ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดอกส้มสีทอง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ดอกส้มสีทอง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เรยา วงศ์เศวต สาวสวยหน้าตาคมเข้มกระเดียดไปทางแขกมากกว่าไทย หญิงสาวเกลียดการเรียนหนังสือมาตั้งแต่เล็ก และมักหาข้ออ้างไม่ไปโรงเรียนเสมอ จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยก็ทู่ซี้เรียนได้แค่ปีสาม แต่ด้วยแม่ของเธอเป็นคนรับใช้ในบ้านนายฝรั่งทำให้เธอมีโอกาสเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

ด้วยนิสัยทะเยอทะยานหัวสูงของเรยาที่หวังจะสร้างความก้าวหน้ามั่นคงให้กับชีวิตตนเองและฉุดแม่ให้พ้นจากการเป็นคนรับใช้ เรยาเสี่ยงเข้ามาสมัครเป็นแอร์โฮสเตสในบริษัทสยามแอร์ไลน์ ทั้งๆที่เรียนไม่จบปริญญาตรี

สยามแอร์ไลน์ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในธุรกิจการบิน โดยมีสินธรเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ส่วนเจ้าของก็คือนายเดช ชลธี คหบดีผู้มั่งคั่งและร่ำรวยอิทธิพลล้นฟ้า บิดาของเด่นจันทร์ภรรยาของสินธรนั่นเอง สินธรจำต้องเกรงกลัวภรรยาอย่างไม่มีทางเลือก เนื่องจากชีวิตความร่ำรวยและบารมีต่างๆที่เขามีได้อย่างทุกวันนี้ล้วนมาจากอำนาจภรรยาบันดาลให้ทั้งสิ้น

เมื่อเรยานำพาความสวยของตัวเองเข้ามาสมัครเป็นแอร์โฮสเตสในสยามแอร์ไลน์แล้วบังเอิญเจอหนุ่มใหญ่รูปหล่อภูมิฐานอย่างสินธร ยิ่งพอรู้ว่าเขาเป็นใครในบริษัทแห่งนี้ เรยาก็ยิ่งให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ ด้วยใฝ่ฝันว่าเขาคนนี้จะเป็นผู้บันดาลอนาคตที่งดงามให้กับเธอ

สินธรเองก็ดูเหมือนจะรับรู้ในความต้องการของสาวน้อย เขาเรียกใบสมัครของเธอมาจากเจ้าหน้าที่รับสมัครแล้วเชิญเธอเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวในห้อง เรยาแม้ไม่มีใบปริญญา แต่ภาษาอังกฤษของเธอโดดเด่น ที่สำคัญรูปร่างหน้าตาเธอสวยสะดุดตาสะดุดใจสินธรเข้าอย่างจัง แต่วันนี้สินธรมีเวลาพูดคุยกับเรยาน้อยไปนิดเพราะกำลังจะเข้าประชุม จึงให้เธอทิ้งเบอร์ โทร.เอาไว้ แล้วเขาจะติดต่อกลับไป

เรยาทำอิดออดก่อนจะปฏิเสธออกมาจนหนุ่มใหญ่ชะงัก รู้สึกหน้าแตกนิดๆ รีบแก้เก้อว่า

"อ้าว...งั้นก็...ไว้โอกาสหน้าถ้ามีแล้วกัน"

"ไม่ใช่ค่ะ ท่านผู้อำนวยการอย่าเพิ่งโกรธฟ้านะคะ ฟ้าขอโทษค่ะที่ใช้คำพูดไม่ถูกต้อง ฟ้าหมายความว่า ถ้าให้ท่านติดต่อฟ้า ฟ้ากลัวว่าท่านจะมีงานยุ่งจนลืมไปโดยไม่ได้ตั้งใจ"

"ก็เป็นเหตุผลที่ดี แต่คุณจะให้ทำยังไง"

"ฟ้าขอเบอร์ท่านดีกว่าค่ะ จะขออนุญาตติดต่อท่านเองได้ไหมคะ"

"ได้...แต่ฟ้าต้องติดต่อเฉพาะเวลาทำงานนะครับ ผมไม่รับโทรศัพท์นอกเวลาทำงาน"

"อ๋อ ฟ้าเข้าใจค่ะ เวลาของท่านต้องให้ครอบครัว"

"ผมยังไม่มีครอบครัว เหตุผลแค่ผมพยายามแยกงานและชีวิตส่วนตัวออกจากกันให้เด็ดขาด...นี่ครับ เบอร์ผม โทร.เข้ามือถือผม จะสะดวกที่สุด"

เรยาซ่อนความดีใจ รับนามบัตรมาจากมือเขา "ค่ะ ฟ้าจะโทร.มาเฉพาะเวลาทำงาน ฟ้ากราบขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ"

สินธรรับไหว้ นัยน์ตาจับจ้องไม่วางตา ขณะที่เรยาก็ยิ้มแจ่มใสทำเป็นสาวเปิดเผยไม่มีมารยา ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปด้วยใจที่พองโตมีความหวัง

ooooooo

ขณะนั่งรถเมล์กลับบ้าน เรยาเจอนัทโดยบังเอิญ นัทเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่เคยปิ๊งเรยา แต่เพราะนัทขี้อายมากจึงไม่ได้มีการสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ ถึงกระนั้นนัทก็ยังจำเรยาได้ไม่ลืม แถมยังเก็บรูปถ่ายในชุดนักเรียนมัธยมที่ใบหน้าสวยใสไร้เครื่อง สำอางของเธอติดกระเป๋าไว้ตลอด

หลังจากรื้อฟื้นความหลังกันจนนัทออกอาการเขินอาย ทั้งคู่ก็มาแวะที่ร้านไอศกรีม โดยเรยาขอให้นัทเป็นคนเลี้ยงเพราะเธอไม่ค่อยมีสตางค์ นัทตกลงด้วยความเต็มใจ จากนั้นสองคนก็เริ่มซักถามเรื่องเรียนของกันและกัน

เรยาดีใจกับนัทที่สมหวังได้เรียนจิตรกรรม ส่วนนัทรู้สึกเสียดายที่เรยาเรียนไม่จบ แต่ท่าทีเรยาไม่ได้เศร้าเสียใจอะไรนัก พอถูกนัทถามถึงแม่ที่เป็นอาจารย์ เรยาตกใจเล็กน้อยเพราะตอนนั้นเคยโกหกเรื่องแม่เอาไว้ซะสวยหรู ตอนนี้เลยต้องทำตลกกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องให้นัทช่วยถ่ายรูปด้วยกล้องที่เขาพกติดตัวมา...

กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตะวันตกดิน พอเข้าห้องได้เรยาหลับปุ๋ย ไม่ได้สนใจเลยว่าแม่ไม่ค่อยสบายแล้วยังฝืนสังขารไปเก็บกวาดล้างถ้วยจานอยู่ในครัว กระทั่งนายแหม่มลงมาเห็นจึงไล่ลำยองไปนอนพัก จานชามพวกนี้ตนจะล้างให้เอง แต่ลำยองเกรงใจนายจ้างจึงกลับไปปลุกเรยามาล้างแทน เรยาทั้งง่วงทั้งหงุดหงิดออกมาทำอย่างกระแทกกระทั้น เป็นเหตุให้นายแหม่มไม่ชอบใจ ตำหนิและตักเตือนไปหลายคำ

เรยาไม่พอใจอย่างแรง กลับมาบ่นกับแม่ทั้งน้ำตาว่า เบื่อที่สุด เมื่อไหร่จะได้ออกไปจากที่นี่เสียที

"ฟ้า...แม่บอกแล้วไงว่าแม่ไม่ทิ้งนายฝรั่งกับนายแหม่มไปไหน เขามีบุญคุณ"

"แม่...บุญคุณมี แต่แม่ก็ชดใช้จนจะหมดจะเกินอยู่แล้ว ดูแลให้ทั้งบ้านมากี่ปีแล้วล่ะ ฟ้าไม่ยอมให้แม่ทำไปจนตายหรอก ถ้าไปได้ฟ้าจะพาแม่ไปทันที"

"ไม่ได้ฟ้า...อย่าเพิ่งพูดอย่างนั้น"

"ทำไม แม่ชอบเป็นขี้ข้าเขามากนักเหรอ"

"ฟ้าอย่าพูดอย่างนี้ เกิดเป็นคนต้องกตัญญูนะลูก ถึงจะเจริญ"

"ฟ้าจะไป คอยดูเถอะ อีกไม่นานหรอก"

เรยาลุกพรวดไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ กวาดของทุกอย่างบนโต๊ะหล่นกระจายด้วยอารมณ์คับแค้น ลำยองแม้จะเวียนหัวแต่ก็ต้องยันกายลุกมาเก็บข้าวของ ในจำนวนนี้มีโทรศัพท์มือถือ รุ่นเก่าราคาถูกของเรยา ลำยองจึงบ่นเสียดายเพราะกลัวมันจะเสียหายใช้งานไม่ได้ แต่เรยาสวนทันควันว่าไม่ต้องเสียดายหรอก คอยอีกไม่นานตนจะซื้อบีบีมาใช้ให้ดู ลำยองไม่เข้าใจว่าบีบีเป็นยังไงแต่ก็ถามลูกสาวว่ามันแพงไหม

"สองหมื่นกว่า"

คำตอบของลูกทำเอาลำยองตกใจแทบสิ้นสติ...เรยาไม่ได้สนใจท่าทีของแม่ คว้าโทรศัพท์มือถือจากมือแม่แล้วหยิบนามบัตรของสินธรในกระเป๋าสะพายออกมาดูอย่างชั่งใจเพราะตอนนี้สี่ทุ่มครึ่งแล้ว ถ้าจะโทร.ไปคงไม่เหมาะ...แต่ด้วยเหตุบางอย่างทำให้เรยาเปลี่ยนใจว่ายังไงก็ต้องโทร. แต่ต้องออกไปใช้โทรศัพท์สาธารณะนอกบ้าน

เสียงมือถือสินธรดังในห้องนอนแต่เจ้าตัวกำลังอาบน้ำ เด่นจันทร์จึงรับสายแทน เรยาชะงักเล็กน้อยกับเสียงผู้หญิง แล้วปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายบ่นคนเดียวก่อนวางสายไปอย่างหงุดหงิด  เมื่อสินธรออกจากห้องน้ำจึงเป็นเรื่อง  เพราะเด่นจันทร์ระแวงเรื่องความเจ้าชู้ของเขา

สินธรแปลกใจอยู่เหมือนกัน ดูเบอร์แล้วลองโทร.ย้อนกลับไป เรยารับสายแต่ไม่ยอมพูดอะไรสักคำจนสินธรต้องกดสายทิ้งตามคำสั่งของเด่นจันทร์

"สมน้ำหน้า ทำมาโกหกว่าไม่มีครอบครัว" เรยายิ้มหยันก่อนผละออกไปจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ

ฟากเด่นจันทร์ยังไม่จบง่ายๆ เธอคาดคั้นสามีด้วยความระแวง เพราะถ้าเขาไม่ให้เบอร์มือถือไป ใครหน้าไหนจะโทร. มาได้

"โธ่เอ๋ย...เด่นครับ มีเหตุผลบ้างสิครับ ผมไม่มีอะไรจริงๆ"

"สินอย่าพูดว่าไม่มีอะไร สินเจ้าชู้ระดับพระกาฬ ผู้หญิงของสินเยอะมาก ไม่รวมยายเมียแหม่มแก่ที่สินรับจ้างแต่งงานก่อนที่จะมาเจอเด่นน่ะ ถ้ารวมยายคนนี้ด้วยก็ครึ่งประเทศแล้วมั้ง"

"ทำไมเด่นต้องพูดเรื่องอดีตอยู่เรื่อย เอามันฝังดินซะมั่งก็ได้นะ"

"ต้องพูด พูดให้รู้ว่าสินเป็นไงมายังไงก่อนจะมาเป็นมิสเตอร์ชลธี ลูกเขยของนายเดช ชลธี มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของภาคตะวันออก"

"พอแล้วเด่น ผมไม่อยากฟัง อย่าย้ำเลยว่าผมใช้นามสกุลของคุณ คุณลืมแล้วหรือว่าคุณพ่อคุณขอร้องผม ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากให้นามสกุลชลธีต้องหายไปเพราะท่านมีลูกสาวคนเดียว"

"โอ...เรื่องนี้เด่นต้องเป็นหนี้บุญคุณสินสินะ ที่กรุณาต่อยอดสกุลชลธีของเด่น"

"เด่น ผมขอทีเถอะน่า คำพูดกิริยาประชดอย่างนี้ผมขอนะ อย่าทำเลย"

"สินก็อย่าลืมแล้วกันว่าสินสัญญาไว้กับพ่อว่าไง พ่อเด่นเป็นนักเลงก็จริง แต่ก็เป็นคนจริงด้วย เพราะฉะนั้น ท่านไม่พูดมาก สัญญากันคำเดียวพอ ถ้าสินไม่รักษาสัญญา ท่านไม่พูดหรอก ท่านทำเลย"

"แล้วเด่นก็จะยืนดูคุณพ่อคุณทำกับผม ทั้งๆที่มันไม่เป็นความจริงเหรอ"

"ท่านไม่มีวันทำอะไร ถ้าท่านไม่แน่ใจ ถ้าสินจะหลอกลวงลูกสาวของพ่อ สินต้องเก็บความลับให้ดี ถึงแม้ความลับมันจะไม่มีในโลกก็เถอะ"

สินธรยืนอึ้ง เด่นจันทร์ปรับอารมณ์รวดเร็ววานให้เขาช่วยทาครีมที่แผ่นหลัง สินธรทำตามอย่างว่าง่ายและทำท่าจะรุกล้ำมากกว่านั้น เด่นจันทร์เองก็ต้องการแต่ขอให้เขาปิดไฟก่อนเพราะเธอกลัวจะเสียอารมณ์ถ้าเห็นสายตาที่ฟ้องว่าเขามีเรื่องปกปิดซ่อนเร้น

ooooooo

หลังอาหารเช้า สินธรนั่งหน้าเครียด ความละอายใจแวบขึ้นมาช่วงหนึ่งเมื่อนึกถึงเหตุที่ตัวเองมาเป็นเขยบ้านนี้ และเด่นจันทร์ก็ยังคอยตอกย้ำมันอยู่เนืองๆ

เมื่อเด่นจันทร์แต่งองค์ทรงเครื่องออกจากบ้านไปแล้วพร้อมคำตอบของสินธรที่บอกว่าวันนี้เขาอยู่ออฟฟิศทั้งวัน สินธรอดเอามือถือของตนขึ้นมากดดูเบอร์ที่โทร.เข้ามาเมื่อคืนอีกไม่ได้ สงสัยว่าจะเป็นเบอร์ของเรยา แต่พอโทร.ไปกลับไม่มีคนรับ จนเมื่อเข้าบริษัทแล้วให้เลขาฯเช็กเบอร์นี้ และขอแฟ้มใบสมัครของเรยามาดูอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นเบอร์โทร.สาธารณะและตรงกับแหล่งที่อยู่ของเรยา

สินธรไม่รอช้า โทร.เข้ามือถือของเรยาที่กรอกไว้ในใบสมัคร ขณะนั้นเรยาอยู่กับนัทที่เพิ่งเสร็จจากการสอนวาดเขียนให้เด็กกำพร้า เรยารับสายจากสินธรและตกลงไปพบเขาในเย็นวันพรุ่งนี้

แม้รู้ว่าสินธรมีครอบครัวแล้วแต่เรยาก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เธอมุ่งมั่นจะเดินตามความฝันของตนเองต่อไป เมื่อพบกันตามวันเวลานัดหมาย เรยาแต่งตัวสวยสง่าเป็นที่ถูกตาต้องใจสินธรอย่างยิ่ง เขาพาเธอไปทานอาหารที่ร้านประจำ และได้เห็นการทานอาหารฝรั่งอย่างถูกต้องสวยงาม นั่นยิ่งทำให้สินธรทึ่งและรู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้รสนิยมไม่ธรรมดา

สินธรไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย หลังอาหารมื้อนั้นเขาพาเธอไปชมวิวกรุงเทพฯยามค่ำคืน แล้วพยายามจะลุกล้ำ แต่เรยาจริตจก้านบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเขาง่ายๆ

เมื่อขับรถมาส่งเรยาที่หน้าบ้านนายฝรั่ง สินธรพยายามจะกอดจูบเธออีก เรยาปัดป้องแต่พองาม พลางหัวเราะยั่วเย้าก่อนทำท่าจะลงจากรถ ทันใดนั้นลำยองเปิดประตูเล็กหิ้วถุงขยะออกมา เรยาจำต้องหลบเข้าในรถและลดตัวลงต่ำไม่ให้แม่เห็น

สินธรแปลกใจกับท่าทีของเรยา ถามเธอว่าคนเมื่อกี้เป็นใคร เรยาตีหน้าเศร้าบอกเล่าทั้งน้ำตาถึงความลำบากยากจนของตนและแม่ สินธรสงสารและเห็นใจเธอมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องการครอบครองเรือนร่างอันสวยงามของเธอ จึงรับปากจะช่วยให้เธอสมหวังในอาชีพที่ใฝ่ฝัน

ooooooo

เรยาเริ่มแต่งเนื้อแต่งตัวมากขึ้น พิถีพิถันกับความงามของตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้า ลำยองเห็นลูกสาวรักสวยรักงามมาแต่ไหนแต่ไรจึงไม่ได้แปลกใจอะไร แถมยังช่วยทาเล็บเท้าให้ลูกด้วยความเต็มใจ เรยาซาบซึ้งในความรักของแม่ หอมแก้มแล้วลงนอนหนุนตักแม่ราวกับเด็กๆ จนลำยองออกปากว่าลูกเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆของแม่

คำพูดแม่ทำให้เรยานึกถึงชื่อเดิมของตัวเองที่ใครต่อใครเรียกว่าแขก เพราะตอนเด็กเรยาผมหยิกหยอง หน้าตาสวยคมเข้ม แต่เรยาเกลียดแสนเกลียดชื่อแขก จึงขอให้แม่เปลี่ยนใหม่เป็นฟ้าและใช้มาจนทุกวันนี้ ส่วนเรยาที่เป็นชื่อจริง เจ้าตัว ยังไม่เคยถามแม่มาก่อนว่าใครเป็นคนตั้งให้
เมื่อถูกลูกสาวรบเร้าในวันนี้ ลำยองสีหน้าหมองลง ตอบเสียงแผ่วว่า คนตั้งชื่อเรยาเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด

"ทำไมเหรอแม่"

"ตอนที่เขาตั้งชื่อให้ฟ้า เขายังสวย สาว ร่ำรวย เป็นถึงเมียเจ้าสัว แต่พอวันต่อมา...เขาก็เป็นบ้า"

"อะไรนะ วันรุ่งขึ้นเป็นบ้า คนเราจะเป็นบ้าได้ง่ายๆเหรอแม่"

เรยาสีหน้าตกใจ ลำยองยืนยันว่าจริง แม่เห็นกับตา วันที่แม่เจอเขาวันแรก...วันนั้นที่ตึกใหญ่ริมคลองภาษีเจริญ เจ้าของชื่อเจ้าสัวเชงสือเกียง เขาเล่าลือว่าคุณนายจากเมืองเหนือสวยงามน่ารักเหลือเกิน แม่อยากเห็นมาก

ลำยองเริ่มลำดับเรื่องราวในอดีตอย่างแม่นยำโดยมีเรยานั่งฟังด้วยความสนใจ

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ลำยองพาเรยาในวัยเกือบห้าขวบมาหาป้าพุ่มซึ่งเป็นแม่ครัวอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของเจ้าสัวเชงสือเกียง การกลับมาครั้งนี้ของลำยองพร้อมเด็กน้อยหน้าตาคล้ายแขกทำให้ป้าพุ่มตกใจไม่น้อย ซักถามจนได้ความว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของลำยองที่เกิดกับบังดุลย์ แขกยามบ้านนายฝรั่ง แต่เขาโชคร้ายถูกขโมยที่ขึ้นบ้านเจ้านายแทงตายตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด

เล่ามาถึงตรงนี้ ลำยองมีอันต้องหยุดชะงักกับเสียงกรี๊ดของเรยาที่ไม่พอใจอย่างแรง เมื่อแม่กล่าวถึงพ่อที่เป็นแขกยาม ซึ่งเรยาทั้งเกลียดและไม่เคยยอมรับความจริงตั้งแต่จำความได้

"ขอโทษ...ขอโทษจ้ะ ไม่เล่าแล้วไม่เล่า แม่จะเล่าเรื่องคุณนายคำแก้ว คุณนายที่สี่บ้านเจ้าสัว คนที่ตั้งชื่อลูกว่าเรยาต่อแล้วกัน"

เรยาสงบลงได้ ฟังแม่เล่าอดีตต่อ...ลำยองไม่มีที่ไปจึงต้องการทำงานในบ้านท่านเจ้าสัว ป้าพุ่มตัดสินใจเองไม่ได้ต้องไปบอกอาจิวก่อน แล้วอาจิวจะไปบอกคุณนายใหญ่อีกที ถ้าคุณนายใหญ่รับถึงจะได้ทำ ขณะรอฟังคำตอบอยู่นี้ ลำยองกับลูกมีโอกาสได้เจอคำแก้วคุณนายที่สี่ของท่านเจ้าสัวซึ่งอยู่ในสภาพเศร้าหมองเหมือนคนอมทุกข์ เพียงแรกเห็นคำแก้วก็นึกเอ็นดูลูกสาวของลำยอง สอบถามรู้ชื่อเล่นว่าแขกแต่ยังไม่มีชื่อจริง คำแก้วจึงอาสาตั้งให้คล้องจองกับลำยองว่าเรยา บอกว่าตนเคยอ่านเจอชื่อนี้แล้วชอบ ชื่อเพราะและแปลกดี

"ใช่...แม่" เสียงเรยาแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มปลื้มๆ เธอย้ำว่าชื่อเรยาเพราะและแปลก คนทักตลอด แต่มันไม่มีคำแปลใช่ไหม?

"ไม่มี คุณนายสี่บอกว่า ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่เห็นว่าแปลกดี"

เรยารับฟังแล้วเปลี่ยนเรื่องกะทันหันบอกแม่ว่าขอน้ำอุ่นหนึ่งกะละมังจะล้างหน้าที่พอกครีมเอาไว้ ลำยองแนะให้ไปล้างในห้องน้ำจะได้ไม่หกเลอะเทอะ แต่เรยาดึงดันจะล้างตรงนี้ ลำยองทั้งรักและตามใจลูกมาตลอดรีบไปเอาน้ำมาให้ แถมยังจัดการล้างหน้าให้ลูกอีกด้วย

"เออ...แม่ คุณนายสี่เป็นบ้าเมื่อไหร่นะ แม่บอกว่าหลังวันที่แกตั้งชื่อฟ้าวันเดียวเองเหรอ"

"ใช่ แค่วันเดียว...วันเดียวเท่านั้นเองนะฟ้า แม่ถึงอยากให้ฟ้ามีสติอยู่เสมอนะลูก ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกสิ่งอย่างในโลกนี้พระท่านว่าเป็นอนิจจัง ไม่แน่นอน"

"โห...ฟ้าฟังแล้วไม่น่าเชื่อเลย วันนี้ยังดีๆ พรุ่งนี้เป็นบ้า...เป็นไปได้ไง แสดงว่าสติขาดผึงเลยนะแม่ เพราะอะไรเหรอแม่"

"ไม่มีใครรู้สาเหตุ"

"อ้าว...ไม่ได้ไปหาหมอเหรอ"

"ไม่ได้ไป...ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้รักษา เธอเป็นบ้าไปเลย เรารู้กันวันรุ่งขึ้นว่าคุณนายสี่เป็นบ้า และคุณนายสามก็..."

"ฮะ! มีคุณนายสามด้วยเหรอแม่"

"อ้าว มีคุณนายสี่ แล้วก็ต้องมีคุณนายสาม"

"คุณนายสอง คุณนายหนึ่งล่ะ มีมั้ย"

"มี...แต่คุณนายหนึ่งเราเรียกว่าคุณนายใหญ่"

"อ๋อ...เมียหลวง ร้ายกาจนะแม่" เรยาสีหน้าเยาะหยันอยู่ลึกๆ ด้วยเวลานี้ตัวเองตกอยู่ในภาวะเมียน้อยสินธรไปแล้วด้วยความเต็มใจ พอเห็นแม่มองสงสัยในถ้อยคำเมียหลวงร้ายกาจ และท้วงว่าพูดอย่างนี้ทำไม จะเมียหลวง เมียน้อย หรือไม่ได้เป็นเมียใครเลย ก็มีร้าย แล้วก็มีดีด้วยกันทั้งนั้น เรยาจึงรีบเบรกอารมณ์แม่ทันที

"เล่าต่อเถอะ คุณนายสี่เป็นบ้า แล้วคุณนายสามล่ะแม่"

"เธอหายไป ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน"

"จะไปไหน อย่างนี้ก็หนีตามชู้ไปอย่างแน่นอน ไปตามที่บ้านชู้นั่นแหละ...อยู่แน่ๆ"

"ไม่เอานะฟ้า พูดจาเกินเด็ก...บ้านท่านเจ้าสัวเนี่ยใหญ่โตกว้างขวางเป็นอาณาจักรเชียวนะ มีเจ้าสัวเป็นผู้ครองอาณาจักร แต่ทุกชีวิตในอาณาจักรแห่งนั้น ล้วนแต่มีเวรกรรม"

"โห...แม่ของฟ้าเนี่ย ไปเขียนเรื่องขายได้นะ ฟ้าว่าสำนวนงี้เลย" เรยายกนิ้วโป้งให้แม่

"แม่พูดตามที่คิด อาณาจักรของท่านเจ้าสัวเป็นอาณาจักรของกรรมเวร"

ooooooo

หลังจากคุณนายใหญ่รับลำยองเข้าทำงานได้ ราวสี่เดือน ลำยองมักสังเกตพฤติกรรมของคำแก้วเสมอ เธอดูเหม่อลอย พร่ำพูดคนเดียวถึงมงกุฎดอกส้ม ส่วนคนอื่นๆในบ้านก็ดูไม่ค่อยให้ความสนใจ คำแก้วจึงมีชีวิตโดดเดี่ยวเหมือนไม่ใช่คนในครอบครัวเจ้าสัว คงมีแต่อาอึ้มที่ยังแวะเวียนมาดูแลบ้างด้วยความสงสาร

วันหนึ่ง ทุกคนในบ้านต่างตกใจเป็นอันมากเมื่อท่านเจ้าสัวที่ไปทำศัลยกรรมถึงเมืองนอกจนดูหนุ่มขึ้นได้พาซิลเวีย สาวฝรั่งผมทองกลับมาในฐานะภรรยา ความอิจฉาริษยาชิงดีชิงเด่นในหมู่ภรรยาจึงกลับมาอีกครั้ง เม่งฮวย คุณนายใหญ่เกลียดชังนังอั้งม้อผู้นี้ยิ่งนัก เนื่องจากการแสดงออกในความรักอย่างพร่ำเพรื่อไม่เลือกกาลเทศะ เวลา หรือสถานที่ของซิลเวียตามแบบชาวตะวันตก จึงเป็นที่ขัดลูกตาของเม่งฮวย ส่วนเยนหลิงคุณนายที่สองเธอเกลียดแสนเกลียดคุณนายฝรั่งผู้นี้จับใจ

นอกจากเจ้าสัวกับซิลเวียแล้ว การกลับมาครั้งนี้ยังมีกรองกาญจน์บุตรสาวของเม่งฮวยกับเจ้าสัวเดินทางมาพร้อมกันด้วย กรองกาญจน์เป็นน้องของก้องเกียรติบุตรชายคนโตของตระกูล ขณะที่คนรับใช้กำลังขนกระเป๋าสัมภาระตามเจ้านายขึ้นตึก ก้องเกียรติขับรถเข้ามากับเรืองยศ ก้องเกียรติเหลือบเห็นคำแก้วจึงลงจากรถจะไปหา เรืองยศไม่พอใจรีบก้าวตาม

คำแก้วเห็นสองหนุ่มก็ตกใจ นัยน์ตาตื่นตระหนกหวีดร้องแล้วหันหลังซมซานหนี จนอาอึ้มและลำยองต้องช่วยกันจับแล้วพากลับไปที่ตึกเล็ก ก้องเกียรติมองตามอย่างพิศวงว่าคำแก้วตกใจอะไร   ส่วนเรืองยศหน้าบึ้งตึงที่ก้องเกียรติดูยังมีเยื่อใยต่อคำแก้ว

พาคำแก้วกลับมาสงบสติอารมณ์แล้ว ลำยองซึ่งไม่ เข้าใจว่าคำแก้วกลัวอะไร จึงเอ่ยปากถามอาอึ้ม แต่คำตอบที่ได้ก็คือ ถ้าลำยองอยากอยู่ที่บ้านนี้อย่างสบายใจ ก็อย่าสงสัยอะไรทั้งนั้น...

ลำยองออกจากตึกเล็กอย่างค้างคาใจ เดินมาเจอ

เรยาซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้มองไปที่ศาลาหลังตึก ลำยองขยับเข้ามาก็ต้องอึ้งตะลึงกับถ้อยคำของเรืองยศที่ต่อว่าก้องเกียรติยังอาลัยอาวรณ์คำแก้ว พอได้สติลำยองรีบไล่ลูกสาวตัวน้อยออกไป ส่วนตัวเองนั่งยองๆแอบฟังต่อไปอย่างเงียบกริบ

"ใช่มั้ย วันนี้เห็นหน้ามันแล้วอาลัยอาวรณ์ใช่มั้ย" เรืองยศคาดคั้นเสียงขุ่น

"ยศ...ฉันห้ามกี่หนแล้วไม่ให้พูดถึงคำแก้ว เพราะฉันพยายามลืม ทำอย่างนี้เหมือนจะไม่ให้ฉันลืม"

"ยังไงๆ นายก็ลืมไม่ลงอยู่แล้ว อยากรู้นักว่ามันมีเสน่ห์ตรงไหน นายถึงได้ฝังจิตฝังใจขนาดนี้...รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้ นังคำแก้วมันเป็นเมียพ่อ"

ลำยองตาโตตกใจ สองมือปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้มีเสียงเล็ดลอด

"สมน้ำหน้า มันคงต้องสอดรู้สอดเห็นจนกลายเป็นอีบ้าอีบ๊อง ความผิดของตัวเองแท้ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี แส่หาเรื่องจน..."

"หยุดที...หยุดหยาบคายเหมือนไอ้กุ๊ยข้างถนน ขึ้นไอ้ ขึ้นอีด่าเขาเจ็บๆแสบๆ เขาไปทำอะไรให้"

"ยิ่งกว่าทำเสียอีก มันทำลายหัวใจฉันป่นปี้จนแทบเอาตัวไม่รอด อย่าโกหกตัวเองนะว่าไม่รู้"

"ยศ ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบฟัง จะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"

"ทนไม่ได้ เพราะยังรักมันอยู่ใช่มั้ยล่ะ"

"บอกให้หยุด บอกตรงๆ ฉันเบื่อความหวือหวาของนายเต็มที อยากให้คนรู้นักเหรอว่าเป็นกะเทย"

"ไม่ใช่กะเทยคนนี้เหรอที่ช่วยไม่ให้นายทำผิดศีลธรรม ถึงขนาดเป็นชู้กับเมียพ่อตัวเอง"

ลำยองตกใจสุดขีด นั่งแปะลงกับพื้นอย่างหมดแรง...เสียงโต้เถียงของทั้งคู่ยังดังแว่วได้ยินชัด

"อย่ายศ อย่ายั่วยุจนฉันต้องลงไม้ลงมือ มันทุเรศ"

"ก้องเกียรติ...ฉันผิดหรือที่รักนาย ทำทุกสิ่งก็เพื่อนาย แต่ นายหลงนังนั่นจนตาบอด...นายน่ะตาบอด ระวังกรรมเวรจะตามทัน"

ก้องเกียรติเดินหนีไปอย่างสุดทน เรืองยศเดินตามพันพัวคว้าแขนไม่ให้ไป แต่อีกฝ่ายโมโหมากถึงกับสะบัดจนเรืองยศเซถลา น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้เดินตามเขาขึ้นตึกไปอย่างกระชั้นชิด ส่วนลำยองยังอยู่ในอาการช็อก ตะลึงตะไลกับความจริงที่ได้ยินเต็มสองหู

ooooooo

ตอนที่ 2

เรยาหรือแขกในวัยห้าขวบ แม้จะยังเล็กนักแต่ เรยาก็ปากกล้าก้าวร้าวเหลือเกิน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าพูดไม่เข้าหู โดยเฉพาะล้อเลียนเรื่องตัวดำ ผมหยิกหย็อง เรยาจะยอกย้อนให้อย่างสุดแสบ ลำยองเองรู้ว่าไม่เหมาะไม่ควร แต่ห้ามเท่าไหร่ลูกก็ไม่ฟัง แถมบางครั้งเรยายังอาละวาดเอากับลำยองด้วยซ้ำ

ถูกเรียกถูกล้อบ่อยๆว่าเป็นลูกแขก เรยาทนไม่ไหวรบเร้าจะให้แม่เปลี่ยนชื่อเล่นจากแขกเป็นฟ้า เมื่อลูกๆของเจ้าสัวที่เกิดกับคุณนายที่สองและสามรู้เข้าก็พากันหัวเราะขบขัน วิ่งต้อนหน้าต้อนหลังเรยา พร้อมส่งเสียงล้อว่าอีนางฟ้าหน้าดำ อีดำตับเป็ด อีดำมะละกา...เรยาโกรธมากตะโกนด่าทุกคนแล้วหันหลังจะวิ่งหนี แต่ดันชนกับเยนหลิงจนล้มลงไปด้วยกัน

พอลุกขึ้นได้เรยารีบวิ่งหนี แต่เยนหลิงสั่งเง็กให้ตามไปจับมาจนได้ จากนั้นเยนหลิงก็ตั้งท่าจะตีเรยาด้วยไม้เรียวโทษฐานกล้าต่อล้อต่อเถียงลูกเจ้านาย ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่ลูกขี้ข้า ไม่รู้จักเจียมกะลาหัว

"วันนี้ฉันจะเฆี่ยนแก ห้าทีให้คุณยี่ฮุย ห้าทีให้คุณยี่หรง กับอีกห้าทีให้คุณชายเล็ก...ยัง ยังจ้องตาเป๋ง นังเด็กคนนี้มันจองหองพองขนจริง นังเง็กจับมันผูกทั้งสองมือโยงกับต้นไม้"

"หา...ต้องผูกเลยเหรอฮะ อาคุงนาย"

"ใช่...นังนี่มันเซียน ถ้าไม่ผูก มันวิ่งหนีแน่ๆ แล้วฉันจะโมโหมากกว่านี้"

เง็กอ้อมแอ้มว่าไม่มีเชือก เยนหลิงเลยตวาดแว้ดให้ไปหามา พอเง็กวิ่งออกไป ลำยองก็ก้าวเข้ามาแอบดูอยู่ห่างๆด้วยความตกใจ เรยาถูกตีสิบห้าทีตามที่เยนหลิงลั่นวาจา ลำยองสงสารลูกจับใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปห้าม จนกระทั่งเยนหลิงทำท่าจะตีอีกเพราะโกรธจัดที่เรยากัดฟันท้าทาย เจ็บแสนเจ็บแต่ไม่มีน้ำตาสักหยดให้เห็น ลำยองจึงต้องวิ่งออกมาคุกเข่าพนมมือขอร้องเยนหลิง

ทันทีที่เยนหลิงและลูกๆพากันกลับไปแล้ว ลำยองรีบแก้มัดเชือกที่มือเรยาแล้วพากลับไปที่เรือนคนใช้ เรยาเข้าห้องนอนคว่ำหน้าร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า คนเป็นแม่สงสารพยายามปลุกปลอบ กลับถูกลูกสาวกล่าวโทษว่าเป็นเพราะแม่คนเดียว แม่ตั้งชื่อว่าแขกทำไม

"ก็...ใครๆก็ว่าหนูหน้าเหมือนแขก"

"พวกมันอิจฉา อีนังสองยี่นั่นมันอิจฉา เพราะหนูสวยกว่ามัน เนี่ย...ตาโตจมูกโด่ง ขนตายาว ผมก็หยิกสวย ตัวก็ไม่เห็นดำเลย แค่สองสีใช่มั้ยแม่ พวกมันน่ะซีดเหมือนผี"

"ใช่...ถึงได้บอกไงว่าเหมือนแขก"

"ไม่รู้ล่ะ  หนูบอกตั้งหลายหนแล้วว่าไม่ชอบชื่อนี้  หนูเกลียด...เกลียด...เกลียด เพราะชื่อบ้าๆนี่เชียว ใครๆเลยหาว่าหนูเป็นลูกแขก หนูไม่อยากเป็นลูกแขก...แขกยามยิ่งไม่ชอบ"

"ทำไมล่ะลูก แขกยามเป็นยังไง"

"ไม่รู้ แต่หนูไม่ชอบแขกยาม ตัวดำๆ น่ากลัว"

"อย่าหัดเกลียดคนไม่มีเหตุผลสิลูก เรื่องชื่อเหมือนกัน คนเรียกแขกไปแล้วนี่"

"แล้วแม่ยอมทำไมล่ะ ปล่อยให้มันเรียกลูกว่าแขกๆอยู่ได้ ทำไมไม่ห้ามมัน ด่ามันไปเลยยิ่งดี แม่รู้ไหมว่าบางคนจิกเรียกหนูว่าอีแขกเสียด้วยซ้ำ"

ลำยองหมดปัญญาที่จะตอบโต้ จึงใช้วิธีนิ่งเสีย

"ไม่รู้ล่ะ แม่ต้องเรียกหนูให้ใครๆได้ยินทุกคนเลยว่านางฟ้า  ถ้ายาวเรียกฟ้าเฉยๆ  นะแม่นะ  ใครๆก็ชมทั้งนั้นว่าลูกสาวแม่สวยเหมือนนางฟ้า  โตขึ้นหนูจะเป็นนางฟ้าให้พวกไอ้อีนัยน์ตาตี่อิจฉายิ่งกว่านี้เลย"

เรยาฝันเฟื่อง แววตามุ่งมั่นประสาเด็ก ทั้งๆที่น้ำตายังเต็มหน้า...คืนนั้นลำยองกลุ้มใจจนนอนไม่หลับ ออกมานั่งที่โต๊ะม้าหินหน้าเรือนพัก ป้าพุ่มออกจากห้องตัวเองมาเห็นจึงเข้ามาถามไถ่ลำยองว่าคิดอะไรอยู่

"ป้า...ถ้าวันหนึ่งฟ้ามันรู้ว่าพ่อมันเป็นแขกยาม...มันต้องเสียใจตาย มันเกลียดแขกยาม"

ป้าพุ่มงงว่าฟ้าคือใคร พอลำยองเฉลยแกถึงกับอุทานพร้อมกับตบเข่าฉาดอย่างขำๆ

"อุแม่เจ้า จากอีแขก...เป็นคุณฟ้า"

"ป้า ฉันไหว้ล่ะ อย่าล้อมันนะป้า ลูกฉันไม่เหมือนลูกคนอื่น มันเก็บกดอะไรมาไม่รู้"

"จะมีอะไร้...มันเห็นพวกคุณชายเล็ก คุณหมวยข้างบนตึกน่ะสิ ไม่ต้องทำอะไร กินนอน แต่งตัวสวย นั่งรถยนต์โก้ไปโรงเรียน พอกลับมาก็หาเรื่องรังแกคน มันก็อยากเป็นอย่างนั้นมั่งน่ะสิลำยองเอ๊ย"

"หรือฉันจะลาออกไปทำมาหากินอย่างอื่น ฟ้ามันจะได้ ไม่คิดอยากคิดเป็นเหมือนเขา"

"อยู่ที่นี่ล่ะดีแล้ว ไม่ต้องห่วง นังแขกมันจะเก่งขึ้นล่ะไม่ว่า เชื่อป้าเถอะลำยอง ลูกสาวเอ็งคนเนี้ย มันไม่เบาหรอก"
ฟังป้าพุ่มแล้ว ลำยองนิ่งงันไปอย่างครุ่นคิด

ooooooo

คำพูดของป้าพุ่มเมื่ออดีตดูเหมือนจะชัดเจนขึ้น แล้วในปัจจุบัน เรยาไม่เบาเลยจริงๆ เธอเอาตัวเข้าแลกกับตำแหน่งหน้าที่การงานจนสำเร็จสมใจ เพียงแต่ลำยองยังไม่รู้ก็เท่านั้น...

เรยาได้เป็นแอร์โฮสเตสของสยามแอร์ไลน์ แถมสินธรยังเช่าคอนโดฯหรูให้อยู่และแวะเวียนมาหาเธอเป็นประจำเมื่อมีโอกาส นับวันเรยาก็ยิ่งรู้สึกรักสินธร  ทุกครั้งที่เขามาหา  เธอจะกอดนัวเนียเหมือนเด็กที่ขาดความอบอุ่นและโหยหา สินธรเองก็ดูเหมือนจะหลงเรยาไม่น้อยเหมือนกัน ยอมให้เธอเรียกพ่อได้ตามต้องการ

ตั้งแต่ได้ทำงานเรยากลับบ้านดึกดื่นบ่อย บางคืนก็ไม่กลับ พอลำยองซักถามด้วยความแปลกใจสงสัย เรยาอ้างว่าออกเวรแล้ว ไปกินข้าวกับเพื่อน และบางครั้งก็ต้องค้างคอนโดฯที่พักของพวกแอร์ฯ อยู่ใกล้ๆบริษัท สะดวกในการบินกะเช้า

ลำยองฟังแล้วส่ายหน้า บ่นว่างานอะไรไม่เป็นเวล่ำเวลา เสียสุขภาพหมด

"แต่เงินเยอะ อีกหน่อยฟ้าจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น ไม่ให้ แม่ลำบากเป็นขี้ข้าให้เขาจิกหัวใช้"

"แต่แม่อยากทำงาน ไม่ไปไหนหรอก อยู่นี่สบายแล้ว"

"สบายเหรอ งานเยอะแยะ มาดามน่ะบ้าความสะอาด ทุกอย่างส่องแล้วส่องอีก กฎเกณฑ์ก็เยอะ ฟ้าน่ะเบื่อมาดามแทบอ้วก"

"ปากจัดจริงเรา มาดามมีบุญคุณ"

"บุญคุณอะไร ทำงานแลกเงิน"

"ฟ้า...แม่ไม่ชอบให้ลูกล่วงเกินนายของแม่ คิดดู ถ้ามาดามไม่เคี่ยวเข็ญภาษาอังกฤษฟ้า ฟ้าจะได้เป็นแอร์เหรอ อย่าให้แม่ ได้ยินอีกนะ"

"ไม่อยากได้ยิน ก็ไม่อยู่" เรยาเอาแต่ใจเสมอ เธอผลุนผลันออกไปทั้งๆที่เพิ่งกลับเข้ามา และไม่สนใจด้วยว่าแม่จะห่วงแค่ไหน ขนาดแม่วิ่งตามมาร้องเรียกเสียงแหบเสียงแห้ง เรยาก็ยังโบกแท็กซี่หนีไปต่อหน้าต่อตา

ooooooo

สินธรต้องไปดูงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ พอไปถึงเขาก็รีบติดต่อเรยาที่เมืองไทยให้รีบตามมาหา แต่ห้ามนั่งเครื่องของสายการบินสยามแอร์ไลน์เด็ดขาด เรยาทำตามโดยดีเพราะเธอคิดถึงเขาที่สุด พอถึงเมืองโอคแลนด์ ทั้งคู่พากันเที่ยวจนหนำใจ ก่อนสินธรจะบอกกับเรยาว่า เขามีเวลาอยู่กับเธอ 5 วัน แต่เรยาสวนทันควันว่าเธอต้องการ 7 วัน

"ถ้า 7 ผมจะไปไม่ทันงานวันเกิดคุณพ่อ..."

"ของภรรยาผู้แสนจะจืดชืดเหมือนน้ำล้างจานของพ่อ ไม่เห็นต้องไปเลย พ่อไม่อยู่เขาก็ไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไปหรอก"

"ไม่เอาน่าฟ้า อย่าหาเรื่องผม ผมอุตส่าห์ปลีกตัวจากงานเพื่อมาอยู่กับฟ้า 5 วันนี่ผมก็จัดสับหลีกจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้ว ก่อนมาผมก็ต้องเคลียร์งานจนสายตัวแทบขาด ทุกอย่างผมทำเพื่อเราจะได้อยู่ด้วยกัน"

"ทั้งวันและทั้งคืน" พูดพลางยิ้มยั่ว เอนตัวเข้าไปแนบชิด ยื่นหน้าจูบที่แก้มเขาหลายครั้งก่อนจะกระซิบชวนกลับโรงแรม...

ไม่นานนักทั้งคู่ก็มานอนกอดก่ายกันในห้องพักอย่างมีความสุข แต่แล้วเรยากลับเป็นฝ่ายทำให้เสียบรรยากาศด้วยการซักถามถึงเด่นจันทร์ภรรยาของสินธรด้วยถ้อยคำหยาบคายจนถูกสินธรตำหนิออกมาอย่างทนไม่ได้

เท่านั้นเอง เรยาที่เอาแต่ใจและเจ้าอารมณ์ก็ของขึ้นทันที กรีดร้องต่อว่าสินธรเจียดเวลาให้ตนนิดๆหน่อยๆ แล้วทิ้งให้เป็นเบื้อใบ้แห้งเหี่ยวอยู่คนเดียว แบบนี้ตนทนไม่ได้หรอก

"ฟ้าจ๋า...ตอนนี้ฟ้าก็รู้ว่าผมมีครอบครัวแล้ว"

เรยาสะอึกอึ้ง แล้วกรี๊ดออกมาอย่างอัดอั้นตันใจสุดขีด สินธรตกใจมาก ถามเรยาว่าเป็นอะไร?

"พ่อ พ่อหมายความว่าฟ้าเป็นคนแย่งผัวชาวบ้านใช่มั้ย"

"ใช่...เอ๊ย ไม่ใช่ ไม่เอาน่าฟ้า พาลอย่างนี้ไม่น่ารักเลย ถ้าจะว่าไปผมต่างหากที่ผิด...ผิดที่มารักฟ้า แต่ที่จริงฟ้าก็ผิดเหมือนกัน"

"ฟ้าผิดอะไร"

"ผิดที่น่ารักจนผมอดใจไม่ไหว"

"พ่อน่ะ อย่ามาหลอกฟ้าให้หลงอีกเลย มาทำให้ฟ้ามีความสุขชั่วครู่ชั่วยาม แล้วกลับไปเสวยสุขบนวิมานกับมัน...มีความสุขแป๊บเดียว แล้วร้องไห้ทีหลัง ไม่คุ้มกันเลย"

เรยาสะอึกสะอื้นร้องไห้ สินธรเห็นน้ำตาก็ใจอ่อนยวบด้วยความสงสาร พยายามหว่านล้อมปลอบใจแต่ไม่เป็นผล เรยายังเอาแต่อารมณ์ของตนเป็นใหญ่ ฟาดหัวฟาดหางแล้วจะประชดด้วยการกระโดดหน้าต่างฆ่าตัวตาย สินธรต้องรวบตัวเอาไว้ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า

"ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่ได้รักเขา ผมรักฟ้าคนเดียว ผมอยู่กับเขาก็เพราะลูก"

"ลูก...คำก็ลูก สองคำก็ลูก แล้วฟ้าล่ะ ถ้าฟ้ามีลูก พ่อจะเลิกกับมันมั้ย"

สินธรกอดปลอบประโลม ลูบหลังลูบไหล่จนเรยาคลายสะอื้น แต่ยังไม่วายกำชับ ถ้าเขาพูดไม่จริง เธอเอาเรื่องแน่ จะทำให้คุณนายของเขาอยู่ไม่ได้เลย

"อย่านะฟ้า...ผมขอร้อง อย่ายุ่งกับเขาอย่างเด็ดขาด ผมย้ำอีกที...ฟ้าทำไม่ได้!"

เรยาเงียบไป แต่พอรุ่งขึ้นเธอก็แอบโทร.ไปกวนประสาทเด่นจันทร์ที่บ้าน ทำทีเป็นผู้หวังดีมีธุระส่วนตัวจะคุยด้วย แต่ไม่ยอมบอกชื่อ ทำให้เด่นจันทร์หงุดหงิดโมโหตวาดใส่แล้วตัดสายทิ้งทันที

"อีบ้า อีผู้ดีตีนแดง หนอย...ตัดสายฉันทิ้งเหรอ" เรยากัดฟันกรอด เหลือบเห็นสินธรเดินกดโทรศัพท์มือถืออยู่อีกมุม เธอเดินเข้าไปทางด้านหลังเขาอย่างเงียบกริบ

สินธรโทร.หาเด่นจันทร์ แต่ทางนั้นนึกว่าผู้หวังดีโทร. มาอีก จึงขึ้นเสียงใส่เป็นชุดจนสินธรสะดุ้ง

"เด่นจ๊ะ หงุดหงิดอะไรอยู่เหรอ"

"อ้าว สินหรือคะ ตายจริงขอโทษที เมื่อกี้มีคนบ้าที่ไหนก็ไม่รู้โทร.มา เด่นเพิ่งวางสายไปเดี๋ยวนี้เอง"

"ใครกันจ๊ะ ใครมากวนเด่น เขาต่อผิดรึเปล่า"

"ไม่ได้ต่อผิดหรอกค่ะ เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาบอกเลยนะว่าเขาต้องการจะพูดกับเด่น พอเด่นถามชื่อก็ไม่ยอมบอก"

แอบฟังจนแน่ใจแล้วว่าเขาคุยกับเมีย เรยาสีหน้า หมายมาด เดินเข้ามาควงแขนสินธรและแกล้งส่งเสียงให้เด่นจันทร์ได้ยิน...สินธรตกใจรีบถอยห่างเรยาออกมา

"สินคะ นั่นสินอยู่กับใครน่ะ"

"เปล่าจ้ะ...คนที่โทร.มาเขาไม่ได้บอกชื่อเหรอจ๊ะ"

"เด่นถามแล้ว แต่เขาไม่ยอมบอก เอ...หรือว่าผู้หวังดีคนเนี้ยตั้งใจจะโทร.มาฟ้องเรื่องสิน"

"จะมาฟ้องเรื่องอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะ"

"ใครจะไปรู้ เผื่อสินไปตุกติกกุ๊กกิ๊กกับใคร แล้วผู้หวังดีเกิดบังเอิญไปเห็นเข้า เขาก็เลยโทร.มารายงานเด่นไง"

"เหลวไหลใหญ่แล้ว อาจจะมีใครต้องการโทร.มาแกล้งเราก็ได้มั้งครับ"

"แล้วเขาจะแกล้งเราทำไม เอ...เด่นชักจะสงสัยจริงๆซะแล้วสิ"

"เขาก็อิจฉาเราน่ะสิ เห็นว่าเราน่ะรักกันแล้วคงจะทนไม่ได้ เลยหาเรื่องให้เราทะเลาะกันเล่น"

เรยาหน้าตูมตึง แกล้งร้องเรียก "พ่อคะ" ทำให้สินธรถูกเด่นจันทร์ซักว่าเสียงใครเรียกพ่อ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

"อยู่ล็อบบี้โรงแรมที่ผมพักน่ะสิครับ พอดีมีครอบครัวคนไทยพ่อแม่ลูกเขามาพักที่นี่ด้วย เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี๊นี้ น่าเบื่อ เจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ ไม่เอาน่า คุณอย่าคิดมากนะ อีกไม่กี่วันผมก็กลับแล้ว"

เรยาหมั่นไส้คว้าโทรศัพท์ไปจากมือสินธรแล้วปิดเครื่องทันที สินธรไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรเรยาไม่ได้ เพราะเธอใช้ลูกอ้อนลูกตื๊อพาเขากลับห้องแล้วปรนเปรอความสุขให้อย่างถึงใจ ปล่อยให้เด่นจันทร์เครียดจัดเดินพล่านเป็นหนูติดจั่นเพราะติดต่อสามีไม่ได้

ooooooo

ถึงกำหนดเดินทางกลับไทย สองคนมาด้วยกัน แต่ต้องทำเป็นไม่รู้จักกัน เรยาพอเหลือบเห็นเด่นจันทร์ มารอรับสามีก็แกล้งขยับมาใกล้ชิดสินธร ขณะที่สินธรเองก็เห็นเด่นจันทร์แล้วจึงดุเรยาและไล่ให้รีบแยกไปก่อนที่เด่นจันทร์จะเห็นเราสองคน

แต่กว่าจะไป เรยาก็อ้อยอิ่งจนเด่นจันทร์เห็นด้านหลังของเธอแต่นึกว่าฝรั่ง...เด่นจันทร์ใจเย็นพอที่จะไม่ซักสามีทันทีที่เผชิญหน้า หนำซ้ำเธอยังมีรถนำเข้าสุดหรูราคาแพงระยับที่สินธรอยากได้มาจอดรอเพื่อไว้ใช้สำหรับประดับบารมีพาเธอออกงานสังคม โดยรถคันนี้พ่อของเธอจ่ายเงินซื้อให้

สินธรลูบคลำรถใหม่ป้ายแดงด้วยความพอใจยิ่ง ครั้นทั้งคู่ขึ้นรถ เด่นจันทร์ทำเหมือนเพิ่งนึกได้ ถามสินธรว่าแหม่มที่ทักเขาเมื่อกี้เป็นใคร สินธรอึ้งไปนิดก่อนร้องอ๋อ บอกว่านั่งมาด้วยกันในเครื่องบิน เขามาหาลูกชายโตเป็นหนุ่มแล้ว ทำงานโรงแรมที่กระบี่

"มีลูกชายเป็นหนุ่มแล้ว โอ้โฮ เห็นข้างหลังคิดว่าสาวๆเสียอีก รูปร่างยังเปรี๊ยะอยู่เลย"

ท่าทีเด่นจันทร์เชื่อสนิท สินธรแอบผ่อนลมหายใจโล่ง แต่พอเข้าเกียร์จะออกรถต้องชะงักตกใจกับภาพเรยาที่ยืนจ้องตาเป๋งอยู่ข้างทาง สินธรกลัวเด่นจันทร์ผิดสังเกตจึงรีบออกรถผ่านเรยาไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถอีกคันของเด่นจันทร์ที่นพเป็นคนขับตามหลังไป

ด้วยอยากอวดรถอวดรวย เด่นจันทร์กับสินธรแวะไปงานสังคมแห่งหนึ่งก่อนกลับเข้าบ้าน สินธรดูสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะเพิ่งเจอถ้อยคำออกจะหยามหยันของเด่นจันทร์ที่ชอบพูดจนเป็นนิสัยโดยไม่ยั้งคิด เหมือนประหนึ่งจะเตือนสติสินธรให้เจียมตัวเจียมตน

ยิ่งพอเข้าบ้านแล้วมาถูกเด่นจันทร์คาดคั้นเรื่องผู้หวังดีว่ามันคือผู้หญิงที่เขาพาไปเมืองนอกด้วยใช่ไหม สินธรก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ แต่ต้องเก็บกลั้นทำเป็นเปลี่ยนเรื่องออดอ้อนนัวเนียราวกับรักเมียนักหนา เด่นจันทร์ดูเหมือนจะเคลิ้ม แต่จู่ๆเธอกลับวกมาตอกย้ำเรื่องรถแล้วผละไปอย่างถือดี

สินธรเซ็งสุดๆ นั่งถอนใจอยู่หลายเฮือกก่อนจะนึกถึงเรยาว่าต้องโกรธตนแน่ๆ ครู่เดียวสินธรก็คิดออกว่าจะทำยังไง

เขาแกล้งโทร.มือถือคุยงานให้นพที่ยืนสอดส่องตามคำสั่งของเด่นจันทร์ได้ยินว่าเขาจะเข้าบริษัทเดี๋ยวนี้  ให้เลขาฯเตรียมสรุปรายงานการประชุมครั้งที่แล้วไว้ให้ด้วย

แต่ความจริงสินธรแวบไปซื้อแหวนเพชรด้วยเงินสดแล้วเอาไปง้อเรยาถึงห้องเช่าในคอนโดฯ เรยากำลังขุ่นมัวเศร้าเสียใจเพราะหึงหวง พอเห็นแหวนเพชรน้ำงามก็หายเป็นปลิดทิ้ง โผเข้ากอดสินธรและระดมจูบแทบไม่หายใจ

"ฟ้า...ผมอยากให้ฟ้าคิดเสมอว่าเรามีชีวิตร่วมกัน เรารักกัน ผมรักฟ้ามาก รักมากกว่าเขาแน่นอน เพราะฉะนั้น ฟ้าต้องเข้าใจนะว่าเหตุการณ์อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเด่นจันทร์เป็นสิ่งที่ผมเลือกไม่ได้ ถ้าผมเลือกได้ ผมเลือกฟ้าอยู่แล้ว"

เรยาตื้นตันและสุขล้น พนมมือไหว้สินธรอย่างอ่อนช้อยสวยงาม

"ฟ้ารักพ่อนะ พ่ออย่าทิ้งฟ้านะคะ"

ooooooo

หลังจากหายไปหลายวัน เรยาก็หอบเอาเสื้อผ้ากลับมาให้แม่ซัก ลำยองไม่ว่ากระไร แต่บ่นเรื่องที่เรยาหายไปหลายวันโดยไม่บอกว่าจะไปไหน รู้ไหมว่าแม่ เป็นห่วงแค่ไหน เรยารู้ว่าแม่ห่วงแต่ก็ไม่ค่อยพอใจที่แม่ จู้จี้ ทำท่าเหมือนจะกลับไปค้างคอนโดฯอีก ยิ่งพอลำยองบอกว่านายแหม่มเรียกให้ไปพบ เรยาโวยวายทันที

"โอ๊ย เรื่องอะไรกันเล่า เรียกยังกะฟ้าเป็นขี้ข้าอีกคน"

"ฟ้า...แม่บอกกี่หนแล้วว่านายฝรั่งนายแหม่มมีบุญคุณ ถ้านายสองคนไม่รับแม่ไว้ทำงาน แม่จะพาฟ้าไปอยู่ไหน อาจจะต้องไปอยู่สลัมที่ไหนซักแห่ง แล้วฟ้าจะได้เรียนภาษา จะได้เป็นแอร์ฯแบบนี้เหรอ"

"อีกแล้ว..."

"แม่ต้องพูดเพราะแม่เป็นคนกตัญญู ใครมีบุญคุณ แม่จะไม่ลืม มีโอกาสต้องตอบแทน"

"กตัญญู...กตัญญูแล้วแม่ออกมาจากบ้านเจ้าสัวคนนั้นทำไมล่ะ แม่เคยเล่าว่าแม่หนีออกมาใช่มั้ย"

"แม่หนีเพราะแม่มีเหตุผล ไม่ใช่เพราะแม่คิดไม่ดีกับเขา"

"เออ...เอางี้ งั้นคืนนี้ฟ้ายังไม่กลับ เดี๋ยวแม่ม้วนผมให้ฟ้าด้วย แล้วแม่ก็เล่าเรื่องของแม่ไปด้วยนะ"

"เรื่องอะไรล่ะ ฟ้าจะฟังตรงไหน"

"ตรงไหนเหรอ คราวที่แล้วแม่เล่าว่าท่านเจ้าสัวมีเมียคนที่ห้าเป็นฝรั่งใช่มั้ย อยากฟังตรงนั้นแหละ อยากรู้ว่าเมียฝรั่งมาอยู่ใหม่ๆ ถูกเมียคนอื่นรุมรังแกขนาดไหน"

ลำยองเริ่มลำดับเหตุการณ์ในอดีตอีกครั้ง...วันนั้นลำยองกวาดพื้นระเบียงชั้นล่างบ้านเจ้าสัว แต่สายตาของลำยองจับจ้องไปที่เม่งฮวยกับเยนหลิงบ่อยครั้ง ทั้งคู่กำลังแอบอิจฉาริษยาซิลเวียที่กอดจูบนัวเนียเอาอกเอาใจเจ้าสัวอย่างไม่อายฟ้าดิน จนได้เพชรทองของมีค่าเป็นรางวัล

ฟังแม่ได้เท่านี้ เรยาก็มีคำถามขึ้นมาว่า ระหว่างคุณนายใหญ่กับคุณนายสองใครร้ายกว่ากัน ลำยองบอกร้ายคนละแบบ คุณนายใหญ่อารมณ์ร้ายตลอดเวลา ไม่พูดดีกับใคร มองทุกคนทำผิดหมด แต่คุณนายสองพูดหวานพูดดีแต่ไม่เคยเห็นใครดีจริง อิจฉาริษยา ใจคอโหดร้าย คิดฆ่าคนตลอดเวลา

"โห...แม่ อยู่กะเขานานแค่ไหนน่ะ รู้จักเขาซะถึงกึ๋นเลย"

"ไม่ต้องนานหรอก แม่ก็รู้แล้ว แม่ได้ยินประจำว่าเขาทะเลาะกัน ไม่ก็พูดจาเสียดสีกัน ฟ้าก็อยู่ด้วยตั้งบ่อยๆ จำไม่ได้เหรอ"

เรยาส่ายหน้า ลำยองจึงยกตัวอย่างวันหนึ่งที่เรยาในวัยห้าขวบแอบขึ้นไปบนตึกกับอ่อนเพื่อจะดูห้องคุณนายฝรั่ง แต่อ่อนต้องถูบ้านก่อน เรยาจึงเคว้งอยู่จนลำยองมาพบเข้า ลำยองตกใจจะพาลูกกลับลงไปก่อนที่ใครจะมาเห็น แต่ไม่ทันก้าวลงบันไดก็ได้ยินเสียงเยนหลิงดังมาจากชั้นบน

สองแม่ลูกแหงนมองขึ้นไปเห็นเม่งฮวยเดินนำออกมาจากห้องตัวเองโดยมีเยนหลิงเดินตามหลัง หน้าตาฉุนเฉียวไม่พอใจ

"คุณนายใหญ่เดินหนีแบบนี้ ที่แท้ก็ไม่กล้าใช่มั้ยล่ะ"

เม่งฮวยหันขวับมาประจันหน้ากับเยนหลิง "ใครว่าอั้วไม่กล้า"

"ก็บอกนายสิ ถ้ากล้า...ให้นายเอาเรื่อง จำได้มั้ยเมื่อก่อนคำแก้วเคยจูบนายแบบนี้แหละ โดนนายด่าซะไม่มี คุณนายใหญ่ ต้องลำเลิกนายแบบนี้ บอกนายว่าคนเขาพูดกันทั่วแล้วว่านายน่ะเอาผู้หญิงโรงน้ำชามาเป็นเมีย"

"อั้วต้องคิดดูก่อน ถ้าเฮียไม่เชื่อ นังอั้งม้อมันก็หัวเราะเยาะเรา"

"แต่ใจเย็นไม่ได้นะคะคุณนายใหญ่ ยิ่งปล่อยไว้มันจะยิ่งกำเริบปราบไม่ได้"

"ใจเย็นไม่ได้ให้ทำไง อั้วบอกแล้วว่าเราต้องค่อยๆหาอุบายให้รอบคอบ ขืนแหวกหญ้าให้งูตื่น...มันก็โง่"

"เอ๊ะ ว่าใคร" เยนหลิงเสียงแหลม

"ป่าวนี่" เม่งฮวยโต้ทันควัน

"นี่ไม่ใช่รบกันแบบนักรบเส้าหลินซะหน่อย มัวแต่วางแผนๆอยู่นั่นแหละ อย่างงี้ก็..."

"อาไลวะ ทำไมต้องเซ้าซี้ น่ารำคาญจิงๆ"

"ก็มัวแต่ชักช้า รอให้มันมาเหยียบอกหรือไง"

"หุบปาก...อั้วมีนี่" ชี้ศีรษะตัวเองอวดๆ "อั้วต้องคิด ไม่เหมือนลื่อ วันๆมีแต่ตอแหล"

"เอ๊ะ ยายซิ้มปากเหม็น พูดจาไม่เป็นผู้ดี อ๋อ นายไม่มานอนที่ห้องเลยอารมณ์เสียเที่ยวระรานคนไปทั่ว พอมีเรื่องจริงๆ ก็สมองตื้อ นี่คุณนายใหญ่ ไม่มีปัญญาก็อยู่เฉยๆ ฉันจัดการเอง"

"เออ...ลื่อเก่ง ดุเหมือนตั้วเก๊า มีลูกอีกตัวยกให้อั้วนะ

จะเอาไปกันขโมย"

"หมายความว่าไง ว่าฉันเป็นหมาใช่มั้ยคุณนายใหญ่"

"คิกเอาเองสิวะ อยากอวดเก่งนัก"

"ถ้าว่าฉันเป็นหมาก็เท่ากับด่านายด้วย ฉันเป็นหมา นายก็ต้องเป็น คุณนายใหญ่ก็ต้องเป็น เพราะคุณนายใหญ่เป็นเมียนาย"

เม่งฮวยสะดุ้ง อ้าปากอยากด่าคืนแต่คิดไม่ออก เยนหลิงเลยสมน้ำหน้า  เยาะว่าใครกันแน่ที่โง่   ว่าแล้วก็เดินเข้า

ห้องตัวเองไป ปล่อยให้เม่งฮวยมองตามอย่างโกรธแค้น ลำยองที่แอบฟังรีบพาเรยาออกจากตึกไปโดยเร็ว

ตอนนั้นเรยาไม่รู้ว่าผู้ใหญ่โต้เถียงกันด้วยเรื่องใด วันนี้เพิ่งรู้จากแม่ว่าเมียเจ้าสัวสองคนพยายามรวมหัวกันกำจัดเมียใหม่ที่เป็นฝรั่ง แต่ที่เรยาอยากรู้มากกว่าก็คือแม่ของตนมีเรื่องอะไรถึงออกจากบ้านนั้นมา

"เรื่องมันไม่น่าเล่าหรอก แม่ไม่อยากรื้อฟื้นอีกเลย เรื่องไม่ดีของคนไม่ดี"

"แม่...พูดอย่างนี้ไม่อยากพูดด้วยแล้ว จะว่ากระทบใคร" สีหน้าและน้ำเสียงเรยาร้อนรนจนลำยองสงสัยทำไมลูกถึงทำเหมือนตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง หรือว่าไปทำอะไรไม่ดีไว้ เรยาโกรธจี๊ดจะเถียงแต่ถูกลำยองตัดบทให้ไปหานายแหม่มก่อน แม่ขอร้อง แม่ยังเป็นลูกจ้างเขาอยู่

เรยาทั้งเบื่อทั้งเซ็งคำว่าลูกจ้างเป็นที่สุด บอกให้แม่ไปลาออก ตนเลี้ยงแม่ได้ แม่อย่าบังคับตนเลย ตนไม่ใช่คนใช้นายแหม่ม สักวันตนจะไปจากที่นี่ แม่เอาอะไรมาฉุดก็จะไม่กลับ

ลำยองนิ่งอึ้งด้วยความเสียใจ เรยารับรู้จึงเบาเสียงลง

"ฟ้ากำลังเจริญขึ้น...เจริญขึ้น เป็นแอร์แสนจะโก้ อีกหน่อยก็จะหาที่อยู่ให้มันหรูหราสมฐานะ ฟ้าจะมีแม่เป็นคนใช้เขาได้ไง"

"ได้...เพราะแม่เป็นอยู่แล้ว แม่ไม่เปลี่ยนแปลงด้วย จะรับใช้นายฝรั่งกับนายแหม่มไปจนกว่าพวกเขาจะไม่อยู่ที่เมืองไทย เกิดเป็นคนมันต้องกตัญญู ใครทำบุญคุณไว้กับเรา ต้องไม่ลืม มีโอกาสตอบแทนต้องทำ...ฟ้าอย่าเถียงแม่เลยลูก แม่รักฟ้าที่สุดในโลก แต่แม่ก็ต้องมีจุดยืนของแม่ แม่จะยืนที่จุดนี้จนกว่าจะไม่จำเป็นต้องยืน"

ทั้งห้องเงียบกริบ สองแม่ลูกยืนจ้องหน้ากันนิ่งด้วยความเสียใจ...ที่สุดเรยาก็หันไปคว้ากระเป๋าสะพายออกจากห้องไป ลำยองอยากจะเรียกแต่เปลี่ยนใจ ทรุดนั่งน้ำตาไหลริน

เรยาก้าวฉับๆไปพบนายแหม่ม วางท่ายโสจะไม่ยอมนั่ง ยิ่งพอถูกนายแหม่มซักว่าเธอไปพักอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ค่อยกลับบ้าน เรยาไม่พอใจ โกหกว่าอยู่อพาร์ตเมนต์ของสายการบิน แต่นายแหม่มดักคอว่าตนไม่เคยได้ยินว่าบริษัทการบินมีอพาร์ตเมนต์ให้พนักงาน เรยาเถียงไม่ตกฟากว่า นายแหม่มไม่เคยได้ยิน ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี

นายแหม่มเอือมเต็มที ตัดบทว่ามีก็มี แต่เธอควรจะกลับบ้านถ้ากลับได้ แม่ของเธอคิดถึงเธอ บินครั้งละหลายๆวัน เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ควรจะกลับบ้าน...เรยาโกรธอยากสวนให้แสบ แต่ไม่กล้าพอ ได้แต่ด่าในใจว่ามันเรื่องอะไรของแก อีแหม่มหนังเหนียว ครั้นได้ยินนายแหม่มสำทับว่าเข้าใจที่ตนพูดไหม เรยาจำต้องตอบรับแล้วยกมือไหว้ก่อนลุกออกไปด้วยอาการไม่พอใจ

เรยาเดินลิ่วไปออกทางประตูเล็กแล้วผลักมันปิดดังโครม ลำยองยืนมองน้ำตาคลอๆ ถอนใจยาวกลุ้มใจอย่างบอกไม่ถูก พอเหลือบไปเห็นนายแหม่มเดินออกมาจากในบ้าน ลำยองรีบเข้าไปขอโทษ ที่ลูกสาวของตนนิสัยไม่ดี

"เขาอยากให้ลำยองทำอะไร" คำถามของนายแหม่มทำให้ลำยองนิ่วหน้าสงสัย "เขามาหาฉัน มู้ดดี้มาอย่างมาก ฉันจึงเดาเอาว่าลำยองคงทำอะไรให้เรยาเขาโกรธ"

ลำยองก้มหน้านิ่งไม่กล้าบอกเรื่องเรยาให้เธอลาออก แต่นายแหม่มดักคออย่างรู้ทัน

"ลำยอง ถ้าเรยาชวนไปอยู่ที่อื่น ไปไม่ได้นะ...ฉันรู้ว่าเรยาอยากชวนลำยอง แต่เรยาเขายังไม่มั่นคง ถ้าเดือดร้อนเรื่องที่อยู่ เรยาคนเดียวเขาแก้ปัญหาได้ แต่ถ้ามีลำยองด้วยจะลำบากทั้งแม่ทั้งลูก อยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ มีที่อยู่ มีรายได้ อย่าไปเชื่อเขา"

"ค่ะ...แหม่ม"

"ฉันเป็นห่วงเรยา เห็นมาตั้งแต่เป็นเด็กๆ เพราะเรยาไม่เหมือนลำยอง ไปอยู่ตรงไหนก็ยาก...ยากมาก"

ลำยองเงียบไปอย่างยอมรับ...สีหน้าทุกข์ใจเป็นห่วงลูกสาว

ooooooo

ตอนที่ 3

วันรุ่งขึ้น เรยาไปเจอเด่นจันทร์ที่ร้านขายของแบรนด์เนมแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ เรยาจำเด่นจันทร์ได้ เพราะเคยเห็นที่สนามบิน แต่เด่นจันทร์ไม่รู้ว่าเรยาเป็นใคร รู้แต่ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังอวดดีมาแย่งกระเป๋าที่เธอถูกใจอยากจะซื้อ

เรยาจงใจปะทะคารมกับเด่นจันทร์ด้วยเรื่องกระเป๋าที่มีใบเดียว เด่นจันทร์โต้เถียงด้วยไม่นานก็ใช้เงินฟาดหัวพนักงานให้บอกคุณมนจัดส่งกระเป๋าใบนี้และอีกสามใบสามแบบที่โชว์อยู่ไปให้เธอที่บ้าน แล้วรูดบัตรไปให้เธอเซ็นด้วย พูดจบเด่นจันทร์ก็วางบัตรเครดิตเอาไว้แล้วเดินเชิดหน้าออกไป

เรยาหมั่นไส้ที่เด่นจันทร์อวดรวย และคนอย่างเธอก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆด้วย เรยาจะเอากระเป๋าใบนี้ให้ได้เพราะเธอตกลงซื้อก่อน จึงสั่งพนักงานเอาไปใส่ถุงให้เธอเดี๋ยวนี้ พนักงานลังเลตัดสินใจเองไม่ได้จึงบอกให้คอยสักครู่

พนักงานหายไปหลังร้านครู่เดียว...คุณมนเจ้าของร้านก็เดินออกมาเจรจากับเรยาด้วยท่าทีสุภาพ เธอขอโทษที่ขายกระเป๋าให้ไม่ได้เพราะมีคนจองไว้แล้ว เรยาไม่เชื่อและคว้าบัตรเครดิตของเด่นจันทร์มายึดไว้

"ขอบัตรของคุณเด่นจันทร์ให้ฉันเถอะ"

"ฉันไม่ให้ คุณเป็นคนขายของที่เลวมาก คุณทำอย่างนี้กับลูกค้าได้ยังไง ฉันทำให้เป็นข่าวได้นะ ร้านของคุณจะต้องเสียชื่อเสียง"

"ขอบัตร...แล้วเชิญคุณเถอะค่ะ ฉันจะปิดร้านแล้ว"

"บอกแล้วไงว่าไม่ให้ คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ฉันด้วย...นั่น คุณเขียนหน้าร้านว่าเปิดกี่โมงปิดกี่โมง ฉันมีสิทธิ์อยู่ในร้านนี้จนถึงเวลาปิดร้าน"

"ฉันขอโทษนะคะ เอาล่ะค่ะ ฉันจะลดราคา 30 เปอร์เซ็นต์ ให้กับของชิ้นแรกที่คุณซื้อ เชิญเลือกตามสบาย แพงเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ ฉันหาทางออกอย่างดีที่สุดแล้วนะคะ ยอมขาดทุน"

เรยาค่อนข้างพอใจ ไปเลือกกระเป๋าใบใหม่แล้วส่งบัตรให้คุณมนรูด คุณมนอ่านชื่อในบัตรที่สะกดด้วยภาษาอังกฤษแล้วชมว่าชื่อเพราะจัง

เสร็จขั้นตอนแล้วเรยารับบัตรคืนมา และฝากคำพูดทิ้งท้ายไปถึงเด่นจันทร์ว่า

"เอาเงินฟาดหัวคนแบบนี้ระวังเจอของแข็งแล้วจะรู้สึก เขาไม่ได้รวยอยู่คนเดียวนะ คนอื่นถึงจะไม่รวยเท่า แต่บางทีอาจจะมีอย่างอื่นที่ดีกว่าก็ได้"

เรยาเดินพ้นจากร้านไปแล้ว พนักงานบอกคุณมนตามตรงว่า เมื่อกี้ตนใจคอไม่ดีเลย นึกว่าจะมีการตบกันในร้านซะแล้ว แต่เรยาคนนี้ก็พูดถูก คุณเด่นใช้เงินฟาดหัวจริงๆ

"แต่คุณเด่นเขาก็ฟาดถูกนี่ ไม่งั้นตัวเองจะได้ลดสามสิบเปอร์เซ็นต์เหรอ ฉันสิขาดทุนเห็นๆ ไหนนามสกุลอะไร เอาสลิปมาดูซิ...เรยา วงซะเวท ไม่เคยได้ยินนามสกุลนี้ แล้วจะมีอะไรไปสู้กับนามสกุลชลธีของคุณเด่นเขา"

คุณมนออกเสียงนามสกุลผิดเพี้ยนเพราะไม่สันทัดภาษาอังกฤษ แต่ที่แน่ๆก็คือคุณมนมั่นใจว่านามสกุลนี้เทียบชั้นไม่ได้กับตระกูลชลธี...

เหตุการณ์วันนี้ที่ร้านคุณมนอาจเงียบหายและไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเรยา ถ้าเด่นจันทร์ไม่เอามาเล่าให้สินธรฟังในเช้ารุ่งขึ้น เด่นจันทร์เล่าโดยไม่รู้ว่าเรยาเป็นใคร แต่หล่อนทำให้เธอหงุดหงิดมาก...มากจนต้องโทร.ไปถามชื่อเอากับคุณมน สินธรที่นั่งอยู่ด้วยจึงได้ยินชื่อเรยาเต็มสองหู

สินธรไม่พอใจอย่างมาก เขาบุกไปหาเรยาที่คอนโดฯ แต่ไม่พบเพราะเรยาทนเหงาอยู่คนเดียวไม่ได้ เธอกลับไปนอนค้างกับแม่ที่บ้านนายแหม่ม...

ooooooo

ลำยองดีใจมากที่ลูกกลับมา แค่ได้ยินลูกบ่นเมื่อยขาคนเป็นแม่ก็กระวีกระวาดบีบนวดให้ เรยายิ้มชอบใจ จริงๆเธอก็รักแม่มาก แต่ด้วยความเอาแต่ใจจึงพูดอะไรไม่คิด ทำให้แม่น้อยใจและเสียใจบ่อยครั้ง

พออารมณ์ดีๆ เรยาก็ให้แม่เล่าอดีตในบ้านเจ้าสัวให้ฟังอีก เรยาอยากรู้ว่าเวลาเจ้าสัวมีเมียคนที่สอง สาม สี่ เขาจัดงานแต่งงานหรือเปล่า

"ที่แม่รู้ ไม่ได้แต่ง แค่เลี้ยงฉลอง ที่บ้านเจ้าสัวมีงานแต่งงานแค่หนเดียว เป็นงานแต่งคุณชายใหญ่ จัดแบบจีน พวกเราคนใช้เขาไม่ให้ขึ้นไปดูหรอก แต่แม่อยากเห็น เลยไปแอบดู"

ลำยองนึกถึงอดีตวันนั้น...พิธีแต่งงานของก้องเกียรติหรือคุณชายใหญ่ บุตรชายคนโตของตระกูลเชงกับณฤดีจัดแบบจีนโดยแท้ ลำยองแอบดูอย่างตื่นตาตื่นใจ ลูกสะใภ้เจ้าสัวสวยและเป็นผู้ดีทุกกระเบียด สมกับคุณชายใหญ่ที่หล่อมาก

เรยาได้ยินแม่ชมคุณชายใหญ่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมยังเหลือมาได้ เขาไม่มีแฟนอยู่ก่อนเหรอ...คำถามนี้ทำเอาลำยองหน้าขรึมลง นึกถึงก่อนวันแต่งงาน ตัวเองทำความสะอาดอยู่หน้าห้องก้องเกียรติแล้วได้ยินเรืองยศกับก้องเกียรติทะเลาะกัน เรืองยศจะไปบอกเม่งฮวยให้ยกเลิกการแต่งงาน แต่ก้องเกียรติไม่ยอม ทั้งขู่ทั้งปลอบเรืองยศว่า

"อย่าทำเป็นอันขาด ถ้ายังขืนทำ ชาตินี้ไม่ต้องพบกันอีกเลย...ยศ เรื่องของเรามันไม่ถูกต้อง ผิดทั้งธรรมชาติ ผิดทำนองคลองธรรม ผิดขนบธรรมเนียม เราจะใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไปได้ยังไง คิดดูนะ เราสองคนเป็นลูกคนจีน โดยเฉพาะฉันเป็นลูกคนโต ฉันมีหน้าที่นะยศ ตระกูลเชงต้องมีลูกหลานสืบแซ่ต่อไป ฉันจะทำให้อาเตียเสียใจไม่ได้ อาเตียนายก็เหมือนกัน"

"ฉันไม่แคร์ ฉันยอมทุกอย่าง เพราะฉันรักนาย"

"แต่เราไม่ได้อยู่กันสองคนในโลก มีพ่อมีแม่มีญาติพี่น้อง เขาต้องอับอายขายหน้า เราเสี่ยงไม่ได้นะยศ"

"แต่ใหญ่ก็เสี่ยงมาแล้วจนถึงเดี๋ยวนี้...ใหญ่ไม่รักยศแล้วใช่มั้ย"

"ยศ...อย่าพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกเลย"

"ทำไม...เป็นไปไม่ได้ยังไงฮะใหญ่ ไหนพูดซิ"

"นายก็รู้ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นยังไง"

"ยังไง...หมายความว่าไง ฉันขืนใจนายงั้นเหรอ นายจะพูดยังงั้นใช่มั้ย นายไม่ได้ยินยอมเหรอ ไม่ได้มีความสุขด้วยเหรอ"

"พอแล้วยศ ฉันไม่อยากพูดถึงมัน ไม่อยากนึกถึงอีกต่อไป เข้าใจด้วยนะว่าฉันรู้สึกตลอดมาว่า มันเป็นความผิด... ครั้งเดียวก็เกินพอ"

"จะมาสำนึกผิดอะไรตอนนี้ เพราะมาเจออีนังผู้ดีนั่นใช่มั้ย"

"ไม่ใช่ผิดอย่างเดียว...ฉันรู้สึกอับอาย...อาย..."

"แน่ล่ะ เรื่องในมุ้ง ใครๆก็ต้องอายทั้งนั้น ไม่ว่าผู้ชาย-ผู้หญิง ผู้ชาย-ผู้ชาย หรือผู้หญิงกับผู้หญิง ของอย่างนี้มันเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับใคร มันเป็นสิทธิ์ของเรา ใครจะ..."

"แต่ที่ทรมานคืออายตัวเอง" ก้องเกียรติแทรกขึ้นมา

"ใหญ่...ฉันจะบอกให้นะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่มีมาแต่โบราณกาล มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์มีอยู่สองเพศเท่านั้น ถ้าไม่มีใจรักเพศตรงข้าม ก็รักเพศเดียวกันได้ มันไม่ใช่เรื่องว่าโลกจะแตกถล่มทลายไป ทุกอย่างมันเป็นเรื่องการยอมรับของคนด้วยกัน ศีลธรรมจรรยาเหรอ ขนบธรรมเนียมประเพณีเหรอ มันก็คนสร้างขึ้นทั้งนั้น คนว่าผิดมันก็ผิด คนว่าไม่ผิดมันก็ไม่ผิด สมัยโบราณที่เขาเรียกเล่นเพื่อนน่ะ ใครทำเข้าโดนทำโทษถึงขับไล่ถึงประหารก็มี เดี๋ยวนี้ล่ะมีบทลงโทษมั้ย...ก็มีไม่ได้ ต่อไปอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า งานแต่งงานคราวนี้อาจเป็นนายกับฉันก็ได้"

ก้องเกียรติลุกพรวด ไม่ว่าจะยังไงเขาก็รับไม่ได้ ที่สำคัญเขาต้องนึกถึงอาเตียกับอาม้าที่อายุมากแล้ว เขาคงผัดผ่อนท่านอีกไม่ได้ แต่เราสองคนยังเป็นเพื่อนที่รักและหวังดีต่อกันตลอดไป เรืองยศฟังแล้วน้ำตารื้น รู้แน่แก่ใจว่าจนปัญญาขัดขวาง จำต้องกล้ำกลืนความเสียใจ บอกเขาว่าตนอยากอยู่คนเดียว ก้องเกียรติจึงเดินหน้าเศร้าออกจากห้อง โดยมีสายตาลำยองแอบมองตามอย่างเห็นใจ

มัวแต่เหม่อลอยนึกถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของก้องเกียรติกับเรืองยศที่ตัวเองแอบล่วงรู้แต่ไม่อาจบอกกับใครได้ กระทั่งเรยาส่งเสียงเรียกแม่หลายคำ ลำยองถึงรู้สึกตัว แล้วเลียบเคียงถามเรยาว่าที่ทำงานของลูกมีผู้ชายรักกับผู้ชายด้วยกันเยอะไหม

"มี...ไม่รู้เยอะรึเปล่า มีทุกที่แหละแม่ ไม่เห็นแปลกอะไร เดี๋ยวนี้เขาให้แต่งงานกันได้แล้วนะ"

"จริงเหรอ"

"จริ๊ง...แต่ในเมืองนอกนะออกเป็นกฎหมายให้แต่งได้ เมืองไทยยังไม่มี ถามทำไมเหรอแม่"

"ถามเฉยๆ"

"แม่...เมียคุณชายใหญ่เขาเป็นผู้ดีขนาดไหนเหรอ ผู้ดีตีนแดงรึเปล่า"

"เขาก็เรียบร้อยนุ่มนวลดี"

"เขาชื่ออะไร"

"แม่ลืม...จำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร"

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้นเอง ก้องเกียรติกำลังพาภรรยามาเยี่ยมเยียนอาม้าเม่งฮวยที่สังขารร่วงโรยไปตามกาลเวลา เม่งฮวยกับลูกสะใภ้เข้ากันได้ดี แต่ชอบเรียกชื่อเล่นเธอผิดอยู่เสมอ เธอชื่อณฤดีหรือคุณดี๋ แต่เม่งฮวย ออกเสียงเป็นคุณหลีจนติดปาก

เม่งฮวยอยากมีหลานเต็มแก่ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววสักที ทั้งๆที่ก้องเกียรติกับณฤดีแต่งงานมาเป็นสิบปีแล้ว ณฤดีเองก็เริ่มจะถอดใจ บอกอาม้าว่าเราทั้งคู่ทำใจกันได้แล้วว่าใครคนใดคนหนึ่งคงเป็นหมัน อาม้าคงต้องคอยหลานจากอาหมวยใหญ่

ก้องเกียรติหรือคุณชายใหญ่เห็นอาม้าหน้าสลด ก็รีบปลอบใจ

"อาม้าครับ ตระกูลเชงไม่ขาดหายหรอกครับ อาม้าอย่าลืมตี๋เล็กสิครับ"

"ใช่ค่ะ น้องชายเล็กเรียนหมอจวนจบแล้ว อาม้าเตรียมหาลูกสะใภ้ได้แล้วนะคะ"

"ม่ายลู้...พูกม่ายถูก อั้วเกียดแม่มัง"

"ตี๋เล็กเป็นคนดีครับอาม้า ตั้งใจเรียนมาก ผมคิดไม่ถึงว่าเด็กเกเรอย่างตี๋เล็กจะกลับตัวได้ขนาดนี้"

รอยยิ้มของก้องเกียรติผุดขึ้นเล็กน้อย เมื่อเอ่ยถึงเกียรติกรหรือตี๋เล็กลูกชายของโรสคุณนายที่สามแห่งตระกูลเชงซึ่งเขากำลังขะมักเขม้นตั้งใจเรียนหมออยู่ที่อเมริกา

ooooooo

อยู่ค้างกับแม่แค่คืนเดียวเรยาก็รีบกลับมาที่คอนโดฯ เพราะเมื่อวานสินธรโทร.หาแล้วเธอไม่ได้รับ แต่พอวันนี้เธอโทร.กลับไปหา ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง จึงโทร.เข้าออฟฟิศของเขา สินธรยังกรุ่นโกรธเรื่องที่ได้ยินจากเด่นจันทร์เมื่อวานจึงเสียงแข็งดุเรยาว่าโทร.มาทำไม บอกแล้วไม่ให้โทร.ที่ทำงาน และตอนนี้ตนกำลังทำงาน ไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระ

"แล้วพ่อโทร.มาหาฟ้าทำไม บอกมานะ"

"ไว้พบกันแล้วก็รู้ ตอนนี้คุณนึกดูแล้วกันว่าคุณไปทำอะไรร้ายกาจไว้ที่ไหน" สินธรตัดสายฉับ...เรยาโกรธจี๊ด แล้วบ่ายหน้าไปหาเขาที่ออฟฟิศ จึงเกิดปะทะอารมณ์กับพนักงานหญิงคนหนึ่งที่บอกว่าสินธรไม่อยู่ เรยาไม่เชื่อดึงดันเข้าไปในห้องทำงานสินธรจนได้ แต่ครู่เดียวก็กลับออกมาฉุนเฉียวใส่พนักงานคนเดิมด้วยความผิดหวัง เพราะสินธรไม่อยู่จริงๆ

"ทำไมคุณไม่บอกตั้งแต่แรก พูดเป็นบ้าอยู่ได้"

"พูดเป็นบ้าน่ะคุณ ไม่ใช่ฉัน เพราะถ้าคุณไม่ยืนยันจะเข้าไปให้ได้ ทั้งๆที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า ก็ไม่ต้องพูดเป็นบ้าหรอก"

เรยาเจ็บใจแต่ไม่กล้าอาละวาด หันหลังกลับโดยเร็ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงเยาะหยันของพนักงานคนนั้นที่เปรยกับเพื่อนอีกคนว่า

"โง่...คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทำอะไรโง่ๆ เพื่อแสดงว่าตัวเป็นเมียน้อย"

เรยาเจ็บจี๊ด กลับไปอาละวาดขว้างปาข้าวของในห้องเช่าโดยไม่รู้ว่าสินธรอยู่ในห้องน้ำ กระทั่งเขาเดินออกมาคว้ากุญแจรถเตรียมจะกลับ เรยารีบตามไปคว้ามือเขาไว้

"พ่อ...เดี๋ยว...จะไปไหน"

"ผมมีเรื่องสำคัญจะพูดกับคุณ แต่คุณกำลังโกรธเรื่องอะไรก็ไม่รู้ โกรธอย่างนี้เขาเรียกว่าลมออกหู ผมไม่อยู่หรอก ต้านแรงลมของคุณไม่ได้"

"ทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์"

"ถ้าไม่รับผมจะรู้หรือว่าคุณกำลังจะไปที่ทำงานผม แล้วผมคงต้องอายขายหน้าพนักงานในบริษัทมากกว่านี้"

เรยานิ่งไปนิด เปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนลง "แต่...พ่อไม่ยอมรับโทรศัพท์ตั้งแต่แรก ถ้าพ่อไม่ปิดโทรศัพท์ ฟ้าเหรอจะโทร. เข้าไปในห้องของ ผอ.ผู้ยิ่งใหญ่"

สินธรถอนใจยาว รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเฉยๆ เรยาจึงใช้ ไม้ตายเข้ามากอดคอนัวเนียจะพาขึ้นเตียง

"อย่าเพิ่ง...ไปนั่งดีๆ ผมจะพูดเรื่องซีเรียส"

"แหม...ก่อนซีเรียส เรามาทำอะไรๆ ที่ไม่ซีเรียสก่อนไม่ดีเหรอคะ"

"ฟ้า...นั่งลง...แล้วฟังนะ"

เรยาฟังซะที่ไหน เธอทอดตัวลงบนเตียงพร้อมเหนี่ยวเขาลงไปด้วย แล้วซุกไซ้เร่าร้อนจนสินธรอดใจไม่ไหว...

หลังจากเกมรักจบลงแล้ว เรยาก็ออดอ้อนฉอเลาะสินธรว่ามีอะไรจะพูดกับตน สินธรพยายามใจเย็นถามถึงเหตุการณ์ที่ร้านคุณมน ก่อนจะขอร้องเรยาอย่าได้เข้าไปที่ร้านนั้นอีก เพราะเด่นจันทร์ไปเป็นประจำ คุณมนแทบจะปิดร้านขายให้เธอคนเดียว

คำพูดสินธรยิ่งตอกย้ำให้เรยารู้สึกต่ำต้อย เธอโกรธจี๊ดขึ้นเสียงใส่เขาว่า พอได้แล้ว ไม่ต้องอวดสรรพคุณเมียตัวเองขนาดนั้นหรอก แค่นี้ก็อะเมซซิ่งเต็มทน ถ้าเขารักเมียจนแม้แต่

รอยเท้าก็ไม่ให้ตนเข้าไปเหยียบ ก็กลับไปเลย ไปหาเมีย ไปหาน้ำพริกปลาร้าบูดแล้วบูดอีกของเขาเลย

"ไปสิ...ไป๊" เรยาตวาดแว้ด สินธรโกรธขึ้นมาจริงๆ ลุกขึ้นแต่งตัวออกจากห้องไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเรยาที่วิ่งตามออกมาอย่างแตกตื่น นึกไม่ถึง

เสียงกรี๊ดของเรยาสร้างความรำคาญให้สองผัวเมียที่อยู่ห้องติดกันถึงขนาดโผล่ออกมามองด้วยสีหน้าหยามหยันในชะตาของเมียน้อย

ooooooo

เมื่อทำท่าจะหมดหวังเรื่องผู้สืบสกุลจากก้อง-เกียรติบุตรชายคนโต เม่งฮวยจึงอยากให้กรองกาญจน์

บุตรสาวคนรองแต่งงานกับไทรรัตน์เสียที เพราะสองคนหมั้นกันมาตั้งสิบห้าปีแล้ว แต่ด็อกเตอร์กรองกาญจน์

ก็ไม่ใส่ใจ เอาแต่บ้างาน ขนาดไทรรัตน์เองเคยรบเร้ากรองกาญจน์หลายครั้งหลายครา แต่ก็ไม่เป็นผล เขาต้องเป็นฝ่ายโมโหกลับไปทุกครั้งคืนนี้ก็เช่นกัน ไทรรัตน์มาที่บ้านเจ้าสัวแล้วทวงถามเรื่องนี้จากกรองกาญจน์อีก เขาไม่เข้าใจทำไมเธอไม่ยอมแต่งงานเสียที ทั้งที่เราสองคนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานานแล้ว แม้จะนับครั้งได้ก็ตาม

แล้วกรองกาญจน์ก็พูดจาบ่ายเบี่ยงอีกตามเคยจนไทรรัตน์อ่อนใจ

"ผมขี้เกียจทะเลาะกับคุณ ที่ผมมาพูดกับคุณทั้งๆที่ ไม่อยากพูดเลย...เบื่อมาก เพราะว่าอาเตียอาม้าผมเขาเริ่มถามอีกแล้ว เขาไม่ยุ่งเรื่องนี้มาเป็นปีๆแล้วนะ ผมบอกให้คุณเตรียมตัว เพราะถ้าพ่อแม่ผมมาพูดกับพ่อแม่คุณ ก็จะเป็นเรื่องบีบมาถึงเราสองคนอีก เตรียมคำตอบไว้แล้วกัน"

"คุณล่ะ คุณจะบอกว่าไง"

"อ๋อ ง่ายมาก ผมจะบอกว่าผมเป็นกามตายด้าน มีเมียไม่ได้" ไทรรัตน์ประชดแล้วเดินหนีไปทางหน้าตึกใหญ่ โดยมีเสียงกรองกาญจน์แหย่เย้าไล่หลังมาอย่างนึกสนุก

"ฉันจะยืนยันนั่งยันว่าคุณน่ะ...ไม่ใช่หรอก คุณยังแจ๋วอยู่เลย"

ไทรรัตน์หัวเสียกลับไปที่รถ เจอซิลเวียออกมาทักทาย ซิลเวียแววตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวไทรรัตน์ พยายามรื้อฟื้นความหลังเมื่อครั้งเขาและเธอพบกันที่ท่าน้ำเมื่อสิบปีที่แล้ว วันนั้นไทรรัตน์อดใจไม่ไหวเผลอไผลจูบซิลเวียอย่างดูดดื่ม...แล้ววันนี้ซิลเวียที่กำลังเบื่อเจ้าสัวก็อยากให้เป็นเหมือนวันนั้นอีก เธอจู่โจมดึงไทรรัตน์มากอดจูบอย่างไร้ยางอาย โดยที่ฝ่ายชายตั้งตัวไม่ติด พอรู้สึกตัวเขารีบผลักเธอออกอย่างแรง แล้วขึ้นรถกลับออกไปทันที

ซิลเวียชอบใจหัวเราะเสียงแผ่วก่อนกรีดกรายกลับเข้าตึก โดยไม่รู้ว่าเจ้าสัวยืนมองมาจากบนตึกด้วยความโกรธแค้น

เจ้าสัวรู้ตัวดีว่าตนไม่หนุ่มแน่นเหมือนเดิมแล้ว แม้จะเคยไปทำศัลยกรรมจากอเมริกา แต่ศัลยกรรมก็ช่วยได้เฉพาะร่างกายภายนอก แต่กำลังวังชานั้นร่วงโรยไปตามวัย แม้อาจิวจะสรรหาทั้งยาและของบำรุงหลายขนานมาให้กิน ก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น

ยิ่งมาเห็นภาพบาดตาบาดใจของเมียรักกับชายอื่นแบบนี้ เจ้าสัวโกรธถึงกับทรุดและหมดสติอยู่ในห้อง โชคดีอาจิวเข้ามาเห็นในครู่ต่อมา จึงรีบเยียวยา พร้อมกันนี้ก็ให้เด็กไปบอกบรรดาเมียของเจ้าสัว

เม่งฮวยกับเยนหลิงแตกตื่นมาดูแลเจ้าสัว ต่างจากซิลเวียที่รับรู้ด้วยท่าทีเฉยๆ ปฏิเสธที่จะไปดูอาการ อ้างว่ามีคนหลายคนไปแล้ว เมื่อเจ้าสัวฟื้นขึ้นมาเห็นใครต่อใครวุ่นวายเป็นห่วงอาการของตนเต็มไปหมด ยกเว้นซิลเวียที่ไม่มีแม้แต่เงา เจ้าสัวเก็บซ่อนความรู้สึกผิดหวังและชิงชัง บอกทุกคนให้เลิกวุ่นวายได้แล้ว...สั่งอาจิวไปจัดห้องให้ตนด้วย ตนจะไปที่ห้องของอาเหมเกว่

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าสัวก็ขึ้นไปที่ห้องเหมเกว่หรือโรสเมียคนที่สาม ภายในห้องทุกอย่างยังคงเดิม เพียงแต่ไม่มีโรส ผู้หญิงที่จริตมารยาแสนพลิ้ว ช่างเอาอกเอาใจ เจ้าสัวมองรอบห้องด้วยความคิดถึง อดนึกถึงคืนวันเก่าๆไม่ได้ แต่ครู่เดียวก็เรียกสติกลับคืนมา บอกตัวเองว่าโรสตายไปนานแล้ว

"อาเหมเกว่...ลื่ออยู่ไหน อั้วคิดถึงลื่อ"

เจ้าสัวเอนตัวลงบนเตียง ลูบหมอนของโรสอยู่ไปมา ก่อนจะเอามากอดแนบอก พลันหยาดน้ำตาใสๆก็ซึมออกมาด้วยความรู้สึกเดียวดาย อ้างว้าง...

ooooooo

เช้าวันนี้ณฤดีออกไปสระผมที่ร้านประจำ เสร็จแล้วจะไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อน ขณะที่ณฤดีไปถึงร้าน ปรากฏว่าอนงค์เจ้าของร้านกำลังทำผมให้เรยาอยู่ แต่พอเห็นณฤดีเข้ามา อนงค์ก็ผละมาบริการด้วยตัวเอง โดยให้พนักงานไปทำแทนให้เรยานี่เองสร้างความไม่พอใจให้เรยาอย่างแรง เรยาหมั่นไส้

พวกผู้ดีเป็นทุนอยู่แล้ว จึงมองเขม่นณฤดีอย่างโจ่งแจ้ง ณฤดีเองก็มีมารยาทพอ เธอไม่ต้องการอนงค์มาทำให้ เพราะเธอแค่สระผมอย่างเดียว ซึ่งอนงค์ก็ทำท่าจะรับฟัง แต่จังหวะนี้เองเด่นจันทร์โทร.เข้ามือถือณฤดีและรู้เรื่องนี้เข้า เด่นจันทร์ก็วางอำนาจสั่งอนงค์ให้สระผมให้ณฤดี

เรยาหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อเด่นจันทร์ พอณฤดีสระผมเสร็จออกจากร้าน เรยาจึงเรียกแท็กซี่สะกดรอยตามเธอไป แล้วเรยาก็ได้เห็นกับตาว่าใช่เด่นจันทร์เมียของสินธรจริงๆ

ณฤดีกับเด่นจันทร์เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งคู่นัดทานกลางวันที่ร้านหรู ความอิจฉาริษยาทำให้เรยาอดรนทนไม่ไหว เธอเข้าไปนั่งโต๊ะข้างๆทั้งคู่ แล้วเริ่มลีลายียวนกวนประสาทกับเด่นจันทร์ หลังจากเคยปะทะกันมาครั้งหนึ่งแล้วที่ร้านคุณมน

แล้วเหตุการณ์ในวันนี้ก็บานปลายเมื่อเด่นจันทร์รู้จากณฤดีว่าเรยาเป็นแอร์โฮสเตส อนงค์พูดให้ฟังที่ร้านทำผม เด่นจันทร์

ฉุกใจขึ้นมาทันทีสั่งให้นพเช็กชื่อและนามสกุลเรยาว่าทำงานสายการบินไหน ซึ่งนพใช้เวลาไม่นานก็ได้ข้อมูลมาแจ้งเจ้านาย

เรยาเดือดร้อนแล้ว...เธอเข้ามาเช็กเวลางานที่บริษัท ปรากฏว่ามันว่างทั้งเดือน เรยารู้ทันทีว่านี่คือฝีมือเด่นจันทร์ เธอแค้นใจแทบกระอัก รีบเดินออกไปพ้นผู้คน แล้วโทร.หาสินธร บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า

"พ่อ...พ่ออย่าเพิ่งไปที่คอนโดฯนะ เมียพ่อเขาให้คนสืบเรื่องฟ้า"

สินธรตกใจ แล้วนัดเจอเรยาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยต่างคนต่างไปเพราะกลัวเด่นจันทร์จะให้คนของเธอสะกดรอยตาม ...เมื่อเผชิญหน้ากัน สินธรซักเรยายกใหญ่ เรยากลับตีรวนให้เขาไปถามเมียที่บ้านเอาเอง

"เพราะคุณไปทำจุ้นจ้านอีกแล้วน่ะสิ ทำไม คุณทำทำไม ทำให้มันได้อะไรขึ้นมา"

สินธรขึ้นเสียงอย่างหมดความอดทน เรยาเถียงฉอดๆ เอาดีเข้าตัวตลอด แต่ยังไงสินธรก็ไม่เชื่อ เพราะเขารู้จักนิสัยเด่นจันทร์ดี

"เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะหาเรื่องคุณก่อน เด่นจันทร์

ไม่หาเรื่องคน ไม่ทะเลาะกับคน เขาจะมองข้ามหัวคนไปเลย ไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย ถ้าคนคนนั้นไม่มาหาเรื่องเขาก่อน"

"หมายความว่าไง เขาเป็นเทวดานางฟ้ามองไม่เห็นหัวมนุษย์ หรือเห็นคนอื่นต่ำเตี้ยติดดิน ไม่คู่ควรกับฝ่าเท้าของคุณเด่นจันทร์ ชลธี...ตอบฟ้ามาซิ คุณสินธร ชลธี"

"อย่านะเรยา คุณอย่ามาก้าวก่ายเรื่องนามสกุลผม ผมมีเหตุผลของผม หน้าที่ของคุณคือทำตัวเป็นเมียอีกคนของผม ไม่ใช่เป็นเมียคนเดียว ไม่งั้นก็อยู่กันไม่ได้"

สินธรเสียงแข็งเอาจริง เรยาใจเสียบีบน้ำตาสุดแรงเกิด แล้วโถมตัวลงนอนสะอึกสะอื้นจนตัวโยน สินธรเห็นแล้วอ่อนใจ พยายามไม่ใส่ใจจะเดินออกจากห้อง แต่ต้องชะงักกับเสียงกรี๊ดของเรยา

เรยาสีหน้าดุดัน ท่าทางขึงขังเสียจนสินธรกลัวใจ

"ถ้าพ่อออกไป ฟ้าจะฆ่าตัวตาย...ฟ้าตายแล้ว ใครไปเปิดห้องฟ้า ก็เห็นรูปพ่อ เห็นวีดิโอของพ่อ เห็นจดหมายพ่อ เห็นของขวัญของพ่อ คิดเหรอว่าคุณเด่นจันทร์เขาจะเอาพ่อไว้ทำอะไร"

"ฟ้าไม่รู้จักเขาดี อย่าพูดอะไรเลย ทำตามที่ผมบอก ฟ้าเป็นเมียอีกคนของผม วิธีปิดไม่ให้เขารู้เป็นหน้าที่ผม คุณอยู่เงียบๆในที่ของคุณ ผมจะรับผิดชอบดูแลคุณในฐานะเมียคนหนึ่งตลอดไป"

เรยาฟังแล้วลุกพรวดโผเข้าหาสินธร กอดรอบคอเขาแล้วดึงอย่างแรงจนล้มลงบนเตียงด้วยกัน...เรยาใช้ไม้ตายอีกตามเคย หลังจากนั้นก็ออดอ้อนฉอเลาะจนสินธรเคลิ้ม

"ฟ้ามีความสุขที่สุด พ่อน่ะเก่งที่สุด แมนที่สุด ฟ้าไม่สงสัยเลยว่าทำไมคุณเด่นเขาถึงรักพ่อหวงพ่อขนาดนี้...ดูฟ้าสิ รักพ่อหลงพ่อ ทั้งรักทั้งหลง ฟ้าขาดพ่อไม่ได้นะ พ่อรู้ไว้ด้วย"

"จะเอาอะไรเหรอเนี่ย"

"ฟ้าพูดจริงจากหัวใจ พ่อเป็นรักแรกของฟ้า จะเป็น

รักสุดท้ายด้วย เพราะพ่อทำให้ฟ้ามีความสุขที่สุด...ที่สุดของที่สุด"

"อย่างเนี้ย...ใครจะทิ้งไปได้ลงคอ" สินธรกอดจูบเรยาอย่างหลงใหล

ooooooo

กลับไปถึงบ้านในคืนนั้น สินธรถูกเด่นจันทร์ ถามเรื่องสเตทเม้นท์ของเขา ทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยยุ่ง แต่วันนี้มันสะดุดตามีหลายรายการที่เธออยากรู้ เหตุผล โดยเฉพาะร้านเพชรคุณยุพา เขาซื้อไปให้ใคร?

สินธรได้ยินแล้วหน้าเครียด เสียวสันหลังวาบ แต่เด่นจันทร์เหมือนแค่ทิ้งระเบิดเอาไว้แล้วนอนหันหลังให้เขาทันที กระทั่งรุ่งเช้าของวันใหม่ขณะจะกินอาหารด้วยกัน จู่ๆเด่นจันทร์ก็ทวงคำตอบจากสินธรด้วยท่าทีมึนตึง

"ว่าไงสิน ที่เด่นถามเมื่อคืนมีคำตอบหรือยัง"

"มีสิจ๊ะ"

"แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน"

"อ้าว...เด่นถามแล้วไม่ฟังคำตอบนี่ สินคิดว่าเด่นถามเฉยๆ"

"คิดแบบเข้าข้างตัวเองสิว่าเด่นจะถามเฉยๆ มีประโยชน์อะไรถามเฉยๆ"

"อีกอย่างสินคิดว่าเด่นง่วง ถามๆแล้วก็นอนเลย แล้วมาคุยกันตอนเช้าก็ได้ สินก็เลย..."

"ตกลงคำตอบคืออะไร" เด่นจันทร์เริ่มเสียงดัง

"เพื่อน...ไอ้จ๊อบน่ะมันจะซื้อของขวัญให้เมีย ทีนี้วงเงินบัตรเครดิตมันไม่พอ ก็เลยมาขอให้สินรูดให้ก่อน แต่มันขอผ่อนสินสิ้นเดือน มันจะให้ดอกเบี้ยด้วย"

"จะบ้าเหรอสิน อย่าไปคิดดอกเบี้ยกะเพื่อนเชียวนะ"

"อยากจะคิดให้มันเข็ดเหมือนกัน คนอะไรไม่มีตังค์แล้วยังจะทำรวยอวดเมีย"

"เอ๊า...ก็เมียเขาไม่รวยเหมือนเมียสินนี่"

สินธรหน้าเสียชั่วพริบตาหนึ่ง "ใช่ มันหาเมียไม่เก่งเหมือนสิน"

"สินหาเองซะเมื่อไหร่ เด่นเป็นคนหาสินเอง จำได้มั้ย...อ้าวบุญช่วย มายืนเก้ๆกังๆทำไม วางสิ ถืออยู่ได้"

บุญช่วยถือถาดใส่อาหารฝรั่งสองจาน เด็กอีกคนมาพร้อมชุดกาแฟหรูหรา   บุญช่วยลำเลียงของจัดวางบนโต๊ะ ขณะที่เด่นจันทร์ยังพล่ามเรื่องส่วนตัวไม่หยุด

"จำได้มั้ยสินว่าตัวเองอยู่กะนังแหม่มแก่ที่สินคิดว่ามันรวยจัด ที่แท้มันก็มีสมบัติผัวอยู่นิดหน่อยเท่านั้น"

สินธรเหลือบชำเลืองแม่บ้านด้วยสีหน้าอึดอัด พอแม่บ้านและสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว สินธรจึงต่อว่าเด่นจันทร์พูดอะไรไม่ไว้หน้าสามีเลย

"บุญช่วยมันรู้จนไม่รู้ยังไงแล้ว กลัวอะไร"

"แล้วเด่นมารักสินทำไมล่ะ ก็รู้ว่าสินมีเมียแล้ว"

"ไม่รู้...ช่วยไม่ได้ ก็มันรักนี่ ตัวเองอยากน่ารักทำไม ตอนนั้นหล่อกว่านี้ ไม่ฉุอย่างนี้ หน้าใส ยิ้มสวย เด่นก็รักน่ะสิ รักแล้วยังไงก็ต้องได้"

"สินก็รักเด่น ตอนนี้ยิ่งรักมากกว่าตอนนั้นอีก เพราะสวยกว่าตอนนั้นตั้งหลายเท่า"

"แสดงว่าห้าแสนที่ให้ไปหมดไปแล้ว..."

สินธรชะงักทันใด อุตส่าห์ปากหวานชื่นชมหวังว่าจะฉุดบรรยากาศให้ดีขึ้น กลับต้องมาอึดอัดใจกับวาจาของเด่นจันทร์ยิ่งขึ้นไปอีก แต่อีกครู่ค่อยหายใจโล่งขึ้นหน่อย เมื่อน้องดาวลูกสาวคนเดียวเข้ามาร่วมโต๊ะอาหาร น้องดาวอยู่โรงเรียนประจำจะกลับบ้านเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ เด่นจันทร์เห็นลูกสาวเลยนึกได้ว่าวันนี้วันเสาร์เธอมีนัดกับบิดาต้องไปดูที่ดิน 300 ไร่ จึงชวนน้องดาวไปด้วย เผื่อคุณตาจะโอนเป็นชื่อลูก

แต่เดี๋ยวเดียวเด่นจันทร์ก็เปลี่ยนใจเพราะเห็นลูกสาวเพิ่งเริ่มกินอาหาร เธอกลัวบิดาจะรอ จึงบอกลูกว่า วันนี้แม่ไปคนเดียวก่อนดีกว่า ดาวหน้าจ๋อยลงทันตาด้วยความน้อยใจแม่ แล้วบอกกับพ่อทันทีที่แม่ลุกออกไป

"วีกเอนด์หน้าดาวไม่กลับบ้านนะคะคุณพ่อ"

"อ้าว ทำไมล่ะ โกรธคุณแม่หรือ...คุณแม่เขาก็เป็นของเขาอย่างงี้แหละ คอยใครไม่ได้ น้องดาวยังไม่ชินเหรอลูก"

"คุณพ่อบอกดาวว่าจะไปรับดาวจากโรงเรียน"

ฟังคำของลูกแล้วสินธรหน้าเสียทันที ดาวยังตัดพ้อต่อไปว่า ดาวคอยจนเย็นถึงได้โทร.บอกให้บุญช่วยไปรับ

"พ่อ...พ่อขอโทษหนูนะลูก แต่พ่อบอกน้องดาวเหรอคะ"

"บอกค่ะ"

"พ่อลืมจริงๆ น้องดาวอย่าโกรธพ่อเลยนะคะ"

"คุณพ่อไม่เคยผิดคำพูดกับดาว ครั้งนี้เป็นครั้งแรก คุณพ่ออย่าผิดอีกแล้วกัน"

สินธรชะงักด้วยความไม่พอใจ "น้องดาว...ทีหลังอย่าพูดกับพ่อแบบนี้นะ เก็บไว้ให้คุณแม่พูดคนเดียวก็เกินพอแล้ว"

ดาวยืนนิ่ง หน้าเรียบเฉย สินธรใจหาย นี่คือท่าทีของเด่นจันทร์โดยแท้

"ถ้าไม่อยากให้ดาวพูด คุณพ่อก็อย่าทำ มันอยู่ที่คุณพ่อ ไม่ได้อยู่ที่ดาว" พูดจบดาวเดินจากไปทันที ทิ้งคนเป็นพ่อยืนอึ้ง...หนักใจ

ooooooo

เรยาหายไปหลายวันจนลำยองซึมเหม่ออีกแล้ว นายแหม่มเห็นเข้าก็ทนไม่ได้บอกให้ลำยองโทร.ไปตามเรยา บอกว่าตนให้มาหา พอลำยองติดต่อไป เรยาพูดกับแม่ไม่ค่อยดีนักเพราะกำลังหงุดหงิดที่เจอฤทธิ์เดชของเด่นจันทร์จนงานปั่นป่วน พอได้ยินว่าแม่ให้ กลับมาหานายแหม่ม เรยาก็ยิ่งอารมณ์เสีย ปฏิเสธเสียงแหลม แต่แม่ก็ยังพยายามใจเย็น

"ฟ้า...ฟ้าไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วฟ้านอนไหนล่ะลูก"

"มีที่นอนแล้วกัน ฟ้าเป็นแอร์นะแม่ สวัสดิการของแอร์เขามีอยู่ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก"

"แม่คิดถึงฟ้า"

"ถ้าบอกอย่างนี้ก็อาจจะไปนะแม่ บอกว่ายายแหม่มแก่เรียกฟ้า ฟ้าไม่ไปหรอก"

"นะฟ้า แม่ไม่ได้เจอฟ้าตั้งเกือบสองอาทิตย์แล้ว แม่คิดถึงฟ้ามากๆ"

"ได้แม่...แล้วฟ้าจะไปหาแม่นะ"

"หมู่นี้บินบ่อยเหรอลูก"

"ไม่บ่อยหรอกแม่ มีอีนังตัวร้ายกาจคนหนึ่งมันอิจฉาฟ้า มันสั่งหัวหน้าไม่ให้จัดตารางให้ฟ้าบิน มันเลวมาก ชั่วมาก วันหนึ่งเถอะจะถูกผัวทิ้ง"

"ฟ้า...ทำไมพูดอย่างนั้น"

"เท่านี้นะแม่" เรยาตัดสายทันที สีหน้าขึงตึง มองผู้คนในบริษัทเดินผ่านไปมา  กระทั่งสายตาไปสะดุดอยู่ที่สินธร กับเด็กสาวคนหนึ่ง   สินธรมากับลูกสาวแต่เรยาเข้าใจผิดนึกว่าเขามีกิ๊กใหม่ กะจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่พอดีได้ยินสินธรแนะนำกับผู้ใหญ่คนหนึ่งว่าน้องดาวเป็นลูกสาว เรยาจึงชะงัก มองลูกสาวสินธรเต็มตา แล้วยกมือไหว้สินธรอย่างนอบน้อม ไร้พิรุธ

ครั้นเดินผ่านสองพ่อลูกมาแล้ว เรยาโทร.เข้ามือถือสินธร ปรากฏว่าสินธรตัดสายทิ้งก่อนพาลูกสาวขึ้นลิฟต์ไป สร้างความน้อยใจแก่เรยาจนแทบจะร้องไห้ออกมา

เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เรยาตัดสินใจกลับไปหาแม่ที่บ้านนายแหม่ม เพราะที่นี่มีแม่ที่รักและเอาใจเรยาสารพัด ไม่ว่าเรยาต้องการอะไรแม่ก็ทำให้ด้วยความเต็มใจ

นัทก็เป็นอีกคนที่เรยานึกถึง วันนี้สองคนออกไปเที่ยวแถบชานเมืองที่เต็มไปด้วยนาข้าว เรยารู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่พอเดินทางกลับบ้าน ความเศร้าหมองก็เข้าครอบงำเรยาอีกครั้ง ที่สุดเธอก็ตัดสินใจบอกนัทขณะที่เขาเดินมาส่งเธอถึงหน้าบ้านนายแหม่ม

"นัท...ตอนนี้เรารักคนอื่นแล้ว แต่มันเป็นความรักที่ไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่"

นัทซักว่าใครไม่จริงจัง เรยาเล่าหมดเปลือกว่าเขาเป็นฝ่ายไม่จริงจัง เพราะเขามีเมียแล้ว แต่เธอรักเขามาก นัทฟังแล้วอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเตือนเรยาว่า อย่าได้คิดแย่งเขามา เพราะมันผิดศีลธรรม

"แต่เรารักเขา เขามาทำให้เรารักเขา" เรยาเอ่ยทั้งน้ำตา

"รักเขาเถอะฟ้า ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าแย่งเขามา มันผิด ฟ้าแย่งเขามาได้ ฟ้าจะไม่มีความสุขหรอก...เขามีลูกด้วยกันรึเปล่า ถ้าเขามี ฟ้าต้องเลิกให้เด็ดขาดนะ สงสารเด็ก เด็กที่พ่อแม่เลิกกันน่าสงสารมาก ชีวิตเขาขาดไปครึ่งหนึ่งเลยนะฟ้า"

ถ้อยคำของนัททำเอาเรยานิ่งอึ้ง รู้สึกกำลังใจหดหาย ว้าเหว่ขึ้นมาจับจิต พอวันต่อมาตามไปเห็นสินธรพาลูกเมียไปช็อปปิ้งและกินข้าว เรยาก็ยิ่งเศร้าหมอง แต่แล้วความเศร้าก็กลายเป็นความแค้นและริษยา เรยาโทร.หาสินธร ยื่นคำขาดกับเขาว่า ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอ พรุ่งนี้ก็มารับศพเธอแล้วกัน

สินธรถือโทรศัพท์ค้าง มองไปยังเรยาที่ปรากฏตัวให้เห็นอยู่ไกลๆ แล้วเรยาก็สะบัดพรืดจากไป สินธรมองตามอย่างว้าวุ่น ที่สุดเขาก็หาข้ออ้างบางอย่างแยกกับเมียและลูกไปจนได้ โดยไม่รู้ว่ามีนพคนของเด่นจันทร์แอบสะกดรอยตาม

สินธรโทร.นัดเรยามาพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พอเจอหน้ากันในห้องเรยาก็ฟูมฟายน้ำตา โถมเข้ากอดรัดเขา พูดแทบไม่เป็นภาษา

"พ่อ...พ่อไม่รักฟ้า พ่อเกลียดฟ้าเหรอ ทำไมพ่อทำกับฟ้าอย่างนี้"

"ผมรักฟ้า ฟ้าก็รู้ แต่ฟ้าต้องเข้าใจให้มากๆ ต้องเข้าใจ ต้องยอมรับสถานภาพของเรา ถ้าฟ้ายอมรับ ถ้าทำได้ ผมบอกแล้วว่าทุก

อย่างจะเรียบร้อย อย่าทำอย่างวันนี้อีก...เข้าใจนะ ไม่ว่ากับใคร ภรรยาผมหรือลูกสาวผม"

เรยาพยักหน้าทั้งๆยังร้องไห้สะอึกสะอื้น สินธรหยิบซองส่งให้

"เงินค่าเช่าคอนโดฯ กับเงินที่ผมให้ฟ้าใช้ ผมเพิ่มให้อีกเดือนละหมื่น รวมเป็นสี่หมื่น รับไว้สิ"

"ถ้าพ่อให้ฟ้าอีกหมื่น แล้วพ่อรักฟ้าน้อยลง ฟ้าไม่เอา รักฟ้าให้เต็มร้อย ไม่ต้องให้ฟ้าเลยก็ได้" พูดจบเรยากอดสินธรแน่น สะอื้นจนตัวโยน...

อีกพักใหญ่ๆ   สองคนก็ออกมาขึ้นรถคันเดียวกัน   เรยา ดูแช่มชื่นขึ้นผิดตา   ส่วนนพที่แอบตามสินธรมาเห็นผู้หญิงนั่งรถออกไปกับสินธร เขารีบกลับไปรายงานเด่นจันทร์ที่บ้าน

"ตอนเข้า เข้าไปคนเดียว แต่ตอนออกมามีผู้หญิงนั่งมาด้วย แต่ผมไม่เห็นหน้าครับ อยู่กันประมาณชั่วโมงนึง"

"แต่ไม่เห็นหน้า"

"ครับ...ไม่เห็น"

"แล้วแกกลับมาให้ฉันเห็นหน้าแกทำไม" เด่นจันทร์ ตวาดแว้ดจนนพหน้าเสีย "ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าเขาเข้าไปนานเท่าไหร่ เขาอาจจะเอาผู้หญิงไปนอนชั่วคราวก็ได้ ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แกมีหน้าที่บอกฉันว่ามันเป็นใคร ...ไป๊!"

นพลนลานออกไปทันที เด่นจันทร์กำมือแน่น แววตาแข็งกร้าวน่ากลัว

ooooooo

หลังจากสัญญากับสินธรไปแล้วว่าจะไม่ก่อปัญหาใดๆ และจะอยู่อย่างสงบในฐานะเมียอีกคนของเขา เรยารู้สึกสบายใจขึ้น รุ่งขึ้น

เธอนัดเจอนัท บอกให้เขารู้ว่าเธอเชื่อคำพูดของเขา...รักแต่ไม่แย่ง

"อ้าว ทำไมนิ่งไปล่ะนัท...นัทจะบอกว่า มันก็ผิดอยู่ดีใช่มั้ย"

"ก็ใช่อยู่ อยู่ที่ความสัมพันธ์กับเขาจะก้าวหน้าไปขั้นไหน"

"มันก็...ก้าวไปจนสุดนั่นแหละ ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว เราไม่แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น"

"แล้วต่อไปล่ะฟ้า"

"ก็เหมือนที่นัทพูดไง ว่ารักได้แต่ไม่แย่ง เราไม่คิดแย่งเขาอีกแล้ว เพราะคิดไปแล้วมีแต่ทุกข์...ทุกข์จริงๆ ทุกข์สุดๆเลย เราไม่ใช่คนที่จะทนกับความทุกข์ด้วย เผลอๆทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมา"

"เช่น..."

"เช่นเหรอ...เช่น เดินเข้าไปหาเมียเขาแล้วบอกว่า ฉันก็เป็นเมียเขาเหมือนคุณ"

"ก็เลยตบกันเละเหมือนละครโทรทัศน์"

"อ๋อ ถ้าถึงขนาดนั้น รับรองว่าเราเจ๋ง แต่สำคัญเขาไม่ตบกับเรา แต่ฆ่าเราเลยน่ะสิ" เรยาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่นัทมองเรยาอย่างห่วงใย

ooooooo

วันนี้นายแหม่มแอบเห็นลำยองร้องไห้อีกแล้วด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงเรยา เพราะเรยาเงียบหายไปเป็นสัปดาห์  พอนายแหม่มเดินเข้ามาสอบถาม  และแนะนำให้ ลำยองโทร.ไปที่ทำงานของเรยา  ลำยองตอบเสียงเครือว่า

"ฉันไม่รู้เบอร์ค่ะ ฉันห่วงเขาเหลือเกินค่ะแหม่ม"

"ถ้าให้ฉันพูดนะ...เรยาไม่เป็นอะไรหรอก...เขาเก่ง"

"แต่ครั้งก่อนที่เขามา เห็นเขาร้องไห้ด้วย"

"เรยาร้องไห้เก่ง...ถ้าเขาอยากจะร้อง"

ลำยองนิ่งเงียบ นายแหม่มเห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน...แล้วรุ่งขึ้นอีกวัน เรยาก็มาปรากฏตัวตรงหน้าแม่ เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามากอดแม่ที่กำลังโหยหา

"ฟ้า...แม่เป็นห่วงฟ้า...ฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่าลูก คนที่เขาแกล้งฟ้าไม่จัดให้ฟ้าบินเหรอ เขาเกลียดฟ้าเรื่องอะไร แม่ช่วยอะไรได้มั่งลูก"

สองแม่ลูกกอดกันแน่น แล้วอีกครู่เรยาก็พาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลำยองเห็นลูกอารมณ์ดีจึงถือโอกาสถามเรื่องงานที่ว่ามีคนกลั่นแกล้ง

"ฟ้ายังโกรธคนนั้นอยู่รึเปล่าลูก" ลำยองหมายถึงคนที่จัดตารางการบิน แต่เรยาตอบในความหมายถึงสินธร

"ไม่โกรธแล้วแม่ ตอนนี้ไม่โกรธเขาแล้ว"

"ทำไมล่ะ ฟ้าอภัยให้เขาเอง หรือเขาไม่ทำให้ฟ้าโกรธแล้ว"

"เขาบอกว่า ถ้าฟ้าไม่โกรธเขา เขาก็จะไม่ทำให้ฟ้าโกรธ"

คำตอบของลูกทำให้ลำยองสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ยังไงคืนนี้ลำยองก็ยังอยากให้เรยานอนค้างด้วย แต่พอออกจากร้านอาหาร เรยากลับบอกแม่ว่าพรุ่งนี้ตนมีบินเช้า ไปส่งแม่แล้วจะกลับเลย

"บินเช้าทุกทีเลย" ลำยองบ่น

"เขาจัดให้อย่างนี้ ฟ้าเปลี่ยนไม่ได้นี่แม่"

"แต่ก็ดี แปลว่าเขาหายโกรธฟ้าแล้วถึงจัดให้ฟ้าบิน ดูแลตัวเองดีๆนะลูก"

ตอนที่ 4

เรยาพยักหน้ารับ แต่ในใจนั้นรู้สึกไม่ดีเลยที่หลอกแม่... เรยานั่งแท็กซี่ไปพบสินธรตามนัด นพที่แอบตามสินธรมาเพิ่งเห็นหน้าตาเรยาชัดๆ นพจำได้ว่าเด่นจันทร์เคยให้สืบประวัติผู้หญิงคนนี้ตอนมีเรื่องทะเลาะกันที่ร้านอาหาร  พอครั้งนี้นพโทร.ไป รายงานเด่นจันทร์ แล้วถามว่าจะให้เขาตามต่อไปหรือเปล่า เด่นจันทร์สั่งเฉียบว่าไม่ต้อง!

ครั้นวันรุ่งขึ้นเด่นจันทร์ก็โทร.ไปขอความช่วยเหลือจากนายเดชผู้เป็นพ่อ นายเดชซึ่งอยู่ชลบุรีรับปากจะมาหาลูกให้เร็วที่สุด แต่เร็วยังไงก็ยังไม่ทันใจเด่นจันทร์ที่กำลังร้อนรุ่มอยู่ดี เธอโวยวายทันทีที่พ่อมาถึง

"มาช้าแบบนี้ทีหลังไม่ต้องมา เด่นหาทางของเด่นเองได้"

"ใจเย็นๆลูก นั่งๆๆ มีเรื่องอะไรหรือลูก"

"สินมีเมียน้อย..." น้ำเสียงเด่นจันทร์ต่ำเบาเหมือนจะร้องไห้

"อย่าร้องไห้ให้พ่อเห็น...แล้วจะให้พ่อทำยังไง"

"อยากให้มันตาย"

"ทำไมต้องฆ่าผัวเรา รักเขาไม่ใช่รึ"

"ไม่ใช่สิน...แต่เป็นอีนังผู้หญิงหน้าด้านคนนั้น เด่นอยากเห็นมันตาย พ่อรู้มั้ยมันเลวไม่มีที่เปรียบ มันมาเอาเรื่องกับเด่น เอาตัวมาเทียบกับเด่น มาซื้อของร้านเดียวกับเด่น ที่แท้เงินเราทั้งนั้น มัน...หน้าด้านยิ่งกว่าอะไร คนอะไร หน้าด้าน แย่งผัวชาวบ้าน"

"เราเองก็แย่งเขามาจากอีแหม่มอิตาเลียนคนนั้น"

เด่นจันทร์หันขวับมานัยน์ตาแทบลุกเป็นไฟ "พ่อ... พ่อด่าเด่นเหรอ"

"ไม่มีการด่ากัน พ่อพูดให้ลูกรับความจริง...รับว่ามันเป็นความจริง บอกพ่อมาว่าจะให้พ่อทำอะไร"

"ฆ่ามัน!"

"ต้องถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ"

"ใช่ มันต้องไปพ้นทางชีวิตของเด่น"

"ยังจะเอาไว้ใช่มั้ยผัวคนนี้"
เด่นจันทร์นิ่งไปไม่กล้าสบตาพ่อ...แล้วเดชก็ได้คำตอบเมื่อมองออกไปด้านนอกเห็นหลานสาวกำลังยิ้มร่านำหน้าบุญช่วยที่ถือกระเป๋านักเรียนตามหลังมา

"ก็ต้องเป็นอย่างนั้น น้องดาวจะต้องมีทั้งพ่อทั้งแม่"

ดาววิ่งเข้ามากอดหอมคุณตาด้วยความดีใจ ขณะที่คุณตาก็ยิ้มหน้าบานกอดหลานรักด้วยความคิดถึง เด่นจันทร์มองภาพนั้นอย่างเป็นปลื้ม และได้ยินตาบอกหลานให้โทร.บอกพ่อว่าตามา เย็นนี้เราจะไปกินหูฉลามสกาล่ากัน...

ขณะนั้นเรยาหงอยเหงาอยู่ในห้องเช่าคนเดียว ที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวโทร.ไปอ้อนสินธรให้มาหา แต่สินธรเพิ่งจะรับปากลูกสาวเมื่อสักครู่ เขาจึงปฏิเสธเรยาโดยอ้างว่ามีประชุมด่วน เรยาไม่เชื่อแต่ก็ไม่กล้ารบเร้าเขามากนักเพราะตัวเองได้สัญญากับเขาไว้แล้วว่าจะเชื่อฟังกัน

ก่อนหน้าที่สินธรจะกลับมาถึงบ้าน  เดชแนะนำให้เด่นจันทร์พูดกับสินธรเรื่องที่เขานอกใจเธอ ยื่นคำขาดไปเลยว่าเขาต้องเลิกกับผู้หญิงคนนั้น  ถ้าเขาไม่เลิกค่อยถึงมือพ่อ...เมื่อสินธร ตามเด่นจันทร์เข้ามาในห้องนอนเพื่อแต่งตัวเตรียมออกไปกินอาหารเย็นด้วยกัน    เด่นจันทร์จึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้สินธรตะลึง ใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม

เด่นจันทร์ขึงขังมาก บอกสินธรว่าอาทิตย์หน้าเธอจะไปอังกฤษ ระหว่างนี้ให้เขาตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อยในเวลาหนึ่งเดือน สยามแอร์ไลน์ต้องไม่มีแอร์โฮสเตสชื่อ เรยา ถ้าจะต้องมีค่าใช้จ่าย เขาต้องใช้งบส่วนตัวของเขาเอง ไม่เกี่ยวกับของเธอหรือของบริษัท

"อย่าลืมนะคะ สินมีเวลาหนึ่งเดือน...เริ่มจากอาทิตย์ หน้า หลังจากที่เด่นไปแล้ว เรื่องแค่นี้คนฉลาดอย่างสินคงจัดการเองได้ โดยไม่ต้องให้เด่นรบกวนพ่อ...จำไว้อีกอย่างด้วยว่า เด่นจะไม่มีวันหย่ากับคุณ เราจะอยู่กันอย่างมิตรหรือศัตรู สินเลือกเอาเองแล้วกัน"

สินธรหัวใจเกือบหยุดเต้นเมื่อภรรยาเอ่ยถึงเจ้าพ่อเมืองชล...เด่นจันทร์เดินไปที่ประตูห้อง แล้วหันมาเน้นย้ำอีกครั้งก่อนออกไป

"เราอยู่ด้วยกันมาหลายปี สินรู้จักเด่นดีใช่มั้ยว่าเด่นลูกพ่อ เด่นติดนิสัยไม่ดีมาจากพ่อ เราไม่ชอบอยู่ร่วมโลกกับศัตรู"

สินธรนั่งคอตกเครียดจัด รู้ตัวว่าทำผิด และเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นด้วยนอกจากทำตามความต้องการของเด่นจันทร์... สินธรตัดสินใจไม่ติดต่อและไม่รับสายจากเรยาอยู่หลายวัน จนเรยาทนไม่ไหวบุกเข้ามาที่บริษัท พอรู้จากหัวหน้างานว่าสามเดือนต่อจากนี้ตัวเองไม่มีตารางบินเลยสักวันเพราะเป็นคำสั่งจากข้างบน เรยาโกรธจนตัวสั่น ตรงดิ่งไปที่หน้าห้องทำงานสินธรเพื่อจะยื่นใบลาออก แต่ถูกเลขาฯสกัดไว้ และเธอก็ไม่รับฝากใบลาออกด้วย ให้เรยาไปยื่นที่แผนกบุคคล

เรยาโกรธแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหันกลับออกมาทั้งน้ำตา เธอตรงดิ่งกลับห้องเช่าราวนกปีกหัก แต่พอเปิดห้องเข้ามาก็พบว่าสินธรมาคอยอยู่ เรยาดีใจโผกอดเขาทั้งน้ำตา

"พ่อ...พ่อขา พ่อไปไหน ทำไมทิ้งฟ้า ฟ้าโทร.ก็ไม่รับสาย รู้มั้ยว่าเมียพ่อแกล้งฟ้ายังไง ไม่ให้ฟ้าบิน ฟ้าลาออกแล้วนะ อยู่ไปไม่ได้บินสามเดือน อย่างนี้บีบให้ออกใช่มั้ยพ่อ"

"ฟ้า...เราต้องเลิกกัน!" สินธรโพล่งออกมา...เรยาผงะแล้วกรี๊ดออกมาสุดเสียงจนสินธรต้องจับตัวเธอเขย่าเรียกสติ แล้วย้ำอีกครั้งว่า...เราต้องเลิกกัน

"เหตุผล..." เรยาถามเสียงแผ่ว

"ฟ้า...ก่อนอื่นผมเคยพูดกับฟ้าแล้วว่า เราจะหวังในสิ่งที่เราทำเนี่ย มันเป็นไปจนเราแก่ จนเราตายน่ะ หวังไม่ได้...ผมพูดกับฟ้าอยู่เสมอ เพราะว่า..."

"ได้...หวังได้" เรยาสวนขึ้นมา "ก็ฟ้ารักพ่อ และพ่อก็รักฟ้า ใช่มั้ย พ่อรักฟ้า แล้วทำไมล่ะ เราจะรักกันจนแก่จนตายไม่ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะเลิกกัน เพราะฉะนั้นฟ้าไม่เลิก ได้ยินมั้ย ฟ้าไม่เลิก!"

"ฟ้า..."

"ไม่...ยังไงๆก็ไม่เลิก พ่ออย่านึกว่าพ่อจะทำอย่างนี้กับผู้หญิงอย่างฟ้า คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป ฟ้าไม่ใช่โสเภณีรายเดือนของพ่อนะ"

"ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นกับฟ้าเลยนะ ผมสาบานได้ ผมรักฟ้า คิดเสมอว่าฟ้าเป็นเมียของผม ผมพูดตลอดเวลาใช่มั้ยว่าฟ้าเป็นเมียคนหนึ่งของผม"

"ฟ้าก็ยอมแล้วไง ยอมเป็นเมียคนหนึ่งแล้วไง ใช่มั้ย... ยอมแล้วใช่มั้ย แล้วจะเอายังไงกับฟ้าอีก พ่อจะเอายังไงอีก"

"เสียงดังน่าฟ้า"

"ดังน่ะสิดี จะตะโกนให้ทั้งคอนโดฯรู้เลยว่าพ่อน่ะหลอกฟ้า หลอกให้ยอมเป็นเมียแล้วมาทิ้ง"

"ผมไม่ได้จะทิ้งฟ้า แต่ผมอยากขอความเห็นใจ"

"ไม่มีความเห็นใจให้ ไปหาที่อื่น ตรงนี้มีแต่ความถูกต้อง ฟ้าเป็นเมียคนหนึ่งของพ่อ ฟ้าทำหน้าที่ของฟ้า ไม่เคยทำอะไรชั่วช้าเลวทรามถึงขนาดที่พ่อจะถีบหัวฟ้า"

"ฟ้า...มันไม่ใช่ พูดอะไรถึงขนาดนั้น"

"ทำไมจะพูดอย่างนี้ไม่ได้ อย่าคิดว่าจะถีบหัวฟ้าได้ง่ายๆ"

เจอฤทธิ์เดชของเรยาเข้าแบบนี้สินธรถึงกับเครียดจัดกลับไป แล้วไม่ว่าเรยาจะตามไปอ้อนวอนยังไง สินธรก็ยืนยันคำเดิมว่าเราต้องเลิกกัน เพื่อความปลอดภัยของเราทั้งคู่...

เมื่อถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ความรักของเรยากลายเป็นความแค้นทันที เรยากลับไปหานัท เล่าเรื่องราวให้เขาฟังทั้งน้ำตา นัทไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ปลอบและให้กำลังใจเรยาอย่างเพื่อนที่ปรารถนาดีคนหนึ่ง

แยกจากนัทแล้วเรยากลับมาหาลำยองที่บ้านนายแหม่ม เรยาจะให้แม่ติดต่อสามีใหม่ของยายที่เป็นหมอผีช่วยทำเสน่ห์ ให้เธอ เพราะตอนนี้เธอรักผู้ชายคนหนึ่ง แต่เขาไม่รักเธอ

"ฟ้า...ไม่เอานะลูก อย่าคิดอะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องดี มันเป็นเรื่องสกปรก ลูกแม่ต้องไม่ไปยุ่งไปเกี่ยวนะ"

"สกปรกเหรอแม่ ทำไมล่ะ ไม่ใช่ให้กินยาเสก แล้วทำให้ รักเราเหรอ"

"ไม่ใช่ มันสกปรกมาก มันอุบาทว์...ต่ำช้า ไม่... แม่ไม่ยอมให้ฟ้าทำเด็ดขาด"

"แม่เคยเหรอ...ถึงรู้"

"ไม่...ไม่เคย" ลำยองตัดบทไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก แต่พออยู่คนเดียวก็อดนึกถึงอดีตที่ตัวเองเคยเห็นพิธีอุบาทว์นี้ไม่ได้ ตอนนั้นลำยองยังสาว เธอเห็นพ่อเลี้ยงทำเสน่ห์ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผัวไม่รักด้วยขั้นตอนที่แสนจะสกปรกโสมม น่าสะอิด สะเอียนเป็นที่สุด

ลำยองไม่ยอมให้ลูกสาวของตนทำเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด พอเช้าวันใหม่หลังจากเรยาตื่นนอน ลำยองจึงเล่าให้เรยาฟัง แล้วย้ำเตือนลูกว่า อย่าได้ไปเกลือกกลั้วกับเรื่องสกปรกอย่างนี้เป็นอันขาด เรยารับปาก เพราะเท่าที่ฟังมามันน่าขยะแขยงจริงๆ

"ถ้าตอนที่ฟ้าอายุ 5 ขวบ แม่ไม่โดนบังคับให้ทำเรื่องสกปรกอย่างนี้ ฟ้าคงโตขึ้นมาในตึกเจ้าสัวริมคลองภาษีเจริญนั่นแล้วล่ะ"

"อ๋อ...ที่แม่มาอยู่กับนายแหม่มใช่มั้ย เรื่องเป็นไงเหรอแม่"

ลำยองย้อนคิดกลับไปในอดีตที่เคยอยู่บ้านเจ้าสัวเชง... วันนั้น เยนหลิง หรือคุณนายที่สองเรียกลำยองไปหาที่ห้องเพื่อจะใช้เธอไปหาพ่อเลี้ยงที่เมืองกาญจน์ ซึ่งเยนหลิงรู้ว่าแกเป็นหมอทำเวทมนตร์คุณไสย จึงต้องการให้แกทำพิธีไสยศาสตร์ให้ ซิลเวียเมียแหม่มของเจ้าสัวถึงแก่ชีวิต ถ้าทำสำเร็จจะให้เงินค่าจ้างทั้งพ่อเลี้ยงและลำยองอย่างจุใจ แต่ห้ามลำยองเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้าบอก เยนหลิงก็ทำให้ลำยองตายได้เหมือนกัน

ปรากฏว่าคืนนั้นลำยองกลับมานอนคิดอย่างกลัดกลุ้ม ที่สุดลำยองก็ตัดสินใจไม่รับงานของเยนหลิงด้วยการพาเรยาในวัยห้าขวบแอบหนีออกจากบ้านเจ้าสัวมา โดยบอกกับป้าพุ่มว่าจะกลับไปหาแม่ที่เมืองกาญจน์

แต่ลำยองไม่ได้กลับไปเมืองกาญจน์ เธอหอบลูกไปที่บ้านเจ้านายของบังดุลย์ แนะนำตัวว่าเธอเป็นเมียบังดุลย์ มีลูกกับเขาก่อนที่เขาจะถูกขโมยแทงตาย เจ้านายสงสารจึงฝากงานให้ที่บ้านเพื่อนซึ่งเป็นฝรั่ง เขากำลังอยากได้แม่บ้านอยู่พอดีนี่เอง ทำให้ลำยองกับเรยาได้อยู่กับฝรั่งสองผัวเมียตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ooooooo

หลังจากหลบมาอยู่กับแม่ได้วันสองวัน   เรยาก็ย้อนกลับไปที่ห้องเช่าอีกครั้ง   แล้วเจอสินธรนำเช็คสองล้านบาทมาให้เพื่อแลกกับการยุติความสัมพันธ์ เรยาไม่พอใจอย่างมากคว้าเช็คนั้นมาฉีกทิ้งก่อนจะผลุนผลันออกไปตั้งหลักว่าจะเอาคืนสินธรยังไงให้สาสม!

แล้วอีกวันถัดมาเรยาก็นัดพบสินธรที่ร้านอาหาร ยื่นข้อเสนอว่าเธอจะยอมเลิกกับเขาก็ต่อเมื่อเธอได้รถคันใหม่ของเขา สินธรฟังแล้วโมโหมาก เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอารถที่เมียหลวงซื้อให้ใช้ไปยกให้เมียน้อย เรยาเองก็รู้จึงใช้วิธีนี้มาบีบบังคับกดดันเขา

ออกจากร้านอาหาร สินธรตามเรยาไปที่ห้องเช่า สองคนทุ่มเถียงกันรุนแรงถึงขั้นสินธรฟิวส์ขาดจะตบเรยาที่พูดดูถูกเขาเรื่องใช้นามสกุลเมีย

"คุณตบฉันเมื่อไหร่ คุณจะรู้ว่านรกมีจริง"

สินธรชะงัก สีหน้าและแววตาเรยาดุดันจนน่ากลัว

"ผมบอกกี่หนแล้วว่าอย่าพาดพิงถึงนามสกุลนี้"

"ก็ไม่ใช่เพราะนามสกุลนี้เหรอคุณถึงทิ้งฉันน่ะ ฉันจะต้องยกย่องนามสกุลบ้าๆนี้ทำไม ในเมื่อมันทำลายฉัน"

"การที่ผมจะเลิกกับคุณ มันไม่เกี่ยวอะไรกันเลยกับการที่ผมใช้นามสกุลชลธี"

"ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าไม่ใช่เพราะนามสกุลชลธีสั่งมา คุณจะเลิกกับฉันมั้ย นี่มันสั่งมาและคุณก็ขัดไม่ได้ นามสกุลชลธีมันคือจุดสุดยอดในชีวิตคุณไม่ใช่เหรอ คุณยอมเสียฉันเพื่อรักษานามสกุลชลธีให้ต่อท้ายชื่อคุณไปจนคุณตาย...ใช่มั้ย"

"ผมไม่อยากเถียงกับคุณเรื่องนามสกุลอีก"

"ซึ่งฉันไม่แปลกใจเลย"

"จบ...ผมบอกว่าให้จบเรื่องนามสกุล"

"ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสีย...อะไรดี Dignity ความภูมิใจใช่มั้ย แต่ฉันสงสัยจริงๆว่าคุณมีรึเปล่า"

"หยุด!!" สินธรตวาดลั่น...เรยายอมเลิกพูดเรื่องนามสกุลชลธี แต่ไม่เลิกจี้เรื่องรถว่าจะเอายังไง เธอต้องการรถคันใหม่ของเขา จะให้เลิกไปเฉยๆ เธอไม่ยอมแน่

"เรื่องรถน่ะเลิกพูด เพราะเป็นไปไม่ได้"

"ก็ได้ งั้นเอาบ้าน 1 หลัง เงินสดจำนวนหนึ่ง แต่รวมกันแล้วต้องให้ครบ 20 ล้านเท่าราคารถ แต่ถ้าคุณให้รถคันนี้ บ้านไม่เอา เงินไม่เอา แต่ต้องเป็นคันนี้เท่านั้น"

สินธรสะอึก จ้องเรยาอย่างแค้นใจที่สุด

"คุณโกรธฉันรู้ แต่อย่าแปลกใจ เพราะคุณน่าจะคิดว่าฉันจะเรียกมากกว่านี้ด้วยซ้ำ"

"เรียกได้ แต่ผมไม่มีจ่ายมากขนาดนั้นหรอก"

"ก็บอกคนที่เขามีจ่ายสิ"

"คุณร้ายกาจมากนะเรยา"

"ถ้าคุณใช้ความคิดเสียหน่อย ยอมเสียในสิ่งที่ควรเสีย ฉันก็ไม่ต้องร้ายกาจขนาดนี้"

สินธรไม่รู้จะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ เขาผลุนผลันกลับลงไปอย่างหัวเสีย แล้วรู้ตัวว่าลืมกุญแจรถเอาไว้ พอแหงนหน้ามองไปที่ระเบียงห้องเห็นเรยายืนยิ้มหวาน ชูกุญแจรถแกว่งไปมา สินธรร้องบอกให้เธอโยนมันลงมาเลย แต่เรยา กลับทำหูทวนลม จนสินธรต้องย้อนกลับขึ้นมา

"ส่งกุญแจรถมาเดี๋ยวนี้!"

ขาดคำของเขา เรยาโยนกุญแจรถลงไปเบื้องล่างทันที สินธรโกรธจัดปราดเข้ามาเขย่าตัวเรยา

"ทำไม...ทำไมต้องทำบ้าบอขนาดนี้"

"คนถูกทิ้งทำอะไรได้ทั้งนั้นแหละ คุณลองถูกภรรยาคุณทิ้งสิ แล้วจะรู้"

สินธรหมดความอดทน ตบเรยาเต็มแรงก่อนจะผลุนผลันออกจากห้อง เรยาก้าวตามมาติดๆ พลางตะโกนเรียกผู้คนห้องตรงข้ามให้ออกมาช่วยเป็นพยานด้วยว่าเธอถูกผู้ชายคนนี้ทำร้าย สินธรถึงกับอึ้ง เพราะเรยามีหลักฐานคือรอยเลือดที่มุมปาก

แล้วรุ่งขึ้นเรยาก็ทำให้สินธรเครียดจัด เธอส่งสำเนาบันทึกประจำวันที่แจ้งความว่าโดนเขาซ้อมมาให้ถึงบริษัท จากนั้นก็โทร.มาขู่ว่า ถ้าใน 7 วัน เธอไม่ได้ยี่สิบล้าน เธอจะส่งบันทึกประจำวันนี้ไปถึงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:04 น.