นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'

    วรนาฎพลิกรูปกลับมา ดูรูปคู่ที่ยิ้มแย้มมีความสุขนั้น รำพึงอย่างปวดร้าว...

    “แต่แล้ว ฉันก็รักษาคำสัญญาของเราเอาไว้ไม่ได้”

    สนทรรศน์บอกว่าตนมั่นใจว่าคุณปู่ท่านไม่มีทางโกรธคุณยายใหญ่ รัชโรจน์พึมพำว่าไอ้โขนก่อกรรมกับผู้คนไว้ไม่น้อยเลย แม่ชีแสงบุญสอนหลานว่า...

    “หลานรู้ไหม กิเลสมันพาให้เราตีความสิ่งต่างๆ วิปลาสคลาดเคลื่อน จนไม่อาจเห็นโลกความจริง พอเราคิดผิด เข้าใจผิด ก็ย่อมทำผิด ไม่เพียงแต่ไอ้โขนหรอก เราทุกคนก็ด้วย พระพุทธองค์ท่านถึงทรงสอนว่าจะทำอะไรให้มีสติกำกับไว้”

    “ตอนนั้นถ้ายายเข้มแข็งและมีสติพอ ก็คงไม่หลงกลอสูรโดยง่าย” วรนาฎเอ่ย รำพึงอย่างเสียดายว่า “ชั่วชีวิตนี้ยายคงไม่มีความสุขอย่างนั้นอีกแล้ว”

    “มีสิคะ พวกเราจะช่วยให้คุณยายใหญ่มีความสุขอีกครั้งเอง” วรินทร์เอ่ย สบตาสนทรรศน์อย่างมีนัย

    ครู่หนึ่งสนทรรศน์พายเรือให้วรนาฎนั่งเก็บดอกบัวไปในบึง คุยอย่างมีความสุขว่า

    “คุณยายใหญ่ไม่ใช่แค่ยายของอุ้ย แต่เป็นผู้หญิงที่คุณปู่ผมรัก ผมอยากทำให้คุณยายใหญ่มีความสุขเหมือนที่คุณปู่ของผมท่านเคยทำมาก่อน”

    วรนาฎรำพึงว่าสุรนิตย์คงโกรธตนมาก สนทรรศน์แย้งว่า “ไม่จริง คุณปู่ยังคิดถึงคุณยายอยู่เสมอ”

    “ถ้าอย่างนั้น พ่อทรรศน์เล่าให้ยายฟังได้ไหม...ว่าปู่ของพ่อทรรศน์เป็นยังไงบ้าง หลังจากที่เราจากกันแล้ว...”

    สนทรรศน์พายเรือในบึงบัว พลางเล่าเรื่องปู่สุรนิตย์ให้คุณยายใหญ่ฟัง มีความสุขทั้งผู้เล่าและผู้ฟัง

    ที่ศาลาริมบึง วรินทร์ แม่ชีแสงบุญและรัชโรจน์ดูเรือน้อยในบึงบัวพลอยมีความสุขไปด้วย วรินทร์เอ่ยว่า คุณยายใหญ่แข็งแรงและสดชื่นขึ้น แต่แสงบุญยังห่วงว่าถ้าพี่สาวยังยึดติดอยู่กับอดีต โหยหาความทรงจำในอดีต มันจะทำให้ทุกข์มากกว่าสุข รัชโรจน์ติงว่าคงระยะแรกเท่านั้น ตอนนี้คุณยายใหญ่ได้อิสระคืนมา ท่านคงอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

    “อุ้ยยอมทำทุกอย่าง ขอให้คุณยายใหญ่ท่านได้พบกับความสุขที่ท่านรอคอยมาตลอดชีวิต”

    “ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ล้วนไม่เที่ยง แต่คนเรากลับยึดมั่นถือมั่น เช่นนี้แล้วก็ไม่มีทางหลุดพ้น” แม่ชีเอ่ยอย่างกังวลใจ

    คืนนี้วรนาฎฝันร้ายว่าอสูรโขนเข้ามาหา ถามว่าแน่ใจหรือว่าอยากตายในสภาพหญิงชราอย่างนี้ ทั้งที่ความรักและความหวังยังรออยู่ คนรักอุตส่าห์ข้ามภพข้ามชาติมาหาแล้วจะทิ้งไปอย่างนั้นรึ จากนั้นทั้งข่มขู่และโน้มน้าวให้วรนาฎยอมให้สืบทายาทต่อไปเพื่อจะได้คงความสาวความสวยไว้เหมือนเดิม และได้พบกับคนรักใหม่ ไม่ต้องผิดหวังอย่างที่แล้วมา

    วรนาฎหวีดร้องหวาดกลัว อสูรโขนคว้าคอบีบ แล้วคายตะขาบออกมาพุ่งเข้าหาวรนาฎทันที

    พอสะดุ้งตื่น วรนาฎคลำคอตัวเองอย่างหวาดกลัว บอกแม่ชีแสงบุญที่นั่งสมาธิอยู่ใกล้ๆว่า

    “ไอ้โขนมันยังไม่ตาย มันจะมาใช้ร่างของพี่ พี่จะทำยังไงดี ตอนนี้พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากมีชีวิตอยู่หรืออยากตาย”

    “พี่นาฎ ความตายนั้นไม่ว่าเร็วหรือช้า ก็จะมาถึงทุกคน หากวันนี้เรายังมีชีวิตอยู่ แม้เหลือเวลาเพียงน้อยนิด ก็ควรหมั่นเจริญมรณสติ ยิ่งระลึกถึงความตาย ยิ่งช่วยให้ปล่อยวางได้ เมื่อวินาทีนั้นมาถึง จะได้มีเสบียงบุญไปสู่ภพหน้า ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ”

    วรนาฎยิ้มอย่างเข้าใจคำสอน ค่อยๆหลับตาจิตสงบลงอีกครั้ง

    แม่ชีแสงบุญค่อยๆดึงมือออกจากการเกาะกุมมือพี่สาว มองด้วยความรู้สึกกังวลบางอย่าง...

    ooooooo

    เธียรมุ่งมั่นประกอบตุ๊กตากุมารสังคโลกจนเสร็จ เขาฟุบหลับไปกับโต๊ะเพราะอดนอนมาทั้งคืน ครู่หนึ่งมีเงาตะขาบค่อยๆเคลื่อนเข้ามาทาบร่างเธียรไว้...

    เธียรในสภาพตาแข็ง ขอบตาคล้ำดำ ถือตุ๊กตากุมารสังคโลกไปที่เตาทุเรียงในอุทยาน ยามถามว่าอาจารย์มาทำไมค่ำมืด อุทยานปิดทำการแล้ว เธียรไม่ตอบ เดินดิ่งไป ยามตามไปจับแขน เธียรหันกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะหึๆ น่ากลัวอยู่ข้างหลัง พอยามหันไปวิญญาณอสูรโขนพุ่งเข้าใส่ทันที ยามร้องสุดเสียงแล้วเงียบไป

    เธียรเอาตุ๊กตากุมารสังคโลกวางไว้ในเตาทุเรียง นั่งขัดสมาธิบริกรรมคาถา พอลืมตาขึ้น ดวงตาก็เป็นสีเขียวมรกตแข็งกร้าว พอหงายมือขึ้นมีดวงไฟคุโชน เธียรสะบัดมือทีเดียวไฟในเตาทุเรียงก็ลุกพรึ่บ จากนั้นเสียงอสูรโขนว่าคาถา แล้วขอกับองค์เทพศตบาทอย่างอาฆาตแค้นว่า

    “ข้าแต่องค์เทพศตบาท ด้วยพลังแห่งความอาฆาตแค้น พลังแห่งความมืดดำชั่วร้ายที่สุดของก้นบึ้งแห่งจิตใจข้า ข้าขอพลังจากท่าน ขอท่านจงช่วยข้าบดขยี้พวกมันอีกครา!”

    ทันใดลมพัดแรงราวกับพายุกำลังจะมา บรรดาสัตว์เลื้อยคลานต่างก็ออกจากหลุม จากรู มารวมตัวกันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด อสูรโขนยังคงว่าคาถาไม่หยุด

    ครู่หนึ่งอสูรโขนเข้าซ้อนในร่างเธียร พออ้าปาก ตะขาบก็พุ่งออกมาเป็นเงาดำเข้าไปในตัวตุ๊กตากุมารสังคโลก เธียรล้มสลบไปทันที ตุ๊กตากุมารสังคโลกตาวาวขึ้น เสียงอสูรโขนจากตุ๊กตาดังก้องไปทั่วอุทยานศรีสัชนาลัยว่า...

    “ไม่มีคำว่าอโหสิ! พวกเอ็งทุกคนต้องเซ่นสังเวยไฟแค้นของข้า! จำไว้ ไอ้พวกพระยาเชลียง!!”

    พริบตานั้นท้องฟ้าก็กลายเป็นสีเลือดแดงฉาน!

    ooooooo

    วันนี้รัชโรจน์พาสุดาดวง วรินทร์และวรนาฎไปวัดศรีสัชนาลัย ส่งทุกคนลงแล้วขับเลยไปหาที่จอดรถ ขณะแวะซื้อดอกไม้ธูปเทียนนั้น เห็นเธียรเดินอยู่ จึงร้องทักแต่เธียรเดินทื่อหายไป พอดีวรินทร์วิ่งตามมาบอกว่าคุณยายใหญ่เป็นลม!

    เมื่อพากันกลับมาถึงเรือนปั้นหยา สุดาดวงให้วรินทร์เช็ดตัวให้คุณยาย ส่วนตัวเองจะไปเตรียมอาหารเพราะตั้งแต่กลับมาคุณป้ายังไม่ยอมทานอะไรเลย บ่นอย่างกังวลว่าจะให้อยู่โรงพยาบาลก็ไม่ยอมอยู่

    “คุณยายใหญ่คงอยากอยู่ใกล้ๆลูกหลานน่ะค่ะคุณแม่ อยู่บ้านท่านคงสบายใจกว่าอยู่โรงพยาบาล”

    แม่ชีแสงบุญกุมมือพี่สาวบอกว่าตนต้องกลับไปจัดการธุระที่สำนักก่อน แล้วจะลงมาเยี่ยมบ่อยๆ

    “จากกันคราวนี้ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกไหม พี่รู้ตัวว่าคงอยู่อีกไม่นาน”

    “อย่าลืมสิว่า ดวงจิตที่เข้มแข็งจะทำให้ร่างกายนั้นแข็งแรงขึ้นไปด้วย ที่สำคัญการกำหนดลมหายใจให้รู้ตัวตลอดเวลาจะขจัดความกลัวที่อยู่ในหัวใจให้หายไปได้ หมั่นเจริญภาวนาอย่างที่ฉันสอนเอาไว้นะจ๊ะ”

    แม่ชีแสงบุญปลอบใจวรนาฎ พอหันไปก็เห็นวรินทร์นั่งมองคุณยายใหญ่อยู่อย่างไม่สบายใจ

    สุดาดวงติงว่าคุณแม่ไม่น่ารีบกลับน่าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณป้าอีกสักพัก เพราะคุณป้าดูอ่อนแรงลงไปมาก ตนกลัวว่า...

    “อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ไม่มีใครห้ามความตายได้ ที่สำคัญคือต้องทำให้ป้าเราปล่อยวางและยอมรับความจริงให้ได้มากที่สุด นี่ถ้าร่างกายเขาไม่อ่อนแอแบบนี้ แม่คงพาเขาไปที่สำนัก ไปปฏิบัติธรรมที่นั่น”

    รัชโรจน์เข้ามาบอกแม่ชีว่ารถพร้อมแล้ว สุดาดวงไหว้ลา แม่ชีอวยพร ขอให้พระธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธ–เจ้าคุ้มครอง สุดาดวงกำชับรัชโรจน์ให้ดูแลแม่ชีด้วย

    “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะส่งคุณยายเล็กให้ถึงสำนักเลย”

    รัชโรจน์ขับรถเลี้ยวออกไป แม่ชีแสงบุญนั่งเบาะหลังซ้ายมือของคนขับ ทันใดนั้นท้องฟ้าก็อึมครึมขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และมีเงาตะขาบลอยวนไปมามากมาย

    ooooooo

    แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อไฟในอาคารออฟฟิศทาวเวอร์ที่โอฬารสร้างไม่ทันเสร็จ ดับทั้งอาคาร ช่างไปดูที่ห้องเมนไฟ ไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ทันใดก็เห็นตะขาบเลื้อยออกมาจากด้านใน ช่างไฟมองอึ้ง

    ใกล้ๆนั้น เธียรยืนแหงนมองช่างตาแดงน่ากลัว ทันใดไฟก็สว่างขึ้น รัชนีเลขาสาวคนใหม่ของโอฬารบอกว่าไฟติดแล้ว พูดไม่ทันขาดคำไฟก็ดับอีก เธอตกใจโดดกอดโอฬาร ทั้งสองจ้องตากัน พอโอฬารรู้สึกตัวก็ผลักเธอออก โอฬารเห็นเธียรเดินผ่านเขารีบเดินตาม

    ครู่เดียว ช่างไฟก็วิ่งมาชนโอฬารกระเด็นร้องอย่างหวาดกลัวว่าไม่ไหวแล้ว ไม่อยู่แล้ว พลันก็เกิดเสียงไฟช็อต ฟู่ๆ ช่างอีกคนที่ปีนบันไดซ่อมไฟอยู่ บันไดล้มช่างร่วงลงมาหมดสติ โอฬารเอะใจแหงนมอง เห็นคัตเอาต์ระเบิด ไฟลุกพรึ่บ!

    เวลาเดียวกัน สุดาดวงกำลังอบขนมอยู่ที่บ้าน จู่ๆไฟก็ดับ สุดาดวงตกใจบอกแก้วให้ไปดูคัตเอาต์ ตัวเองยืนมองเตาอบใจคอไม่ดี ขณะนั้นเอง รังสรรค์เดินเข้ามาบอกว่ารบกวนคุณแม่หน่อย พอดีโปรเจกต์งานตนมีปัญหา แต่ไม่ทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ของสุดาดวงก็ดังขึ้น เธอขอรังสรรค์รับสายก่อน พอรับสายสุดาดวงก็ร้องตกใจ “อะไรนะคะ!”

    สุดาดวงรีบไปที่อาคารออฟฟิศทาวเวอร์ที่โอฬารกำลังก่อสร้างถามหาโอฬารอย่างตื่นตระหนก พบโอฬารถามแปลกใจว่าเธอมาได้ยังไง ตนไม่เป็นอะไร สุดาดวงบอกว่าเลขาของเขาโทร.บอกว่าหม้อแปลงระเบิดคนงานบาดเจ็บตนเลยรีบมา

    โอฬารตำหนิเลขาที่เพิ่งมาทำงานใหม่ เลขาขอโทษที่ตนตกใจไปหน่อย สุดาดวงถามว่าแล้วมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า

    “มีถูกไฟช็อตคนหนึ่ง ส่งโรงพยาบาลไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าเป็นไงบ้างผมยังไม่ได้ไปดู เอ่อ...คุณ ช่วงนี้ผมไม่กลับบ้านนะ จะอยู่ไซต์งาน เร่งงานให้เสร็จตามกำหนด คุณช่วยจัดเสื้อผ้าแล้วให้สว่างเอามาให้ผมด้วย”

    สุดาดวงรับคำ หันไปยิ้มให้รัชนีแต่แล้วก็งง เมื่อรัชนียิ้มตอบแต่มีแววเยาะในดวงตา

    ooooooo

    รังสรรค์ไม่ทันพูดอะไร สุดาดวงก็รีบไปที่ออฟฟิศทาวเวอร์ด้วยความเป็นห่วงโอฬาร รังสรรค์จึงขี่มอเตอร์ไซค์ หลังสะพายเป้ออกจากบ้าน ไปถึงถนนเปลี่ยวก็ถูกรถกระบะพุ่งออกมาจากข้างทางปาดหน้าขวางไว้

    มันคือลูกน้องของตุลย์เจ้าของเว็บพนันบอลออนไลน์ ตามล่ารังสรรค์ไปให้เจ้านายรีดหนี้ รังสรรค์ถูกหิ้วปีกไปให้ตุลย์ที่ผับดูดีมีระดับ ตุลย์ถามเสียงเข้มว่า

    “ไหนว่าเป็นเซียนพนันออนไลน์ไง คุณได้เงินจากเว็บผมไปมาก ผมปล่อยเครดิตให้ไปก็มาก ถึงคราวที่แล้วจะจ่ายช้าแต่ก็หามาจนได้ แล้วคราวนี้เกิดอะไรขึ้น ยูสเซอร์ผู้ภักดีถึงได้เบี้ยวนัด”

    รังสรรค์ขอเวลา บอกให้เอามอเตอร์ไซค์ของตนไปเลย ตุลย์รับกุญแจรถบอกว่าเหลืออีกหนึ่งแสนตนจะส่งคนไปทวงกับโอฬาร มนัสวานิชย์เอง รังสรรค์ตกใจสุดขีดอ้อนวอนอย่าให้ที่บ้านตนรู้เด็ดขาด

    “งั้นเหรอ งั้นก็เหลือทางเดียว”

    ตุลย์โยนห่อยาให้รังสรรค์ เขามองห่อยาอึ้ง แต่ก็ต้องรับเอาไปที่ซอกตึกแห่งหนึ่งที่นัดจ๊อดผู้ซื้อไว้ จ๊อดรับยาแล้วส่งเงินให้ปรามว่า “ส่งให้ถึงมือเฮียตุลย์นะโว้ย”

    ทันใดนั้นไฟจากไฟฉายสาดเข้ามา จ๊อดตะโกน “ตำรวจ เผ่น!” พวกจ๊อดกระโดดแผล็บหนีไปอย่างชำนาญทาง รังสรรค์ตะลึงยืนงงอยู่อึดใจแล้วรวบเงินวิ่งตามพวกจ๊อดไป

    ooooooo

    แต่เพราะไม่รู้ทางหนีทีไล่ รังสรรค์วิ่งไปชนตำรวจเข้าอย่างจัง ตำรวจสั่งให้ยกมือขึ้น รังสรรค์กลัวจนร้องไห้ ยกมือไหว้อ้อนวอนอย่ายิง ตนยอมแล้ว แต่ตำรวจกลับตาเหลือกถอยกรูดโกยแน่บหายไปในความมืด

    รังสรรค์ตัดสินใจวิ่งไปอย่างไร้ทิศทาง พอดีจ๊อดขี่มอเตอร์ไซค์มาเทียบ เขาโดดขึ้นซ้อนท้ายหนีไปด้วยกัน

    เช้าวันนี้ ที่สำนักทะเบียนมหาวิทยาลัย สนทรรศน์กับวรินทร์ยืนอยู่หน้าห้องลงทะเบียน ยื่นเอกสารแล้วเห็นนัยน์เนตรยืนอยู่ สนทรรศน์ถามว่ามาลงทะเบียนหรือ นัยน์เนตรบอกว่ามาทำเรื่องพักการเรียน มาจ่ายค่ารักษาสถานภาพนักศึกษา

    วรินทร์ตกใจถามว่าพักทั้งเทอมเลยหรือ แบบนี้ก็เท่ากับจบไม่ทันเพื่อนๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น?

    นัยน์เนตรประชดว่าถามทำไมทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้ว วรินทร์จับมือนัยน์เนตรชี้แจงว่าคุณพ่อกับรังสรรค์ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณลุง พวกเราทุกคนถูกอสูรมันดลบันดาลให้เข้าใจผิดกัน นัยน์เนตรดึงมือออกพูดเกือบเป็นตวาดว่า

    “เลิกโทษอสูรเสียที ถึงไม่มีอสูร เราก็ไม่มีทางญาติดีกันได้” พูดแล้วผละไปทันที

    สนทรรศน์บอกวรินทร์ให้ปล่อยเขาไปก่อน รู้อยู่แล้วว่าเขาทิฐิแรงขนาดไหน อธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ต้องรอให้เขาตาสว่างเอง วรินทร์ได้แต่มองตามนัยน์เนตรไปด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    นัยน์เนตรหลบไปร้องไห้อยู่ข้างตึกด้วยความอับอายและเจ็บใจในโชคชะตา ครู่หนึ่งวรินทร์โผล่มา มองนัยน์เนตรด้วยสายตาไร้แวว พูดเยาะเย้ยแดกดันผิดวิสัยวรินทร์ว่า

    “ร้องไห้ทำไม อายเหรอ โถ...ทำใจเถอะพี่สาว แข่งอะไรแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันลำบาก” นัยน์เนตรหันขวับจิกตาใส่ วรินทร์ยังคงเยาะเย้ยว่า “ก็เข้าใจนะว่าคนที่เคยชูคอเชิดเป็นนางหงส์ ถึงคราวตกอับขึ้นมามันก็ทำใจไม่ได้ ไหนจะถูกแย่งแฟน แล้วพ่อก็ยังมาพิการ ทำไมไม่เอาพ่อมาเร่ขอทานล่ะ เผื่อคนแถวนี้สงสาร จะได้โยนเศษเงินให้บ้าง”

    “มันจะดูถูกกันเกินไปแล้ว” นัยน์เนตรเงื้อมือตบแต่วืดหน้าคะมำไป พอตั้งหลักได้เห็นวรินทร์ไปยืนอยู่ข้างหลังแล้ว ซ้ำเย้ยว่ายังไงก็แพ้ตนทุกทาง นัยน์เนตรเอะใจถามว่านี่ไม่ใช่ตัวจริงของแก “แกได้เห็นตัวจริงของฉันแน่ แต่ไม่ใช่วันนี้ นังนัยน์เนตร นังขี้แพ้ ฮ่ะๆๆๆ” วรินทร์เดินหัวเราะเยาะออกไป

    เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ...นอกจากพ่อเป็นอัมพาต ถูกวรินทร์ดูถูกเหยียดหยามแล้ว กลับถึงบ้านนัยน์เนตรยังได้รับจดหมายแจ้งว่ามานพถูกปลดออกจากราชการด้วย เธอยิ่งแค้น พึมพำอาฆาต...

    “ครอบครัวฉันต้องล่มสลายเพราะพวกแก แต่ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้!”

    ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างวูบหนึ่ง แผ่นพับและโบรชัวร์ต่างๆปลิวตกจากโต๊ะ นัยน์เนตรก้มเก็บ เห็นแผ่นพับสถานบันเทิงที่พรรณทิพย์เคยทำงานประกาศ “รับสมัครสาวสวย หน้าตาดีจำนวนมาก” เธออ่านอย่างสนใจ...

    ooooooo

    ช่างไฟที่ถูกหลอกหลอน คนหนึ่งตกบันได หมดสติ อีกคนขวัญหนีดีฝ่อขอลาออก ทำให้โอฬารยิ่งเครียด กลัวงานไม่เสร็จตามโครงการ ขณะช่างไฟออกไปเจอสุดาดวงหิ้วปิ่นโตมาถามว่าโอฬารอยู่ไหน เขาบอกว่าอยู่ในห้องทำงาน

    สุดาดวงให้นายสว่างรออยู่แถวนี้ตนจะเอาปิ่นโตไปส่งคุณผู้ชาย

    มาถึงประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มอยู่ สุดาดวงชะงักตัวชาวาบเมื่อมองไปเห็นรัชนีนั่งตักโอฬารกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม เธอช็อกเอามือปิดปากวิ่งกลับไป

    ทันใดนั้นโอฬารผลักรัชนีหงายตกจากตักนั่งจ้ำเบ้า ที่พื้น เขาตวาดว่าคุณทำอะไรนี่รัชนี ฝ่ายรัชนีท่าทางงงๆ ถามว่า ตนมาที่นี่ได้ยังไง มองตัวเองเห็นกระดุมเสื้อหลุดก็ตกใจรีบดึงเสื้อปิด โอฬารตวาดว่า

    “อย่ามาใช้ลูกไม้แบล็กเมล์อะไรผม มันไม่ได้ผล ผมไล่คุณออก!”

    โอฬารผลุนผลันเดินออกไป รัชนีมองสภาพตัวเองงงๆ

    ooooooo

    วรินทร์ให้แก้วดูแลรับใช้คุณยายใหญ่ที่เรือนปั้นหยา วรินทร์กับสนทรรศน์กลับมาเจอแก้วนั่งอยู่ข้างนอก วรินทร์ถามว่าทำไมไม่อยู่เป็นเพื่อนคุณยายใหญ่เผื่อท่านเรียกใช้ แก้วบอกว่าเห็นท่านหลับอยู่

    วรินทร์ถามว่าคุณยายใหญ่ทานข้าวเรียบร้อยแล้วใช่ไหม แก้วบอกว่าท่านไม่ยอมทานบอกว่าไม่หิว

    ครู่หนึ่ง วรินทร์กับสนทรรศน์เปิดประตูห้องเข้ามา วรินทร์ถือชามข้าวต้มมาด้วย วรนาฎได้ยินเสียงเปิดประตูนึกว่าแก้ว พูดโดยไม่หันมองว่า

    “แก้ว ฉันขอเถอะนะ อย่าบังคับกันเลย ฉันยังไม่อยากกิน”

    “แต่ถ้าไม่ทานอะไรเลย คุณยายใหญ่จะไม่มีแรงนะครับ” สนทรรศน์เข้ามาข้างเตียงเอ่ยขึ้น

    วรนาฎหันมาทักทันทีว่า “พี่สุรนิตย์...” แต่พอเห็นหน้าเต็มๆ ก็ขอโทษเปลี่ยนเป็นเรียกสนทรรศน์แทน บ่นตัวเอง ว่ายายเลอะเลือนใหญ่แล้ว วรินทร์บอกว่าตนเจอสนทรรศน์ที่มหาวิทยาลัยเขาขอมาเยี่ยมคุณยายใหญ่ด้วย แล้ววรินทร์ก็ขอให้คุณยายใหญ่ทานข้าวต้มหน่อยเดี๋ยวให้สนทรรศน์ป้อนให้

    “นะครับ ทานข้าวเยอะๆจะได้แข็งแรง แล้วเดี๋ยวถ้าทานข้าวเสร็จ ผมกับอุ้ยจะพาลงนั่งเล่นที่สวนด้วยกัน ไปสูดอากาศข้างนอก จะได้สดชื่น ตกลงนะครับ”

    สนทรรศน์อ้อน วรนาฎมองปลื้มพยักหน้า ทั้งสองดีใจที่คุณยายใหญ่ยอมให้สนทรรศน์ป้อนข้าวต้มให้ แถมชมว่าฝีมือสุดาดวงดีจริงๆ

    สนทรรศน์ป้อนข้าวต้มให้คุณยายใหญ่อย่างอ่อนโยน ทะนุถนอม วรินทร์มองปลื้มแล้วค่อยๆเลี่ยงออกไป...

    วรินทร์กลับมาที่โถงบ้านมนัสวานิชย์ เห็นสุดาดวง นั่งร้องไห้อยู่ ตกใจเข้าไปถามว่าคุณแม่เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น

    สุดาดวงที่ไม่เคยเล่าอะไรที่ทำให้ลูกดูพ่อไม่ดีและไม่สบายใจ รีบเช็ดน้ำตาบอกว่าแม่ไม่เป็นอะไร

    แค่รู้สึกเหนื่อยๆเท่านั้น วรินทร์กอดปลอบแม่ว่า

    “อุ้ยรักแม่นะคะ”

    “แม่ก็รักอุ้ย รักลูกทุกคนมากที่สุดแม่ถึงต้องอดทน นี่อุ้ยเพิ่งมาจากเรือนปั้นหยาใช่ไหม คุณยายใหญ่เป็นยังไงบ้าง”

    “อ๋อ...ก็อยู่กับพี่ทรรศน์น่ะค่ะคุณแม่ คุณยายใหญ่ท่านดูมีความสุขมาก อุ้ยเลยอยากให้พี่ทรรศน์อยู่กับ

    คุณยายใหญ่นานๆ...อุ้ยสงสารคุณยายใหญ่ค่ะ นี่ใช่ไหมคะแม่ ที่เขาพูดกันว่าที่ไหนมีรักที่นั่นมีทุกข์”

    “ใช่ลูก...เป็นความจริงที่สุดเลย” สุดาดวงตอบจากความรู้สึกจริงๆของตัวเองขณะนี้

    ooooooo

    ลูกน้องของตุลย์คุมตัวรังสรรค์เอาเงินที่ขายยาได้ไปให้ตุลย์ที่ห้องทำงานในผับของเขา เขานับแล้วเอ่ยพอใจ

    “โอเค ถือว่าเป็นผลงานที่เหนือความคาดหมายสำหรับมือใหม่อย่างคุณ ได้ข่าวว่าเซียนพอตัวนี่ ตำรวจคว้าตัวไม่ทันแสดงว่ารู้ทางหนีทีไล่” รังสรรค์บอกว่าเกือบไปเหมือนกันแต่โชคช่วย “อย่าถ่อมตัวเลยน่า หน่วยก้านดีแบบนี้ ถ้าได้ร่วมงานผมรับรองว่าเราจะช่วยกันรวย วินๆ กันทั้งสองฝ่าย”

    รังสรรค์บอกว่าแค่ครั้งเดียวตนพอแล้ว และขอตัวกลับ แต่ตุลย์เรียกไว้ โยนเงินให้สองปึกบอกว่า รอบนี้ให้เครดิตสองแสนเลย รังสรรค์มองเครียดไม่ทันปฏิเสธ ตุลย์ก็ตัดบทว่า...

    “เอาไปใส่บัญชีเล่นซะ ผมรู้ คุณน่ะไม่ธรรมดา จะแทงอะไรคุณก็ชนะ โชคกำลังอยู่ข้างคุณ เชื่อผม”

    แล้วคืนนี้ตุลย์ก็ให้ลูกน้องเอารถมอเตอร์ไซค์มาคืนรังสรรค์ที่หน้าผับหรูแห่งหนึ่ง

    เก่ง ลูกน้องตุลย์ที่เอารถมาคืนบอกรังสรรค์ว่า

    “แกเป็นคนแรกที่บอสพอใจถึงขนาดคืนของให้ หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะ ไอ้น้อง”

    “ไม่อ่ะ” รังสรรค์ปฏิเสธ พลางสวมหมวกกันน็อก

    ขณะรังสรรค์สตาร์ตรถนั้น นัยน์เนตรแต่งตัววาบหวามก็เดินมาที่หน้าผับ เธอหยุดมองเหมือนพยายามทำใจเรียกกำลังใจที่จะฮึดสู้เพื่อพ่อ

    รังสรรค์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในจังหวะที่นัยน์เนตรเดินเข้าผับไปพอดี...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์