ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทายาทอสูร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'



ที่คุ้มไม้สักของวรนาฎ...วรนาฎตาวาวตวาดลั่น

“ไม่ได้!! ทายาทของข้าจะมีความรักไม่ได้” ดาวเวียง เสียงอ่อยว่าตนแค่สงสัย “ข้าไม่มีเวลาจะเสี่ยงอีกแล้ว”

“ถ้าอย่างงั้น อิฉันจะไปจัดการไอ้ผู้ชายคนนั้นเอง ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะดีกว่า”

“ไม่ต้อง...หากทำอะไรเกินเลย ให้ทายาทของข้ารู้ตัวทุกอย่างจะพังหมด” ดาวเวียงถามว่าทำยังไงดีเวลา ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว “ข้าจะลงไปจัดการเรื่องทุกอย่างเอง!”

วรนาฎพูดอย่างมาดมั่น

ooooooo

วรินทร์พยายามชี้แจงกับนัยน์เนตรว่าตนไม่คิดอะไรกับสนทรรศน์จริงๆ สัมพันธ์กันแต่เฉพาะเรื่อง ละครเท่านั้น ละครจบก็จบ นัยน์เนตรท้าว่าให้มันจริงเถอะ จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีแล้วกัน จะคอยดู

เมื่อวรินทร์กลับบ้าน เธอปรารภกับแม่ว่ารู้สึกพี่เนตรไม่คอยชอบตน ในสายตาของพี่เนตรตนทำอะไรก็ผิดไปหมด

“แม่ว่าอุ้ยน่าจะเข้าใจเนตรมากกว่านะ อุ้ยก็เห็นแล้วว่าครอบครัวของเนตรเป็นยังไง” สุดาดวงชี้ให้เห็นว่า การที่แม่ของเนตรตายอย่างกะทันหันเนตรตั้งตัวแทบไม่ทันอยู่แล้วยังต้องมาทำใจยอมรับแม่เลี้ยงอีก นี่อาจทำให้เนตรมองโลกในแง่ร้าย สอนลูกว่า “ถ้าเรามองคนอื่น ด้วยเหตุด้วยผล เราก็จะเข้าใจเขามากขึ้น”

“ค่ะคุณแม่ อุ้ยโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่พร้อมหน้า” วรินทร์กอดแม่ไว้อย่างมีความสุข

ooooooo

มานพพ่อของนัยน์เนตรติดหนี้พนันถูกนักเลงบ่อนตามมาข่มขู่คุกคามถึงที่บ้านว่าให้หาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคราวหน้าไม่รอดแน่
นัยน์เนตรผิดหวังมากที่พ่อติดการพนัน แต่มานพอ้างว่าตนดิ้นรนหาเงินเพื่อให้ลูกมีชีวิตที่สุขสบายอย่างที่เคยเป็น แต่เข้าบ่อนแล้วเล่นเสีย ยิ่งเสียก็ยิ่งเล่นหมายกู้คืนจนติดการพนันถอนตัวไม่ขึ้น

“ความสุขของบ้านนี้มันหมดไปตั้งแต่วันที่แม่ตายแล้ว ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว” นัยน์เนตรเสียใจร้องไห้วิ่งออกไป

ฝ่ายโอฬาร ถูกนิลุบลวางยา เอาลิปสติกซุกไว้ที่เบาะรถ สว่างทำความสะอาดรถเจอจึงเอาให้รังสรรค์คิดว่าเป็นของสุดาดวง รังสรรค์เอาไปให้แม่ขณะอยู่กับพ่อ สุดาดวงบอกว่าตนไม่เคยใช้ลิปสติกสีนี้ โอฬารรีบบอกว่าอาจเป็นของคุณต้อมเลขาที่ติดรถตนไปคุยงานกัน เอาลิปสติกไปบอกว่าจะไปคืนคุณต้อม

นิลุบลทำเป็นขอโทษที่ตนเลินเล่อทำลิปสติกหล่นไว้ ถามว่าสุดาดวงสงสัยอะไรหรือเปล่า โอฬารบอกว่า ตนบอกเป็นของเลขา เตือนต่อไปต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้หน่อย

นิลุบลไปหาซินแสที่ตำหนัก ถูกเตือนว่าทำอะไรให้มีสติหน่อยทำโจ่งแจ้งเกินไประวังสุดท้ายจะไม่ได้อะไรเลย นิลุบลตัดพ้อว่าก็ซินแสไม่ช่วยให้ตนเป็นเมียแต่งโอฬารสักที

“อืม...ของแบบนี้จะใจร้อนไม่ได้ ต้องรอให้บ้านใหญ่อีดวงตกกว่านี้ก่อน แต่ไม่นานเกินรอหรอก ตอนนี้ลื้อเร่งให้อาโอฬารเอาเงินมาลงทุนทำร้านอาหารเร็วๆดีกว่า อั๊วปรับแต่งฮวงจุ้ยไว้ให้หมดแล้ว รับรองทำมาค้าขึ้น ขายอะไรก็มีแต่เฮง มีแต่รวย” นิลุบล

บอกว่าตนกำลังพยายามอยู่ ซินแสเร่งว่า “อย่าช้า ถึงจะเป็นของญาติอ๊ัว แต่เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร เกิดมีใครมาให้ราคาสูงกว่า อั๊วคงช่วยอะไรไม่ได้”

ooooooo

สุดาดวงอยากหารายได้ช่วยครอบครัว จึงให้แก้วไปรื้อหาเครื่องทำขนมเค้กในห้องเก็บของ แก้วรื้อไปเจอตุ๊กแกตัวเขื่อง ตกใจร้องลั่น
ท้องฟ้ามืดครึ้มลงฉับพลัน บรรดาสัตว์เลื้อยคลานต่างๆโผล่มาจากซอกมุมและรูท่อ เลื้อยกันยั้วเยี้ย ที่ประตูตะขาบกำลังไต่ขึ้นประตูรั้วอย่างน่าสะพรึงกลัว

แก้วเจอตุ๊กแกตัวเขื่องจนขวัญผวา เสนอว่ารอให้นายสว่างมาทำดีไหมตนกับตุ๊กแกไม่ถูกกัน

“เราไม่ทำอะไรเขา เขาก็ไม่ทำเรา ไม่ต้องกลัว” สุดาดวงปลอบ แต่แก้วถูกบรรดาสัตว์กระโจนเข้าหาจนขวัญกระเจิงหนีออกจากห้อง ไปเจองูเห่าที่สนาม ถูกงูกัดถามสุดาดวงว่าตนจะตายไหม

แต่สุดาดวงไม่เห็นอะไรเลย บอกว่าแก้วตาฝาด มากกว่า หรือถ้ามีมันก็คงหนีไปหมดแล้ว เพราะสัตว์ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ เขาก็ไม่ทำร้ายเรา

“หลานพูดถูก...มนุษย์นั่นแหละน่ากลัวที่สุด”

วรนาฎพูดแทรกขึ้น สุดาดวงกับแก้วหันไปดู เห็นวรนาฎยืนยิ้มอยู่

วรนาฎบอกว่าตนป่วยจึงมาขออาศัยอยู่ที่นี่สักพัก เพื่อรักษาตัว สุดาดวงรีบจัดห้องให้พักอยู่ใกล้ห้องพระเผื่อคุณป้าอยากสวดมนต์ไหว้พระ แต่พอวรนาฎเห็นพระประธานในห้องก็รีบปิดประตูหน้าซีดเผือด สุดาดวงถามว่าเป็นอะไร วรนาฎอ้างว่าคงเดินขึ้นบันไดสูงเกินไป ขอไปอยู่ที่เรือนปั้นหยาด้านหลังได้ไหม สุดาดวงจึงจัดให้ไปอยู่ที่นั่น

วรนาฎถามหาวรินทร์ สุดาดวงจึงให้รัชโรจน์ไปรับกลับมาต้อนรับคุณยาย รัชโรจน์ไปรับปรากฏว่ารถเสีย จึงฝากสนทรรศน์ให้ช่วยพาไปส่ง เมย์กับพลอยจอมสาระแนเห็นเข้า ยุนัยน์เนตรว่าสนทรรศน์คงไม่ได้มาหาเธอเพราะมีตุ๊กตาหน้ารถมาด้วย นัยน์เนตรเจอรัชโรจน์ก็ต่อว่าหาว่าเปิดโอกาสให้ท้ายวรินทร์ไปกับสนทรรศน์ดูไม่งามเสียชื่อวงศ์ตระกูลหมด

รัชโรจน์ชี้แจงว่ารถตนเสีย อบรมนัยน์เนตรว่า “ถ้าห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ก็ช่วยไปสนใจการเรียน สนใจกิจกรรมอะไรที่มันเป็นประโยชน์ดีไหม จะได้สมกับที่เขายกย่องให้เป็นดาว” แล้วรัชโรจน์ก็โทร.ตามช่างมาดูรถ

ooooooo

เรือนปั้นหยาที่ไม่ได้รับการดูแลซ่อมแซมมานานจนสภาพทรุดโทรม วรนาฎเล่าให้สุดาดวงฟังว่า

“หลังจากยายทรัพย์ท่านสิ้น ป้าก็ต้องอยู่ดูแลมรดกของท่าน วัลย์เขายังเขียนจดหมายติดต่อป้าอยู่ ป้าถึงรู้ว่าคุณแม่ป่วยต้องย้ายมาอยู่ที่พระนครนี่” สุดาดวงบอกว่าบ้านทรุดโทรมมากคุณป้าอยู่ไม่ได้หรอก “ไม่ต้องห่วง ป้าอยู่ได้ ดีเสียอีก เงียบสงบไม่วุ่นวายกับใครดี”

วรินทร์กลับมาถึง รีบไปกราบยาย วรนาฎบอกว่า “ยายมาหาหมอที่กรุงเทพฯ เลยจะขอพักอยู่ด้วยสักระยะ อุ้ยคงไม่รังเกียจยายใช่ไหม” วรินทร์ถามว่าคุณยายป่วยเป็น อะไร “โรคคนแก่นั่นแหละ คงต้องให้หมอเขาวินิจฉัยก่อน”

สุดาดวงบอกว่าดีใจมากที่คุณป้ามาอยู่ที่นี่ตนและ หลานๆจะได้ช่วยกันดูแล สั่งให้แก้วขนกระเป๋าไปที่เรือนปั้นหยาและทำความสะอาดให้ด้วย วรินทร์จะไปช่วย

วรนาฎถามว่าที่บ้านนี้มีผู้ชายอีกคนไม่ใช่รึ สุดาดวงบอกว่ารังสรรค์หลับอยู่ อุ้ยจึงจะไปเรียกให้มาช่วย

“ไม่ต้องหรอก ให้เขาพักผ่อนเถอะ คนไม่ได้นอนมาทั้งคืนเดี๋ยวคนของยายก็มาแล้ว” วรนาฎยิ้มเย็น

พอโพล้เพล้ ตะขาบยักษ์ของดาวเวียงก็เลื้อยแหวกกอหญ้าปราดๆไปที่เรือนปั้นหยา ที่บันไดและประตู ปรากฏเงาของตะขาบยักษ์ทาบลง!
รัชโรจน์กลับมาเห็นแก้วลากกระเป๋าไปที่เรือนปั้นหยา ถามว่าทำไมให้คุณยายไปพักที่นั่น

“คุณยายท่านอยากจะพักที่นั่นค่ะเห็นบอกว่าจะมีคนรับใช้ตามมา ป่านนี้ยังไม่เห็น แก้วเลยต้องทำความสะอาดไว้คร่าวๆก่อน”

รัชโรจน์จึงช่วยแก้วลากกระเป๋าไป พอถึงหน้าเรือนปั้นหยาเขาชะงักงัน เมื่อเห็นรอยตะขาบยักษ์เป็นเมือกเหนียวๆ เหมือนที่หน้ารถตนวันก่อน เขารีบเดินขึ้นไปบนเรือน แก้วเดินตามหลังตกใจร้องลั่นว่า

ถูกผีจับขา รัชโรจน์หันไปดู เห็นดาวเวียง บอกแก้วว่านั่นคนรับใช้ของคุณยายต่างหาก

ถึงเวลาอาหารเย็น สุดาดวงเชิญวรนาฎทานด้วยกันที่บ้าน วรนาฎบอกว่าตนต้องทานอาหารอ่อนๆตามหมอสั่ง เดี๋ยวดาวเวียงจัดการให้เอง
รังสรรค์เพิ่งลงมาถามว่าคุณยายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถูกสุดาดวงเหน็บว่ามัวแต่นอนเป็นงูเหลือมอยู่จะไปรู้ได้ยังไง ถามว่าดาวเวียงมาแล้วหรือ มายังไงไม่เห็นรถมาส่ง รัชโรจน์บอกว่า

“ไม่เห็นครับ ผมเจอเขาอยู่ที่เรือนปั้นหยาแล้ว ผมกับแก้วจะช่วยกันทำความสะอาดก็ไม่ยอม บอกว่าจะทำเอง”

วรินทร์ถามว่าบ้านออกใหญ่แล้วพี่เขาจะทำไหวหรือ รังสรรค์แทรกขึ้นประสาคนมีอารมณ์ขันว่า

“ว่าไม่ได้ แกอาจจะมีฤทธิ์เหมือนแม่มด เสกปิ๊งเดียวบ้านก็สะอาดเอี่ยมได้”

เลยถูกทั้งแม่ทั้งพี่และน้องเรียกปราม รังสรรค์ยักไหล่อย่างไม่คิดอะไร

ปรากฏว่าเรือนปั้นหยาที่เก่าทรุดโทรม ดาวเวียงทำความสะอาดจนดูใหม่ได้ในพริบตา วรนาฎชมว่าอย่างนี้ค่อยสมฐานะของเศรษฐีหน่อย ดาวเวียงถามว่าจะดีหรือที่อยู่ห่างออกมาอย่างนี้

“บ้านหลังนั้นมีสิ่งศักดิสิทธิ์คุ้มครอง พลังของข้าถูกอำนาจบางอย่างสะกดเอาไว้ จะทำการใดคงไม่สะดวก”

“แล้วคุณท่านจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร”

“ต่อให้มีเทวดาอยู่กับตัว แต่ถ้าเขาชอบทำเรื่องเสื่อมเสียผิดทำนองคลองธรรม เทวดาที่ไหนจะคุ้มครอง”

วรนาฎพูดอย่างรับรู้พฤติกรรมของโอฬารที่มั่วอยู่กับเมียน้อย

ooooooo

เมื่อวรรณารู้ว่าวรนาฎมาอยู่ที่บ้านสุดาดวง ก็ยุมานพให้บอกนัยน์เนตรไปประจบเพื่อหวังสมบัติ นัยน์เนตรไม่อยากไปเพราะยังขยาดกับการถูกไล่ให้กลับคราวที่แล้วอ้างว่าวันนี้ตนมีพรีเซนต์งาน ถ้าจบเร็วจะได้หางานทำไม่ต้องแบมือขอใคร

พรรณทิพย์จึงอาสาจะไปแทน บอกมานพว่าการประจบคนแก่ถึงจะน่าเบื่อแต่เพื่อช่วยคุณลุงตนก็ยินดี มานพที่แอบหมายเคลมพรรณทิพย์อยู่เข้าไปกอดขอบใจ จนวรรณาบอกว่าขอบใจเฉยๆก็ได้ไม่ต้องกอด แล้วบอกพรรณทิพย์ว่า

“ถ้าแกมั่นใจลองดูก็ได้ ดีกว่าจะให้หลานบ้านนั้นทำเเต้มแย่งมรดกไปคนเดียว”

ขณะเดียวกัน โอฬารเพิ่งกลับบ้าน พอรู้ว่าวรนาฎมาอยู่ด้วยก็รีบไปประจบ วรนาฎรู้เช่นเห็นชาติโอฬารดีแต่ก็พูดในทางที่ดีว่าเขาทำงานหนัก โอฬารโอดครวญเรื่องเงินทันที วรนาฎจึงให้ทองคำแท่งแก่เขาสิบแท่ง

โอฬารตาโตถามว่า “คุณป้าจะให้ผมยืมหรือ”

“ไม่ใช่ ป้ายกให้ไปเลย คุณไม่ต้องเอามาคืนขอแค่คุณโอฬารใช้ประโยชน์จากมันให้ดีที่สุดก็พอ”

โอฬารถามอึ้งๆว่าจริงหรือ ส่วนสุดาดวงพูดอย่างซึ้งใจว่าคุณป้าเมตตาครอบครัวตนเหลือเกิน

“ขอบพระคุณครับ ผมสัญญาว่าถ้าผมได้กำไรจากธุรกิจคราวนี้ ผมจะคืนกำไรให้กับคุณป้าแน่นอน”

“ไม่ต้องห่วง...ไว้ถ้าป้าอยากจะได้คืน ป้าจะขอเอง” วรนาฎพูดตามองอย่างมีเลศนัย

ooooooo

วรรณาเอาของรางวัลมาให้แก้วขอบใจที่ช่วยส่งข่าวแล้วบอกให้พาไปหาคุณยายที่เรือนปั้นหยาเลย แก้วบอกว่าไปไม่ได้เพราะตอนนี้คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายยังอยู่ วรรณาบอกว่ายิ่งดีบอกให้แก้วไปลองเสื้อที่ซื้อมาเผื่อไม่พอดีจะได้ซื้อให้ใหม่

พอแก้วหิ้วถุงไป วรรณาก็พาพรรณทิพย์ไปยังเรือนปั้นหยาทันที ไปถึงเห็นโอฬารกำลังเอาผ้าห่อทองที่วรนาฎให้พอดี โอฬารทั้งตกใจและโมโหมากถามว่าใครอนุญาตให้เข้ามา ด่าว่าไม่มีมารยาท สองแม่ลูกอ้างว่ามากราบผู้ใหญ่ทำตามขนบธรรมเนียม

“แต่เธอสองคนไม่ได้เป็นญาติอะไรกับเรา บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”

สุดาดวงบอกโอฬารให้ใจเย็นๆ ส่วนวรนาฎบอกว่าไหนๆก็มาแล้ว ถามว่าเป็นเมียใหม่ของมานพใช่ไหม พอรู้ว่าใช่ก็บอกสุดาดวงว่ามีอะไรก็ไปทำไม่ต้องห่วง ตนมีเพื่อนคุยแล้ว

วรรณาประจบวรนาฎถามว่าปวดเมื่อยตรงไหนให้พรรณทิพย์นวดได้เพราะนวดเก่ง วรนาฎจึงให้เข้าไปนวดในห้องนอน ตนจะได้เอนหลังด้วย สองแม่ลูกดีใจจะตามไปแต่วรนาฎให้พรรณทิพย์เข้าไปคนเดียว วรรณาเลยหน้าม้านกลับไป

พรรณทิพย์ประจบสอพลอทั้งนวดทั้งยอวรนาฎว่ายังสาวยังสวย วรนาฎบอกว่าสิ่งที่เธอเห็นอาจจะไม่ใช่ของจริง พอพรรณทิพย์ถามก็บอกว่าง่วงแล้วครู่เดียว

ก็หลับไปเลย พอวรนาฎหลับพรรณทิพย์ก็นวดกระแทก กระทั้น แล้วสะบัดแขนบ่น

“เฮ้อ กว่าจะหลับ ยัยแก่เอ๊ย นี่คงทั้งโบทอกซ์ ทั้งร้อยไหมล่ะสิ หน้าถึงได้ตึงขนาดนี้” พรรณทิพย์เบ้หน้าใส่แล้วกวาดตาไปรอบๆ คิดจะขโมยของมีค่า ไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เจอแหวนในกล่องก็หยิบยัดไว้ใน อกเสื้อ พอเงยขึ้นก็เห็นวรนาฎในวัยแปดสิบผมขาวโพลนหน้าเหี่ยวย่น พรรณทิพย์ร้องกรี๊ดจะหนีถูกวรนาฎจับแขนไว้ก็ยิ่งกรี๊ดสะบัดสุดแรงแล้ววิ่งหนีไป

วรินทร์ได้ยินเสียงกรี๊ดวิ่งมาเจอพรรณทิพย์วิ่งเตลิดออกไป จึงเข้าไปในห้องเห็นวรนาฎลุกขึ้นนั่งบนที่นอนเหมือนเพิ่งตื่น

แก้วเห็นพรรณทิพย์วิ่งเตลิดออกมาก็ถามว่าจะไปไหน พรรณทิพย์บอกให้เรียกแท็กซี่ให้ที แก้วถามว่าไหนว่าจะค้าง

“ใครค้างกับผีได้ก็บ้าแล้ว ยายแก่นั่นเป็นผี รู้ไว้ซะด้วย” พลันก็รู้สึกมีอะไรดิ้นอยู่ที่อก ก้มมองก็แผดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นตะขาบกำลังไต่ออกมา พรรณทิพย์วิ่งเตลิดออกไปเลย แก้วมองงงๆ เพราะไม่เห็นมีอะไรเลย

ooooooo

หลังจากอาจารย์เชนดูหนังจบเป็นภาพที่นัยน์เนตรโผกอดสนทรรศน์และใบหน้าเธอค่อยๆ กลายเป็นปีศาจ อาจารย์เสนอว่า โดยรวมก็โอเค แต่น่าจะเฉลยที่มาที่ไปของปีศาจเอาไว้หน่อยจะได้ไม่งงใส่ในเครดิตท้ายก็ได้ รีบแก้มาส่งแล้วกัน

เมื่อดุ๊กไปบอกสนทรรศน์เขาเล่นแง่จนวรินทร์ต้องไปบอกเองรับปากว่าคราวนี้จะให้ทำอะไรบ้าๆบอๆ เพื่อความสะใจของเขาตนก็ยอม สนทรรศน์จึงยอมเล่นหนังให้ถือว่าแทนคำขอโทษจากตนก็แล้วกัน ทำให้กอหญ้าแซวว่าวรินทร์มีประเด็นอะไรกับพี่ทรรศน์หรือเปล่าทำไมอยู่ดีๆ พี่ทรรศน์ก็ว่าง่ายขึ้นมา

“ถ้าแกขืนพูดแบบนี้อีกมีเรื่อง แล้วตอนนี้ปัญหายังไม่จบนะ เหลืออีกคน”

“ถ้าหมายถึงพี่เนตรล่ะก็ ฉันคิดไว้แล้ว ให้ปีศาจมันเห็นพี่ทรรศน์คนเดียว แล้วตามกลับมาด้วย ค่อยมาสิงพี่เนตรที่กรุงเทพฯก็ได้”

ทุกคนสบายใจที่แก้ปัญหาได้ลงตัว แต่หารู้ไม่ว่า สายของพลอยถ่ายคลิปการคุยกันของทั้งสามแล้วไลน์ให้พลอย พลอยเอาไปให้นัยน์เนตรดูยุว่า ดูไว้จะได้รู้ว่าลับหลังเธอวรินทร์จะร้ายได้ขนาดนี้ เมย์ยุว่าให้ไปลุยฉีกอกวรินทร์เลยดีกว่า

“ไปโวยวายตอนนี้ให้รู้ตัวทำไม ฉันมีเซอร์ไพรส์กว่านั้น” นัยน์เนตรจิกตาแค้น

ฝ่ายโอฬาร พอได้ทองแท่งก็รีบเอาไปให้นิลุบล เพื่อเอาไปลงทุนเปิดร้านอาหาร นิลุบลดีใจมากชวนไปฉลองกัน โอฬารบอกว่าเลิกงานตนต้องรีบกลับไปเอาใจสุดาดวงบ้างเพราะไม่ได้เธอพูดกับคุณป้า ตนคงลำบาก

นิลุบลผิดหวัง จึงวางแผนให้ซินแสกำจัดสุดาดวงเพื่อตนจะได้ขึ้นมาเป็นเอก ซินแสจึงทำยาสะกดของสำนักเหมาซานให้เอาไปให้โอฬารดื่มพร้อมกับส่งนกหวีดไม้ไผ่ให้ บอกว่า

“หลังจากดื่มยาของอั๊วแล้ว ลื้อเป่านกหวีดไม้ไผ่นี้ มันจะสะกดดวงจิต ต่อให้ลื้ออยากได้ดาวหรือเดือนถ้าทำให้ได้ อาโอฬารก็จะทำให้”

ooooooo

วรินทร์จัดอาหารอ่อนๆไปให้วรนาฎที่เรือนปั้นหยา วรนาฎพูดถึงพรรณทิพย์ว่าถูกแม่บังคับให้มา ถามว่าอุ้ยถูกแม่บังคับให้มาเหมือนกันหรือเปล่า

“ไม่หรอกค่ะ อุ้ยเสียอีกกลัวคุณยายจะรำคาญที่อุ้ยมาวุ่นวาย คุณยายอาจจะต้องการพักผ่อนสงบๆ”

“ที่ยายอยู่คนเดียวก็เพราะเกรงใจ ไม่อยากรบกวนใคร แต่พอได้เจอหลานน่ารักอย่างอุ้ย ทำให้หายเหงาขึ้นมาทันที เลยต้องมาหาอุ้ยนี่แหละ คืนนี้อุ้ยมาค้างเป็นเพื่อนยายได้ไหม” อุ้ยบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องไปถ่ายหนังสั้นที่ศรีสัชนาลัย คืนนี้ต้องเตรียมบทกับอุปกรณ์ วรนาฎบอกไม่เป็นไรตนยังมีดาวเวียงเป็นเพื่อน

แต่พอวรินทร์กลับไป ดาวเวียงติงว่าคุณท่านไม่น่าปล่อยให้ไปเลย รวบรัดคืนนี้เสียจะได้สิ้นเรื่อง เพราะพรุ่งนี้อุ้ยต้องไปเจอกับผู้ชายคนนั้นแน่ วรนาฎจึงสั่งดาวเวียง พรุ่งนี้ให้ตามไปคอยจับตาดูไว้ ตนไม่ต้องการให้ทายาทใกล้ชิดกับชายใดเด็ดขาด

พรรณทิพย์กลับถึงบ้านในสภาพตื่นตระหนก วรรณาถามถึงทองที่หวังจะได้จากวรนาฎ พรรณทิพย์บอกว่า

“ยัยแก่นั่นไม่ใช่คน ใครอยากได้ของมันก็ไปเอา หนูไม่เอาด้วยแล้ว”

ทั้งวรรณาและมานพต่างผิดหวังงุนงง แต่นัยน์เนตรเบ้ปากสมน้ำหน้า

ฝ่ายสนทรรศน์ พอกลับจากมหาวิทยาลัย กษิดิศถามทันทีว่าให้สร้อยหนูอุ้ยหรือยัง เขาตอบไม่สบตาพ่อว่าให้แล้ว และรีบขอตัวไปอาบน้ำ พอเข้าห้องนอนเขาเอะใจรีบเปิดลิ้นชักดูพบว่ากล่องสร้อยพระขรรค์เงินหายไปแล้ว เขาตกใจรีบค้น แต่ไม่เจอ พอออกจากห้อง เจอกษิดิศยืนอยู่ชูสร้อยถามว่าหานี่อยู่ใช่ไหม เมื่อเขาไม่เอาไปให้หนูอุ้ยตนจะเอาไปให้เอง

สนทรรศน์ขอร้องพ่ออย่าไปวุ่นวายกับอุ้ย กษิดิศโต้ว่า

“พ่อบอกแกแล้วใช่ไหม ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ... ชะตาของแต่ละคนมันถูกกำหนดไว้แล้ว มีแต่แกเท่านั้นที่จะปกป้องหนูอุ้ยได้” สนทรรศน์บอกว่าถ้าปกป้องจากอันธพาลพอได้แต่ถ้าจากมารร้ายในจินตนาการของพ่อตนขอบาย กษิดิศท้าว่า“งั้นแกก็พิสูจน์ดูสิ ลองพกสร้อยนี้เอาไว้กับตัว แล้วแกก็จะรู้ว่าสิ่งที่พ่อเชื่อเป็นเรื่องจริง หรือว่างมงาย”

กษิดิศคืนสร้อยให้สนทรรศน์ เขามองสร้อยในมือพ่อ ลังเล

ooooooo

ดึกคืนนี้ สุดาดวงฝันร้ายว่าโอฬารเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะออกจากบ้าน สุดาดวงถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าเบื่อเธอเบื่อทุกอย่างในบ้านนี้ ถือกระเป๋าออกไปหานิลุบลที่จอดรถรออยู่หน้าบ้าน

สุดาดวงตามไปอ้อนวอนขอให้สงสารลูก ถูกกษิดิศผลักจนล้ม พอลุกได้ก็วิ่งไปขวางหน้ารถ ถูกนิลุบลขับรถชนจนกระเด็นสลบไป

สุดาดวงตกใจตื่นดูนาฬิกาเป็นเวลาตีห้า ไม่เห็นโอฬารเดินไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่มี จึงโทรศัพท์หาปรากฏว่าให้ฝากข้อความ ไปถามนายสว่างก็ไม่รู้ว่าโอฬารไปไหนเพราะไม่ได้บอกไว้ สุดาดวงเป็นห่วงมาก ครู่เดียวก็เห็นโอฬารกลับมา

โอฬารท่าทีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หมางเมินดุดันและเกรี้ยวกราดกับสุดาดวงอย่างไม่เคยเป็น สุดาดวงก็ยังคิดว่าคงเพราะงานหนัก บอกว่าเมื่อได้ทองจากคุณป้าไปก็น่าจะช่วยได้บ้าง ก็ถูกหาว่าลำเลิก เธอบอกว่าตนแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระ

“หน้าอย่างคุณจะมาแบ่งเบาภาระอะไรได้ นอกจากจะมาเป็นภาระเสียเอง!”

โอฬารแข็งกร้าวกับสุดาดวงจนมีเรื่องกับรังสรรค์ที่ปกป้องแม่ โอฬารขยุ้มคอรังสรรค์จะต่อย เลยถูกวรนาฎ ท่องมนต์งึมงำ ครู่เดียวโอฬารก็นั่งคุกเข่ากุมหัวก่อนล้มลงสลบไป พอฟื้นขึ้นมาเขาจำอะไรไม่ได้เลยไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองกลับบ้านมาได้อย่างไร

วรนาฎบอกสุดาดวงว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ให้เขานอนสักพักเดี๋ยวก็ค่อยยังชั่ว บอกรังสรรค์ว่าพ่อเขาลืมตัวไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาถูกสั่งให้ทำ รังสรรค์ถามว่ามีใครมาใส่โปรแกรมให้ทำหรือ

“ในโลกนี้มันยังมีสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผลอยู่...ต่อไปหลานจะเข้าใจเอง” แล้วบ่นเหนียวตัว ขอตัวไปอาบน้ำ

สุดาดวงขอโทษวรนาฎที่ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆในครอบครัวตนแบบนี้

“ป้ามาที่นี่ก็เพื่อช่วยทุกคน เข้มแข็งเอาไว้ หลานยังต้องเจอเรื่องทุกข์ใจอีกมาก บางทีความจริงมันก็ร้ายกว่าความฝันมากมายนัก...”

“คุณป้ารู้ความฝันของสุได้ยังไงคะ” สุดาดวงงง วรนาฎไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มแล้วเดินไป

นิลุบลคอยโอฬารไม่เห็นมาจึงโทร.ตาม เขาบอกว่าจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้ ลุกขึ้นหยิบกุญแจรถเดินออกไป สุดาดวงจึงแอบขับรถตามไปจนถึงล็อบบี้คอนโดที่นิลุบล อยู่ พอโอฬารเดินเข้าไป ทั้งสองก็โผกอดกันอย่างโหยหา

สุดาดวงจอดรถอยู่หน้าคอนโด เธอเห็นภาพนั้นเต็มตา ถึงกับช็อก ชาไปทั้งตัว!

ooooooo

คณะถ่ายหนังสั้นไปถึงศรีสัชนาลัยแล้ว ยังไม่ทันได้ถ่ายทำพวกนัยน์เนตรก็ตามมาป่วน แต่ถูกดาวเวียงที่วรนาฎให้มาจับตาดูวรินทร์กับสนทรรศน์หลอกหลอนจนพลอยกับเมย์ขวัญกระเจิงหนีกลับไป

สนทรรศน์รู้ตัวว่าตัวเองชอบวรินทร์ จึงใกล้ชิดสนิทสนมด้วย จนถูกดาวเวียงเข้าสิงวรินทร์บีบคอสนทรรศน์จนหายใจไม่ออก เขาตกใจหยิบสร้อยพระขรรค์เงินที่พ่อให้ติดตัวมาคล้องคอวรินทร์ ปรากฏแสงสว่างวาบ วรินทร์ร้องลั่นผงะออก วิญญาณดาวเวียงที่สิงอยู่หลุดออกไปทันที

วรินทร์ถูกพากลับมาที่ห้องพักในรีสอร์ต สนทรรศน์เฝ้าดูอย่างเป็นห่วง ส่วนนัยน์เนตรนั่งดูอยู่ห่างๆ

พอรู้สึกตัววรินทร์ถามว่าที่นี่ที่ไหน รัชโรจน์ที่มีเพื่อนเป็นหัวหน้าอุทยานอยู่สุโขทัยมาช่วยประสานงานให้น้องบอกว่า เราอยู่ที่พักกันแล้ว ถามว่าอุ้ยหมดสติไปนานจำอะไรไม่ได้เลยหรือ

สนทรรศน์เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าอุ้ยอาละวาดหนัก กอหญ้าบอกว่าเธอโดนผีเข้ารู้ตัวหรือเปล่า ดุ๊กเสริมว่า

“แกบีบคอพี่ทรรศน์ซะเกือบตาย มือเนี่ยหยั่งกับคีมเหล็กแน่ะ”

“พวกฉันเห็นกับตา ถ้าพี่ทรรศน์ไม่เอาสร้อยเงินนั่นสวมคอแก มีหวังแกได้เป็นฆาตกรแน่” กอหญ้าเสริม

วรินทร์บอกว่าตนไม่รู้ตัวจริงๆ นัยน์เนตรหมั่นไส้หาว่าแกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ จำเพาะเจาะจงมาผีเข้าต่อหน้าพี่ทรรศน์ด้วย รัชโรจน์ปรามนัยน์เนตรว่าอย่าคิดว่าคนอื่นจะสร้างเรื่องเก่งเหมือนตัว ถามว่าต้องให้ตนพูดไหมว่าเก่งยังไง นัยน์เนตรกลัวถูกแฉเลยเงียบ

สนทรรศน์ถามรัชโรชน์ว่ามีคำอธิบายเรื่องอาการของอุ้ยไหม รัชโรจน์ออกตัวว่าตนก็ไม่รู้ อาจเกิดจากอาการทางจิตที่เกิดจากความเครียดหรือเป็นการเตือนจากพลังงานบางอย่างที่เราไปลบหลู่สถานที่ก็ได้

“แสดงว่าอาจารย์เชื่อเรื่องวิญญาณเหรอครับ”

“เราเคยเห็นแบคทีเรียในอากาศไหม แล้วแพลงก์ตอน ในน้ำล่ะ มีสิ่งที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติอีกมากมายที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น พี่ว่าถึงเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ประเด็นสำคัญคือเราควรให้ความเคารพและอ่อนน้อมต่อสิ่งที่อยู่รอบตัวเราต่างหาก

เพื่อให้งานดำเนินต่อไปด้วยดี รัชโรจน์จึงให้นัยน์เนตรเป็นคนกล่าวนำทุกคนขอขมาต่อเจ้าที่เจ้าทาง นัยน์เนตรไม่พอใจแต่ก็ต้องทำเพราะกลัวถูกรัชโรจน์แฉเรื่องของตัวเอง การถ่ายทำจึงผ่านไปได้อย่างราบรื่น เสร็จงาน คณะจึงพากันกลับ คณะถ่ายทำกลับไปกับรถตู้ แต่นัยน์เนตรกลับกับรัชโรจน์เพราะเธอไม่อยากแวะที่ไหน

แต่รัชโรจน์ต้องแวะเก็บข้อมูลทำวิจัยเธอจึงต้องรอ

ooooooo

ขณะนั่งรถตู้กลับ ดุ๊กกับกอหญ้านั่งหลับ วรินทร์นั่งกับสนทรรศน์ เธอถามว่า เชื่อที่นัยน์เนตรพูดไหมว่าตนแกล้งแอ็กติ้งเรียกร้องความสนใจ
สนทรรศน์บอกว่าเธอไม่ได้แกล้ง ก็ไม่ต้องคิดมาก วรินทร์ผิดหวังถามว่าแบบนี้แสดงว่าเขาก็สงสัยเหมือนกัน

“ใช่ พี่มีเรื่องสงสัยคาใจมากๆ แล้วพี่ก็ต้องหาคำตอบให้ได้ด้วย” เขาพูดทิ้งไว้เพราะไม่กล้าเล่าความฝันให้ฟัง แล้วเขาก็ลงกลางทาง วรินทร์จะถอดสร้อยคืนให้แต่เรียกไว้ไม่ทัน จึงเก็บเข้าไว้ในเสื้อตามเดิม

พอกลับถึงบ้าน วรินทร์เห็นบ้านเงียบผิดปกติ ถามแก้วว่าไปไหนกันหมด

“ตอนที่คุณอุ้ยกับคุณโรจน์ไม่อยู่นะคะ ที่บ้านเราเกิดเรื่องขึ้นมากมายใหญ่โตเลยค่ะ...คือว่าคุณผู้ชายทะเลาะกับคุณผู้หญิง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยค่ะ”

วรินทร์ไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะทำกับคุณแม่อย่างนั้น แก้วยืนยันว่าจริงและคุณผู้ชายออกไปป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย

“แล้วคุณแม่ล่ะ ตอนนี้อยู่ไหน” วรินทร์เป็นห่วงแม่มาก

สุดาดวงเห็นโอฬารกับนิลุบลแล้วหัวใจสลาย เธอไปหาวรนาฎ พอเห็นหน้าสุดาดวงวรนาฎก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ปลอบให้ใจเย็นๆ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ สุดาดวงบอกว่าไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

“สามีนอกใจ มันเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่วนมากต้องเจอ” สุดาดวงถามว่าคุณป้าพูดเหมือนรู้เรื่องก่อนแล้วว่าโอฬารมีผู้หญิงอื่น “ป้าอยู่มานาน เห็นมามาก โดยเฉพาะความโลภความหลงของมนุษย์”

สุดาดวงโทษว่าตนผิดเอง คงเป็นภรรยาได้ไม่ดีพอเขาถึงได้เป็นอย่างนี้

“โถ...ดูซิ หลานป้าช่างมีจิตใจดีเหลือเกิน จนถึงขนาดนี้ก็ยังโทษตัวเอง แต่ป้าจะบอกให้นะว่าบางทีความดีมันก็ใช้ไม่ได้ผลกับคนเลวๆหรอก ป้าไม่ได้
หมายถึงสามีของหลาน ป้าหมายถึงผู้หญิงของเขา”

“แล้วสุควรจะทำยังไงคะ”

จากนั้นนายสว่างขับรถพาสุดาดวงและวรนาฎไป ที่บริษัทของโอฬาร วรนาฎชมว่าบริษัทสวยงามใหญ่โตดี

“เรากลับกันดีกว่าค่ะคุณป้า สุไม่อยากให้คุณโอฬารคิดว่าสุมาจับผิด”

“ขนาดเจ้าตัวที่ประพฤติผิดเอง เขายังไม่กลัวเลย เราบริสุทธิ์ใจเสียอย่าง จะต้องกลัวอะไรล่ะ สุเอาขนมมาให้สามี ส่วนป้าเองในฐานะผู้ลงทุน ป้าก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าทองคำของป้ามันจะเจริญงอกงามยังไง จริงไหม”

สุดาดวงมองกล่องขนมในมือลังเล ส่วนวรนาฎยิ้มอย่างมีนัย ชำเลืองขึ้นไปบนตึก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:05 น.