ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เสียง​นเ​รน​ทร์​ตวาด​ไล่​สาย​ให้​ออก​ห่าง อินตากลับ​เข้า​มา​พอดี​เห็น​สาย​ถูก​ผลัก​ล้ม​กับ​พื้น​ก็​ตกใจ​เข้า​ประคอง นเ​รน​ทร์​หา​ว่า​จับ​ตน​มา​เพื่อ​จะ​ขโมย​เงิน อินตา​รู้สึก​ปวด​ใจ​กับ​คำ​พูด​ของ​ผู้​เป็น​ลูก พยายาม​บอก​ว่า​เพื่อนๆของ​เขา​ที่​กำลัง​ขโมย​เงิน​ทอง ตน​ช่วย​ไว้และ​ยัด​ใส่​กระเป๋า​ไว้​ให้​ครบ

“โกหก! แก​นั่นแหละ​ขโมย อย่า​ใส่ร้าย​เพื่อนฉัน เพื่อน​ฉัน​ไม่​ทำ​หรอก​เว้ย” นเ​รน​ทร์​โวย​แล้ว​จะ​เดิน​หนี​ออก​จาก​เรือ​กระ​แ​ชง สาย​รีบ​รั้ง​ห้าม​ไว้

“อย่า​ไป ข้าง​นอก​อันตราย พวก​มัน​จะ​ทำร้าย​ลูก แม่​จะ​ปกป้อง​ลูก​เอง”

นเ​รน​ทร์​กราดเกรี้ยว​ใส่​จิก​เรียก​สาย...อี​บ้า เห็นตน​รวย​เป็น​เจ้าของ​คฤหาสน์ คิด​อยาก​เป็น​แม่​ตน เกิดใหม่อีก​สิบ​ชาติ​ก็​ไม่​มี​วาสนา​ได้​เป็น​พ่อ​แม่​ตน อิน​ตา​โกรธ​จน​ตัวสั่น​ลุก​ขึ้น​ตบ​หน้า​สั่งสอน นเ​รน​ทร์​โกรธ​ด่า​ไอ้​แก่​แล้วจะ​ชก​หน้า อิน​ตา​สวน​หมัด​ตวาด​กลับ ไม่​มี​สิทธิ์​ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า สาย​ตกใจ​ถลา​เข้า​ประคอง​แต่​นเ​รน​ทร์​สลบ​ไป​เสีย​แล้ว

อิน​ตา​เสียใจ​รู้สึก​ผิด​นี่​คง​เป็น​เวร​กรรมที่​ตะวันเป็น​เด็ก​ดี​แม้​ตน​พราก​มา​จาก​ความ​สุข​สบาย​ยัง​รัก​ดี แต่ลูกตัวเอง​ที่​ได้​โอกาส​อัน​ดี​กลับ​ทำตัว​เลว​ทราม...จาก​นั้นอินตาเอาร่าง​หมด​สติ​ของ​นเ​รน​ทร์​มา​วาง​ที่​หน้า​บ้าน​เดชาบดินทร์พริ้มเพรา​ออก​มา​เจอ​ตกใจ​กับ​สภาพ​ของ​หลาน​ชาย

นเ​รน​ทร์​ฟื้น​ขึ้น​มา​เล่า​ให้​พริ้มเพรา​ฟัง​ว่า​โดน​ชาวเรือ​สกปรก​จับ​ตัว​ไป ตน​จะ​หนี​เลย​โดน​ชก​สลบ​แล้ว​จำอะไร​ไม่ได้​อีก พริ้มเพรา​หวั่น​ใจ​ว่า​จะ​เป็น​อิน​ตา​กับ​สาย แต่ กลบเกลื่อน​เปลี่ยน​เรื่อง​เตือน​ให้​เขา​ไป​ดู​คุณ​ใหญ่​ที่​โรงพยาบาล​บ้าง ถ้า​ไม่​ฟื้น​ขึ้น​มา​ทุก​อย่าง​ใน​บ้าน​ก็​จะ​เป็น​ของ​เรา

วัน​ต่อ​มา นเ​รน​ทร์​มา​ที่​โรงพยาบาล สอบ​ถาม​อาการ​คุณ​ใหญ่​จาก​พยาบาล ระหว่าง​นั้น​ไม่​มี​คน​เฝ้า​เขา​จึง​ได้​อยู่​ลำพัง​มอง​หน้า​คุณ​ใหญ่​อย่าง​เกลียด​ชัง บีบ​หน้า​เข่น​เขี้ยว​อย่าง​ไม่​เกรง​กลัว

“ตาย​ยาก​ตาย​เย็น​เหลือเกิน​นะ​นัง​แก่ ตอน​นี้​บ้าน​เดชา​บดินทร์​เป็น​ของ​ฉัน​แล้ว ลูกยอ​ที่​แก​รัก​นักหนา ฉัน​ก็​ไล่​ออก​จาก​บ้าน​ไป​แล้ว ฮ่าๆๆ กีดกัน​ฉัน​ดี​นัก ไม่ยอม​ยก​สมบัติ​ให้​ทั้งๆที่​มัน​ควร​เป็น​ของ​ฉัน แก​ถึง​ต้อง​อยู่​ใน​สภาพ​นี้ สมน้ำหน้า​แก​มัน​หน้า​โง่”

คุณ​ใหญ่​มี​อาการ​ตอบ​สนอง​ขยับ​มือ ส่งเสียงฮือฮา นเ​รน​ทร์​ตกใจ​ผงะ​ถอย คุณ​ใหญ่​เพ้อ “ลูก...ลูก​ของ​ดวงพร ...ลูก​ของ​ดวง​พร​มี​ปาน​แดง...ที่​อก​ซ้าย...นเ​รน​ทร์​ไม่​มี...”

นเ​รน​ทร์​โกรธ​จัด บีบ​คอ​เค้น “แก​เพ้อเจ้อ​อะไร ฉัน​เป็น​ลูก​ของ​แม่​ดวง​พร ฉัน​คือ​นเ​รน​ทร์ เดชา​บดินทร์ ฉัน​ไม่​ยอม​ให้​แก​ฟื้น สมบัติ​ต้อง​เป็น​ของ​ฉัน แก​คิด​จะ​แย่ง​สมบัติ​ฉัน แก​ตาย!”

คุณ​ใหญ่​ตัว​เกร็ง​กระตุก​ยัง​ไม่​ลืมตา ศักดิ์​ระ​พี​เข้า​มา​เห็น​ตกใจ​ตวาด​ถาม​ทำ​อะไร นเ​รน​ทร์​ชะงัก​ปล่อย​มือ​หัน​มา​ปฏิเสธ ศักดิ์​ระ​พี​เรียก​พยาบาล​ให้​เข้า​มา​ดู​อาการ ระหว่าง​พยาบาล​รุมล้อม​ให้​ตาม​หมอ​เพราะ​หัวใจ​คนไข้​เต้น​ช้า​ลง นเ​รน​ทร์​กลัว​ใช้​จังหวะ​นั้น​หนี​ออก​ไป ศักดิ์ระพี​ตาม​ออก​มา​กระชาก​ตัว​นเ​รน​ทร์​เค้น​ถาม​อีก​ครั้ง​ว่า​ทำอะไร​คุณ​ใหญ่ เขา​ไม่​กล้า​สบตา

“ฉัน​เห็น​กับ​ตา...ที่​ยึด​ห้อง​นอน​คุณ​แม่​ใหญ่​ไป ทำตัว​ใหญ่​คับ​บ้าน​อา​ไม่​เอาเรื่อง แต่​อย่า​ได้ใจ​ถ้า​คิด​จะ​ทำร้าย​คุณ​แม่​ใหญ่ อา​ไม่​ยอม​แน่”

“ผม​ไม่ได้​ทำ​อะไร อา​เล็ก​มี​หลักฐาน​รึ​เปล่า ถ้าไม่มี​อย่า​มา​กล่าวโทษ” นเ​รน​ทร์​สะบัด​ตัว​ออก เห็นศักดิ์ระพี​จ้อง​หน้า​ไม่​ทำ​อะไร จึง​ทำ​ที​หงุดหงิด​รีบ​เดิน​หนี

ศักดิ์​ระ​พี​ไม่​ตาม​เพราะ​เป็น​ห่วง​คุณ​ใหญ่ กลับ​เข้า​มา​ห้อง​คนไข้ หมอบ​อก​คุณ​ใหญ่​พ้น​ขีด​อันตราย​แล้ว เขา​โล่ง​อก​ทรุด​นั่ง​กุม​มือ​พี่​สาว รำพึง​ถึง​เรื่อง​วุ่นวายในบ้าน และ​เรื่อง​ยอแสง​กำลัง​ลำบาก มี​เพียง​พี่​เท่านั้น​ที่​จะ​ตาม​ยอแสง​กลับ​มา​ได้

ด้าน​พริ้มเพรา​เอา​เครื่อง​เพชร​ของ​คุณ​ใหญ่​ออกมา​เชยชม​อยู่​ใน​ห้อง​รับแขก ละม่อม​เห็น​ไม่​มี​ใคร​ถือโอกาส​เดิน​เข้า​มา​ใน​บ้าน​เพื่อ​รีด​ไถ​พริ้มเพรา แต่​พอ​พริ้มเพรา​หัวเราะ​ใส่​หน้า​ว่า​ตอน​นี้​ทุก​อย่าง​ใน​บ้าน​เป็น​ของ​ตน​กับ​นเ​รน​ทร์​เพราะ​คุณ​ใหญ่​ป่วย​หนัก​อยู่​โรงพยาบาล​ก็​ตกใจ

ระหว่าง​นั้น​นเ​รน​ทร์​หงุดหงิด​กลับ​เข้า​มา ได้ยิน​เสียง​พริ้มเพรา​คุย​กับ​ละม่อม​จึง​แอบ​ฟัง

“ถ้า​ไม่​มี​คุณ​ใหญ่ ทีนี้​แก​ก็​ขู่​ฉัน​ไม่ได้​แล้ว” พริ้มเพรา​เยาะ​หยัน

“โธ่...ฉัน​เดือดร้อน​จริงๆ แม่​พริ้ม​เห็นใจ​บ้าง​เถอะ อย่า​ลืม​สิ​ว่า​แม่​พริ้ม​กับ​นเ​รน​ทร์​มี​วัน​นี้​เพราะ​ฉัน ถ้า​วันนั้น​ฉัน​บอก​ท่าน​ต้น​ว่า​ลูก​ของ​คุณ​ดวง​พร​เป็น​ลูก​สาว​ไม่ใช่​ลูก​ชาย แม่​พริ้ม​กับนเ​รน​ทร์​ก็​ไม่ได้​สมบัติ”

นเรนทร์ได้ยินเช่นนั้นตกใจมาก พริ้มเพราโวยละม่อมว่าตนให้เงินไปมากพอแล้วอย่ามาทวงบุญคุณ ละม่อมโกรธจะไปแจ้งความเพราะรู้ว่าที่คุณใหญ่ป่วยเพราะพริ้มเพราวางยา ทั้งท่านต้นและคุณใหญ่โดนเธอวางยาพิษทั้งสองคน พริ้มเพราโกรธขู่ถ้าตนโดนจับละม่อมก็ต้องโดนด้วยเพราะเป็นยาพิษของเธอ ละม่อมหลังชนฝาฮึดสู้ที่ตนมาขอเพราะโดนเจ้าหนี้ขู่ฆ่า แค่ติดคุกจะกลัวทำไมอีก พริ้มเพราอ่อนลง “หยุดนะ! ให้ก็ได้ จะเอาเท่าไหร่”

ละม่อมดีใจรับรองครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย “มันเหมือนมีกรรมตั้งแต่วันที่ฉันทำลายชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้น ฉันทำอะไรก็ไม่ขึ้น มันขัดสนไปหมด แม่พริ้มก็ระวังไว้เถอะ คนเราหนีเวรกรรมไม่พ้นหรอก”

พริ้มเพราโวยอย่ามาปากดี และว่าเงินที่ขอมันจำนวนมาก จึงนัดให้กันคืนนี้สองยามที่ท้ายสวน...เมื่อละม่อมกลับไป นเรนทร์เดินหน้าเครียดเข้ามาหาพริ้มเพราคาดคั้นถามสิ่งที่ได้ยินเป็นความจริงใช่ไหม พริ้มเพราหน้าซีดตะกุกตะกักอยู่พักใหญ่ กว่าจะยอมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง นเรนทร์เสียใจมากเมื่อทุกอย่างเป็นเรื่องจริง พริ้มเพราพยายามปลอบ

“ที่ป้าทำไปดีต่อทุกคน ท่านต้นสมหวังที่ได้ผู้สืบสกุลแล้ว...เอ้อ ถ้าป้าไม่ทำนเรนทร์ก็คงไม่ได้สุขสบายเหมือนทุกวันนี้ ป้าช่วยให้นเรนทร์ไม่ต้องลำบากนะ”

“โกหก! ป้าทำเพื่อตัวเอง เพราะป้าอยากได้สมบัติของคุณพ่อ ป้าใช้ผมเป็นเครื่องมือ...ผมไม่ใช่ลูกของคุณพ่อ ไม่จริง! มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ผมไม่เชื่อ” นเรนทร์แทบคลั่ง

พริ้มเพราปลอบโยนให้ใจเย็น ไม่ต้องกลัวอะไรเพราะลูกดวงพรตัวจริงหายสาบสูญไป นเรนทร์ถามมีใครรู้เรื่องนี้บ้าง พริ้มเพราบอกนอกจากตนแล้วมีละม่อมกับซ้อนเท่านั้น พริ้มเพรายืนยันว่าซ้อนไม่กล้าพูด

แต่ละม่อมต้องเอาเงินไปปิดปาก...นเรนทร์หงุดหงิดงุ่นง่านปะติดปะต่อเรื่องราวกับคำพูดของอินตาและสาย แล้วคลั่งรับความจริงไม่ได้ร้องลั่นออกมาว่า ไม่จริง!

ใกล้สองยามที่ท้ายสวน ฟ้าแล่บแปลบปลาบราวฝนจะตก ละม่อมยืนรอพริ้มเพราด้วยความกระวนกระวาย มีเสียงคนเดินมาพอละม่อมหันมองกลายเป็นนเรนทร์ดวงตาแข็งกร้าวย่างสามขุมเข้าหา ละม่อมตกใจทวงถามถึงเงิน เขาตวาดกร้าวไม่มี คนอย่างแกไม่สมควรได้

ละม่อมถอยกรูดหาว่าพริ้มเพราคิดหักหลัง ส่ง นเรนทร์มาจัดการตนจึงระเบิดอารมณ์ใส่ว่าเขาไม่ใช่ลูกท่านต้น เป็นเพียงลูกชาวเรือจนๆที่ตนทำคลอดให้กับมือ ตนจะไปฟ้องศักดิ์ระพี นเรนทร์โกรธจัดทำร้ายละม่อม หญิงสูงวัยดิ้นรนสุดฤทธิ์ มือควานเจอก้อนหินได้เอามาทุบหัว นเรนทร์ยิ่งเจ็บยิ่งคลั่งจับละม่อมกดน้ำจนขาดใจตาย

พริ้มเพราเดินมาถึงเรียกหาละม่อม กลับเห็นนเรนทร์ฆ่าละม่อมก็ตกใจ นเรนทร์ได้สติถอยกรูดจากร่างละม่อมเข้ามากอดพริ้มเพรา ปฏิเสธเสียงหลงไม่ได้ฆ่าๆ...ผู้เป็นป้าทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ตามซ้อนมาช่วยขุดหลุมฝังละม่อม โดยโกหกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ซ้อนเห็นท่าทางหวาดกลัวของนเรนทร์ก็พอเดาได้ ศพละม่อมกลิ้งลงหลุมหงายหน้าขึ้นมาตาเหลือก ทั้งซ้อนและพริ้มเพราตกใจร้องลั่น

ศักดิ์ระพีกำลังเดินเข้าบ้านได้ยินเสียงร้องจะเดินไปดู ก็พอดีพร้อมมิตรออกมารับ เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรแถมเปรยว่า ตั้งแต่ยอแสงไม่อยู่ บ้านเราสงบสุขดี ชายหนุ่มไม่พอใจ

“ทำไมว่าเขาอย่างนั้น ยอแสงไปทำอะไรให้”

“ก็มันวางยาคุณแม่ใหญ่นี่คะ”

ศักดิ์ระพีเอ็ดไม่มีหลักฐานอย่าเพิ่งปรักปรำ พร้อมมิตรเบื่อที่เขาคอยแต่จะปกป้องยอแสง จึงตัดบทชวนเข้าบ้านพักผ่อน...ด้านพริ้มเพรากับซ้อนจัดการฝังละม่อมเสร็จ ซ้อนซักไซ้เชื่อว่านเรนทร์เป็นคนฆ่าละม่อม เธออึกอักใช้เสน่ห์เล้าโลมให้ซ้อนอย่าแพร่งพรายและอย่าทิ้งตน

ooooooo

วันต่อมา พร้อมมิตรกับจิตรใสมาเฝ้าคุณใหญ่ จิตรใสเบื่อหน่ายอยากไปเที่ยว พร้อมมิตรไม่ให้ไปไหนต้องเฝ้าคุณแม่ใหญ่ จิตรใสสวนว่าที่พี่อยากเฝ้าเพราะอยากอยู่ใกล้ศักดิ์ระพี พร้อมมิตรหลบตาไม่โต้แย้ง

ตะวันกับเอี้ยงมาเยี่ยมคุณใหญ่ เห็นสองพี่น้องอยู่ก็รู้ว่าไม่ยอมให้พวกตนเข้าไปแน่ เอี้ยงคิดแผนได้ เขียนจดหมายหลอกให้สองสาวไปพบศักดิ์ระพีในสวน เพื่อตะวันจะได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมคุณใหญ่...ขณะที่ตะวันกำลังจะเปิดประตูเข้าไป มีคนเข้ามาจับไหล่เธอ สะดุ้งหันมอง พอเห็นว่าเป็นศักดิ์ระพีจึงอ้อนวอนขอร้องขอเข้าเยี่ยม

“ยอแสงพยายามมาตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่คุณพริ้มเพราไม่ยอมให้เข้าไป”

“เรื่องแค่นี้เอง...ไม่เห็นต้องทำลับๆล่อๆ”

“ยอแสงคิดว่าอาเล็กรังเกียจยอแสงเหมือน...คนอื่นๆในบ้านเดชาบดินทร์”

“เธออยู่กับฉันมาตั้งหลายปี ไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันเป็นคนยังไง” ศักดิ์ระพียิ้มให้

ในขณะที่สวนโรงพยาบาลตั้งกว้าง แต่สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสก็เดินมาทางเดียวกัน เอี้ยงตกใจไม่คิดว่าทั้งสองจะมาเจอกัน ทำให้แผนล้มเหลวต้องหาวิธีรั้งสองสาวไว้ จึงเผยตัวว่าเป็นคนแกล้ง สองสาวโกรธวิ่งไล่ตี

ด้านตะวันเข้ามานั่งข้างเตียงคุณใหญ่ร้องไห้รำพัน “ใครกันนะช่างใจคอโหดเหี้ยมทำร้ายคนดีๆอย่างคุณแม่ใหญ่ได้ ทั้งที่คุณแม่ใหญ่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร...ลูกยอเคยบอกว่าเรียนจบแล้วอยากเปิดโรงเรียนอนุบาล คุณแม่ใหญ่สัญญาจะเป็นประธานในพิธีเปิด จำได้ไหมคะ คุณแม่ใหญ่จะผิดสัญญากับลูกยอเหรอคะ...คุณแม่ใหญ่ได้ยินลูกยอไหมคะ ตอบลูกยอสิคะ”

ศักดิ์ระพีสงสารเข้ามาลูบหัวปลอบใจ คุณใหญ่มีอาการนิ่วหน้าเล็กน้อยไม่มีใครเห็น...ทางฝั่งเอี้ยงวิ่งหนีพร้อมมิตรกับจิตรใสพ้น ได้แต่หวังว่าตะวันจะออกจากห้องคุณใหญ่ทัน สองสาวกลับเข้ามาในห้อง พร้อมมิตรเห็นเก้าอี้ข้างเตียงคุณใหญ่ก็แปลกใจ จิตรใสลงนั่งหยิบหนังสือมาเปิดอ่านไม่ได้สนใจอะไร คุณใหญ่ขยับเปลือกตาใกล้จะฟื้น

ในขณะที่ศักดิ์ระพีขับรถมาส่งตะวันที่บ้านธาดา ทั้งสองยังปั้นปึ่งไม่คุยกันให้เข้าใจ แต่พอตะวันลงจากรถ ศักดิ์ระพีก็ทนไม่ได้เดินตามไปดึงเธอให้หันมาพูดกันอย่างจริงจัง เธอทำหน้างง

“คิดถึงเรื่องอนาคตตัวเองบ้างไหม ต่อไปจะทำยังไง”

ตะวันหลบตาบอกเขาว่าตนจะทำงานส่งตัวเองเรียนให้จบ ชายหนุ่มถามน้ำเสียงประชดว่างานอะไร “ช่วยบ้านพี่ธาดาปลูกผักเก็บไปขายที่ตลาด ช่วงค่ำๆ ยอแสงจะไปรับจ้างเข็นผัก ล้างแผงคงจะพออยู่ได้ ส่วนค่าเทอมไม่น่าจะมีปัญหาเพราะยอแสงสอบได้ทุนของคณะค่ะ”

ศักดิ์ระพีไม่พอใจที่ตะวันคิดจะอยู่บ้านธาดาต่อไป แทนที่ไม่อยากกลับบ้านเดชาบดินทร์ก็น่าจะกลับไปอยู่บ้านร่มรื่น ตะวันไม่มีหน้ากลับไปเพราะพร้อมมิตรบอกทุกคนว่าตนเป็นคนวางยาคุณใหญ่ ถึงจะไม่มีข้อพิสูจน์ ถ้าไม่มีตนทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบ ชายหนุ่มหาว่าเธอดื้อ

“กราบขอบพระคุณอาเล็กในความเมตตาที่มีต่อยอแสง ยอแสงระลึกได้เสมอและสัญญาว่าจะไม่มีวันลืมอาเล็กไปชั่วชีวิตค่ะ” ตะวันยกมือไหว้ตัดใจเดินจากไป

ศักดิ์ระพีมองตามด้วยแววตาเศร้าๆ

ooooooo

วันต่อมาพริ้มเพราเอาเครื่องประดับคุณใหญ่ มาสวมใส่ วางตัวเป็นคุณนายในบ้าน เรียกดิเรกทนายความมาพบ นเรนทร์เปิดฉากไม่อ้อมค้อมต้องการให้เขาเปิดพินัยกรรม ดิเรกบอกทำอย่างนั้นไม่ได้ พริ้มเพราเสียงกร้าว “ทำไม...ในเมื่อคุณใหญ่อาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ได้”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณใหญ่ ต่อให้คุณใหญ่ไม่อยู่ผมก็ต้องทำตามคำสั่งของท่านต้น ท่านสั่งไว้ก่อนตายให้เปิดพินัยกรรมเมื่อนเรนทร์อายุครบยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น”

นเรนทร์โวยทันที ตนเป็นทายาทที่แท้จริง ยังไงสมบัติก็ต้องเป็นของตน จะเปิดตอนไหนก็เหมือนกัน ดิเรกยืนกรานว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ แล้วขอตัวกลับ

นเรนทร์โกรธจัดอาละวาดปัดข้าวของแตกกระจาย พริ้มเพราต้องปรามแล้วนึกระแวงขึ้นมาว่าท่านต้นอาจจะรู้ว่านเรนทร์ไม่ใช่ลูกแท้ๆเลยสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมา นเรนทร์โกรธตวาดให้ป้าหุบปากเพราะรับฟังไม่ได้ ขู่ถ้าพูดมากระวังจะเป็นเหมือนละม่อม พริ้มเพราชักหวาดกลัวอารมณ์โมโหร้ายของนเรนทร์ขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดซ้อนสีหน้าไม่ค่อยดีเข้ามาบอกว่าตำรวจมา พริ้มเพรากับนเรนทร์ตกใจหน้าซีด เดินตามซ้อนออกไป มีญาติของละม่อมสองคนพาตำรวจมาขอค้นบ้าน เพราะละม่อมบอกว่าจะมาที่นี่แล้วหายตัวไป นเรนทร์กลัวโวยไม่ยอมให้ตำรวจค้น พริ้มเพราเกรงตำรวจจะสงสัยรีบให้ซ้อนพานเรนทร์ออกไป แล้วยิ้มแหยๆกับตำรวจว่าหลานชายตนไม่สบายใจที่คุณแม่ใหญ่ป่วย...นเรนทร์ถูกเอาตัวมาขังในห้องนอนเรือนของซ้อน แล้วซ้อนกลับมาด้วยท่าทางหวาดกลัว

ญาติละม่อมเจอผ้าคลุมหน้าของละม่อมตกอยู่ในสวนด้านนอก พริ้มเพรารีบแก้ตัว “เอ้อ แม่ละม่อมมาขอเงิน ฉันก็ให้ไป ฉันสงสารแกน่ะ แหม...เรื่องตั้งหลายวันแล้ว ฉันก็ลืมไป”

ตำรวจยิ่งสงสัย...นเรนทร์เกิดอาการคลุ้มคลั่ง หวาดระแวงกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ ปีนหน้าต่างห้องซ้อนออกมา เดินพึมพำราวคนเสียสติว่าตนไม่ยอมติดคุก ไม่มีวัน เดินมาเห็นตำรวจกำลังขุดหลุมศพละม่อมก็ตกใจคว้าไม้ย่องเข้าด้านหลังหมายฟาดตำรวจ ซ้อนเข้ามารวบตัวไว้ทันไม้หล่นจากมือ พริ้มเพรากลบเกลื่อนว่าหลานตนสติไม่ค่อยดี ถามตำรวจขุดทำไม ไม่มีอะไรน่าสนใจ ตำรวจเห็นว่าเป็นหลุมกลบใหม่น่าสงสัย นเรนทร์โวยไม่ให้ขุด ซ้อนรวบตัวแน่น

สุดท้ายสิ่งที่ตำรวจขุดเจอเป็นซากศพสุนัขเน่าเหม็น พริ้มเพรารีบให้คนงานกลบเพราะกลิ่นเหม็นคลุ้ง นเรนทร์แปลกใจที่ศพละม่อมหายไปไหน...พอตำรวจกลับไป พริ้มเพราถอนใจคิดแล้วว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ จึงให้ซ้อนขุดหลุมข้างหน้าฝังหมาเน่า ส่วนหลุมละม่อมก็ปลูกต้นไม้คลุมไว้ นเรนทร์โล่งอกแต่สีหน้าซ้อนไม่สบายใจ

ด้านคุณใหญ่รู้สึกตัวขึ้นมาเรียกหายอแสง ศักดิ์ระพีดีใจตามพยาบาลมาดูอาการ ระหว่างนั้นใจบุญชวนเอี้ยงมาลองชุดราตรีไปงานสมาคม แม่ให้ชวนศักดิ์ระพีแต่ตนคิดว่าเขาคงไม่อยากมา ช่างตัดเสื้อยิ้มแย้มต้อนรับเพราะบารมีโทร.มาบอกว่าใจบุญจะมาลองชุดกับคู่เต้นรำ เอี้ยงรีบปฏิเสธไม่ใช่ตน แต่ช่างอยากเห็นว่าชุดทั้งสองคนเหมาะกันแค่ไหนจึงขอให้เอี้ยงลองแทน พอทั้งสองเดินออกมาในชุดราตรี เอี้ยงดูสง่าภูมิฐานมาก ใจบุญก็สวยสมกัน ช่างจึงขอถ่ายรูปไว้โชว์ในร้าน ทั้งสองดูเก้กัง ช่างจัดท่าให้ราวคู่รักกันก็ไม่ปาน

พอออกมาจากร้านเอี้ยงรู้สึกไม่ดีที่ถ่ายรูปกับใจบุญแทนศักดิ์ระพี เธอฟังแล้วเคืองราวเอี้ยงรังเกียจจึงตัดพ้อ เอี้ยงเตือนสติป่านนี้ยังไม่ยอมรับความจริงอีกหรือ ใจบุญส่ายหน้า

“เธอต้องยอมรับความจริง ความจริงที่เธอกำลังหลงรักคนที่เป็นไปไม่ได้ อาเล็กไม่ได้รักเธอ และไม่มีวันรักเธอใจบุญ” แต่พอเห็นใจบุญร้องไห้ก็รู้สึกผิด “นพดลไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงขนาดนี้ นพดลขอโทษ...”

ใจบุญปาดน้ำตาไม่โต้เถียงแต่เดินจากไปดื้อๆ

ooooooo

เช้าวันใหม่ มีความวุ่นวายมากขึ้นเมื่อพริ้มเพรากับนเรนทร์เอาเครื่องใช้ในบ้านเดชาบดินทร์ออกมาขาย ซ้อนห้ามก็ไม่ฟัง ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่กลับมาพอดี พร้อมมิตรกับจิตรใสยืนมองสองป้าหลานอย่างยิ้มเยาะ ช่วยกันฟ้องคุณใหญ่ถึงการกระทำของทั้งสอง

พริ้มเพราจะแก้ตัวแต่นเรนทร์สวนออกมาว่าตนจะขายเพราะอีกหน่อยของทุกอย่างก็เป็นของตน คุณใหญ่ส่ายหน้าเอือมระอา นเรนทร์เห็นสีหน้ายิ่งอาละวาดหาว่าหวงของ คว้าโถลายครามจะทุ่มทิ้ง คุณใหญ่ตวาดกร้าว

“หยุดนะ! ถ้ามีของพังอีกสักชิ้น ฉันจะหักเงินจากมรดกส่วนของเธอ แล้วจะเรียกตำรวจมาจับเธอด้วย นเรนทร์”

พริ้มเพราดึงโถลายครามจากมือหลานวางลงแล้วปรามให้พอแค่นี้ คนรับใช้ช่วยกันขนของนเรนทร์ออกจากห้องคุณใหญ่ นเรนทร์อาละวาดอีกรอบห้ามใครขน คุณใหญ่ถามคนรับใช้ว่าจะฟังใคร ทุกคนก้มหน้าขนของต่อไป นเรนทร์จ้องหน้าเจ็บใจ คุณใหญ่เอ่ยปาก

“ขอบใจที่หวังดีมาดูแลห้องให้ คงคิดว่าฉันไม่กลับมาแล้วสิ แต่เสียใจด้วย ฉันไม่ยอมเป็นอะไรไปง่ายๆตราบใดที่บ้านเดชาบดินทร์ยังร้อนเป็นไฟ ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว ทุกอย่างในบ้านจะเป็นเหมือนเดิม ฉันคือเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์”

“หนังเหนียวนักนะอีแก่!” นเรนทร์โกรธพุ่งเข้าจะตบคุณใหญ่

ศักดิ์ระพีจับมือไว้แล้วซัดหน้าไปหนึ่งฉาด “เกินไปแล้ว! คิดจะทำร้ายคุณแม่ใหญ่เชียวรึ”

พริ้มเพราเข้าประคองหลานปรามให้พอ วันนี้ไม่ใช่วันของเรา นเรนทร์แค้นใจแต่ไม่กล้าสู้ศักดิ์ระพี เดินเจ็บใจออกไป พริ้มเพรารีบวิ่งตาม คุณใหญ่มองหน้าน้องชายอย่างอ่อนล้า...นเรนทร์กราดเกรี้ยวก่นด่าคุณใหญ่ พริ้มเพรากลัวใครได้ยิน พยายามปลอบให้เขาใจเย็น รอเวลาวันเปิดพินัยกรรม เพราะตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ คุณใหญ่คงระวังตัวแจ

“ถ้าวันนั้นมาถึง ผมจะไล่ไอ้อีทั้งหลายออกไปให้หมด ให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอนเลย”

วันต่อมา ตะวันกับเอี้ยงมาทำบุญกรวดน้ำอุทิศให้ท่านต้น เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดท่าน ตะวันรำพันเสียใจที่ไม่มีโอกาสดูแลคุณใหญ่ ขอให้ท่านต้นคุ้มครองคุณใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ตนขอเจ็บแทนคุณใหญ่ เอี้ยงใจหายไม่อยากให้พูดแบบนี้ฟังดูน่ากลัว ศักดิ์ระพีเข็นคุณใหญ่เข้ามา

“โถ...ลูกยอ ลูกยอของแม่”

ตะวันหันมองตกใจเมื่อเห็นคุณใหญ่กับศักดิ์ระพี โผเข้ากอดคุณใหญ่ “คุณแม่ใหญ่ฟื้นกลับมาหาลูกยอแล้ว คำอธิษฐานของลูกยอเป็นความจริงแล้ว”

เสร็จจากการทำบุญ ศักดิ์ระพีเข็นรถคุณใหญ่ ตะวันกับเอี้ยงเดินตาม เขาถามตะวันรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิดท่านต้น เธอบอกว่าเห็นจากรูปที่งานศพ จำได้ว่าท่านเป็นคนดีมีเมตตา เขาชักสงสัยเพราะเธอไม่เคยพบท่านต้น ตะวันอึกอักอ้างว่าได้ยินคนอื่นพูดกันไม่มีใครไม่เคารพท่าน ศักดิ์ระพีพยักหน้ากลายๆ คุณใหญ่ชวนตะวันกลับไปอยู่เดชาบดินทร์ตามเดิม...

ตะวันเดินตามหลังคุณใหญ่เข้ามาอย่างลังเล พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสต่างไม่พอใจที่ตะวันกลับมาเพราะเชื่อว่าเป็นคนวางยาคุณใหญ่ พอดีซ้อนรับดิเรกมาถึง

“สวัสดีครับคุณใหญ่ ผมดีใจมากเมื่อทราบว่าคุณใหญ่ปลอดภัย เรื่องที่คุณใหญ่สั่ง ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”

“ขอบใจคุณหลวง” คุณใหญ่ประกาศกับทุกคน “ฉันอยากให้ทุกคนรับรู้ไว้ ฉันรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรมแล้ว มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมพวกเธอ ห้ามใครดูถูกลูกยออีกเป็นอันขาด และฉันได้ยกสมบัติส่วนของฉันให้กับลูกยอแต่เพียงผู้เดียว” ตะวันจะแย้ง “ลูกยอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ต่อไปนี้ลูกยอไม่ใช่คนต่ำต้อยอีกต่อไป”

ศักดิ์ระพียิ้มยินดีด้วย แต่พวกนเรนทร์ไม่มีใครพอใจ...คุณใหญ่ให้ตะวันขึ้นมาอยู่บนตึก แต่เธอขออยู่ที่เรือนแพตามเดิม เพราะรู้สึกอบอุ่นเหมือนเป็นบ้าน ตะวันสวมกอดคุณใหญ่กล่าวว่าไม่อยากได้สมบัติใดๆ นอกจากเห็นคุณใหญ่ปลอดภัย คุณใหญ่ปลาบปลื้มที่มองคนไม่ผิด

ด้านนเรนทร์เดือดดาลปัดของในห้องกระจายเข่นเขี้ยวว่านังแก่เจ้าเล่ห์ ทำไมไม่ตายจะฟื้นกลับมาทำไม พร้อมมิตรกับจิตรใสยืนเกาะกันกลัวอารมณ์น้องต่างแม่ พริ้มเพรายุแยงให้สองสาวร่วมมือกำจัดยอแสง ด้วยการหลอกยอแสงมาให้นเรนทร์ปล้ำทำเมียให้อับอายทนอยู่ไม่ได้ พร้อมมิตรไม่ชอบวิธีการทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงแบบนี้ แต่เมื่อโดนยุมากขึ้นจึงเอนเอียง

ooooooo

วันต่อมา ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่ไปเช็กร่างกายตามที่หมอนัด ตะวันอยู่บ้านจะทำแกงส้มมะรุมไว้ให้ คุณใหญ่กับเติมแซวว่าช่างจำทุกอย่างที่เป็นของชอบของศักดิ์-ระพีได้ ตะวันหน้าแดง พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสมองรถที่แล่นออกไปอย่างสบโอกาส

พริ้มเพราใช้ซ้อนไปดูคนงานในสวน ส่วนเอี้ยงยังไม่กลับจากโรงเรียนตำรวจ จิตรใสเริ่มส่งเสียงร้องช่วยด้วย ตะวันได้ยินตกใจรีบวิ่งมาหา จิตรใสบอกว่านเรนทร์ทำร้ายพร้อมมิตรในห้อง ตะวันรีบไปช่วย แต่แล้วกลับเจอพร้อมมิตรกับพริ้มเพรายิ้มเยาะถากถาง จิตรใสเข้ามาด้านหลังผลักตะวันล้มลง ทุกคนเดินออกจากห้องคล้องโซ่ที่ประตูด้านนอก ตะวันฝืนลุกมาทุบประตู นเรนทร์ยืนยิ้มย่องเข้ามาจับเธอเหวี่ยงไปที่เตียง

“ไม่มีใครช่วยแกหรอก นังยอแสง วันนี้ฉันจะชำระแค้นกับแกให้ถึงใจเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ”

ตะวันต่อสู้หาทางเอาตัวรอด นเรนทร์โถมเข้าปลุกปล้ำโดนเธอข่วนหน้าเลือดซิบยิ่งคลั่ง ด้านจิตรใสลงมานั่งจิบเครื่องดื่มสบายใจ พร้อมมิตรกลับเครียดกับสิ่งที่ทำ พริ้มเพราอารมณ์ดีมายืนอยู่ท่าน้ำชมวิว แต่แล้วต้องตาเหลือกเมื่อเห็นศักดิ์ระพีนั่งเรือรับจ้างกลับมา

อินตาเป็นคนพายเรือมาส่งพยายามหลบหน้าศักดิ์ระพี พอเขาขึ้นท่าไปแล้วก็ชะเง้อมองอยากเห็นตะวัน...ศักดิ์ระพีก้าวเข้าบ้านได้ยินเสียงร้องของตะวันก็ตกใจรีบวิ่งขึ้นชั้นบน พังประตูเข้ามาเห็นนเรนทร์กำลังปลุกปล้ำตะวัน จึงปรี่เข้ากระชากนเรนทร์มาชกจนลงไปนอนกอง ตะวันต้องห้ามเกรงเขาตาย ศักดิ์ระพีหันมากอดปลอบจะพาตะวันไปแจ้งความ นเรนทร์ยังไม่สลดหัวเราะร่าท้าให้ไปแจ้ง ยอแสงจะได้ฉาวโฉ่

“แก! แกไม่สมควรมีสายเลือดเดชาบดินทร์เลยสักนิด” ศักดิ์ระพีโกรธพูดจี้ใจ

นเรนทร์ยิ่งเดือดดาลตะโกนลั่นว่าตนคือทายาทคนเดียวของท่านต้น มรดกทั้งหมดต้องเป็นของตนคนเดียว ตะวันขอร้องศักดิ์ระพีอย่าแจ้งความ ไม่อยากให้คุณใหญ่ไม่สบายใจ ขอให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้ ศักดิ์ระพีพาตะวันออกจากห้องก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นฆาตกรฆ่านเรนทร์ นับว่าโชคดีที่คุณใหญ่ลืมเอายาไปด้วย ตนจึงนั่งเรือกลับมาเอา ตะวันขอร้องอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณใหญ่ เพราะไม่ใช่นเรนทร์คนเดียวที่กระทำ ศักดิ์ระพีคาดไม่ถึง

“ทำไมเธอต้องปกป้องคนที่คิดร้ายกับเธอด้วย”

“ยอแสงปกป้องเกียรติของคุณแม่ใหญ่และบ้านเดชาบดินทร์ต่างหากค่ะ ชื่อเสียงของบ้านจะต้องไม่มัวหมองเพราะเด็กข้างถนนต่ำต้อย แค่คุณแม่ใหญ่รับเป็นลูกบุญธรรม ยอแสงก็ชดใช้บุญคุณท่านไม่หมดแล้ว”

“ยอแสง...จิตใจของเธอสว่างไสวตรงข้ามกับชื่อเหลือเกิน ความดีงามในตัวเธอสวยงามยิ่งกว่าแสงตะวันที่อยู่สูง ฉันมองเธอไม่ผิดจริงๆ” ศักดิ์ระพีทึ่งมองตาตะวันอย่างมีความหมาย

ตะวันประสานสายตา ศักดิ์ระพีเผลอตัวโน้มหน้าจะจูบ ธาดาโผล่เข้ามาขัดจังหวะ หญิงสาวตกใจถอยห่าง ศักดิ์ระพีเข้าใจว่าเธอกลัวธาดาเข้าใจผิดจึงหงุดหงิดเดินแยกออกมาปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน ธาดาแปลกใจกับสภาพของตะวัน เธอโกหกว่าซุ่มซ่ามหกล้มเอง เขาไม่อยากเชื่อต้องมีเรื่องกับคนในบ้านอีก ธาดาตัดสินใจเผยความในใจ ตนเรียนจบเมื่อไหร่จะขอเธอแต่งงาน ตะวันตะลึง ธาดาย้ำว่าเขารักเธอ รักมานานแล้ว...ศักดิ์ระพีแอบฟังรู้สึกปวดใจทนฟังต่อไม่ได้เดินหนีไป ไม่ทันฟังคำของธาดาที่พูดต่อว่า

“พี่พูดเท่านี้สบายใจแล้ว ส่วนยอแสงจะคิดยังไงกับพี่ ก็สุดแล้วแต่ใจยอแสง”

ตะวันขอให้เลิกคิด ธาดายืนยันทำไม่ได้ เธอจึงพูดไม่ให้กระเทือนใจ “พี่ธาดาจำเอาไว้นะคะ ถ้าหากยอแสงจะมีความรัก ยอแสงจะรักคนที่มีความดีและมีอะไรๆเหมือนพี่ธาดาค่ะ”

อีกคนที่สับสนไม่รู้ใจตัวเองเพราะโดนฝังหัวมาแต่เล็กว่าคู่ควรกับศักดิ์ระพีคือใจบุญ พอเอี้ยงซื้อขนมมาขอโทษที่ติติงเรื่องความรักระหว่างเธอกับศักดิ์ระพี ทำให้ยิ่งว้าวุ่นใจน้ำตาไหล

“ฉันไม่รู้ ไม่รู้ว่าทำไมต้องเจ็บปวดและรู้สึกผิดมากทุกครั้งที่นพดลทำดีด้วย มันเหมือนฉันกำลังทำร้ายหัวใจตัวเองอยู่ นพดลบอกฉันทีสิ ฉันเป็นอะไร”

เอี้ยงมองอย่างเข้าใจ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ สัญญาจะเป็นกำลังใจให้เธอตลอดไป ใจบุญลืมตัวโผกอดอย่างซาบซึ้งใจ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างตลอดมา เอี้ยงพยายามตัดใจ ดันตัวเธอออกแล้วเตือนให้เข้าบ้าน...เอี้ยงเดินหดหู่ใจมาตามทุ่งกว้าง สีหน้าเครียดกับโชคชะตา สับสนย้ำเตือนตัวเองไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชีวิตตัวเองแค่ไหน ก็ยังเป็นไอ้เอี้ยงลูกชาวเรือกระแชงจนๆ ไม่เหมาะสมกับใจบุญเลยแม้แต่นิดเดียว

ตะวันเดินกลับมาที่ท่าน้ำเรือนแพ เห็นศักดิ์ระพีนั่งจิบไวน์สีหน้ากลัดกลุ้มอยู่ก็แปลกใจ บอกเขาว่าคุณใหญ่ให้มาตาม เขาน้อยใจ “เธอมาหาฉันเพราะพี่ใหญ่...ฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”

“ทำไมอาเล็กต้องประชดยอแสงด้วยคะ”

“ขอโทษที่ฉันปากหวานไม่เท่านายธาดาของเธอ”

“ทำไมต้องไพล่ไปพูดถึงพี่ธาดา”

“ก็ฉันมันคนไม่ดี แส่ไม่เข้าเรื่อง” ตะวันสวนว่าเกลียดจริง เขาตาโพลงถาม “เกลียดใคร?”

“เกลียดอาเล็กค่ะ ชอบจับผิดยอแสงอยู่เรื่อย”

“ฉันไม่ต้องการเห็นเธอทำอะไรผิดๆเรื่องความรัก” ศักดิ์ระพีจ้องหน้าตะวัน

“คนเรามีจิตใจเป็นของตัวเอง ถ้าคนคนนั้นถลำตัวไป อาเล็กฉุดไว้ได้ไหมคะ คนจะเกลียดกันหรือฆ่ากัน อาเล็กห้ามได้ไหมคะ”

“งั้นบอกฉันสักคำสิยอแสง เธอรักธาดาหรือเปล่า”

“อาเล็กบอกยอแสงก่อนสิคะ...ความรักเกิดจากอะไร” ตะวันย้อนถาม

“ความใกล้ชิด...เห็นอกเห็นใจ...หัวใจตรงกัน มันก็เรียกว่าความรัก” ศักดิ์ระพีพยายามคิด

“ยอแสงกับพี่ธาดาเห็นอกเห็นใจกัน แต่หัวใจไม่ตรงกัน”

“อยู่ใกล้ชิดกัน สักวันหัวใจเธอก็ตรงกัน”

“ถ้ายอแสงมีความรัก ยอแสงจะเรียนให้อาเล็กทราบเป็นคนแรก” ตะวันประชดกลับ

“ฉันจะดีใจมาก ถ้าเธอได้คู่ครองที่ดี”

ตะวันชักน้อยใจที่เขายังดันทุรังเชื่ออย่างนั้น จึงดึงแก้วไวน์เททิ้ง ประชดขอบคุณที่หวังดี ถ้าตนจะแต่งงานกับใคร ผู้ชายคนนั้นต้องไม่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนเขา พูดจบผละจากไปอย่างไม่พอใจ ศักดิ์ระพีเริ่มรู้สึกตัวว่าพูดพล่ามอะไรออกไป...ตะวันน้อยใจน้ำตาปริ่มรำพันคนเดียว

“อาเล็กคนเดิมที่แสนอบอุ่นของยอแสงหายไปไหน ทำไมอาเล็กต้องพูดประชดประชันยอแสงตลอดเวลา อาเล็กบ้า!”
ooooooo

เช้าวันใหม่ ตะวันพาคุณใหญ่ออกมานั่งเล่นริมน้ำหน้าเรือนแพ คุณใหญ่ดูสดชื่นขึ้นเล่าให้ตะวันฟังว่าเธอเริ่มต้นชีวิตคู่กับท่านต้นที่บ้านหลังนี้ และหวังจะตายที่บ้านหลังนี้เหมือนท่านต้น ตะวันใจหายขอร้องอย่าพูดแบบนี้ คุณใหญ่ยิ้มเปรยว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา

ตะวันเห็นคุณใหญ่กระแอมจึงคิดว่าต้องคอแห้งจึงกลับเข้าบ้านไปเอาเครื่องดื่ม นเรนทร์ย่างสามขุมเข้ามาด้านหลัง ผลักคุณใหญ่ตกน้ำก่อนจะหลบหนีไป คุณใหญ่ยังไม่แข็งแรงจึงช่วยตัวเองไม่ได้ อินตาเห็นรีบกระโจนลงไปช่วยพาขึ้นมาปฐมพยาบาลในเรือกระแชงของเขา สายยังไม่ปกติดีเข้ามาเขย่าคุณใหญ่ให้ตื่น คุณใหญ่ปรือตามองรำพึงเรียกสายก่อนจะนิ่งไป สายตกใจคิดว่าเธอตาย อินตาต้องบอกว่าเธอแค่สลบเท่านั้น

คุณใหญ่รู้สึกเหมือนมีคนเอาผ้ามาซับหน้าให้ มีเสียงเรียก...คุณใหญ่เจ้าขา จึงลืมตามองเห็นดวงพรนั่งยิ้มก็ดีใจถามเธอมารับตนไปอยู่ด้วยใช่ไหม ดวงพรกลับกุมมือคุณใหญ่ บอกฝากลูกตะวันด้วย คุณใหญ่เพ่งมองหน้าดวงพรแล้วเห็นหน้าตะวันซ้อนขึ้นมา

คุณใหญ่พึมพำเรียกตะวัน...ตะวันหันขวับ เอี้ยงรีบสะกิดอย่าเผลอตอบรับ จิตรใสร้องขึ้นว่าคุณแม่ใหญ่ฟื้นแล้ว ศักดิ์ระพีปรี่เข้าหาอย่างห่วงใย คุณใหญ่รีบบอกเขาว่าตนเจอสาย พริ้มเพราซึ่งยืนมองอยู่ใจหายเผลอสวน “ไม่จริง! เอ้อ...พริ้มหมายถึงคุณใหญ่จะเจอแม่สายได้ยังไง”

คุณใหญ่ยืนยันว่าเจอสายจริงๆ ศักดิ์ระพีบอกว่า จู่ๆก็พบคุณใหญ่หมดสติอยู่ที่ท่าน้ำ ไม่มีใครเห็นว่าตกน้ำไปได้อย่างไร พร้อมมิตรปรักปรำว่ายอแสงทำ คุณใหญ่แย้ง ยอแสงไม่เกี่ยว ตนซุ่มซ่ามตกไปเองอย่ามาโทษลูกยอของตน พร้อมมิตรค้อนขวับอย่างเกลียดชังตะวันมากขึ้น

นเรนทร์เจ็บใจที่คุณใหญ่ไม่ตาย พริ้มเพรามาต่อว่าอย่าทำอะไรโฉ่งฉ่างแบบนี้อีก จะติดตะรางเอา ช่วงนี้คุณใหญ่คงระวังตัวแจ เราต้องรอให้เธอตายใจสักระยะ

จากที่คุณใหญ่พูดทำให้ตะวันคิดถึงสายมาก ยืนมองเรือที่แล่นผ่านท่าน้ำยามค่ำ เอี้ยงรู้ว่าพี่สาวคิดถึงแม่ ตะวันรำพันพอตัวเองได้อยู่ดีกินดีก็อยากให้แม่ได้กินอิ่มนอนหลับด้วย อินตาแอบมองได้ฟัง รำพึงขอให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้ เธอคือดวงตะวันคือแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าและยิ่งใหญ่ จะไม่มีใครดับแสงสว่างและความดีในตัวเธอได้

ในขณะที่คุณใหญ่นั่งพูดกับอัฐิท่านต้นว่า อีกไม่นานเราต้องเจอตะวัน ตนเชื่อว่าสายยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตนจะต้องเปิดเผยความจริงให้ได้ก่อนตาย

เช้าวันใหม่ เอี้ยง เติมและซ้อนช่วยกันถือของที่คุณใหญ่ ตะวันและศักดิ์ระพีจะไปทำบุญให้ท่านต้นที่วัด ตะวันมีท่าทีปั้นปึ่งกับศักดิ์ระพี พริ้มเพราเห็นถามจะไปไหน คุณใหญ่เล่าว่าเมื่อคืนฝันถึงท่านต้นจึงอยากไปทำบุญให้ จิตรใสโพล่งออกมาว่าคุณแม่ใหญ่ฝันเห็นผีคุณพ่อ พร้อมมิตรเอ็ดพูดดีๆ นเรนทร์สวนคนตายก็ต้องเรียกผี คุณใหญ่ปรามรู้จักเคารพกันบ้าง

“ผีลำเอียง...ไม่จำเป็นต้องเคารพ คนงกคนโกง ไม่จำเป็นต้องนับถือ” นเรนทร์กร่าง

ศักดิ์ระพีเอ็ดให้หยุดก้าวร้าว เขากับสวนว่าคนนอกอย่าแส่...ศักดิ์ระพีมองดุๆ นเรนทร์ถามจะทำไม แต่ด้วยความที่ยังมีชนักติดหลังไม่กล้าทำอะไรศักดิ์ระพี จึงพาลปัดข้าวของล้มก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป พริ้มเพราต้องวิ่งตามหลาน คุณใหญ่ถอนใจกับนิสัยอันธพาลของนเรนทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสขอไปทำบุญด้วย ต่างเข้าเกาะแขนศักดิ์ระพีคนละข้างอย่างไม่ยอมกัน ตะวันแอบมอง ด้วยสายตาหึงโดยไม่รู้ตัว แต่เอี้ยงสังเกตเห็น

ระหว่างกรวดน้ำ คุณใหญ่เอ่ยกับซ้อนว่าเมื่อคืนฝันถึงท่านต้นทำให้นึกได้ว่า ท่านเคยสั่งมอบที่นาอยุธยาให้ซ้อนแปลงหนึ่งกับเงินอีกก้อน เผื่อเขาอยากกลับไปทำนาตอนแก่ ซ้อนน้ำตาปริ่มซาบซึ้งบุญคุณ แต่ไม่อาจ รับไว้ได้เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองอกตัญญู...พอพริ้มเพรา

รู้เรื่องมาต่อว่าซ้อนทำไมโง่อยากอยู่เป็นขี้ข้าไปชั่วชีวิตหรือ ทีตนไม่เคยได้รับน้ำใจอะไรเลย

“คุณพริ้มยังไม่ได้หรือยังไม่พอกันแน่ เลิกคิดร้ายกับคนดีๆเสียทีเถอะครับ เราไม่มีทางหนีเวรกรรมพ้นหรอก”

พริ้มเพราโกรธที่มาสั่งสอน...ด้านตะวันกลับมาที่เรือนแพ เอาดอกไม้โปรยลงแม่น้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปถึงสาย เอี้ยงเลียบเคียงถามว่าถ้าเจอสายจะสารภาพความจริงว่าคือตะวันไหม เธอบอกขอแค่เจอแม่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนยอมทุกอย่าง ซ้อนเดินผ่านมาได้ยินการสนทนาของทั้งสอง ซ้อนตกใจกึ่งดีใจที่ยอแสงคือตะวันลูกแท้ๆของท่านต้น

ซ้อนมาที่ห้องพระกราบอัฐิท่านต้นอย่างรู้สึกผิดและสัญญาจะทำทุกอย่างให้ถูกที่ถูกทาง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เมียข้าใครอย่าแตะ "เขตต์" หน้ามืดหึง "หยาด" สวมบทบู๊ทำ "ฟลุค" หน้าหงาย

เมียข้าใครอย่าแตะ "เขตต์" หน้ามืดหึง "หยาด" สวมบทบู๊ทำ "ฟลุค" หน้าหงาย
23 ก.พ. 2563
08:01 น.