ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมษาเข้ามาขวาง ประกาศใครจะทำอะไรคุณปวีร์ ต้องข้ามศพเธอก่อน...ชัยยืนงง หันมามองโชคเหมือนจะถามว่า จะเอายังไงกันดี เมษาสำทับกล้าจริงก็ยิงเลย... ปวีร์รีบดึงเมษามาบังหลัง เตือนว่าไม่ต้องปกป้องเขาขนาดนี้ก็ได้ แล้วหันไปบอกไอ้ชัย
    "ยิงฉันคนเดียว แล้วพวกแกรีบหนีไป อย่าให้คนอื่นต้องเดือดร้อน" ชัยทำท่าจะยิง แต่ก็ยังลังเล...โชคร้องบอกอย่างหงุดหงิด

    "ไม่รู้จะเอายังไงแล้วโว้ย" โชคหันรีหันขวางคิดไม่ตก... ทันใดนั้น ตุลย์กระโดดเข้ามาชาร์จ ลูกน้องร้องตกใจ ขณะที่ไอรดาวิ่งไปหาปวีร์

    "พวกแกวิ่งหนีไปก่อน" ตุลย์สั่งเฉียบ โชคยังย้อนถามว่า เอางั้นเหรอครับนาย...ตุลย์กลัวเสียความลับ รีบตะบันไอ้โชคดั้งแทบหัก...โชคสั่งชัยให้วิ่งหนีตามมันไป...ตุลย์มองตามลูกน้องไป แล้วหันมาถามไอรดาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไอรดารีบขอบคุณตุลย์ที่มาช่วย  เธอตกใจแทบตาย  กลัวมันยิงตุลย์... นายตุลย์ยืดอกคุยโว

    "พวกนี้มันโจรกระจอกครับ" หันไปเหล่ปวีร์ "ถ้าไม่มัวแต่ปอดแหกหรือกลัวจนหัวหด พวกมันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ"

    "ไอ้สองคนนั้นไม่ใช่คนของคุณใช่ไหม" ปวีร์จิกแผลตุลย์ฉึกใหญ่กลางหลัง

    "ฮี่ธ่อ...คุณเอาอะไรมาพูด ผมอุตส่าห์มาช่วย คุณควรขอบคุณผมมากกว่ามาใส่ร้ายแบบนี้"

    ไอรดาเดินมาหาตุลย์ไหว้แล้วขอบคุณเขา...แล้วสะกิดปวีร์ ปรามว่าอย่าเสียมารยาท ปวีร์จึงจำต้องขอบคุณตุลย์ด้วยเสียงห้วนและกระชาก...ปวีร์รีบเดินหนี เมษารีบวิ่งตาม ตุลย์ยิ้มเยาะตามหลัง ก่อนจะมาวางมาดเท่เก๋ไก๋อย่างแมนสุดๆ

    ไม่นานต่างทยอยกันเดินกลับมายังรีสอร์ต เมษาไม่สนมนุษย์มนาหน้าไหน ติดปวีร์แจ ลูบตั้งแต่ขาอ่อนไปถึงแผงอก เอาใจจนล้นเรี่ยราด ถามพลางชี้ถามว่าเจ็บตรงนี้ตรงไหนบ้าง ไอรดาแค่ชำเลืองก็มือไม้สั่น  ปวีร์ได้แต่ขอบคุณ  ไม่เจ็บตรงไหนเลย ไม่ต้องห่วง

    "ไม่ห่วงคุณปวีร์แล้วใครจะมาห่วงคะ คนบางคนมาใกล้ชิดคุณมีแต่หวังเงิน ไม่คิดจะดูแล"

    "อุ๊ย...คุณตุลย์ ไอเจ็บข้อเท้าน่ะ" ไอรดาแก้เผ็ดปวีร์ อ้อนซะเว่อร์ เอื้อมมือไปเกาะไหล่ตุลย์ นายตุลย์รีบซักถาม ลามไปถึงข้อเท้า แล้วขอประคองเดินไป เฉียดหน้าปวีร์ ไอรดายิ้มหยันผ่านไป ปวีร์แค้น คว้าคอเมษามาหอมแก้มสามฟอดดื้อๆ ไอรดายิ่งแค้น  คว้าคอตุลย์จะมาหอม...ปวีร์ตาเหลือก  เสียท่าแล้ว...แต่ไอรดาเกิดเวทนาปวีร์ จึงชะงักมือไว้ แล้วหันหลัง

    เดินหนีไป...ปวีร์มองตามอย่างเอาเรื่อง ส่วนตุลย์เป็นนาน

    ยังยืนงง เสียดายที่ไอรดายั้งมือไว้...

    เมื่อไอรดาเข้าไปในห้องพัก ได้น้ำได้ท่าของขบเคี้ยวพอสมควร จึงมานั่งหวีผมหน้ากระจก ปวีร์เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ จึงเดินมาบริหารลำคอต่อว่าไอรดาว่า รู้ตัวไหมผู้หญิงดีๆเขาไม่ประชดสามีด้วยวิธีแบบนั้นหรอกนะ

    "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย คุณต่างหากหอมแก้มยายเมษา...นี่ขอถามหน่อย คุณชอบแม่นั่นจริงๆ หรือแค่ประชด"

    "ไม่สำคัญ ผมจะชอบเมษาหรือมาตติกา คุณจะเดือดร้อนทำไม ยังไงคุณก็ไม่มีใจให้ผมอยู่ดี"

    "รู้ได้ไงว่าไม่มี...อุ๊บ" ไอรดาหุบปาก รีบซักต่อ "ถามว่าทำไมต้องไปหอมแก้มเขาด้วย"

    "คุณอยากไปอ้อนนายตุลย์ก่อนทำไม" ปวีร์ย้อน

    "ฉันจะอ้อนตุลย์หรืออ้อนรุจน์ คุณเดือดร้อนอะไร ยังไงคุณก็ไม่คิดอะไรกับฉันอยู่ดี"

    "รู้ได้ไงว่าไม่คิด" ปวีร์รู้ตัวรีบเอามืออุดปาก แล้วบอกว่า...ไม่ได้ว่าอะไรนี่?

    "เพิ่งพูดว่าคิดอะไรกับฉัน...เอ๊ะ...นี่อย่าบอกนะว่าคุณชอบฉัน"

    "เฮ้ย...อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยน่า..." พอนึกได้ชี้หน้า "จริงด้วย...นี่คุณชอบผมใช่ไหม" ไอรดาปัดพัลวันว่าเอาที่ไหนมาพูด "ไม่งั้นตอนเมษาดูแลผม คุณจะเดือดร้อนทำไม จริงมะ ถ้าคนไม่คิด ต่อให้เมษาทำยิ่งกว่านี้ คุณต้องไม่แคร์สิ"

    "แล้วคุณล่ะ ไม่ยิ่งกว่าฉันเรอะ แหม...พอฉันแกล้งอ้อนคุณตุลย์หน่อยเดียว ก็หึงซะไม่มี"

    "ผมเนี่ยนะ หึงคุณ"

    "ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นคุณจะโกรธทำไม จริงไหม แอบชอบฉันก็บอกมาเหอะ"

    "ใช่ซี...ยอมรับก็ได้ว่าผมแอบชอบ..." ไอรดายิ้มอายม้วน และสะอึก "แต่ไม่ใช่คุณหรอกนะ"

    ไอรดาหน้าคว่ำ รอยยิ้มกลายเป็นแรงอาฆาต อยากจะฟาดสักสองฉาดใหญ่ๆ

    ตะวันบ่ายคล้อย...ปวีร์กับไอรดา แม้จะไว้ท่าไม่ยี่หระกัน แต่คนหนึ่งลงมาชายหาด อีกคนก็ลงมานั่งเตียงผ้าใบคู่กัน สั่งน้ำมาดื่ม มองตากันด้วยคำตอบที่ต่างก็ไม่ยอมรับว่าชอบกันแต่อย่างใด...พอเห็นมาตติกาเดินมาในชุดสวยแต่ไม่หวาม นั่งเก้าอี้ผ้าใบ ปล่อยให้ตัวข้างๆว่างหนึ่งที่

    ปวีร์ชี้ให้ไอรดาดูว่านั่นไงคนที่ เขาชอบ เดี๋ยวต้องขอตัวไปนั่งข้างๆ เธอว่างไว้รออยู่แล้ว ส่วนไอรดาก็ไม่น้อยหน้า ถอดแว่นมองไปข้างหน้า บอกเขาว่า โน่นสุภาพบุรุษตัวจริงของเธอมาแล้ว...ปวีร์มองตามไป เห็นรุจน์ในเสื้อผ้าสวยรวยเสน่ห์เดินมาในมาดสุดเข้ม ปวีร์ทำเป็นรู้มากบอกว่าผู้ชายแท้ รึเปล่าก็ไม่รู้ ไอรดายิ้มหยันหาว่าปวีร์อิจฉารุจน์ผู้แสนจะ
    อภิมหาเด่นดีแท้

    แต่ แล้วไอรดาถอดแว่นอีก เขม้นมองไปหน้าตูม ปวีร์ มองตามอยากรู้ ภาพที่เห็นรุจน์เดินมาทักทายมาตติกาแล้ว

    นั่งเก้าอี้ข้างๆเธอ คุยกันอย่างสนิทชิดเชื้อ...

    ไอรดาบ่นอุบ ก้มหน้าว่า...ไม่น่าเลย ครู่เดียวเธอเปลี่ยนสีหน้าหันมาหนุนปวีร์

    "คุณจะท้อไม่ได้นะคุณป วีร์...คุณก็มีดี ทั้งหล่อรวย ทั้งมีแฟนสวย..." ปวีร์งึมงำถามว่าจะมาไม้ไหนอีก ไอรดายังยืนกราน "ฉันแค่อยากให้กำลังใจคุณ ถ้าคุณพยายาม ยังไงคุณก็จีบคุณมาตติกาได้แน่ เพื่อรักแท้ของคุณฉันยอมเสียสละได้"

    "นี่คุณเสียสละเพื่อผม"

    "ใช่ ค่ะ ถ้าคุณจะขอหย่า ฉันก็ยอมหลีกทางให้"

    "นั่นไง...ผมว่าแล้ว ที่แท้คุณก็หวังเงินค่าหย่าไอ้สี่สิบล้านนั่นแหละ คนอย่างคุณหรือจะยอมเสียสละให้ใคร" ปวีร์ ใส่หนำใจแล้วไม่อยู่ฟัง รีบเดินหนี ไอรดามองตามเอาเรื่องทันที

    "อ้าว...ไหงเล่นแบบนี้ ด่าแล้วเดินหนี มันดูถูกกันมากไปแล้ว คุณรู้จักฉันดีแล้วเหรอถึงหาว่าฉันไม่รู้จักเสียสละน่ะ" ว่าแล้วลุกตามไปราวีทันที

    ขณะที่ล็อบบี้ นวลตอง เสี่ยปรีชาอยู่กับสองสามีภรรยา คุณหญิงพจนีย์กับคุณปยุตกำลังเม้าท์กันเรื่องปวีร์กับไอรดายังไม่ออกมาจาก ห้อง สงสัยได้หลานอุ้มกันคนละคน...ขณะชื่นชมกันอยู่นั้นเสียงปวีร์ก็ดังมา แล้วเดินหนีไอรดากำลังตามตื๊อมาติดๆ

    "หยุดก่อน...ฉันบอกให้หยุด" ไอรดามายืนดักหน้าไว้ "ก็ในเมื่อคุณไม่คิดอะไรกับฉัน งั้นคุณก็ขอหย่าไปซะเลยไม่ดีกว่าเรอะ"

    "ไม่...ผมจะอยู่ทรมานคุณไป เรื่อยๆแบบนี้ มีอะไรไหม คุณนั่นแหละ ถ้ายังไม่อยากตกนรกทั้งเป็นก็รีบๆเป็นฝ่ายขอหย่าซะ"

    ทั้งสองเดินตาม ต้อนหน้าท้าทายกันไป ส่วนผู้ใหญ่ทั้งสี่คนได้แต่สั่นหัวดิกๆที่การมาฮันนีมูนคราวนี้ล้มเหลว มีคุณปยุต คนเดียวประกาศให้ทุกคนสู้ๆ

    "อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ ถ้าคู่นี้มันดื้อยานัก เราต้องจัดยาให้แรงกว่านี้ไปเลย"

    ปยุตดีดมือ เปาะเหมือนเกิดไอเดียใหม่เอี่ยม นอกนั้นอ้าปากฟังอย่างสนใจ

    ooooooo

    วัน นี้มาตติกากำลังสาธิตการทำอาหารหลายอย่าง ส่วนรุจน์นั้นอยู่ใกล้ๆเป็นลูกมือไม่ยอมห่าง โดยมีผู้ฝึกและช่างภาพมารุมล้อมสลอน ส่วนผู้ที่มาพักก็รุมกันมาดู เช่น ปวีร์ ไอรดา ตุลย์ เมษา...มาตติกาอธิบายไป รุจน์คอยยกจานโชว์ผักหลายชนิดที่จะเอามาทำสลัด รวมทั้งข้าวโพด

    จาก นั้นมาตติกาให้ทุกคนที่มาฝึกลงมือทำหน้าที่แต่ละ อย่าง ทุกคนฝึกทำทั้งสับทั้งหั่นกันอย่างสนุกสนาน...มาตติกา

    แยกกับรุจน์ เดินไปดูเมษากับตุลย์ช่วยกันหั่นผักเฉไปโย้มา จึงได้รับการแนะนำวิธีที่ถูกต้อง...เมื่อมาถึงคู่ปวีร์กับไอรดา มาตติกาสอนอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ ปวีร์เบียดมาตติกาชิด

    จนแทบจะเซ แล้วหันมายักคิ้วให้ไอรดา แต่เมษาหันมาเห็นจึงรีบรี่มาหา ไอรดาเห็นปวีร์ทำท่าหั่นแต่แทบจะโอบมาตติกา จึงเอามะเขือเทศที่หั่นแล้วปาใส่ปวีร์ เขาหลบวูบ มะเขือเทศจึงโปะลงที่หน้าเมษาพอดี ไอรดาหัวเราะ  ร้องขอโทษไม่ได้ตั้งใจ เมษาจึงรวบผักถาดใหญ่มาปาใส่ไอรดาจนหน้าตาหัวหูเต็มไปด้วยผัก เสียงด่าว่า เสียงขอโทษกันระงม...สงครามผักเริ่มระดมปา
    ใส่กันชุลมุน ใครผ่านมาเป็นเจอเลอะไปด้วย...แม้มาตติกาเข้ามาห้ามก็ได้ผักเต็มหัวเป็น รางวัล

    ปวีร์รีบมาดึงมาตติกาออกมา แต่ทั้งสองสะดุดล้มลง ให้บังเอิญอีก ปวีร์ล้มทับมาตติกาแล้วปากทั้งสองคนเกิดจุ๊บกันพอดี...ปวีร์จึงค่อยๆดึงเธอ ขึ้นมา ปากก็ยิ้มอย่างพอใจที่ได้จุ๊บฟรี เขาขอโทษเธอ แต่ปากก็บอกว่าดีจังเลย...มาตติกา

    บอกว่าไม่เป็นไรมันแค่ อุบัติเหตุ...ส่วนรุจน์รีบมา หันไปบอกทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศ บอกว่าไม่มีอะไรกัน เดี๋ยวขอเคลียร์ตรงนี้จะได้ทำน้ำสลัดต่อ...

    ขณะ ที่ไอรดาไปล้างหน้าตาหัวหู พอเห็นหน้าเมษามาชำระสะสางของบนหัวด้วย ทำท่าจะเปิดศึกต่อ เมษาโบกมือหย่าศึกแล้วถามอย่างจริงจัง

    "ฉันขอถาม ว่า...คุณปวีร์เขาชอบยายมาตใช่ไหม"

    ไอรดาบอกใช่แล้ว "รู้แล้วเธอยังปล่อยไป ไม่หวงไม่ห้ามคุณปวีร์บ้างเลยเหรอเนี่ย ถ้าฉันเป็นภรรยาเขา ยายมาตคนนี้ตายโหง" ไอรดายังล้างหน้าต่อ "อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน สามีทั้งคนยังทำเฉย ไม่เอาไหนเลย"

    "ใช่ แล้วย่ะ ฉันไม่ไปจัดการกับใครเพื่อแย่งผู้ชายหรอก ใครอยากได้ไปแย่งกันเอง"

    "เธอ พูดจริงเหรอ" เมษาถามจริงจัง ไอรดาจึงย้ำหนักแน่น

    "จริงน่ะซิ อีตาปวีร์น่ะ ถ้าเธออยากได้นักเอาไปเลย ยิ่งทำให้เขาขอหย่าฉันได้ฉันยิ่งแฮปปี้มาก"

    "เฮ้ย...ทำไมเธอใจดี อย่างนี้ล่ะ" เมษายิ้มให้ไอรดา ดีใจเหมือนได้แก้วแหวนสักสิบตัน "ดูซิ...ฉันหลงคิดร้ายกับเธอตั้งนาน ยอมรับว่าก่อนนี้ฉันคิดอยากให้เธอตายๆไปเสียที... แต่ตอนนี้ไม่คิดแล้ว มารหัวใจฉันตัวจริง ยายมาตนั่นต่างหาก... ต่อไปนี้เราอยู่ข้างเดียวกัน...ยายมาตนั่น แล้วมันจะรู้ฤทธิ์ฉัน"

    ไอ รดามองเมษา ในใจนั้นเห็นว่าเมษานี่อารมณ์เหวี่ยงไปทีละหลายขั้ว ดูๆแล้วเหมือนเจอคนบ้า...

    เวลาผ่านไปจนภารกิจการสอนทำอาหารเสร็จสิ้น ไปแล้ว ตอนนี้รุจน์ช่วยมาตติกาเก็บกวาดทำความสะอาด มาตติกาแย่งไม้กวาดมาทำแทน แต่พอเห็นรุจน์ยกชามสลัดมา ทั้งสองแย่งกันยก แล้วลงเอยด้วยการช่วยกันยก มองตากันนิ่งเมื่อมือของทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ แล้วต่างก้าวต่อไปอย่างสนิทสนม ปวีร์มองเห็น ทั้งสองต่างก็บอกกันว่า ต่างก็ผิดหวังด้วยกันทั้งสองคน

    "ทำไมผู้ชายรอบตัวฉันถึงได้ชอบคุณมาต ติกาเหมือนกัน"

    "ก็เพราะเขาน่ารัก แล้วก็นิสัยดีกว่าคุณน่ะสิ ว่าไหม" ปวีร์เดินหนี ทิ้งให้ไอรดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตามหลัง...

    ooooooo

    ไอรดาแอบไปเห็นปวีร์กับธราดลซุบซิบกัน แล้วแอบยกของไปยังรถคันหนึ่ง มีคนงานอยู่หลายคน นอกจากจะยกของใส่รถแล้วยังให้คนงานยกของอีกจำนวนหนึ่งขึ้นรถขับออกไป ไอรดาเห็นอาการลับลมคมในของพวกปวีร์แล้วมั่นใจว่าของในกล่องต้องเป็นของ เถื่อนแน่นอน ไอรดาจึงตามไป และเก็บภาพไว้ทุกระยะ

    ไอรดาตั้งใจจะจับผิดปวีร์ เอารูปถ่ายของเถื่อนไปแจ้งตำรวจ คราวนี้ปวีร์ต้องหย่าให้เธอ เอาเงินสี่สิบล้านมาได้แน่ๆ เมื่อปวีร์กับพวกไปถึงหมู่บ้านไม่ไกลจากรีสอร์ตนัก พวกชาวบ้านก็ทยอยกันมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม เด็กๆมารอ อย่างดีใจ แต่ปวีร์เปิดลังและกล่องออกมา มันคือขนม เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน แจกพวกเด็กๆและชาวบ้านกันสนุก ไอรดาอ้าปากหวอ นึกไม่ถึงว่าปวีร์จะแอบมาทำงานกุศลให้แก่ชาวบ้านอย่างนี้...มันทำให้เธอได้ เห็นแง่มุมอีกด้านหนึ่งของปวีร์ มันเป็นด้านที่เป็นกุศลที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความดีงามนี้มันกำซาบสู่ความรู้สึกที่ดีๆของไอรดาอย่างจริงใจ...

    พอไอรดาจะถอยกลับ ก็พบปวีร์มายืนขวางหน้า ร้องขึ้นอย่างตกใจ...แล้วปวีร์ก็พาเธอไปสอบสวนที่เพิ่งรู้ว่าความอยากรู้ อยากเห็นของไอรดานั้นสูงมาก เป็นหมอดูไม่พอ ยังมาเป็นนักสืบอีก แล้วเธอจึงได้รู้ว่าที่เขาทำเงียบๆ เพราะไม่อยากให้เอิกเกริกแบบทำบุญเอาหน้า...คุยกันไปไม่นานก็เริ่มประคารม กันอีก เขากำลังจะหาเรื่องกอดให้กระชับมือ ในฐานะเมียที่ไม่ยอมให้แตะต้องตัวมานาน ไอรดาจึงชี้ไปข้างหลังปวีร์ว่า นั่นคุณเมษามา พอเขาหันไป ไอรดาจึงรีบเผ่นหนีไปทางพวกเด็กๆที่กำลังวิ่งกัน

    ตอนนั้นธราดลวิ่งมาบอกปวีร์ว่า  ลุงผู้ใหญ่ปวดท้องดิ้นพราดๆ น่ากลัวเรื่องใหญ่

    ปวีร์กับเพื่อนรีบวิ่งไปยังบ้านผู้ใหญ่ ไปเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้อยู่ข้างๆผู้ใหญ่ เด็กร้องไห้กลัวตาของเขาจะ

    เป็นอะไรไป ปวีร์รู้ทันทีว่า สงสัยจะไส้ติ่ง จึงให้เพื่อนไปเอารถมา แล้วพาผู้ใหญ่ไปโรงพยาบาลเป็นการด่วน โดยต้องเอาหลานสาวไปด้วย...

    หลังจากหมอช่วยดูแลจนกระทั่งค่ำ ปวีร์กับทุกคนมารอที่หน้าห้องหมอกันแทบทุกคน ยกเว้นที่เมษาตามหาปวีร์ ไม่พบ ดันไปเล่นงานมาตติกา  หาว่าเธอซ่อนปวีร์ไว้ ถูกมาตติกาย้อนว่า เธอไม่คิดยุ่งกับคนที่แต่งงานแล้วแน่ เมษาเต้นผางคาดโทษ ว่า ถ้ารู้ว่ามาตติกายุ่งกับคุณปวีร์ เมษาจะเจี๋ยนให้ดิ้นตายทันที...

    ส่วนปวีร์...เมื่อหมอออกมาจากห้อง ทุกคนจึงค่อยยิ้มออก ล้วนถอนหายใจโล่งเมื่อหมอบอก

    "คนไข้ไส้ติ่งแตก ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วครับ"

    ooooooo

    ด้วยเหตุที่คุณหญิงพจนีย์ คุณปยุตและนวลตอง เห็นแล้วว่าลูกชายกับลูกสาวของพวกเขามาฮันนีมูน แทนที่จะมีความสุขกัน กลับมาเง้างอดปีนเกลียวกัน จึงพากันคิดหาทางให้ทั้งสองได้สมานไมตรีตามประสาผัวเมีย ซึ่งก็มีทางเดียวที่จะให้ทั้งสองรักใคร่ไยดีกัน ต้องให้คนทั้งสองตกระกำลำบากด้วยกัน จะบังคับให้ทั้งสองหันหน้าเข้าหากันในที่สุด

    เมื่อคิดดังนั้น คุณหญิงให้ธงชัยเดินทางจากกรุงเทพฯมารีสอร์ต และไปว่าจ้างนัดแนะให้คนเรือพาหนุ่มสาวทั้งสองไปอยู่เกาะหนึ่งคืน โดยมีธงชัยไปคอยดูแล เพราะที่เกาะนั้นไม่มีใครอยู่ ไม่มีไฟฟ้า ประปา และร้านอาหาร

    หลังจากธงชัยไปบอกเรื่องที่คุณหญิง คุณพ่อ และคุณนวลตองให้ธงชัยพาไปเที่ยวเกาะ ทั้งปวีร์และไอรดาดีใจ ตกลงไปเที่ยวเกาะทันที...

    วันนี้ คุณหญิง ท่านปยุตและคุณนวลตองมาส่งปวีร์ และไอรดาที่ท่าเรือประมง หลังจากล่ำลาแล้ว ธงชัยจึงเชิญทั้งสองขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะ ที่ใช้เวลาเดินทางจากท่าถึงเกาะแค่ยี่สิบกว่านาทีเท่านั้น...

    หลังจากปวีร์กับไอรดาถูกนายธงชัยพาไปปล่อยเกาะแล้ว เสี่ยปรีชาก็เดินคุยกับตุลย์ที่หน้าห้องอาหารในรีสอร์ต...ตุลย์ รายงานให้เสี่ยผู้พ่อฟังว่า เรื่องที่จะให้ลูกน้องสองคนเก็บเจ้าปวีร์นั้นเป็นอันไม่สำเร็จ เพราะเมษาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เมษาทำเสียเรื่องที่เข้าไปช่วยปวีร์ แต่ตุลย์เข้าไปขวางไว้ทัน พวกมันจึงไม่สงสัย

    ขณะกำลังนินทาเมษาอยู่นั้น เมษาซึ่งไปแอบดูปวีร์ กับไอรดาลงเรือไปเที่ยวเกาะ อยากตามไปบ้าง รีบวิ่งมาหาเสี่ยปรีชา ขอไปดูพระอาทิตย์ตกน้ำบนเกาะนั้น แล้วยังมีพระจันทร์ วันเพ็ญให้ดูบนเกาะด้วย...ปรีชาตกลงให้เมษาไป แต่ต้องมีตุลย์ ไปด้วย เมษาคิดถึงปวีร์ จึงตกลงทั้งๆที่ไม่สบอารมณ์กี๋นัก

    ส่วนที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ในล็อบบี้รีสอร์ต รุจน์กำลังเดินดูโปสเตอร์แนะนำเที่ยวเกาะโดยชี้ให้มาตติกาฟังว่า นี่คือเกาะที่เขาเล่าให้ฟังว่าบนเกาะนี้ได้ดูพระอาทิตย์ตกได้สวยกว่าที่นี่ อีก มาตติกาเกิดสนใจขึ้นมาทันที รุจน์จึงบอกว่า ถ้าอยากไป รุจน์มีเบอร์ติดต่อเรืออยู่แล้ว...มาตติกายิ้มตกลงทันที

    ooooooo

    เมื่อปวีร์กับไอรดาถึงเกาะ ต่างก็เดินสำรวจอย่างตื่นเต้น ในสภาพวิวอันสวยงามของเกาะยิ่งกว่าที่เคยฝันไว้ ไอรดาเดินไปตามชายหาด ปากชมว่าทุกอย่าง

    บนเกาะล้วนยังบริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติโดยแท้ แต่ทั้งสองก็ยอมรับว่างดงามอย่างนี้คงอยู่ไม่ได้นาน

    "อะไรที่สวยๆ ไม่ว่าคนหรือสถานที่ ย่อมมีแต่คนอยากครอบครอง" ไอรดาหยุดเดิน หันมองหาแล้วถาม "แล้วธงชัยล่ะ" ปวีร์หันไปมา แล้วตอบยิ้มๆ

    "คงไปยิงกระต่ายแถวป่าโน่นละมั้ง"

    "กระต่ายบ๊องของคุณน่ะสิ รู้ทันหรอกนะ...เอ๊ะ มีเรือใครออกจากเกาะไปโน่นแล้ว..." ปวีร์มองตามสายตาไอรดา ทีแรกหัวเราะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีเรือผ่านไปมา แต่แล้วหันไปมองอีกที

    "นั่น...มันเรือที่เรานั่งมานี่...ใช่ไหม...แต่คงจะออกไปลอยเรือตกปลาเล่น ก็ได้ เรายังมีเวลาหลายชั่วโมง...รีบไปหาจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำมุมสวยๆกันดีกว่า"

    ปวีร์เดินนำไอรดาเข้าทางลัดในป่า...แล้วนายธงชัยจึงได้เดินออกมา กดมือถือรายงานทันที

    "ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะครับคุณหญิง ครับผม...ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะแจ้งไปอีกทีนะครับ" ปิดมือถือ ธงชัยสะพายเป้ใบใหญ่สะกดรอยตามนักล่าตะวันตกน้ำทั้งสองไป...

    ปวีร์พาไอรดาเดินไปปีนเขา ขึ้นที่สูงดึงกันขึ้นไปอย่างทุลักทุเล แต่ยังนึกสนุก ไม่นานเมื่อทั้งสองขึ้นไปบนชะง่อนผาสูง หยุดมองไปสู่ท้องทะเลอันเวิ้งว้าง ต่างยิ้มออกมาได้ สูดลมหายใจลึก จับมือกันไว้แน่น ทอดสายตาออกไปในโลกกว้าง ภาพอันงดงามนั้นหาได้รอดพ้นมือธงชัยได้ไม่ เขาบรรจงถ่ายไว้ทุกระยะ...มัวชมธรรมชาติเพลิน พอไอรดาหันมามอง จึงเตือนเขา

    "มือฉันนะ...รีบปล่อยมือฉันได้แล้ว" ปวีร์ก้มมองมือ ยิ้มหวานแต่ยังแหย แล้วปล่อยมือเดินไปหาโขดหินนั่ง...ไอรดาตามมานั่งข้างๆ แล้วชี้มือไปชายหาด

    "เอ๊ะนั่น...มีใครมาอีกแล้ว"

    "ไหน...ลงไปหาเขาไหม"

    "ได้ แต่ขอพักสักสิบนาทีได้ไหม ฉันเมื่อยขาแทบหลุดแล้ว"

    ทั้งสองจึงพากันนั่งและเอน ทอดสายตาไปไกล...หารู้ไม่ว่านายธงชัยทำหน้าที่นักสืบ หามุมกดชัตเตอร์ถ่ายรูปไว้เสนอหน้าคุณหญิงอย่างไม่นับ...

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่ง...ที่ชายหาดขาวสะอาด ยอดนางแบบเมษาเดินนำหน้าพี่ตุลย์มา สวมหมวกปีกกว้างน้องๆร่มกันแดด แว่นตาดำใหญ่น้องๆกระด้ง เธอแต่งชุดหรูหราเหมือนเดินบนแคตวอล์ก แต่มีกระเป๋าหอบมาพะรุงพะรัง...ส่วนนายรุจน์ก็ตามมาตติกาแจ เพื่อเทก-แคร์ใกล้ชิดติดกันเป็นตังเม

    เมษาเดินไป ชำเลืองไปทางมาตติกากับรุจน์ แล้วอดแสดงอาการเบื่อไม่ได้

    "ดูดู๊...ยิ่งหนียิ่งเจอ...ฉันว่ามาลงเรือคนเดียว ยังอุตส่าห์มาลงเรือลำเดียวกับยายมาติโกนี่อีก" ตุลย์เตือนให้พูดเบาๆ เมษายิ่งแกล้ง "ทำไม พูดดังแล้วมีอะไรไหม ทำเป็นแอ็กชั่นมาดกุลสตรี ที่ไหนได้ แม่กวาดเรียบทั้งคุณปวีร์ทั้งคุณรุจน์..." ตุลย์ติงอีก เมษาหันมาว้ากพี่ชายทันที "ไม่ต้องมาดุ พี่ก็อีกคน ไม่รู้มันพกน้ำมันผีพรายอะไรมา ผู้ชายคนไหนคนนั้น หลงรักมันแทบตายวายวอดหมด"

    รุจน์เดินมา เข้าระยะหูฟัง เห็นท่าไม่ดี ดึงมาตติกาออกไป อีกทาง

    "เราแยกไปทางนี้ดีกว่าครับ ผมรู้ว่าคุณมาตมีอีคิวพอจะรับฟังเสียงนกกาได้ แต่ถึงยังไงเรามาชมธรรมชาติทั้งที ควรได้ฟังอะไรที่สบายหูและสบายตาบ้าง ถูกไหมครับ" มาตติกาเห็นด้วย รุจน์จึงผายมือ พากันไปหาวิวสวยๆจากที่สูงจะดีกว่า...พอรุจน์พามาตติกาไป ตุลย์เสียท่า มองหน้าเมษาอย่างไม่สบอารมณ์โก๋...

    ตุลย์เดินไปข้างหน้า เมษาเดินตาม ทั้งสองอารมณ์เสีย พร้อมจะทะเลาะกันฉันพี่น้อง  เมื่อตุลย์ต่อว่าที่เมษาส่งเสียงเต็มไปด้วยมลพิษจนรุจน์พามาตติกาหนีไปอีก ทาง เมษาหันมาตอกหน้าพี่ว่า เห็นยายมาตติกาดีกว่าน้องเรอะ ตุลย์รำคาญ ตอกใส่หน้าว่าใช่ ยังไม่รู้สึกตัวอีก วันๆเอาแต่ก่อเรื่อง มันน่าเขกกะโหลกสั่งสอนด้วยซ้ำ...เมษาไล่พี่ให้ไปห่างๆ กลับไปจะฟ้องป๊ะป๋า...ตุลย์ท้าให้ไปฟ้องว่า พี่ตามเรามาเฝ้าน้องสาว ที่แรดมาตามผู้ชาย...

    "โอ๊ย หุบปาก...แค่ตามหาคุณปวีร์ไม่พบนี่เมษาก็เครียดพอแล้วนะ ป่านนี้ไม่รู้ไอรดาเอาคุณปวีร์ไปกกที่ไหน" ถูกตุลย์ย้อนว่านี่ไง วันๆคิดแต่จะตามล่าผู้ชาย เมษาจึงย้อนทันที "พี่ตุลย์เอง วันๆก็คิดแต่เรื่องผู้หญิงพอกัน โอ๊ยรำคาญ จะไปไหนก็ไป ทนไม่ไหวแล้ว น่าเบื่อ"

    "อยากไปไหนก็เชิญ พี่ก็เหลืออดเหมือนกัน...โธ่เว้ย" ตุลย์เตะทราย ใบไม้ใบหญ้าระบายลม...

    เมษาเดินลิ่วๆไปยังคนขับเรือที่นั่งดื่มอยู่ริมน้ำ...เมษาชะเง้อมองไปในท้องน้ำ แล้วถามคนเรือว่าเห็นเรืออีกลำที่มาก่อนเราไหม คนเรือบอกไม่เห็น หรือจะหมายถึงเรือที่สวนทางเรากลับไป เมษาฟังแล้วมั่นใจว่าใช่ คิดว่าไอรดาแอบรีบพาปวีร์ กลับไปนอนกกที่รีสอร์ต จึงบอกให้ออกเรือเลย เธอจะกลับขึ้นฝั่ง คนเรือถามถึงสามคนที่มาด้วยกัน เมษาตัดบทว่าเขาจะนอนค้างที่นี่ ถูกแย้งว่าไม่เห็นใครเอาเต็นท์มา

    "นี่...ทำตามที่ฉันสั่งได้ไหม ถ้ายังอยากได้ค่าเรือ แล้วก็ยังมีทิปหนักๆ ก็รีบออกเรือเดี๋ยวนี้"

    ooooooo

    ขณะที่ปวีร์พาไอรดาลงมาตามทางลงที่สูงชัน ต้องประคองไม่ให้ลื่นล้ม...เป็นเวลาเดียวกับรุจน์ก็กำลังประคองมาตติกาขึ้นมาดูวิวข้างบน...พอปวีร์มองเห็นมาตติกา ก็ไม่สนใจไอรดาทันที จนไอรดามองหาว่าเขาหายไปไหน

    พอเห็นปวีร์รีบไปดึงมือมาตติกาช่วยรุจน์พาขึ้นทางชันอีกแรง ไอรดาเดือดพล่าน...ขณะที่ปวีร์ทักทายว่า ไม่รู้ว่ามาตติกากับรุจน์จะมา ไม่งั้นมาพร้อมกันดีกว่า รุจน์กับมาตติกาต่างช่วยกันบอกว่าไม่อยากรบกวน เพราะทั้งสองมาฮันนีมูนกัน...ไอรดาเข้ามาสมทบ   รีบปฏิเสธพร้อมกับบอกปวีร์ว่า   พวกเราจะขึ้นไปดูวิวข้างบนอีกรอบ ปวีร์รีบค้าน

    "เมื่อกี้คุณบอกจะลงไปชายหาดนี่ คุณชวนคุณรุจน์ลงไปสิ ผมจะพาคุณมาตขึ้นไปข้างบนเอง"

    มาตติการีบตัดปัญหา บอกว่าอย่าเลย เธอไม่สบายใจที่ต้องมาแยกคู่ฮันนีมูน เราแยกกันไปดูแล้วมาเล่ากันว่าข้างบนหรือข้างล่างวิวสวยกว่ากัน...ว่าแล้วทั้งสองคู่ต่างก็แยกกันไปตามเดิม

    ปวีร์มองตามรุจน์ที่ประคองมาตติกาไปอย่างเสียดาย ไอรดาใช้ศอกกระทุ้งสีข้างหนึ่งปึ้ก

    "ออกนอกหน้าเหลือเกินนะ หมั่นไส้" ไอรดาเดินลงไปทันที ปวีร์รีบตามลงไป

    นายธงชัยที่แอบถ่ายรูปรีบขยับตามอย่างไม่รีรอเช่นกัน...แต่ถ้าธงชัยหันไปสนใจถ่ายภาพรุจน์กับมาตติกา ก็จะได้เห็นหนุ่มสาวทั้งสองชมวิวไป แต่ใจกลับผูกพันกันและกัน หวานยิ่งกว่าที่เคยพบกันมาก่อน...

    แต่ที่ชายหาดเบื้องล่าง...ปวีร์กับไอรดายืนมองโค้งชายหาด โลดลิ่วไปจนสุดขอบฟ้าและขอบน้ำทะเล...มีเสียงคลื่นกระทบฝั่งแว่วมาเบาๆ ไอรดากางแขนออก หลับตาพริ้มสูดอากาศเต็มปอด แล้วลืมตาหันมาเห็นปวีร์ทำตาม จึงย้อนถามว่า เลียนแบบเธอหรือ? ปวีร์ยิ้ม คุยว่าท่านี้เขาทำได้ทั้งวัน เธอตอกหน้าว่าเว่อร์

    "ที่จริง จะให้ดีกว่านี้ ผมอยากกอดคุณด้านหลังแบบเรือไทแทนิค โรแมนติกสุดๆ" ไอรดาเหน็บว่าอย่าฝัน "แหม แค่เสนอ เผื่อคุณอยากสนองในใจมานาน" ไอรดาร้องบ้าใส่หน้า... แต่แล้วคราวนี้ทั้งสองไม่โต้คารมกันอย่างเคย   ต่างยิ้มให้กันในอาการที่เหมือนหัวใจของทั้งสองกำลังพันกันแน่นขึ้นไปอีกหลายเท่า...ธงชัยบันทึกไว้ แล้วหันไปจับภาพพระอาทิตย์ กำลังจะลอยลงสู่ผิวน้ำงามที่สุด

    ตุลย์มองภาพพระอาทิตย์กำลังจะอำลาลงใต้ผิวน้ำอยู่คนเดียว เขารู้สึกทั้งเหงาและเดียวดาย...ตุลย์สงสัยว่า ถ้าพวกที่มาอยู่บนเกาะยามนี้รู้ว่าเรือได้กลับไปหมดแล้วจะรู้สึกอย่างไร?

    ooooooo

    กลับมาที่ท่าเรือ ทั้งปวีร์และไอรดา หลังพระอาทิตย์ ตกน้ำไปแล้ว ต่างเดินไปมาขาแทบหักก็มองหาเรือไม่เห็นแม้แต่เงา...ความมืดเข้าครอบงำ ความหวังที่จะได้กลับรีสอร์ตยิ่งมืดมน ไอรดาบ่นอย่างสิ้นหวังว่า ต้องมานอนกลางดินกินกลางทรายอีกแล้ว ทำไมเรือทิ้งเราอย่างนี้ หรือว่าล่มจมใต้น้ำ หรือว่าได้เงินแล้วเบี้ยว ปวีร์สั่นหัวไม่รู้เรื่องทั้งสิ้น ไอรดาถามถึงมือถือ ปวีร์สั่นหัว บอกได้ คำเดียวว่าไม่ได้เอามา

    ปวีร์เสนอให้เดินข้ามไปอีกด้านของเกาะ อาจมีเรือนพักคนหาปลาอยู่สักหลัง พอจะก้าวไป ไอรดาดึงไว้ ไม่ถามเธอหรือว่าอยากจะเดินรึเปล่า?

    พลันเกิดแสงสว่างวาบ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทันที แก้วหูแทบดับ ไอรดาโดดอย่างตกใจ กอดปวีร์ไว้แน่น...ธงชัยแอบอยู่ มองตาพองชอบใจ...ปวีร์ถูกกอด รีบกอดไว้ ยิ้มสบายๆ แล้วถูกผลักออกอย่างแรง...ทำเสียงดุ

    "ทำอะไรน่ะ คิดจะฉวยโอกาสเหรอ"

    "เฮอะ...ทีคุณโดดกอดผมโดยไม่ขออนุญาต ฉวยโอกาสไหมน้อง"

    "อย่ามาน้องเนิ้ง...ผู้หญิงกอดผู้ชายเพราะตกใจ ไม่เป็นไร ผู้ชายกอดผู้หญิงไม่ได้ย่ะ"

    ทั้งสองเดินหายไปในความมืด ธงชัยโผล่ออกมา แล้วก้าวตาม บ่นคนเดียวว่ามืดอย่างนี้จะมองเห็นกันรึเปล่านะเนี่ย... ธงชัยรีบเดินอ้าวๆไปอีกทาง...

    ไอรดาเดินตามปวีร์ไปในความมืด บ่นไปตามทางอย่างหัวเสีย แทบจะล้มลุกคลุกคลาน

    "อุ๊ย ตรงนั้นมีแสงไฟ" ทั้งสองมองไปเห็นแสงไฟหลังพุ่มไม้ จึงรีบพากันเดินรี่ไป เห็นไฟฉายวางอยู่ ไอรดารี่ไปหยิบมันขึ้นมาดู ร้องบอกปวีร์

    "ไฟฉาย...โชคดีชะมัดเลย"

    "เดี๋ยวก่อน นี่มันของใครไม่รู้" ดึงไฟฉายมาสำรวจ "แล้วเจ้าของไฟฉายหายไปไหน"

    ธงชัยอยู่หลังพุ่มไม้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง...เมื่อปวีร์ถือไฟฉายเดินนำหน้าไอรดาไป...

    ooooooo

    ที่ชายหาดแห่งหนึ่งของเกาะนี้ รุจน์ทำหน้าที่ปีนต้นมะพร้าว หาทางมะพร้าวมาทำเพิงนอนเพื่อหลบฝนที่ทำท่าจะตก โดยมีมาตติกาอาสามาช่วย พอเสร็จรุจน์ ไปปอกมะพร้าวอย่างชนิดมนุษย์ดึกดำบรรพ์ทำ จนเอาน้ำมาให้มาตติกาดื่มแก้หิว

    "แด่คืนที่เราสองคนต้องมาติดเกาะ" รุจน์ชูมะพร้าวแบบชนแก้ว

    "ค่ะ...แล้วก็...แด่ทุกคนที่ลืมเรา แล้วทิ้งเราไว้ที่นี่ด้วยค่ะ" ทั้งสองเอามะพร้าวชนแบบชนแก้วดื่ม และยิ้มให้กัน...มันเป็นความสุขที่ดื่มด่ำยิ่งกว่าการดื่มกันตามปกติหลายร้อยเท่า...

    ส่วนนายตุลย์ผู้โดดเดี่ยวบนเกาะ เขาเดินไปอาศัยดาวนำทาง ใช้ไม้หวดพงหญ้าป่าละเมาะพลาง เดินไปพลาง บ่นบ้าไปคนเดียว...นานเข้ายิ่งเหนื่อย หอบหายใจด้วยความแค้น นึกถึงหน้าปวีร์เข้าทีไรเป็นหวดไม้ป่ายขวา เหมือนจะทำให้ป่า รกราพณาสูรไปคามือ

    "ไอ้ปวีร์...ถ้าฉันหาตัวแกเจอก่อนเรือมารับละก็...ฮึ่ม..." เงื้อไม้ฟาดฟันตะบี้ตะบันไป ทั้งขู่ฟ่อๆด้วยความโกรธแค้นนายปวีร์...

    ขณะที่ปวีร์เดินนำไอรดามุ่งหน้าไปหาที่พักสักแห่ง... โดยไม่รู้ว่าธงชัยใช้ไฟฉายเล็กๆส่องลงพื้นเพื่อให้เดินไม่สะดุด... ไม่นาน ไอรดาสะดุดหินล้มลง ร้องเจ็บกุมเท้า ปวีร์มาดู จับเท้าเธอขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ไอรดารู้สึกดีที่เขาจับเท้าเธออย่างเป็นห่วง...ธงชัยตัวดีเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

    ไอรดาตอบคำถามปวีร์ว่า ขาไม่ค่อยจะเจ็บนัก แต่เหนื่อย ขอพักหน่อย ปวีร์ขอนวดเท้าให้ เธอรีบปฏิเสธ แต่พอเขานวดไปได้เล็กน้อย เธอกลับร้องว่าดีๆๆ ดีมากๆๆ สบายจังเลย

    "คุณนี่ นานๆทีก็น่ารักดีเหมือนกันนะ อีกข้างด้วย นวดฝ่าเท้าด้วยได้ไหม"

    "นี่เราติดเกาะอยู่นะ ไม่ได้อยู่ในสปา...ลุกได้แล้ว เดินต่อ...แหม นวดให้หน่อยละเพลินเลยนะ"

    "หายปวดเมื่อยไปเยอะ ขอบคุณนะ...เอ้อ...แต่ว่า...ฉันหิวอ๊ะ"

    ธงชัยที่ซุ่มดูอยู่รีบปลดเป้ลงค้นของออกมา "หิวเหรอครับ...เดี๋ยวธงชัยจัดให้"

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 15:55 น.