน เอ้อ...เมียเถ้าแก่จะไม่มาว่าหมอนเหรอคะ ว่าทำให้เถ้าแก่เดือดร้อน”

    “ไม่มีปัญหา เมียผมเขาเป็นคนจีน ผู้ใหญ่จับเราแต่งงานกัน ก็อยู่กันไปอย่างนั้น ผมจะทำอะไร มันเรื่องของผม เขาไม่เกี่ยว”

    สมรยกแก้วเหล้าชนกับเถ้าแก่ทงด้วยท่าทางกรีดกราย พอดีโต๊ะถัดไป พนมนั่งอยู่กับเพื่อนๆ มองสมรอย่างสงสัย...

    ooooooo

    วันต่อมา ที่ศูนย์เสรีไทยอุตรดิตถ์ กฤษดาประกอบวิทยุขึ้นใหม่ ให้รับคลื่นวิทยุ BBC ได้ ทุกคนตบมือดีใจ “เก่งมากสหายโรบิน ต่อไปนี้เราก็จะรับรู้ข่าวคราวโลกภายนอกบ้าง”

    “สัญญาณยังไม่คงที่ เราต้องเอาลวดโยงเป็นเสาอากาศเอาไปผูกไว้กับต้นไม้สูงๆ”

    มีนาขอให้รับวิทยุจากกรุงเทพฯได้ วาคิมเห็นด้วยเพราะจะทำให้พวกเราคลายความคิดถึงบ้านได้บ้าง กฤษดาเศร้าลงเพราะแทนกันไม่ได้ เจน่าเข้ามาตบไหล่เบาๆ

    “คุณนี่ทำให้ผมทึ่งได้เรื่อยๆนะโรบิน”

    “คิดถูกใช่ไหมที่ไม่ยิงผมทิ้งในป่าที่เชียงใหม่” กฤษดาแซวยิ้มๆ

    ทุกคนหัวเราะชอบใจ วาคิมตัดพ้อ จะล้อกันไปยันเกษียณไหม แสงธรรมว่าของอย่างนี้ได้ทีต้องขี่แพะไล่ เจน่าโดดขึ้นหลังมีนาทำเป็นแพะไล่ชนแสงธรรม ทุกคนหัวเราะสนุกสนาน หัวหน้าศูนย์เดินเข้ามา ทุกคนหยุดเล่นรีบยืนตรง หัวหน้ากลั้นยิ้มให้ดูเป็นทางการ ทำทีเอ็ดระวังเสียงหัวเราะจะพาพวกญี่ปุ่นมาหาไม่รู้ตัว วาคิมทำความเคารพขอโทษบอกพวกตนกำลังดีใจที่สหายโรบินประกอบวิทยุสำเร็จ หัวหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ ได้ยินเสียงวิทยุดังค่อนข้างชัด

    “คุณทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพวกเรามากโรบิน”

    “ขอบคุณครับ...ผมอยากทำให้มากกว่านี้”

    “คุณได้ทำแน่...มีคำสั่งมาให้ทีมของคุณไปกรุงเทพฯในทันที ส่วนภารกิจจะรู้ได้ต่อเมื่อคุณได้พบกับหัวหน้าศูนย์ที่รอคุณอยู่” หัวหน้าชื่นชม ทุกคนต่างรับคำ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ กรุงเทพฯยามเช้า มีพระพายเรือบิณฑบาต ผู้สูงอายุจับกลุ่มคุยกันตามร้านกาแฟ ทหารญี่ปุ่นเดินแถวตามถนน มีร้านขายของเต็มสองข้างทาง ผู้คนเดินจับจ่าย ดวงใจนั่งรถสามล้อมากับแม่หมอเมตตา รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับร้านรวงที่มากมาย

    “โอ้โห เกิดมาดวงไม่เคยเห็นร้านขายของมากอย่างนี้เลยเจ้า”

    “มาอยู่กรุงเทพฯตั้งหลายเดือน ต้องออกมาเปิดหูเปิดตาซะบ้างสิ”

    ดวงใจถามนายแม่จะมาซื้ออะไร แม่หมอเมตตาตอบว่า มาซื้อของให้ดวงใจกับอ้อย เป็นความต้องการของหมอเมตตา เพราะดวงใจช่วยงานเขาได้มาก ดวงใจหัวเราะแจ่มใส

    “ดวงว่าดวงยังไม่ได้ทำอะไรเลยเจ้า มีแต่คุณหมอกับนายแม่ที่เมตตาดวงทุกอย่าง”

    “ดวงน่ะจิตใจดี แต่คนจิตใจดีเกินไปก็จะโดนเขาเอาเปรียบ ที่นี่น่ะไม่เหมือนบ้านดวง ใครทำงานให้ใครเขาก็ต้องได้ค่าจ้าง บางครั้งก็รวมถึงต้องให้ที่อยู่ที่กินด้วย” แม่หมอยิ้มเอ็นดู

    “แต่ดวงไม่อยากให้นายแม่คิดอย่างนั้นเจ้า”

    แม่หมอเมตตาหยุดเดินหันมามองดวงใจ “ทีนี้ดวงอย่าพูดอย่างนี้อีกนะ”

    ดวงใจถามด้วยดวงตาใสซื่อ “พูดอย่างไหนเจ้า...”

    แม่หมอเมตตาอธิบายว่า ให้พูดแบบคนกรุงศิวิไลซ์ เปลี่ยนจากเจ้าเป็นค่ะ และไม่ใช้คำว่าข้าเจ้า ดวงใจยิ้มอายๆ รับคำ “ค่ะ...นายแม่”

    แม่หมอเมตตาพาดวงใจเข้าร้านเสื้อ เลือกซื้อให้หลายชุด เป็นแนวกระโปรงแทนผ้าถุงที่เธอสวมใส่ และเลือกไปเผื่ออ้อยด้วย...จากนั้นก็พาดวงใจมาร้านทำผมให้ช่างเปลี่ยนแปลงทรงผมจากเกล้ามวยเป็นทรงสยายทันสมัย

    ดวงใจเดินออกจากร้านในมาดใหม่ สวมชุดแบบคนกรุง ผมทรงใหม่สวยแทบจำไม่ได้ ในมือถือถุงหลายใบเดินตามแม่หมอเมตตา เผอิญชนเข้ากับกฤษดาซึ่งพรางตัวในชุดคนทำงานสวมแว่นดำใส่หมวก จึงมองหน้ากันไม่ถนัด ต่างคนต่างขอโทษกันและกัน ดวงใจสะดุดหูเสียงเขา หันมองในจังหวะที่กฤษดาหันไป แม่หมอดึงเธอให้เดินต่อ กฤษดารู้สึกเอะใจหันมองเห็นเพียงด้านหลัง แสงธรรมเข้ามาถาม มีอะไรหรือเปล่า

    “ผู้หญิงคนนั้น...ช่างเถอะ...คงไม่ใช่หรอก...”

    “มากรุงเทพฯได้วันเดียวก็มองสาวแล้วเหรอเพื่อน” แสงธรรมแซว กฤษดาจึงรีบเดินไป

    ดวงใจเองก็รู้สึกเอะใจพยายามเหลียวมองจนแม่หมอเมตตาถามมีอะไร

    “คนเมื่อกี้ค่ะ...เหมือน...เหมือน...”

    “เหมือนใคร...”

    “คล้ายคุณกฤษดาค่ะ แต่คงไม่ใช่” สีหน้าดวงใจเศร้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    กลับถึงบ้าน ดวงใจถือถุงมากมายเข้ามา อ้อยอุ้มลูกหนูออกมารับ ดวงใจวางของหันมาจะรับลูก แต่แม่หมอเมตตาชิงอุ้มไปเสียก่อน “มาหาย่าสิลูกหนู...”

    ดวงใจมองตามอย่างสะท้อนใจ เสียงอ้อยตื่นเต้นกับเสื้อผ้าสวยๆ และชมว่าดวงใจสวยแทบจำไม่ได้...

    แม่หมอเมตตาอุ้มลูกหนูมานั่งเล่น อ้อยไปเอาน้ำมาวางให้ แม่หมอถาม

    “แล้วนี่ลูกหนูกินอะไรหรือยังอ้อย”

    “บดกล้วยไปลูกนึงแล้วจ้ะ...ป้อนหาย ป้อนหาย” อ้อยหันมาเห็นดวงใจหน้าเศร้าๆ จึงถาม “เป็นอะไรหรือเปล่าพี่ดวง ทำไมทำหน้าจ๋อยๆอย่างนั้นล่ะ

    “คงจะร้อนน่ะอ้อย...เอ้า นี่ไงเสื้อของอ้อยที่นายแม่ซื้อให้” ดวงใจฝืนยิ้มหยิบถุงเสื้อส่งให้อ้อยเปิดดูตื่นตาตื่นใจ เข้าไปกราบขอบคุณ แม่หมอ–เมตตายิ้มรับ “จ้ะ...จะได้เลิกใส่เสื้อผ้าเก่าๆของแม่กันซะที”

    ดวงใจขอเอาของไปเก็บ แม่หมอเมตตาจึงบอกให้ไปล้างหน้าล้างตาพักเหนื่อย ตนจะดูลูกหนูให้ ดวงใจแย้ง “ให้อ้อยดูก็ได้ค่ะ นายแม่ก็กลับมาเหนื่อยๆเหมือนกัน”

    “ได้นั่งพักก็หายเหนื่อยแล้ว เย็นนี้ดวงทำกับข้าวสิ หมอจะได้เปลี่ยนรสบ้าง”

    ดวงใจยิ้มรับอย่างเต็มใจ จะออกไปดูตลาดปากซอยว่ามีอะไรเหลือบ้าง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.3 อานนท์ ได้เงื่อนไขจากยมทูต เริ่มภารกิจช่วยผี

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.3 อานนท์ ได้เงื่อนไขจากยมทูต เริ่มภารกิจช่วยผี
    25 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 08:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์