ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ปวีร์กลัวการแต่งงานถึงขนาดเอาเก็บไปนอนฝันร้าย ฝันว่าแม่พจนีย์ของเขาอาการเพียบหนัก เมื่อถึงวันงานแล้วเขาจะไม่ยอมเป็นเจ้าบ่าว...พอสะดุ้งตื่น ปวีร์ถอนใจเฮือกใหญ่ ร่องรอยของความวิตกกังวลเต็มหน้า ครั้นธราดลแวะมาหาในตอนเช้า ปวีร์จึงเล่าให้เพื่อนฟังอย่างสุดเซ็ง

    "แกคิดดูสิ  ฉันหลอนขนาดเก็บเอาไปฝันเลยน่ะ  แค่คิดก็ขนลุกเกรียวไปถึงท้ายทอยแล้ว  นี่ฉันจะต้องแต่งงานจริงๆเหรอวะเนี่ย"

    "เสืออย่างแกคงกลัวว่าแต่งงานแล้วจะต้องกลายเป็นแมวอยู่กับบ้านล่ะสิ"

    "ไม่มีทางเว้ย ให้แต่งอีกกี่ครั้ง ฉันก็ยังเป็นฉันคนเดิม"

    "แล้วแกจะต้องกลัวอะไรล่ะ ว่าที่เจ้าสาวของแกก็ออกจะสวยเซ็กซี่ขนาดนั้น มันก็น่าจะตรงสเปกแกแล้วนี่"

    "เดี๋ยวนะไอ้ดล ทำพูดเป็นตุเป็นตะไปเนี่ย แกเคยเห็นเขาแล้วเหรอวะ"

    "เอ๊า ทำไมจะไม่เคยล่ะ อย่าว่าแต่ฉันเลย ตอนนี้คนทั้งประเทศเขาก็เห็นเจ้าสาวของแกกันหมดแล้ว"

    "หา!...ทั้งประเทศเลยเนี่ยนะ หมายความว่าไงวะ"

    ปวีร์งงงัน แล้วอีกครู่เดียวก็ถึงบางอ้อ จ้องมองหนังสือพิมพ์ ที่ลงรูปของเขากับไอรดาในชุดวิวาห์   ที่คุณแม่พจนีย์ขอไปเมื่อวาน ที่แท้ก็เอาไปแจกพวกนักข่าวนี่เอง ธราดลเห็นเพื่อนซึมเศร้าซังกะตาย ก็เปรยขึ้นว่า ถ้าเป็นเอามากขนาดนี้ ทำไมแกไม่ยกเลิกงานแต่งไปซะเลย

    "แล้วแกรับประกันให้ฉันได้ไหมล่ะ ว่าถ้าฉันบอกแม่ว่าไม่แต่ง แล้วแม่ฉันจะไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกน่ะ"

    "เออแฮะ...ก็รู้จักกตัญญูเหมือนกันนี่แก"

    "ก็เออสิวะ ผู้หญิงน่ะฉันพอหาใหม่ได้เรื่อยๆ แต่แม่นี่ ฉันมีแค่คนเดียว หาใหม่ไม่ได้เว้ย"

    "งั้นก็หลับหูหลับตาแต่งๆ   ตามใจแม่ไปก่อนเหอะ คิดซะว่าได้มีช่วงฮันนีมูนกับสาวสวยเซ็กซี่  แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยคิดหาวิธีแก้ปัญหากันไป"

    "ก็คงต้องอย่างงั้นแหละ เฮ้อ สวรรค์หรือนรกก็ได้ช่วยส่งใครซักคนมาทำลายการแต่งงานครั้งนี้ด้วยเถิ้ด เจ้าประคู้ณ..."

    ขณะที่ปวีร์ภาวนาอยู่นั้น...สาวเมษากำลังกรี๊ดบ้านแทบแตก หลังเห็นรูปปวีร์กับไอรดาในหนังสือพิมพ์ เมษาไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ปวีร์แต่งงานกับหญิงอื่น ตุลย์ซึ่งชอบไอรดา ก็พยายามจะช่วยน้องสาวอยู่ ตุลย์จะจีบไอรดาให้ได้ แต่เมษารอไม่ไหวแล้ว ขอจัดการด้วยวิธีของเธอเอง โดยขอยืมโชคกับชัยคนของพี่ชายมาช่วยอีกสองแรง

    จากนั้นไม่นาน เมษาพร้อมด้วยโชคกับชัยก็ไปถึงบ้านไอรดา จู่โจมเข้าไปในบ้าน เมษาตบไอรดาแล้วสั่งให้ยกเลิกการแต่งงาน อย่าได้มายุ่งกับคุณปวีร์ของตนอีก ปุ๊กกี้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็พลอยโดนตบไปด้วย แต่แล้วไอรดากับปุ๊กกี้ก็ฮึดสู้ สองฝ่ายจึงโรมรันพันตูกันใหญ่ จนกระทั่งรุจน์ที่แวะมาหาไอรดาโผล่เข้ามาเห็น รุจน์เรียนวิชาหมัดมวยมาจากหลายสำนักจึงช่วยเหลือไอรดากับปุ๊กกี้
    ได้สบาย พวกเมษาสู้ไม่ได้ต้องหนีเตลิดกันไปไม่เป็นขบวน

    ผ่านเหตุการณ์ไม่คาดคิดไปสดๆร้อนๆ ไอรดานั่งอกสั่นขวัญหายอยู่กับปุ๊กกี้ ที่มีท่าทีหวาดผวาหนักยิ่งกว่า

    "เคยได้ยินข่าวเม้าท์เขาว่ายัยเมษานี่แสบสุดๆ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวจริงจะร้ายขนาดนี้"

    "แหม...ก็ถ้าเขาเป็นแฟนคุณปวีร์อยู่ มันก็สมควรที่เขาจะโกรธหรอก นี่ยังดีนะที่เขาไม่เอาน้ำกรดมาสาดแก"

    "แกอย่าพูดสิยัยปุ๊กกี้ แกทักอะไรขึ้นมาทีไรก็ได้เรื่องทุกที   แต่ที่ฉันกำลังข้องใจอยู่ก็คือว่า...อีตาปวีร์มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ไหม"

    รุจน์เดินกลับเข้ามาพร้อมถุงอาหารที่ตั้งใจเอามาฝากไอรดา เขาบอกว่าพวกมันเตลิดหนีไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่ามันจะไม่ย้อนกลับมาอีก...ไอรดากับปุ๊กกี้ฟังแล้ว หน้าเสีย

    "นี่ครับ ผมซื้อมาฝาก" รุจน์ยื่นถุงอาหารให้ไอรดา... หญิงสาวรับมาพร้อมกับขอบคุณเขาทั้งเรื่องอาหารและที่ช่วยเธอกับเพื่อนเมื่อครู่

    "ถ้าไม่ได้คุณรุจน์เราต้องตายแน่ๆ" ปุ๊กกี้ยังสยองไม่หาย

    "ผมไม่เป็นไรหรอกครับ   เป็นห่วงก็แต่คุณสองคน... แต่ผมว่าทางที่ดีคุณควรไปแจ้งตำรวจ อย่างน้อยก็ให้ลงบันทึกประจำวันไว้ ให้ผมพาไปไหมครับ เพราะยังไงผมก็ต้องขับรถกลับไปทำงานต่ออยู่แล้ว"

    "ไม่เป็นไรค่ะ งานนี้ไอรู้ดีว่าควรจะไปเคลียร์กับใคร" ไอรดากล่าวด้วยสีหน้าแววตาเอาเรื่อง!

    สมควรแก่เวลา ธราดลจึงร่ำลาปวีร์ที่เริ่มถามเซ้าซี้ถึงมาตติกา ระหว่างนี้เองไอรดาเดินลิ่วเข้ามาพร้อมปุ๊กกี้  ธราดลจำเจ้าสาวของปวีร์ได้  จึงชื่นชมขึ้นว่า

    "ดูสิ เขาก็รักแกดีนี่หว่า อุตส่าห์คิดถึง อุตส่าห์มาหา แล้วแกจะยังคิดถึงคนอื่นอีก"

    ไอรดาเดินมาถึงจากที่ยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นโกรธสุดๆ เงื้อมือตบหน้าปวีร์ฉาดใหญ่ ธราดลสะอึกอึ้ง อยากทอนคำพูดเมื่อครู่ ส่วนธงชัยที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ถึงกับผงะ คลำแก้มตัวเองป้อยๆเหมือนเจ็บแทน...ปวีร์เองตั้งรับไม่ทัน ได้แต่คลำแก้มงงๆ

    "คุณเป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย"

    "แค่นี้ยังน้อยไป รู้มั้ยยัยเมษาของคุณพาพวกบุกไปตบหน้าฉันกับเพื่อนถึงในบ้านน่ะ"

    "หา...เมษาทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ"

    "คุณไม่ต้องมาทำเป็นแบ๊วเลย  คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอว่าคุณไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนี้"

    "ก็ผมไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ แล้วเป็นไง ใครตบชนะล่ะ"

    "ยังจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอ" ไอรดากระโจนจะเข้าไปตบปวีร์อีก ธราดลรีบห้าม ขอร้องใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยจากันก่อนดีกว่า  ตนมั่นใจว่าเพื่อนของตนคงไม่ทำแบบนั้น... ปุ๊กกี้เดินตามเข้ามาโพล่งขึ้นเสียงดังฟังชัด

    "คุณเป็นเพื่อนกันนี่  ยังไงคุณก็ต้องช่วยเพื่อนคุณอยู่แล้ว"

    "ผมไม่ได้ช่วย นี่ผมพูดตามความจริง ไอ้ปวีร์ไม่ใช่คนที่จะไปสั่งใครทำอะไรแบบนั้น"

    "คุณมันจะไปรู้อะไร ท่าทางซื่อบื้ออย่างนี้คงไม่ได้รู้เท่าทันเพื่อนจอมกะล่อนของคุณหรอก"

    "อ้าว...พูดงี้หมายความว่าไงคุณ...คุณ...ชื่ออะไรเนี่ย"

    "ฉันชื่อปุ๊กกี้ ทำไม หรือคุณอยากมีปัญหากับฉัน... คุณ...ชื่ออะไรนะคุณน่ะ"

    "ผมชื่อดล ไม่ได้อยากมีปัญหากับใคร แต่ถ้าคุณแรงมาอย่างนี้ ผมก็ทนอยู่เฉยไม่ได้"

    ปวีร์กับไอรดามองหน้ากัน ชักงงๆที่เพื่อนของตนดันมาทะเลาะกันซะงั้น   แล้วปุ๊กกี้กับธราดลก็ทุ่มเถียงกันคอเป็นเอ็น แถมยังจะวางมวยจนไอรดากับปวีร์ต้องช่วยกันห้าม ธงชัยที่ยังซุ่มมองอยู่ส่ายหน้าสายตาหนักใจสุดๆ

    ทางด้านสาวเมษากับโชคและชัยที่เจอฤทธิ์ของรุจน์จนล่าถอยกลับไปอย่างหมดสภาพ แต่เมษายังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแค้นไอรดาไม่หาย

    "ในเมื่อนังไอรดามันเป็นของสวยๆงามๆ ฉันก็คงจะห้ามคุณปวีร์ยาก แต่ถ้าฉันทำให้มันกลายเป็นของเสียของมีตำหนิ อยากรู้นักว่าคุณปวีร์ยังจะแต่งกับมันลงอีกมั้ย"

    "แล้ว...คุณเมษาจะให้เราจัดการนังนั่นยังไงครับ หรือจะให้ผมจับมันกล้อนผมประจานให้หัวล้านไปซะเลย"

    "หรือจะให้ผมกรีดหน้าสวยๆของมันให้มีตำหนิ"

    โชคกับชัยเสนอตัวเต็มที่ เมษากลับบอกว่าเธอต้องการผลลัพธ์ที่รุนแรงกว่านั้น แล้วขยายต่อไปว่า

    "ฉันต้องการให้พวกแกเอาน้ำกรดไปดักสาดหน้ามัน เอาให้เสียโฉม กลายเป็นคนพิกลพิการไปเลย"

    สองคนหันหน้ากระซิบกระซาบกันทันที เมษาสงสัยว่ากระซิบอะไรกัน สองคนจึงเฉลยว่า ถ้าพวกตนทำไอรดาเสียโฉม คุณตุลย์ต้องเล่นงานพวกตนตายแน่

    "พวกแกก็อย่าไปเล่าให้พี่ฉันฟังสิ ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันสัญญาว่าจะช่วยปกป้อง ถ้าพี่ตุลย์จะเล่นงานพวกแกก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน  อ้อ  แล้วถ้าพวกแกทำสำเร็จ ฉันจะตบรางวัลให้หนักๆเลย"

    "ถ้าคุณเมษารับรองอย่างงี้พวกเราก็เบาใจ  เราจะจัดการให้เร็วที่สุดครับ"

    ตุลย์เข้ามาเจอสามคนอยู่พร้อมหน้า ถามว่าคุยอะไรกัน เห็นโชคกับชัยลุกลี้ลุกลนมีพิรุธ ตุลย์ยิ่งสงสัย เมษารีบไล่ทั้งคู่ไปจัดการตามที่เธอสั่ง  ว่าแล้วหันมาบอกพี่ชายว่า ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ฝากให้เขาทำอะไรให้เล็กๆน้อยๆ

    ฟากที่บ้านปวีร์ หลังจากธราดลกลับไปแล้ว ปวีร์กับไอรดานั่งคุยกันโดยมีปุ๊กกี้นั่งอยู่ด้วย   ส่วนธงชัยคอยวนเวียนยกเหยือกน้ำคอยเติมน้ำในแก้วของแต่ละคน แต่จุดประสงค์จริงๆต้องการเงี่ยหูฟังเก็บข้อมูล

    "ยังไงผมจะลองคุยกับคุณเมษาเขาดู ผมเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้หญิงต้องมาตบกันเพื่อแย่งผู้ชาย ผมว่ามันดูไม่ดี"

    "ตบกันแย่งผู้ชายเนี่ยนะ ใช้คำให้มันถูกต้องหน่อย คิดว่าคุณมีค่าน่าแย่งนักหรือไง ยัยเมษาเป็นฝ่ายมาหาเรื่องตบฉันต่างหาก"

    "ฉันสิ  เซ็งกว่าอีก  ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยก็โดนตบซะงั้น" ปุ๊กกี้บ่นหน้าบูด

    ธงชัยเข้ามารินน้ำอีก  แต่มัวเงี่ยหูฟังจนน้ำล้นแก้ว ปวีร์ชักเอะใจ ดุธงชัยว่าน้ำล้นแล้ว ยังไม่มีใครกินน้ำเลยทำไมต้องเติมตั้งสองสามรอบ ธงชัยเลยยิ้มแหยๆกล่าวขออภัยแล้วถอยออกมา

    "ยังไงก็ฝากคุณช่วยเตือนยัยเมษาด้วยแล้วกัน ว่าถ้าอยากจะยุ่งกับคุณก็ยุ่งไป แต่อย่ามายุ่งกับฉัน" ไอรดาทิ้งท้ายก่อนพยักพเยิดให้ปุ๊กกี้กลับ...ปวีร์มองตามสองสาวแล้วถอนใจดัง เฮือก บ่นอย่างหนักใจ

    "ใครจะไปห้ามคนอย่างยัยเมษาได้ล่ะ"

    จริงดังคำของปวีร์...คืนนี้เมษาเดินหน้าให้โชคกับชัย เอาน้ำกรดไปสาดหน้าไอรดาให้เสียโฉม แต่แล้วสองคนกลับทำไม่สำเร็จ หนำซ้ำยังโดนน้ำกรดเสียเองจนแผ่นหลังแทบเหวอะหวะ เพราะไอรดาไม่หมูอย่างที่คิด...เมื่อโชคกับชัยพาสภาพย่ำแย่กลับมาจึงโดนเมษา โวยใส่อย่างมีอารมณ์

    "ไม่ได้เรื่องจริงๆ แค่สาดน้ำกรดใส่หน้าผู้หญิงคนนึง แกสองคนก็ยังทำไม่ได้ โอกาสสุดท้ายที่ฉันจะยับยั้งไม่ให้การแต่งงานเกิดขึ้น แกสองคนก็ทำลายไปหมดแล้ว"

    "แต่ในวันแต่งงานเราก็ยังมีโอกาสนะครับคุณเมษา"

    "ใช่ครับ ให้เราแก้ตัวอีกครั้งนะครับ ผมจะสาดให้กลางงานแต่งเลยดีไหม"

    "มันจะประเจิดประเจ้อเกินไปมั้ย ฉันไม่ได้ห่วงพวกแกหรอกนะ แต่ฉันห่วงว่าจะโดนสืบสาวราวเรื่องมาถึงตัวฉันน่ะ ไป๊ ไปให้พ้นๆหน้าฉันที"

    โชคกับชัยหันหลังกลับเผยให้เห็นว่าด้านหลังของโชคนั้นเสื้อผ้าขาดวิ่นเป็น ริ้วๆ ทั้งเสื้อทั้งกางเกงจนแทบจะเปลือยหลังตั้งแต่คอจดเท้า เมษาตาเหลือกตกใจ...ทันใดนั้นเอง ตุลย์ก้าวเข้ามาสั่งโชคกับชัยหยุดก่อน แล้วออกคำสั่งกับเมษา ห้ามใช้วิธีสาดน้ำกรดคุณไออย่างเด็ดขาด เพราะมันรุนแรงเกินไป ดีไม่ดีจะเป็นข่าวใหญ่ลงหนังสือพิมพ์ และถ้าเป็นข่าวใหญ่ ปะป๊าก็ช่วยวิ่งเต้น
    ให้น้องไม่ได้ อยากติดคุกนักหรือไง?

    "นี่พี่ตุลย์เป็นห่วงเมษาหรือเป็นห่วงว่านังนั่นจะเสียโฉมกันแน่"

    "เหตุผลอะไรก็ช่างเถอะน่า ถ้าจะทำให้เขาเลิกกับนายปวีร์ด้วยวิธีอื่นพี่พร้อมจะช่วยเต็มที่   แต่ถ้ามีใครสาดน้ำกรดคุณไอละก็...แกสองคนจะต้องโดนฉันสาด"

    โชคกับชัยสะดุ้งมองหน้ากันแหยงๆ เมษายังหน้านิ่วเคียดแค้น

    "ก็ได้ ไม่สาดน้ำกรดก็ได้ คิดว่าเมษาจะทำอย่างอื่นกับนังนั่นไม่เป็นรึไง" เมษาสะบัดพรืดเดินหนีไป ตุลย์หน้าเคร่ง รู้สึกเป็นห่วงและหนักใจกับน้องสาวคนนี้

    ooooooo

    วันต่อมา สองครอบครัวของปวีร์และไอรดาพากันไปกินอาหารในร้านหรู ซึ่งเป็นความประสงค์ของผู้พันปยุตกับคุณหญิงพจนีย์ที่เห็นว่าเรากำลังจะเป็น ครอบครัวเดียวกันในวันสองวันนี้แล้ว อีกอย่างคุณหญิงก็อยากจะคุยกับนวลตองให้เคลียร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนพิธี หมั้นและแต่งงาน ถ้านวลตองอยากจะเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมให้บอกออกมาตอนนี้ได้เลย

    "ฉันจะไปต้องการอะไรล่ะ สินสอดทองหมั้นหรืออะไรก็ตามที่ทางคุณให้มา ฉันก็ยกให้ลูกสาวไว้เริ่มต้นก่อร่างสร้างครอบครัวอยู่แล้ว"

    ไอรดาไม่เห็นด้วยรีบกระซิบใกล้หูนวลตอง "แม่... แต่เงินสินสอดเป็นสิ่งที่แม่ควรจะได้นะ แม่ก็แค่รับๆไว้เหอะน่ะ"

    "ไม่ได้ แม่ก็มีศักดิ์ศรีของแม่ แม่ไม่เอา"

    "ก็แม่คิดอย่างนี้ ชีวิตแม่ถึงลำบากไม่สบายกับเขาซะที"

    "ก็ดีกว่าไปตะกรุมตะกรามไล่คว้าเศษเงินของไอ้พวกคนรวยๆให้มันดูถูกเอา"

    คุณหญิงพจนีย์ไม่ชอบใจกระแอมขึ้นมาขัดจังหวะ สองแม่ลูกเลยต้องผละออกจากกัน  นวลตองนึกได้ว่าพลั้งปากไป รีบเอามือปิดปากตัวเอง

    "งั้นเดี๋ยวเรามานัดแนะเรื่องกำหนดฤกษ์ยามกันเลยดีกว่า"

    "เดี๋ยวๆๆ คุณหญิง ไหนๆเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว  ผมขออนุญาตถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักรูป" ปยุตหันไปหาบริกร ส่งกล้องถ่ายรูปให้ "รบกวนหน่อยได้ไหมครับ"

    บริกรพยักหน้ารับแล้วหยิบกล้องไปเตรียมถ่าย... พจนีย์ยิ้มกว้าง แต่พอหันไปเห็นปวีร์ก็หุบยิ้มทันทีเพราะปวีร์ นั่งหน้าบูด แถมมองไปทางอื่นอย่างไร้อารมณ์

    "ปวีร์ ยิ้มสิ หน้าบูดอย่างงี้แม่ไม่ไหวนะลูก"

    "พร้อมนะครับ หนึ่ง...สอง..."

    ปวีร์จำต้องฝืนยิ้มทั้งที่แววตาท่าทางยังกร่อยสุดๆ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับหมู่มวลในภาพที่แย้มยิ้มพิมพ์ใจ... หลังจากนั้นกลับมาบ้านในตอนค่ำ ปวีร์ก็ยังดูเคร่งขรึม นอนลืมตาโพลงมองเพดานเหมือนคนคิดหนัก พจนีย์นั่งอยู่ข้างๆ ถามลูกชายว่าตื่นเต้นไหมที่พรุ่งนี้จะได้เป็นเจ้าบ่าวแล้ว

    "คุณแม่ก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไง" ปวีร์ตอบอย่างไร้อารมณ์

    "แต่ถึงยังไงลูกก็ต้องทำตัวให้สมกับที่จะเป็นผู้นำครอบครัวต่อไป จะมาเหลวไหลเที่ยวเล่นไปวันๆอย่างแต่ก่อนไม่ได้แล้วนะ"

    ปวีร์พยักหน้าหงึกๆอย่างขอไปที แต่พอเหลือบมองแม่ก็ประหลาดใจ พจนีย์ส่งตลับแหวนให้ เป็นตลับแบบไทยโบราณดูงดงามประณีต เธอบอกกับลูกชายว่าแหวนหมั้นของแม่เอง แม่เก็บเอาไว้เฝ้ารอวันที่ลูกของแม่จะแยกออกไปสร้างครอบครัวของตัวเอง

    "สวยดีนะครับ"

    "แม่ตั้งใจไว้นานแล้ว แม่อยากให้แหวนหมั้นของแม่วงนี้เป็นแหวนหมั้นวงเดียวกับที่ลูกชายของแม่จะใช้หมั้นกับลูกสะใภ้"

    "ขอบคุณครับคุณแม่ แต่ว่า...ถ้าแหวนนี่มีความสำคัญกับคุณแม่ขนาดนี้ ผมว่าจะดีกว่ามั้ย ถ้ามันจะได้อยู่กับผู้หญิงที่ผมจะอยู่กับเขาจนแก่จนเฒ่า ซึ่งผม...ไม่คิดว่าจะเป็นยัยไอคนนี้"

    "ตาปวีร์ รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา แม่ไม่ไหวนะลูก"

    "ผม...ผมขอโทษครับ"

    "คิดว่าแม่ไม่รักลูกหรือไง...แล้วคิดเหรอว่าแม่ดูผู้หญิงด้วยกันไม่เป็นใช่ไหม  ถ้าแม่เห็นว่าหนูไอไม่ดีพอ   คิดเหรอว่าแม่จะยัดเยียดให้ลูกน่ะ"

    "คุณแม่ไม่รู้อะไร ยัยไอไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณแม่คิดหรอก"

    "เอ๊ะ...นี่ลูกเป็นผู้ชายประสาอะไรถึงได้พูดถึงว่าที่ภรรยาของตัวเองแบบนี้" ว่าแล้วพจนีย์มีทีท่าแน่นหน้าอก หายใจติดขัด ปวีร์ตกใจรีบเข้าประคอง

    "คุณแม่...ขอโทษครับคุณแม่ ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณแม่เป็นอะไรรึเปล่า"

    "ไม่เป็นไร แม่ไม่เป็นไรแล้ว พ่อแกรออยู่ข้างล่าง งั้น เดี๋ยวแม่ต้องกลับแล้ว พรุ่งนี้จะต้องตื่นกันแต่เช้ามืด ลูกคงอยากจะพักผ่อน"

    "ครับคุณแม่ ให้ผมเดินลงไปส่งนะครับ"

    "ไม่เป็นไรๆ ลูกรีบนอนพักผ่อนดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะโทรม แม่ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ราตรีสวัสดิ์นะลูก" ทันทีที่พจนีย์ เปิดประตูออกไป ปวีร์ก็ดีดเด้งตัวขึ้นมาหยิบโทรศัพท์มือถือกดฉับๆ ก่อนป้องปากพูดน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ

    "เฮ้ย...ไอ้ดล เพื่อนๆมากันพร้อมหน้ายังวะ เออๆ จะออกไปเดี๋ยวเนี้ยแหละ บอกพวกมันนะ ปาร์ตี้สละโสดของฉันคืนนี้เต็มที่ สุดเหวี่ยง ไม่มียั้ง...วู้ว..."

    ขณะปวีร์เริงร่าเตรียมออกไปปาร์ตี้สละโสด...ไอรดากำลังนอนหนุนตักแม่นวลตองอยู่ในบ้านเช่า นวลตองรู้สึกใจหายที่ลูกสาวซึ่งเคยนอนแบเบาะร้องไห้โยเย เผลอแป๊บเดียวพรุ่งนี้จะแต่งงานออกเรือนไปมีครอบตัวของตัวเอง แล้วอีกหน่อยก็จะได้เป็นคุณแม่มีลูกตัวน้อยๆ ไอรดาฟังแม่รำพันมาถึงตรงนี้ รีบเบรกว่าไอยังไม่อยากมีลูก แต่นวลตองจำได้ลูกสาวเคยบอกว่ารักเด็ก แล้ว
    ทำไมถึงพูดแบบนี้ ไอรดาเกิดอาการอึกๆอักๆ ไม่กล้าสู้หน้าแม่ขึ้นมาทันที

    "นี่แกไม่ได้รักนายปวีร์คนนี้หรอกใช่มั้ย ถ้าแกไม่ได้รักเขาจริงๆ แล้วแกแต่งไปอยู่บ้านเขาอย่างนี้ แกจะมีความสุขเหรอ"

    "แม่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยังไงไอก็อยู่ได้"

    "หรือว่า...ที่ทำสัญญากันวันนั้น ว่าถ้าฝ่ายเขาขอหย่า จะต้องจ่ายเงินชดใช้ให้สี่สิบล้าน...แม่นึกออกแล้ว ที่แกทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อเงินสี่สิบล้านนี่ใช่มั้ย" ไอรดานิ่งไม่ตอบ "แกคิดเหรอว่าบ้านนั้นเขาจะโง่ขนาดยอมให้แกง่ายๆน่ะ เลิกคิดอะไรแบบนี้เลยนะ อีตาปวีร์ดูๆไปก็หล่อ ท่าทางก็ฉลาดดี ถ้าลูกอยู่กับเขาดีๆ ค่อยๆอยู่ ค่อยๆศึกษากันไปได้ แม่คงจะสบายใจกว่านี้"

    "แม่สบายใจเหอะน่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไอก็อยู่ได้ ไอสบายดี แล้วไอก็จะทำให้แม่สบายด้วย ไอจะไม่ให้แม่ต้องเหนื่อยต้องลำบากอีกแล้ว" ปากไอรดาย้ำหนักแน่น แต่แววตานั้นซ่อนความวิตกกังวลอย่างยิ่ง...จนดึกไอรดาก็ยังนอนไม่หลับ เธอลงมาสะกิดปลุกปุ๊กกี้ที่หลับสบายในห้องรับแขก ปุ๊กกี้งัวเงียตื่นนึกว่าถึงเวลาต้องแต่งหน้าแต่งตัวเตรียมเป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้ว ที่ไหนได้ ไอ
    รดากลับมาชวนออกไปหาที่นั่งฟังเพลง

    "หา! อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะมีขันหมากมาสู่ขอแกแล้วนะ แล้วไหนจะงานแต่งตอนกลางคืนอีก   เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็โทรมเป็นซอมบี้หรอกแก"

    "ถึงฉันไม่ออกไปไหน ฉันก็นอนไม่หลับอยู่ดี ถ้าแกไม่ไปเป็นเพื่อนฉัน ฉันออกไปคนเดียวก็ได้"

    เจอไม้นี้เข้าไป ปุ๊กกี้ได้แต่ทำหน้าเหยเก ไม่รู้จะปฏิเสธเพื่อนยังไง...แล้วสองสาวก็พากันไปยังผับที่นักท่องราตรีนิยมชมชอบ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับปวีร์และพรรคพวกมาสำเริงสำราญ เมากันเต็มที่ ยกเว้นธราดลคนเดียวที่ไม่แตะเหล้า แต่ไม่นานก็ถูกปวีร์กับเพื่อนจับกรอกปากจนเหล้าหกเปรอะเสื้อผ้ากลิ่นคลุ้งไปทั้งตัว

    ปุ๊กกี้บังเอิญไปเจอธราดลตรงหน้าห้องน้ำ เธอเหมาว่าเขาเมาชัวร์ๆ ธราดลอธิบายยังไงเธอก็ไม่ฟัง จึงทุ่มเถียงกันยกใหญ่ ก่อนที่ปุ๊กกี้จะแยกมาด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกันนั้นที่โต๊ะของปวีร์ เมษาแทรกตัวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ปวีร์ กำลังสนุกสุดเหวี่ยง ยิ้มแต้ที่เมษาเข้ามาเบียดแนบชิด ทั้งพูดเข้าอกเข้าใจเรื่องที่เขาต้องฝืนใจแต่งงาน

    "แล้วถ้าเจ้าสาวของคุณทำอะไรไม่ถูกใจ ก็เรียกหาเมษาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะคะ"

    "จริงหรือเปล่า" ปวีร์ยิ้มตาเยิ้ม...ไม่รู้ว่าไอรดากับปุ๊กกี้เดินมาหยุดยืนฟังอยู่ข้างหลังเขาแล้ว

    "จริงสิคะ ห่วงแต่คุณปวีร์จะเห่อของใหม่จนติดใจ กินแต่ข้าวใหม่ปลามัน"

    "โอ๊ย...ยัยไอนั่นน่ะเหรอ ข้าวใหม่ปลามันอะไรกัน รูปร่างหน้าตาก็โอเคแหละนะ"

    ธราดลหันมาเห็นไอรดาเข้าก็ตาเหลือก รีบสะกิดเตือนปวีร์ แต่ปวีร์ยังเม้าท์เพลินไม่รับรู้

    "แต่กิริยามารยาท หรือว่านิสัยเนี่ย บอกตรงๆว่าเห็นแล้วกินไม่ลง"

    "แหม...นี่คุณพูดจริง หรือแค่อยากจะให้เมษาสบายใจกันคะ"

    "จริงจริ๊ง อย่างยัยไออ่ะนะ ผมเห็นแล้วพานจะหมดอารมณ์ เรียกว่าเห็นแล้วเสื่อมไปเลยดีกว่า" ว่าแล้วปวีร์ยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนหันไปเห็นไอรดา ปวีร์ตกใจถึงกับสำลักพรวดออกมา

    "เมื่อกี้ว่าไงนะ" ไอรดาถามเสียงเขียว ตาขวาง

    "คุณไอ คุณมาแต่เมื่อไหร่น่ะ"

    "ก็มาทันได้ยินคุณเม้าท์ฉันลับหลังให้ผู้หญิงคนอื่น ฟังน่ะ"

    "แหม...ใช่ซี้...กล้าเรียกฉันว่าผู้หญิงคนอื่น จะบอกให้ ฉันน่ะมาก่อนแกตั้งหลายปีนะยะ อย่ามาแสดงความเป็นเจ้าข้าว เจ้าของนักเลย หมั่นไส้" เมษากรีดเสียง

    "ขอโทษนะคะ ว่าที่สามีกับภรรยาเขากำลังคุยกัน คนที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อยากสอดแทรกเนี่ย เขาเรียกว่าอะไรทราบไหมคะ"

    "แต่ฉันมาก่อนแกนะ ฉันคบกับคุณปวีร์อยู่ตั้งกี่ปี แกเคยรู้มั้ย"

    "ไม่รู้หรอกค่ะ มันสำคัญด้วยเหรอว่าใครมาก่อนมาหลัง จะว่าไป คนที่มาก่อนอาจเป็นแค่ทางผ่าน แต่คนที่มาหลังอาจจะเป็นจุดหมายก็ได้"

    "กรี๊ดดดดด...." สิ้นเสียงกรี๊ด เมษาสาดเครื่องดื่มในแก้วใส่ไอรดาก่อนจะโดดเข้าหาตั้งท่าฟ้อนเล็บใส่กัน ปุ๊กกี้มีหรือจะยืนดูเฉยๆ โดดเข้าร่วมวงอีกคน ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ใครๆก็ห้ามไม่อยู่ รปภ.เลยต้องขู่จะแจ้งตำรวจ ทั้งกลุ่มถึงยอมยุติ แล้วพากันออกมาหน้าผับ  แต่ก็เกิดทะเลาะกันขึ้นอีก  เพราะปุ๊กกี้เขม่นธราดลอย่างมาก หาว่าเขาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวที่แย่ที่สุดในโลก พรุ่งนี้จะ
    แห่ขันหมากแต่เช้ามืด นี่เที่ยงคืนแล้วยังไม่รีบพาเจ้าบ่าวกลับบ้าน...ธราดลสวนทันควันว่า

    "แล้วคุณล่ะดีนักนี่  ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวได้ดีมากเลย อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเข้าพิธีแล้วยังมานั่งผับเหล่หนุ่มกัน"

    "ขอร้องล่ะครับ ไปทะเลาะกันที่อื่นเถอะครับ" รปภ. เสียงเข้ม...สองคนจึงสงบลง แต่เมษาและไอรดากลับแว้ดสวนขึ้นมาแทน

    "ดู๊ดู...ยังไม่ทันแต่ง ก็คอยตามเฝ้าตามจิกคุณปวีร์ซะแล้ว"

    "ฉันก็มาของฉัน ไม่ได้มาตามเฝ้าใคร"

    "อู๊ย...เชื่อก็โง่สิยะ แหม กลัวคนเขาจะไม่รู้ใช่ไหมว่าเธอได้เป็นเจ้าสาวของคุณปวีร์น่ะ ถึงต้องตามมาแสดงความเป็นเจ้าของ"

    "ถ้าคุณอยากจะเชื่ออย่างงั้นจริงๆก็ตามใจ เพราะถึงยังไงฉันก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าของอีตาปวีร์นี่มากกว่าคุณ"

    "ทำเป็นคุยทับเหรอยะ หมั่นไส้...ถ้าอยากแสดงความเป็นเจ้าของนัก ทำไมไม่ฉี่รดขาคุณปวีร์ทิ้งกลิ่นไว้ซะเลยล่ะยะ"

    "พฤติกรรมแบบนั้นฉันไม่ทำหรอกนะคะ ว่าแต่คุณคงเคยทำบ่อยล่ะสิ"

    "แก..." เมษาโกรธจี๊ดจะพุ่งเข้าใส่ รปภ.รีบกางกั้นพร้อมโวยอย่างเหลืออด

    "นี่ถ้ายังไม่หยุดอีกผมจะเรียกตำรวจมาเคลียร์แล้วนะครับ"

    "เอาล่ะๆ" ปวีร์แทรกขึ้นมา "ผมว่าเราแยกย้ายกันไปก่อนดีกว่ามั้ย โอเคนะ ทั้งสองคนเลย กลับไปนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่"

    "ได้ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่ ฉันยังมีอะไรดีๆที่จะทำให้ เธอจดจำไปจนวันตาย" ว่าแล้วเมษาสะบัดพรืดจากไป ปวีร์ เป่าปากโล่งใจ บอกหมดเรื่องซะที แล้วหันไปเรียกธราดล ขอต่ออีกสักนิด...ไอรดาเรียกเขาไว้ ข้องใจว่างานพรุ่งนี้เขาเชิญเมษาไปด้วยเหรอ เขาตอบรับหน้าตาเฉย ทำเอาไอรดาโกรธแทบเต้น

    "นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอไง เชิญยัยเมษาเข้าไป มันก็เหมือนกับปาระเบิดเข้าไปในงานนั่นแหละ อย่างนี้ก็เละกันหมดสิ"

    "เละก็ดี ผมจะได้ไม่ต้องแต่ง ไปโว้ยดล เพื่อนๆรออยู่" ปวีร์เดินกลับเข้าไปข้างใน ธราดลมองไอรดาแวบเดียวอย่างเกรงใจ แต่กลับตีหน้ายักษ์ใส่ปุ๊กกี้ก่อนจะตามปวีร์เข้าไป

    "กลับเลยเหอะปุ๊กกี้ ฉันหมดอารมณ์จะนั่งชิลแล้ว" ไอรดาพูดจบก็เดินนำหน้าออกไปอย่างสุดเซ็ง

    ooooooo

    หลังจากดื่มกินสนุกสนานเต็มคราบแล้ว ปวีร์ ก็ขึ้นรถคันหรูของตน โดยมีธราดลเป็นคนขับ ปวีร์ เมาปลิ้น ร้องเพลงอ้อแอ้ พลางกระดกขวดเบียร์เล็กๆในมือไปด้วย ธราดลขับไปฟังไป รำคาญจะแย่ เพราะมันร้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ท่อนเดียว พอธราดลบ่นมากเข้า ปวีร์ก็เอาขวดเบียร์จ่อปากเพื่อน คะยั้นคะยอให้ดื่มด้วยกัน จนเบียร์หกเลอะเสื้อธราดลกลิ่นหึ่งซ้ำเข้าไปอีก

    ธราดลตั้งใจพาปวีร์ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้กลับบ้าน แต่ระหว่างทางโชคไม่ดีเจอด่านตำรวจเลยต้องถูกจับวัดระดับแอลกอฮอล์ ธราดลพยายามอธิบายกับตำรวจว่าตนไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ดูจะฟังไม่ขึ้นเพราะกลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว แถมปวีร์ก็เมาไม่รู้เรื่อง แอบเป่าเครื่องวัดจนเป็นเหตุให้ตำรวจเข้าใจผิด ถูกจับไปโรงพักทั้งคู่เลย

    "เอาละ ผมว่าคุณรีบโทร.ตามใครมาประกันตัวก่อนที่จะต้องเข้าห้องขังดีกว่า"

    "ฮ้า...เข้าห้องขังเลยเหรอครับ" ธราดลตกใจ

    "คุณไม่รู้เหรอว่าคนเมาแล้วขับเนี่ย เป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นมากแค่ไหน การที่เมาแล้วขับรถนี่มันทำให้คุณกลายเป็นฆาตกรได้เลยนะ"

    "ครับ ผมทราบว่ามันร้ายแรง แต่ว่าผมไม่ได้เมา เพื่อนผมต่างหากที่เมาแล้วทะลึ่งไปเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์"

    "คราย...ครายเมา...ครายมีปัญหาอะไร เดี๋ยวเคลียร์ ให้เอง อย่าได้แคร์"

    ตำรวจมองปวีร์แล้วส่ายหน้า "เมากันเละทั้งคู่ เข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังกันทั้งคู่เลยแล้วกันนะ"

    ธราดลหน้าเสีย ในขณะที่ปวีร์ยังท้าทาย แต่ดวงตาชักปรือๆจะไม่ไหวแล้ว

    ooooooo

    ไอรดาในชุดไทยสำหรับพิธีหมั้นนั่งกลั้นความง่วง ให้ช่างทำผมแต่งหน้า ปุ๊กกี้กับนวลตองเองก็เตรียมตัวแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ทันฟ้าจะสว่างดี ไอรดาก็ได้รับแจ้งจากธราดลให้รีบไปโรงพัก ไอรดาต้องแอบหนีออกไปพร้อมปุ๊กกี้ จะให้แม่นวลตองของเธอรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เด็ดขาด

    พอสองสาวไปถึง ตำรวจและทุกคนบนโรงพักต่างหันมองไอรดาในชุดไทยเป็นตาเดียว ไอรดาไม่สนใครทั้งนั้น เดินเลยไปตามเสียงอ้อแอ้ของปวีร์ แล้วจิกเขาขึ้นมาให้รีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัว ยกขันหมากมาสู่ขอเธอ

    "อ้าว ตกลงเพื่อนน้องจะแต่งงานจริงๆเหรอเนี่ย" ตำรวจกระซิบถามธราดล

    "ก็จริงสิครับคุณตำรวจ ผมจะไปอำทำไม"

    "โอ้โห เจ้าสาวคนนี้ท่าทางแรงไม่เบานะ"

    ไอรดาลากคอปวีร์ออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว แล้วสั่งเฉียบกับธราดลให้พาเพื่อนของเขากลับบ้าน แล้วรีบออกมาให้ทันฤกษ์รับตัวเธอด้วย...

    เช้าแล้ว ธงชัยเดินเป็นหนูติดจั่น ร้อนใจที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้านายหนุ่ม

    "ตายแน่...นี่จะได้เวลาอยู่แล้ว เจ้าบ่าวยังไม่โผล่มาอีก คุณหญิงอุตส่าห์กำชับไว้ว่าให้เฝ้าคุณปวีร์ทุกฝีก้าว ยังไงคุณหญิงก็อย่าเพิ่งโทร.มาตอนนี้เลยนะ"

    ขาดคำ โทรศัพท์บ้านดังขึ้น ธงชัยสะดุ้งโหยง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้...ขวัญตาโทร.มาตามคำสั่งของคุณหญิงที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทางนี้เตรียมตั้งขบวนขันหมากหน้าบ้านเจ้าสาวแล้ว ทำไมธงชัยยังไม่พาเจ้าบ่าวมาอีก

    "หา! ยังหาตัวเจ้าบ่าวไม่เจอเนี่ยนะ" ขวัญตาอุทานแตกตื่น

    "แกไม่ต้องเน้นได้ไหมนังขวัญตา แค่นี้ฉันก็เครียดเส้นประสาทจะแตกอยู่แล้ว ฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ ถ้าฉันเป็นเจ้าบ่าวแต่งแทนได้ ก็แต่งไปแล้ว...อ้าวนั่น คุณปวีร์กลับมาแล้ว งั้นแค่นี้ก่อนนะ เห็นสภาพคุณปวีร์แล้วท่าทางว่าฉันยังต้องมีงานทำอีกเยอะอยู่ทางนี้"

    ธงชัยวางสายแล้วโผไปช่วยธราดลประคองปวีร์ จากนั้นสองคนก็ช่วยกันจับปวีร์อาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งด่วน โดยที่ปวีร์แทบไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:25 น.