นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'


    พระยาเชลียงพนมมือไหว้นักบวชอลัชชีที่นั่งอยู่บนตั่งกล่าวด้วยความเลื่อมใสศรัทธาว่ามิรู้จะตอบแทนท่านประการใดได้ที่ช่วยชีวิตตนและช่วยให้บ้านเมืองพ้นภัยในคราวนี้

    อสูรเจ้าโขนในร่างนักบวชอลัชชีพูดอย่างผู้ทรงศีลว่า เมื่อได้อาศัยแผ่นดินนี้เพื่อปฏิบัติธรรมและแผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยเป็นเรื่องธรรมดา พระยาเชลียงขอให้ท่านพำนักอยู่ที่นี่พวกตนจะได้ปรนนิบัติวัฏฐาก

    “ท่านมิต้องกังวลใจไปดอก ข้าตั้งใจจักทำพิธีล้างอาเพศเพื่อขับไล่อสูรร้ายที่บันดาลให้เกิดอาเพศในเมืองเชลียงอยู่แล้ว ขอแต่สถานที่ที่ข้าจักทำพิธีได้อย่างสงบก็พอแล้ว”

    “ท่านปุโรหิต ท่านช่วยเป็นธุระจัดการหาเรือนเป็นที่พำนักให้กับท่านผู้ทรงศีลด้วย” พราะยาเชลียงสั่ง ก้มกราบด้วยเลื่อมใสศรัทธา ขุนพลศรีอินทร์ คำหยาด คำหล้าและคำแก้วพากันก้มกราบตาม

    นักบวชอลัชชีมองพระยาเชลียง เจ้าโขนที่สิงอยู่ยิ้มสะใจ ทุกคนก้มกราบจึงไม่เห็น มีแต่ปุโรหิตที่เหลือบมองสงสัย

    เมื่อได้พำนักที่นี่ อลัชชีอาศัยเวลากลางคืนปั้นตุ๊กตาสังคโลกเผาออกมาอย่างสวยงาม

    “ถึงเวลาที่พวกเอ็งต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้กับข้าแล้ว” อลัชชีลูบไล้ตุ๊กตาอย่างหมายมาด แล้วก็สวดคาถาตาลุกวาวพออ้าปากตะขาบก็พุ่งออกมาเข้าไปในตัวตุ๊กตาสังคโลก ตุ๊กตาตาแดงวาบขึ้นทันที

    ด้วยความสงสัยในตัวอลัชชี คืนนี้ปุโรหิตเข้าไปที่เรือนรับรอง ถูกตุ๊กตาสังคโลกหลอกหลอนตกใจจะถอยหนี ตุ๊กตาสังคโลกกลายเป็นร่างเจ้าโขน บีบคอปุโรหิต ขุนพลศรีอินทร์เข้ามาเห็นพุ่งไปจะช่วยพ่อถูกอสูรสะบัดจนกระเด็น ฝูงตะขาบผุดจากพื้นเข้ารุมกัดทันที

    ปุโรหิตตะโกนบอกขุนพลว่ามันไม่ใช่ไอ้โขนแต่เป็นอสูรร้ายสิงนักบวชมาแก้แค้นเราให้รีบหนีไป แล้วปุโรหิตก็ถูกอสูรเจ้าโขนบีบคอจนตาย ขุนพลศรีอินทร์ช่วยพ่อไม่ได้จึงหนีไป

    อสูรเจ้าโขนเข้าสิงคำหยาด ให้คำหยาดวางยาพระยาเชลียง อ้างว่าปรุงน้ำว่านแก้ปวดเมื่อยสะกดให้พระยาเชลียงดื่ม

    จากนั้นคำหยาดสั่งให้คำหล้าแต่งงานแทนตนอ้างว่าพ่อป่วยตนต้องคอยดูแล คำหล้าไม่ยอมจึงถูกคำหยาดสั่งขัง คำแก้วสงสารคำหล้าก็ถูกคำหยาดปรามว่าถ้าสงสารก็แต่งงานไปอยู่อโยธยาแทน ในที่สุดคำหล้าก็ผูกคอตาย

    ooooooo

    ฟังหนานจรวยเล่าเรื่องเมืองเชลียงจากภาพจารึกแล้ว เดชบอกว่าอสูรร้ายกาจจริงๆไม่มีใครปราบมันได้เลยหรือ สนทรรศน์ดูภาพจารึก เห็นขุนพลศรีอินทร์นั่งอยู่เบื้องหน้าพระสงฆ์ที่ยื่นพระขรรค์ให้ถามหนานจรวยว่านี่คือมหาเถรใช่ไหม

    “ใช่และท่านก็เป็นผู้เดียวที่จะหยุดความร้ายกาจของไอ้อสูรได้” สนทรรศน์ถามว่าแล้วทำไมเมืองเชลียงจึงยังไม่ล่มสลาย “คงเป็นเพราะสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่อาจหลีกหนีพ้น กรรม”

    แล้วหนานจรวยก็เล่าเรื่องราวของเมืองเชลียงจากภาพจารึกบนผนังต่อไปว่า...

    ขุนพลศรีอินทร์วิ่งหนีไปสลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าวงกต มหาเถรมาปลุกให้ลุกขึ้นหาไม่แล้วความตายจะมาเยือนในไม่ช้า แล้วมหาเถรก็เดินนำไป

    ขุนพลศรีอินทร์วิ่งตามไปจนถึงเชิงเขาพนมเพลิง พยายามปีนป่ายตามขึ้นไปอย่างยากลำบาก จนเข้าไปในถ้ำ เห็นดาบปักอยู่บนหิน ขุนพลศรีอินทร์ตรงไปจับดาบดึงขึ้น พลันค้างคาวก็บินกันพรึ่บ ปีศาจที่อยู่ในถ้ำร้องโหยหวนแล้วพุ่งออกจากถ้ำไป ขุนพลศรีอินทร์ตะลึงกับเหตุการณ์นี้

    “เจ้าเป็นผู้มีบุญบารมีที่สมควรจักได้ครอบครองพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์นี้ พระขรรค์นี้คืออาวุธสำคัญที่จักทำให้เจ้าปราบอสูรร้ายได้สำเร็จ แต่เจ้าจะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ไม่อาจคาดเดาได้” ขุนพล

    ศรีอินทร์พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่าถึงต้องแลกด้วยชีวิตตนก็จักต้องกลับไป มหาเถรจึงอำนวยพรให้ว่า “ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของเจ้าที่มีต่อแผ่นดิน ข้าขออำนวยพรให้เจ้าจงชนะอสูรร้ายได้สำเร็จสมดั่งเจตนาเถิด”

    เมื่อคำหล้าผูกคอตาย คำแก้วจึงกราบลาพระยาเชลียงที่ถูกวางยาและต้องมนต์จนขยับตัวและพูดไม่ได้ไปอโยธยาแทน ไปอย่างไม่รู้วันเวลาที่จะได้เจอกันอีก พ่อลูกได้แต่มองลากันน้ำตาไหล

    เมื่อคำแก้วไปแล้ว คำหยาดก็เผยตัวตนที่ถูกเจ้าโขนสิง บอกพระยาเชลียงว่า

    “ข้าคือไอ้โขนช่างต่ำศักดิ์ที่จักสืบทายาทอยู่ในร่างสาแหรกของเอ็งจนชั่วนิรันดร์”

    พระยาเชลียงซึ่งขยับตัวได้แล้วลุกไปหยิบดาบจะฟาดฟันกับเจ้าโขน แต่เจ็บปวดขึ้นมาจนทรุด เจ้าโขนสะใจบอกว่า

    “ยาที่มึงกินเข้าไปอยู่ทุกวัน ก็คือเลือดตะขาบเสกที่กูตั้งใจทำให้มึง มันจักค่อยๆซึมผ่านเข้าไปในร่างมึง กัดกินทุกอย่างในร่างมึง มึงจักต้องทุกข์ทรมานจนกว่ามึงจักตาย”

    พระยาเชลียงเจ็บปวดทรมานแต่ยังพยายามพูดด้วยความอาฆาตแค้นว่า

    “ไอ้โขน ไอ้ชาติไพร่ กูมิเสียใจเลยสักนิดที่สั่งกุดหัวมึง หากกูย้อนเพลากลับไปได้ กูก็จักสั่งให้ทรมานมึงให้หนักกว่าเดิม ตัดหัวเสียบประจานมึงให้สาสมกับจิตใจที่ชั่วร้ายของมึง...ไอ้โขน” สิ้นเสียงก็ล้มกระอักเลือดตาย ตาเบิกโพลง

    “แม้มึงจักตายก็หาสำนึกที่ทำกับกูไม่ ดีละไอ้พระยาเชลียง กูจักตามจองล้างจองผลาญมึงและโคตรเหง้ามึงทุกชาติไป” สิ้นเสียงเจ้าโขน ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงเหมือนรับรู้ความอาฆาตแค้นนั้น

    ขุนพลศรีอินทร์นำพระขรรค์เงินกลับมาหมายทำลายอสูรร้ายแต่อสูรได้เข้าสิงคำหยาดทายาทของพระยาเชลียงไปแล้ว ขุนพลศรีอินทร์ถูกคำหยาดที่เป็นคนรักเก่า ลวงไปฆ่า จมน้ำตายทั้งที่พระขรรค์ยังเหน็บเอวอยู่

    คำหยาดที่ถูกอสูรสิงยังแก้แค้นต่อเนื่อง ไปหาคำแก้วที่อโยธยา หลอกอุ้มทารกหญิงลูกคำแก้วแล้วกระซิบข้างหูว่า

    “เจ้าจักเป็นทายาทคนต่อไปของข้า...”

    ooooooo

    ปัจจุบัน...ณ ห้องกักขังวิญญาณวรนาฎซึ่งก็คือคำหยาดในชาติก่อน วรนาฎรู้ว่าที่แท้อสูรใช้หุ่นพยนต์หลอกให้เข้าใจผิดว่าสุรนิตย์ทรยศต่อตน อสูรรับว่าใช่แต่นั่นยังน้อยไป ตนตั้งใจจะให้เธอฆ่ามันกับมือด้วยซ้ำ แต่ก็บอกว่า...

    “ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้มันกลับมาเกิดเป็นไอ้สนทรรศน์ คนรักของหลานเอ็ง ข้าให้นังอุ้ยฆ่ามันก็เหมือนกัน”

    วรนาฎขอร้องอย่าทำหลานตนเลย อสูรถามว่าแล้วทีตอนตนอ้อนวอนขอชีวิตทำไมจึงไม่เมตตาตนบ้าง วรนาฎขออโหสิกรรมให้ตนได้ไหมเพราะพวกตนทุกข์ทรมานมานานพอแล้ว อสูรกล่าวอย่างอาฆาตว่า

    “ยัง ยังไม่พอ ข้าจะจองเวรพวกเอ็งต่อไป ชั่วกัป ชั่วกัลป์” วรนาฎถามว่าแล้วเขาจะได้อะไร “ข้าได้ความสาแก่ใจ ข้ามีความสุขมากเมื่อเห็นพวกเอ็งต้องเจ็บปวดทรมาน”

    อสูรยังหลอกหลอนชวนชมแม่ของวรนาฎจนเป็นบ้า วัชรีวัลย์ทนอยู่บ้านอาถรรพณ์นั้นไม่ได้ ขายบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดพาแม่ไปอยู่พระนคร และรักษาแม่ที่เสียสติจนแทบหมดตัว

    อสูรเจ้าโขนบอกวิญญาณวรนาฎที่ถูกกักขังว่า ที่ตนไว้ชีวิตวัชรีวัลย์ไม่ใช่เพราะปรานี แต่เพราะต้องการทายาทผู้สืบทอดความเจ็บปวดให้กับสาแหรกพระยาเชลียงเหมือนที่แล้วมา! วิญญาณวรนาฎถามอย่างตระหนกว่าแกจะทำอะไรอีก

    “ข้าก็จะให้หลานของเอ็ง ฆ่าพ่อ แม่ คนรัก และญาติของมันทุกคนต่อหน้าวิญญาณของเอ็งไงล่ะ”

    เมื่อวิญญาณวรนาฎไม่ยอม ก็ถูกอสูรวาดมือให้วิญญาณหลับไปอีกครั้ง แล้วอสูรก็เคลื่อนหายไปในความมืด...

    ที่ห้องพิธีกรรมในเรือนปั้นหยาปัจจุบัน...วรนาฎสั่งดาวเวียงให้เตรียมพิธีสืบทายาท และครั้งนี้ต้องไม่พลาดอีก

    ooooooo

    ในอุโมงค์เขาพนมเพลิง...สนทรรศน์รู้เรื่องราวในอดีตจากหนานจรวย พึมพำเครียดว่า

    “สรุปแล้ว มันเป็นเพราะแรงอาฆาตของช่างปั้นสังคโลกคนเดียว เมืองทั้งเมืองถึงล่มสลาย” แต่ก็สงสัยว่าไอ้โขนสิงร่างคุณยายวรนาฎเพื่อล้างแค้น แต่ทำไมเหมือนว่าเป้าหมายจะอยู่ที่อุ้ยคนเดียว หนานจรวยอธิบายว่า...

    “อสูรใช้วิชาเทพศตบาท เข้าครอบครองดวงจิต แต่ไม่สามารถยังยั้งสังขารที่ร่วงโรยของร่างที่สิงอยู่ได้ มันต้องเปลี่ยนร่างนั้นก่อนจะหมดอายุขัย และการที่ปู่เอ็งได้พระขรรค์เงินมามันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เอ็งคือคนที่ถูกเลือกให้จัดการกับอสูรตนนี้”

    สนทรรศน์ยิ่งเครียด บอกหนานจรวยว่าพ่อต้องตายเพราะไอ้โขน ตนจะไม่ยอมให้มันทำอะไรอุ้ยและคนบริสุทธิ์อีก เดชถามว่าพระขรรค์ก็หายไปแล้วจะเอาอะไรไปสู้

    หนานจรวยปรามปากพล่อยของเดช คิดได้ถามสนทรรศน์ว่าถึงพระขรรค์หายไปแต่ยังมีสร้อยพระขรรค์ด้ามจิ๋วที่ตนปลุกเสกให้ไม่ใช่หรือ สนทรรศน์บอกว่าตนฝากรัชโรจน์เอาไปให้อุ้ยใส่ไว้แล้ว

    “ถ้าพลังของสร้อยคุ้มครองอยู่ เด็กผู้หญิงที่ชื่ออุ้ยก็น่าจะยังปลอดภัย แต่เอ็งประมาทไม่ได้ ต้องรีบตามหาพระขรรค์เงินให้เจอเร็วที่สุด” หนานจรวยเร่งให้รีบกลับกรุงเทพฯอย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าอสูรมันกำลังจะทำอะไรบ้าง

    แต่ทั้งสามออกจากถ้ำไม่ได้เพราะพระพุทธรูปเคลื่อนมาปิดปากถ้ำไว้ เดชถามว่าหรืออสูรมันรู้หนานจรวยบอกว่า

    “ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ย่อมปลอดภัยจากอำนาจอสูร บางที...อาจมีอะไรดลบันดาลก็เป็นได้”

    ooooooo

    การทำพิธีสืบทายาทเริ่มขึ้นที่ห้องพิธีในเรือนปั้นหยา เวลาเดียวกัน นิลุบลก็ชวนนาเรศพี่สาวไปหาเซียนเต้าพาไปเรือนปั้นหยาเพื่อกำจัดวรนาฎ
    นาเรศติงว่าทำแบบนี้เป็นการบุกรุกบ้านคนอื่น นิลุบลไม่พอใจบอกว่าถ้ากลัวก็กลับไปตนอยากดูเซียนเต้าฆ่านังปีศาจ แต่เซียนเต้าก็ทำได้แค่ทำลายพิธีสืบทายาทและทำให้วรนาฎกับดาวเวียงบาดเจ็บ ขณะพากันกลับ รังสรรค์กลับมาเห็นนิลุบลขับรถออกไปพอดี

    วรนาฎบาดเจ็บ โอฬารจะให้พาไปหาหมอ วรนาฎบอกว่าหมอที่ไหนก็รักษาไม่ได้ เพราะว่า

    “พิธีสะเดาะเคราะห์ เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ ผู้ประกอบพิธีต้องใช้พลังสมาธิขั้นสูง ถ้าพิธีถูกทำลายกลางคันก็เท่ากับพลังภายในถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง ดาวเวียงสมาธิไม่กล้าแข็งถึงได้เจ็บหนักกว่า” โอฬารถามว่าใครที่เข้ามาทำแบบนี้ในบ้านเรา วรนาฎจิกตาบอกว่า “ป้าคิดว่าป้ารู้...”

    โอฬารเชื่อว่าเป็นสนทรรศน์ วรินทร์ติงว่าเราไม่เห็นว่าเป็นเขา รังสรรค์โพล่งขึ้นว่าตนรู้และเห็นกับตา แต่ถ้าบอกไปคุณพ่อคงไม่เชื่อ ถูกโอฬารปรามว่าอย่าพูดพล่อยๆ พอดีโอฬารได้รับโทรศัพท์เขาบอกปลายสายว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้

    “ผมสาบานเลยครับคุณแม่ แล้วนิลุบลก็ไม่ได้มาคนเดียวด้วย” รังสรรค์ยืนยัน สุดาดวงหน้าเสียจนวรินทร์กอดปลอบ

    เซียนเต้ากลับไปที่ศาลเจ้าทำพิธีบูชาศตบาทซึ่งเป็นเทพแห่งตะขาบมีเฉพาะพวกมารนอกรีตที่บูชามัน นิลุบลดีใจที่เซียนเต้ามีวิธีกำจัดวรนาฎแล้ว เซียนเต้าบอกว่า นิลุบลจะต้องร่วมมือล่ออสูรออกมาให้ตน นาเรศบอกน้องว่าอย่าทำ มันเสี่ยงเกินไป แต่นิลุบลรับปากทันทีเพื่อให้โอฬารกลับมาตนยอมทำทุกอย่าง

    ooooooo

    ส่วนที่เขาพนมเพลิง หนานจรวยบอกให้สนทรรศน์และเดชนั่งตั้งจิตให้มั่น ตนจะอัญเชิญเทวดาแล้วเริ่มสวดอย่างยาวนานจนเกิดลมพัดหวีดหวิวเข้ามาในอุโมงค์ มีควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งเข้ามาจากทุกทิศ

    รุ่งขึ้น ปากอุโมงค์เปิดแล้ว สนทรรศน์ค่อยๆลืมตาขึ้น เห็นมหาเถรยืนอยู่เบื้องหน้าพูดเสียงก้องกังวาน

    “จงจำคำของเราไว้ให้ดี” พอทุกคนลุกขึ้นคุกเข่าพนมมือ มหาเถรยิ้มเมตตาให้แล้วเลือนหายไป พร้อมกับที่ผนังถ้ำค่อยๆปรากฏเป็นจารึกอักษรโบราณขึ้น

    หนานจรวยบอกว่าท่านมหาเถรต้องการบอกอะไรเราบางอย่าง ภาษาโบราณมาก

    “ผมว่ามีคนช่วยเราได้ครับ” สนทรรศน์มองอักษรโบราณที่ผนังถ้ำอย่างมุ่งมั่น

    สนทรรศน์ปริ๊นต์อักษรโบราณให้เธียรดู ถามว่าแปลให้ตนได้ไหม เธียรบอกว่าสบายมาก เสนอว่าค้นพบอักษรโบราณแบบนี้ต้องออกสื่อหรือลงเฟซหน่อยรับรองดังระเบิดแน่

    “ไม่ได้นะครับ เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคนหลายคน”

    “ผมพูดเล่นหรอกน่า ของสำคัญแบบนี้ไม่ได้จะพบกันง่ายๆ สุดยอดๆ” เธียรกระเหี้ยนกระหือรือมาก

    ooooooo

    โอฬารถูกนิลุบลหลอกให้ไปหา และเซียนเต้าก็มาดักขณะโอฬารกลับ และเป่ามนต์ใส่จนโอฬารต้องมนต์ตาค้าง

    สุดาดวงกังวลที่โอฬารไปหานิลุบล วรินทร์ปลอบว่าอย่าห่วงเลยตนเชื่อว่าคุณพ่อต้องจัดการได้ สุดาดวงจึงสั่งแก้วให้อุ่นซุปแล้วรีบยกไปเรือนปั้นหยา แต่แก้วกลัวเพราะมีประสบการณ์น่ากลัวจากดาวเวียง วรินทร์จึงเอาซุปไปให้เอง เจอดาวเวียงบอกว่าคุณท่านรออยู่ในห้องพิธีพอดี บอกวรินทร์ว่า

    “คุณท่านสั่งไว้ว่า ถ้าคุณอุ้ยมาถึง ให้ไปรอในห้องก่อน คุณท่านต้องนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังเพื่อเตรียมทำพิธีใหม่คืนนี้” พลางรับซุปไปให้เอง

    วรินทร์รู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ จึงทำเป็นไอบอกดาวเวียงว่าไม่ค่อยสบายฝากบอกคุณยายว่าจะขอกลับไปกินยาและพักผ่อนฝากกราบขอโทษคุณยายใหญ่ด้วย แล้วรีบออกไปเลย เมื่อดาวเวียงไปรายงาน วรนาฎบอกว่าแสดงว่าวรินทร์เริ่มระแวงเราแล้ว ดาวเวียงถามว่าจะให้ตนไปคิดบัญชีกับคนที่ทำลายพิธีเราไหม

    วรนาฎจิกตาลุ่มลึก บอกว่าแค่ขัดขวางยังไม่มีปัญหา ที่สำคัญตอนนี้ต้องทำให้อุ้ยหายแคลงใจ ตนไม่อยากใช้กำลังบังคับ เพราะต้องสงวนพลังไว้ประคองร่างวรนาฎที่ใกล้หมดอายุขัย ดาวเวียงถามว่าจะให้ตน ทำอย่างไรสั่งได้เลย

    “อยู่เฉยๆ ทำให้ศัตรูมันคิดว่าเราเพลี่ยงพล้ำ ข้าก็อยากจะรู้ว่ามันจะเล่นงานข้ายังไงได้”

    ooooooo

    โอฬารถูกเซียนเต้าสกัดและเป่ามนต์สะกด มาถึงเรือนปั้นหยา ก็เอายาน้ำสกัดโสมผสมเขากวางอ่อนจากเมืองจีนไปให้วรนาฎ

    วรนาฎยกแก้วขึ้นดม ชมว่าแค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าดีต่อสุขภาพ โอฬารปากหวานว่า

    “สำหรับคุณป้า ทุกอย่างต้องดีที่สุดครับ”

    วรนาฎมองแก้วในมืออย่างพิจารณา เอ่ยขอบคุณที่มีน้ำใจกับตน ยกดื่มจนหมดแล้ว ยิ้มสดชื่นบอกว่า

    “ป้ารู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมาเชียว”

    แต่เพียงครู่เดียวก็กุมท้องดิ้นทุรนทุรายจนหมดสติไป โอฬารอุ้มวรนาฎออกมา ดาวเวียงวิ่งมาสกัดถามว่าจะพาคุณท่านไปไหน

    ทันใดนั้นประตูปิดปัง เพราะฮู้สะกดมารที่ติดอยู่หลังประตู ดาวเวียงผลักประตูก็ร้อนจนร้องจ๊ากรีบถอยออกมา

    โอฬารอุ้มวรนาฎไปขึ้นรถที่นิลุบลมาจอดรออยู่ข้างนอก โดยโอฬารนั่งรถไปด้วย นิลุบลพูดอย่างสะใจ

    “คราวนี้แกเสร็จแน่นังปีศาจ!”

    ooooooo

    เซียนเต้านั่งรออยู่ที่สุสานจีน เขาลืมตาขึ้นเมื่อโอฬารที่ถูกมนต์สะกดอุ้มวรนาฎเดินเข้ามากับนิลุบล เซียนเต้าบอกให้วางวรนาฎไว้แล้วกลับไปเสีย ไปถึงให้ดื่มน้ำมนต์ในขวดนี้ แล้วโอฬารจะได้สติและลืมทุกอย่างที่ทำไป

    พอสองคนกลับไปแล้ว เซียนเต้าสั่นกระดิ่งว่าคาถาสั่ง “ตื่นขึ้นมา!”

    วรนาฎลืมตาขึ้นอย่างอ่อนเพลียมองไปรอบๆ ถามว่า “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แก...แกเป็นใคร”

    เซียนเต้าบอกว่าฟ้าส่งตนมาเกิดเพื่อปราบมาร แล้วร่ายมนต์ทำมือบิดไส้ วรนาฎตัวงอกุมท้องอย่างเจ็บปวด อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย เซียนจะให้ทำอะไรตนยอมทุกอย่าง เซียนเต้าสั่งให้ถ่ายทอดพลังเทพศตบาทให้ตนทั้งหมด ตนต้องการครอบครองเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะ

    ทันใดนั้นวรนาฎลุกยืนพรวด หัวเราะกึกก้อง เซียนเต้าผงะถามว่า นี่ไม่ได้ถูกพิษสยบมารของตนหรอกหรือ

    “ข้าไม่ได้ใช้พลังเทพศตบาทครอบครองดวงจิตได้อย่างเดียว แต่ยังใช้มันสยบพิษทั้งปวงได้ด้วย”

    ที่แท้วรนาฎรู้ว่ายาน้ำสกัดโสมผสมเขากวางอ่อนที่โอฬารเอามาให้นั้นเป็นยาที่เสกมนต์สะกดไว้ จึงทำเป็นดมแต่ท่องมนต์แก้ เป่าลงไปแล้วยกดื่มหมดแก้ว แล้วทำเป็นต้องมนต์เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

    และจะพาตนไปไหน และบัดนี้ก็รู้แล้ว เซียนเต้าผงะสั่ง วิญญาณในสุสานเข้าล้อมวรนาฎไว้ ถูกวรนาฎว่าคาถาอ้าปากดูดวิญญาณทั้งหมดเข้าร่างตัวเอง

    วรนาฎยังพ่นเงาปีศาจเข้าไปกัดกินภายในร่างกายเซียนเต้าจนร้องโหยหวน แล้วร่ายมนต์บังตาทิ้งเซียนเต้าไว้ในสุสานเพื่อรับใช้ตนต่อไป

    ooooooo

    นิลุบลพาโอฬารที่ต้องมนต์สะกดไปที่คอนโดของตน จับเปลือยท่อนบนนอนกอดก่ายกันบนเตียงถ่ายคลิปไว้หมายแบล็กเมล์แล้วจึงให้ดื่มน้ำมนต์ของเซียนเต้าปลุกให้ตื่น

    โอฬารรู้สึกตัวขึ้น ถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นิลุบลเล่าเป็นตุเป็นตะว่าเขามาเพื่อระลึกความหลังกับตน โอฬารถามงงๆ ว่าตนทำอย่างนั้นจริงหรือ ทบทวนแล้วจำได้ว่านิลุบลเรียกตนไปหา ฉุกคิดว่าเธอทำคุณไสยกับตนอีกแล้วแน่ๆ

    นิลุบลแบล็กเมล์เรียกเงินหนึ่งแสนก่อนเที่ยวพรุ่งนี้ แล้วคลิปนี้ก็จะเป็นความลับตลอดไป โอฬารผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย นิลุบลเปิดคลิปดูพูดอย่างสะใจ

    “เมื่อไม่มีนังปีศาจวรนาฎคอยเป็นก้างขวางคอ คอยดูฉันจะไถเงินแกให้หนำใจ” พลันภาพในจอก็กลาย

    เป็นหน้าวรนาฎถามเย้ยว่า คิดหรือว่าจะง่ายอย่างนั้น นิลุบลตกใจขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ตั้งสติได้หยิบมาดูอีกทีก็ไม่มีรูปวรนาฎแล้ว แต่หน้าวรนาฎกลับไปโผล่ที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ยื่นมือจากกระจกออกมาจิกผมนิลุบลกระชากเข้าไป!

    เสียงกระจกแตกเปรี๊ยะ เศษกระจกแตกกระจาย และเลือดพุ่งกระเซ็นเต็มไปหมด!

    ooooooo

    เธียรอ่านจารึกอักษรโบราณบนผนังถ้ำเสร็จ แต่สนทรรศน์ต้องให้รัชโรจน์แปลภาษาโบราณให้ฟังอีกทีว่า

    “ภายหน้าถ้าผีร้ายปรากฏตัวสร้างความเดือดร้อน ให้หาเส้นผม เล็บจากร่างที่มันอาศัย ด้ายจากผ้านุ่งของมัน มาปั้นเป็นหุ่น แล้วใช้พระขรรค์ทำลายตอนใกล้รุ่ง ก็...เวลาประมาณตีสามถึงตีสี่”

    เธียรสรุปว่าจารึกนี่น่าจะพูดถึงวิธีปราบผี สนทรรศน์โพล่งอย่างตื่นเต้นดีใจว่า

    “ในที่สุดก็มีวิธีปราบอสูรแล้ว”

    ทั้งเธียรและรัชโรจน์งงถามว่าอสูร? อะไร?

    ส่วนวรินทร์นับวันก็สับสนกับปรากฏการณ์ที่เกิดจากทั้งคุณยายใหญ่และดาวเวียง โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นดาวเวียงกลายเป็นตะขาบตัวเขื่อง เธอรอจนรัชโรจน์กลับมา จึงเล่าเรื่องดาวเวียงให้ฟัง รัชโรจน์หาว่าน้องตาฝาด และยิ่งไม่เชื่อเมื่อสนทรรศน์บอกว่าวรนาฎไม่ใช่คุณยายใหญ่ของเขาแต่คือไอ้โขน อสูรที่อยู่ในร่างศตบาทพระยาเชลียงมาเป็นร้อยๆปี มันทำได้ทุกอย่างเพื่อแก้แค้น ตอนนี้อุ้ยอยู่ในอันตราย เราต้องหยุดมันตามวิธีที่จารึกบอกเอาไว้ก่อนที่จะสายเกินไป

    “ทรรศน์ เรื่องอสูรอะไรเนี่ยพี่บอกตามตรงว่าพี่คงเชื่อทรรศน์ไม่ได้ นอกจากพี่จะเห็นด้วยตาตัวเอง” รัชโรจน์ตัดบท

    เมื่อสนทรรศน์มาเล่าให้หนานจรวยและเดชฟัง เดชหมดหวังถามว่าเราจะปราบอสูรได้อย่างไรในเมื่อพระขรรค์เงินก็หายไปแล้ว หนานจรวยหนักใจแต่ก็เชื่อว่า

    “ถึงพระขรรค์เงินจะหายไป แต่สร้อยพระขรรค์ยังอยู่ ข้าปลุกเสกสร้อยนั้นด้วยเนื้อเงินที่ได้จากพระขรรค์”

    สนทรรศน์บอกว่าสร้อยไม่อยู่แล้วอาจารย์โรจน์บอกว่าตกน้ำไปแล้ว หนานจรวยถามว่าเขาให้รัชโรจน์ไปแล้วใช่ไหม สนทรรศน์บอกว่าไม่รู้ว่าเขาจะใช้หรือไม่ “ขอให้เขายอมร่วมมือ เรื่องพระขรรค์ค่อยแก้กันทีหลัง”

    “หวังว่าระหว่างนี้อสูรมันคงไม่เล่นงานใครก่อนนะ” สนทรรศน์ภาวนา

    ooooooo

    โอฬารเครียดเรื่องนิลุบล วรนาฎถามว่ามีเรื่องกลุ้มใจอะไร โอฬารปดว่างานไม่เสร็จตามกำหนด วรนาฎรู้แกว บอกว่าถ้าเรื่องงานตนช่วยไม่ได้ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินตนช่วยได้ แล้วเอาเงินให้สองแสนบอกให้เอาไปเพิ่มทุน

    รังสรรค์ที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องปดทุกคนว่าค้นคว้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่ที่แท้แอบเล่นบอลติดหนี้จนถูกตามทวง เห็นคุณยายให้เงินพ่อเป็นฟ่อน จึงเดินตามไป บอกว่าตนมีเรื่องรบกวนคุณยายแต่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้

    “งั้นก็ไปที่เรือนแล้วค่อยคุยกัน” วรนาฎเดินนำไปที่เรือนปั้นหยา

    นาเรศไปหานิลุบลที่คอนโด เจอน้องบาดเจ็บเลือดสาดจึงพาไปโรงพยาบาลแล้วโทร.นัดโอฬารออกมาพบกันที่ร้านกาแฟบอกว่าอยากให้เขาไปเยี่ยม โอฬารบอกว่าตนไม่ว่าง แต่เอาเงินให้เพราะนิลุบลคงอยากได้เงินมากกว่า ฝากความไปว่า

    “บอกเขาด้วยว่าที่ผมให้ไม่ใช่เพราะผมกลัวเรื่อง คลิป แต่ผมให้เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่แล้วมา แต่ต่อจากนี้ เขาจะไม่ได้อะไรจากผมอีก อยากทำอะไรก็ทำไป”

    นาเรศบอกว่าน้องตนถูกคุณป้าของเขาบุกไปทำร้ายที่ห้อง คุณป้าเขาเป็นปีศาจและนิลุบลพยายามหาหมอผีช่วยเขา คุณป้าเลยแค้น โอฬารตัดบทว่า ถ้ายังไม่เลิกวุ่นวาย ตนจะแจ้งความพวกเธอฐานล่อลวงต้มตุ๋น แล้วลุกไปเลย

    เมื่อนาเรศกลับไปเล่าให้นิลุบลฟัง เธอแค้นมากบอกให้นาเรศเอาเงินนี้ไปให้เซียนเต้าให้มาแก้แค้นแทนตน

    “ถ้าเซียนเต้าทำอะไรวรนาฎได้ เธอคงไม่ต้องอยู่ในสภาพนี้หรอก พี่ว่าป่านนี้เซียนเต้าคงมีสภาพไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่” นาเรศพูดราวกับตาเห็น เพราะเซียนเต้าถูกมนต์พรางตาอยู่ที่สุสานจีน เนื้อตัวมอมแมมเรียกก็ไม่มีใครเห็นใครได้ยิน

    ooooooo

    พรรณทิพย์และอภิศักดิ์กลัวความผิดที่ขโมยพระขรรค์เงินไป หนีไปหลบซ่อนตัวที่อพาร์ตเมนต์เก่าๆ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าและแม้แต่อาหารก็ต้องกินบะหมี่สำเร็จรูปแห้งๆ วรรณาให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างตามสืบจนเจอ

    วรรณาถามว่าอภิศักดิ์เป็นใคร อภิศักดิ์คุยโวว่าเป็นลูกเศรษฐีแต่ถูกโกงมรดก ต่อสู้คืนมาได้เมื่อไรจะแต่งงานกับพรรณทิพย์สินสอดไม่อั้น พรรณทิพย์บอกวรรณาว่า สนทรรศน์เป็นรุ่นพี่วรินทร์น้องสาวรัชโรจน์และวรินทร์ก็หลงรักสนทรรศน์จนโงหัวไม่ขึ้น วรรณาตาโตอย่างมีแผนทันที

    ถ่ายทำหนังสั้นเสร็จทันส่งปิดเทอม ดุ๊ก กอหญ้า และวรินทร์จึงไปทำบุญที่วัดและเสี่ยงเซียมซี วรินทร์ได้ใบที่หกทำนายว่า “ใบที่หกตกจิตคิดสงสัย จะมีภัยถึงตัวให้มัวหมอง คนใกล้ชิดคิดร้ายมุ่งหมายปอง ชีวิตต้องดับลงจงระวัง”

    ขณะที่วรินทร์ใจไม่ดีนั้น สนทรรศน์มาจากไหนไม่มีใครเห็น เขาดึงเซียมซีจากมือวรินทร์บอกว่า

    “เซียมซีใบไหนที่ไม่ดี เขาให้เผาทิ้งซะ” แล้วเอาไปจ่อที่เปลวเทียนเผาทิ้ง วรินทร์ดีใจมากที่ได้เจอสนทรรศน์

    ดุ๊กกับกอหญ้ารู้ใจเพื่อน จึงแยกออกไปให้สนทรรศน์กับวรินทร์อยู่กันตามลำพัง

    สนทรรศน์ขอบคุณวรินทร์ที่ตั้งใจมาทำบุญให้คุณพ่อตน เธอบอกว่ารู้สึกผิดที่ทำสร้อยพระขรรค์ตกน้ำจึงอยากจะมาขอโทษเพราะไปหาเขาที่มหาวิทยาลัยไม่เจอทราบว่าเขาดร็อปเรียนไว้

    “พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกอะไรอุ้ย แต่พี่รีบ พี่ต้องไปตามหาความจริง” วรินทร์ถามว่าความจริงอะไร “นี่พี่โรจน์ยังไม่ได้เล่าอะไรให้อุ้ยฟังเหรอ”

    สนทรรศน์เล่าเรื่องราวให้วรินทร์ฟัง บอกว่าคุณยายใหญ่ของเธอไม่ใช่คุณยายใหญ่แต่เป็นอสูร วรินทร์ไม่เชื่อ

    “อสูรใช้พลังอาคมควบคุมดวงจิตของคุณยายวรนาฎ แล้วรักษาร่างให้ยังคงความสาวไว้เพื่อแก้แค้นลูกหลานของพระยาเชลียง ที่พ่อพี่ต้องตาย ก็เพราะไปขัดขวางภารกิจของมัน ถ้าเราไม่กำจัดมัน จะมีคนตายมากกว่านี้ แม้แต่ตัวอุ้ยเอง พี่ยอมไม่ได้” วรินทร์ไม่เพียงไม่เชื่อยังโกรธสนทรรศน์ด้วย ปฏิเสธอย่างไม่พอใจว่า

    “ไม่ พ่อพี่ทรรศน์เล่นคุณไสย ก็เลยต้องตาย ไม่เกี่ยวกับคุณยาย พี่ทรรศน์ใส่ร้ายคุณยายอุ้ย อุ้ยไม่ฟังพี่ทรรศน์แล้ว”

    วรินทร์วิ่งหนีไป สนทรรศน์ตามไปจับมือไว้พยายามอธิบายให้ฟัง เป็นจังหวะที่เมย์กับพลอยมาเห็น ทั้งสองรีบถ่ายรูปไว้คุยกันอย่างสะใจว่าถ้านัยน์เนตรเห็นภาพนี้ต้องปรี๊ดแตกแน่ แล้วไลน์ไปให้ดู แต่บังเอิญนัยน์เนตรอยู่ข้างบน วรรณามาเจอจึงแอบดู ยุนัยน์เนตรว่าควรเชียร์ให้สนทรรศน์ได้กับอุ้ยให้เร็วที่สุด

    นัยน์เนตรไม่พอใจ วรรณาอ้างว่าตนหวังดี เพราะเห็นหนทางที่นัยน์เนตรจะแย่งตำแหน่งทายาทของคุณยายวรนาฎจากอุ้ยแล้ว

    ooooooo

    รัชโรจน์ที่ไม่เชื่อและโกรธที่สนทรรศน์พูดถึงคุณยายใหญ่ไม่ดี หนานจรวยจึงให้สนทรรศน์เอากระจกอาคมให้รัชโรจน์ได้ส่องเห็นความจริง

    แม้จะไม่เชื่อแต่รัชโรจน์ก็ลองดู เมื่อเขาใช้กระจกอาคมส่องที่ไหนก็เห็นภาพอดีตของสิ่งนั้น ที่เก่าชำรุดเต็มไปด้วยหยากไย่ แต่พอลดกระจกลง ภาพที่เห็นก็เป็นความสวยงามในปัจจุบัน

    วรนาฎอยู่ในห้องทำพิธี ต้องการสมาธิเพื่อรับพลังศตบาท บอกให้ดาวเวียงไปรอข้างนอก รัชโรจน์กำลังใช้กระจกอาคมส่องดูเรือนปั้นหยา ทำเสียงดังจนดาวเวียงหันขวับถามว่าใครอยู่ตรงนั้น

    กระจกอาคมส่องดาวเวียงเข้าเต็มๆ ร่างดาวเวียงกลายเป็นตะขาบ ดวงตาแดงวาบปะทะกระจกแตกทันที

    นัยน์เนตรมาหาวรนาฎตามคำยุยงของวรรณามาขัดจังหวะพอดี ดาวเวียงไม่ให้พบบอกว่าต้องรอวันหลัง

    “แต่ฉันมีธุระสำคัญมาก ที่ต้องบอกคุณยายใหญ่แล้วฉันก็คิดว่าคุณยายต้องอยากรู้ด้วย” นัยน์เนตรรอจนวรนาฎให้พบ นัยน์เนตรเปิดคลิปที่สนทรรศน์จับมือวรินทร์ให้ดูฟ้องว่าอุ้ยไม่เชื่อฟังคุณยายยังแอบคบหากับสนทรรศน์ ใส่ไคล้ว่า

    “เนตรยังรู้มาอีกว่า ครอบครัวพี่ทรรศน์มีประวัติฉ้อโกง พี่ทรรศน์คงต้องมาหลอกอุ้ยเพราะรู้ว่าคุณยายเมตตาอุ้ยเป็นพิเศษ” วรนาฎถามว่ายายจะช่วยอุ้ยยังไงดีเพื่อให้ออกห่างจากผู้ชายคนนี้ นัยน์เนตรอาสาทันที “เนตรจะช่วยน้องเองค่ะ”

    เดชถามหนานจรวยว่าเราต้องรออีกนานแค่ไหน หนานจรวยบอกว่าบางเรื่องเราบังคับไม่ได้ เดชเสนอให้กลับก่อนดีไหมเพราะตนมีนัดลงของให้ลูกศิษย์คิวยาวเป็นหางว่าว ก็พอดีสนทรรศน์เข้ามาบอกอย่างตื่นเต้นว่า

    “อาจารย์รัชโรจน์กับอุ้ยยอมร่วมมือกับเราแล้วครับ”

    ooooooo

    รัชโรจน์กับวรินทร์วางแผนเชิญวรนาฎไปเลี้ยงฉลองปิดเทอมกัน ดาวเวียงขออยู่เฝ้าบ้าน เอาเศษกระจกอาคมที่แตกให้วรนาฎดูบอกว่าบ้านเราต้องมีหนอน บ่อนไส้ สองคนนั้นอาจร่วมมือกับสนทรรศน์ล่อคุณท่านออกไปเพื่อเล่นงาน

    “ก็ดีน่ะสิ ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอให้ไอ้สนทรรศน์มันมาหา มันได้เจอกับข้าเร็วเท่าไหร่ ชีวิตในชาติภพนี้ของมันก็สั้นลงเท่านั้น” วรนาฎจิกตาร้าย

    จู่ๆนัยน์เนตรก็มาหาสนทรรศน์ บอกว่าได้ข่าวว่าเขากลับมาแล้วเลยรีบมาหา ตัดพ้อว่าเขาหายไปเลย ตนเป็นห่วง แล้วเป่าหูว่าเวลานี้อุ้ยถูกพ่อแม่กดดันมากเพราะทั้งสองไม่ชอบเขา ทุกคนคิดว่าเขาเล่นคุณไสยเหมือนพ่อ ลองผู้ใหญ่ปักใจแล้วก็เปลี่ยนใจยาก สงสารแต่อุ้ยเพราะรักเขามาก

    พอดีวรินทร์ไลน์มากบอกสนทรรศน์ว่ากำลังจะออกจากบ้าน นัยน์เนตรถามว่าไลน์จากอุ้ยหรือ สนทรรศน์ปดว่าไม่ใช่ เพื่อนทักมา แล้วจะไปส่งเธอกลับ นัยน์เนตรบอกว่าตนกลับแท็กซี่ได้ แต่พอสนทรรศน์ขับรถออกไป เธอก็สั่งแท็กซี่ให้ขับตามไปทันที

    ที่เรือนปั้นหยา ดาวเวียงตัดเล็บและหวีผมให้วรนาฎ และช่วยใส่เครื่องประดับให้อย่างสวยงาม ดาวเวียงจะติงกลัวๆกล้าๆ ถูกวรนาฎตัดบทว่าไม่ต้องพูด ตนตัดสินใจแล้ว พลางเดินไปหยิบผอบเปิดดู ในนั้นมีเส้นผมและเล็บอยู่จำนวนหนึ่ง พอปิดผอบก็สั่งดาวเวียงว่า

    “เอ็งเอาผอบไปฝังเสียให้เรียบร้อย และคอยเฝ้าที่เรือนนี้ให้ดี”

    ooooooo

    รัชโรจน์จำได้ขึ้นใจขณะวางแผนจับพิรุธวรนาฎที่หนานจรวยบอกว่า

    “แผนแรก เริ่มที่การกิน วิธีสังเกตพวกอสูรนั้นไม่ใช่เรื่องยาก อสูรจะกินแต่เนื้อสัตว์ดิบๆเท่านั้น”

    รัชโรจน์ทบทวนกับวรินทร์ว่า ตนไม่เคยเห็นคุณยายใหญ่ทานอะไรเลย คุณยายมักขอตัวกลับไปทานข้าว

    ที่เรือนปั้นหยาทุกครั้ง หรือไม่ก็นั่งร่วมโต๊ะที่บ้านแต่บอกว่าอิ่มแล้ว

    การทานอาหารมื้อนี้ รัชโรจน์จงใจสั่งสเต๊กเนื้อที่ด้านในเป็นเลือดแดงฉ่ำตัดกินอย่างอร่อย ถามวรนาฎว่าคุณยายไม่ทานหรือ วรนาฎบอกว่ายายไม่ทานเนื้อทั้งที่แอบกลืนน้ำลาย วรินทร์สั่งปลาดิบ ชวนคุณยายใหญ่ทาน วรนาฎบอกว่าของดิบกับยายไม่ถูกกันเท่าไหร่ และช่วงนี้ท้องไม่ค่อยดีด้วย

    “สุนี่แย่จริงๆเลย พาคุณป้ามาทรมานแท้ๆ เรากลับกันเลยก็ได้นะคะ” สุดาดวงตำหนิตัวเอง

    “ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร ป้าไม่ได้อาการหนักอะไรมาก แค่เสาะท้องนิดๆหน่อยๆ ได้เห็นหลานๆกินอิ่มมีความสุข ฉลองที่อุ้ยปิดเทอม ป้าก็ชื่นใจพลอยมีความสุขไปด้วย” วรนาฎยิ้มอย่างเมตตา

    ooooooo

    ที่หน้าเรือนปั้นหยา มีกลุ่มควันดำรูปตะขาบลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ หนานจรวยบอกเดชกับสนทรรศน์ที่ซุ่มดูอยู่ว่า

    “ข้าเห็นอำนาจชั่วร้ายปกคลุมเต็มไปหมด ช้าไม่ได้แล้ว”

    เดชเป่าคาถาลงฝ่ามือแล้วตบลงบนรอยสักยันต์หนุมาน รอยสักยันต์เรืองแสงขึ้น เดชจับหนานจรวยและสนทรรศน์ กระโจนพรวดเดียวก็ข้ามรั้วหายเข้าไปในบริเวณบ้าน

    นัยน์เนตรที่ตามมาเห็นเต็มตา ตกใจผงะ แล้วไปกดกริ่งเรียกแก้วบอกว่าเห็นคนแปลกหน้าแอบปีนรั้วเข้าไปที่เรือนปั้นหยา แก้วไม่เชื่อบอกว่าเธอตาฝาดกระมัง นัยน์เนตรเร่งให้แก้วเปิดประตูให้ อ้างว่าตนเป็นหลานคุณยายใหญ่ แต่แก้วไม่ยอมเปิดเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน มีปัญญาก็หาทางเข้าเอาเอง พูดขู่ๆว่า

    “เรือนปั้นหยาหลังนั้นน่ะ ไม่มีขโมยหน้าไหนกล้าเข้าไปหรอก เจอหน้าดาวเวียงคนเดียวก็เอาอยู่แล้ว”

    ooooooo

    หนานจรวยพาสนทรรศน์และเดชเข้าไปในโถงเรือนปั้นหยา เดชตื่นเต้นกับเครื่องโบราณล้ำค่ามากมาย หนานจรวยบอกว่านั่นเป็นของเนรมิตเป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น

    พอหนานจรวยร่ายคาถากวาดไม้ไผ่ไปรอบๆ ทุกอย่าง ก็กลายเป็นก้อนหิน เครื่องเรือนก็เก่าผุพัง หยากไย่เกาะเต็ม

    ดาวเวียงกำลังเอาผอบไปฝัง รู้สึกมีคนบุกรุกมาที่เรือน รีบกลบผอบแล้วพุ่งกลับเรือนทันที เจอสนทรรศน์ก็จะเข้าไปเล่นงานตะขาบไต่ยั้วเยี้ย ทั้งสามช่วยกันตี ฟัน กระทืบ แต่ก็ไม่ชนะ หนานจรวยจึงร่ายคาถา ไฟจากปลายไม้ไผ่ไหม้ตะขาบและลามติดดาวเวียง ทันใดนั้นเดชหยิบขวดแก้วลงยันต์ดูดวิญญาณดาวเวียงเข้าไปในขวดแล้วปิดจุกทันที

    หนานจรวย สนทรรศน์และเดชแยกย้ายกันค้นหาของที่ต้องการ สนทรรศน์เจอผ้านุ่งของวรนาฎก็ร้องบอกกัน เดชหันดูเจอตุ๊กตาสังคโลกเข้าพอดี เดชถูกแรงกระแทกกระเด็นไปชนผนัง ตุ๊กตาสังคโลกจะพุ่งหาสนทรรศน์ถูกหนานจรวยตวัดไม้ไผ่ใส่จนกระเด็นไปติดฝา แล้วหนานจรวยก็รีบประคองสนทรรศน์และเดชออกไป ประตูปิดหยิบตะปูตอกตายทันที

    “ตุ๊กตานั่นคือตัวที่อสูรมันปั้นขึ้นมาใช่ไหมครับ” สนทรรศน์ถาม

    “ใช่แล้ว อสูรมันบูชาเทพศตบาท ซึ่งไร้ตัวตนไร้รูปสัมผัส มันจึงปั้นตุ๊กตาสังคโลกขึ้นมาเป็นตัวแทนแห่งเทพศตบาทหมายรวมอำนาจต่ำช้าทั้งหลายทั้งมวลเอาไว้เหนือกว่าผีหรืออาจจะเหนือกว่าเทพด้วยซ้ำ”

    ooooooo

    ที่ร้านอาหารหรู รัชโรจน์และวรินทร์มองหน้ากันเมื่อไม่สามารถหลอกล่อให้วรนาฎกินเนื้อสดได้ รัชโรจน์จึงเสนอแผนต่อไป วรินทร์คิดหนักกลัวจะถูกวรนาฎจับได้

    วรนาฎเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุก เล่าเรื่องคลิปให้สุดาดวงฟังว่า วรินทร์ยังคบหากับสนทรรศน์ สุดาดวงไม่พอใจจะอบรมลูก วรนาฎติงว่าน้ำเชี่ยวอย่าเพิ่งเอาเรือไปขวาง และตัวเธอเองก็ยังไม่พ้นเคราะห์ต้องระวังด้วย พูดให้สุดาดวงระแวงเรื่องนิลุบลแล้วจู่ๆวรนาฎก็ชะงัก เครียด เหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง ออกอุบายว่าลืมเอายามากิน แล้วลุกเดินไปทันที

    ทุกคนจึงตามมาที่รถ รัชโรจน์ส่งสัญญาณให้วรินทร์โทร.เข้ามือถือตน รับสายแล้วแกล้งอุทานตื่นเต้น...

    “ว่าไงครับปู่... ฮะ...จริงเหรอครับ เจอพระขรรค์เงินแล้ว!...อะไรนะ วันนี้คงไม่ได้หรอก คุณยายผมท่านไปช่วยดูให้ไม่ได้ ท่านไม่ค่อยสบาย เท่านี้ก่อนนะปู่ แล้วค่อยคุยกัน”

    วรินทร์ผสมโรงทำเป็นถามย้ำว่า เจอพระขรรค์เงินที่หายไปแล้วหรือ รัชโรจน์บอกว่าปู่อยากให้คุณยายใหญ่ไปช่วยดู

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณป้าด้วยล่ะโรจน์” สุดาดวงติง

    “อ๋อ...มันเป็นอาวุธโบราณตั้งแต่ยุคสุโขทัย ปู่เธียรเคยคุยกับคุณยายใหญ่ไว้นานแล้วครับ ว่าอยากให้คุณยายไปช่วยดูให้หน่อยว่าของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์รึเปล่า หลายตาก็ดีกว่าตาเดียวจริงไหม” แล้วบอกวรินทร์ว่าตนปฏิเสธไปแล้ว ฝากน้องให้พาคุณแม่กับคุณยายกลับด้วยเดี๋ยวตนจะเรียกแท็กซี่ไปหาปู่เธียรเอง

    วรนาฎอยากเห็นพระขรรค์เงินกับตาจึงไปกับรัชโรจน์ บอกว่ายาที่ว่าเป็นยาก่อนอาหารดาวเวียงจัดให้กินแล้ว ชวนรีบไปกันเดี๋ยวเพื่อนจะรอนาน
    รัชโรจน์ขับรถพาไปที่วัดโบราณริมน้ำบอกว่า

    ปู่เธียรรอยู่ที่นี่ วรินทร์ผสมโรงว่าคุณแม่บ่นอยากทำบุญอยู่พอดี วรนาฎรีบสนับสนุนว่าดี ตนเห็นด้วย ทำบุญทำทานนับว่าเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์