ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บานเย็นมุ่งมั่นที่จะให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟให้ได้ จึงจับซ้อมเดินที่บ้านก่อน กระเต็นเดินเป็นม้าดีดกะโหลกจนบานเย็นปวดหัว บังคับเคี่ยวเข็ญให้เดินอยู่ถึงครึ่งวันจึงยอมให้พักกินข้าว

กระเต็นแวบไปหาไอ้จุกที่สวนหลังบ้าน รับโพยจดคาถากำบังกายที่ไอ้จุกแอบเข้าไปลอกจากตำราในห้องหลวงพ่อมาให้ พอกระเต็นเอาโพยไปไอ้จุกก็แบมือทวงรางวัล กระเต็นเอาลูกอมเม็ดหนึ่งให้ ไอ้จุกบ่นอุบว่าเม็ดเดียวเนี่ยนะ

ครู่หนึ่งเสียงบานเย็นตะโกนเรียกกระเต็นก็แว่วมา กระเต็นบอกไอ้จุกว่าหัวเด็ดตีนขาดตนก็ไม่ยอมเข้าประกวดแน่ ว่าแล้วแวบไปแอบท่องคาถากำบังกาย

ไอ้จุกรับหน้าบานเย็น พอบานเย็นถามหากระเต็น ไอ้จุกโกหกหน้าตายว่าเห็นไปเก็บผักมาให้ป้ากินกับน้ำพริกพลางชี้ให้ดู บานเย็นขอบใจแต่เดินไปอีกทางหนึ่งอย่างรู้ทันคู่หูตัวแสบของลูกสาว

กระเต็นกำลังเร่งท่องคาถากำบังกายอยู่ เห็นแม่เดินมาก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“ไอ้จุกเอ๊ย...เอ็งถ่วงเวลาประสาอะไรวะ ข้ายังท่องคาถาไม่คล่องเลย” พลางก็มองหาที่ซ่อนตัวก่อนที่จะกำบังกายได้ มุดเข้าไปในเรือแจวแอบนอนที่ใต้ท้องเรือ รีบท่องคาถาต่อ

บานเย็นเดินมาหยุดข้างเรือทำเป็นบ่นว่า “มันหายหัวไปไหนวะ” แล้วแกล้งเดินเลยไป

กระเต็นแอบดูเห็นแม่เดินไปแล้วก็ดีใจนึกว่าตนท่องคาถากำบังกายได้แล้ว ลุกขึ้นอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นแน่ แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นเท้าของบานเย็นเดินมาหยุดตรงหน้าเงยมองเห็นแม่ กอดอกยิ้มเหี้ยม กระเต็นหัวเราะแหะๆเมื่อถูกจับได้

“ใช้คาถาอะไรก็หนีข้าไม่พ้นหรอกโว้ย นังเต็น!” บานเย็นเขกหัวกระเต็นดังโป๊ก

ระหว่างคุมตัวกระเต็นกลับไปซ้อมเดินอีกนั้น กระเต็นอ้อนวอนแม่อย่าส่งตนเข้าประกวดเลย ดาบแหวนก็บอกให้บานเย็นสงสารมันเถอะ

“ช่วยไม่ได้ มันอยากลองดีเอง” บานเย็นปรามผัว ผลักกระเต็นเข้าห้อง “คราวนี้ข้าไม่ใจอ่อนแน่นังเต็น เอ็งต้องอยู่ในนี้จนกว่าจะถึงวันประกวด!”

ooooooo

ดาบแหวนคุยกับจ่าเฉยขณะนั่งกินกาแฟกันที่ตลาดบึงกร่างเรื่องบานเย็นบังคับ ให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟปีนี้ จ่าเฉยพูดขำๆแหยงๆว่ากลัวกระเต็นจะเตะก้านคอกรรมการหักเสียมากกว่า

ดาบแหวนตำหนิตัวเองว่า ตนผิดเองเป็นตัวการชักจูงให้กระเต็นมาคลั่งไคล้เรื่องไสยเวท แต่จ่าเฉยเห็นว่าเรื่องนี้ มันอยู่ที่ศรัทธา ทั้งยังบ่นว่าถ้ากรมตำรวจเรามีจอมขมังเวทสักกองทัพ ป่านนี้ก็คงปราบพวกเสือเมฆได้แล้ว

“เออ ได้ข่าวว่ามันอาละวาดอีกแล้วใช่ไหม” ดาบแหวนถาม จ่าเฉยบอกว่าปล้นเรือเสี่ยเส็งบ้านคลองขุ่น ตำรวจตายเกลี้ยง ดาบแหวนฟังแล้วได้แต่พูดปลงๆว่า “ถ้าข้างบนไม่เชื่อเรื่องนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้”

“ผู้หมวดเพชรไงพี่แหวน เราลืมหมวดไปได้ยังไง แกมาลองของกับพี่แล้วนี่” จ่าเฉยนึกได้

ดาบกับจ่ามองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

หมวดเพชรที่ดาบแหวนกับจ่าเฉยฝากความหวังไว้นั้น หลังจากได้รู้จักกับดาลินและลุยกับพวกจิ๊กโก๋ในวันนั้นแล้ว ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันเป็นพิเศษ วันนี้ดาลินก็แกล้งโทร.มาอำ พอจำกันได้เธอก็ให้เขาพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันไถ่โทษที่โกหกเธอว่าตัวเองเป็น แค่ตำรวจชั้นผู้น้อยธรรมดาๆคนหนึ่ง

เพชรพาเธอไปทานที่ภัตตาคารจีน ปรากฏว่าเธอชอบมาก อยู่ลอนดอนก็มีร้านอาหารจีนแต่ไม่อร่อยเหมือนที่บ้านเรา

ที่ภัตตาคารนี่เอง ดาลินปะทะกับชิดใจ เมื่อต่างก็แย่งห้องเดียวกัน แต่ดาลินจองห้องวีไอพีนี้ไว้ก่อนแล้ว ชิดใจจะเอาห้องเดียวกันนี้ให้ได้ ขู่เพชรว่าแฟนตนมีดาวบนบ่ามากกว่าเขา ถามว่ารู้จักผู้กองดามพ์แห่งกองปราบหรือเปล่า

ดาลินถือว่าตัวเองเป็นลูกสาวอธิบดี เย้ยว่าคนที่ดาวจะหลุดจากบ่าไม่ใช่ฝ่ายตนแน่ แล้วบอกผู้จัดการอย่างวางอำนาจว่า

“ผู้จัดการ ฉันหิวแล้ว ถ้าไม่ได้นั่งโต๊ะนี้เดี๋ยวนี้ฉันจะย้ายร้าน”

“เชิญด้านนอกดีกว่านะครับ ผมจะจัดโต๊ะใหม่ให้” ผู้จัดการหันไปขอร้องชิดใจ

“ได้! แกเตรียมปิดร้านได้เลย” ชิดใจขู่แล้วเดินสะบัดไป

เมื่อเข้าไปในห้องวีไอพีได้สมใจหมายแล้ว ดาลินบ่นว่าโปลิศไทยนี่ใหญ่น่าดู ขนาดแค่มีแฟนเป็นผู้กองยังอวดเบ่งขนาดนี้ บอกเพชรว่า “ดาจะฟ้องคุณพ่อให้ย้ายอีตาผู้กองดามพ์ พรุ่งนี้เลย”

เพชรช่วยแก้ให้ว่าดามพ์คงไม่รู้เรื่องด้วย ดาลินถามว่าเขารู้จักดามพ์จริงๆหรือ

“ครับ เขาเป็นคนสนิทคุณพ่อ งานของคุณดาเขาก็ไปนะครับ” เพชรเล่า ดาลินสรุปว่าก็เท่ากับดามพ์เป็นลูกน้องพ่อเขาแล้วทำไมเขาถึงปล่อยให้ดามพ์ วางอำนาจอยู่ได้ เพชรตอบปลงๆว่า “คนที่ถูกกดขี่มามาก พอได้ทีมีอำนาจขึ้นมาบ้างก็เลยอดแสดงไม่ได้ ตรงกันข้าม เรามีอำนาจในมือ ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ไม่งั้นในสังคมก็จะมีแต่คนใช้อิทธิพลเต็มไปหมด”

ดาลินชื่นชมเพชรว่าถ้าเมืองไทยมีตำรวจอย่างเขาเยอะๆ

คงน่าอยู่ที่สุด แต่เพชรกลับบอกว่า ตำรวจอย่างเขาไร้ประโยชน์ที่สุดต่างหาก ทำเอาดาลินงงถามว่าทำไมหรือ เขาได้แต่ยิ้มเศร้าๆ

ooooooo

ที่ลานประชุมในชุมโจรเสือเมฆ กำลังมีการประชุมกัน เสือเมฆได้รับรายงานจากสมุนแล้วปรารภว่า

“ฝั่งโน้นมันจะขนอาวุธเถื่อน ข้ามชายแดนมางั้นรึ หึ ไอ้พวกตำรวจมันต้องมีส่วนรู้เห็นด้วยแน่ เสืออย่างเราปล้นคนเลวช่วยคนจน แต่ไอ้พวกถือกฎหมาย มันเอาแต่จะคิดปล้นชาติปล้นแผ่นดิน”

ทับเสนอให้ดักปล้นเสียเลยเพราะอาวุธเรากำลังร่อยหรอเต็มที หาญแย้งทันทีว่าไม่เห็นด้วย ทับมองตาขวางถามว่า “อะไรของเอ็งอีกวะไอ้หาญ”

“ถ้าพวกตำรวจมีส่วนรู้เห็น การปล้นครั้งนี้ก็เสี่ยงไม่น้อย ไม่แน่มันอาจจะเป็นกับดักเพื่อล่อพวกเราไป อีกอย่างถ้ามันเป็นอาวุธเถื่อนจริง เราก็จะกลายเป็นคนผิด” หาญชี้แจง

ทับโวยวายว่าเราเป็นโจรไม่ใช่พ่อพระ หาว่าหาญเอานิสัยตำรวจเก่ามามองปัญหา หาญโต้ว่าก็เพราะเคยเป็นตำรวจเลยไม่ประมาท แล้วพูดเหมือนจะปรามทับในทีว่า

“แล้วมันก็ทำให้ข้าได้รู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างที่คนอื่นไม่รู้”

เสือเมฆชมว่าหาญรอบคอบทั้งยังบอกทับให้หัดรอบคอบอย่างนี้บ้าง เพราะเราจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วบอกทุกคนว่า

“แต่อาวุธของเราก็ใกล้จะหมดเต็มที เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะปล้นขบวนขนอาวุธเถื่อน แต่ครั้งนี้เราจะปล้นให้เงียบที่สุดโดยไม่ใช้ชื่อของชุมเสือเมฆ ไอ้หาญไอ้ทับ ครั้งนี้ข้าให้พวกเอ็งแสดงฝีมือเต็มที่”

ทับรับคำทันทีว่าจะไม่ทำให้เสือเมฆผิดหวัง ในขณะที่หาญเริ่มกังวลใจ

แต้มกับแหลมคนใกล้ชิดทับไม่พอใจหาญหาว่า หาญชอบขัดคอทับอยู่เรื่อยถามว่าเมื่อไรจะจัดการ ทับบอกให้ใจเย็นๆ หัวเราะทีหลังดังกว่า แล้วบอกทั้งสองว่า

“ข้ารู้มาว่า พวกที่ขนอาวุธเข้ามาคราวนี้ไม่ใช่หมู ในเมื่อไอ้หาญมันเก่งนัก ข้าก็จะให้มันแสดงฝีมือให้เต็มที่ มันจะได้รับความดีความชอบหนักๆ ไปคนเดียว” พูดแล้วทับยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา หาญยืนสั่งการสมุนเสือที่ลานโล่งในชุมโจรก่อนออกปฏิบัติการว่า

“ครั้งนี้พวกเราจะปล้นโดยไม่แสดงตัว ห้ามใช้อาคมโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด” พูดแล้วเห็นแต้มท่าทางอิดโรยถามว่าเป็นอะไร แล้วแหลมกับทับล่ะ แต้มพูดเสียงอ่อนระโหยว่า

“พี่ทับไม่สบายจ้ะพี่หาญ ท้องเสียทั้งคืนเลย ข้ากับไอ้แหลมก็เหมือนกัน ไม่รู้แม่ครัวมันทำอะไรให้กิน”

ชัดฟังแล้วโวยวายว่าเสือเมฆไม่ได้ไปด้วย หาญไปคนเดียวแบบนี้จะไหวหรือ หาญรีบห้ามบอกว่าตนไหวบอกแต้มให้กลับไปพักเสีย แล้วสั่งชัดให้รีบไปเกณฑ์พวกเรามาเพิ่มก็แล้วกัน ชัดรีบไปทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิด

พลับพลึงแอบฟังอยู่ นึกแผนออกทันทีว่าจะทำอะไรในงานนี้

ทุกคนจากชุมโจรเสือเมฆเอาผ้าคาดหน้าใส่หมวกปกปิดใบหน้าหมดทุกคน ในนั้นรวมทั้งพลับพลึงด้วย เมื่อทุกคนพร้อมจึงเริ่มเคลื่อนกำลัง ระหว่างนั้นพลับพลึงเอื้อมมือไปจับคันระเบิด ชัดตกใจคว้ามือไว้ พอได้สัมผัสมือชัดก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จ้องตาพลับพลึงพึมพำ “พลับพลึง นี่เอ็ง!”

พลับพลึงถลึงตาไม่ให้เสียงดังเดี๋ยวหาญรู้ ก็พอดีหาญเห็นถามชัดว่ามีอะไรหรือเปล่า ชัดบอกว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเรียบร้อยดี หาญไม่ติดใจ ส่วนพลับพลึงค่อยๆ ก้มหน้าเดินเลี่ยงไป

ooooooo

ขบวนรถขนอาวุธจากชายแดนฝั่งโน้นขับตามกันมา มีคนคุ้มกัน 8 คน ศรีวรรณเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ เมื่อรถมาถึงจุดที่พวกหาญซุ่มอยู่ ต้นไม้ใหญ่ก็ถูกโค่นขวางถนนทันที

“ป้องกันของไว้ให้ได้” เสียงศรีวรรณตะโกนสั่งลูกน้อง หาญเดินออกไปสั่งว่าถ้าไม่อยากตายก็วางอาวุธเสีย ศรีวรรณสวนมาทันควันว่าไม่มีทาง จึงเปิดฉากยิงต่อสู้กันสนั่นป่า

ภาพที่เห็น ลูกน้องศรีวรรณถูกยิงตายเป็นใบไม้ร่วง ตัวศรีวรรณเองถูกยิงนั่งพิงรถจี๊ปเหมือนตายแล้ว ชัดเห็นดังนั้นร้องบอกหาญว่าเราไปเก็บอาวุธกันเถอะ หาญห้ามไว้เพราะดูทุกอย่างมันง่ายเกินไป

แต่พลับพลึงไม่ฟังเสียงวิ่งพรวดออกไป ทำให้หาญกับชัดต้องวิ่งตามไป พลับพลึงตรงไปที่ศรีวรรณเอาปืนเขี่ยหน้าอย่างเย้ยหยัน พลันศรีวรรณก็เตะตวัดขาพลับพลึงล้มลงแล้วจับเป็นตัวประกันทันที สั่งหาญกับชัดให้บอกลูกน้องถอยไปเดี๋ยวนี้

ศรีวรรณตะโกน “พี่น้องของข้า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณที่ถูกยิงตายกลับลุกขึ้นจับปืน ชัดมองตะลึงบอกหาญว่า “พี่หาญ พวกมันมีวิชา”

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างต่อสู้กันยังปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณต่อสู้อย่างบ้าเลือด กระสุนและอาวุธพวกหาญไม่อาจทำอะไรมันได้เลย

หาญทิ้งปืนวิ่งเข้าไปใช้มือเปล่าชกท้องศรีวรรณ ได้ผล! ศรีวรรณทรุดลงบ้วนลูกกลมๆสีดำออกมา หาญร้องบอกทุกคนว่า

“ว่านคงกระพัน เฮ้ย...พวกเรามันอมว่านเอาไว้”

รู้เช่นนั้นแล้ว พวกของหาญต่างพากันเข้าบีบคอบ้าง สับกระเดือกบ้าง จนลูกน้องศรีวรรณคายว่านออกมา สุดท้ายพวกมันถูกยิงถูกฟันตายเหลือเพียงสองสามคน

“เอ็งเสร็จแน่” พลับพลึงถือมีดจะเข้าไปฟันศรีวรรณ พริบตานั้นศรีวรรณดำดินหายวับไปต่อหน้าต่อตา

“วิชาดำดิน!” หาญมองตะลึง เห็นพวกศรีวรรณพากันวิ่งอยู่ใต้ดินผลุบโผล่ที่นั่นที่นี่ พวกชัดช่วยกันยิงก็ไม่ถูก

แต่ในที่สุด ศรีวรรณก็พ่ายแพ้แก่หาญที่ดึงตะกรุดของอาจารย์อินที่คอออกมาเป่ามนต์ใส่ ตะกรุดกลายเป็นเชือกตวัดเข้ารัดร่างศรีวรรณไว้จนแน่นหนา

“ยอมแพ้ซะ มนต์ดำของเอ็งสู้ข้าไม่ได้หรอก เอ็งแพ้แล้ว”

พลับพลึงแย่งเคียวในมือชัดจะพุ่งเข้าทำร้ายศรีวรรณ ถูกหาญตวาดให้หยุดไม่ใช่เรื่องของตัวเองที่ทำวันนี้ก็เกินพอแล้ว พลับพลึงเขวี้ยงเคียวเดินปึงปังไป ชัดหยิบเคียววิ่งตามไป

ooooooo

ศรีวรรณถูกจับเป็นเชลยเอากลับไปที่ชุมโจรเสือเมฆถูกมัดและขังไว้ในกรง

เมื่อเสือเมฆได้ฟังหาญเล่าถึงฤทธิ์เดชของศรีวรรณ ถึงกับพึมพำอย่างแปลกใจว่า

“ข้าไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงที่ไหนวะ จะมีอาคมแกร่งกล้าขนาดประมือกับเอ็งได้”

“เป็นอาคมที่มาจากฝั่งโน้น ดุดัน และน่ากลัวมาก ข้าเองก็เกือบแย่” หาญยอมรับ

ข่าวหาญจับเชลยสาวสวยมาได้ ลือกันแซดในหมู่สมุนโจร โดยเฉพาะทับตาวาวขึ้นมาทันที ลอบไปดูศรีวรรณที่ห้องขัง ศรีวรรณใช้มารยาหลอกล่อทับให้นวดให้ ทับได้ใจไล่แต้มกับแหลมออกไป

ศรีวรรณโผเข้ากอดทับไว้แน่นอ่อยจนทับเคลิ้ม...

ฝ่ายหาญเล่าเรื่องเชลยสาวสวยให้เสือเมฆฟังแล้ว เสือเมฆอยากไปดูถูกรื่นรั้งไว้ไม่ยอมให้ไปไหน เพราะวันนี้เป็นเวรที่จะต้องอยู่กับตน เสือเมฆจึงให้หาญไปสอบปากคำเชลยก่อนก็แล้วกัน

หาญไปที่ห้องขังศรีวรรณ เจอทับอยู่ที่นั่น หาญเตือนทับว่าให้กลับไปเสียเพราะผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าที่เขาคิด ทับหาว่าหาญจะเก็บไว้กินคนเดียวไม่ยอมไปท่าเดียว

พลางง้างหมัดจะต่อยหาญ

จู่ๆทับก็ปวดท้องล้มลงดิ้นทุรนทุราย แต้มกับแหลมวิ่งเข้ามาดู หาญรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือศรีวรรณ ถามว่า “เอ็งทำอะไรไอ้ทับ”

“อยากรู้เหรอ งั้นเอาไปดูให้ชัดๆเลยดีไหม” ศรีวรรณหัวเราะเยาะสะบัดผงดินในมือใส่หาญผงดินเหล่านั้นกลายเป็นตะขาบไต่ยั้วเยี้ยไปหมด หาญร่ายมนต์คุ้มกันตัวเองไว้ แต่แต้มกับแหลมถูกตะขาบรุมกัดเพราะมัวแต่ห่วงทับจนไม่ทันระวังตัว

“ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม” หาญเดินเข้าหาศรีวรรณด้วยความโกรธจัด

ooooooo

ที่ศาลาใหญ่ชุมโจรเสือเมฆ ทับกับแต้มกำลังดิ้นทุรนทุรายร้องโอดโอย อาจารย์อินเร่งบริกรรมคาถา หยดน้ำตาเทียนลงในขันน้ำเกิดเป็นน้ำวน แล้วบอกให้เอาน้ำมนต์นี้ไปให้พวกทับกิน

หาญ ชัด และพลับพลึง ช่วยกันเอาน้ำมนต์กรอกปากทับ แต้ม และแหลม ครู่เดียวทั้งสามก็อ้วกออกมาเป็นน้ำสีเขียวเน่าๆ มีตะขาบยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

จากนั้น หาญกับชัดเดินนำอาจารย์อินกับเสือเมฆเข้าไปในห้องขังศรีวรรณ เสือเมฆถามศรีวรรณว่ามาจากไหนเป็นผู้หญิงแท้ๆทำไมถึงมีวิชาคุณไสยร้ายกาจแบบนี้

“ที่หมู่บ้านข้า วิชาพวกนี้แม้แต่เด็กก็ใช้เป็น พวกเอ็งมันหมาหมู่ เก่งจริงปล่อยข้าออกไปแล้วสู้กันตัวต่อตัวซิ”

เสือเมฆบีบปากศรีวรรณที่บังอาจท้าสู้กับตน หาญรีบเข้าไปดึงเมฆออกมา  เมื่อศรีวรรณเป่าลมจากปากใส่ กลายเป็นเข็มพิษพุ่งไปปักที่เสา อาจารย์อินเข้าไปหยิบดู

“นังนี่มันเรียนมาจากหมอผีที่เชี่ยวชาญคัมภีร์ไสยดำรวมการใช้พิษทั้งหมด ถึงเอ็งจะคงกระพันยังไงก็ต้านพิษมันไม่อยู่” อาจารย์อินพูดแล้วว่าคาถาเป่าลงฝ่ามือสะบัดไป เกิดควันดำพุ่งเข้าปะทะศรีวรรณจนร้องจ๊าก “เอาไปถ่วงน้ำแล้วสะกดวิญญาณมันซะ” อาจารย์อินบอกเมื่อศรีวรรณสลบสิ้นฤทธิ์

หาญทำไม่ลงขอเป็นว่าให้ทำลายอาคมแล้วส่งกลับไปฝั่งโน้นก็พอ อาจารย์อินเตือนว่าปล่อยงูพิษเข้าป่ามีแต่จะวกกลับมาฉกเราทีหลัง ส่วนเสือเมฆเดินไปมองศรีวรรณอย่างเสียดายแต่ก็ตัดใจบอกหาญว่า

“ทำตามที่อาจารย์อินบอกเถอะ ไอ้หาญ”

ooooooo

เป็นความบังเอิญ ที่วันนี้เกศินีไปซื้อผ้า เจอกับดาลินไปหาซื้อผ้าเช่นกัน แต่พอออกจากร้านดาลินถูกนักวิ่งราวกระชากกระเป๋าถือไป ดาลินไล่ตามไป คนร้ายชนกับคนที่สวนมาล้มลง ดาลินจึงเข้าไปคว้ากระเป๋าคืน ส่วนเกศินีร้องตะโกนให้คนช่วยกันจับขโมย สุดท้ายคนร้ายวิ่งไปชนเกศินีล้มแล้วหนีไป

ดาลินรีบเข้าประคองเกศินีถามว่าเจ็บมากไหม เกศินีจะลุกขึ้นแต่เจ็บแปลบที่ข้อมือจนต้องนั่งลง

เมื่อพาเกศินีกลับถึงบ้าน ดาลินโทร.ไปบอกเพชร เขารีบกลับมา เจอดาลินกำลังพันข้อมือให้แม่อยู่รีบเข้าไปถามว่าแม่เป็นยังไงบ้าง

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ข้อมือซ้นนิดหน่อย หนูดาเขาก็ทายาให้แม่แล้ว”

เพชรถามว่าแจ้งความหรือยัง ดาลินบอกว่าตกใจจนลืมแจ้งความ ครั้นเพชรจะไปแจ้งความเกศินีกลับห้ามไว้ บอกว่าช่างเถอะ ยังไงเขาก็เอาของเราไปไม่ได้ บางทีเขาอาจทำไปเพราะความลำบากก็ได้

“แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล้นจี้นะครับ”

“ตามใจ แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับพ่อนะ แม่ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง” เกศินีย้ำ เพชรพยักหน้ารับคำ

หลังจากนั้น  เพชรกับดาลินไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ดาลินพูดอย่างชื่นชมว่า น่าอิจฉาคุณพ่อกับคุณแม่เขา ท่านทั้งสองคงรักกันมาก แล้วเปรยๆว่าไม่รู้ชาตินี้ตนจะเจอผู้ชายดีๆอย่างคุณพ่อเขาบ้างไหม

“คุณดาไม่เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า ลูกไม้มักจะหล่นไม่ไกลต้นเหรอครับ” เพชรพูดมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ทำเอาดาลินเขินแกล้งเดินหนี แต่ไปสะดุดพื้นล้มลง เพชรถลาประคองไว้ ดาลินมองหน้าเขาตาสบตากันอย่างวาบหวิว

เกศินีมองอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างพอใจ

ooooooo

คืนนี้ เพชรอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ลงมาเดินเล่นที่สวน จนเกศินีลงมาทัก เพชรแก้เกี้ยวว่าอากาศมันดี ถูกผู้เป็นแม่ดักคอว่า “ไม่ใช่เพราะคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะ”

เพชรหัวเราะถามว่าแม่หมายถึงดาลินหรือ ตนกับเธอเพิ่งพบกันไม่กี่ครั้งเอง เกศินีบอกว่าดูท่าทางดาลินจะชอบเขามาก สาวสมัยนี้เก่งเหลือเกินไม่เหมือนรุ่นแม่

“ถ้าให้ทาย คุณพ่อคงส่งจดหมายจีบคุณแม่ เขียนจดหมายโต้ตอบกันเป็นปีกว่าจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน”

“เปล่าเลย ไม่ใช่อย่างนั้น แม่กับพ่อไม่ได้รักกันเลย” เกศินีตอบทันที

“อ้าวเหรอครับ แต่คุณพ่อเล่าให้ผมฟังว่าคุณพ่อจีบคุณแม่ตั้งแต่เป็นนักเรียน แต่กว่าคุณแม่จะยอมรับรัก คุณพ่อก็เป็นร้อยตรีแล้ว”

เกศินีตอบไม่เต็มเสียงว่า  ตอนนั้นตนยังเด็กไม่ได้สนใจคุณพ่อเลย เพชรชมว่าคุณพ่อต้องอดทนน่าดู ถ้าเป็นตนหากผู้หญิงไม่รักตนไม่ง้อแน่ เอะใจถามแม่ว่า “แล้วคุณแม่เคยชอบคนอื่นนอกจากคุณพ่อไหมครับ”

เกศินีเสียงเข้มขึ้นว่าทำไมถามแบบนี้ เขารีบขอโทษบอกว่าแค่ถามเล่นๆ

“เรื่องแบบนี้พูดเล่นไม่ได้ คุณพ่อได้ยินเข้าจะไม่ชอบใจรู้ไหม...ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ” เกศินีตัดบทแล้วเดินเข้าบ้านไป เพชรมองตามแม่ไปงงๆว่า ทำไมจู่ๆแม่ถึงไม่สบายใจขึ้นมา

ooooooo

ที่ริมลำน้ำ...ศรีวรรณที่สลบไสลอยู่ถูกแบกมาที่นั่น ชัดสั่งลูกน้องให้เอากระสอบคลุมเสียแล้วตัวเองก็เอาหินถ่วงกระสอบส่งสัญญาณให้ลูกน้องโยนกระสอบลงน้ำ พลางเอ่ย

“อโหสิกรรมให้ข้าด้วย ข้าต้องทำตามคำสั่ง”

หย่อนกระสอบลงน้ำแล้วพวกชัดก็พากันกลับ แต่ที่นั่น หาญค่อยๆโผล่ออกมาพอเห็นปลอดคนก็กระโดดลงไปช่วยศรีวรรณทันที พาร่างศรีวรรณไปในถ้ำให้นั่งพิงผนังถ้ำ

ทันใดนั้น ใบหน้าศรีวรรณมีของพิษไหลตามเส้นเลือด ใบหน้าเธอหมองคล้ำ ครู่เดียวก็กระอักเลือด

“ร่างกายเอ็งบอบช้ำเพราะมนต์อาจารย์อิน ข้อขอโทษ แต่มีวิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตเอ็งได้”

หาญปลดกระดุมถอดเสื้อของศรีวรรณออก ก่อไฟแล้วนั่งด้านหลังเอามือทาบหลังศรีวรรณ โดยเปลือยท่อนบนทั้งคู่ อึดใจเดียวเหงื่อก็พราวไปทั้งสองคน...

หาญทำพิธีร่ายคาถาเป่ามนต์และเอาแผ่นทองคำเปลวแปะที่หน้าผากศรีวรรณ แผ่นทองคำเปลวถูกดูดซับไปทันที เขาเคาะกระหม่อมเธอถ่ายคลื่นพลังจากตัวเองสู่ศรีวรรณ จนเหงื่อสีดำเป็นเม็ดๆ ผุดออกจากผิวหนังทั่วทั้งตัวและควันสีดำลอยออกจากปาก ไม่นานนักศรีวรรณก็ล้มลง หาญเข้าไปกอดไว้ ประคองให้นอน เอาผ้าขาวม้าห่มให้...

รุ่งขึ้น ขณะหาญลุกไปต้มยาอยู่ปากถ้ำนั้น ศรีวรรณรู้สึกตัวขึ้นมา พบตัวเองเปลือยท่อนบน มองไปเห็นเสื้อผ้าตัวเองแขวนอยู่ เธอด่า “ไอ้คนชั่ว!” ด้วยความแค้นที่คิดว่าหาญย่ำยีตนไปเอาเสื้อแล้ววิ่งหนีไป

เมื่อหาญเอายาต้มกลับเข้ามาไม่เห็นศรีวรรณจึงออกตามหา ถูกเธอโจมตีจากข้างหลัง ด่าว่าเขาย่ำยีตน หาญชี้แจงว่าตนเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ก็ถูกตวาด “ไม่ต้องพูด”

ท่าทางศรีวรรณยังอ่อนล้า หาญบอกว่า

“ที่ข้าต้องถอดเสื้อผ้าเอ็ง ข้าทำไปเพราะต้องขับพิษอาคมของอาจารย์อินที่อยู่ในตัวเอ็งออก เอ็งยังรู้สึกไม่มีแรงแขนและขายังชาอยู่ นั่นเพราะพิษอาคมในตัวเอ็งยังถูกขับออกไม่หมด ข้าต้มยามาให้กิน อีกสองสามวันถึงจะหายเป็นปกติ”

ศรีวรรณไม่ยอมกินรั้นแต่จะกลับบ้าน หาญจึงจับไว้บอกว่าถ้าไม่ยอมกินดีๆ ก็ต้องป้อน แล้วอมยากรอกเข้าปากศรีวรรณ จนเธอตกใจตาค้าง เมื่อใช้ปากกรอกยาใส่ปากศรีวรรณเสร็จ หาญเอ่ยเบาๆ

“ข้าขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ พักผ่อนเสีย อย่าหนีไปไหน ข้าทำมนต์อำพรางที่นี่ไว้แล้ว ข้าเสร็จธุระจะรีบกลับมา”

ศรีวรรณที่ถูกประกบปากกรอกยายังใจเต้นตูมตามโครมครามจนทำอะไรไม่ถูก หาญก็เดินออกไปแล้ว เธอมองตามใจสั่นหวิว...

ooooooo

ทับฟื้นขึ้นมาก็แค้นใจ เชื่อว่าหาญหลอกพวกตนไปติดกับ คำรามต่อหน้าแต้มกับแหลมว่า

“ไอ้หาญ เอ็งทำข้าก่อนนะ ข้าต้องเอาคืนให้สาสมแน่!”

ฝ่ายหาญออกจากถ้ำกลับมาถึงเรือนพักก็รีบไปอาบน้ำ ทับที่กำบังกายเข้ามาตรงไปหยิบสนับเล็บเสือที่หาญวางไว้ จ้องหาญคำรามเบาๆ “หมดเวลาของเอ็งแล้วไอ้หาญ!”

วันนี้ ลออเมียหลวงของเสือเมฆไปเปิดกรงขังปล่อยพลับพลึงออกมา กำชับพลับพลึงว่าลุงให้ปล่อยแต่ห้ามออกจากเรือนไปไหนถ้าตนไม่อนุญาต พลับพลึงทำหน้าฮึดฮัดเดินออกไป

พลับพลึงเดินไปเจอกระด้งตากสมุนไพรก็กวาดหกกระจัดกระจาย รื่นเห็นเข้าหัวเราะเยาะว่าพลับพลึงเหมือนหมาบ้า ใครๆก็อยากจะขังไว้กลัวไปไล่กัดชาวบ้าน โดนพลับพลึงเหวี่ยงกระด้งใส่จนร้องเสียงหลง วิ่งร้องขอความช่วยเหลือไป

พลับพลึงวิ่งไล่ตาม แต่ไปชนเอาชัดเข้า ชัดเลยบอกว่าตนกับหาญจะเข้าหมู่บ้านอยากได้อะไรไหมจะซื้อมาให้

“ไม่ต้อง ข้าซื้อเองได้” พลับพลึงตวาดใส่ ชัดถามว่าโกรธตนเรื่องอะไรอีกล่ะ “ข้าโกรธตัวเองต่างหากที่เกิดมาเป็นผู้หญิง แถมยังต้องมาทนเห็นหน้าผู้ชายแหยๆอย่างเอ็งด้วย” ด่าแล้วสะบัดหน้าเดินไปเลย ชัดมองตามแล้วถอนใจเฮือกใหญ่...

ooooooo

วันนี้ หาญกับชัดจะนำเสบียงอาหารที่ปล้นได้ไปแจกให้ชาวบ้าน แต่พอจะออกเดินทาง หาญคลำหาสนับเล็บเสือที่เอวปรากฏว่าไม่เจอ นึกทบทวนแล้วคิดว่าลืมไว้ที่บ้านจึงขอเวลากลับไปเอา

ขณะหาญเดินกลับเรือนพักนั้น ทับซุ่มอยู่ย่องไปที่โรงเก็บสมบัติ จัดการฆ่ายามสองคนทิ้งแล้วเข้าขโมยสมบัติใส่กระเป๋าบนอานม้า

ส่วนแต้มกับแหลมก็ช่วยกันหลอกล่อชัดให้มาช่วยขนของขึ้นเกวียน เพื่อเบนความสนใจจากโรงเก็บสมบัติจนกระทั่งหาญกลับมา ชัดถามว่าเจอไหม หาญบอกว่าไม่เจอแต่ไม่ได้บอกว่าไปหาอะไร เมื่อเห็นเตรียมเสบียงที่จะไปแจกชาวบ้านขึ้นเกวียนเรียบร้อยแล้วก็ชวนออกเดินทาง

ระหว่างนั้นเอง เสือเมฆไปที่โรงเก็บสมบัติ เห็นยามถูกฆ่าและประตูเปิดค้างอยู่ เสือเมฆโกรธมากตวาดถามว่า “ฝีมือใคร!” เมื่อทุกคนเงียบกริบทั้งงงทั้งกลัว เสือเมฆสั่งเฉียบขาดว่า

“ค้นบ้านทุกหลัง ต่อให้พลิกฟ้าข้าก็ต้องหาตัวไอ้สารเลวนี้ให้ได้”

แต้มกับแหลมนำลูกน้องไปค้นที่โรงเก็บอาวุธ ทับกับลูกน้องค้นที่ศาลาและลานฝึก ส่วนเสือเมฆไปตรวจที่โรงเสบียง พอออกจากโรงเสบียงมองไปมีแสงสะท้อนบางอย่างจากพงหญ้าข้างหน้า เมื่อไปหยิบดูกลายเป็นสนับเล็บเสือเปื้อนเลือด เสือเมฆหน้าเครียดขึ้นทันที

แต้มกับแหลมค้นโรงเก็บอาวุธแล้วก็จะไปค้นที่เรือนพักของหาญ พลับพลึงไม่ยอมให้ค้นเถียงว่าหาญไม่มีวันทำเรื่องแบบนี้ แต่เสือเมฆที่ยืนดูอยู่พยักหน้าอนุญาตทั้งสองจึงเข้าไปค้น

ครู่เดียวก็เจอห่อผ้าในนั้นมีสมบัติที่ปล้นมา เสือเมฆถึงกับมองอึ้ง พลับพลึงก็ยังไม่เชื่อว่าหาญจะทำ ทับจึงเสนอว่างั้นเราก็ตามไปถามความจริงกันดีกว่า

ทับพาเสือเมฆ   แต้มและแหลม  ตามไปทันกองคาราวานของหาญที่กลางป่า เมฆเปิดฉากทันทีว่าโรงเก็บสมบัติโดนขโมยและยามถูกฆ่า ทับเอาห่อผ้าที่ค้นได้ชูให้ดูบอกว่าค้นเจอซ่อนอยู่ในเรือนพักของหาญ

หาญปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ ชัดก็ช่วยพูดว่าต้องมีคนใส่ร้ายหาญแน่ๆ เสือเมฆถามว่าแล้วสนับเล็บเสือของหาญอยู่ไหน หาญบอกตามตรงว่ามันหายไปไหนไม่รู้ คงตกอยู่ที่บ้านแต่ตนหาไม่ดีเอง

“มันไม่ได้ตกอยู่ในบ้านเอ็งหรอก แต่มันถูกทิ้งไว้ในพงหญ้า คราบเลือดยังติดอยู่เลย”

เสือเมฆพูดจบ ทับก็ถล่มหาญทันทีว่าหลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ยังจะแก้ตัวว่าอย่างไร เสือเมฆแสดงความผิดหวังต่อหาญแล้วสั่งจับ แต้มกับแหลมพรวดเข้าจับอย่างเร็ว

เสือเมฆเอาเชือกร่ายอาคมมัดหาญไว้แน่นหนา บอกหาญสีหน้าเหี้ยมเกรียมว่า

“เชือกอาคมของข้า จะทำให้เอ็งใช้วิชาอาคมไม่ได้ เอ็งจะถูกลงโทษที่ผาพญาไฟพรุ่งนี้!”

ooooooo

ผู้การยิ่งยศแค้นใจมากที่เรือสินค้าของเสี่ยเส็งถูกปล้น สั่งดามพ์ให้หาทางแกะรอยให้ถึงชุมโจรแล้วส่งกำลังไปถล่มให้ราบ

ดามพ์รายงานว่าไม่มีใครเคยเข้าถึงชุมมันเลยนอกจากหมวดเพชร ยิ่งยศเสียงกร้าวทันทีว่าอย่าเอาลูกชายตนไปยุ่งเด็ดขาด ตนไม่เชื่อว่าเสือเมฆจะล่องหนหายตัวได้ตลอดไป ตนจะทำให้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

ถูกผู้การถล่มมา ทำให้ดามพ์หงุดหงิดมาก แม้แต่ชิดใจที่เป็นคู่ขาก็ยังไม่สามารถทำให้ผ่อนคลายได้ ชิดใจเอาใจบอกว่าตนอยากช่วย ถูกดามพ์ปรามาสว่า

“แค่ให้ไปนวดนายคราวที่แล้ว ยังโดนไล่เลย” พูดแล้วดามพ์จะกลับ ชิดใจอ้อนให้อยู่ต่อเขาสัญญาว่า “รอให้ปราบไอ้พวกเสือเมฆได้ก่อน ผมจะมาค้างกับคุณทั้งอาทิตย์เลย” พูดแล้วไปอย่างไม่แยแสชิดใจเลย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ที่หน้าผาพญาไฟ หาญในสภาพถูกมัดด้วยเชือกอาคมของเสือเมฆถูกนำตัวไปที่นั่น เสือเมฆเป่าคาถาที่เชือกเกิดแสงขึ้นวูบหนึ่ง ชัดยืนอยู่กับลออและพลับพลึง ลออมาถามเสือเมฆว่า

“ไม่ลองสืบสาวราวเรื่องให้มันแน่ชัดกว่านี้รึพี่เมฆ”

เสือเมฆย้อนถามว่าแค่นี้ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ พลับพลึงชี้แจงว่าป้าลออคงหมายถึงว่าถ้าหาญโดนแกล้งล่ะ เสือเมฆย้อนถามว่าใครหน้าไหนจะกล้ามาแกล้งใส่ความหาญ ตวาดว่า “ข้าไม่ได้โง่นะ”

ส่วนชัดขอเสือเมฆว่า หาญเพิ่งทำความผิดครั้งแรกให้ละโทษตายไว้ไม่ได้หรือ

“พอเลย ถ้าอย่างนั้นกฎก็ไม่เป็นกฎแล้ว” เสือเมฆตวาดแล้วหันไปทางหาญ “ถึงข้าจะรักเอ็งแค่ไหน แต่เมื่อเอ็งทำผิด ข้าก็ต้องรักษากฎ” แล้วหันไปถามทุกคนที่มารายล้อม “จะร่ำลากันก่อนไหม”

เมื่อทุกคนเงียบ เสือเมฆบอกหาญ “หมดเวลาของเอ็งแล้ว” พูดแล้วหันหลังเดินห่างออกไป หาญที่ยืนอยู่ริมหน้าผา ก้าวอย่างเด็ดเดี่ยวไปที่ปลายหน้าผาแล้วกระโดดลงไปทันที ท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกใจของทุกคน

ooooooo

กำจัดหาญแล้ว วันนี้ทับกับแต้มไปขุดของที่เม้มไว้เพื่อแบ่งปันกัน หลังจากขุดเอาของออกมาแล้ว ทัพบอกแหลมกับแต้มว่า อยากกินอะไรเต็มที่เลย พลางวางห่อผ้าหยิบสร้อยออกมาส่งให้แต้มกับแหลม

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” เสียงเสือเมฆดังขึ้น ทำเอาทั้งสามแทบช็อก

ทับลนลานเอาของขึ้นมาบอกว่ากำลังจะเอาไปให้เสือเมฆอยู่พอดี ถูกเสือเมฆเอาตะพดหวดขาจนทรุด ด่าอย่างแค้นใจว่า

“เสียแรงที่ข้าไว้ใจ สุดท้ายสันดานที่แท้จริงพวกเอ็งก็ปรากฏ จับพวกมันมัดไว้”

สิ้นเสียงเสือเมฆ หาญเดินออกมาพร้อมเชือก ทับมองตะลึงถามว่า “ไอ้หาญ...เอ็งยังไม่ตาย”

“มัจจุราชยังไม่ต้องการตัวข้าหรอก แต่เอ็งนี่ซิ ข้าเตือนเอ็งแล้ว ไอ้ทับ”

ทับหน้าเจื่อน สมุนเสือเมฆกรูกันเข้าล้อมกรอบพวกทับจนมันทั้งสามงันงก พวกมันถูกมัดไปที่ศาลาใหญ่ชุมโจร เสือเมฆนั่งเป็นประธานพิพากษาโทษ

“ข้าสังหรณ์ใจตั้งแต่วันที่ปล้นเรือแล้ว ไอ้ทับ ว่าเอ็งจงใจจะให้ข้าตาย” ทับโทษว่าตนถูกหาญใส่ร้าย “ข้าแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ ข้าถึงให้ไอ้ทองคอยตามดูเอ็ง แล้วข้าก็ได้รู้”

ที่แท้แล้ว เสือเมฆให้กุมารทองติดตามดูจนเห็นทับใช้สนับเล็บเสือของหาญฆ่ายามสองคนแล้วเข้าไปขโมยสมบัติในห้องเอาออกมาใส่กระเป๋าบนอานม้าของหาญ

ส่วนที่ทับเห็นหาญกระโดดลงหน้าผาไปต่อหน้าต่อตานั้น ที่แท้นั่นคือหุ่นพยนต์ที่เสือเมฆบริกรรมคาถาเสกขึ้นมา

ระหว่างนั้น รื่นตกใจกลัวคิดจะหนี พอดีพลับพลึงมาตามบอกว่า เสือหาญให้ไปดูการตัดสินโทษทับที่ศาลา

ooooooo

ทับ แหลม และแต้ม ถูกนำตัวไปที่ผาพญาไฟเพื่อลงโทษตามกฎ  ทับร้องขอชีวิต  กราบเสือเมฆขอ แก้ตัวอีกสักครั้ง แต้มกับแหลมก็ฟูมฟายตัวสั่นว่าต่อไปเสือเมฆจะใช้ให้ทำอะไรพวกตนยอมทั้งนั้น

เสือเมฆพูดเสียงเย็นเยียบว่าสายไปแล้ว หาญเดินเข้ามาขอโอกาสให้พวกทับอีกสักครั้ง เพราะว่า

“ไอ้ทับมันก็ถือเป็นมือขวาพี่คนนึง สร้างผลงานให้กับชุมเสือเรามาเยอะ กับอารมณ์โลภชั่ววูบถ้าฆ่ามันทิ้งก็ตายเปล่า”

“หึ...มือขวาหรือ ข้าว่ามันจะเป็นหอกข้างแคร่เสียมากกว่า” เสือเมฆแค่นยิ้ม

“พี่เมฆจำคำอาจารย์อินได้ไหม ชะตาของพี่ไม่สู้ดี ควรที่จะทำบุญมากกว่าสร้างบาป การให้ชีวิตไอ้ทับก็ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์นะพี่” หาญหว่านล้อม ในที่สุดเสือเมฆยอมให้โอกาสทับกับพวก แต่ลงโทษด้วยการลดตำแหน่งลง

ก่อนปล่อยตัว เสือเมฆสั่งให้เอาทั้งสามคนไปขังกรงไว้กลางแดดไม่ให้ข้าวไม่ให้น้ำสามวันเต็มๆ จากนั้นก็ให้ไปทำหน้าที่ขุดดินผ่าฟืน สั่งการแล้วเสือเมฆพูดกับหาญว่า

“นี่ถือว่าข้าปรานีมากแล้ว ถ้าพวกมันไม่ถึงที่มันก็รอด”

พวกทับถูกขังกรงอยู่กลางแดดจนหน้าดำปากแห้ง หาญสงสารเอาว่านไปให้อมแก้กระหาย ทับไม่เชื่อใจแต่แต้มกับแหวนคว้าไปอม แล้วเอาที่หาญวางไว้ให้ทับอม แต้มบอกว่าให้เอาชีวิตรอดไว้ก่อนดีกว่า

ooooooo

ศรีวรรณคอยหาญอยู่ที่ถ้ำกินกล้วยเป็นอาหารจนหมดเครือหาญก็ยังไม่มา จึงลุกเดินออกจากถ้ำเจอหุ่นพยนต์ที่หาญให้เฝ้าอยู่หน้าถ้ำเล่นงานเสียย่ำแย่ ดีแต่หาญกลับมาพอดีหุ่นพยนต์จึงตกลงที่พื้น

ศรีวรรณดีใจชมหาญที่มีสัจจะที่บอกว่าจะกลับมาก็กลับมาจริงๆ เมื่อหาญทำแผลให้ ศรีวรรณทำท่าปัดป้องแต่อดวาบหวิวกับสัมผัสจากชายหนุ่มไม่ได้ จนเมื่อหาญทำแผลเสร็จเธอบอกว่าไม่เจ็บแล้ว ขอบใจ

“ดี พักสักหน่อย บ่ายนี้ข้าจะได้ส่งเอ็งกลับบ้านเสียที”ศรีวรรณใจแป้วเมื่อรู้ว่าหาญจะส่งกลับจริงๆแต่ก่อนที่จะแยกกันที่ชายแดน หาญได้มอบถุงเสบียงให้ ทั้งยังถอด เบี้ยแก้ที่คอให้ด้วย บอกว่า เบี้ยแก้นี้จะช่วยให้เธอพ้นอันตราย

ก่อนจากกันศรีวรรณถามว่าทำไมเขาถึงช่วยตน ไม่กลัวตนกลับมาแก้แค้นหรือ ยอมรับว่า ความจริงตนก็แค่รับจ้างคุมอาวุธมาส่งเท่านั้น อาวุธเหล่านั้นไม่ใช่ของตน

หาญเชื่อว่าเธอไม่ใช่คนร้าย เตือนว่าให้เลิกทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้เสียก่อนที่จะถลำลึกกว่านี้

“เอ็งพูดเหมือนเอ็งไม่อยากเป็นโจร” ศรีวรรณมองหน้าค้นหา

“ใช่ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ข้าจะไม่เลือกทางสายนี้เด็ดขาด” หาญตอบขรึมๆเมื่อแยกกันแล้วหาญขี่ม้ากลับ ระหว่างทางยังคิดถึงคำพูดของศรีวรรณที่ว่าเขาพูดเหมือนไม่อยากเป็นโจร นอกจากคำตอบที่ให้ศรีวรรณไปแล้ว หาญยังบอกกับตัวเองว่า “แต่มันสายไปแล้ว...สายไปทุกอย่าง...”

ooooooo

หลังจากที่หาญได้ขอชีวิตทับกับแต้มและแหลมไว้แล้ว เมื่อทั้งสามถูกเอาไปขังตากแดด หาญก็ยัง เอาว่านแก้กระหายน้ำให้อม ทำให้ทับซาบซึ้งน้ำใจของหาญ เมื่อออกจากกรงขัง ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานจริงจังจนอ่อนล้า หาญก็มีแก่ใจเข้าไปช่วยทำงาน ทับพูดอย่างซาบซึ้งว่า

“ข้าแพ้น้ำใจเอ็งแล้วไอ้หาญ ต่อแต่นี้ข้าเป็นหนี้ชีวิตเอ็ง จะสั่งให้ข้าไปขึ้นเขาลงห้วยข้าก็ยอมทั้งนั้น” ทั้งยังบอกแต้มกับแหลมว่าถ้าถือตนเป็นลูกพี่ก็ต้องนับถือหาญเหมือนกัน ทั้งสองรีบฝากเนื้อฝากตัว

“ข้าดีใจที่พวกเอ็งคิดได้ จากนี้ไป ชุมเสือเมฆจะเข้มแข็งไม่มีใครมาทำลายได้” หาญชื่นชม

ooooooo

ที่บึงกร่าง กำลังจะมีการประกวดธิดามะไฟ กระเต็นถูกบานเย็นเคี่ยวเข็ญให้ซ้อมเดินไม่เว้นวัน จนถึงวันประกวด บานเย็นไปเรียกกระเต็นที่ห้อง จึง รู้ว่าลูกสาวตัวแสบแอบหนีออกทางหน้าต่างไปแล้ว

แต่บานเย็นก็ตามล่าจนเจอ ลากกลับไปแต่งตัวเพื่อเข้าประกวดคืนนี้ และสุดท้ายก็คุมกระเต็นไปหลังเวทีประกวดจนได้ พอสาวงามอื่นๆเห็นกระเต็นที่แก่นเป็นม้าดีดกะโหลกมาเข้าประกวด ก็พากันหัวเราะเยาะพูดดังๆให้กระเต็นได้ยินว่า วันนี้เขาจ้างจำอวดมาเล่นบนเวทีประกวดด้วยหรือ

บานเย็นทนฟังไม่ได้จะเอาเรื่อง แต่กระเต็นกลับบอกแม่ว่าเขาพูดถูกแล้ว บานเย็นก็ยังจะกระโจนไปเอาเรื่องกับสองสาว ดาบแหวนรีบมาหย่าศึกบอกว่าเขากำลังจะเรียกขึ้นเวทีอยู่แล้ว บานเย็นเลยหันมาปรามกระเต็นว่า “ถ้าเอ็งทำให้ข้าขายหน้าละก็ เอ็งตายแน่เข้าใจไหม!”

ooooooo

เพชรชวนดาลินไปเที่ยวที่บึงกร่างเพื่อจะสืบข่าวเรื่องเสือเมฆ แม้ว่าดาลินจะไม่ชอบนักแต่ก็พอใจที่ได้มากับเพชร เมื่อมาถึงบึงกร่างเพชรไปหาจ่าเฉยที่โรงพักทันที ถามข่าวเรื่องจับพวกเสือเมฆ

จ่าเฉยบอกว่าตามไปก็เจอแต่เรือสินค้าเปล่าจอดอยู่ เพชรถามว่าแล้วไปแถวที่ตนบอกรึเปล่า

“ค้นกันจนละเอียดแล้วครับหมวด พวกมันมีมนต์พรางชุมโจรไว้ คงหาไม่เจอง่ายๆ”

จากการคุยกับจ่าเฉยเพชรรู้ว่ามีงานวัดที่บึงกร่างแถมยังมีประกวดธิดามะไฟ ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือกระเต็นจะเข้าประกวดด้วย เพชรฟังแล้วทั้งทึ่งทั้งขำ ทำให้ดาลิน นึกอยากเห็นกระเต็นสาวที่ทำให้เพชรหัวเราะขำคนนี้ขึ้นมา

ส่วนเสือเมฆถือโอกาสนี้ไปทำพิธีอาบน้ำว่าน โดย มอบหมายให้ลออดูแลที่ชุมโจรกับหาญ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้จัดการแทนตนได้เลย ระหว่างนั้นถ้าไม่มีอะไรก็ไม่อยากกลับมากลางคัน

ทับปรารภกับหาญและชัดว่า คืนนี้มีงานวัดที่บึงกร่าง แต้มกับแหลมต้องแอบหนีไปเมาหัวราน้ำแน่ๆ หาญบอกว่ากลับมากันเมื่อไรก็ค่อยลงโทษ ทับพูดอย่างหวั่นใจว่ากลัวจะไม่ได้กลับเพราะสายตำรวจเต็มไปหมด ค่าหัวพวกเราแพงยิ่งกว่าทองเสียอีก

หาญเป็นห่วงจะไปตามแต้มกับแหลมกลับมา ทับขอไปด้วย จึงเหลือชัดเฝ้าชุมอยู่กับลออเท่านั้น

ooooooo

ที่งานวัด เสียงกลองเสียงโทนเริ่มกระหน่ำเรียกคนแล้ว พวกพ่อค้าแม่ขายก็ร้องขายขนมข้าวต้มกันเจื้อยแจ้ว สาวๆแต่งตัวสวยมาเที่ยวงาน หนุ่มๆก็แต่งหล่อมาเดินเท่อวดสาวกัน

กระเต็นถูกบานเย็นเคี่ยวเข็ญบังคับจนใกล้จะขึ้นเวทีอยู่แล้ว โฆษกประกาศให้กระเต็นออกไปเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องให้คะแนนด้วยการซื้อลูกโป่งให้

เพชรกับดาลินมาเห็นการประกวด เพชรบอกให้ดาลินคอยสักครู่แล้ววิ่งไปซื้อลูกโป่งเหมาทั้งพวงเทคะแนนให้กระเต็นเต็มที่ ดาลินนึกสนุกวิ่งไปซื้อลูกโป่งบ้าง

บนเวทีประกวดนั่นเอง อ้อยสาวที่หัวเราะเยาะกระเต็นว่าเป็นจำอวด ก็ยังหาเรื่องไม่เลิกแกล้งเดินกระแทกกระเต็นล้มลูกโป่งแตกบางส่วนหลุดมือไป

“นังอ้อย เอ็งแกล้งข้า” กระเต็นโมโห อ้อยจะเดินหนีถูกกระเต็นขัดขาล้มลง เลยกลายเป็นกระโดดตบกันวุ่น พวกคนพูดกันฮือฮาที่เวทีประกวดธิดามะไฟกลายเป็นเวทีมวยปล้ำไปแล้ว

ดาลินวิ่งตามคนขายลูกโป่ง เรียกให้หยุดแล้วจะเหมาหมด แหลมกับแต้มเดินมาเห็นเกิดกลัดมันขึ้นมาเดินเข้าไปชวนรำวง พอถูกปฏิเสธมันช่วยกันดักทางไม่ให้ดาลินเดินหนี ดาลินโมโหกระทืบส้นรองเท้าลงบนเท้าแต้มแล้ววิ่งหนี
พวกมันตามไปทันที ดาลินทำกระเป๋าสตางค์หล่นและถูกแต้มกับแหลมล็อกตัวลากไปที่มุมลับตา ขณะมันจะลากดาลินไปท้ายวัดนั่นเอง หาญโผล่มาเจอพอดี

ส่วนกระเต็นตบกับอุ่นอยู่บนเวที บานเย็นขึ้นไปช่วยลูก กระเต็นอาศัยจังหวะชุลมุนหนีจากเวทีไป เพชรเห็นดังนั้นวิ่งตามไปกระเซ้าเย้าแหย่ว่าอย่างเธอน่าจะประกวดธิดาวานรมากกว่าธิดามะไฟ

ระหว่างนั้นเอง เห็นเด็กสองคนกำลังแย่งกระเป๋าของดาลินที่ทำตกไว้กันอยู่ เพชรจำได้ตกใจว่าดาลินต้องไม่ปลอดภัยแน่จึงวิ่งตามหา

หาญที่มาเจอแต้มกับแหลมฉุดดาลินอยู่เข้าไปขวางแต้มกับแหลมเห็นท่าไม่ดีเลยพากันเผ่น มันผลักดาลินจนเซจะล้ม หาญรีบเข้าไปรับไว้ประคองพาไปหาที่นั่ง

เพชรกับกระเต็นถือกระเป๋าของดาลินเข้ามาเห็นพอดี เพชรชักปืนตวาด

“เสือหาญ ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:27 น.