นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'


    รัชโรจน์ขับรถไปถึงซุ้มประตูเข้าวัด วรนาฎทำเป็นมองไปนอกหน้าต่างรถ แต่แอบว่าอาคมเบาๆ แล้วรถก็ขับผ่านเข้าไปได้ แต่ปรากฏว่าที่ซุ้มประตูมีฝูงตะขาบเกาะเต็มไปหมด

    รัชโรจน์กับวรินทร์สบตากันอย่างผิดหวัง จนเมื่อรัชโรจน์ชวนไปหาเธียรที่โบสถ์กัน วรนาฎชะงักแต่กลบเกลื่อนโดยเร็ว เดินตามรัชโรจน์เข้าโบสถ์ไป รัชโรจน์กับวรินทร์ยิ่งแปลกใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับวรนาฎเลย

    ที่แท้วรนาฎต้องใช้พลังอย่างมากจึงเข้าไปในโบสถ์ได้ พอเข้าไปแล้วจ้องพระประธานยิ้มเยาะว่า

    “ข้าบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี ไม่ใช่วิญญาณกระจอก จะยอมสยบง่ายๆ”

    เมื่อกราบพระประธานกันแล้ว รัชโรจน์ตะโกนบอกเธียรว่าพวกตนมาแล้ว เธียรออกมาทักทายทุกคน วรนาฎถามว่าสบายดีหรือ ไม่ได้เจอกันเสียนานเพื่อหยั่งเชิงว่ามนต์คลายหรือเปล่า

    “ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่หรอกครับ มัวแต่ตามหาพระขรรค์เงิน จนไม่เป็นอันทำอะไรเลย ไม่รู้เป็นไง มันเหมือนมีเสียงสั่งอยู่ในหัวผมว่าต้องตามหาให้เจอ ไม่งั้นต้องตาย”

    สุดาดวงถามว่าพระขรรย์อะไร เธียรบอกว่าของเก่าแก่ตั้งแต่ยุคเมืองเชลียง วรนาฎชิงอธิบายให้ดูขลังยิ่งขึ้นว่า

    “ของพวกนี้มีเจ้าของทั้งนั้น ยิ่งถูกขโมยมาโดยเจ้าของไม่อนุญาต คนที่ได้ไปก็ไม่มีความสุข ป้าถึงอยากช่วยอาจารย์อีกแรง” หันถามเธียรว่า “พระขรรค์เงินอยู่ไหน อาจารย์เธียร”

    “ที่พิพิธภัณฑ์ครับคุณยาย ของมีค่ามาก ผมไม่กล้าถือดุ่มๆออกมาหรอกครับ เดี๋ยวหายอีกจะยุ่ง นี่ก็ขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสดูเฉยๆ ถ้าจะขอเอากลับไปคงต้องว่ากันอีกที”

    รัชโรจน์บอกให้สุดาดวงนั่งสวดมนต์ที่นี่ก่อน ตนจะไปที่พิพิธภัณฑ์ ที่นั่นฝุ่นเยอะเดี๋ยวภูมิแพ้แม่จะกำเริบ สุดาดวงเห็นด้วย จะชวนวรนาฎ ก็ถูกชิงบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนไม่ได้แพ้ฝุ่นอะไร ไปกับเด็กๆได้ สบายมาก พูดแล้วยิ้มเย็นยะเยือก

    ooooooo

    หนานจรวยเอาขวดใส่วิญญาณดาวเวียงแช่ลงไปในขันน้ำมนต์ เค้นถามว่าเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน แม้ดาวเวียงจะสำลักน้ำแทบหายใจไม่ออกแต่ก็ยังปากแข็งว่าตนไม่รู้

    แต่เมื่อหนานจรวยเอาไม้ไผ่ว่าอาคมจนไฟลุกจ่อเผารอบๆขวดลงยันต์ ดาวเวียงร้อนจนทนไม่ได้ร้องบอกว่ายอมแล้วตนยอมบอกทุกอย่างแล้ว

    เวลาเดียวกัน ที่วัดโบราณ เธียรเปิดประตูพิพิธภัณฑ์นำทุกคนเข้าไป แกล้งพูดยั่ววรนาฎตามแผนว่า

    “ที่นี่จะเก็บพวกโบราณวัตถุมาจากหลายๆที่บางทีก็มีคนเอามาถวายวัด เพราะถูกวิญญาณรบกวนจน เก็บไว้ไม่ได้ บางชิ้นก็ลอยตามน้ำมา อย่างชิ้นนี้นี่เป็นหัวมกรโบราณเลยนะครับคุณยาย ทางวัดบอกว่าได้มาจากศรีสัชนาลัย ตามประวัติเล่าต่อๆกันมาว่า ช่างปั้นชื่ออะไรนะ...อ๋อ ไอ้โขน”

    วรนาฎลืมตัวจ้องเธียรเขม็ง เธียรตกใจประหม่า รัชโรจน์กลัวเสียแผนถามขัดขึ้นว่าแล้วยังไงต่อไป

    “คืองี้ ไอ้โขนเป็นช่างปั้นก็จริง แต่ยังไม่ทันได้เอาไปประดับวิหาร ดั๊น...มาเกิดเรื่องร้ายเสียก่อน” เธียรพูดต่อ วรินทร์ซักตามแผนว่าเรื่องอะไรหรือ “ก็ไอ้โขนน่ะมันเป็นคนทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง คิดจะเป็นเขยพระยาเชลียงก็เลยไปลวนลามพระธิดาของพระยาเชลียงเข้า จนถูกจับได้ ก็เลยโดนลงโทษจนตาย”

    “ไม่จริง!!” ไอ้โขนที่สิงวรนาฎอยู่ตวาดลั่น รัชโรจน์แกล้งซักว่าแล้วจริงๆ เป็นอย่างไร วรนาฎพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า “พวกไอ้พระยาเชลียงนั่นต่างหากที่จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์ ไอ้โขนมันทำไปเพราะมันเมา ไม่รู้สติ แม้ไอ้โขนจะร้องขอชีวิต พวกมันก็ไม่คิดจะปรานี สมแล้วที่เมืองต้องล่มสลายเพราะกรรมของมัน”

    “แต่มีคนแก่เล่าว่า ไอ้โขนมันแค้น ก็เลยยอมให้อสูรสิงร่าง แล้วดลบันดาลให้เกิดอาเพศขึ้นในเมือง” เธียรติง

    “แต่ผมว่าเป็นเรื่องเหลวไหลมากกว่า ความจริงมันอาจจะเป็นแค่เรื่องของช่างปั้นกระจอกๆคนนึงที่ถูกเติมแต่งจนเกินจริง” รัชโรจน์ดูถูกไอ้โขนกวนอารมณ์ คราวนี้วรนาฎยิ่งโต้ดุเดือดว่า

    “ไอ้โขนมันไม่ใช่ช่างปั้นกระจอก ฝีมือทำมกรของมันเป็นเลิศไม่มีใครสู้ หากมันไม่ตายเสียก่อน เมืองเชลียงจะกลายเป็นสวรรค์ด้วยน้ำมือมัน ยายเสียเวลามามากแล้ว ไหนล่ะพระขรรค์เงินที่จะให้ยายช่วยดู”

    เธียรสบตารัชโรจน์แล้วหันไปหยิบพระขรรค์ที่วางหลบอยู่ข้างๆออกมาบอกว่านี่คือพระขรรค์เทวดาที่เราตามหากัน

    “ไม่ใช่!” วรนาฎชี้หน้าด่า “ไอ้หัวขาว เอ็งคิดลองดีกับข้าใช่ไหม คิดว่าข้าเป็นเพื่อนเล่นพวกเอ็งกระนั้นรึ” วรนาฎจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนเธียรกลัวหลบไปอยู่หลังรัชโรจน์

    ลมพัดอย่างแรงจนประตูหน้าต่างเปิดปิดปึงปัง แต่รัชโรจน์ไม่สะทกสะท้านจำคำของหนานจรวยไว้มั่นว่า

    “จงยั่วให้มันโกรธถึงที่สุด แล้วพลังมันจะอ่อนลงจนเอ็งจะเห็นอสูรในร่างยายเอ็ง...แต่มันจะทำอะไรเอ็งไม่ได้เพราะอยู่ในเขตอาราม” วรนาฎจ้องดุดัน แต่แล้วก็ชะงักเครียด เมื่อหลับตาเห็นตุ๊กตาสังคโลกกำลังกระแทกประตูเรือนปั้นหยาที่ถูกหนานจรวยตอกตะปูตายจนบานประตูเริ่มขยับ

    พลันวรนาฎก็ได้สติทุกอย่างสงบลงทันที วรนาฎยิ้มถามหยอกว่ายายพอเล่นหนังให้อุ้ยได้ไหม วรินทร์ถามว่าเมื่อกี๊คุณยายแกล้งโมโหหรือ วรนาฎพูดอารมณ์ดีว่าขืนโมโหจริงความดันก็ขึ้นแย่สิ แค่นี้ก็ชักปวดหัวแล้ว พอดีสุดาดวงเข้ามาบอกว่าเมื่อกี๊ลมพัดแรงอย่างกับพายุ ชวนรีบกลับกันวันหลังค่อยมาใหม่ วรนาฎเห็นด้วยทันทีรีบตามสุดาดวงออกไป

    วรินทร์ถามรัชโรจน์ว่าเอายังไงดี ทั้งสามมองกันกลุ้มเพราะจับผิดอะไรวรนาฎไม่ได้เลย

    ooooooo

    ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ฝังผอบ สนทรรศน์กับเดชช่วยกันโกยดินออก หยิบผอบขึ้นมาเห็นเส้นผมและเล็บในผอบ

    “ได้ของครบแล้วครับ” สนทรรศน์ดีใจ แต่ทันใดนั้นประตูที่เรือนปั้นหยาที่หนานจรวยตอกตะปูไว้ก็สั่นไหวกระทั่งเปิดผลัวะออก ตุ๊กตาหุ่นสังคโลกยืนผงาด ตาแดงวาบ อ้าปากกว้าง เงาตะขาบสีดำพุ่งออกมา

    หนานจรวย สนทรรศน์ และเดชรีบขึ้นรถ แต่เงาตะขาบก็พุ่งข้ามรั้วมาไล่ตาม หนานจรวยว่าคาถาโยนไม้ไผ่ออกไปปักที่พื้นเกิดพลังรัศมีกั้นเงาตะขาบจนต้องม้วนตัวกลับไปพุ่งเข้าปากตุ๊กตาสังคโลก ดวงตาตุ๊กตาจากสีแดงก็กลายเป็นปกติ

    รัชโรจน์ขับรถมาถึงบ้าน นัยน์เนตรวิ่งมาถามวรินทร์ว่าคุณยายไปกับเธอใช่ไหม แล้วพุ่งไปเปิดประตูรถบอก

    “คุณยายคะ รีบไปที่เรือนปั้นหยาเถอะค่ะ สนทรรศน์พาคนปีนเข้าไปทางเรือนปั้นหยาค่ะ เนตรเห็นกับตา”

    วรินทร์ตกใจถามรัชโรจน์ว่าจะทำยังไงดี รัชโรจน์พยายามถ่วงเวลาวรนาฎไม่ให้ขึ้นเรือนอ้างว่าเกรงจะเป็นคนร้าย นัยน์เนตรอาจตาฝาดก็ได้ นัยน์เนตรยืนยันว่าตนเห็นจริงๆ วรนาฎหันถามว่าเห็นได้ยังไง

    นัยน์เนตรเล่าว่าตนมาบ้านสนทรรศน์เห็นมีพิรุธจึงตามมา มาถึงแก้วไม่ให้เข้าบ้านเหมือนสมรู้ร่วมคิดกัน แก้วโต้ว่ารัชโรจน์สั่งไว้ว่าวันนี้ระหว่างพวกคุณๆไม่อยู่ห้ามคนนอกเข้ามาในบ้านเด็ดขาด

    “งั้นพี่โรจน์ก็ต้องรู้เห็นด้วย” นัยน์เนตรตีขลุม วรนาฎเพ่งมองไปที่เรือนปั้นหยาทันที

    รัชโรจน์เดินนำเข้าไปที่เรือนปั้นหยา ก็ได้รับไลน์จากสนทรรศน์ว่า “ทุกอย่างเรียบร้อย กำลังกลับ” พอดีวรนาฎตามมาถามว่าเจอใครไหม เขาบอกว่าไม่มีใครเลย วรินทร์แอบถอนใจโล่งอก วรนาฎตรงไปที่ห้องพิธีกรรมเปิดเข้าไปทันทีเห็นตุ๊กตาสังคโลกยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรผิดปกติ วรนาฎบอกว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด แก้วถามว่าแล้วดาวเวียงหายไปไหน

    ooooooo

    ดาวเวียงที่กลายเป็นตะขาบยังถูกขังไว้ในขวดอาคม และหนานจรวยก็เอาสร้อยพระขรรค์จิ๋วที่ถูกรถทับหักมาลองใช้อาคมประสานดูถ้าโชคช่วยก็จะได้ทำพิธีตอนรุ่งสาง

    รัชโรจน์พานัยน์เนตรไปที่สวนสาธารณะขอให้เธอถอยออกไปก่อนเลิกจุ้นจ้านกับครอบครัวตน นัยน์เนตรไม่ยอมถามว่าเขากลัวตนจะจับได้ว่าอุ้ยแอบคบกับสนทรรศน์ แล้วอุ้ยก็จะชวดจากการเป็นทายาทคุณยายใหญ่ใช่ไหม

    “มันไม่ใช่เรื่องนั้น พี่บอกเนตรไม่ได้ แต่พี่รับรองได้ว่าพี่ไม่มีทางยอมให้ใครเข้ามาทำลายครอบครัวพี่แน่ๆ ครอบครัวพี่ พี่จะปกป้องเอง และที่พี่ขอให้เนตรถอยห่างออกไป ก็เป็นวิธีหนึ่งที่พี่จะปกป้องเนตร เพราะเนตรก็คือหนึ่งในครอบครัวพี่”

    นัยน์เนตรหาว่ารัชโรจน์กลัวน้องตัวเองจะมีคู่แข่ง เย้ยว่างานนี้คนที่ตัดสินใจได้คือคุณยายใหญ่คนเดียว เย้ยก่อนไปว่า

    “ขอบคุณสำหรับความห่วงใย แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเนตรไม่ถอย!”

    ฝ่ายหนานจรวยทำพิธีหลอมพระขรรค์จิ๋วใหม่ ขณะน้ำมนต์เดือดปุดๆ ก็บอกให้สนทรรศน์ที่ได้รับมอบหมายให้มาปราบอสูรเจ้าโขน ล้วงลงไปหยิบสร้อยขึ้นมา สนทรรศน์ลังเลเพราะน้ำมนต์เดือดปุดๆ หนานจรวยบอกว่า

    “ตั้งจิตทำสมาธิให้มั่น นึกถึงพระพุทธคุณ คุณบิดามารดาและบารมีของพระมหาเถรเอาไว้ อย่าใช้ความแค้นเป็นพลังให้ใช้เมตตา ภารกิจของเอ็งคือปลดปล่อยวิญญาณของวรนาฎจากอสูรร้าย”

    สนทรรศน์ทำตามที่หนานจรวยบอก ล้วงลงไปในน้ำมนต์เดือดหยิบสร้อยพระขรรค์ที่ประสานกันสนิท

    ขึ้นมา สนทรรศน์ถามว่าถ้าเราปราบอสูรที่อยู่ในร่างคุณยายใหญ่สำเร็จ คุณยายจะเป็นอย่างไรต่อไป หนานจรวยบอกว่า...

    “ดวงจิตของวรนาฎจะเป็นอิสระจากการครอบครองของอสูร ส่วนกายหยาบนั้นก็คืนสู่สภาพจริงตามอายุขัย พร้อมหรือยังสนทรรศน์ ถ้าพร้อมก็ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ แผ่เมตตาให้ทั้งอสูรและวรนาฎ ขอให้ทั้งคู่อโหสิให้กัน”

    วรนาฎที่ทำสมาธิอยู่ในห้องพิธีกรรม ร่างกายเริ่มเป็นคนแก่ ผมหงอก วรนาฎบอกอสูรว่ารู้สึกมีพลังบางอย่าง มีคนมาช่วยตนแล้ว อสูรบีบคอวรนาฎเย้ยว่าฝันไปเถอะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก แต่วรนาฎสามารถผลักมืออสูรออกได้

    “ฉันสู้แกได้แล้ว ไอ้อสูร แกไม่มีสิทธิ์ครอบครองร่างฉันแล้ว”

    วรนาฎไล่อสูรออกไปจากร่างตนเดี๋ยวนี้ อสูรเย้ยว่าตนจะออกไปก็ต่อเมื่อวรนาฎทำพิธีสืบทายาทให้อุ้ยสำเร็จ จับมือวรนาฎบีบจนร้องลั่น

    หนานจรวยเอาพระขรรค์ที่ประสานกันสนิทแล้ว ปักลงที่ตุ๊กตา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนานจรวยตะโกนสั่งเดชให้ปล่อยตะขาบออกมา เดชเอาขวดออกมาเปิดจุกออก ควันดำลอยออกมา กลายเป็นดาวเวียงหมอบอยู่ ทุกคนตะลึง หนานจรวยสั่งดาวเวียงบอกมาว่าของในผอบนั้นเป็นของปลอมใช่ไหม ดาวเวียงบอกว่าไม่รู้

    ทันใดนั้นรัชโรจน์ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้วบอกว่าสุดาดวงปวดท้องมาก โอฬารเข้ามาถามวรินทร์ว่าแม่เป็นอะไร ไม่มีใครตอบได้ โอฬารสั่งแก้วให้ไปบอกสว่างเอารถออกพาสุดาดวงไปโรงพยาบาลด่วน

    ฝ่ายรัชโรจน์บอกทุกคนที่ทำพิธีอยู่ว่าตนจะต้องรีบไปโรงพยาบาลเพราะคุณแม่ไม่สบายมาก ให้ปู่กับท่านหนานจรวยอยู่ที่นี่มีอะไรตนจะติดต่อมา ดาวเวียงถือโอกาสที่ไม่มีใครสนใจหนีไป หนานจรวยบอกว่าเราเสียรู้อสูรจนได้ เพราะผมกับเล็บในผอบไม่ใช่ของมัน

    “หมายความว่ายังไงผมงงไปหมดแล้ว” เธียรถาม

    “ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่!” อสูรในร่างวรนาฎเดินออกมาจากแท่นพิธีที่ซ่อนผอบไว้ เปิดออกมาแสยะยิ้มสะใจ

    ooooooo

    หมอส่งสุดาดวงไปเอกซเรย์ ฟิล์มออกมาดำมืด ขณะหมอและทุกคนกำลังงงนั้น รังสรรค์ก็พาวรนาฎมาเยี่ยม

    โอฬารบอกว่าสุดาดวงปวดท้องจนหมดสติ หมอก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นอะไร ขณะนั้นเองสุดาดวงปวดท้องรุนแรง ดิ้นทุรนทุรายขึ้นมาอีก วรนาฎบอกว่าอาการแบบนี้ไม่ธรรมดา เอาน้ำมนต์ในกระเป๋าส่งให้โอฬารเอาให้สุดาดวงดื่ม รัชโรจน์ไม่ให้ดื่มเพราะหมอยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นอะไร

    “แต่ถ้ารอช้ากว่านี้ หนูสุไม่รอดแน่ หรือว่าไม่ไว้ใจยาย”

    โอฬารตัดสินใจให้สุดาดวงดื่มน้ำมนต์ ทันทีที่ดื่มสุดาดวงทำท่าขย้อนแล้วอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำมีก้อนอะไรออกมาด้วย ทุกคนตกใจ วรนาฎเอาส้อมเขี่ยถามว่า

    “เป็นเส้นผม เศษเล็บ แล้วก็ด้ายใช่ไหม” โอฬารบอกว่าใช่ วรนาฎฟันธงว่า “หนูสุถูกคุณไสย...”

    ทุกคนทั้งอึ้งและตกใจ ฝ่ายหนานจรวย สนทรรศน์และเดชอยู่ที่โถงบ้านสนทรรศน์ หนานจรวยหลับตาทำสมาธิเบื้องหน้าตุ๊กตาดินปั้นที่มีสร้อยพระขรรค์เงินปักอยู่ หนานจรวยบอกว่าตนเพ่งจิตดูยังไงก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเส้นผมกับเล็บนี้เป็นของผู้ใด

    “แล้วทำไมอาจารย์ปู่ถึงมั่นใจว่าของที่เราเอามาไม่ได้มาจากร่างกายของคุณยายวรนาฎ” สนทรรศน์สงสัย

    “อสูรมันละทิ้งกายหยาบ แล้วสิงสถิตในร่างของวรนาฎ เมื่อตุ๊กตาตัวนี้เสมือนร่างของวรนาฎแล้ว หากแทงสร้อยพระขรรค์เงินลงไป อิทธิฤทธิ์ที่มีเพื่อกำจัดปีศาจก็จะเป็นสื่อไปถึงไอ้อสูรให้เจ็บปวดทรมานจนตุ๊กตานี่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ”

    เดชสงสัยว่ามันแอบสับเปลี่ยนของมาหลอกเรา แต่หนานจรวยยืนยันว่า

    “แม้คนผู้นั้นจะไม่ได้ถูกอสูรสิงร่าง แต่คมของมีดที่แทงลงไปก็ยังให้ผลอยู่”

    ooooooo

    ที่ห้องรับแขกในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล รังสรรค์ โอฬาร รัชโรจน์ วรินทร์และวรนาฎ ยังคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงสาเหตุการป่วยของสุดาดวง
    รังสรรค์เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของนิลุบลเพราะเคยเห็นมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านเรา โอฬารปรามว่าไม่มี หลักฐานก็อย่าสันนิษฐานอะไรส่งเดช วรนาฎฟันธงว่า คนที่ทำเรื่องนี้นอกจากต้องเป็นคนมีวิชาอาคมแล้วยังต้องมีเชื้อวัตถุจากเหยื่อไปปลุกเสกด้วย เช่นเส้นผม เล็บ หรือเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว แล้วโยงไปถึงสนทรรศน์ ถามรัชโรจน์กับวรินทร์ว่า จำได้ไหมที่เนตรเล่าว่าเห็นสนทรรศน์กับพวกปีนเข้าไปในเรือนปั้นหยา

    วรนาฎใส่ไคล้ว่านิลุบลกับสนทรรศน์ร่วมมือกันทำร้ายสุดาดวง โอฬารจึงไปที่บ้านสนทรรศน์ เป็นเวลาที่พวกเขากำลังทำพิธีถอนอาคม ดึงพระขรรค์ออกจากตุ๊กตา

    โอฬารคว้าตุ๊กตาขว้างทิ้งจนแตก ต่อยสนทรรศน์หน้าหงาย กวาดตามองหาว่านี่คงทำกันอย่างเป็นขบวนการ ขณะนั้นเองวรนาฎเดินเข้ามาหาว่าสนทรรศน์โกรธตนที่ขัดขวางความรักของเขากับอุ้ย แต่ทำไมต้องทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างสุดาดวงที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย

    วรนาฎตลบหลังจนสนทรรศน์ตั้งตัวไม่ติด พูดจนรัชโรจน์และวรินทร์คล้อยตามไปด้วย โอฬารแค้นจะเข้าทำร้ายสนทรรศน์ หนานจรวยเข้าห้าม วรนาฎจึงเห็น หนานจรวยเต็มตาจำได้ว่าที่แท้คือปุโรหิตนั่นเอง นึกเย้ยว่า

    “ที่แท้แกนั่นเอง ไอ้ปุโรหิต ในที่สุดแกก็มาเกิดใหม่เพื่อตายอีกครั้ง”

    “ความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้น มีแต่จะดึงให้ดวงจิตดิ่งลงสู่อบาย เมื่อไหร่หยุดความโกรธ

    เกลียดได้เมื่อนั้นก็จะเป็นอิสระ ได้พบกับความสงบสุข เอ็งไม่อยากเป็นอิสระหรือไอ้โขน” หนานจรวยหว่านล้อม

    “ท่านก็ดูเป็นผู้ทรงศีล ทำไมถึงใช้เดรัจฉานวิชา ทำร้ายคนดี” วรนาฎย้อนถาม

    “แกต่างหากที่หน้าเนื้อใจเสือ” สนทรรศน์ว่าพลางเอาสร้อยพระขรรค์จี้ใส่ วรนาฎยืนตัวแข็ง จ้องสนทรรศน์เขม็ง ทันใดนั้นวรนาฎที่ดวงจิตถูกขังอยู่สะดุ้งตื่นอุทาน “พี่สุรนิตย์” พลางลุกขึ้นอสูรเข้าขวางบีบคอทันที

    ขณะนั้นเองเซียนเต้าโซซัดโซเซเข้ามาในห้องโถง โอฬารจำได้ว่าเป็นหมอผีของนิลุบล เซียนเต้าผสมโรงเล่นละครทันทีว่า สนทรรศน์กับนิลุบลรวมหัวกันจ้างตนทำร้ายครอบครัวโอฬารแต่ตนทำไม่สำเร็จเลยถูกฆ่าปิดปาก

    “ไม่จริง แกใส่ร้ายฉัน ฉันไม่เคยรู้จักแก” สนทรรศน์โต้

    “ลื้อมันเลว ทำร้ายอั๊วแล้วให้อาจารย์ลื้อใช้อาคมขังอั๊วไว้ ดีที่อั๊วรวบรวมพลังทำลายออกมาได้” แล้วเซียนเต้าก็คลานไปหาโอฬารบอกว่าตนสำนึกผิดแล้ว ช่วยตนด้วย

    ขณะเดียวกันที่โถงบ้านสนทรรศน์ สนทรรศน์จ้องหน้าวรนาฎ เห็นหน้าของวรนาฎมีหน้าอสูรซ้อนอยู่ สนทรรศน์จะเอาสร้อยพระขรรค์แทง โอฬารชี้หน้าปราม แต่วรนาฎบอกว่าเขาอยากปราบอสูรก็ปล่อยเขา

    “สร้อยพระขรรค์ด้ามจิ๋วนี้ทำร้ายคนธรรมดาไม่ได้...เอาอย่างนี้สิ ถ้าพวกคุณอยากพิสูจน์ก็แค่เอาสร้อยนี้คล้องคอวรนาฎ แล้วพวกคุณก็จะได้เห็นความจริง” หนานจรวยบอก

    วรนาฎบอกว่า ตนทำดีพระย่อมคุ้มครอง สนทรรศน์จึงจะเอาสร้อยคล้องคอ สร้อยวาบขึ้น วรนาฎจ้องสู้มือกำแน่น

    วรนาฎพลิกวิกฤติเป็นโอกาส กล่าวร้ายป้ายสีสนทรรศน์จนรัชโรจน์และวรินทร์คล้อยตาม สนทรรศน์พยายามบอกรัชโรจน์ว่าทุกอย่างเป็นแผนของอสูร รัชโรจน์ขอให้พอแค่นี้และวรินทร์ก็บอกสนทรรศน์อย่ามายุ่งกับพวกตนอีกเลย วรนาฎยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ โอฬารปาสร้อยใส่อกสนทรรศน์แล้วเดินออกไป

    เดชถามหนานจรวยว่าทำไมอาจารย์ปล่อยพวกนั้นไป หนานจรวยบอกว่าไม่มีสร้อยพระขรรค์ เราไม่มีทางสู้มันได้ เดชเสนอให้ปลุกเสกสร้อยใหม่เหมือนคราวที่แล้ว

    “พิธีนั่น ทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น”

    เธียรฟังแล้วพึมพำอย่างมืดแปดด้านว่า “แล้วเราเอาไงดีวะนี่...”

    ooooooo

    เมื่อพากันกลับมาเรือนปั้นหยา รัชโรจน์และวรินทร์รู้สึกตัวเองผิดขอโทษวรนาฎ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ชวนให้สงสัย วรนาฎจึงเอาเศษกระจกที่ดาวเวียงเก็บมาได้ถามว่าพวกสนทรรศน์ให้กระจกนี้มาใช่ไหม

    รัชโรจน์รับว่าใช่และถ้าใครได้เห็นในกระจกก็ต้องเห็นเหมือนตนว่าดาวเวียงไม่ใช่คน วรินทร์ยืนยันว่าตนเห็นดาวเวียงเป็นตะขาบ ทันใดนั้นก็มีเสียงดาวเวียงร้อง ขอความช่วยเหลือแว่วมา ทุกคนเดินไปตามเสียง พบว่าดาวเวียงถูกมัดอยู่ใต้เตียง บอกว่าตนถูกสนทรรศน์พาพวกบุกมาจับตนมัดไว้

    รัชโรจน์ถามว่าตอนที่ตนมาหากับแก้วทำไมดาวเวียงไม่เรียก เซียนเต้าผสมโรงว่าดาวเวียงถูกมนต์บังตาเหมือนตน

    ดาวเวียงสงสัยว่าเส้นผมและเล็บในผอบที่ตนไปฝังเป็นของวรนาฎทำไมการณ์จึงเป็นเช่นนั้น จึงรู้จากวรนาฎว่า หลังจากซื้อใจรังสรรค์ด้วยทองแท่งแล้ววรนาฎให้เขาเอาเส้นผมและเล็บของสุดาดวงมาให้ตนเพื่อทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ให้ ส่วนเซียนเต้า วรนาฎบอกว่ามันทำดีสมควรได้รางวัลจึงช่วยดูดพลังปีศาจออกจากร่าง ปล่อยให้เป็นอิสระ

    แต่พอปล่อยเซียนเต้าไปแล้ว อสูรก็สิงร่างสนทรรศน์ไปดักหลอกเซียนเต้าว่าถ้าร่วมมือกับตนกำจัดอสูรก็จะได้พลังศตบาทไปครองแต่เพียงผู้เดียว เซียนเต้าหลงกลจึงถูกอสูรในร่างสนทรรศน์แทงตาย แต่กล้องวงจรปิดที่สี่แยกจับภาพได้ว่าสนทรรศน์เป็นคนฆ่าเซียนเต้า จึงถูกตำรวจตามล่า

    หนานจรวยรู้แผนการของวรนาฎ บอกสนทรรศน์และเดชว่าเราถูกกับดักอสูรร้ายแล้ว ทางเดียวที่จะแก้สถานการณ์ได้คือต้องหาพระขรรค์เงินให้เจอ สนทรรศน์จึงไปบอกกล่าวกับอัฐิกษิดิศให้ช่วยตามหาพระขรรค์เงินให้ด้วย

    สนทรรศน์เป็นห่วงวรินทร์ที่เข้าใจผิดตนว่าเป็นคนฆ่าเซียนเต้า แอบไปหาที่โรงพยาบาล เอาแฟลชไดรฟ์ให้บอกว่า

    “ข้อความในนี้ทั้งหมด พ่อพี่เขียนสั่งเสียไว้ก่อนตาย อุ้ยลองอ่านดูแล้วจะเข้าใจ”

    “ไม่ค่ะ อุ้ยไม่ต้องการรับรู้อะไรอีกแล้ว”

    ทันใดก็ได้ยินเสียงรังสรรค์เรียกอุ้ยถามว่าคุยกับใครอยู่ เธอปดว่าซ้อมบทละครแล้วตัดบทชวนไปหาอะไรกินกันเพราะตนหิวแล้ว สนทรรศน์ที่แอบอยู่ได้แต่แอบลุ้นไม่รู้ว่าวรินทร์จะยอมเปิดอ่านจดหมายของพ่อหรือไม่

    ooooooo

    วรรณายั่วยุนัยน์เนตรให้อิจฉาวรินทร์ที่เป็นหลานรักของวรนาฎนั่นย่อมหมายถึงมรดกก้อนโต วางแผนให้นัยน์เนตรล่อวรินทร์มาให้อภิศักดิ์จับแล้วโยนความผิดให้สนทรรศน์ แต่บังเอิญสนทรรศน์มาเห็นจึงสะกดรอยตามไป

    อภิศักดิ์กักตัววรินทร์ไว้ที่บ้านเช่าแล้วโทรศัพท์ดัดเสียงเป็นสนทรรศน์เรียกเงินสามล้านเพื่อแลกกับชีวิตของวรินทร์ยื่นคำขาดห้าทุ่มตนจะโทร.มาบอกว่าจะไปรับเงินที่ไหน

    โอฬารร้อนใจไม่รู้จะหาเงินสามล้านได้ที่ไหน รังสรรค์แนะให้ไปหาวรนาฎ วรนาฎเตรียมเอาเงินไปหมายกำจัดสนทรรศน์ให้หมดเสี้ยนหนาม

    สนทรรศน์ที่ขอให้เดชสอนวิชากำบังกายให้ กำบังกายเข้าไปหาวรินทร์ที่ถูกกักตัวอยู่ในบ้านเช่า ต่อสู้กับอภิศักดิ์ อภิศักดิ์สู้ไม่ได้หนีออกจากห้องเข้าครัวไปเอามีดมาแทงสนทรรศน์ แต่เดชกับหนานจรวยมาช่วยไว้ได้

    วรินทร์ที่ถูกวางยานอนหลับขณะอภิศักดิ์ต่อรองเรียกเงินจากโอฬาร รู้สึกตัวขึ้นมาเห็นสนทรรศน์ก็ทั้งตกใจทั้งแค้นคิดว่าสนทรรศน์ทำมิดีมิร้ายกับตน ลุกวิ่งหนีไปที่มุมห้อง ขู่จะฆ่าตัวตายถ้าสนทรรศน์เข้าใกล้ เดชจึงว่าคาถานะจังงังแล้วให้สนทรรศน์แบกเธอกลับไป

    “ไอ้เดช เดี๋ยวเอ็งเอาตัวไอ้หนุ่มคนตะกี๊ไปด้วย” หนานจรวยสั่ง

    เดชกับหนานจรวยออกไป สนทรรศน์จึงอุ้มวรินทร์ที่โดนนะจังงังตามไปยังตึกร้างที่พวกตนซ่อนตัวอยู่

    ooooooo

    รังสรรค์เอาเงินสามล้านไปทิ้งไว้ในถังขยะตามที่นัดกันไว้ พรรณทิพย์กับวรรณาแอบดูอยู่รีบโทร.บอกอภิศักดิ์ แต่อภิศักดิ์ถูกเอาตัวไปแล้วไม่ได้รับสาย วรรณาจึงเสนอให้ไปเอาเงินก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน

    โอฬาร รังสรรค์และวรนาฎเห็นมีคนมาเอาเงินไปแล้วแต่ไม่เห็นวรินทร์ โอฬารจะลุยไปเจรจา วรนาฎบอกว่าอุ้ยเป็นทายาทของตน ตนจะจัดการเอง
    แล้ววรนาฎก็ตามไปจึงรู้ว่าสนทรรศน์ไม่ได้ทำเรื่องนี้ แต่เป็นพรรณทิพย์กับวรรณาจึงจัดการสองแม่ลูกแล้วกลับไปหาโอฬารกับรังสรรค์ ปรากฏว่ายังไม่ได้ตัววรินทร์มา แต่รัชโรจน์เห็นทั้งหมดหายไปนานผิดปกติจึงแจ้งตำรวจและนำกำลังตำรวจตามมา วรนาฎบอกให้ตำรวจต้องช่วยหลานตนให้ได้

    “ใจเย็นๆครับ ก่อนอื่นผมต้องขอทราบรายละเอียดทั้งหมดก่อน ตั้งแต่ที่คุณวรินทร์หายตัวไป” สารวัตรเสนอ

    สนทรรศน์พาวรินทร์มาที่ตึกร้าง เธอรู้สึกตัวแล้วแต่ยังอยู่ในมนต์นะจังงังขยับตัวไม่ได้พูดไม่ได้ สนทรรศน์ขอโทษเธอที่ต้องเอาตัวมาไว้ที่นี่ ตนยอมให้เธอโกรธดีกว่ายอมให้เธอไปอยู่ในเงื้อมมืออสูร

    วรินทร์โกรธจนน้ำตาคลอ สนทรรศน์เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า

    “ขอเวลาให้พี่อีกนิด ถ้าพี่ได้พระขรรค์เงินมา อุ้ยก็จะเห็นเองว่าอะไรเป็นอะไร แต่ขอให้อุ้ยรู้ว่าที่พี่ทำไปทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นให้พ่อ แต่พี่ทำเพื่ออุ้ยและครอบครัว ของอุ้ย พี่รักอุ้ย...” สนทรรศน์กอดเธอไว้อย่างปกป้อง...

    ส่วนอภิศักดิ์ถูกขังไว้อีกที่หนึ่งของตึกร้าง พยายามแก้ตัวและหว่านล้อมให้สนทรรศน์เป็นพวกเพราะเราต่างก็มีคดีติดตัว ได้เงินมาเราก็จะได้แบ่งกัน สนทรรศน์บอกว่าตนไม่เคยคิดทำอะไรชั่วๆแบบนี้

    “แล้วแกล่ะดีแค่ไหน แกก็ลงทุนใช้ไสยศาสตร์แก้แค้นครอบครัวอุ้ย แถมยังฆ่าหมอผีปิดปาก”

    “ผมไม่ได้ทำ นั่นมันเป็นฝีมือของอสูร”

    อภิศักดิ์งงว่าอสูรอะไร หนานจรวยบอกว่ามันคือวิญญาณร้ายที่สิงสู่อยู่ในร่างของวรนาฎ พวกเราต้องการจะปราบ มันก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเรา สนทรรศน์บอกว่าแม้แต่ตนถ้ามันรู้ว่าเป็นคนขโมยพระขรรค์เงินไปก็คงไม่รอด

    อภิศักดิ์ตกใจแต่ทำไขสือว่าพระขรรค์เงินอะไรตนไม่รู้เรื่อง จนเดชขู่ว่าแบบนี้ต้องแล่เนื้อจนกว่าจะพูด หรือไม่ก็ต้องใช้คาถาบิดไส้ให้ตายทีละน้อยดี อภิศักดิ์มองทุกคนเลิ่กลั่กอย่างหวาดกลัว

    เมื่อถูกขู่และรู้ความสำคัญของพระขรรค์เงิน อภิศักดิ์จึงพาสนทรรศน์ เดช และหนานจรวยไปที่ร้านค้าของเก่า แต่เจ้าของร้านก็ยังปากแข็งบอกว่าไม่มี ไม่เคยเห็น จนอภิศักดิ์บอกว่าตนเป็นคนเอามาขายให้เอง จึงยอมรับว่าขายต่อไปแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าขายให้ใคร

    “พระขรรค์เป็นของครอบครัวผม แต่ถูกขโมยไป” สนทรรศน์บอก เจ้าของร้านกลัวถูกข้อหารับซื้อของโจร คว้าปืนมาไล่ให้ทุกคนออกไป ถูกหนานจรวยสะบัดมือใส่ทีเดียวก็กระเด็กกระแทกผนัง สนทรรสน์จ้องหน้าถาม “จะบอกได้หรือยังว่าใครซื้อพระขรรค์ไป”

    ooooooo

    วรินทร์ยังถูกขังอยู่ เธอออกอุบายว่าปวดท้อง เดชจึงให้ไปเข้าห้องน้ำ เธอแอบใช้ไม้ฟาดเดชและวิ่งหนีไปในป่าหญ้า เจอหนานจรวยคุมตัวอภิศักดิ์กลับมา สนทรรศน์จึงวิ่งตามวรินทร์ไปคว้าตัวไว้ แล้วใส่กุญแจมือเอากลับมาขังไว้ที่เดิม

    “พี่ทรรศน์ทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ”

    วรินทร์มองกุญแจมือที่ใส่มือตนข้างหนึ่งมือสนทรรศน์ข้างหนึ่ง สนทรรศน์บอกว่าจะทำมากกว่านี้ถ้าทำให้เธอกับครอบครัวพ้นจากเงื้อมมืออสูร วรินทร์เย้ยว่านิทานหลอกเด็กตนไม่เชื่อ

    “แต่อุ้ยต้องเชื่อ ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพระขรรค์เงินอยู่ที่ไหน เมื่อเราได้พระขรรค์เงินมาแล้ว อุ้ยจะเห็น ความจริงกับตา” เธอถามว่าเพื่อตนเขาถึงกับฆ่าคนเลยหรือ “เซียนเต้าตายเพราะฝีมืออสูร มันปลอมเป็นตัวพี่เพื่อต้องการใส่ร้ายพี่ อสูรมันร้ายกาจมาก เบื้องหน้ามันทำเป็นผู้ใหญ่ใจดีเมตตาให้คนอื่นตายใจ แต่เบื้องหลังมันโหดเหี้ยมอำมหิตที่สุด ถ้าเราไม่กำจัดมันตอนนี้ จะมีคนตายอีกไม่รู้เท่าไหร่ รวมทั้งพ่อแม่อุ้ยด้วย”

    วรินทร์ฟังแล้วสับสน หนานจรวยเข้ามาชี้แจงว่า

    “สนทรรศน์พูดถูก เราต้องรีบเดินทางแล้ว เวลาไม่คอยท่า เพราะเราไม่รู้ว่า ไอ้คนที่ได้พระขรรค์เงินไปมันจะเอาไปขายต่ออีกกี่ทอด”

    สนทรรรศน์ชวนอุ้ยรีบไปเพราะเราต้องไปกันอีกไกล พลางฉุดเธอลุกขึ้น อุ้ยลุกตาม ถามว่าจะไปไหนกันอีก

    ooooooo

    นัยน์เนตรกลัวความผิดที่เป็นคนลวงวรินทร์ไปให้พวกวรรณาจับตัวเรียกค่าไถ่ กลับถึงบ้านก็กระวนกระวายใจ จนมานพมาเคาะประตูบอกว่า
    วรรณาตายแล้ว เธอตกใจถามว่าเป็นอะไรตาย มานพบอกว่าถูกฆาตกรรม ศพน่ากลัวมาก

    นัยน์เนตรถามว่าแล้วพรรณทิพย์รู้เรื่องหรือยัง มานพบอกว่าพรรณทิพย์หายตัวไปป่านนี้ยังติดต่อไม่ได้ นัยน์เนตรกลัวว่าเรื่องจะสาวมาถึงตน ตกกลางคืนยังฝันว่าวรรณามาตะคอกว่า “แกทำให้ฉันต้องตาย แกต้องรับผิดชอบ”

    นัยน์เนตรหวาดผวาจนปวดหัว ยาแก้ปวดหัวก็หมดจึงออกไปซื้อ เจอรัชโรจน์ขับรถมาจอดพอดี จึงพยายามหลบ ทำกระเป๋าตกของหกกระจาย ในนั้นมีโทรศัพท์ของวรินทร์อยู่ด้วย รัชโรจน์จำได้เค้นว่าโทรศัพท์ของอุ้ยอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เธอบอกว่าเก็บได้ ไม่รู้ว่าเป็นของอุ้ย

    รัชโรจน์พบพิรุธขู่ว่าถ้าไม่บอกความจริงจะแจ้งตำรวจ นัยน์เนตรร้องไห้โฮ สารภาพว่าตนผิดไปแล้ว

    ฝ่ายพวกสนทรรศน์พากันปลอมตัวนั่งรถที่อภิศักดิ์เอาจากอู่เพื่อนที่ขโมยมาทำสีใหม่ใส่ทะเบียนปลอม พากันบ่ายหน้าไปที่นิมิตรีสอร์ทเพื่อตามพระขรรค์เงิน ระหว่างเข้าปั๊มเติมน้ำมัน วรินทร์ขอเข้าห้องน้ำ สนทรรศน์จึงต้องไขกุญแจมือให้ วรินทร์เข้าห้องน้ำเจอโทรศัพท์ของหญิงคนหนึ่งวางลืมไว้ เธอรีบหยิบโทร.บอกรัชโรจน์ว่า

    “ตอนนี้พวกพี่ทรรศน์กำลังจะไปเอาพระขรรค์เงินที่นิมิตรีสอร์ท เขาบอกว่าจะเอาพระขรรค์เงินไปจัดการกับอสูรที่อยู่ในร่างคุณยายใหญ่ ถ้าเขาจะทำร้ายคุณยายใหญ่จริงๆ อุ้ยนี่แหละจะเป็นคนทำลายพระขรรค์นั้นเอง”

    มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอรีบตัดสายวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม หญิงเจ้าของโทรศัพท์นั่นเอง เธอกลับมาเอาโทรศัพท์

    รัชโรจน์ดีใจมากที่ได้รับโทรศัพท์จากวรินทร์ บอกนัยน์เนตรว่าตนต้องรีบไปช่วยอุ้ย นัยน์เนตรกลัวเรื่องถึงตำรวจแล้วตนจะติดคุก รีบกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมหนี แต่พอเปิดประตูออกไปเจอวรนาฎยืนจังก้าอยู่ พูดดักว่า

    “ยายรู้ว่าหนูเนตรมีอะไรจะบอกยาย ยายก็เลยมาหา” นัยน์เนตรทำหน้างง “ก็เรื่องอุ้ยไง เนตรไม่อยากเล่าให้ยายฟังเหรอ” พลันก็ตะปบไหล่นัยน์เนตร เธอขนลุกวูบไปทันที

    วรนาฎพานัยน์เนตรออกมาเจอแท็กซี่จอดอยู่ ก็เข้าไปตะปบกระหม่อมคนขับ พิษตะขาบเข้าร่างล้มกลิ้งตกจากรถ วรนาฎสั่งนัยน์เนตรให้ขึ้นรถ ที่เบาะข้างคนขับปรากฏดาวเวียงนั่งอยู่แล้ว ดาวเวียงถามว่าจะให้พาเนตรไปไหน

    “อุ้ยติดต่อกลับมาที่รัชโรจน์บอกว่าถูกสนทรรศน์จับตัวไว้ มันกำลังไปเอาพระขรรค์เงิน คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยมันให้เป็นเสี้ยนหนามอีกต่อไป” วรนาฎจิกตาเหี้ยม รถแท็กซี่เคลื่อนออกไปทันที ทิ้งคนขับแท็กซี่นอนตายตาเบิกโพลงอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    พวกสนทรรศน์ไปถึงนิมิตรีสอร์ทที่อยู่กลางหุบเขา สนทรรศน์ถอดกุญแจมือข้างตนใส่ไว้กับพวงมาลัยรถ บอกวรินทร์ว่าข้างบนไม่รู้จะเจออะไรบ้าง ให้เธอคอยอยู่ในรถเดี๋ยวตนจะกลับมา

    “พี่ทรรศน์ คุณยายใหญ่ของอุ้ยไม่ใช่อสูร พี่ล้มเลิกความคิดที่จะไปเอาพระขรรค์เสียเถอะ” วรินทร์ขอร้อง

    “พี่ล้มเลิกไม่ได้ พระขรรค์เงินเป็นหนทางเดียวที่พี่จะคุ้มครองอุ้ยได้” สนทรรศน์จริงจังมาก วรินทร์ได้แต่มองอย่างเป็นห่วง

    ทั้งหมดไปถึงโถงคฤหาสน์นิมิต เจออัลเบิร์ตที่ซื้อพระขรรค์เงินจากนิมิตแล้วเอามาคืนเพราะนับแต่ซื้อพระขรรค์ไปไม่รู้ใครหัวโล้นๆมาหาตนทุกคืน ขืนเอาไว้ตนต้องเป็นบ้าแน่ นิมิตบอกว่าของตนปล่อยแล้วไม่รับคืน อัลเบิร์ดกลัวมากบอกว่าตนไม่เอาเงินคืนก็ได้แล้วรีบออกไปเลย นิมิตมองพระขรรค์เงินยิ้มพอใจพึมพำ... “ยิ่งขลังราคาก็ยิ่งสูง”

    พวกสนทรรศน์มาถึงพอดี สนทรรรศน์บอกว่าตนจะมาเอาพระขรรค์เงินคืนมันเป็นของประจำตระกูลตนที่ถูกขโมยมา นิมิตไม่เชื่อ หนานจรวยจึงดันอภิศักดิ์ขึ้นไปบอกว่านี่คือคนที่ขโมยพระขรรค์เงินมา อภิศักดิ์รับว่าตนขโมยเอาไปขายให้เฮียเม้ง บอกนิมิตคืนให้เจ้าของเถอะ นิมิตบอกว่าอยากได้ก็จ่ายมาสองล้านไม่อย่างนั้นก็ออกไปเลย สมุนเอาปืนออกมาทันที

    ทันใดนั้นหนานจรวยท่องคาถามหาอุดปืนยิงไม่ออก นิมิตตะลึงชี้มือค้าง เดชยกมือร่ายคาถานะจังงังทันที บอกว่า

    “เมื่อมีมหาอุดแล้ว ต้องตามด้วยนะจังงังถึงจะครบสูตร”

    ทั้งนิมิตและสมุนยืนค้างอยู่ท่าไหนท่านั้น สนทรรศน์เดินไปกระชากพระขรรค์จากมือนิมิต หนานจรวยเร่งให้รีบไปกัน เพราะรู้สึกว่าอสูรกำลังมา เดชถามว่าเรามีพระขรรค์แล้วจะกลัวอะไร

    “ถ้าจะทำลายวิญญาณอสูรต้องใช้พระขรรค์ทำลายตุ๊กตาสังคโลก แหล่งพลังงานของมันเท่านั้นยังไงก็ต้องรักษาพระขรรค์เงินไว้ให้ได้” หนานจรวยบอกแล้วรีบพากันไปที่รถ

    เมื่อนิมิตกับสมุนคืนสติขึ้นมา นิมิตรู้ว่าพระขรรค์เงินหายก็สั่งให้สมุนตามไปเอาคืน สมุนหันไปก็ชะงักกึกเมื่อเห็นวรนาฎยืนจังก้าอยู่มีดาวเวียงยืนอยู่ข้างหลัง วรนาฎถามเสียงเย็นเยือกว่า

    “พวกสนทรรศน์มาที่นี่หรือเปล่า”

    นิมิตบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ ว่าชื่ออะไร มากันสามคน แต่ตอนนี้หนีไปแล้ว ให้ปล่อยตนแล้วตนจะล่าตัวมาให้ วรนาฎบอกว่าไม่ต้องเพราะตนรู้แล้วว่าพระขรรค์อยู่ไหน แล้วเคลื่อนตัวหายไปอย่างเร็ว ดาวเวียงยิ้มเหี้ยม บิดคอนิมิตดังกร๊อบทันที!

    ooooooo

    ที่ทางเข้ารีสอร์ท แท็กซี่จอดหัวทิ่มอยู่ข้างทาง รัชโรจน์มาถึงเห็นนัยน์เนตรกำลังลงจากรถงงๆ เขาถามว่าเธอขับรถมาถึงเขาใหญ่เลยหรือ นัยน์เนตรถามงงๆ ว่าที่นี่เขาใหญ่หรือ เมื่อกี๊ตนยังอยู่ที่บ้านเลย

    รัชโรจน์หาว่าเธอโกหก นัยน์เนตรยืนยันว่าคุณยายใหญ่ไปหาตนที่บ้านแล้วจากนั้นตนก็จำอะไรไม่ได้เลย รัชโรจน์ฟังแล้วสังหรณ์ใจขึ้นมา

    ฝ่ายสนทรรศน์ มือหนึ่งใส่กุญแจมือติดกับวรินทร์อีกมือถือพระขรรค์พากันวิ่งไป วรินทร์ทำอุบายจิกเท้าตัวเองเลือดออกสนทรรศน์จึงไขกุญแจมือทำแผลให้ ถูกเธอแย่งพระขรรค์เงินเอาด้ามฟาดคอสนทรรศน์จนหน้าคะมำแล้ววิ่งหนีไป

    ที่ป่าริมแม่น้ำ วรนาฎตามไปสู้กับหนานจรวยและเดชสู้กับดาวเวียง หนานจรวยถูกวรนาฎทำร้ายหนีไปที่ริมน้ำพลัดตกลงไปแต่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ถูกวรนาฎสะบัดมือใส่กิ่งไม้หักสะบั้น หนานจรวยร่วงลงไปถูกกระแสน้ำพัดหายไปทันที

    สนทรรศน์วิ่งตามวรินทร์จะแย่งพระขรรค์คืน วรินทร์วิ่งมาถึงสะพานทำท่าจะทิ้งพระขรรค์ลงน้ำ สนทรรศน์พุ่งเข้าแย่ง ถูกดาวเวียงที่วิ่งมาพอดีเข้าสิงวรินทร์และผลักพระขรรค์เสียบท้องสนทรรศน์ วรินทร์ตัวสั่นมองมือที่ร้อนแดง ทันใดนั้นวิญญาณดาวเวียงก็กระเด็นออกจากร่างวรินทร์ไป เธอได้สติตกใจกระชากพระขรรค์จากท้องสนทรรศน์ร่างสนทรรศน์ลมคว่ำตกน้ำจมหายไปและวรินทร์ก็ทิ้งพระขรรค์เป็นลมหมดสติไป

    เดชวิ่งมาคว้าพระขรรค์วิ่งไปต่อสู้กับวรนาฎแต่ถูกวรนาฎจับไว้ดิ้นกระแด่วอยู่ในอุ้งมือวรนาฎด้วยพลังอสูร

    อภิศักดิ์วิ่งมาเห็นชะงักตื่นตะลึงเห็นพระขรรค์

    ที่พื้นก็ตาโต เดชถูกวรนาฎเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้กระอักเลือด วรนาฎหันหาพระขรรค์ปรากฏว่าหายไปแล้ว!

    พอดีตำรวจมาถึง ประกาศให้สนทรรศน์ทิ้งอาวุธออกมามอบตัวเสีย แล้วกรูกันเข้าไป วรนาฎหายตัวไปทันที ตำรวจเห็นเดชนอนกระอักเลือดอยู่ร้องบอกกันว่า มีคนบาดเจ็บ ตรงไปจับทันที

    ส่วนที่นิมิตรีสอร์ท ตำรวจเข้าไปดูศพนิมิตกับสมุน ที่นอกคฤหาสน์หน่วยกูภัยหามเปลที่วรินทร์นอนสลบอยู่ออกไป เดชในสภาพสะบักสะบอมถูกตำรวจใส่กุญแจมือคุมตัวไป

    ไกลออกไปที่ไม่มีใครเห็น วรนาฎยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเครียดขรึม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์