ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สายวันเดียวกันนั้น อาจารย์อินไปหาเสือเมฆที่เรือนพัก บอกว่าเสือสิบหมดอายุขัยแล้ว เสือเมฆบอกว่าหาญกำลังจะเอาตัวเพชรไปแลกเสือสิบกลับมา

“ชะตาของเอ็งกำลังเข้าสู่มุมอับ บริวารจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ เอ็งต้องหยุดเคลื่อนไหวสักพัก แล้วรีบมาอาบนํ้าว่านให้เสร็จพิธี” อาจารย์อินสั่ง เสือเมฆฟังแล้วกลุ้ม

ทั้งสองไม่รู้ว่าพลับพลึงแอบฟังอยู่ที่ประตู

ที่ลานชุมโจร ชัดวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเสือเมฆที่ยืนรออยู่ บอกว่าหาญเอาตัวเพชรไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว และไปคนเดียว เสือเมฆถามว่าแล้วทับไปไหน ชัดบอกว่าทับไม่อยู่เห็นเด็กบอกว่าเข้าไปหาของในป่ากับแต้มและแหลม

“พอจะเรียกใช้ หายหัวไปกันหมด” เสือเมฆบ่น ชัดถามว่ามีอะไรหรือ “ข้าตกลงจะไม่แลกตัวกับไอ้ตำรวจนั่นแล้ว เราต้องรีบไปสกัดไอ้หาญ”

พลับพลึงเสนอตัวจะไปให้ เสือเมฆไม่ให้ไปเพราะไม่อยากทะเลาะกับลออ บอกพลับพลึงว่าอย่ายุ่งดีกว่า ชัดอาสาจะไปให้ เสือเมฆกลัวว่าจะไม่ทันแล้ว พลันก็นึกได้เมื่อเห็นกุมารทองกระโดดลงมาจากต้นไม้เสือเมฆสั่ง

“ไอ้ทอง ไปหาไอ้หาญแล้วบอกมันตามที่พ่อบอก”

ooooooo

ที่ป่าไผ่ อันเป็นจุดนัดแลกตัวกัน รถตำรวจมาจอดรออยู่แล้ว ดามพ์นั่งอยู่ที่หน้ารถ และหาญพาเพชรเข้ามาเผชิญหน้ากับดามพ์

“หมวดปลอดภัยดีใช่ไหม” ดามพ์ถามเพชร

เพชรบอกว่าไม่ต้องห่วงตน ทำตามหน้าที่ของเรา หาญโพล่งขึ้นว่าอย่าทำปากเก่งเลย หมวดก็เห็นเองไม่ใช่หรือว่าจะจัดการกับพวกตนนั้นมันไม่ง่าย ดามพ์ถามหาญว่าแล้วจะเอายังไง

“ก็อย่างที่บอก ถ้าอยากได้ตัวไอ้หน้าอ่อนนี่ ก็เอาไอ้สิบมาแลก” หาญยื่นเงื่อนไข

“ไอ้สิบอยู่ในรถ มันบาดเจ็บตั้งแต่สู้กับตำรวจที่ตลาด ลุกไม่ไหว” ดามพ์บุ้ยไปที่รถ หาญมองไปเห็นเสือสิบนั่งหลับตาอยู่ที่เบาะรถ

“งั้นแกถอยออกจากรถ” หาญมองดามพ์อย่างไม่ไว้ใจ แล้วผลักเพชรให้เดินไปทางรถตำรวจ

ทันใดนั้น กุมารทองกระโดดมาขวางหน้าร้องบอก “อย่าไป” หาญหันมอง กุมารทองรีบบอกว่า “พ่อให้มาบอกว่าไอ้สิบชะตาขาด ให้กลับชุมเดี๋ยวนี้”

ทุกคนมองว่าหาญพูดกับใคร โดยเฉพาะเพชรมองหาก็ไม่เห็นเพราะกุมารทองหายวับไปแล้ว หาญลังเล ใจจริงแล้วเขาอยากช่วยเพชร จึงตัดสินใจผลักเพชรหัวทิ่มเข้าไปในรถ พริบตานั้นดามพ์ยกมือให้สัญญาณ พวกตำรวจอีก 6 นาย ที่ซุ่มอยู่โผล่มาพร้อมอาวุธ รุมยิงหาญทันที

หาญกลิ้งหลบไปหลังรถ ยิงสวนพลางกำดินขึ้นมาว่าคาถา เวลาเดียวกันนั้นเพชรที่ถูกผลักเข้าไปในรถตกใจเมื่อเห็นว่าเสือสิบตายแล้ว ส่วนดามพ์ตะโกนให้หาญมอบตัวเสียมิฉะนั้นคงต้องจับตาย

หาญตะโกนบอกว่าตนยอมแล้ว ดามพ์ยิ้มเยาะว่าที่แท้มันก็ไม่เหนียวจริง แต่หารู้ไม่ เมื่อหาญโผล่มาเขายกมือชูขึ้นแต่ยังกำดินไว้ ขณะเดินเข้าหาดามพ์เขาซัดดินเข้าใส่ดามพ์กับตำรวจ พวกนั้นเจอนะจังงัง ก้าวย่างอย่างแสนลำบากเข้าหาหาญ ในขณะที่หาญเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว เดินมาที่รถ เอาตะกรุดคืนให้เพชร

“หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะหมวด”

พูดเสร็จหาญแบกร่างเสือสิบวิ่งหายไป เพชรพยายามถูเชือกที่มัดมือกับแง่งรถจนขาดแล้วกระโดดลงจากรถ เห็นดามพ์กับตำรวจทุกคนยังยืนแข็งทื่ออยู่ เพชรพุ่งเข้าเขย่าตัวดามพ์ถาม

“ไอ้เสือคนนั้นล่ะ” ดามพ์รู้สึกตัว มองงงๆ พอเพชรบอกว่ามันเอาศพเสือสิบหนีไปแล้ว ดามพ์ยิ่งงง พึมพำ “เป็นไปได้ไงวะ”

ooooooo

เมื่อเพชรกลับมาที่โรงพักบึงกร่าง เจอยิ่งยศผู้เป็นพ่อรออยู่ เขาถามพ่อว่ามาได้ยังไง ยิ่งยศตำหนิว่าถ้าดามพ์มาช่วยไม่ทันป่านนี้ตนมิต้องเสียลูกชายคนเดียวไปแล้วหรือ บ่นว่าทำไมไม่คิดถึงหัวอกแม่บ้าง แม่เขาเป็นห่วงมากรู้รึเปล่า

เพชรขอโทษพ่อ ยิ่งยศหันไปขอบใจดามพ์ว่าถ้าไม่ได้เขาตนคงต้องมารับศพลูกกลับบ้านแน่

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ แต่เสียดายที่มันไม่เป็นไปตามแผน จับตัวคนร้ายมาด้วยไม่ได้ ส่วนตัวประกันที่ไปแลกก็ถูกลูกหลงที่ยิงสู้กันตาย ผมเลยปล่อยให้มันเอาศพไป” ดามพ์ปั้นนํ้าเป็นตัวเอาหน้า

เพชรฟังแล้วงงไม่เชื่อว่าเสือสิบจะถูกกระสุน ส่วนจ่าเฉยที่รู้เรื่องดียืนอึ้ง แต่พอสบตาดามพ์เท่านั้นจ่าก็ก้มหน้าหลบตาทันที

ยิ่งยศบอกดามพ์ว่าทำรายงานมาก็แล้วกัน แล้วชวนเพชรกลับ เพชรขอไปล้างหน้าก่อน เมื่อเข้าห้องนํ้า เพชรอดไม่ได้ที่จะหยิบตะกรุดที่ได้คืนจากหาญมาดู จ่าเฉยโผล่มาเห็นพอดี แซวว่า

“ที่แท้หมวดมีของดีนั่นเองถึงรอดจากไอ้โจรจอมขมังเวทย์มาได้” เพชรถามว่าจ่าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ “ยิ่งกว่าเชื่ออีกครับหมวด ตะกรุดนี่หมวดได้มาจากอาจารย์ไหนครับ” จ่าเฉยสนใจมาก

เพชรไม่ตอบ แต่มองตะกรุดแล้วคิดถึงวันที่เกศินีผู้เป็นแม่มอบตะกรุดนี้ให้บอกว่าเป็นของขวัญจากแม่ให้พกติดตัวไว้ เขาถามว่าเป็นอะไรหรือ

“ตะกรุดสามกษัตริย์ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ลูกคลาดแคล้วจากอันตราย”

คิดถึงคำพูดของแม่แล้ว เพชรก็คิดถึงตอนที่ตัวเองถูกทับฟันแต่ไม่เข้า เห็นทับเอาตะกรุดออกไปดู กระนั้นเขาก็ยังไม่เชื่อ บอกจ่าเฉยที่ยืนมองอยู่ว่าโจรพวกนั้นมันต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างแน่ไม่ใช่มีอิทธิฤทธิ์เหนือคนธรรมดา

“มันก็มีคาถาอาคมไงหมวด ของพรรค์นี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ” เพชรถามว่าถ้าเหนียวจริงเสือสิบจะถูกยิงตายหรือ จ่าเฉยโพล่งออกไปว่า “มันโดนกดนํ้าตายต่างหากครับ” พูดแล้วนึกได้เอามืออุดปากอุ๊บ

“อะไรนะจ่า” เพชรสงสัย จ่าเฉยรีบหาข้ออ้างว่าสารวัตรคงจะเรียกใช้แล้วฉวยโอกาสผละไป

ooooooo

ที่โขดหินริมน้ำตกในป่า ทับ แหลม และแต้ม พากันไปที่นั่น ทับพูดอย่างอาฆาตว่าตนจะต้องจัดการหาญให้พ้นไปจากชุมของเราให้ได้  แต้มกับแหลมยุยงส่งเสริมทันที แต่ก็บ่นว่านับวันเมฆก็เชื่อหาญทุกอย่าง

“เหมือนมันเล่นเมตตามหานิยม” แหลมฉุกคิด ทับปรามาสว่าฝีมืออย่างหาญไม่อยู่ในสายตาตนหรอก

แต้มขุดหลุมเอาห่อผ้าที่ฝังดินไว้ขึ้นมาแกะดูชวนว่า จะสนใจทำไมกับเรื่องเหล่านั้น เราเอาสมบัติที่เม้มไว้ไปขายแล้วไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่า แหลมเห็นด้วยทันทีเพราะอดอยากปากแห้งมานานแล้ว

ทับหยิบกำไลทองขึ้นมาดู พลันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคน มันหันไปเห็นเงาวิ่งหนีไปไวๆ

“มีคนแอบดูเรา เอ็งฝังของไว้ก่อน ข้าจะไปจัดการมัน” ทับสั่งแล้ววิ่งตามเงาแว้บๆนั้นไป

ทับวิ่งตามไปทันจึงรู้ว่าที่แท้คือรื่นนั่นเอง มันตะโกนให้หยุด รื่นวิ่งลงไปในน้ำ ถูกทับไล่ตามไปกอดจากข้างหลัง รื่นร้องให้ปล่อย ขู่ว่าจะไปฟ้องเสือเมฆว่าทับยักยอกของที่ปล้นมา

“ถ้าเอ็งใจร้ายกับพี่ขนาดนั้นพี่ก็ยอมตาย แต่เอ็งไม่รู้หรอกว่า ของพวกนั้น พี่ตั้งใจจะเอาเป็นของกำนัลให้เอ็ง เพราะพี่แอบรักเอ็งมานานแล้ว ตั้งแต่พี่เมฆเอาตัวเอ็งมาจากเวทีนางรำ”

รื่นโลภขึ้นมาแต่ยังทำปากกล้าขู่ว่า ถ้าไม่ปล่อยตนจะร้อง ทับยอมตายแต่ก่อนตายขอชื่นใจสักครั้ง พลางทับก็ว่าคาถานะเมตตาเป่าใส่รื่น พริบตาเดียวรื่นก็ระทวย

“ถ้าเอ็งเป็นเมียข้า ข้ารับรองว่าเอ็งจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ”

รื่นระทวยในอ้อมกอดของทับท่ามกลางสายน้ำฉ่ำเย็น ครู่เดียวสายน้ำก็พัดผ้าถุงของรื่นลอยหายไป

ooooooo

กระเต็นได้รับประกันตัวกลับถึงบ้านก็ถูกบาน- เย็นไล่ตี โกรธที่ลูกทะลึ่งไปขุดโลงผี แต่ตีเท่าไรก็ไม่ถูก กระเต็นหลบซ้ายหลบขวาไวกว่าลิงเสียอีก สุดท้ายบานเย็นยืนหอบ ประกาศว่าถ้าวันนี้กระเต็นไม่โดนหวายตนก็อย่ามาเรียกแม่กันเลย

ดาบแหวนกลับมาเห็นแม่ลูกกำลังฮึ่มๆใส่กันอยู่ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน บานเย็นเล่าว่ากระเต็นไปขุดโลงผีซ้ำ

ยังตีหัวตาแช่มขี้เมาด้วย ดาบแหวนถามว่ากระเต็นไปขุดโลงผีทำไม

พอกระเต็นเล่าว่าตนแค่จะลองของนิดหน่อยแต่เกิดผิดพลาดไปนิดเดียวเองไม่งั้นก็ได้สาลิกาลิ้นทองมาแล้ว แทนที่ดาบแหวนจะห้ามปราม กลับถามอย่างสนใจ ทำให้บานเย็นขัดใจคว้าขวดเหล้าหวดหลังดาบแหวนดังโพละ ด่าว่าแทนที่จะห้าม เดี๋ยวได้หวดทั้งพ่อทั้งลูกเลย

ดาบแหวนเลยทำเป็นของขึ้นจะเอาเรื่องกระเต็น คว้ามือจะลากไปกราบขอโทษหลวงตา ดีไม่ดีจะจับบวชชีเสียเลย

“เฮ้ยไม่ได้นะไอ้แหวน ข้าจะส่งมันประกวด  บวชชีไม่ได้โว้ย” บานเย็นวิ่งไล่ตามขาแทบขวิดแต่ไม่ทัน

ที่แท้ดาบแหวนลากกระเต็นให้พ้นหน้าแม่เท่านั้น พอพ้นมาแล้วก็สอนลูกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่กิจของผู้หญิง กระเต็นอ้างว่าตนจะเรียนเอาไว้ป้องกันตัว อย่างน้อยก็ไว้สู้กับพวกเสือเมฆ ถูกพ่อติงว่ามันไม่ง่ายหรอก

กระเต็นคุยโวว่าตนเจอกับตัวเป็นๆของลูกน้องเสือเมฆมาแล้ว แค่สะเดาะกุญแจยังทำไม่ได้เลย

“นี่เอ็งเจอลูกน้องเสือเมฆเหรอ เมื่อไหร่” ดาบแหวนตื่นเต้นมาก

ooooooo

ยิ่งยศพาเพชรกลับมาถึงบ้านพักที่กรุงเทพฯ เพชรถามพ่อว่าเคยเจอกับพวกเสือเมฆไหม ยิ่งยศบอกว่าตนอยู่สายงานปราบปรามยาเสพติด เลยไม่ได้ปะทะกับโจรนอกกรุง ย้อนถามว่าทำไมหรือ

“ตอนที่มีคนบอกว่าพวกมันอยู่คงกระพัน ผมไม่เชื่อ แต่ตอนที่สู้กันผมเห็น...” เพชรพูดไม่ทันจบ ยิ่งยศก็ขัดขึ้นว่าไม่มีอะไรสู้ความดีได้หรอก เขาถึงได้รอดมาได้

เพชรยังพยายามจะเล่าสิ่งที่ตนพบเห็นมา แต่ยิ่งยศตัดบท ก็พอดีเกศินีออกมารับ มองลูกแล้วถามว่าทำไมมอมแมมแบบนี้ ลูกไม่ได้ไปสัมมนาใช่ไหม เพชรปดว่าไปแต่รถเสียและฝนตกหนัก

“อือม์...เพชรโทร.มาบอกผมก็เลยไปรับ ไปเพชร ไปอาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน” ยิ่งยศตัดบทแล้วสองพ่อลูกก็รีบแยกย้ายกันไป ยังความสงสัยแก่เกศินียิ่งนัก

ooooooo

จนเมื่อเพชรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาล้มตัวลงนอนพักพลางหยิบตะกรุดขึ้นมาดู ขณะนั้นเองเกศินีมาเคาะประตูเข้ามาพูดกับเพชรอย่างแม่ลูกที่ไม่เคยปิดบังอะไรกันว่า

“สิ่งเดียวที่เพชรทำไม่ได้ในชีวิต คือโกหกแม่ บอกความจริงแม่มาเถอะเพชร เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เพชรกอดแม่อย่างรู้สึกผิด จากนั้นเขาเล่าความจริงทุกอย่างให้แม่ฟัง เห็นแม่ตกใจเขาปลอบว่า

“ผมรอดมาแล้วนะครับแม่ ขณะที่คนอื่นต้องตาย มีคนบอกว่าเพราะตะกรุดที่แม่ให้ผมพกไป แม่ได้ตะกรุดนี้ มาจากไหนครับ”

เกศินีบอกว่า ผู้มีพระคุณท่านหนึ่งให้มา รู้ว่าพระอาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ปลุกเสกให้แต่แม่จำชื่อไม่ได้ โชคดีที่พวกโจรมันไม่ได้เอาตะกรุดไป เพชรเองก็เล่าอย่างแปลกใจว่า ลูกน้องคนหนึ่งเห็นตะกรุดนี้ก็คาดคั้นถามว่าเอามาจากไหน ตนนึกว่ามันคงปล้นไปแน่แล้ว แต่กลับเอามาคืนให้ตอนที่แลกตัวประกันกัน

“อานุภาพตะกรุดนี้คงทำให้คนเมตตาลูก”

“ไม่...ผมไม่เชื่อ ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ไอ้เสือหาญคนนี้ดูจะฉลาดกว่าโจรคนอื่น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมมันช่วยผม”

เกศินีมองอึ้งถามว่า เมื่อกี้เขาเอ่ยชื่อใคร เสือหาญหรือ เพชรบอกว่าใช่ เสือหาญเป็นมือขวาของเสือเมฆ เกศินีนิ่งอึ้ง หน้าซีดเผือดไปทันที

เมื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง เกศินีไปยืนที่ระเบียง ลมพัดแรงเหมือนฝนจะตก แต่เธอไม่สนใจ ยืนครุ่นคิดอย่าง

วิตกกังวล เริ่มหวั่นๆว่า หาญจะเป็นคนเดียวกับคนที่ยังฝังใจตนอยู่จนทุกวันนี้หรือเปล่า

คิดทบทวนที่ซักถามรูปร่างหน้าตาของเสือหาญจากเพชรว่า เป็นคนหน้าคมๆ ตัวไม่ใหญ่มาก ที่สำคัญสลักรูปเสือที่หน้าอก

คิดแล้วใจสะท้าน แต่ก็ปฏิเสธเหมือนจะปลอบใจตัวเอง ว่า “เสือหาญ...พี่หาญ...คงไม่ใช่...ไม่ใช่”

ooooooo

เสือเมฆโกรธหาญมากที่เอาคนที่มีลมหายใจไปแลกกับศพกลับมา ถามอย่างจับผิดว่าทำไมถึงไปคนเดียว คนอย่างเขาไม่น่าประมาทอย่างนี้

ระหว่างนั้น ทับพยายามแทรก พูดยุยงใส่ร้ายหาญ กระทั่งกล่าวหาว่าเพราะหาญเป็นตำรวจเก่าเขาอาจเป็นสายให้ตำรวจก็ได้ พลับพลึงที่ฟังอยู่ด้วยโต้อย่างไม่พอใจว่าตนเชื่อว่าหาญไม่ทรยศพวกเราแน่

เสือเมฆสั่งลออให้เอาตัวพลับพลึงกลับเรือนเสีย แล้วบอกหาญว่า อยากฟังความจริงจากปากเขาเอง หาญจึงชี้แจงเหตุผลว่า

“ไปกันหลายคน ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะหนีลำบาก พวกเราไม่ควรจะถูกจับอีก เหตุผลข้ามีแค่นี้ เชื่อหรือไม่อยู่ที่พี่เมฆจะตัดสินใจ” พูดแล้วหาญนิ่งเงียบเหมือนพร้อมจะรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

เสือเมฆเงื้อดาบ ฟันฉับลงถูกเสื้อหาญจนขาด หาญไม่หลบเขาแค่หลับตาลงเท่านั้น

“ทำไมเอ็งไม่หลบ เอ็งก็รู้ว่าดาบลงอาคมเล่มนี้ฟันเนื้อเอ็งขาดแน่” เสือเมฆถาม

“ถ้าพี่เมฆตัดสินว่าข้าควรตาย ข้าก็ต้องตาย”

เสือเมฆนิ่งไป เก็บดาบเข้าฝัก พูดเรียบๆ ก่อนเดินกลับไปว่า “นี่ถือเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะยกให้ แต่เอ็งต้องนั่งสำนึกตรงนี้ จนกว่าจะเช้า...พวกเอ็งเอาศพไอ้สิบไปเก็บไว้ที่เรือนมัน”

ชัดดีใจรีบช่วยกันแบกศพเสือสิบไป ไม่วายหันไปยิ้มเยาะทับขณะเดินผ่าน ทำให้ทับแค้นใจนัก

ooooooo

หาญนั่งคุกเข่าที่ลานโล่งชุมโจรท่ามกลางสายฝน เขาเหม่อมองท้องฟ้า แล้วหลับตาลงคิดถึงอดีตของตัวเอง...

เวลานั้นเขาเป็นตำรวจ ในคืนฝนตกเหมือนเวลานี้เขาพักอยู่ที่บ้าน เกศินีคนรักของเขาวิ่งฝ่าสายฝนมาบอกอย่างตระหนกว่าเธอท้อง

หาญตกใจมาก เขาเอาตะกรุดสามกษัตริย์ให้เธอ บอกว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่บุญทา พระอาจารย์ที่อุปการะตนให้ไว้ บอกให้เกศินีเก็บไว้จะได้ปกป้องเธอกับลูก

เกศินีร้องไห้บอกว่าถ้าพ่อกับแม่รู้ต้องโกรธมากที่ตนชิงสุกก่อนห่าม เขาได้แต่ปลอบอย่างตั้งใจจริงว่า

“ไม่ต้องห่วง พี่จะยอมรับผิด ขอขมากับพ่อแม่เกศ แล้วเราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด ถึงพี่จะกำพร้าพี่ก็จะไม่ให้เกศน้อยหน้าใคร”

แต่แล้วก็มีเหตุอันทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปจากความตั้งใจของหาญ...

วันนั้น...ยิ่งยศนำกำลังไปปราบโจรที่จับตัวลูกชายกำนันไปเป็นตัวประกัน หาญตามไปสมทบกับยิ่งยศ เมื่อโจรร้องตะโกนให้ตำรวจเอารถที่มีน้ำมันมาให้พร้อมคนขับ ยิ่งยศกับหาญพยักหน้าให้กัน

ทั้งสองก้าวถึงประตูกระท่อมที่โจรซ่อนอยู่ โจรสั่งให้หยุดวางปืนลง ตำรวจทั้งสองทำตามคำสั่ง หาญเดินถือกุญแจรถเข้าไปยื่นให้โจรบอกว่าตนจะขับไปให้เอง ยิ่งยศยืนอยู่ใกล้ๆปืนที่วางไว้บอกโจรให้ปล่อยตัวประกัน โจรวาดปืนไปทางยิ่งยศ ยังไม่ยอมปล่อยตัวประกันจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา แล้วสั่งหาญให้นำออกไป

ขณะหาญเดินนำโจรที่จี้ตัวประกันจะออกจากกระท่อมนั่นเอง ยิ่งยศหยิบปืนของหาญที่วางอยู่ขึ้นเล็งใส่โจรที่มัวแต่สนใจหาญ ยิ่งยศเหนี่ยวไกทันที เป็นจังหวะที่ตัวประกันดิ้นเข้าทางปืนพอดี!

ตัวประกันทรุด หาญกระโดดแย่งปืนจากโจร ยิ่งยศตกใจกลัวความผิดรีบพนมมือท่องคาถานะจังงังเป่าออกไปอย่างมีแผน ทำให้ทั้งโจรและหาญไม่รู้สึกตัว

ooooooo

เมื่อหาญรู้สึกตัวขึ้นอีกทีที่โรงพยาบาล พบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจมือล็อกติดกับเตียง ยิ่งยศเดินเข้ามาพอดีบอกว่าเขายิงถูกลูกกำนันที่เป็นตัวประกันตายเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่

หาญตกใจเถียงว่าเป็นไปไม่ได้ ตนจะทำอย่างนั้นทำไม ยิ่งยศอ้างว่าเวลานั้นเขาเหมือนคนที่ของขึ้นเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ หาญพึมพำอย่างไม่เชื่อ “ของขึ้น...”

“ใช่ เราตกลงกันแล้วไงว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่เอาวิชาอาคมมาใช้ในงาน แกก็ไม่เชื่อ”

ซํ้าร้าย จากนั้นไม่นานเมื่อเขาถูกนำตัวไปที่ห้องขัง

ก็ต้องอยู่ร่วมกรงกับโจรที่เขาไปเจรจาในวันนั้น หาญพรวดเข้าไปถามว่า

“เอ็งบอกข้าหน่อยสิ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ทำไมลูกกำนันถึงตาย”

โจรคนนั้นไม่ยอมพูด จนหาญเข้าไปจับไหล่หันมาเผชิญหน้า ทันใดนั้น โจรอ้วกออกมาเป็นเศษตะปูและเส้นผม ครู่เดียวโจรก็ตัวเกร็งขาดใจตาย ตำรวจเข้ามาหาว่าหาญเป็นคนฆ่าโจรอีกข้อหาหนึ่ง

คืนนั้นยิ่งยศมาเยี่ยมหาญ เขาพยายามบอกยิ่งยศว่าตนไม่ได้ทำ ตนจะหาหลักฐานมาสู้คดี ศาลต้องเชื่อตน ขอให้ยิ่งยศช่วยเป็นพยานให้ด้วย

“ฉันไม่รู้จะช่วยแกยังไง ไอ้โจรที่ตายนั่นมันเซ็นให้การไว้หมดแล้วว่าแกยิงลูกกำนันตายแล้วจะยิงมันอีก โทษอย่างน้อยๆก็สิบปี แล้วยังคดีฆ่าปิดปากอีก ฉันว่าแกสารภาพเถอะวะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”

“แต่เราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน โตด้วยกันมาเหมือนพี่น้องกัน แกน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีวันทำแบบนั้น”

“ขอโทษว่ะเพื่อน” เป็นคำตอบตัดบทอย่างเลือดเย็นจากเพื่อนรัก


คืนนั้นหาญนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างคิดหนัก พลันก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น มองไปเห็นเม่นในสภาพถูกซ้อมสะบักสะบอมถูกโยนเข้ามา แม้จะเจ็บสาหัสแต่เม่นก็ตะโกนใส่ตำรวจอย่างแค้นใจว่า

“คอยดูนะ พี่เมฆต้องมาเอาคืนพวกแก”

เม่นถูกตำรวจถีบซํ้าอีกที จนหาญรับไม่ได้ถามว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ มองที่แขนเม่นเห็นลำแขนตุงเหมือนกระดูกหักจะทิ่มออกมา หาญจึงเอาขันนํ้ามาวางตรงหน้าบริกรรมคาถาเป่านํ้ามนต์ใส่แขนเม่น บอกให้เม่นเอานํ้ามนต์ทาซํ้าที่แขนด้วย

เม่นถามว่าเขามีคาถาอาคมด้วยหรือ เป็นเสือที่ไหน ชุมอะไร หาญบอกว่าตนเป็นตำรวจ เม่นแผดหัวเราะลั่น ถามว่าไปขัดขาใครเขาเข้าล่ะถึงต้องมาติดคุก หาญไม่ตอบแต่จะลุกหนี เม่นคว้าแขนไว้ถาม

“ข้ายังสะเดาะกลอนไม่ได้ แล้วเอ็งทำได้ไหม”

หาญสะบัดแขนออก พอดีตำรวจหิ้วห่อข้าวผัดเข้ามาบอกว่า “หมวดหาญ มีคนเอาข้าวมาให้”

เมื่อหาญรับห่อข้าวมาแกะดู ในนั้นมีเศษกระดาษซ่อนอยู่ เขารีบหยิบอ่าน

“พี่หาญ...พ่อบังคับให้ฉันแต่งงานกับยิ่งยศ พรุ่งนี้พี่มาช่วยฉันด้วย...”

อ่านจดหมายของเกศินีแล้ว หาญขบกรามแน่นพึมพำ “ไอ้ยิ่ง...ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนแก!”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เสือเมฆนำกำลังบุกมาช่วยเม่นผู้เป็นน้องชาย  แต่เม่นถูกซ้อมสาหัสเกินกว่าจะช่วยตัวเองได้ เสือเมฆเอาปืนจ่อหาญให้ช่วยกันพยุงเม่นออกไป

นี่คือจุดพลิกผันที่ทำให้หาญตกกระไดพลอยโจน...จนกลายเป็นโจร!

เมื่อต่อสู้กับตำรวจจนพาเม่นหนีไปได้แล้ว เสือเมฆชวนหาญไปอยู่ด้วยกัน เพราะเขาช่วยน้องชายตนถือว่ามีบุญคุณ ตนขอตอบแทนเขาบ้าง เร่งให้รีบไปด้วยกันขืนอยู่เขาก็ต้องตายสถานเดียว

เมื่อพากันไปถึงชุมโจร พลับพลึงที่เป็นลูกสาวของเม่นโผเข้ากอดพ่อ แค้นใจที่เห็นพ่อถูกตำรวจซ้อมปางตายและก่อนที่เม่นจะสิ้นใจ เขาบอกพลับพลึงให้อยู่กับลุงเมฆและฝากพี่ชายให้แก้แค้นตำรวจให้ตนด้วย เม่นสิ้นใจไปทั้งที่ยังไม่ทัน ได้กินยาสมุนไพรที่ลออไปต้มให้

เวลานั้น หาญยืนมองพลับพลึงที่กอดร่างพ่อร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ด้วยความสงสาร สะเทือนใจ

คิดถึงอดีตของตัวเองที่ต้องพลิกผันจากตำรวจมาเป็นโจรแล้ว หาญได้แต่เศร้าใจ...นั่งมองฟ้ารับสายฝนที่ตกลงมา จนกว่าจะเช้าตามคำสั่งลงโทษของเสือเมฆ...

จนกระทั่งเช้า เสือเมฆจึงมาที่ลานชุมโจร เจอหาญนั่งหน้าซีดปากสั่นสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก ก็เข้าไปบอกว่า “ข้าไม่ถือโทษเอ็งแล้วไอ้หาญ เอ็งกลับกระท่อมได้”

ชัดรีบเอาขวานมาจามโซ่ขาดแล้วประคองหาญที่จับไข้หนาวสั่นออกไป ทับมาแอบดูอย่างไม่พอใจ และเมื่อหาญกลับถึงกระท่อมแล้ว พลับพลึงก็เอายาหม้อมาให้บอกว่า

“น้าหาญ ลุงให้เอายามาให้น้ากินแก้ไข้ ฉันไม่เชื่อว่าน้าจะปล่อยตำรวจนั่น น้าไม่ได้ทำใช่ไหม”

หาญไม่ตอบยกยาหม้อขึ้นดื่มเงียบๆ พลับพลึงไม่กล้าเซ้าซี้เพราะรู้ดีว่าถ้าหาญดุขึ้นมาน่ากลัวแค่ไหน

รื่นเดินมากระแนะกระแหนพลับพลึงว่าน้าหลานคู่นี้รักกันเสียจริง พลับพลึงฟังนํ้าเสียงออกเลยตักนํ้าในโอ่งสาดหน้า เป็นเรื่องทันที รื่นปรี่เข้าตบ พลับพลึงผลักรื่นจนหน้าควํ่าลงไปในอ่างล้างเท้าตรงบันได ซํ้ายังจิกหัวกดนํ้าไว้อีกด้วย

ดีที่ลออออกมาเจอสั่งพลับพลึงให้หยุด รื่นด่าลออว่าไม่รู้จักสั่งสอนหลานตัวเอง ตนจะฟ้องเมฆ

“ข้าสั่งสอนให้นังพลับพลึงมันไหว้คนที่สมควรไหว้ เอ็งทำตัวสมควรให้มันยกมือไหว้ไหมล่ะ” ลออย้อน

รื่นกล่าวอาฆาตก่อนสะบัดไป พลับพลึงท้าว่ามาได้เลยตนพร้อมทุกเมื่อ เลยถูกลออดุว่าทำไมชอบหาเรื่องกับรื่นนัก รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง

“คนที่อ่อนแอมันก็ต้องถูกข่มเหงรังแกอยู่รํ่าไป ฉันไม่มีวันยอมให้ใครกดขี่หรอก”

ลออได้แต่มองหลานสาวอย่างกลุ้มใจ

ooooooo

หมวดเพชรกลับมานั่งทำงานที่กองปราบสาม-ยอด แต่เขาไม่มีสมาธิเพราะยังวนเวียนคิดแต่เรื่องการปล้นที่ตลาดบึงกร่าง โดยเฉพาะคือเรื่องคาถาอาคมที่ยิงฟันไม่เข้าไปจนถึงยาสมุนไพรบริกรรมคาถาที่หาญเอามาประคบแผลที่ท้องให้

ในที่สุดเขานั่งทำงานต่อไปไม่ได้ คว้ากุญแจรถออกไป บอกตำรวจที่นั่นว่าจะไปธุระและคงไม่กลับเข้ามาอีก

ที่วัดบึงกร่าง กระเต็นแอบไปชวนไอ้จุกไปตำหนักเจ้าแม่สาลิกา พร้อมเงินที่สะสมมาทั้งหมด บอกไอ้จุกว่าเมื่อตัวเองทำไม่ได้ก็ต้องให้เจ้าแม่ช่วย

เป็นเวลาที่เพชรไปหาจ่าเฉยที่สถานีตำรวจบึงกร่างถามว่าที่นี่มีสำนักหรือพวกบ้านคนที่เก่งไสยศาสตร์บ้างไหม ให้พาไปที

เพชรถามได้ถูกคนจริงๆ เพราะจ่าเฉยบอกว่าเรื่องนี้ ตนถนัดจะพาไปที่หนึ่งที่รู้จัก  เพชรย้ำกับจ่าเฉยว่าเรื่องนี้ให้เป็นความลับด้วย

กระเต็นกับไอ้จุกไปที่ตำหนักเจ้าแม่สาลิกา เจ้าแม่พึมพำคาถา ครู่เดียวหน้าม้าก็สั่นลุกขึ้นทำท่ากระพือปีก เพชรตามจ่าเฉยเข้ามายืนอยู่ห่างๆ เงียบๆ อย่างสนใจ เขาเห็นพิรุธที่หน้าม้ากับเจ้าแม่ส่งสัญญาณกัน เห็นอาการรำเหมือนคนบ้าของหน้าม้าแล้วเพชรก็อมยิ้มขำๆ

หลังทำพิธีเสร็จ กระเต็นเข้าไปนั่งตรงหน้าเจ้าแม่อ้าปากแลบลิ้นออกมายาว เพื่อให้เจ้าหน้าสักลงที่ลิ้น แต่เข็มยังไม่ทันถึงลิ้นของกระเต็น เพชรก็ร้องขึ้น

“ทุกคน หยุดอยู่กับที่ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

กระเต็นตกใจลืมตาดูเห็นเพชรยืนอยู่แถวใกล้ประตูทางออก เขาบอกกระเต็นว่า เธอถูกจับฐานหลอกลวงต้มตุ๋น เพชรมัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกับกระเต็นอยู่ เจ้าแม่ฉวยโอกาสนั้นวิ่งเข้าห้องไป กระเต็นวิ่งตามไป เห็นหน้าต่างเปิดอยู่วิ่งไปชะโงกดูเห็นเจ้าแม่ถลกผ้าถุงวิ่งกระเจิงเข้าป่าไป

เพชรจะกระโจนตามไป ถูกกระเต็นดึงเสื้อไว้ไม่ให้ตามด่าว่ารู้ไหมตนเสียเงินไปเท่าไหร่กว่าจะมาถึงวันนี้มาทำทุกอย่างพังหมด เพชรเลยสั่งจ่าเฉยให้เอากระเต็นไปโรงพัก เพราะสงสัยจะเป็นแก๊งเดียวกัน ไอ้จุกมองอยู่ห่างๆ ตกใจตาโตพึมพำ “ซวยแล้ว พี่เต็ม” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บไป

ooooooo

กระเต็นถูกจับไปที่โรงพัก ยังไปด่าทอทะเลาะกับเพรชโขมงโฉงเฉง จ่าเฉยรับรองว่ากระเต็นไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเจ้าแม่ลวงโลก บอกให้กระเต็นขอโทษผู้หมวดเสีย กระเต็นไม่ยอมขอโทษเพราะตนไม่ผิด

ไอ้จุกวิ่งแจ้นไปบอกดาบแหวนให้รีบไปช่วยกระเต็นเร็วๆ ดาบแหวนตกใจวิ่งตามไอ้จุกไปทันที

กระเต็นยังโต้เถียงคอเป็นเอ็นกับหมวดเพชร หนักเข้าก็ตบผัวะ ถูกหมวดเพชรกล่าวหาว่าทำร้ายเจ้าพนักงานให้สงบสติอารมณ์ในห้องขังสักพักก็แล้วกัน กระเต็นโวยวายใส่หมวดเพชรบ่นจ่าเฉยที่ไม่บอกตนว่าพวกเจ้าแม่นั้นเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ

จนดาบแหวนมาประกันตัวกลับไป หมวดเพชรเตือนดาบแหวนว่าน่าจะตักเตือนลูกสาวบ้างนะเรื่องไสยศาสตร์มันเหลวไหล พิสูจน์ไม่ได้ ไม่ควรจะเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย ดาบแหวนขอโทษหมวดแทนลูกรับปากว่าจะไม่ให้กระเต็นไปก่อเรื่องอีก

แต่พอดาบแหวนพากระเต็นกลับไปแล้ว จ่าเฉยจึงบอกว่า ดาบแหวนนี่แหละคนเล่นของตัวจริงเชียวล่ะ หมวดมีอะไรถามดาบแหวนได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับพวกเจ้าพ่อเจ้าแม่ปลอมพวกนั้น

“ตัวจริงอีกแล้วเหรอ ผมว่าจะเสียเวลาเปล่าน่ะซิ แค่วันแรกนี่ผมก็สิ้นศรัทธาแล้ว” เพชรบ่น

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้าน ถูกเกศินีผู้เป็นแม่ซักถามจนเขายอมรับว่าไปพิสูจน์อะไรบางอย่างที่บึงกร่างมา ครั้นเกศินีซักถามว่าพิสูจน์อะไร เขาควักตะกรุดออกมาเล่าว่า

“ก็ฤทธิ์เดชของพวกเครื่องรางของขลังที่งมงายกันนักน่ะซิครับ ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่ามันไม่มีจริงอย่างตะกรุดอันนี้ มันก็แค่แร่ธาตุธรรมดาๆ เท่านั้น” พูดแล้วทำท่าจะขว้างทิ้ง

เกศินีตกใจร้องห้าม บอกว่าสิ่งนี้สำคัญกับชีวิตลูกมาก พุทธคุณของตะกรุดนี้จะคุ้มครองลูกทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย เพชรบอกแม่ว่าตนจะพิสูจน์ให้แม่ดู กำตะกรุดไว้แล้วหยิบมีดจะเชือดข้อมือให้ดู

เกศินีตกใจแย่งมีดจนบาดมือ เพชรจึงได้สติรีบขอโทษแม่ เกศินีบอกว่าไม่เป็นไรแต่ขอร้องว่า

“ถึงลูกไม่เชื่อก็ให้เห็นแก่ความสบายใจของแม่นะเพชร”

เพชรกลับเข้าห้องนอนเอาตะกรุดโยนลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนอนก่ายหน้าผาก เลยไม่เห็นว่าที่ตะกรุดมีแสงเรืองขึ้นมานิดๆแล้วดับไป

ooooooo

ดาบแหวนลากกระเต็นกลับถึงบ้านก็ด่าว่ารู้ไหม ว่าที่ตัวเองต่อล้อต่อเถียงกระทั่งตบหน้านั้นเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่มีสิทธิ์ขังลืมกันเลยล่ะ กระเต็นยังเถียงคำไม่ตกฟาก ดาบแหวนเลยคว้าไม้จะหวดลงโทษ

แต่พอดาบแหวนเงื้อไม้ขึ้นเท่านั้น บานเย็นก็เข้ามาขวาง กระเต็นดีใจบอกแม่ว่าตนซึ้งจริงๆที่รู้ว่าแม่ก็รักตนเหมือนกัน

“เปล่า ที่ข้าไม่ให้ตีเอ็ง ก็เพราะไม่อยากให้ผิวเอ็งเป็น รอยหวายต่างหาก ข้าตกลงส่งเอ็งประกวดธิดามะไฟปีนี้แล้ว”

“ฮ้า!” กระเต็นร้องสุดเสียง ตกใจยิ่งกว่าจะถูกพ่อเฆี่ยนเสียอีก

ooooooo

ที่โกดังชานเมือง ดามพ์เข้ามาตรวจดูวัตถุโบราณที่กำลังขนลงจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ครู่หนึ่ง เสี่ยไพบูลย์พ่อค้าวัตถุโบราณลงจากรถที่ตามมา คุยอวดว่าของพวกนี้เพิ่งขุดขึ้นมาจากกรุเจดีย์

ดามพ์บอกว่าผู้การส่งตนมาดูเส้นทาง เสี่ยฝากเรียนท่านด้วยว่าจะขอเลี้ยงขอบคุณที่ท่านให้เกียรติดามพ์ตอบรับแต่คงต้องให้ตนเป็นคนเลือกสถานที่เอง

“ไม่มีปัญหา คืนนี้เลยเป็นไงครับ”

ดังนั้น คืนนี้ทั้งหมดจึงไปพบกันที่กินรีไนท์คลับ ดามพ์ แนะนำผู้การแก่มาม่าซังว่าเป็นเจ้านายตน มาม่าซังดีใจมากบอกว่ามากันเหนื่อยๆไปนั่งจิบเบียร์เย็นๆ กันก่อนตนเลือกโต๊ะที่มุมดีที่สุดไว้ให้แล้ว

เมื่อเสี่ยไพบูลย์มาแล้ว ดามพ์จึงเชิญไปนั่งคุยกันในห้องวีไอพี.ที่จองไว้

ผู้การกับเสี่ยไพบูลย์คุยกันอย่างถูกคอเรื่องค้าวัตถุโบราณ แต่เมื่อเสี่ยไพบูลย์ให้ค่าจิ้มก้องแก่ผู้การไม่เป็นที่พอใจ เสี่ยรีบบอกว่าแล้วจะส่งไปให้ใหม่ จากนั้นดามพ์ชวนไปใช้บริการนวดแผนโบราณที่เพิ่งเปิดใหม่ซึ่งตนเตรียมหมอนวดฝีมือดีไว้แล้ว

ที่แท้ดามพ์วางแผนให้ชิดใจคู่ขาของตัวเองไปนวดให้ผู้การยิ่งยศ บอกชิดใจว่า

“ถ้าชิดใจทำให้ท่านผู้การพอใจผมรับรองว่าอนาคตของเราจะสบายไปตลอดชาติ”

ทีแรกเมื่อยิ่งยศเข้าห้องนวด มีหมอนวดแก่ๆมานวดให้ แต่แล้วก็แอบเปลี่ยนเป็นชิดใจมานวดแทน ชิดใจยั่วยวนปลุกอารมณ์ผู้การ เธอก้มก่ายจูบที่ติ่งหู ทันใดนั้นผู้การร้องเสียงดัง “โอ๊ย...ร้อน!!”

ที่แผ่นหลังของยิ่งยศมีแสงเรืองเป็นรูปรอยสักขึ้นวาบหนึ่ง ยิ่งยศลุกพรวดขึ้นตะคอกถามชิดใจว่า เข้ามาได้ยังไง แล้วผลุนผลุนออกจากห้องนวดไปอย่างโกรธจัด เมื่อเจอดามพ์เขาตำหนิฉุนเฉียวว่า

“จำไว้นะ ทีหลังอย่าเอาของกำนัลที่อั๊วไม่ต้องการมาให้อีก....อั๊วจะกลับบ้าน”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เพชรที่นอนหลับอยู่ รู้สึกถึงแสงสว่างจ้าในห้องจากตะกรุดที่โต๊ะเครื่องแป้ง เขาชะโงกดู แสงจ้าจากตะกรุดค่อยๆหายไป เพชรเอื้อมมือไปหยิบตะกรุดแต่ตะกรุดหายไปแล้ว เขาควานหาอย่างตกใจ แปลกใจ พลันเสียงหลวงปู่ก็ดังขึ้น

“ไม่ต้องหาหรอก”

เพชรถามว่าท่านเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในห้องตน หลวงปู่ยื่นตะกรุดคืนให้บอกให้ เพชรลุกมารับเมื่อเพชรลุกไปกราบแล้วรับตะกรุดจากมือหลวงปู่ ท่านสอนว่า

“พุทธคุณอยู่ที่ใจ ศรัทธาที่ตั้งมั่นในความดีจะช่วยเจ้า จำไว้”

พูดจบหลวงปู่ยิ้มให้เพชรแล้วร่างท่านก็ค่อยๆเลือนหายไป เพชรพยายามร้องเรียกแต่ไร้ผลเลยสงสัยคิดว่าตัวเอง ฝันไป  แต่พอมองในมือเห็นตะกรุดอยู่ในมือก็งง สับสนจนนอน

ไม่หลับจึงลุกขึ้นจะไปไหว้พระ  เจอยิ่งยศบอกว่าไฟในห้องพระเสีย ให้หาหนังสืออ่านสักพักเดี๋ยวก็ง่วง

ที่แท้ยิ่งยศหลอกเพชรเพื่อตนจะเข้าห้องพระ เขาถอดเสื้อ นั่งขัดสมาธิ พิมพำคาถา ที่แท้ที่แผ่นหลังของยิ่งยศนั้น มีรอยสักหนุมานชั้นพรหมสวยงามมาก

เป็นรอยสักเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หลวงปู่บุญทาเป็น

ผู้สักให้ เสร็จแล้วบอกยิ่งยศให้ปฏิบัติเคร่งครัดว่า

“คนที่มีรอยสัก ห้ามมิให้สตรีขึ้นมานั่งทับหรือนอนทับบนตัวเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอานุภาพจะเสื่อมจำไว้”

เวลาเดียวกันนั้น หาญสักเสือเผ่นที่อก ต่างคุยทับกันถึงอานุภาพของรอยสักนั้นว่าของตนดีกว่าอีกคน

เมื่อทั้งสองเข้ารับราชการเป็นตำรวจ หลวงปู่ให้พรชนะ เขาพากันไปกราบขอพรท่านว่า

“เพราะความพากเพียรของเอ็งสองคนถึงได้มาถึงวันนี้ ขอให้รักษาความดีนี่ไว้ วิชาที่พ่อให้เอาไว้ป้องกันรักษาตัวเองกับผู้ที่อ่อนแอกว่านะ”

หลังจากนั้น หลวงปู่ยังให้ตะกรุดแก่หาญ พึมพำคาถาแล้วสั่ง

“ตะกรุดสามกษัตริย์นี้ ข้าให้ไว้คุ้มครองเจ้า ต่อจากนี้ขอให้ระวังตัว วิบากกรรมตามมาถึงเจ้าแล้ว พ่อช่วยได้แค่นี้” บอกหาญว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกนาน ครั้นหาญถามว่า ยิ่งยศรู้ไหม ท่านบอกว่า

“มันยังไม่รู้ เจ้ายิ่งมันไม่รู้อะไรเลย ความไม่รู้นี่ล่ะจะเป็นภัยแก่เจ้าทั้งสอง พ่อเตือนได้แค่นี้จำไว้ ของดี หากอยู่กับคนดีจะดีเลิศ แต่หากใช้ไปในทางชั่ว มีของดีก็เท่ากับไม่มี”

พูดแล้วหลวงปู่เดินจากไป หาญได้แต่มองตามด้วยความศรัทธา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:59 น.