นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'




    รัชโรจน์ไปที่ผับหรูของตุลย์ รังสรรค์ออกมารับ ถามโอ่ว่าอาณาจักรของตนเป็นอย่างไรเหมือนสวรรค์ไหม สนใจน้องคนไหนให้บอกจะให้ดูแลเป็นพิเศษเลย

    รัชโรจน์ถามว่านี่หรือกิจการที่เขาบอกว่าเลี้ยงคุณแม่และครอบครัวได้ รังสรรค์ยืนยันกิจการของตนมีใบอนุญาต รัชโรจน์บอกว่าตนพูดในแง่ศีลธรรม รังสรรค์โต้ว่าถ้าอยากอบรมเรื่องศีลธรรม มีอีกคนที่น่าจะมาฟังด้วย แล้วสั่งให้พนักงานไปเรียกนัยน์เนตรมา

    รัชโรจน์ตกใจมากเมื่อรู้ว่านัยน์เนตรมาทำงานที่นี่และเพิ่งออกไปกับแขกเมื่อกี๊นี้เอง เขารีบตามไปช่วยนัยน์เนตรจากเสี่ยหื่นได้ทัน นัยน์เนตรโผเข้ากอดรัชโรจน์ที่รอดจากความหื่นของเสี่ย ส่วนเสี่ยพอเห็นมีคนมาช่วยนัยน์เนตรก็หลบเข้าห้องม่านรูดปิดประตูเงียบ

    ooooooo

    ที่บ้านนัยน์เนตร วรินทร์ถือถุงซุปมาเยี่ยมมานพ เห็นที่บ้านปิดไฟมืด เงียบ เธอร้องเรียกครู่หนึ่ง ไฟก็เปิดสว่างและประตูก็เปิดออก เธอเข้าไปหามานพที่นอนหลับอยู่บนเตียง ยืนมองร่างที่ทรุดโทรมนั้นอย่างสงสาร

    หารู้ไม่ว่าที่ข้างเตียงอีกฟากหนึ่ง วิญญาณวรรณายืนจ้องอยู่อย่างหมายมาด

    “คุณลุงคะ อุ้ยมาเยี่ยมค่ะ แม่ฝากซุปมาให้คุณลุงทานด้วยนะคะ”

    มานพลืมตาขึ้น วรินทร์ประคองให้นั่งจะป้อนซุปให้ มานพแสยะยิ้มร่างเกร็งกระตุก พริบตานั้นก็ลุกขึ้นบีบคอวรินทร์ เธอตกใจดิ้นสุดแรงพยายามแกะมือมานพออก จู่ๆมานพก็หันขวับมองประตู ล้มลงนอนกับพื้นตาเหลือกถลน

    นัยน์เนตรผลักประตูเข้ามา เธอตกใจถลาไปประคองพ่อเขย่าร่างพลางเรียกให้รู้สึกตัว เมื่อพ่อยังแน่นิ่ง เธอหันตวาดวรินทร์ว่าทำอะไรพ่อตน วรินทร์บอกว่าตนไม่ได้ทำอะไร จะป้อนซุปให้แต่ถูกคุณลุงลุกขึ้นมาบีบคอ

    นัยน์เนตรไม่เชื่อหาว่าวรินทร์จงใจจะฆ่าพ่อตน รัชโรจน์เตือนสติว่าให้รีบพาคุณลุงส่งโรงพยาบาลก่อน แล้วอุ้มมานพออกไป พอถึงโรงพยาบาลส่งมานพเข้าห้องฉุกเฉินแล้วนัยน์เนตรยังหันอาฆาตวรินทร์ว่า

    “ถ้าพ่อฉันเป็นอะไรไป ฉันจะไม่มีวันอภัยให้พวกแกเด็ดขาด”

    “ใจเย็นๆสิเนตร อุ้ยไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอกนะ” รัชโรจน์เตือน

    นัยน์เนตรหาว่าพี่น้องกันก็ต้องเข้าข้างกัน กระทั่งสงสัยว่าที่รัชโรจน์ไปช่วยตนเป็นแผนให้น้องสาวตัวเองแอบมาทำร้ายพ่อตน รัชโรจน์บ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว ก็พอดีหมอออกจากห้องฉุกเฉินแสดงความเสียใจว่าคนไข้หัวใจหยุดเต้นไปหลายชั่วโมง เกินกว่าที่หมอจะช่วยเหลือได้ นัยน์เนตรวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที ส่วนวรินทร์เข่าอ่อนทรุดลงดีที่รัชโรจน์ประคองไว้ทัน

    เป็นเวลาเดียวกับที่วิญญาณวรรณากลับไปรายงานอสูรโขนที่ห้องพิธีกรรมบ้านเธียรว่า

    “บ่าวจัดการทุกอย่างตามที่นายท่านสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ”

    “เอ็งทำได้ดีมาก ฮ่ะๆๆ” เสียงอสูรโขนหัวเราะพอใจ

    ooooooo

    วรนาฎในวัยชราหลับอยู่ที่ห้องเรือนปั้นหยา นิมิตไปว่า ตนอยู่ที่วัดโบราณในเมืองเชลียง ขณะเดินไปที่ริมน้ำ เห็นเงาตัวเองในน้ำกลับเป็นสาวขึ้นอีกครั้ง จับเนื้อตัวสำรวจอุทานอย่างตื่นเต้นว่า

    “นี่ฉันกลับเป็นสาวแล้วหรือเนี่ย” เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งตระหง่าน มีแสงสว่างเรืองรอง จึงเดินเข้าไปยกมือไหว้ด้วยหัวใจอิ่มเอิบ พลันก็ได้ยินเสียงสนทรรศน์เรียก...นาฎ...พอหันไปมอง สนทรรศน์บอกว่าตนกลับมาแล้ว และเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

    “เป็นไปไม่ได้ เธอไม่ใช่พี่สุรนิตย์ แต่เธอคือสนทรรศน์คนรักของหลานสาวฉัน”

    “เป็นได้สิ ตอนนี้นาฎกลับมาเป็นสาวแล้ว ถ้านาฎยอมเป็นทายาทอสูรอีกครั้ง ชีวิตนาฎจะเป็นอมตะ ความรักของเราจะกลับคืนมา”

    วรนาฎลังเล เดินไปหาเอื้อมมือไปเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว พลันก็ชะงักถอยออกมา รอยยิ้มดีใจหายไปเพ่งมองสนทรรศน์อย่างพินิจพิเคราะห์ พูดอย่างหลุดพ้นแล้วว่า...

    “ไม่มีพี่ ไม่มีนาฎ ไม่มีความอมตะ ไม่มีอะไร นอกจากใจที่ยึดมั่นถือมั่น...ไม่มี...”

    พริบตานั้นร่างของสนทรรศน์ค่อยๆเลือนหายไป วรนาฎที่ยังอยู่ในนิมิต ยกมือไหว้น้ำตาคลอ เอ่ยด้วยรอยยิ้มตื้นตันมีความสุขว่า

    “ในที่สุดฉันก็ข้ามผ่านความห่วงหาอาวรณ์นี้ได้ กามราคะที่ร้อยรัดกันไว้ หมดไปจากใจเสียที...”

    แต่ที่ห้องพิธีกรรมบ้านเธียรวันนี้ เธียรยังคงนำเครื่องสังเวยมาบูชาอสูรโขน เป็นเลือดสดๆในถ้วย เมื่ออสูรโขนในตุ๊กตากุมารสังคโลกตาแดงวาบขึ้น เลือดในถ้วยก็ค่อยๆเหือดแห้งไป

    เบื้องหน้าอสูรโขน นอกจากเธียรแล้ว ยังมีวิญญาณวรรณา พรรณทิพย์ และนิลุบลนั่งอยู่อย่างนอบน้อม อสูรโขนเอ่ยอย่างทรงอำนาจว่า

    “นังวรรณา หนนี้เอ็งไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน พวกมันจะต้องชิงชังกันเอง” แล้วหันจ้องพรรณทิพย์กับนิลุบลสั่ง “ถึงตาเอ็งแล้วนังพรรณทิพย์ นังนิลุบล จริตมารยาของเอ็ง จะซ้ำเติมให้พวกมันต้องย่อยยับ โดยที่ข้าไม่ต้องออกแรงเลย”

    “ค่ะนายท่าน” พรรณทิพย์และนิลุบลรับคำ ยิ้มเหี้ยม อสูรโขนมองอย่างพอใจ

    ooooooo

    รัชโรจน์โทร.ส่งข่าวมานพเสียแล้วให้โอฬาร แต่ไม่มีคนรับสาย เขาจึงไลน์ไปบอก สุดาดวงในชุดดำจะไปงานลงมา เขาบอกโทร.ไปบอกคุณพ่อเรื่องลุงมานพเสียแต่คุณพ่อไม่รับสายตนจึงไลน์ไปบอกให้ทราบแล้ว

    “ไม่จำเป็นหรอก แม่ถือว่าคุณมานพเป็นญาติของแม่คนนึง ถ้าพ่อเขาไม่ว่างก็ปล่อยเขา ไปกันเองก็ได้ ไม่ต้องกวนเขาหรอก”

    สุดาดวงถามว่าแล้วอุ้ยล่ะ รัชโรจน์บอกว่าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เห็นว่าอยากช่วยงานเนตร แล้วชวนคุณแม่ขึ้นรถ สั่งสว่างให้ไปเอารถมา แก้วยืนฟังใจคอไม่ดีถามว่าไปกันหมดบ้านตนต้องอยู่บ้านคนเดียวหรือ

    “อย่าพูดจาเหลวไหลน่ะแก้ว จะกลัวอะไร บ้านเราเองแท้ๆ พระที่คอก็มี แล้วแก้วก็ควรไปคอยดูคุณยายใหญ่ เผื่อท่านมีอะไรให้ช่วย” แก้วยิ่งกลัวอ้างว่าคุณอุ้ยรับปากแล้วว่าจะไม่ให้ตนไปอยู่เรือนนั้นสองคนกับคุณยาย สุดาดวงตัดบทว่า

    “เอาเถอะ ถ้ากลัวนัก เดี๋ยวฉันให้สว่างอยู่เฝ้าเรือนปั้นหยา แก้วก็ไปสวดมนต์ในห้องพระ ฉันไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ”

    พอรัชโรจน์พาสุดาดวงขึ้นรถไป แก้วก็เสียวสันหลังวาบ เหลียวมองข้างหลังพลางควักพระที่ห้อยคอออกมาสวดมนต์ปากคอสั่นทันที

    ooooooo

    ศพมานพตั้งสวดที่ศาลาวัดเล็กๆแห่งหนึ่ง นัยน์เนตรนำอาหารไปไว้ที่ข้างโลง เคาะโลงบอกพ่อว่า

    “พ่อคะ กินข้าวนะ เนตรซื้อของที่พ่อชอบมาให้ทั้งนั้นเลย”

    นัยน์เนตรท่าทางอิดโรย ในงานสวดเธอทำเองทุกอย่าง จุดธูปให้ผู้มาเคารพศพ แล้วไปแจกน้ำ จู่ๆก็วูบไป น้ำดื่มในแก้วพลาสติกหล่นกระจาย วรินทร์รีบเข้าประคอง กลับถูกนัยน์เนตรตวาดว่าไม่ต้องมายุ่ง ซ้ำด่าว่าให้เลิกตบตาเป็นคนดีได้แล้ว ตนไม่ต้องการ ลืมไปแล้วหรือพ่อตนต้องตายเพราะใคร

    สนทรรศน์ กอหญ้า ดุ๊กที่มาช่วยงานต่างรู้สึกเหลืออดกับท่าทีของนัยน์เนตร ถามว่าพ่อเธอตายเกี่ยวอะไรกับอุ้ยด้วย นัยน์เนตรเลยพาลไล่ทุกคนออกไปให้หมดตนไม่ต้อนรับ ทุกคนไม่พอใจ แต่วรินทร์พูดอย่างเห็นใจว่า

    “พี่เนตรคงกำลังเสียใจน่ะค่ะ อุ้ยว่าอุ้ยไปรอคุณแม่ข้างนอกดีกว่า ฝากพี่ทรรศน์ดูพี่เนตรด้วยนะคะ เพราะพี่เนตรไม่มีใครแล้วค่ะ” วรินทร์พากอหญ้ากับดุ๊กออกไป สนทรรศน์จำใจต้องอยู่เป็นเพื่อนนัยน์เนตรตามคำขอร้องของวรินทร์

    นัยน์เนตรเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำอย่างคับแค้นใจ ถูกผีพรรณทิพย์ตามไปเข้าสิง ครู่หนึ่งเธอเดินออกจากห้องน้ำไป

    ฝ่ายวรินทร์ กอหญ้า และดุ๊ก เมื่อออกจากศาลาแล้ว วรินทร์มายืนมองไปในศาลา ดุ๊กถามว่าเขาไล่เราอย่างกับหมูกับหมาจะไปสนใจอีกทำไม วรินทร์บอกว่าตนไม่ถือ กอหญ้าชี้ว่า เห็นๆอยู่ว่าเขาต้องการแย่งสนทรรศน์ไปจากเธอ

    “เวลานี้พี่เนตรต้องการคนปลอบใจ ก็มีแต่พี่ทรรศน์ ที่พอจะทำได้”

    พอดีรัชโรจน์พาสุดาดวงมาถึง ถามว่าทำไมอุ้ยมาอยู่ข้างนอก เธอปดว่ามารอพี่โรจน์กับคุณแม่ ถูกดุ๊กขัดคอว่ามารอหรือถูกไล่ออกมากันแน่

    พอสุดาดวงรู้ว่านัยน์เนตรไล่อุ้ยออกมาไม่ให้ไปเหยียบงานศพพ่อของตน สุดาดวงถามว่าทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ทะเลาะกันหรือเปล่า

    “เป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะค่ะ พี่เนตรเลยยังโกรธอุ้ย แต่ตอนนี้พี่ทรรศน์ก็อยู่ช่วยพี่เนตรในงานอยู่แล้ว”

    รัชโรจน์ชวนให้เข้าไปเดี๋ยวตนจะคุยกับนัยน์เนตรเอง วรินทร์ขอรอตรงนี้ดีกว่า เขานึกได้บอกว่าดีเหมือนกันเผื่อคุณพ่อมา สุดาดวงโพล่งออกทันทีว่า เขาไม่มาหรอก แล้วเดินหน้าตึงเข้าไปเลย รัชโรจน์จึงต้องรีบตามไป

    ปรากฏว่านัยน์เนตรไม่อยู่ในศาลา เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าใครจะเป็นประธานจุดธูปเทียน รัชโรจน์จึงไปตามหานัยน์เนตร พอดีวรินทร์พาคุณพ่อเข้ามานั่งข้างๆ

    คุณแม่ เมื่อโอฬารไปกราบพระกลับมา สุดาดวงไหว้ขอบคุณที่เขามา

    “ทีแรกก็ว่าจะไม่มา แต่คิดอีกที คนเราตายไปแล้ว จะได้อโหสิกรรมกันไป”

    เมื่อพระสวดอภิธรรมจบ โอฬารกับรัชโรจน์มายืนไหว้ส่งพระ จู่ๆรัชนีที่ถูกผีนิลุบลสิงก็เข้ามาตะโกนเรียกโอฬารแล้วตรงเข้าเกาะแขนทันที โอฬารดุว่ามาทำไม บอกให้รอในรถไง รัชนีอ้อนว่าในรถวังเวงจะตายไป โอฬาร จึงไล่ให้ออกไป

    “ไม่...นีไม่ไปไหนทั้งนั้น ทำไมคะ คุณกลัวคนเขาจะรู้เหรอว่าเราเป็นอะไรกัน”

    “รัชนี!” โอฬารเรียกปราม

    “พาผู้หญิงคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้” สุดาดวงโมโหสุดขีด

    “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันขอประกาศให้ทุกคนรู้ไว้ว่าฉันมีสิทธิ์จะอยู่ร่วมงานนี้ในฐานะเมียของคุณโอฬาร”

    ทุกคนบนศาลาตกใจ อึ้งไปตามกัน

    ooooooo

    สนทรรศน์ออกตามหานัยน์เนตร เธอหนีไปอยู่ในมุมลับตาคน สนทรรศน์ตามมาบอกว่าทุกคนในงานรอเธออยู่

    “เราต้องการทรรศน์”

    นัยน์เนตรโผกอดสนทรรศน์จนเขาตกใจถามว่าทำบ้าอะไรนี่เขตวัดนะ นัยน์เนตรกอดรัดเขาแน่น บอกว่าตนต้องการเขา ตอนนี้ปลอดคนเขาอยากทำอะไรตนยอมทุกอย่าง

    “เราไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น” สนทรรศน์เสียงดัง

    วรินทร์กับเพื่อนๆตามหานัยน์เนตร์ได้ยินเสียงสนทรรศน์รีบไปหา เห็นสนทรรเศน์กำลังแกะมือนัยน์เนตรออกบอกให้ปล่อย แต่เธอกลับดึงเขาเข้าไปจูบ เป็นจังหวะที่วรินทร์กับเพื่อนๆโผล่มาพอดี นัยน์เนตรทำเป็นตกใจปล่อยสนทรรศน์

    “มันไม่ใช่นะอุ้ย” สนทรรศน์รีบบอก

    “ขอโทษค่ะ อุ้ยแค่จะมาบอกว่าคุณแม่ไม่สบาย ขอกลับก่อน...อุ้ย...อุ้ยไปนะคะ” วรินทร์ว้าวุ่นจนทำอะไรไม่ถูก วิ่งออกไปเลย เพื่อนๆพากันวิ่งตาม

    “ทำอะไรของเธอนัยน์เนตร บ้าไปแล้วรึไง” สนทรรศน์ โมโห เธอกลับหัวเราะใส่หน้าอย่างสะใจ แล้วหยุดกึก ร่างอ่อนระทวยลงไป สนทรรศน์ตกใจรีบประคองไว้

    ที่ข้างๆนั้น วิญญาณพรรณทิพย์ที่เพิ่งออกจากร่างนัยน์เนตร ยืนมองอย่างสะใจก่อนหายตัวไป

    ooooooo

    สุดาดวงเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่ศาลาสวดศพมานพมาก กลับมาดูรูปที่ถ่ายกับโอฬารอย่างเจ็บแค้น วิญญาณนิลุบลตามติดมายืนเพ่งที่โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สุดาดวงหยิบขึ้นดูเห็นชื่อโอฬารก็ขว้างโทรศัพท์ทิ้ง

    ผีนิลุบลเข้าไปกระซิบว่า “เขาไม่รักแกแล้ว เขารักฉันรัชนีคนเดียว จะอยู่หรือตายก็เชิญ...จะอยู่หรือตายก็เชิญ...”

    “พอ! พอ!! พอ!!! พอซะที ฉันไม่อยากได้ยิน...” สุดาดวงร้องอย่างสุดทน แล้วจู่ๆขวดยาก็กลิ้งมาหยุดตรงหน้า เธอหยิบขวดยาขึ้นมองอย่างตัดสินใจ

    รุ่งขึ้น ขณะวรินทร์กำลังคุยกับสนทรรศน์เรื่องดูแลคุณยายใหญ่อยู่นั้น แก้ววิ่งตื่นตระหนกมาบอกว่า คุณผู้หญิงกินยาฆ่าตัวตาย คุณโรจน์พาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว วรินทร์วิ่งไปทันที สนทรรศน์วิ่งตามไปด้วย

    เวลาเดียวกัน ในห้องพิธีกรรมบ้านเธียร อสูรโขนหัวเราะพูดอย่างสะใจสุดๆว่า

    “หึๆ ในที่สุด ไอ้พวกพระยาเชลียงก็อ่อนแอและพ่ายแพ้ มีสิ่งใดเล่าที่ทำร้ายพวกมันได้เจ็บแสบ เท่ากับที่มันทำร้ายกันเอง ฮ่าๆๆ”

    ooooooo

    ที่โรงพยาบาล รังสรรค์ในมาดเสี่ยมาเยี่ยมสุดาดวง เขาขบกรามแน่นพูดอย่างแค้นใจว่า

    “ผมผิดเองที่ไม่ยอมไปงานศพลุงมานพด้วย ไม่งั้นแม่ไม่มีทางถูกพ่อรังแกแบบนี้แน่” รัชโรจน์ติงว่าคุณพ่อไม่ได้ทำร้ายคุณแม่ รังสรรค์หันขวับโต้ว่า “ควงเมียน้อยไปเย้ยต่อหน้าญาติคุณแม่นี่ ยังไม่เรียกว่าทำร้ายเหรอ แล้วนี่ถ้าพามาล้างท้องไม่ทันจะเป็นยังไง”

    “สุเป็นไงบ้าง” โอฬารพรวดเข้ามาถามอย่างตกใจ รังสรรค์สวนทันทีว่าคุณแม่รอดหมอช่วยไว้ ไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คุณพ่ออยากให้เป็น ไล่ให้กลับไปเสีย เพราะคุณแม่คงไม่อยากเห็นหน้าคุณพ่อหรอก

    “นี่แกกล้าไล่ฉันเหรอ” โอฬารเลือดขึ้นหน้า รัชโรจน์ เห็นเรื่องจะลุกลาม บอกรังสรรค์ให้ไปข้างล่างดีกว่า

    “พี่ไม่ต้องมาห้ามผม แม่เป็นขนาดนี้ คิดว่าผมจะยอมง่ายๆเหรอ กลับไปเลยไป” รังสรรค์กร่างเต็มที่

    โอฬารถามว่าค่าแอดมิดโรงพยาบาลเท่าไหร่ เขามีปัญญาจ่ายหรือ รังสรรค์โอ่ว่าเท่าไหร่ตนก็มีจ่ายตอนนี้ตนมีธุรกิจของตัวเองแล้ว ตนจะดูแลทุกอย่างเอง ถูกโอฬารปรามาสว่าธุรกิจผิดกฎหมายใช่ไหม

    “พ่อจะรู้ไปทำไม รู้แค่ผมรวยก็พอ จะให้ผมช่วยเรื่องเงินทุนก็ได้นะ ฟรี! ถือว่าชดใช้ที่เคยเลี้ยงดูผมมาก็แล้วกัน”

    รังสรรค์ยโสโอหังก้าวร้าวจนไม่รู้บาปบุญคุณโทษ โอฬารสุดทนผลุนผลันออกไป ประกาศว่าตนจะไม่ไปเหยียบบ้านนั้นอีก รัชโรจน์เครียดรีบตามไป เจอวรินทร์กับสนทรรศน์มาถึงพอดี เธอถามว่าคุณพ่อเป็นอะไรตนพูดด้วยก็ไม่พูด หรือว่าคุณแม่...

    “คุณแม่ปลอดภัยแล้ว หลับอยู่ แต่นายสรรค์น่ะสิ ชวนคุณพ่อทะเลาะ สองคนไปเยี่ยมคุณแม่ก่อน พี่จะไปคุยกับคุณพ่อ” รัชโรจน์วิ่งออกไปทันที

    รัชโรจน์ตามไปถึงไซต์งาน แต่หาพ่อไม่เจอ เขาแหงนมองขึ้นไป เห็นโอฬารยืนอยู่ที่ราวกั้นดาดฟ้า มือหนึ่งจับราวกั้นไว้ เขาตะโกนเรียกพ่อสุดเสียงแล้ววิ่งขึ้นไปรวบตัวพ่อดึงออกมาสุดแรงจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน

    “พ่อ...พ่อจะหนีไปง่ายๆแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่ยอม”

    “โรจน์ นี่แกจะบ้ารึไง คิดว่าฉันจะทำอะไร...พ่อไม่ทำแบบนั้นหรอก” โอฬารลุกขึ้น ยื่นมือไปดึงรัชโรจน์ลุกขึ้น

    “มา ลุกขึ้น เหมือนเวลาที่แกหกล้มตอนเด็กๆไง”

    “พ่อ พวกเราทุกคนรักพ่อนะครับ แม้แต่นายสรรค์ มันพูดไปเพราะไม่ทันคิด”

    โอฬารเดินไปที่ราวกั้นดาดฟ้า ชี้ออกไป บอกความในใจของผู้เป็นพ่อด้วยเสียงสะท้านสะเทือนใจว่า...

    “นี่คือสิ่งที่ฉันตั้งใจสร้างไว้ให้ทุกคน แกรู้ไหม ชีวิตฉันมันเริ่มจากศูนย์ ไม่สิ..ติดลบด้วยซ้ำ ฉันกำพร้า จน...จนมาก แต่แม่แกก็ไม่เคยรังเกียจ เขาสนับสนุนฉัน เคียงข้างฉัน ช่วยฉันทุกทาง จนฉันได้มีวันนี้ แต่ฉันก็กลับทำลายมันทุกอย่างด้วยมือฉันเอง”

    “พ่อครับ ล้มได้ก็ลุกได้ อย่าเพิ่งยอมแพ้ พวกเราเป็นกำลังใจให้พ่อนะครับ” โอฬารถามว่าถึงแม้พ่อจะทำให้ทุกคนผิดหวังหรือ “งั้นผมถามพ่อตรงๆ เรื่องเลขาคนนั้นได้ไหมครับ มันจริงรึเปล่า ที่พ่อคิดจะมีเขาอีกคน?”

    “โรจน์ ครั้งหนึ่งพ่อเคยพลาดมาแล้ว แล้วก็ไม่คิดจะทำให้แม่แกเสียใจอีก แต่...พ่อก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”

    ทันใดนั้น ประตูดาดฟ้าเปิดผาง รัชนีที่ถูกผีนิลุบลสิงก้าวพรวดออกมา โอฬารเครียด บอกรัชโรจน์ว่าตนจะคุยกับเขาเอง สัญญาว่าทุกอย่างต้องจบ รัชโรจน์จึงเดินออกไปทั้งที่เป็นห่วงพ่อ พอลงมาเขาโทร.บอกวรินทร์ว่าจะหาทางเกลี้ยกล่อมให้พ่อกลับบ้านให้ได้ ไม่ต้องห่วง

    โอฬารคุยกับรัชนีขอร้องให้เธอออกไปจากชีวิตตนเสีย จะให้เงินก้อนหนึ่งให้เธอไปตั้งตัว รัชนีตีหน้าเศร้าบอกว่าตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการตัวเขา

    “มันเป็นไปไม่ได้ ฉันมีครอบครัวของฉันที่ต้องดูแล เอาเป็นว่า ฉันจะพยายามโอนเงินให้เธอภายในสองสามวันนี้ แล้วฉันก็ขอเตือนว่า อย่าไปยุ่งกับครอบครัวฉันเด็ดขาด”

    โอฬารเดินลงมาบอกรัชโรจน์ว่าทุกอย่างเรียบร้อย เรากลับบ้านเรากันเถอะ

    รัชนีที่ถูกผีนิลุบลสิงยิ้มเหี้ยม จ้องโอฬารอย่างอาฆาตแค้น เธอใช้เลือดเขียนที่กำแพงดาดฟ้าว่า

    “คุณไม่รักนี นีขอตาย ลาก่อน คุณโอฬาร”

    พอโอฬารกับรัชโรจน์เดินออกมาถึงหน้าอาคารออฟฟิศทาวเว่อร์ ร่างของรัชนีก็ร่วงลงมากองตรงหน้าแขนขาหักพับผิดรูป เลือดนองพื้น โอฬารช็อก เข่าอ่อนทรุดกับพื้น

    ที่ดาดฟ้า ผีนิลุบลชะโงกมองลงมายิ้มสะใจสุดๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์