นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ทายาทอสูร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'



    ภาพและเสียงร้องโหยหวนของโขนในเตาทุเรียงสร้างความสยดสยองแก่ทุกคนในห้องจัดงาน...

    ท่ามกลางความเงียบงัน ควันดำลอยกลับเข้าเข็มกลัดของโอฬาร แล้วทุกคนก็ตื่นจากภวังค์ ภาพสยดสยองหายไป โอฬารกับวรินทร์มองหน้ากันอย่างแปลกใจ โอฬารถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อกี๊ตนรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเมืองเชลียงจริงๆ รังสรรค์บอกว่าตนก็เหมือนกัน และเห็นพ่อเป็นพระยาเชลียงด้วย

    “คุณป้าก็แสดงเป็นธิดาพระยาเชลียงด้วย มหัศจรรย์จริงๆ” มานพเอาบ้าง

    สุดาดวงถามว่าฝีมืออุ้ยแอบทำหนังกันหรือเปล่า นัยน์เนตรถามทึ่งว่าคุณยายใหญ่ทำได้ยังไง วรนาฎขัดขึ้นว่า

    “ไม่ต้องสนใจหรอกว่ายายจะทำได้ยังไง แต่ยายอยากให้เนตรกับทุกๆคนตอบคำถามที่ยายจะถามต่อไปนี้ เพราะคำถามนี้จะเป็นคำถามที่ตัดสินใจว่าใครควรเป็นทายาทของยาย”

    ทุกคนกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง ต่างหวังในใจว่าคนของตนจะได้เลือกเป็นทายาท วรนาฎถามขึ้นว่า

    “สมมติว่า เราทุกคนคือคณะลูกขุน และกำลังตัดสินคดีของช่างโขน พวกเราคิดว่าพระยาเชลียงลงโทษช่างโขนถูกต้องหรือเปล่า”

    รังสรรค์ตอบทันทีว่าถูกต้องเพราะช่างกระจอกบังอาจลวนลามลูกเจ้าเมืองสมควรตาย วรนาฎถามโอฬารว่าอย่างไร

    “ถ้าผมอยู่ในฐานะผู้ปกครองเหมือนพระยาเชลียง ผมก็คงต้องทำแบบเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง”

    โอฬารตอบแบบเดียวกับอดีตชาติที่ตนเป็นพระยาเชลียง แต่มานพติงว่าแบบนั้นออกจะโหดร้ายเกินไป จับมือถือแขนแค่โบยแล้วขังคุกให้หลาบจำก็น่าจะพอ นัยน์เนตรเห็นด้วยกับพ่อ ถูกโอฬารเหน็บว่า “พวกที่ไม่เคยเป็นใหญ่ ไม่เคยปกครองคนก็คิดตื้นๆแบบนี้ ทั้งสองเขม่นจนขึ้นเสียงกัน วรนาฎตัดบทว่า

    “งั้นขออีกคำถาม ถ้าคนที่ลวนลามธิดาพระยาเชลียงเป็นคนสูงศักดิ์ล่ะ โทษจะเท่ากันไหม” มีเสียงตอบว่ามันต้องเท่ากันอยู่แล้ว “ถ้าอย่างนั้น ความผิดของช่างโขนก็คือมันเกิดมาต่ำต้อยใช่ไหม ชีวิตของมันจึงไม่มีค่า”

    “เอ่อ...ผมคิดว่าในฐานะผู้ครองเมือง ยังไงเราก็ต้องลงโทษ ถึงจะเปลี่ยนให้ไอ้โขนเป็นมีชนชั้น ผิดก็คือผิดไม่มียกเว้น” โอฬารยืนยัน ถูกวรนาฎพูดสวนทันทีด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า

    “แต่ถ้าผู้ครองเมืองลุแก่อำนาจ ตัดสินถูกผิด แล้ว แต่ใจตน ไร้ซึ่งทศพิธราชธรรม คนที่สมควรตาย ย่อมไม่ใช่ช่างโขนแต่เป็นพระยาเชลียง!!!”

    โอฬารตกใจ มานพกับพวกญาติๆมองกันเลิ่กลั่ก มานพชิงประจบทันทีว่า “งั้นพระยาเชลียงก็สมควรตายครับ” พวกญาติๆสนับสนุนกันอื้ออึงว่า ใช่ๆ...สมควรตาย วรนาฎหัวเราะ พูดชอบใจว่า

    “เห็นไหม อำนาจอยู่กับใคร คนนั้นก็ย่อมเป็นฝ่ายถูก”

    โอฬาร สุดาดวง รังสรรค์ และวรินทร์ ต่างตกใจที่ทัศนะตนต่างจากวรนาฎ ส่วนรัชโรจน์มองนาฬิกาบนมือถือร้อนใจว่าจะถ่วงเวลารอพวกสนทรรศน์อย่างไร จับมือวรินทร์ปลอบใจอย่างรู้กัน จึงพูดกับครอบครัวและถ่วงเวลาว่า

    “ทุกคนฟังผมนะ บางทีพระยาเชลียงอาจจะผิดจริงที่ไม่ไต่สวนให้รอบคอบ พวกคุณไม่รู้หรอกว่าหลังจากนั้น ไอ้โขนมันทำเรื่องเลวร้ายขนาดไหน สิ่งที่มันทำ เทียบไม่ได้เลยกับพระยาเชลียง” นัยน์เนตรถามแทรกว่าหมายความว่ายังไง “หมายความว่า เรื่องมันไม่ได้จบแค่ช่างโขนถูกลงโทษเผาทั้งเป็น มันมีเรื่องต่อจากนั้น คุณยายใหญ่เล่าให้พวกเราฟังสิครับว่า ไอ้โขนมันกลับมาแก้แค้นพระยาเชลียงยังไงบ้าง”

    ทุกคนมองวรนาฎเป็นตาเดียว ลุ้นอยากรู้

    ooooooo

    พวกสนทรรศน์ถูกด่านตรวจ ตำรวจชะโงกดูในรถมองทุกซอกทุกมุม ถูกเดชกำบังกายทำเสียงกุกกักหลอกตกใจเลยเลิกตรวจ สนทรรศน์บ่นว่าเสียเวลาจริงๆ กลัวจะไปช่วยพวกนั้นไม่ทัน หนานจรวยถามว่า ลืมแม่ชีไปแล้วหรือ

    ที่แท้แม่ชีแสงบุญไปถึงหน้าบ้านมนัสวานิชย์แล้ว แม่ชีเห็นบ้านถูกเงาตะขาบลอยไปลอยมาครอบคลุมบ้านไว้ แล้วเงาตะขาบก็รวมกันเป็นร่างปีศาจสามตัว ยืนป้องกันหน้าบ้านไว้ แม่ชีแสงบุญโปรดสัตว์ว่า

    “เรามาดี มาปลดปล่อยพวกเจ้าจากพันธนาการของบาปเวร หยุดสร้างวิบากกรรมเถอะ”

    เงาปีศาจเข้ารุมทำร้ายแม่ชีแสงบุญ แม่ชีหลับตาพนมมือแผ่เมตตา...

    ภายในบ้าน วรนาฎจ้องหน้ารัชโรจน์ถามเสียงแข็งว่า

    “ช่างโขนน่ะเหรอ แก้แค้นพระยาเชลียง ไพร่อย่างมันจะมีปัญญาอะไร”

    รังสรรค์ถามว่าพี่โรจน์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง รัชโรจน์อ้างว่าตนอ่านจดหมายเหตุที่เขียนเล่าตำนานเมืองเชลียงว่า เมืองเชลียงต้องล่มสลายเพราะความอาฆาตแค้นของนักโทษคนหนึ่งที่ยอมสังเวยวิญญาณให้เทพศตบาท วรนาฎถามเยาะว่างั้นเหรอ แล้วยังไงอีก รัชโรจน์ตอบอย่างมั่นใจว่า

    “มันฆ่าพระยาเชลียง แล้วเข้าสิงร่างทายาทที่เป็นผู้หญิงของตระกูลรุ่นแล้วรุ่นเล่า เพื่อแก้แค้น”

    โอฬารหาว่าเป็นนิทานหลอกเด็ก ญาติคนหนึ่งก็ตำหนิว่ารัชโรจน์มาชักใบให้เรือเสีย บอกให้คุณยายถามต่อเถอะ พวกเราอยากรู้ว่าใครจะมาเป็นทายาทของคุณยาย

    “ทุกคนเขาตอบไปหมดแล้ว อุ้ยล่ะลูก เห็นว่าใครผิด พระยาเชลียงกับพวก หรือว่าช่างโขน แล้วใครเป็นฝ่ายต้องชดใช้”

    ทุกคนหันมองวรินทร์รอคำตอบเป็นตาเดียว วรินทร์ไม่ตอบว่าใครผิดใครถูก แต่กลับบอกว่า

    “อุ้ยว่า มันไม่ได้อยู่ที่ใครจะเอาคืนใครยังไง สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเราจะหยุดการอาฆาตพยาบาทต่อกันยังไงต่างหากค่ะ” วรนาฎถามว่าหมายความว่าถ้าอุ้ยเป็นธิดาพระยาเชลียงที่ถูกช่างโขนลวนลามก็จะให้อภัยไม่เอาเรื่องหรือ “ค่ะ...แล้วอุ้ยก็จะขอให้พระยาเชลียงลงโทษช่างโขนสถานเบา เพื่อให้ช่างโขนได้สร้างพิหารต่อให้เสร็จ”

    วรนาฎยิ้มเยาะว่างั้นก็เป็นกรรมของช่างโขนที่อุ้ยยังไม่เกิดในตอนนั้น แล้วประกาศกับญาติๆว่า

    “เอาล่ะ เกมจบเสียที ตอนนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่า ทายาทที่จะครอบครองสมบัติของพระยาเชลียงทั้งหมดก็คือ วรินทร์ มนัสวานิชย์”

    ทันใดนั้นเสียงคัดค้านจากญาติๆก็อื้ออึงขึ้น มานพถามว่าทำไมให้สมบัติไปทั้งหมด นัยน์เนตรชวนพ่อกลับทันที

    “ไม่ได้ ผมว่ามันไม่ยุติธรรม สมบัติตั้งมากมายมอบให้คนคนเดียว เรียนก็ยังไม่จบ จะรักษาสมบัติไว้ได้ไง” มานพไม่ยอม โอฬารลุกขึ้นโต้ว่ารับรองว่าสมบัติอยู่กับลูกตนมีแต่จะงอกเงย ตรงกันข้ามถ้าอยู่กับพวกเสือหิวไม่นานก็ไม่เหลือ

    มานพลุกไปประจันหน้าขุดคุ้ยว่าตอนที่เขาแต่งงานกับสุดาดวงเขาไม่หิวเงินหรือ แฉว่าโอฬารเหมือนหนูตกถังข้าวสาร พอแต่งงานก็เอาเงินไปปรนเปรอเมียน้อย

    โอฬารไม่โต้แต่แฉกลับว่าก็ยังไม่เลวเท่าเมียเขาที่คบกับอาชญากรจับลูกตนไปเรียกค่าไถ่ ทั้งสองสาวไส้กันไปมาจนกระทั่งลุกไปขยุ้มคอเสื้อกัน สุดาดวงบอกให้รัชโรจน์และรังสรรค์ไปห้ามพ่อ นัยน์เนตรก็รีบไปห้ามมานพ วรนาฎดูการสาวไส้กันเลือดสาดของโอฬารและมานพอย่างชอบใจ

    ooooooo

    มานพกับโอฬารเข้าบีบคอพันตูกันนัวเนีย วรินทร์เข้าห้าม ขอร้องให้พอ บอกว่าตนไม่เคยอยากได้ของพวกนี้ “ฮ่ะๆๆ เอาเลย ฆ่ากันให้พอ ใครเหลือคนสุดท้ายก็จะได้ครอบครองสมบัติของข้า” วรนาฎหัวเราะสะใจ

    “คุณยายใหญ่ไม่ได้ต้องการทายาท คุณยายใหญ่ต้องการเห็นความหายนะของตระกูลพระยาเชลียงมากกว่า” วรินทร์ตะโกน วรนาฎมองขวับถามว่า

    “เธอรู้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สายไปแล้ว” วรนาฎ ยกมือจับบ่าหมับ พอดีพวกรัชโรจน์แยกโอฬารกับมานพออกจากกันได้แล้ว รัชโรจน์หันมาไม่เห็นวรินทร์เขาตกใจร้องบอกว่า มันเอาตัวอุ้ยไปแล้ว รังสรรค์มองพี่ชายระอาถามว่ายังไม่เลิกเพ้อเจ้อเรื่องอสูรอีกหรือ

    รัชโรจน์ไม่สนใจวิ่งไปที่ประตู ก็ถูกชายที่ยกหีบสมบัติและนางรำมารายล้อมทุกคนตาแดงวาวน่ากลัว

    วรนาฎอุ้มวรินทร์ไปที่เรือนปั้นหยา ได้ยินเสียงแม่ชีแสงบุญบอกว่า “หยุดเถิดไอ้โขน” วรนาฎหันมองจำได้ว่าเป็นคำหล้าน้องสาวตน คำรามใส่ว่าดีแล้วมากันให้ครบ สั่งบริวารให้เข้าจัดการ แม่ชีแสงบุญบอกว่า

    “บริวารของเจ้าตามแสงแห่งบุญไปแล้ว เขาจะไม่กลับมาก่อกรรมกับเจ้าอีก”

    “คิดว่าได้บำเพ็ญเพียรมาแค่นี้จะขัดขวางข้าได้หรือ บุญอะไรก็ไม่เท่าพลังศตบาทที่ข้าฝึกมาเป็นร้อยๆปีหรอก นังคำหล้า” วรนาฎยกมือดูดแม่ชีแสงบุญเข้ามาบีบคอ แม่ชียังสงบนิ่ง เอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า

    “ไอ้โขน หลายชีวิตได้เซ่นสังเวยความแค้นของเจ้ามามากพอแล้ว หากเจ้ายอมหยุดเพียงเท่านี้ ฉันจะชดใช้ทุกสิ่งแทนเชื้อสายพระยาเชลียงทุกคนเอง”

    “ได้! ข้าจะให้เอ็งตายเป็นคนแรก” วรนาฎบีบคอแม่ชี ยกร่างสูงขึ้นท้าให้สู้ แม่ชีถูกบีบคอแน่นจนใกล้จะหมดลม หลับตาภาวนาจิตแผ่เมตตา...

    “ฉันขออโหสิกรรมแทนทุกๆคน และขอให้บุญกุศลจากการบำเพ็ญภาวนามา ได้โปรดช่วยหนุนนำให้อสูรตนนี้พ้นจากไฟแห่งโทสะด้วยเทอญ”

    ผลบุญบารมีเหมือนละอองสีขาวลอยเข้าครอบคลุมร่างแม่ชีแสงบุญไว้และไหลซึมซาบเข้าร่างวรนาฎ จนวรนาฎปล่อยมือจากคอแม่ชีผงะถอยไป ร่างแม่ชีแสงบุญร่วงกระแทกพื้นกระอักเลือดออกมา

    ooooooo

    สนทรรศน์และเดชเข้าไปในห้องพิธีกรรม เดชเห็นตุ๊กตากุมารก็ชักมีดหมอเตรียมสู้ สนทรรศน์ยกพระขรรค์ฟัน แต่ตุ๊กตากุมารหายไปกลายเป็นหลายตัวอยู่ที่มุมต่างๆ สนทรรศน์หลับตาตั้งสมาธิทำตามที่แม่ชีแสงบุญสอนว่าต้องใช้พลังจิตสู้

    วรนาฎรับรู้เหตุการณ์ที่ห้องพิธีกรรมพุ่งไปที่นั่นทันที ส่วนแม่ชีแสงบุญคลานไปหาวรินทร์ที่ฟื้นมาแล้ว

    วรนาฎไปเจอสนทรรศน์กำลังยกพระขรรค์เงินจะฟันตุ๊กตากุมารอีก จึงร้องห้ามและอ้อนวอนอย่าทำ เพราะถ้าตุ๊กตากุมารถูกทำลายวิญญาณของตนก็จะแหลกสลายไปด้วย สนทรรศน์จำได้ตนเคยถูกอสูรหลอกเช่นนี้มาแล้ว ยกพระขรรค์ฟันตุ๊กตากุมารแตกกระจาย พลังศตบาทถูกทำลายทันที

    ในห้องกักขังวิญญาณ ร่างวรนาฎที่หลับอยู่ตื่นขึ้น บอกอสูรว่าหมดเวลาของมันแล้ว อสูรเย้ยว่าหญิงชราอย่างนี้จะเอาแรงที่ไหนมาสู้ตน วรนาฎโต้ว่าแม้ร่างกายจะแก่ชราแต่จิตใจที่แข็งแรงสำคัญกว่าสังขาร อสูรโผนเข้าบีบคอ แต่ถูกวรนาฎจ้องหน้าบอกว่า “แกไม่มีวันควบคุมฉันได้อีกแล้ว” รวมพลังผลักอสูรจนกระเด็นหายไปในความมืด แต่วรนาฎก็ล้มลงนอนกับพื้น ร่างค่อยๆเปลี่ยนเป็นหญิงชราที่ร่วงโรยอ่อนล้า

    สนทรรศน์กับเดชยืนมองวรนาฎอย่างไม่ไว้ใจ พอดีแม่ชีแสงบุญประคองวรินทร์เข้ามา

    “จบแล้วอุ้ย เราฆ่าไอ้อสูรนั้นได้แล้ว อุ้ยปลอดภัยแล้ว”

    สนทรรศน์ตรงเข้ากอดปลอบ วรินทร์อยู่ในอ้อมกอดของสนทรรศน์อย่างรู้สึกปลอดภัย...

    ส่วนที่ห้องจัดงานรวมญาติ ข้าวของทุกอย่างที่ถูกเสกขึ้นมาลวงตากลายเป็นก้อนหิน กระดาษ กิ่งไม้ใบไม้รกรุงรังไปหมด บรรดาญาติทั้งจริงทั้งปลอมต่างหนีกระเจิงกันขวัญหนีดีฝ่อ ส่วนมานพเป็นลมหมดสติต้องพาส่งโรงพยาบาล

    ที่ห้องพิธีกรรม เธียรมองตุ๊กตาสังคโลกที่ถูกฟันแตกอย่างเสียดาย จึงเก็บไปอ้างว่าจะเอาไปทำลาย แต่เพราะเป็นของเก่าแก่ที่เผาด้วยความร้อนสูง จึงต้องเอาไปเผาที่โรงหลอมเหล็กของเพื่อน เธียรกับเดช เอากระเบื้องตุ๊กตากุมารเข้าเตาหลอมจนกลายเป็นโคลน เธียรเอาถังมารองรับโคลนไว้ เดชพูดอย่างโล่งใจว่า

    “จบกันเสียทีไอ้อสูรโขน”

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา วรนาฎที่แก่และอ่อนล้านั่งรถเข็น กับสุดาดวง และวรินทร์ ร่วมกันใส่บาตร วางพวงมาลัยบนบาตรพระแล้ว วรนาฎพนมมือภาวนา

    “ข้าพเจ้า ขออุทิศบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ให้แก่ช่างโขน เวรกรรมใดที่เคยทำต่อกันไว้ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ขอช่างโขนจงรับและอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อไปเลย”

    หลังจากอสูรออกจากร่างและวรนาฎกลายเป็นคนแก่แล้ว วรินทร์กับสุดาดวงยังคงดูแลอย่างดี แต่โอฬารและ รังสรรค์เมื่อเห็นว่าวรนาฎไม่มีเงินทองมาปรนเปรอแล้วต่างก็หนีห่าง แม้แต่แก้วก็หวาดกลัวไม่อยากไปรับใช้

    วันนี้วรนาฎอยากไปนั่งสูดอากาศที่ริมคลองข้างเรือน เมื่อสุดาดวง วรินทร์และรัชโรจน์ประคองไปนั่ง แม่ชีแสงบุญก็เข้ามานั่งข้างๆ จับมือพี่สาว ขอโทษที่ตนเคยร่วมมือกับคุณแม่ทำให้พี่เข้าใจสุรนิตย์ผิด จนยอมเป็นทายาทอสูร วรนาฎบอกว่า อย่าได้เอาเรื่องนั้นมาเป็นทุกข์อีกเลย ตนไม่คิดแค้นเคืองอะไร พูดอย่างปลงแล้วว่า

    “เราต่างก็โดนกิเลสบังตา จนทำให้อสูรร้ายมันเข้ามาครอบงำจิตใจอย่างง่ายดาย แต่เธอก็ได้แก้ไขด้วยการอุทิศตนให้พระศาสนา พี่สิ ที่ไม่มีโอกาส”

    แม่ชีแสงบุญบีบมือพี่สาวอย่างสำนึกผิด

    ooooooo

    หนานจรวย สนทรรศน์ และเดช เข้ามอบตัวกับตำรวจในหลายคดี ทั้งการจับตัววรินทร์เรียกค่าไถ่ กรณีฆ่าเซียนเต้าและการฆ่าหักหลังกันเองของพวกแก๊งค้าของเก่า แต่ต้องปล่อยตัวทั้งหมดเพราะพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง

    เดชจะกลับไปที่สำนักแม่ชีแสงบุญ รัชโรจน์จะไปส่ง หนานจรวยให้ส่งที่ท่ารถก็พอเดินทางแค่นี้สบายมาก รัชโรจน์บอกสนทรรศน์กับวรินทร์อย่างรู้ใจหนุ่มสาวว่าให้กลับกันเองเพราะรถตนเต็ม

    แห่งแรกที่สนทรรศน์พาวรินทร์ไปคือเจดีย์เก็บกระดูกของกษิดิศที่วัด ทั้งสองคุกเข่าคู่กัน สนทรรศน์รายงานพ่อว่า

    “ผมทำสำเร็จแล้วครับพ่อ ผมกำจัดอสูรได้แล้ว”

    “คุณลุงต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องอุ้ยและครอบครัวเอาไว้ อุ้ยจะไม่มีวันลืมพระคุณของคุณลุงเลยค่ะ”

    “พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ ต่อจากนี้ไป ผมจะเข้มแข็ง ใช้ชีวิตตามคำสอนของพ่อ”

    “แล้วถ้าต่อไปพี่ทรรศน์เกิดคิดเกเร ทำอะไรไม่ดีละก็...อุ้ยรับรองค่ะ ว่าจะเป็นคนปราบพี่ทรรศน์แทนคุณลุงเอง”

    ทั้งสองมองกันหัวเราะอย่างสดชื่นต่อหน้ารูปกษิดิศที่ติดอยู่หน้าเจดีย์

    สนทรรศน์ยังพาวรินทร์ไปที่สนามรักบี้ในมหา– วิทยาลัย ระลึกความหลังเมื่อครั้งวรินทร์ไปขอให้เขามาเล่นละครถูกเขาแกล้งให้เต้นเชียร์รักบี้ วรินทร์ยอมเต้นแต่ก็เตะลูกรักบี้กระเด็นแก้แค้นก่อนออกจากสนามไป

    วรินทร์ชวนสนทรรศน์ไปหาวรนาฎที่เรือนปั้นหยา วรนาฎหลับอยู่ แต่พอลืมตาเห็นสนทรรศน์ก็ลุกขึ้นนั่งดีใจสุดๆ

    “พี่สุรนิตย์ นี่พี่จริงๆใช่ไหม พี่กลับมาหาฉันแล้วใช่ไหม พี่สุรนิตย์รู้ไหมว่าฉันรอพี่มานานแค่ไหน...”

    วรนาฎประคองหน้าสนทรรศน์ด้วยความคิดถึงและห่วงหา น้ำตาไหลพราก...

    สนทรรศน์งงมาก แม่ชีแสงบุญชี้แจงว่าสุรนิตย์คือปู่ของสนทรรศน์เป็นคนรักเก่าของวรนาฎ แต่เพราะสุรนิตย์เป็นพ่อค้าเร่ เลยถูกคุณแม่ร่วมกับยายทรัพย์กีดกันความรัก แม่ชีแสงบุญพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

    “ยายเองก็มีส่วนผิดอยู่ไม่น้อย ที่ทำให้คนทั้งสองต้องทุกข์ทรมานจากการพลัดพราก พี่นาฎก็คงยังฝังใจกับพี่สุรนิตย์ที่หน้าเหมือนสนทรรศน์ราวกับคนคนเดียวกัน”

    วรินทร์รำพึงว่าทำไมบังเอิญขนาดนี้ แม่ชีบอกว่าไม่มีความบังเอิญแต่เราทุกคนมีกรรมผูกพันกันถึงได้มาพบเจอกันและถ้าเรายังไม่หยุดสร้างเวรต่อกัน เราก็คงต้องพบกันอีกไม่รู้กี่ภพชาติ วรินทร์พึมพำอย่างสะท้อนใจว่า

    “ชีวิตมนุษย์ช่างน่าเศร้าจริงๆ”

    ด้วยความรักสงสารคุณยายใหญ่ วรินทร์ขอให้สนทรรศน์มาหาคุณยายบ่อยๆ ตนอยากให้ท่านได้จดจำเวลาดีๆเอาไว้ สนทรรศน์พูดยิ้มๆมีเลศนัยว่าได้ เพราะยังไงตนก็ต้องมาหาอุ้ยอยู่แล้ว สัญญาว่าต่อไปตนจะอยู่ข้างๆ และดูแลอุ้ยตลอดไป

    วรินทร์ยิ้มเศร้าๆ บอกว่าตนรู้สึกเพลียๆ อยากพักผ่อนให้เขากลับไปก่อน เธอมองตามหลังเขาที่เดินไปเศร้าๆ...

    รัชโรจน์ไปเยี่ยมมานพที่โรงพยาบาล รับรู้อย่างหดหู่ว่ามานพเส้นโลหิตในสมองแตกเป็นอัมพาตพูดไม่ได้เคลื่อนไหวไม่ได้ นัยน์เนตรโทษว่าเพราะถูกโอฬารกับรังสรรค์ทำร้าย รัชโรจน์บอกว่าตนจะช่วยดูแลคุณลุงด้วย

    รัชโรจน์กลับมาตรวจงานที่ห้องทำงานในมหาวิทยาลัยแต่ไม่มีสมาธิ จึงโทรศัพท์ไปหาเธียร

    เธียรในสภาพเพี้ยนๆ กำลังเอาเศษกระเบื้องตุ๊กตากุมารสังคโลกมาต่อกัน มีแปรงและอุปกรณ์วางอยู่ใกล้ๆ ตัดบทบอกรัชโรจน์ว่าตนกำลังทำวิจัยห้ามกวน

    ที่แท้เธียรแอบเอาเศษกระเบื้องตุ๊กตากุมารมาไว้ที่ท้ายรถ แต่ทำทีเป็นว่าเผาทิ้งไปแล้วหลอกเดชจนเชื่อสนิท

    ooooooo

    เพื่อความสุขในบั้นปลายชีวิตของคุณยายใหญ่ รัชโรจน์ สนทรรศน์ และวรินทร์ โดยการนำของแม่ชีแสงบุญ จึงพาวรนาฎไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเก่าแต่วัชรีย์วัลย์ขายพาแม่ไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ วรนาฎรำพึงเศร้าว่า

    “ฉันจำได้แล้ว ตั้งแต่คุณพ่อท่านเสียเพราะน้ำมืออสูร คุณแม่ก็เสียสติ ฉันได้แต่มองดู โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย...แค่ขอกลับมาใช้วาระสุดท้ายชีวิตที่บ้านเกิด ฉันยังทำไม่ได้...”

    วรนาฎขอไปยังอีกที่หนึ่ง คือคุ้มไม้สัก ซึ่งท่าน้ำทรุดโทรม คุ้มไม้สักรกเรื้อด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า วรนาฎ

    มาที่นี่เพื่อจะเอารูปตนที่ถ่ายคู่กับสุรนิตย์ เมื่อเจอรูปแล้ว วรนาฎบอกแม่ชีแสงบุญที่เป็นคนถ่ายรูปนี้ให้ในอดีตชาติที่เป็นวัชรีวัลย์ว่า

    “พี่เอาติดตัวมาที่นี่ ก่อนที่จะถูกอสูรเข้าครอบครองร่าง แล้วต้องเก็บซ่อนเอาไว้ เพราะกลัวคุณแม่ท่านจะจับได้ ภาพใบนี้เป็นของล้ำค่าชิ้นเดียวที่พี่มี”

    “คุณยายใหญ่อยากกลับมาที่นี่ เพราะภาพใบนี้สินะครับ” รัชโรจน์ถาม

    “ภาพนี้ เป็นช่วงเวลาที่ยายมีความสุขที่สุดในชีวิต...”

    วรนาฎนึกถึงวันที่วัชรีวัลย์ถ่ายรูปนี้ให้เมื่อตนกลับจากพายเรือเก็บดอกบัวกับสุรนิตย์อย่างมีความสุขในบึงบัว...ก่อนที่สุรนิตย์จะไปค้าขายเพื่อเก็บเงินกลับมากราบข้าราชการผู้ใหญ่ไปสู่ขอให้สมฐานะ เชื่อว่าคุณแม่ต้องยอมเราแน่ๆ วรนาฎสัญญาว่านานเท่าไรตนก็จะรอ และสุรนิตย์ก็สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด...เมื่อพลิกดูหลังภาพ สุรนิตย์เขียนไว้ว่า

    “พี่ให้คำมั่น จะรักนาฎจนวันตาย...สุรนิตย์”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์