นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'



    วรินทร์ตื่นขึ้นมา พบตัวเองนอนอยู่ที่บ้าน มีแม่และรังสรรค์นั่งเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่วรินทร์รู้สึกตัว สุดาดวงรีบบอกว่าไม่ต้องกลัวลูกอยู่บ้านแล้วอยู่กับแม่และพี่ วรินทร์ถามว่าตนกลับมาบ้านได้อย่างไร

    “โรจน์พาตำรวจไปช่วยลูก รู้ไหมอุ้ยนอนหลับไปวันกับคืนนึงเลยนะ ลืมตาแป๊บก็หลับไปอีก”

    “ตกลงพวกสนทรรศน์มันพาอุ้ยไปที่เขาใหญ่ทำไม” รังสรรค์ถาม วรินทร์จำได้เล่าว่า

    “เขาจะไปเอาพระขรรค์เงินค่ะ พี่ทรรศน์บอกว่าคุณยายถูกอสูรสิงร่าง และต้องใช้พระขรรค์เงินไล่อสูรออกไป”

    รังสรรค์ด่าว่าสนทรรศน์เลวจริงๆ ฆ่าได้แม้แต่นิมิตที่เป็นแก๊งเดียวกันเพราะหักหลังกันเอง วรินทร์ถามว่าสนทรรศน์ฆ่านิมิตหรือ เธอพยายามคิด แล้วจำได้ว่า

    “อุ้ยจำได้ว่าพอไปถึงที่รีสอร์ท พี่ทรรศน์ก็ล็อกกุญแจมืออุ้ยไว้กับพวงมาลัยรถ แล้วสักพักเขาก็กลับมาพร้อมกับพระขรรค์เงิน พอเขาเผลออุ้ยก็แย่งพระขรรค์มา อุ้ยขู่ว่าจะทิ้งน้ำ แล้ว...แล้วอุ้ยก็แทงพี่ทรรศน์ตกลงไปในน้ำ อุ้ยฆ่าพี่ทรรศน์! อุ้ยฆ่าคนตายค่ะคุณแม่” วรินทร์ร้องตระหนก ขวัญเสีย
    ขณะนั้นเองแก้วมาเคาะประตูบอกว่า “คุณผู้ชายให้มาบอกว่าตำรวจรออยู่ข้างล่างแล้วค่ะ”

    เวลาเดียวกัน นัยน์เนตรก็ถูกสอบปากคำอยู่ที่สถานีตำรวจโดยมีมานพไปเป็นเพื่อนและคอยปกป้อง แต่เธอจำอะไรไม่ได้ ตำรวจขอให้พยายามนึก มานพโมโหหาว่าตำรวจพยายามยัดเยียดข้อหาให้ลูกตน บอกให้เอาเวลาไปสืบเรื่องเมียและลูกเลี้ยงตนดีกว่า แล้วพานัยน์เนตรออกไปเลย

    มานพกับนัยน์เนตรออกมาเจอสารวัตรที่ไปสอบปากคำวรินทร์กลับมา บอกว่า วรินทร์จำได้ บอกว่าคนร้ายที่จับตัวเธอไปคือวรรณาและพรรณทิพย์ สองคนนั้นดัดเสียงเป็นนัยน์เนตรโทร.ไปนัดให้เธอออกไปพบ

    ที่บ้านมนัสวานิชย์ รัชโรจน์ วรินทร์เสียใจที่เรื่องลุกลามร้ายแรง โดยเฉพาะเรื่องระหว่างตนกับสนทรรศน์ ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนไม่เชื่อว่าตัวเองจะฆ่าสนทรรศน์ แต่ก็เห็นจริงๆว่าตนแทงสนทรรศน์กับมือ ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือฝันกันแน่

    รัชโรจน์ปะติดปะต่อเรื่องราว เริ่มมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น เขาไปหาวรนาฎเพื่อถามอะไรบางอย่าง วรนาฎบอกว่าเพิ่งไปส่งดาวเวียงกลับไปพักที่ศรีสัชนาลัย แล้วรีบกลับเพราะเป็นห่วงอุ้ย รัชโรจน์บอกว่าดีขึ้นแล้วเพิ่งหลับไปเพราะฤทธิ์ยา วรนาฎบอกว่าพรุ่งนี้จะไปเยี่ยม ถามว่าเขามีอะไรจะคุยกับยายใช่ไหม รัชโรจน์ถามว่า

    “นัยน์เนตรยืนยันว่าคุณยายใหญ่ไปหาเขาที่บ้านก่อนที่ผมจะไปเจอเขาที่เขาใหญ่ เป็นความจริงหรือเปล่าครับ”
    “ไม่จริงเลย นัยน์เนตรเอาที่ไหนมาพูดกัน”

    “ผมก็นึกอยู่แล้ว ขอบพระคุณครับ คุณยายพักผ่อนเถอะครับ” รัชโรจน์เดินกลับไป แม้จะแคลงใจแต่ไม่อยากให้วรนาฎสงสัย ฝ่ายวรนาฎมองตามรัชโรจน์ไปอย่างไม่ไว้ใจ

    รุ่งขึ้น วรนาฎไปเยี่ยมวรินทร์ เรียกขวัญให้ พูดอย่างเมตตาว่าหมดเคราะห์หมดโศกเสียที สุดาดวงกับโอฬารบอกวรินทร์ให้กราบคุณยายเสีย คุณยายห่วงอุ้ยมากถึงขนาดเอาเงินไปไถ่อุ้ยด้วยตัวเอง วรนาฎบอกสุดาดวงกับโอฬารว่า

    “เอาล่ะเรื่องร้ายๆผ่านไปแล้ว มาพูดเรื่องดีๆ

    กันเถอะ ยายอยากจะจัดงานสังสรรค์รวมญาติ ถือเป็นงานรับขวัญอุ้ย แล้วก็ประกาศให้ทุกคนรู้อย่างเป็นทางการว่าใครจะเป็นทายาทได้รับมรดกของยายบ้าง” สุดาดวงติงว่าคุณป้ายังแข็งแรง “ชีวิตมันไม่แน่นอน ช่วยตามทุกคนมาให้ครบนะ งานนี้ป้าไม่อยากให้ขาดสายเลือดพระยาเชลียงคนใดเลย”

    “แล้วคุณยายเล็กล่ะครับ จะไปตามที่ไหน” รังสรรค์ถามขึ้น

    ooooooo

    วัชรีวัลย์หรือคุณยายเล็ก ไปบวชเป็นแม่ชี

    ชื่อแม่ชีแสงบุญ ตั้งสำนักอยู่บนเขาสูง มีธงธรรมจักร์สีส้มบนเสาไม้ไผ่สูงปักอยู่

    ที่เนินเขา นาเรศพานิลุบลดั้นด้นมาหาแม่ชีแสงบุญ แม่ชีแสงบุญเกรงจะหลงทางจึงให้แม่ชีจันทร์ลงมารับ

    นิลุบลเชื่อว่าแม่ชีแสงบุญเก่งมากที่รู้ว่าพวกตนมา แบบนี้ท่านต้องช่วยตนได้แน่

    แม่ชีจันทร์พาทั้งสองมาพักที่ศาลาไม้เล็กๆ เอาชุดขาวมาวางไว้ทั้งสองบอกว่า

    “กรรมแม้จะลบล้างไม่ได้ แต่ก็อาจผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ คุณแม่ท่านฝากให้หนูสองคนถือศีล ภาวนา แผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรไปก่อน อีกเจ็ดวันท่านถึงจะกลับมา”

    “ถือศีล? ที่ต้องนั่งหลับตา เดินวนไปวนมาน่ะหรือพี่เรศ” นาเรศบอกว่าก็ดีนะ ไหนๆเราก็มากันแล้วได้บุญด้วย “แต่หนูมีเรื่องด่วนมาก ตกลงตอนนี้ท่าน

    แม่ชีแสงบุญอยู่ที่ไหนกันแน่คะ” นิลุบลถามเสียงกระด้าง

    ooooooo

    ที่ป่า...แม่ชีแสงบุญสวดมนต์ขรึมขลังให้แก่สรรพวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในป่า วิญญาณดาวเวียงที่บาดเจ็บ อ่อนล้า เนื้อตัวมีแผล เพราะมนต์สะกดของอสูรคลายด้วยฤทธิ์พระขรรค์เงิน เคลื่อนตัวที่เลือนรางเข้ามาตามเสียงสวดมนต์ของแม่ชีแสงบุญแล้วค่อยๆเลือนหายไป

    “ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง มีความสุข”

    วิญญาณดาวเวียงได้รับกระแสบุญไหลเวียนสู่ร่างกาย แสงเรืองวาบขึ้นวูบหนึ่ง ดาวเวียงดีใจมากรีบไปก้มกราบ

    “กราบอนุโมทนาบุญนะเจ้าคะ อิฉันไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดี ท่านช่างมีเมตตา อุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณพเนจรอย่างอิฉัน ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันเลย”

    “ทำไมเราจะไม่รู้จัก ลองมองฉันให้ดีๆสิ ดาวเวียง”

    ดาวเวียงจ้องแม่ชีแสงบุญ พลันก็ร้องดีใจสุดๆ “คุณหนู...คุณหนูวัชรีวัลย์!”

    ดาวเวียงคร่ำครวญด้วยความปลื้มปีติว่าไม่คิดว่าจะได้เจอกับคุณหนูเล็กอีก ถามว่าแล้วทำไมคุณหนูเล็กถึงได้...

    “ฉันสละทางโลกก็เพื่อจะชดใช้วิบากเสียให้หมดสิ้นในชาตินี้”

    “คุณหนูเล็กเจ้าคะ ตอนนี้คุณหนูใหญ่กำลังเดือดร้อน ได้โปรดช่วยคุณหนูใหญ่ด้วยนะคะ คุณหนูใหญ่ช่างน่าสงสารเหลือเกิน อสูร...อสูรมัน...” ดาวเวียงร้องไห้จนพูดไม่ออก

    “ฉันรู้...ดาวเวียง ฉันรู้...ตอนที่ฉัน พี่นาฎ และคุณแม่ไปเยี่ยมคุณยายทรัพย์ที่ศรีสัช ตอนนั้นคุณยายมีคาถาอาคม แต่ฉันไม่ได้เฉลียวใจอะไร”

    แม่ชีแสงบุญเล่าถึงที่ยายทรัพย์เสกหุ่นพยนต์เป็นสุรนิตย์และเมียหลอกวรนาฎจนเสียใจและยอมเป็นทายาทอสูร แม่ชีเล่าอย่างรู้สึกผิดบาปว่า

    “เพราะฉันรู้สึกผิดมากที่ช่วยแม่หลอกพี่นาฎ จนพี่นาฎเข้าใจพี่สุรนิตย์ผิด เอาแต่เข้าวัดทำบุญ พอคุณแม่ท่านป่วย ฉันก็ขายเรือนพาท่านไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ”

    แม่ชีเล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่า...

    “ฉันแต่งงานกับคุณหมอที่รักษาคุณแม่ได้ไม่นาน ท่านก็เสีย กว่าจะรู้ความจริง ก็ตอนที่ยัยอุ้ยเกิด...”

    แม่ชีเล่าว่า วรนาฎไปเยี่ยม อุ้มทารกวรินทร์ขึ้นอย่างเอ็นดู วัชรีวัลย์เดินเข้ามา มองสร้อยพระเล็กๆในมืออมยิ้ม ทันใดนั้นองค์พระเล็กๆก็เปล่งประกายเรืองรองขึ้น!

    ooooooo

    แม่ชีแสงบุญเล่าให้ดาวเวียงฟังถึงอดีตที่ตนถือสร้อยพระเข้ามาขณะวรนาฎอุ้มวรินทร์อยู่ พริบตานั้นเธอเป็นร่างอสูรซ้อนอยู่ในร่างวรนาฎแว่บหนึ่ง

    “ฉันปรึกษากับพระอาจารย์รูปที่มอบพระมาให้รับขวัญอุ้ย ถึงรู้ว่ากรรมในอดีตได้ผูกกันมายากจะแก้ไข มีเพียงทางเดียวคือสะสมบุญบารมี รอวันเวลาที่จะมาถึง”

    “คุณหนูหมายถึงวันนี้ใช่ไหมเจ้าคะ”

    “ฉันก็หวังอย่างนั้น อสูรครองร่างพี่นาฎมานานเหลือเกิน พี่นาฎคงทุกข์ทรมานมาก ดาวเวียงเองก็ถูกสะกด ถูกกักขังเหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยกิเลสตัวเอง หรือด้วยฝีมือผู้อื่น ล้วนเกิดมาแต่กรรมทั้งนั้น”

    ดาวเวียงพยายามนึกทบทวนอดีต นับแต่ตัวเองถูกอสูรฆ่า จนกระทั่งสุดท้ายตัวเองสิงร่างอุ้ยให้เอาพระขรรค์เสียบท้องสนทรรศน์ คร่ำครวญถามแม่ชีแสงบุญว่าตนถูกอสูรสะกดให้ทำกรรมมากมายเหลือเกิน ตนคงต้องตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่

    “กรรมที่ได้ทำไป ไม่ได้มีเจตนาเป็นที่ตั้ง แต่เกิดเพราะอำนาจอสูรควบคุมอยู่ ฉันว่าเราน่าจะพอมีทางแก้ไขได้”

    “จะแก้ไขอะไรได้ล่ะเจ้าคะ อิฉันฆ่าเจ้าของพระขรรค์เงินที่จะใช้ปราบอสูรไปแล้ว” ดาวเวียงร้องไห้หนัก

    หารู้ไม่ว่าที่ริมแม่น้ำ ทั้งสนทรรศน์และหนานจรวย ต่างมาเกยตลิ่งครึ่งตัว หนานจรวยตาบวมเป่งทั้งสองข้าง ส่วนสนทรรศน์ยังสลบอยู่ หนานจรวยเขย่าเรียกไม่รู้สึกตัวจึงเอามือคลำสำรวจ เจอที่ท้องมีบาดแผลและเลือดยังไหลไม่หยุด

    ขณะหนานจรวยตกใจกับบาดแผลของสนทรรศน์นั้น ก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา แม้จะอ่อนเปลี้ยกระอักเลือดเพราะบอบช้ำภายใน แต่หนานจรวยก็พนมมือร่ายอาคม ควานหาท่อนไม้เตรียมสู้

    ส่วนที่ตั้งสำนักแม่ชีแสงบุญ รุ่งเช้า แม่ชีจันทร์นำอาหารมาให้นิลุบลและนาเรสที่กุฏิไม้ไผ่ มาถึงเห็นชุดขาวสองชุดยังวางอยู่ที่เดิม แต่นิลุบลกับนาเรสหายไปแล้ว แม่ชีจันทร์ถอนใจพึมพำอย่างผิดหวัง...

    “อนิจจา บุญมีแต่กรรมบังแท้ๆ”

    ปรากฏว่าทั้งสองกลับมาถึงคอนโดแล้ว นิลุบล บอกว่า ตนจะหาหมอผีมากำจัดอสูรให้สิ้นซากเร็วๆดีกว่า บ่นนาเรสว่าพาไปเสียเวลาจริงๆ

    ขณะนั้นเอง ทั้งสองก็ตกใจวิ่งหนีเมื่อรู้สึกมีคนตาม จนชายลึกลับที่อำพรางใบหน้าโผล่มาจึงเห็นว่าเป็นอภิศักดิ์ สองพี่น้องคิดว่าจะมาปล้นรีบถอดของมีค่าให้ บอกว่าพวกตนจะไม่แจ้งตำรวจว่าเขามา

    ที่แท้อภิศักดิ์ต้องการมาขอหลบซ่อนตัวที่คอนโด ใส่ไคล้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะสนทรรศน์คนเดียว

    “มันหลอกใช้ผมจับตัวน้องอุ้ย แล้วมันก็ฆ่าคนปิดปาก ผมเองไม่คิดว่ามันจะอำมหิตได้ขนาดนั้น”

    นิลุบลไม่ให้อภิศักดิ์พักอ้างว่ากลัวโอฬารมาเจอ อภิศักดิ์รู้ว่านิลุบลถูกโอฬารเฉดหัวทิ้งไปนานแล้วคนรู้กันทั้งคอนโด นิลุบลแก้เกี้ยวว่าโอฬารไม่ได้คิดจะเลิกกับตนแต่อสูรวรนาฎทำให้ตนเสียโฉมจะได้เลิกกับโอฬาร

    อภิศักดิ์ฉุกคิดได้ถามว่าถ้าตนมีวิธีปราบอสูรได้จะให้อยู่ไหม นิลุบลไม่เชื่อว่าน้ำหน้าอย่างเขาจะทำได้

    “ลำพังผมคงทำไม่ได้ แต่พระขรรค์เงินนี่ทำได้” พลางเอาพระขรรค์เงินออกมาอวด นิลุบลมองอย่างสนใจ

    ooooooo

    ทีมทำละครสั้นโดยการนำของวรินทร์ ไปที่วัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พรรณทิพย์ที่เคยร่วมงานกัน พอไปที่ศาลาริมน้ำก็เห็นศพพรรณทิพย์ลอยขึ้นมาวรินทร์รีบแจ้งหน่วยกูภัยให้มาเก็บศพและโทร.บอกรัชโรจน์

    ทางตำรวจเชิญมานพกับนัยน์เนตรมายืนยันว่าใช่ศพของพรรณทิพย์หรือไม่ หลังจากทั้งสองยืนยันแล้ว นัยน์เนตรขอเข้าห้องน้ำ วรินทร์จึงตามไปด้วย

    วรินทร์บอกว่าตนรู้ว่าเหตุการณ์ที่หลอกตนไปจับเรียกค่าไถ่นั้นเป็นแผนของอภิศักดิ์ ถ้าจับอภิศักดิ์ได้ความจริงทั้งหมดก็จะเปิดเผย นัยน์เนตรพูดใส่หน้าวรินทร์ว่าอย่ามาทำเป็นนางเอก เล่าอย่างไม่แคร์ว่า ตนเป็นคนหลอกเธอให้ไปที่บ้านเช่า วางยาเธอ แล้วให้อภิศักดิ์จับเธอขังไว้เพื่อจะได้ไปพ้นทางตน ย้ำชัดว่า

    “เพราะฉันอยากเป็นหลานรัก อยากได้สมบัติของคุณยายใหญ่ ได้ยินชัดไหม”

    “ครอบครัวพี่เนตรกำลังลำบาก พี่เนตรก็เลยต้องจำใจทำแบบนี้ อุ้ยเข้าใจค่ะ”

    “ถึงฉันไม่มีหนี้สิน ฉันก็จะทำ เพราะฉันเกลียดเธอ ฉันอิจฉาที่เธอมีความสุข มีทุกอย่างที่ฉันไม่มี เธอมีพ่อแม่ พี่ชายที่รักเธอ มีบ้านใหญ่โต เธอแย่งเอาสนทรรศน์ไปจากฉัน และยังจะได้เป็นทายาทของคุณยายใหญ่ ฉันทนเห็นเธอชนะฉันไม่ได้...” นัยน์เนตรร้องไห้หนัก วรินทร์อึ้ง แล้วพูดความจริงใจที่ตนมีต่อนัยน์เนตรตลอดมาตั้งแต่เด็กว่า

    “อุ้ยไม่เคยคิดจะแข่งกับพี่เนตร อุ้ยต่างหากที่อิจฉาพี่เนตรมาตลอดตั้งแต่เด็ก พี่เนตรทั้งสวย ทั้งเก่งฉลาด ใครๆก็ชื่นชม อุ้ยไม่มีทางเทียบพี่เนตรได้เลย” นัยน์เนตรส่ายหน้าไม่เชื่อ วรินทร์จับมือพูดซื่อๆ จริงใจว่า “จำได้ไหม ตอนเด็กๆอุ้ยเอาแต่วิ่งตามพี่เนตรแค่พี่เนตรจูงมืออุ้ย อุ้ยก็ดีใจแทบแย่ เพราะอุ้ยภูมิใจที่ได้เป็นน้องของพี่ พี่เนตรคือนางฟ้าของอุ้ย” นัยน์เนตรมองวรินทร์อึ้ง วรินทร์ถามอ้อนว่า “เรากลับมาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เหรอคะ”

    รัชโรจน์แอบฟังอยู่ที่ประตูยิ้มมีความหวัง แต่เสียงกอหญ้าวิ่งมาบอกอย่างตื่นตระหนกว่ามานพล้มหัวฟาดพื้น ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน ทุกคนจึงรีบไป

    ooooooo

    ขณะที่เรื่องกำลังวุ่นๆ เพราะพบศพพรรณทิพย์และมานพก็เสียใจล้มหัวฟาดพื้นจนต้องเข้าห้องไอซียู สุดาดวงเชื่อว่ามานพกับพรรณทิพย์ไม่รู้เรื่อง แต่รังสรรค์ไม่เชื่อว่าสองคนนี้ไม่รู้

    “กรรมก็คือผลจากการกระทำ ไม่เฉพาะในชาตินี้แต่มันตามติดมาทุกภพทุกชาติ ถึงไม่รู้ ถึงจำไม่ได้ก็ไม่ใช่จะหนีพ้น” จู่ๆวรนาฎก็เข้ามาเอ่ยแทรกขึ้น บอกว่าตนเห็นพรรณทิพย์ในนิมิตตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็เลยทำสมาธิอุทิศผลบุญให้

    โอฬารบอกว่าตนก็ยังอดห่วงไม่ได้ เพราะยังไม่มีใครพบสนทรรศน์ คนร้ายอีกสามคนก็ยังลอยนวล ยังไงก็ยังไม่ปลอดภัย เราให้อภัยไม่ซ้ำเติมได้ แต่ก็ไม่ควรไปยุ่งไปเกี่ยวข้องกันอีกจะดีที่สุด รังสรรค์เห็นด้วยและ

    เราก็กำลังมีเรื่องดีๆในบ้านที่คุณพ่อจะต่อเติมบ้านเป็นร้านขนมให้คุณแม่ สุดาดวงติงว่าอย่าทำเลยสิ้นเปลืองเปล่าๆ

    “กลัวอะไร นายทุนอยู่ตรงนี้” วรนาฎแทรกขึ้น ทั้งโอฬารและสุดาดวงต่างยิ้มแย้มยินดี

    โอฬาร สุดาดวงและรังสรรค์ช่วยกันวางแผนต่อเติมบ้านให้เป็นร้านขนมกันอย่างมีความสุข รังสรรค์เสนอให้ถ่ายรูปวันแห่งความสุขนี้ไว้เป็นที่ระลึก พอยกมือถือจะถ่ายรังสรรค์ก็ชะงักเมื่อเห็นวรนาฎกลายเป็นคนแก่ รังสรรค์นึกว่าเกี่ยวกับแสงจึงขอเปลี่ยนมุมเพราะคุณยายใหญ่กลายเป็นคนแก่งั่กเลย

    วรนาฎมองมือตัวเองที่เริ่มเหี่ยวก็รีบหลับตาเรียกพลัง วรินทร์ถามว่าคุณยายใหญ่เป็นอะไรหรือเปล่า วรนาฎบอกว่าแดดมันร้อน หาข้ออ้างกลับเรือนปั้นหยาเลย โอฬารเสียดายบ่นว่ารังสรรค์มัวแต่โอ้เอ้ ส่วนรังสรรค์ก็สงสัยว่ากล้องเป็นอะไร?

    พอวรนาฎกลับไป สุดาดวงก็ได้รับโทรศัพท์จากนิลุบลอ้างว่าจะสั่งขนม พอสุดาดวงมารับสาย นิลุบลแสดงเป็นตัวร้ายทันทีขู่ว่าตนมีคลิปโอฬารเริงสวาทกับคู่ขา ถ้าไม่อยากให้คลิปนี้แพร่ออกไปให้มาพบตนพรุ่งนี้

    สุดาดวงขู่ว่าตนจะแจ้งตำรวจ กลับถูกนิลุบลหัวเราะเยาะ พอวางสายแก้วถามว่าใคร? ทำไมต้องแจ้งตำรวจ?

    “พวกโรคจิตโทร.มาแกล้งน่ะ แก้ว...เดี๋ยวฉันจะออกไปส่งขนม อุ่นซุปที่ฉันทำไว้ไปให้คุณป้าที่เรือนปั้นหยาด้วย”

    พอแก้วอุ่นซุปเอาไปให้ วรนาฎพูดเสียงเป็นคนแก่ให้วางไว้หน้าห้อง พอแก้วไปวรนาฎก็ออกมายกสำรับสาดออกไปทางหน้าต่าง แต่เกิดหน้ามืดเซไปอย่าง

    ไร้เรียวแรง มองมือก็เริ่มเหี่ยวเป็นมือคนแก่ อุทานอย่างตระหนกรับไม่ได้ว่า

    “ไม่ ไม่ สังขารเอ็งจะร่วงโรยเยี่ยงนี้ไม่ได้ นังวรนาฎ” พลางกวาดตามองไปตามมุมต่างๆอย่างหิวโหย

    แก้วกลับไปเจอวรินทร์ถามว่าทำไมไม่อยู่ดูแลคุณยาย แก้วบอกว่าคุณยายไม่ยอมให้อยู่ บอกวรินทร์ว่าเสียงคุณยายเหมือนคนแก่เลย วรินทร์หาว่าหูฝาด ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแมวร้องอย่างเจ็บปวด วรินทร์เดินไปดูเจอเลือดสดๆกองโต วรินทร์ตกใจนึกถึงที่แก้วเคยเล่าว่า
    เจอซากแมวตอนที่วรวนาฎเพิ่งย้ายมาอยู่ขึ้นมาทันที

    ทันใดนั้นเสียงวรนาฎกรี๊ดลั่น วรินทร์วิ่งเข้าไปถาม ว่าคุณยายเป็นอะไร วรนาฎชี้ที่พื้นมีหนูนอนตายเลือดเปื้อนพื้น ทำท่าขยะแขยงบอกว่าแมวมันมากินหนู ตนมามันเลยหนีไป

    วรินทร์จึงชวนไปอยู่เรือนใหญ่กับตน วรนาฎปฏิเสธว่าไม่เป็นไร อีกไม่นานตนจะกลับศรีสัชนาลัยแล้ว

    เพราะเป็นห่วงดาวเวียง วรินทร์ถามว่าดาวเวียงรักคุณยายมากอยู่กับคุณยายตั้งแต่เด็กหรือเปล่า

    “ก็ประมาณนั้นล่ะนะ ข้าเก่าเต่าเลี้ยง ย่อมภักดีกับนายเป็นธรรมดา พ่อแม่เขาน่ะเคยรับใช้ยายมาก่อน พออุบัติเหตุเสียกันไปหมด ยายเลยรับเลี้ยงดาวเวียงไว้ ก็...ดูแลกันไป ทำไมอยากรู้เรื่องดาวเวียงล่ะ”

    “อุ้ยแค่สงสัยว่าแกยังสาวอยู่ ไม่น่าจะป่วย น่าสงสาร” วรนาฎถามว่าไม่สงสารยายบ้างหรือ ยายก็แก่ใกล้ตายแล้วนะ “คุณยายอย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณยายดีกับอุ้ย ช่วยเหลืออุ้ยและครอบครัวมาตลอด พระคุณของคุณยายทดแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด ถ้าให้อุ้ยตายแทนได้อุ้ยก็จะทำค่ะ”

    “อุ้ย...ยายขอบใจมากนะหลานรัก...ยายจะจำไว้” วรนาฎกอดวรินทร์อย่างซึ้งใจ

    แต่ใต้เก้าอี้ที่วรนาฎนั่ง มีซากแมวถูกถลกหนังเนื้อแดงชุ่มเลือด ซ่อนอยู่!

    ooooooo

    สุดาดวงไปพบนิลุบลที่สวนสาธารณะตามนัด นิลุบลเสนอให้เธอหย่ากับโอฬารแลกกับคลิป สุดาดวงบอกว่าโอฬารไม่มีวันหย่ากับตน แนะว่าตัวเธอเองยังสาวยังสวยไปเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายดีๆที่เขายังไม่มีเจ้าของดีกว่า

    นิลุบลแค้น เปิดให้ดูแผลเป็นที่หน้าตนบอกว่านี่คือสิ่งที่อสูรวรนาฎทำและตนไม่เชื่อว่าเธอไม่รู้เรื่อง

    สุดาดวงไม่เชื่อว่าป้าวรนาฎจะทำร้ายเธอ เอาเงินให้ปึกหนึ่งบอกว่า

    “นี่เป็นเงินเก็บทั้งหมดของฉัน ถ้าเธอไม่เอา ก็ไม่ต้องพูดกันอีก”

    นิลุบลจึงเอาแฟลชไดรฟ์แลกกับเงินในซอง แต่พอเปิดดูแล้วพูดตามหลังไปอย่างแค้นใจว่า

    “แค่นี้ยังไม่พอ พวกแกยังต้องชดใช้ฉันอีกเยอะ”

    นัยน์เนตร รัชโรจน์ และวรินทร์ไปเยี่ยมมานพที่ยังไม่ฟื้น ครู่หนึ่งสารวัตรโทร.มาแจ้งว่าเดชหายไปจากห้องขัง เขาจึงรีบไปดู สารวัตรบอกว่าเดชหายไปอย่างไร้ร่องรอยแม้แต่กล้องวงจรปิดก็ไม่มีภาพ

    รัชโรจน์มึนงงกับเหตุการณ์นี้ ขณะเขาไปเปิดประตูรถก็ต้องชะงักเมื่อเห็นประตูหลังเปิดออกเองเบาๆ แต่ก็ไม่ติดใจเพราะมัวคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาใหญ่ที่เดชถูกตำรวจใส่กุญแจมือออกไปในสภาพน่วมไปทั้งตัว และเมื่อเอามาขังไว้ที่สถานีตำรวจ อาละวาดตะโกนแต่ว่าตนไม่ได้ทำ และลูกกรงแค่นี้ขังตนไม่ได้หรอก

    รัชโรจน์นึกถึงที่เดชให้ประกันตัวเขาออกไปช่วยสนทรรศน์กับหนานจรวยเพราะทั้งสองอาจพลาดพลั้งให้กับปีศาจตะขาบ นึกถึงผลการพิสูจน์ศพของวรรณา คนขับแท็กซี่ และพวกของนิมิต ล้วนแต่ตายเพราะสาเหตุเดียวกันคือมีสารพิษของสัตว์เลื้อยคลานปริมาณสูงในกระแสเลือด แต่ถ้าเป็นตะขาบอย่างที่เขาสงสัยก็จะต้องมีเป็นร้อยเป็นพันตัวพิษถึงจะรุนแรงทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ทุกคนแบบนี้

    ที่แท้เดชเอาใบไม้ทัดหูว่าคาถากำบังกายหนีออกจากห้องขังและนั่งรถไปกับรัชโรจน์ที่บ่ายหน้าไปตึกโบราณคดีที่มหาวิทยาลัย พอรัชโรจน์ลงจากรถเดชก็ลงตาม

    น่าเจ็บใจนัก! เดชที่สามารถกำบังกายมาถึงมหา–วิทยาลัย แต่มาเสียท่าไอ้ด่างกับไอ้ดำที่วนเวียนอยู่แถวตึกโบราณคดีตามเห่าตามงับ เดชวิ่งหนีจนใบไม้ที่ทัดหูหล่น รัชโรจน์กับเธียรจึงเห็นเดชตัวเป็นๆวิ่งหนีหมา เธียรวิ่งไล่ตะครุบเดชไว้ได้ถามรัชโรจน์ว่าจะโทร.แจ้งตำรวจเลยไหม รัชโรจน์รีบห้ามไว้ว่าอย่าเพิ่ง

    ooooooo

    สุดาดวงเอาเงินให้นิลุบลแลกเอาแฟลชไดรฟ์กลับบ้าน เข้าห้องวรินทร์เห็นโน้ตบุ๊กบนโต๊ะก็จะลองเปิดแฟลชไดรฟ์ดูแต่เปิดไม่เป็น ขณะกำลังดูนั่นดูนี่งงๆ รัชโรจน์เข้ามาเห็นจึงรีบเก็บแต่ทำตก ปดเขาว่าเป็นข้อมูลการทำเค้ก เขาจึงเปิดให้ดู

    สุดาดวงตกใจห้ามไม่ทัน แต่ปรากฏว่าเป็นคลิปการ์ตูน สุดาดวงแอบถอนใจโล่งอก รัชโรจน์เหลือบเห็นแฟลชไดรฟ์ที่สนทรรศน์ให้วรินทร์คิดว่าแม่หยิบให้ตนผิด เลยลองเปิดดู ปรากฏว่าเป็นจดหมาย “คำสั่งเสียจากพ่อ” ที่สนทรรศน์เอาให้วรินทร์ไปเปิดดู รัชโรจน์เปิดอ่านเครียด

    ฝ่ายนิลุบลได้เงินจากสุดาดวงก็กินดื่มกับอภิศักดิ์จนเมา มั่วกันอยู่ในห้อง รุ่งเช้านาเรศมาหาจับได้ ตำหนินิลุบลอย่างรุนแรง อภิศักดิ์อ้างว่าจะไปหาข่าว หลบออกจากห้องไป นิลุบลอ้างตนเหงา ถามว่านาเรศหาหมอผีให้ตนได้หรือยัง

    “จะไม่มีการหาหมอผีอะไรทั้งสิ้น พี่ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่เธอจะเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับผู้ร้ายหนีคดี พระขรรค์อะไรนั่นจะปราบอสูรได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ หยุดแค่นี้เถอะบล”

    นิลุบลไม่ยอมหยุด นาเรศไม่เอาด้วย เลยถูกนิลุบลด่าว่ากลัวก็ไปเลย ตนไม่ง้อ ขว้างปาข้าวของอย่างคลุ้มคลั่ง พอเห็นหน้าตัวเองในกระจกก็ยิ่งแค้น ตะโกน “แกต้องชดใช้ นังอสูรวรนาฎ!”

    ooooooo

    วรนาฎหลับตาทำสมาธิหาดาวเวียงแต่จู่ๆทุกอย่างก็ดับมืด วรนาฎสงสัยว่าดาวเวียงไปอยู่ที่ไหน?

    ที่แท้ดาวเวียงนั่งสมาธิอยู่ต่อหน้าแม่ชีแสงบุญที่นั่งสมาธิเหมือนกัน แม่ชีแสงบุญบอกดาวเวียงให้อยู่กับปัจจุบัน อย่าหวนไปคิดถึงอดีตจิตใจจะเศร้าหมอง ดาวเวียงซาบซึ้งอิ่มใจในพระธรรมที่ทำให้ตนได้ลิ้มรสความสงบเย็นของพระธรรม ตนเป็นหนี้บุญคุณเหลือเกิน

    “ไม่ใช่เพราะฉันหรอกดาวเวียง ทุกอย่างมาจากเหตุปัจจัยที่ดาวเวียงสั่งสมมา” ดาวเวียงถามว่าแล้วเมื่อไหร่คุณหนูวรนาฎจะหมดกรรม พ้นจากอำนาจของอสูรได้ ไม่ทันที่แม่ชีแสงบุญจะตอบ แม่ชีจันทร์ก็มาบอกว่าสนทรรศน์ฟื้นแล้ว

    พอสนทรรศน์ฟื้น เขาขอโทษหนานจรวยที่รักษาพระขรรค์ไว้ไม่ได้และยังทำให้อาจารย์ปู่ตาบอด เดชก็ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร

    “อย่าโทษตัวเองเลยสนทรรศน์ ถ้าเราไม่รู้จักให้อภัยตัวเองเราก็ไม่มีวันจะช่วยใครได้ อภัยทานคือทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” เสียงแม่ชีแสงบุญแทรกเข้ามา หนานจรวย ยกมือไหว้ สนทรรศน์กราบขอบพระคุณที่แม่ชีช่วยชีวิตตนและอาจารย์ปู่ไว้

    แท้ที่จริง แม่ชีแสงบุญให้แม่ชีจันทร์ไปนำสนทรรศน์และหนานจรวยมารักษาตัวที่สำนักจนอาการดีขึ้น สนทรรศน์จะขอกลับกรุงเทพฯเพราะเป็นห่วงวรินทร์ ตนต้องไปแย่งพระขรรค์คืนมาปราบอสูรให้ได้

    หนานจรวยหว่านล้อมให้สนทรรศน์หัดทำอย่างแม่ชีแสงบุญ ที่อดทนรอเวลาที่จะช่วยหลานแท้ๆของตัวเองถึงยี่สิบปีเต็มๆ สนทรรศน์จึงรู้ว่าแม่ชีแสงบุญคือน้องสาวของวรนาฎ เพื่อหนีจากความผิดในใจที่ได้เคยทำไว้แต่ก็หนีไม่พ้นเราจึงได้มาพบกัน

    สนทรรศน์บอกว่าตนเข้าใจแม่ชีแล้วว่าแม่ชีช่วยตนไว้เพราะอยากให้ละเว้นจากอสูรแต่ตนยังทำใจไม่ได้บอกจรวยว่า “อาจารย์ปู่อยู่ที่นี่เถอะครับ ผมจะกลับไปคนเดียว ผมกราบลา”

    ทันใดนั้นดาวเวียงปรากฏกายมาขวางไว้ สนทรรศน์ผงะถลาเข้าปกป้องหนานจรวย ดาวเวียงบอกว่าตนเองที่สิงร่างอุ้ยให้ใช้พระขรรค์แทงเขา ถ้าจะแก้แค้นก็ให้แก้กับตนเถอะ ดาวเวียงก้มกราบ สนทรรศน์งง แม่ชีแสงบุญชี้แจงว่า

    “ที่ผ่านมา ดาวเวียงถูกมนต์ของอสูรสะกดไว้ถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายมากมาย แต่ตอนนี้ดาวเวียงพ้นจากมนต์สะกดแล้ว ที่แม่ชีกับพวกชาวบ้านไปพบเธอกับหนานจรวยได้เพราะดาวเวียงชี้ทางให้”

    ดาวเวียงขอให้อโหสิกรรมให้ตนด้วย หนานจรวยอโหสิกรรมให้ แม่ชีแสงบุญหันถามสนทรรศน์ว่า

    “เธอล่ะ จะให้อภัยดาวเวียงไหม”

    ooooooo

    เดชถูกมัดเหมือนหมูมีเทปกาวปิดปากไม่ให้โวยวายแล้วเอาไปขังไว้ในห้องเก็บของที่มีอุปกรณ์การสอนวางอยู่มากมาย

    เมื่อเธียรกับรัชโรจน์เข้าไปดู เดชอ้อนวอนให้ปล่อยตนเถอะ ถ้าปล่อยแล้วจะให้ทำอะไรตนก็ยอม จะให้สอนวิชาฝังรูปฝังรอยหรือผูกดวงก็จะสอนให้หมดเลย

    เธียรบอกว่าไม่อยากได้เพราะแค่แก้เชือกที่มัดยังทำไม่ได้เลย เดชอ้างว่าวิชานี้ยังไม่ได้เรียน รัชโรจน์บอกว่าตนไม่อยากได้วิชาแต่...

    “นายต้องเล่าเรื่องปีศาจตะขาบให้ฉันฟังอย่างละเอียด”

    เธียรมองหน้ารัชโรจน์ถามด้วยสายตาทำนองว่า บ้ารึเปล่า???

    ooooooo

    สนทรรศน์ไม่ตอบคำถามของแม่ชีแสงบุญเรื่องอโหสิแต่สีหน้าอ่อนลง หนานจรวยซึ่งตามองไม่เห็นแล้ว หว่านล้อมว่า

    “เอ็งก็รู้ความร้ายกาจของพลังเทพศตบาทแล้วนี่สนทรรศน์ ผู้ที่รับพลังนี้ นอกจากจะสามารถครอบครองดวงจิตผู้อื่นได้แล้ว ยังสามารถสะกดทั้งมนุษย์และภูตผีให้อยู่ภายใต้ความควบคุมของมันอีกด้วย”

    “หมายความว่าเราต้องอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มันฆ่าทุกคนในตระกูลพระยาเชลียงแบบนี้ไปทุกชาติเหรอครับ แล้วจะพูดเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไปทำไม” สนทรรศน์ทำใจไม่ได้ แม่ชีบอกว่า

    “สิ่งที่เรารู้ เราเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป สัจธรรมที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเป็นความจริงแท้ แต่ต้องค้นพบได้ด้วยตัวเอง” สนทรรศน์ถามว่าแล้วเมื่อไหร่เล่า? “ถ้าคุณอยากรู้ คุณต้องรอและทำตามวิธีที่แม่บอก”

    แม่ชีแสงบุญพาสนทรรศน์ไปนั่งที่ลานปฏิบัติธรรมอย่างสงบนิ่ง แม่ชีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า

    “ปล่อยวางทุกอย่าง ไม่ต้องล้วงอดีต ไม่เอื้อมอนาคต อยู่กับลมหายใจเข้า ออก เท่านั้น”

    สนทรรศน์นั่งสมาธิแต่จิตไม่นิ่งเห็นภาพต่างๆ ในอดีตตั้งแต่ตนเป็นนักรักบี้ เห็นวรินทร์เต้นเชียร์ตน เห็นพ่อผูกคอตาย และกระทั่งเห็นภาพวรินทร์ใช้ดาบพระขรรค์เงินแทงที่ท้องตน สนทรรศน์ทนไม่ได้ลืมตาขึ้นบอกแม่ชีแสงบุญว่า

    “แม่ชีครับ ผมทำไม่ได้ ในหัวผมมัน...มันมีแต่เรื่องที่ผ่านมา”

    “จิตที่ไม่ได้ถูกฝึกย่อมฟุ้งซ่านเป็นธรรมดา ขอแค่มีสติ ระลึกรู้ อยู่กับปัจจุบัน เชื่อแม่นะ”

    “ครับ” สนทรรศน์หลับตาลงอีกครั้ง...

    ooooooo

    นิลุบลวางแผนจะจัดการวรนาฎด้วยพระขรรค์เงิน จึงโทรศัพท์ไปบอกสุดาดวงว่าที่ตนมีพระขรรค์เงินที่วรนาฎอยากได้ ถ้าอยากได้จริงให้เอาทองคำมาแลก สุดาดวงปัดว่าคุณป้าไม่เกี่ยว

    “เกี่ยว! ป้าแกนั่นแหละต้องรับผิดชอบกับเรื่องทั้งหมด ถ้าแกอยากจบเรื่องระหว่างฉันกับแกก็ให้ป้าแกหอบทองมาพบฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะอยู่อย่างสงบสุขกันได้เลย”

    แต่เมื่อสุดาดวงกลับไปเล่าให้ฟัง วรนาฎไม่เชื่อว่าพระขรรค์เงินที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์จะไปอยู่ในมือ

    คนชั่วอย่างนั้น คงเป็นของปลอมมากกว่า สุดาดวงเล่าการข่มขู่ของนิลุบลว่าจะทำลายครอบครัวตนและคุณป้าด้วย ถามว่าจะให้ตนทำอย่างไรดี

    “นิ่งไว้ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เวรกรรมจะจัดการกับนิลุบลเอง อีกไม่นานหรอก” วรนาฎยิ้มเย็นน่ากลัว

    ooooooo

    สนทรรศน์นั่งสมาธิอีกครั้งตามคำแนะนำของ แม่ชีแสงบุญ คราวนี้เขาเห็นจุดสีขาวในความมืดมิด เดินไปจึงพบแสงสว่าง นำเขาก้าวเข้าสู่อดีตชาติ...

    ในยุคเชลียง...

    เป็นเหตุการณ์ที่คำหยาดธิดาของพระยาเชลียงซึ่งรักใคร่อยู่กับขุนศรีอินทร์ลูกชายของปุโรหิต เมื่อจะต้องออกเรือนไปอโยธยาจึงแอบมาพบกับขุนศรีอินทร์ที่พิหารในเมืองเชลียงโดยคำหยาดแต่งตัวเป็นสาวชาวบ้านพรางตา

    โขนซึ่งเป็นช่างปั้นยอดฝีมือของเชลียงแต่ขี้เมา มาเห็นสาวชาวบ้านงดงามดั่งนางฟ้าก็แทะโลมลวนลามด้วยความเมา ขุนศรีอินทร์เข้าปกป้องคนรัก ทหารวิ่งมาดู ตกใจร้องทักแม่นางคำหยาด โขนจึงรู้ว่านั่นคือธิดาของพระยาเชลียง

    โขนถูกพระยาเชลียงสั่งลงโทษโบยสามสลบแล้วโยนลงเตาทุเรียงเผาทั้งเป็น แม้ยามนั้นโขนจะอ้อนวอนขอชีวิตแต่พระยาเชลียงก็หาได้มีเมตตาไม่

    โขนถูกเผาทั้งเป็นในเตาทุเรียงของตัวเอง ตายไปพร้อมความอาฆาตพยาบาทที่จะผูกเวรจองกรรมกับทุกคนในตระกูลเชลียงทุกชาติไป

    สนทรรศน์ลืมตาขึ้นตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นในสมาธิ หันไปบอกหนานจรวยที่นั่งอยู่ข้างกันว่า

    “อาจารย์ปู่ เมื่อกี๊ผมนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจอย่างที่แม่ชีแสงบุญท่านบอก แล้วผมก็เห็นตัวผมเอง เห็นอาจารย์ปู่ แม่ชีแสงบุญ คุณยายวรนาฎ อุ้ย แล้วก็พ่อของอุ้ย เป็นคนในยุคเชลียง มันเหลือเชื่อมาก”

    “ข้าก็เหมือนกัน...ในที่สุดข้าก็ได้คำตอบว่า ทำไมเราสองคนถึงได้มาพบกันในชาตินี้ สนทรรศน์”

    “อาจารย์ปู่กำลังจะบอกผมว่า ภาพที่ผมเห็นคืออดีตชาติของอาจารย์ปู่กับผม” หนานจรวยบอกว่าใช่และของอสูรด้วย “แสดงว่าที่เราคิดว่าเราเป็นฝ่ายธรรมะมาปราบอธรรมก็ผิดทั้งหมด เรานี่แหละเป็นฝ่ายอธรรม”

    เมื่อระลึกได้ว่า ชาติก่อนนั้นสนทรรศน์คือขุนศรีอินทร์และหนานจรวยก็คือปุโรหิตพ่อลูกกัน ทั้งสนทรรศน์และหนานจรวยก็ต่างอึ้งไป

    ooooooo

    รัชโรจน์กับเธียรให้เดชพาไปยังป่าที่เคยต่อสู้กับอสูร เดชชี้ให้ดูรอยพระขรรค์ที่ตนปาใส่อสูรแต่มันหลบได้เลยปักที่ต้นไม้และตัวเองก็ถูกอสูรเล่นงานเสียน่วมแล้วอสูรก็หายไป

    เดชสงสัยว่าพระขรรค์หายไปไหนเพราะอสูรจับต้องพระขรรค์ไม่ได้ เหลือบเห็นสร้อยปะคำของหนาน–จรวยขาดหล่นที่พื้น เดชหยิบขึ้นมาบอกว่า เราต้องเร่งตามหาอาจารย์ให้เจอ เพราะท่านคนเดียวเท่านั้นที่จะบอกวิธีสู้กับศตบาทได้ ขณะกำลังตามหากันนั่นเอง

    ดาวเวียงก็ร้องเรียกเสียงเย็นจนทุกคนขนลุก

    “คุณรัชโรจน์เจ้าคะ”

    เมื่อดาวเวียงค่อยๆปรากฏร่างขึ้น เดชเห็นถึงกับผวาร้องลั่น “นังผีตะขาบ!” แล้วขว้างปะคำใส่ ดาวเวียงร้องกรี๊ดแล้วทุกอย่างก็ดับมืดไป...

    เมื่อสนทรรศน์รู้เรื่องในอดีตชาติ ก็จะออกไปจากสำนักแม่ชีแสงบุญ บอกแม่ชีว่า

    “ผมรู้แล้วครับ ว่าทำไมแม่ชีถึงอยากให้ผมนั่งสมาธิ ผมได้เห็นในสิ่งที่แม่ชีอยากให้ผมเห็นแล้ว ผมเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นผมจะไปขอขมาไอ้โขน ขอให้มันละเว้นชีวิตทุกคน ถ้าจะฆ่าให้ฆ่าผมคนเดียว ผมพร้อมจะตายเพื่อชดใช้ทุกอย่าง”

    “นั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา สนทรรศน์”

    “แม่ชีครับ แม่ชีเป็นผู้ทรงศีล แล้วก็อาจเป็นน้องสาวของคุณยายวรนาฎหลายภพชาติ ผมเข้าใจว่าแม่ชีต้องลำบากใจที่จะเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องการต่อสู้ ทำร้ายกัน ผมจะหาทางออกเรื่องนี้เอง”

    แต่พอสนทรรศน์เดินออกไปก็ชะงักเมื่อเห็นเธียรเดินนำรัชโรจน์กับเดชเข้ามา แม่ชีแสงบุญยิ้มอย่างเข้าใจ เมื่อเห็นร่างดาวเวียงรางๆอยู่ในร่างเธียร

    ที่แท้ดาวเวียงเข้าสิงร่างเธียรนำทางมายังสำนักแม่ชีแสงบุญนั่นเอง...

    เมื่อเข้าไปนั่งในศาลาไม้ไผ่สำนักแม่ชีแสงบุญแล้ว รัชโรจน์กราบแม่ชี เอ่ยทึ่งว่า

    “มหัศจรรย์จริงๆที่คุณยายเล็กบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่นี่ และก็เป็นคนช่วยสนทรรศน์กับท่านหนานจรวย”

    แม่ชีบอกว่าทุกอย่างเป็นอานิสงส์แห่งบุญ ไม่มีเรื่องบังเอิญ เดชปากพล่อยถามว่าถ้าอาจารย์ปู่ทำบุญมาจริง ทำไมถึงต้องถูกมันเล่นงานจนตาบอดด้วย

    หนานจรวยเอาไม้เท้าเขกหัวเดชโป๊กอย่างแม่นยำทั้งที่ตาไม่เห็น ปรามว่า

    “เอ็งไม่ต้องมาสงสารข้า ตาข้าบอดหรือไม่ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญมันอยู่ที่แรงกิเลสทำให้ใจเราบอดหรือไม่ต่างหาก”

    “เหมือนไอ้โขน ที่ถูกความพยาบาทบังตาไว้ จนยอมทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นใช่ไหม” รัชโรจน์ถาม สนทรรศน์ฟังแล้วถามทึ่งว่าอาจารย์เชื่อเรื่องอสูรแล้วหรือ “ตั้งแต่เกิดเรื่องที่บ้านสนทรรศน์ ผมก็พยายามจะคิดว่าอสูรเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ความรู้สึกลึกๆ มันก็ยังมีอะไรสงสัยคาใจ จนกระทั่งได้อ่านจดหมายสั่งเสียของลุงกษิดิศ”

    สนทรรศน์บอกว่าตนให้อุ้ยไว้เพราะอยากให้เห็นว่าพ่อยอมสละทุกอย่างเพื่อพิสูจน์เรื่องอสูร รัชโรจน์รับว่า

    “มันถึงทำให้พี่สะกิดใจว่าพี่ยังไม่เคยพิสูจน์ข้อสงสัยอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปีศาจตะขาบหรือเรื่องเทพศตบาท ยิ่งคิดทบทวน ก็ยิ่งเห็นว่าตั้งแต่คุณยายใหญ่ติดต่อเข้ามา ที่บ้านมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นหลายอย่าง”

    รัชโรจน์ทบทวนเรื่องในอดีต นับแต่หุ้นส่วนของโอฬารตายเพราะพิษตะขาบ เธียรสติแตกออกตามหาพระขรรค์เงิน ตัวเองใช้กระจกส่องดาวเวียงเห็นเป็นตะขาบ...ทุกเรื่องทยอยมาสู่ความทรงจำจนถึงการพิสูจน์ของตำรวจว่า คนขับแท็กซี่และพวกที่นิมิตรีสอร์ทตายเพราะพิษตะขาบ แม่ชีแสงบุญจึงอธิบายให้สนทรรศน์กระจ่างว่า...

    “เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของอสูรในร่างพี่วรนาฎ มีพยานยืนยันได้”

    แม่ชีมองไปที่เธียรซึ่งถูกดาวเวียงสิงอยู่ เธียรเล่าท่าทางตุ้งติ้งเล็กน้อยว่า

    “ใช่เจ้าค่ะ อสูรครอบครองดวงจิตคุณหนูวรนาฎเอาไว้ และใช้ร่างของคุณหนูฆ่าทุกคนที่ขัดขวางการแก้แค้นของมัน หุ้นส่วนของคุณโอฬาร ซินแสมังกร เซียนเต้า วรรณา พรรณทิพย์ ตายเพราะฝีมืออสูร”

    แม่ชีแสงบุญบอกว่าเวลานี้ดาวเวียงไม่ใช่สมุนของอสูรแล้วและเป็นคนใช้ร่างเธียรพาทุกคนมาที่นี่

    “แสดงว่าอสูรมันไม่รู้ว่าดาวเวียงอยู่ที่นี่ เพราะมันบอกพวกผมว่า ดาวเวียงกลับไปศรีสัชนาลัย” รัชโรจน์บอก

    สนทรรศน์เป็นห่วงวรินทร์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง รัชโรจน์บอกว่าสภาพจิตใจยังไม่ดีนัก สับสนที่ตัวเองทำร้ายเขาและที่สำคัญอุ้ยเชื่อสนิทใจว่า คุณยายใหญ่ไม่ใช่อสูร เธียรร้อนใจเสนอให้รีบไปช่วยอุ้ยก่อนที่อสูรจะทำพิธีสืบทายาท เพราะอุ้ยเป็นคนที่อสูรกำหนดไว้แล้ว

    “หรือว่ามันกะจะทำพิธีสืบทายาทในวันรวมญาติ...” รัชโรจน์ฉุกคิดได้ เล่าให้ทุกคนฟังว่า “คือคุณยายใหญ่ เอ่อ...อสูร มันจะจัดงานรวมญาติเป็นการรับขวัญอุ้ย และประกาศว่าใครจะได้รับมรดกบ้าง”

    “งั้นรอไม่ได้แล้ว รีบไปเถอะครับแม่ชี” สนทรรศน์ร้อนใจ

    “แต่เรายังหาพระขรรค์เงินไม่พบ เท่ากับเรายังไม่มีอาวุธที่จะไปต่อสู้กับอสูรเลยนะ” หนานจรวยติง

    “อิฉันเอง อิฉันจะไปขวางมันไว้ก่อน” ดาวเวียงเสนอแล้วออกจากร่างเธียรทันที แม่ชีแสงบุญเตือนให้ระวังตัวด้วย ดาวเวียงกราบแล้วหายตัวไปทันที รัชโรจน์เห็นผีจะจะกับตาถึงกับตะลึง

    เมื่อดาวเวียงออกจากร่างไปแล้ว เธียรรู้สึกตัว สลัดหัว มองไปรอบๆ ถามงงๆ...

    “เฮ้ย...สนทรรศน์ หนานจรวย อะไรกันเนี่ย”

    ooooooo



    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์