ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่ธราดลถือถุงหนังสือธรรมะเดินออกจากห้างผ่านมาทางลานจอดรถ เห็นรถคันหนึ่งชะลอหาที่จอดผ่านหน้า จำได้ว่านั่นคือยายปุ๊กกี้ กำลังยืนรอจะทักทาย ก็เห็นสภาพการแย่งกันเข้าซองที่ว่างเพื่อจอด พอรถปุ๊กกี้จะเข้าจอด ก็มีอีกคันเสียบเข้าไปก่อนอย่างเฉียดๆจะปาดกัน

    ปุ๊กกี้กดแตรลั่นไม่พอใจ...ทั้งสองคันจอดขวางไม่ยอมกัน ธราดลรีบเข้าไปทักปุ๊กกี้ ปุ๊กกี้สั่งให้รอก่อน หันไปว้ากใส่สองหนุ่มสาวที่ก้าวลงมา ฝ่ายหญิงเป็นคนขับ ฝ่ายชายร่างยักษ์นักกล้าม...ทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานให้อีกฝ่ายถอยไป เธอเห็นก่อน แล้วเปิดสงครามปากกันแรงขึ้น ธราดลรีบเข้าไกล่เกลี่ย ดึงแขนปุ๊กกี้ ขอร้องอย่ามีเรื่อง ปล่อยๆพวกเขาเถอะ

    "ปล่อยได้ไง คนมักง่าย เอาเปรียบคนอื่น ขืนปล่อยไป เอานิสัยเห็นแก่ตัวไปใช้กับคนอื่น"

    "อ้าว..." ฝ่ายหญิงนั่นท่าทางเอาเรื่อง "ปากดียังงี้ก็สวยสิ ได้เลย จัดให้ มาเจอกันตัวต่อตัว"

    "ใจเย็นๆคุณ...โกรธคือโง่ โมโหคือขาดสติ" ปุ๊กกี้ไม่ฟังธราดล หันไปท้าต่อว่า จะเอาไงว่ามา

    "ได้เลย มาเจอกันตัวต่อตัว" ชี้หน้าธราดล "ผัวแกน่ะ ต่อยกับผัวฉันไหมล่ะ"

    "เฮ้ย...แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วย" ธราดลปอดแหกร้องป้องกันตัว แต่ปุ๊กกี้รีบรับคำท้าได้เลย...ธราดลร้องลั่น "แต่... ผมไม่ใช่สามีคุณนะ" ปุ๊กกี้รีบงุบงิบ

    "ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันอนุญาต"

    "เอามันให้ตายเลยพี่" แม่นั่นกระซิบบอกสามีตัวยักษ์ วัดแจ้ง...

    เจ้ายักษ์ดึงคอเสื้อธราดลชูขึ้นเหมือนเชิดหุ่นกระบอก ธราดลไม่สู้ กอดหนังสือแน่นปากก็สอนให้รู้ว่าโมหะโทสะเหมือนไฟ มีแต่สร้างทุกข์ ก่อความเดือดร้อน...แล้วก็ร้องโอยลั่นขึ้น เมื่อเจอหมัดสอยเบ้าตาเป้งใหญ่...แล้วยังสอนให้ระงับความโกรธ แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร...นั่นเป็นคำสวดบทสุดท้าย ก่อนจะถูกดับตะเกี้ยงเต็มเบ้าตา จนหลับกลางอากาศ...

    ooooooo

    สายตาธราดลเพิ่งจะเปิดมองโลก เมื่อสติกลับมาอีกครั้ง...ปากที่แสบด้วยเลือด แต่ยังน้อยกว่าเบ้าตาที่เริ่มดำปื้น ร้องอุทานเจ็บช้ำระกำใจ เจอหมัดหนัก เป็นบ้า...ปุ๊กกี้พามาใส่ยาที่บ้านเธอจนฟื้น

    "เอามือออก" ปิดปลาสเตอร์ที่คิ้ว แล้วบ่น "นายนี่แย่มาก ไม่สู้คน แล้วยังจะคิดไปต่อยกับเขา ไม่เจียมตัว"

    "เอ๊า...พูดออกมาได้ ก็คุณนั่นแหละที่ไปหาเรื่อง หากำปั้นมากระแทกหน้าผม"

    "ถ้านายขี้ขลาด ต่อยตีไม่เป็น ทำไมไม่รีบบอก"

    "โอ๊ย...มันบอกทันไหมล่ะ รู้ตัวอีกทีก็เป็นโรควูบไปแล้ว... บอกให้นะ ผมไม่สู้คน ผมรักสงบ ไม่ขี้ขลาด แต่ไม่คิดทำร้ายใคร"

    "ยังจะมาปากดี อ๊ะ" หยิบหนังสือธรรมะให้ "เอาคืนไป... ไม่น่าเชื่อเลยว่าการอ่านหนังสือธรรมะ จะทำให้ดีขึ้นทันตาเห็นเลยน่ะสิ รู้ไหมว่าไอ้ยักษ์นั่นกำลังจะกระทืบนายตายอยู่แล้ว พอเห็นหนังสือธรรมะของนายเข้า ใจอ่อน รอดตายคราวนี้ หัดทำบุญเยอะๆ อย่าสุมหัวกับนายปวีร์ทำแต่ความโฉดชั่วนักล่ะ"

    "ถึงผมจะเป็นเพื่อนนายปวีร์ แต่ความชอบของเราไม่เหมือนกันนะคุณ แล้วผมไม่เคยทำความโฉดเลวชั่วอย่างคุณกล่าวหา...กลับดีกว่า เจอแต่คนมองในแง่ร้าย...ถามจริง คุณเคยมองผมในแง่ดีบ้างไหมเนี่ย" ธราดลว่าแล้วหอบหนังสือธรรมะเดินออกไป ปุ๊กกี้มองตาม คิดไปมาอย่างลังเล

    "หรือว่า...เราจะเข้าใจเขาผิดวะเนี่ย"

    ooooooo

    วันนี้ปวีร์ถูกไข่มุกมาสะกิดให้ตื่น บอกว่าหิวข้าว... ปวีร์ให้ไปบอกพ่อแม่เธอเองสิ ไข่มุกบอกว่าพ่อกับแม่ กลับบ้านนอกไปแล้ว...ปวีร์แทบหายง่วง แปลกใจว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แต่ปวีร์จำต้องลงมาต้มบะหมี่ให้กิน...และได้อ่านจดหมายพ่อแม่ไข่มุก บอกว่าผู้ใหญ่ ที่นับถือป่วยหนักต้องรีบกลับไปเยี่ยม...พอดีไอรดาลงมา ปวีร์เล่าเรื่องพ่อแม่ไข่มุกไปบ้าน ไอรดาบอกว่ารู้แล้ว... ต่อไปนี้ทั้งสองเราต้องทำหน้าที่ดูแลไข่มุกต่อไป...

    จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของปวีร์กับไอรดา พาไข่มุกไปช็อปปิ้งที่ห้าง เพื่อซื้อหาข้าวของมาทำอาหารกินจนกว่าพ่อแม่ ไข่มุกจะกลับมา...การไปซื้อของในซุปเปอร์ฯเพื่อมาทำอาหาร ปวีร์กับไอรดาก็เถียงกันไม่ตกฟาก เด็กชอบกินอะไร ไอรดาก็สอนทันทีว่า ต้องกินอย่างนั้นอย่างนี้ให้ถูกหลักโภชนาการ แต่ปวีร์กลับเถียงว่า เด็กมันก็อย่างนี้ ชอบกินของไปตามเรื่อง ก็ควรให้เขาบ้าง ทั้งสองจึงเกิดตอบโต้ ไม่มีใครยอมใคร

    "ทำไมพ่อปวีร์กับแม่ไอชอบทะเลาะกันจัง" ไข่มุกเริ่มจะถามอย่างผู้ใหญ่ ทั้งสองสะอึกทันที

    "เรียกฉันว่าแม่เหรอ" ไอรดาถามอย่างรู้สึกซึ้ง

    "นี่ไข่เรียกฉันว่าพ่อหรือ" ปวีร์รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเด็กถึงคิดแบบนี้...

    ทั้งสองหารู้ไม่ว่า...ในกระเป๋าไข่มุกมีมือถือเครื่องเล็กๆติดตัว และมันกำลังเปิดไว้ตลอด

    แน่นอน...ในร้านอาหารและในมุมที่ไม่จอแจ...คุณหญิง พจนีย์ ผู้พันปยุต นวลตอง และธงชัย กำลังสุมหัวกัน มีมือถือวางกลางโต๊ะ ต่างจ้องฟังอย่างสนใจ

    "เจ้าไข่เรียกสองคนนี้ว่าพ่อกับแม่เลยเหรอ" ปยุตถาม

    "ฉันก็ได้ยินอย่างนั้น" คุณหญิงบอกสามี แล้วหันไปทางธงชัย "ธงชัย เธอสอนไข่เหรอ"

    "ครับผม...ผมว่าผู้ใหญ่ทุกคนมีสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่อยู่ในตัว ไม่ว่าใคร ถ้าเจอเรียกแบบนี้ ก็ต้องใจอ่อนกันทุกรายละครับ"

    "แล้วนี่สอนอะไรเขาอีกล่ะ" คุณหญิงถาม

    "สอนให้เอามรดกครับ" ธงชัยตอบซื่อๆ ปยุตมอง ธงชัยรีบยูเทิร์น "โอ๊ะๆๆ เปล่าครับ ล้อเล่นน่ะ"

    นวลตองเตือนทุกคนให้สงบคำ...ต่างหันไปฟังเสียงจากมือถือ

    ปวีร์ ไอรดากับไข่มุก ทั้งสามนั่งทานในร้านอาหาร แล้วปวีร์ก็ขอตัวไปห้องน้ำ ไอรดาจึงคุยกับไข่มุก ซึ่งก็เจอคำถามจากไข่มุกที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า แม่ไอขา...

    "แม่ไอเกลียดพ่อปวีร์หรือคะ" ไอรดางง ถามว่าทำไมถึงถามแบบนั้น "เห็นแม่ไอชอบด่าพ่อปวีร์ แล้วชอบทะเลาะกันทุกวัน...ทำไมผู้ใหญ่ชอบสอนให้เด็กรักกัน แต่ผู้ใหญ่ชอบทะเลาะกันซะเอง"

    "เออ...คือการที่ผู้ใหญ่ชอบทะเลาะกันเนี่ย บางทีก็เห็นไม่ตรงกันนิดๆหน่อยๆ แต่ไม่ได้หมายว่าเขาเกลียดกันหรอกนะ"

    "ถ้างั้น แม่ไอก็ไม่ได้เกลียดพ่อปวีร์"

    "ไม่ได้เกลียดจ้ะ"

    "ไม่ได้เกลียด ก็แปลว่ารักใช่ไหมคะ"

    "เอ้อ...ก็ รักเหรอ เอ้อ...นิดหน่อยน่ะ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่านะ นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็กนะคะ"

    ปวีร์กลับมาจากห้องน้ำ ไอรดาจึงลุกไปกระซิบบอกให้เขาคุยกับเด็กต่อ...เมื่อปวีร์นั่งลงจิบน้ำเท่านั้น ก็เจอคำถามทันที

    "พ่อปวีร์รักแม่ไอไหมคะ" ปวีร์แทบสำลักน้ำ ถามทันทีว่า ไหงถึงได้ถามยังงั้น เด็กกระซิบแก่แดด "หนูว่านะ... แม่ไอต้องรักพ่อปวีร์แน่เลย" ปวีร์ถึงกับน้ำขย้อนลงคอ...

    ส่วนที่โต๊ะอาหาร พวกคุณหญิงฟังแล้วส่งเสียงฮือ ปยุต เขย่าแขนธงชัยอย่างชอบใจ ธงชัยยืด แล้วทุกคนก็ฟังต่อ...

    ปวีร์เตือนเด็กว่าอย่าพูดเหลวไหล แต่เด็กกลับยืนกรานแบบไม่ยอม

    "บอกมา อย่าโกหกเด็ก บอกมาว่าพ่อปวีร์รักแม่ไอหรือเปล่า"

    "ก็..เอ้อ...รักนิดๆก่อนได้ไหม" ไข่มุกจึงยิ้มพอใจ บอกว่ารักนิดๆดีกว่าไม่รัก "แล้วไข่มุกว่า แม่ไอเนี่ยเขาจะมารักพ่อปวีร์เหรอ" ปวีร์ถามหยั่งเชิง

    "ทำไมล่ะคะ พ่อปวีร์ออกหล่อ เท่ แล้วก็ใจดีที่สุดเลย"

    "อู๊ย...พูดจาน่าเชื่อถือ...เดี๋ยวเสร็จแล้วเราไปซื้อเสื้อผ้ากันดีไหม" ปวีร์จับแก้มไข่มุกอย่างเอ็นดู เสียงมือถือหล่นจากกระเป๋าไข่มุก ปวีร์ขยับเท้าโดยไม่รู้ตัว เหยียบมือถืออันนั้นดังกร็อบเดียวแหลก...

    เสียงมือถือเครื่องที่รับบนโต๊ะพวกคุณหญิงดังครืดคราดจี๊ดจ๊าด ทุกคนต่างระคายหู แล้วเหลือแต่เสียงตุ๊ดๆ ต่างก็ถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหญิงเดาว่า คงจะเสียแล้ว ปยุต เสียดาย กำลังฟังสัญญาณความรักพอดี นวลตองเสนอให้รีบตามไปดูดีกว่า ธงชัยเร่งให้ไปดูกัน อยากติดตามตอนต่อไป แต่กลับถูกเบรกด้วยสายตา จึงขอนั่งรอที่นี่ต่อไป...

    ooooooo

    เมื่อคณะคุณหญิงตามไปที่ร้านเสื้อผ้าพยายามซ่อนตัวบังแผงเสื้อผ้าละลานตา ปวีร์กับไอรดาเลือกเสื้อผ้า โดยมีไข่มุกอยู่ตรงกลาง ปวีร์เลือกกางเกงให้เด็ก แต่ไอรดาเลือกเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงสวยๆให้ แล้วเกิดการเถียงกัน ไอรดาจะให้เด็กแต่งสวยๆงามๆ แต่ปวีร์บอก ควรให้นุ่งกางเกงก็ได้ ไม่ควรจะแต่งตั้งแต่เด็กเกินไป...

    เถียงกัน อย่างไม่มีใครยอมใคร พวกคุณหญิงที่ฟังแล้วพลอยมึนหัวไปด้วย พนักงานขายมาบอก คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองใจเย็นๆ จะให้ลองทั้งสองชุดเลย เชิญทางนี้ค่ะ...แล้วเอาเสื้อผ้าพาทั้งสามไปลองทันที

    หารู้ไม่ว่าป ยุตที่หลบอยู่เห็นพนักงานจูงทั้งสามมา พอจวนตัวจึงดึงนวลตองเข้าไปหลบอยู่ในห้องลองเสื้อ ไอรดาทนดูเด็กลองเสื้อกางเกงด้วยการทาบว่าสวยมาก จึงรีบดึงไข่มุกให้พนักงานพาไปลองเสื้อผู้หญิงที่เธอเลือก

    เสียงเคาะ ประตูห้องลองเสื้อดัง นวลตองตกใจร้องว้าย ปยุตยืนข้างๆรีบเอามืออุดปากไว้...พนักงานคิดว่ามีลูกค้าลองอยู่ข้างใน... แต่เมื่อหันมาเห็นไข่มุกใส่ชุดใหม่สวย จึงไม่ต้องเข้าห้องลองเสื้อ ให้รีบไปให้คุณพ่อคุณแม่ดู...

    ปยุตกับนวลตองยังอยู่ในห้องลอง เสื้อ...นานๆได้ใกล้ชิดกัน ถ่านไฟเก่าเริ่มคุ...ซ่า...

    "คุณยังสวย เหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน ยังไงยังงั้นเลยนะนวลจ๋า"

    "คุณก็..." นวลตองมองปยุตตาเยิ้ม "ยังหนุ่มแน่นอย่างคนที่ฉันเคยเจอเมื่อ 30 ปีก่อนเหมือนกัน"

    "คุณนวล" ปยุตเสียงสั่นสะท้าน นวลตองเอียงซบอกปยุต มือปลาหมึกเริ่มทำงานเป็นไปตามบรรยากาศ...แต่แล้วเมื่อสติคืนมา ปยุตรีบปล่อย พร้อมกับขอโทษนวลตอง แต่เมื่อผละจากอกปยุต เส้นผมนวลตองไปติดกระดุมเสื้อของเขา เธอถึงกับอุทานเจ็บ บอกว่าช้าก่อน ผมของเธอติดกระดุมเสื้อเขา...

    ทั้งสองช่วยกันแกะแต่ไม่ออก ปยุตต้องเร่งแกะกระดุมเสื้อ ขณะที่ศีรษะนวลตองยังซบที่อกเขา...ขณะที่คุณหญิงผละจากการดูปวีร์กับไอรดา เถียงกันเรื่องเสื้อผ้าที่ใครเลือกสวยกว่ากัน แล้วเด็กขอเอาทั้งสองแบบที่พ่อแม่เลือก...

    คุณหญิงเดินตามหาปยุตมา ทางห้องลองเสื้อ เห็นมีคนอยู่ จึงเคาะประตูเรียก...เขย่าสองสามทีกลอนเกิดหลุด ประตูเปิดผลัวะออกมา คุณหญิงร้องว้ายเหมือนเห็นผีหลอก ที่แท้เป็นผีปยุตกับผีนวลตองกำลังซบแกะกระดุมกันอยู่ พอตั้งสติได้ ถามเสียงดัง

    "ทำอะไรกันน่ะ" คุณหญิงไม่รอฟังคำตอบ หันหลังแจวอ้าวหนีเตลิด

    "เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนคุณหญิง..ไม่ใช่อย่าง ที่คุณคิดนะ เดี๋ยว" ปยุตจะวิ่งตาม นวลตองร้องลั่น

    "โอ๊ย...ผมฉัน ..." นวลตองออกแรงกระชากปยุตกลับ "ยังไงช่วยเอาผมฉันออกก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน" ปยุตหันมาช่วยดึง...ยิ่งดึงกันไปมา ดูเหมือนกำลังคลุกกันเป็นยำใหญ่ซุกไซ้ จูบกัน คุณหญิงตั้งสติได้วิ่งกลับมาอีก เจอภาพหนักกว่าเก่า

    "ไหนบอกว่าฉัน เข้าใจผิดไง ทีนี้เห็นเต็มๆเลย คนบ้า แก่ปูนนี้แล้วยังมาทำบัดเถลิงในห้างอีก"

    ooooooo

    ปวีร์กับไอ รดาจูงไข่มุกเดินไปคนละข้าง ต่างคนจะเอาไข่มุกไปตามทางของตัว...เริ่มเถียงกัน ไอรดา

    จะไปแผนกของ เล่น ปวีร์จะไปสวนสนุก พอมีสาวน้อยหุ่นเซ็กซี่เดินผ่านมาสบตากับปวีร์ ทั้งสองมองตากัน จนไอรดาเห็นแล้วหึงปรี๊ดขึ้นสมอง

    "อ้อ...จะพาลูกไป เล่นม้าหมุน ตัวพ่อจะไปเล่นจ้ำจี้... ลามกขึ้นสมอง"

    "นี่คุณ...อย่า มาด่าผมยังงี้ต่อหน้าเจ้าไข่นะ"

    "ทำไม ฉันพูดผิดตรงไหน" ไอรดาท้าเหย็ง การประคารมกันเริ่มขึ้น เปรียบมวยไทยก็ใช้ทั้งหมัดเท้าเข่าศอก ลูกแปลูกไขว้...เถียงข้างๆคูๆก็เอาดี...ในที่สุด ปวีร์ก็ใช้ไม้ตาย

    "ดี...งั้น ถามเจ้าไข่เลยว่าอยากไปกับใคร" หันไปถามเด็ก "ไข่ หนูจะไปกับพ่อหรือไปกับแม่"

    ทั้งสองจึงหันไปมอง วนไปกี่รอบก็ไม่มีไข่มุก...ร้องขึ้น พร้อมกันว่าไข่หายไปไหน แล้วเริ่มโทษกันไปมา ในที่สุดก็ต้องวิ่งไปตามหาด้วยความเป็นห่วง...จากห้องน้ำตามไปถึงสวนสนุกของ ห้าง...ไอรดาวิ่งไปยังแผนกของเล่น ปวีร์วิ่งหน้าตั้งเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ทั้งร้านอาหาร ไอศกรีมขนมนมเนย...ไอรดาวิ่งหาจนหอบ ต้องหยุดกวาดสายตาเป็นการพักเอาแรง...แล้วค่อยๆทรุดลงนั่ง แล้วจู่ๆปวีร์ก็มาจุ้มปุ๊กข้างๆบอกว่าทางห้างกำลังช่วยตามให้ด้วย ไอรดาบ่นว่าเคยรู้ข่าวแก๊งลักเด็ก แอบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอุ้มเด็กไปขาย เพราะพ่อแม่เองก็จำไม่ได้ ปวีร์ได้แต่ปลอบใจ ดึงเธอเข้ามากอด ทั้งสองต่างให้กำลังใจกันและกัน...

    เมื่อเสียงไข่มุกร้องเรียกพ่อป วีร์ แม่ไอ ดังขึ้น ทั้งสองผละจากกัน...ไข่มุกยิ้มแป้น ในมือมีลูกโป่งรูปหัวใจสองใบส่งให้ทั้งคู่...สามคนจึงกอดกันกลมอย่างโล่งใจ พ่อแม่ทั้งสองต่างถามว่าไปไหนมา เป็นห่วงแทบแย่

    "หนูเห็นพ่อกับแม่ทะ เลาะกัน หนูเลยไปเอาลูกโป่งหัวใจมาให้ นี่ไงคะ" พอพ่อแม่ถามเอามาทำไม ไข่มุกรีบอธิบาย "ก็จะเอามาให้แม่ไอ ให้ลูกโป่งหัวใจให้พ่อปวีร์ แล้วพ่อปวีร์ ก็ให้ลูกโป่งหัวใจแม่ไอไง"

    "จริงเหรอที่คุณพูดว่ารัก ผมน่ะ"

    "เอ่อ...ก็ทำนองนั้น แล้วคุณล่ะ บอกไข่ว่ารักฉันเหมือนกันเหรอ"

    "ก็เจ้าไข่มันคาดคั้นผมนี่ ผมไม่อยากให้เด็กเสียใจ ก็เลยแกล้งๆเออออไปงั้นเอง"

    "อ้าวๆ มาพูดแบบนี้...ชกกันเลยดีไหมเนี่ย"

    "เฮอะ...เอาสิ...เก่งจริงมาเตะมา เลย แล้วจะเจอมะ..." ปวีร์ทำท่าจะเขกกะโหลกไอรดา...ทั้งสองท้ากันเหย็งๆ

    "เฮ้อ...ทะเลาะ กันอีกแล้ว"   ไข่มุกได้แต่นั่งกุมหัว

    ปวดเฮด...

    ooooooo

    คุณ หญิงพจนีย์เดินปึงปังเข้าบ้านมา ผู้พันปยุต ที่ว่าแน่ๆเดินตามเมียเข้ามาอย่างหมดรูป โดยมีธงชัยตามรั้งท้าย ปยุตตัวงอเข้ามาเว้าวอนงอนง้อ ขอร้องให้ฟังสามีอธิบายเสียก่อน...คุณหญิงคว้าหมอนอิงในห้องรับแขกปาใส่ไม่ ยั้ง ทั้งส่งเสียงสำทับ

    "คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ไง...หา ทำได้ไง" ตะคอกแล้วตามด้วยหมอน ปยุตใช้ตำราหมัดป้องตัวเหย็ง แล้วหลบจนหมอนปลิวใส่หน้าธงชัยร้องตกใจ...ปยุตใช้วิชาเจ้าชู้ยักษ์เข้าไปโอบ ประโลมใจ แต่ถูกผลักจนหน้าหงาย สั่งให้ไปห่างๆ ปยุต ไม่รามือ บอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เห็น แล้วเก็บไปคิด

    "ฉันไม่คิดแล้ว มันตำเต็มตา...ไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้" ว่าแล้วคุณหญิงน้ำตาร่วงพรู...ดูดู๋ ทำไมถึงทำกับฉันได้

    "ผมกับนวล ตองไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ" ปยุตใช้มือปลาหมึกเป็นครู

    "ปล่อยฉัน ฉันไม่ฟัง ฉันอยากอยู่คนเดียว"

    "ไม่ปล่อย คุณหญิงต้องฟังผมก่อน"

    คุณ หญิงตะคอกให้ปล่อย ปยุตโต้ไม่ปล่อย แล้วยังกอดรัดฟัดเหวี่ยง จึงถูกคุณหญิงฟ้อนเล็บดังแควก...ปยุตร้องโหยหวน ปล่อยมือปลาหมึกมากุมหน้า...คุณหญิงสะบัดหลุด เดินหนีไปไม่ไยดี...ธงชัยจึงรีบเข้าทำหน้าที่ผู้ช่วยพระเอก พอปยุตปล่อยมือลง ธงชัยถึงผงะ เพราะเลือดไหลเต็มหน้าผู้พันผู้เคราะห์ร้าย...

    ooooooo

    รุจน์ มาพบมาตติกาด้วยความห่วงใย ที่มาตติกากำลังลำบาก โรงเรียนสอนโยคะของเธอกำลังซวดเซหนัก รุจน์เองเห็นใจและพร้อมที่จะช่วยเสมอ แต่มาตติกาแม้จะยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรุจน์ เพราะเธอคิดว่าตุลย์คือเพื่อนเก่า

    "มา ตอาจจะขอความช่วยเหลือจากคุณตุลย์"

    "คุณมาตแน่ใจเหรอครับ...เงินเป็น ล้านๆ ใครจะให้ยืมง่ายๆ" รุจน์พยายามให้ข้อคิด

    "มาตอาจเสนอให้คุณ ตุลย์เป็นหุ้นส่วนด้วยน่ะค่ะ" สิ้นคำของมาตติกา รุจน์ได้แต่ถอนใจ เสียดายที่ไม่อาจช่วยมาตติกาได้...

    รุจน์หารู้ไม่ว่า...ไม่ห่างจาก โต๊ะที่เขานั่งคุยกับมาตติกานั้น ในโต๊ะและมุมที่ลับตาทั้งสอง แต่หันหลังให้ จึงไม่รู้ว่าเมษาน้องสาวตุลย์มานั่งเงี่ยหูฟังอย่างชัดแจ๋ว   แล้วเมษายิ้มอย่างสมใจ

    "คราวนี้...เธอเสร็จฉันแน่ มาตติกา"

    มา ตติกาหารู้ไม่ว่า ตั้งแต่เสี่ยปรีชา นายตุลย์ และเมษา ต่างก็เปิดเส้นทางเดินให้มาตติกาไว้อย่างสวยหรู แต่มีหลุมพรางที่เต็มไปด้วยขวากหนามน่ากลัวไว้รองรับ...

    วันนี้มาตติ กาก้าวไปหาตุลย์ถึงบ้าน เพื่อจะพูดธุรกิจในฐานะเพื่อนเก่า...ตุลย์จึงบอกเธออย่าเกรงใจ เขาเป็นคนเสนอที่จะให้เธอยืมเงินเอง จะเท่าไหร่ให้ว่ามา พอกระดาษจำนวนเงินวางลง

    "สี่ล้านเลยเหรอ" ตุลย์อุทานอย่างตื่นเต้น...จังหวะนั้นให้บังเอิญว่าเสี่ยปรีชาผู้พ่อเดินมา นั่งข้างตุลย์ ตบหลังลูกชาย มาตติกาไหว้ ปรีชายิ้มแย้ม แล้วเอ่ยขึ้น

    "บังเอิญ ผ่านมาได้ยินเข้าพอดี" หันไปทางมาตติกา "คืนนี้มาที่นี่อีกนะ เดี๋ยวจะเตรียมเช็คไว้ให้" มาตติกานั่งงง จู่ๆเสี่ยใหญ่ก็เหมือนพระมาโปรด แล้วยังย้ำ "หรือว่ารังเกียจที่จะรับความช่วยเหลือจากปะป๊ะของตุลย์" มาติกาฟังแล้วติดอ่าง ได้แต่บอกเปล่าอย่างขอไปที "เปล่าก็ดีแล้ว งั้นคืนนี้เจอกัน"

    ปรีชาให้ลูกชายคุยกับมาตติกาต่อ แล้วเดินไป... มาตติกาหันไปทางตุลย์

    "จะดีเหรอคะเนี่ย กลายเป็นต้องรบกวนคุณพ่อของคุณ"

    "คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ปกติปะป๊ะก็ชอบช่วยคนเรื่องเงินอยู่แล้ว" ตุลย์ยิ้มให้เธอสบายใจ

    หลัง ตุลย์ออกมาส่งมาตติกาแล้ว เสี่ยปรีชาก็ได้รับคำชมเชยจากตุลย์และเมษา ว่านอกจากตุลย์จะเล่นละครแนบเนียนแล้ว ปะป๊ะของเธอยังคว้าตุ๊กตาทองได้สบายๆ

    "กำจัดมารหัวใจไปได้หนึ่ง ยังเหลือหมอดูลวงโลกอีกหนึ่ง ตัวต่อตัวอย่างนี้ซิ มันถึงจะพอฟัดกัดใบหูกันหน่อย" เมษายิ้มอย่างผู้พิชิต

    "เอาแค่เบาะๆก็พอนะเมษา คุณไอคนนี้พี่รักจริงหวังแต่ง" ตุลย์ยิ้มเมื่อนึกถึงแผนที่วางไว้...

    ถึงเสี่ยปรีชาจะใจร้อนขนาดไหน...เวลานัดยามค่ำที่บ้านก็มาถึงจนได้ มาตติกาพาซื่อเดินมาถึงจุดประหารบ้านเพื่อนตุลย์ ที่มีพ่อที่ใจดีให้ยืมเงินล้านง่ายๆ

    ก่อนที่จะเซ็นเช็คให้มาตติกาตามที่นัดแนะกัน ตุลย์กับพ่อปรีชาต้อนรับมาตติกาอย่างดี เอาน้ำส้มมาต้อนรับ ให้ดื่มใจเย็นๆ สบายใจได้ มาตติกาจึงยกแก้วขึ้นดื่มจนเกือบหมดแก้ว โดยสองพ่อลูกมองตามอย่างสนใจ มาตติกาเห็นผิดปกติจึงถามว่าแก้วน้ำส้มมีอะไรหรือ เห็นมองอย่างสนใจ สองพ่อลูกรีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ตุลย์จึงเปลี่ยนความสนใจ

    "คุณมาตจะรีบกลับหรือเปล่าครับ" หันไปทางปรีชา "ผมว่าปะป๊ะรีบไปหยิบเช็คให้คุณมาตเขาเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องกลับดึก"

    มาตติกาจึงออกตัวตามมารยาทว่ายังไงก็ได้ แต่เธอไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น...ว่าแล้วสองพ่อลูกก็เห็นอาการเปลี่ยนแปลงไปขอ งมาตติกา ดวงตาเริ่มปรือ แล้วค่อยๆทำท่าเหมือนจะหลับให้ได้

    "นั่นสิ...เกรงใจหนูมาต ท่าทางจะเริ่มง่วงแล้วสิ ใช่ไหม"

    "ฮือม์...ทำไมทราบล่ะคะ" มาตติกาเสียงยานคางถาม ปรีชาสะอึก อ้อมแอ้มลุกไป บอกจะไปเอาเช็คมาให้ แต่ยังไม่ทันจะก้าว เห็นมาตติกาคอพับหลับผล็อยไปแล้ว "หลับไปแล้วเหรอ" ตุลย์จุ๊ปากไม่ให้พ่อพูด เขามองอาการเธอแล้วพยักหน้า ป๊ะป๋ายิ้มทำท่าตะกราม ตุลย์จึงเตือนอย่าใจร้อน เขาจะอุ้มขึ้นห้องไปให้ก่อน...ปรีชาตามติดตุลย์ที่อุ้มมาตติกาขึ้นไปวางบน เตียงในห้อง ปรีชารีบเปลี่ยนเสื้อผ้านุ่งผ้าขนหนูมายืนรอจนลูกชายติงว่าเร็วไปแล้ว ปรีชาบอกป๋าใจร้อน ยิ่งเห็นหนูมาตติกาน่ารักอย่างนี้ ผ้าขนหนูแทบหลุดแต่เมื่อวานแล้ว...ว่าแล้วไล่ลูกชายหนีไปไหนก็ไป เสียเวลาเปล่าๆ

    "คุณมาตครับ" เสียงรุจน์ดังมา...สองพ่อลูกตาเหลือก ปรีชาเต้นผางๆ

    "ไอ้รุจน์มา ป๋า" ตุลย์ร้องบอก...เสี่ยปรีชาร้องคำรามแสนแค้น

    "มันมาได้ไงวะ...เสียอารมณ์ป๊ะป๋าแท้เว้ย"

    เสียงรุจน์เรียกหามาตติกาดังจากข้างล่างขึ้นมาข้างบนห้อง ตุลย์ถามเอายังไงดี ปรีชาสั่ง

    "ทำไงก็ได้ให้มันกลับไปซะ...ป๋ากางเกงหลุดแล้ว ไม่ยอมใส่กลับเด็ดขาด"

    ที่หน้าห้อง...ก่อนที่รุจน์จะมาเปิดประตูเข้าไปในห้องพ่อกับพี่ชาย เมษารีบมาขวางหน้ารุจน์ไว้ รุจน์กลับซักถามว่าเห็นคุณมาตไหม เธอบอกเขาว่าจะมาที่นี่ เมษารีบเบนคำ น้อยใจรุจน์ มาถึงบ้านษากลับถามถึงคนอื่น เขาบอกเขาร้อนใจ เมษากลับจะหาของมาให้ดื่มดับร้อน

    "ไม่เอาครับ ผมจะมาหาคุณมาต...คุณมาตอยู่ไหมครับ" รุจน์จะเปิดประตู เมษารีบเอาตัวแทรกกันไว้ ย้ำว่าข้างในไม่มีคุณมาตติกา ตอนนี้มีเมษาเท่านั้น...รุจน์เหวี่ยงเมษากระเด็นไป เปิดประตูออก

    มาติกานอนนิ่งบนเตียง ตุลย์กรากมาขวาง เจอกำปั้นรุจน์เข้าเต็มปาก

    "นี่...คิดจะทำอะไรคุณมาตเหรอ"

    "อ้อ...นี่ต่อยผมเหรอ" ตุลย์เดินเข้าหา ชกรุจน์หนึ่งหมัดล้มผลึ่ง ตุลย์ตามกระชากรุจน์ขึ้นมา กำลังจะต่อยอีกหมัด... ปรีชามาในเสื้อผ้าชุดใหม่ สั่งให้ลูกชายหยุดเดี๋ยวนี้...ตุลย์อ้างว่าเขาถูกต่อยก่อน ปรีชาสั่งเฉียบให้หยุด...ตุลย์จึงปล่อยมือ ปรีชาหันไปทางรุจน์

    "เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคุณน่ะ หนูมาตเขาเป็นลมไป ปะป๊ะเลยสั่งตุลย์ให้พาขึ้นมานอนพักให้หยูกยา หรือจะพาไปโรงพยาบาลอีกทีก็ค่อยว่ากัน" รุจน์ฟังแล้วชักลังเล ถามว่าจริงหรือ "จริงสิ...แล้วนี่คุณคิดว่าไงล่ะ คิดว่าเราพ่อลูกเป็นอะไรเหรอ"

    "เอ้อ...งั้น ผมขอโทษครับ" หันไปทางตุลย์ "คุณตุลย์ ผมขอโทษ" รุจน์จะแตะตัว ตุลย์ปัด

    "ไม่ต้องตบหัวแล้วลูบหลังเลยคุณ มาถึงก็ต่อยหน้าผมโดยไม่ถามสักคำ"

    "ผมเข้าใจผิดไปเอง...ผมขอโทษจริงๆนะครับ" รุจน์ยกมือไหว้สำนึกผิดจริงๆ สองพ่อลูกแอบยิ้มให้กันค่อนข้างพอใจ...

    แล้วความเป็นนักบุญของเสี่ยปรีชากับตุลย์ก็ปรากฏให้มาตติกาเห็นจนได้ว่า มาตติกามาขอความช่วยเหลือตุลย์กับพ่อ แต่เธอเป็นลม เขาจึงพาขึ้นไปพยาบาล รุจน์จู่ๆก็ตามมา แล้วชกต่อยตุลย์ มาตติกาจึงไม่พอใจรุจน์มาก...ที่สำคัญคือเธอยังไม่ได้เช็คตามที่ปรีชาจะให้

    รุจน์มาส่งมาตติกาถึงบ้าน...ก่อนกลับเขาถามว่า เธอยังโกรธเขาหรือเปล่า ที่เขาทำไปเพราะห่วงเธอ จึงถูกมาตติกาย้อนถาม

    "นี่คือการเป็นห่วงหรือคะ มาตกำลังไปขอความช่วยเหลือเขา แต่คุณกลับบุกไปทำร้ายเขา มาตไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ ไหนแล้ว" รุจน์รีบขอโทษเธออีก มาตติกาย้ำ "ไม่เป็นไรค่ะ มาตเข้าใจธรรมชาติผู้ชาย ไม่เจ้าชู้ก็ชอบใช้กำลัง ผู้ชายดีๆที่มาตเคยคิดไว้คงไม่มีจริง" ว่าแล้วมาตติกาเดินเข้าบ้านไป...

    เมษาโทร.ไปหารุจน์ นัดพบที่ร้านหรูแห่งหนึ่ง พยายามจะสร้างเสน่ห์ให้เขาให้ได้ แต่เมื่อรุจน์ไม่ขอตอบว่าเขาชอบเธอหรือไม่ เมษาอดทน บอกว่าเธอรับได้ วันนี้เขาไม่รักเธอ วันหน้าเขาอาจเปลี่ยนใจ...เมษาบอกจะช่วยให้คุณมาตติกาเข้าใจคุณรุจน์ให้ได้ เมษาว่าแล้วยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วทำหกใส่อกตัวเอง ทำทีอุทานวี้ดว้าย รุจน์รีบหยิบทิชชูมาเช็ดเสื้อที่อกให้เมษา...รุจน์หารู้ไม่ว่าเมษาแอบว่า จ้างปาปารัสซีมาถ่ายรูปรุจน์เช็ดอกเธอไว้อย่างไม่นับ แล้วจ้างให้เอาไปลงข่าวตัวโตๆ รูปขนาดยักษ์ให้ด้วย

    "เช็ดตรงนี้ค่ะ...คุณรุจน์ขา ยังเปียกอยู่เลย เช็ดอีกค่ะ"

    รุจน์พยายามเช็ดเสื้อตรงอกให้เมษา เธอแอบยิ้มอย่างพอใจในสิ่งที่กำลังเดินไปตามแผน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:40 น.