ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณใหญ่บอกยอแสงว่าตนเป็นคนเขียนจดหมายไปถึงศักดิ์ระพีว่ายอแสงสอบได้ เขาจึงส่งของขวัญมาให้ ตะวันเปิดกล่องเห็นชุดนอนสีฟ้าสวยหวาน เอี้ยงตื่นเต้นแซวช่างรู้ใจว่าพี่ตนชอบสีฟ้า ตะวันผิดหวังที่ไม่มีจดหมายแนบมาด้วย คุณใหญ่ปลอบว่าอาจลืม

จิตรใสแอบมองอย่างอิจฉา นำเรื่องมาเล่าให้ พร้อมมิตรฟัง พร้อมมิตรเจ็บใจอย่างมาก...ในขณะที่อินตาพาสายมาบ้านเดชาบดินทร์หวังจะสารภาพกับ คุณใหญ่ พอดีเห็นพริ้มเพราด่าว่าซ้อนที่ทำงานพลาดปล่อยให้อินตาพาสายหนีไปได้

“ถ้ามันรู้เรื่องที่เราทำร้ายนังสาย มันอาจจะพานังตะวันกลับมาที่นี่ก่อนนเรนทร์จะอายุครบยี่สิบเอ็ดปี ฉันจะยอมให้นังตะวันปรากฏตัวในบ้านเดชาบดินทร์ไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้มันแย่งมรดกของนเรนทร์ไป...ให้คนของเราเฝ้ารอบๆบ้านนี้ไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้อินตาพานังตะวันเข้ามา เจอตัวนังตะวันเมื่อไหร่ ฆ่ามันทิ้งซะ”

ซ้อนตกใจกับความใจร้ายของพริ้มเพรา แต่เธอกลับขู่ถ้าเขาไม่ทำจะฆ่าคุณใหญ่กับทุกคนในบ้านแทน อินตาได้ยินอย่างนั้นเครียดจัดปลอบสายไม่ให้อาละวาด พยายามอธิบายว่าสายต้องซ่อนตัว ตนจะกลับไปคอยปกป้องตะวัน และจะทำให้ทุกอย่างถูกต้องถูกที่ถูกทาง

ในคืนนั้นตะวันกลับเข้าห้องที่เรือนแพ ต้องตกใจเมื่อพบว่าห้องถูกรื้อ ชุดนอนที่ศักดิ์ระพีส่งมาให้ถูกตัดขาดรุ่งริ่ง ถึงกลับทรุดลงน้ำตาไหลริน...พอดีคุณใหญ่เดินตามมาหา เห็นสภาพตะวันก็ตกใจสงสารเป็นอย่างยิ่ง

“ต้องมีคนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่ๆ...แม่จะรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรม ถ้าลูกยอได้ชื่อว่าเป็นลูกของแม่ คงไม่มีใครกล้ารังแกอีก” ตะวันจะค้าน คุณใหญ่ถามสวน “ลูกยอรักแม่รึเปล่า”

“รักค่ะ แต่ลูกยอกลัวว่า...”

“ถ้ารักแม่ ต้องเชื่อฟัง คนอื่นจะว่ายังไงไม่ต้องสนใจ แม่จะจัดการเอง แม่รักลูกยอนะลูก แม่ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายลูกยออีก”

ตะวันก้มกราบ “ลูกยอกราบขอบพระคุณค่ะ ไม่รู้ลูกยอทำบุญด้วยอะไร คุณแม่ใหญ่ถึงดีกับลูกยอถึงเพียงนี้”

หน้าเรือนแพ พริ้มเพราแอบฟังด้วยความคั่งแค้นใจรีบมาเล่าให้นเรนทร์ฟัง สองป้าหลานเข่นเขี้ยว จะต้องหาทางกำจัดยอแสงไปให้ได้

เช้าวันใหม่ คุณใหญ่ได้รับโทรเลขจากศักดิ์ระพีว่าจะกลับมาถึงในวันเสาร์ พร้อมมิตรดีใจเพราะตรงกับวันเกิดตัวเองพอดี จึงขออนุญาตจัดงานเลี้ยงวันเกิดควบกับต้อนรับเขา คุณใหญ่เห็นดี ตะวันหน้าเจื่อนไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ พริ้มเพราสบโอกาสแอบให้ละม่อมหายาพิษมาให้อีกครั้งพร้อมกำชับห้ามบอกใครเด็ดขาด

ooooooo

พร้อมมิตรเป็นแม่งานจัดงานครั้งนี้ มีแผ่นป้ายติดสองประโยค ยินดีต้อนรับศักดิ์ระพี และสุขสันต์วันเกิดพร้อมมิตร มีรูปหัวใจเชื่อมสองประโยคเหมือนงานแต่งงาน

ตะวันถือกล่องของขวัญมายื่นให้พร้อมมิตร เธอปรายตามองเหยียด รับของส่งต่อให้สาวใช้เอาไปวางบนโต๊ะที่จัดไว้สำหรับวางของขวัญ จิตรใสชมดอกไม้ที่ตกแต่งว่าสวยงาม พร้อมมิตรโอ่ตนรู้ว่าศักดิ์ระพีชอบกุหลาบขาว ตะวันเศร้าตนไม่เคยรู้เลยว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร

เติมรอรับศักดิ์ระพีที่สนามบิน พอเขามาถึงคิดว่าจะกลับบ้านร่มรื่นเลย ศักดิ์ระพีกลับบอกให้ไปบ้านเดชาบดินทร์ เติมกระเซ้าคิดว่าจะคิดถึงพยับหมอก

ศักดิ์ระพีทำหน้าดุใส่ เติมหัวเราะแหะๆ “ล้อเล่นครับ คุณเล็กคงคิดถึงคุณใหญ่ม้ากมาก...”

ศักดิ์ระพีไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เดินนำไปขึ้นรถ ในใจคิดถึงยอแสงเหลือเกิน...ในขณะที่ซ้อนยืนต้อนรับแขกที่มาทางเรือ นเรนทร์มีอาการอยากยา เดินมาถามซ้อนว่าเพื่อนๆตนมาหรือยัง ซ้อนอึกอักๆบอกว่าคุณใหญ่ไม่ให้เอาเรือไปรับ นเรนทร์โกรธมากตวาดเสียงลั่น

“คุณแม่ใหญ่มีสิทธิ์อะไรมาห้าม ฉันเป็นเจ้าของบ้านจะเชิญใครมางานก็ได้ เอาเรือไปรับมาเดี๋ยวนี้”

ซ้อนไม่กล้าขัดคำสั่งคุณใหญ่ นเรนทร์มีท่าทางกระสับกระส่ายมองหาเรือจะไปรับเพื่อนเอง พลันเห็นอินตาอยู่ในเรือกระแชง จึงตะโกนเรียก “แกน่ะ ฉันจ้างแกเท่าไหร่ไม่อั้น พายเรือไปรับเพื่อนของฉันที่ฝั่งโน้นที...ว่าไง จะเอาไหมเงินน่ะ”

อินตามองนเรนทร์ด้วยจำได้ว่านี่คือลูกของตัว จึงตอบไปว่าไม่อยากได้ นเรนทร์ตวาดกลับ โง่หรือบ้าถึงไม่อยากได้เงิน อินตาพยายามเตือนสติ “เงินเป็นของนอกกาย จำไว้นะครับ วันนี้เป็นของเราแต่วันหน้าอาจไม่ใช่ เราต้องเตรียมใจรับความเปลี่ยนแปลง ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนรวยกลายเป็นคนจน ส่วนคนจนกลายเป็นคนรวยในชั่วข้ามคืน”

นเรนทร์ไม่เข้าใจหาว่าพูดมากน่ารำคาญ ถามย้ำจะไปไหม อินตารับคำว่าไปแล้วบอกจะเอาเรือพายมารับ สายมองจากในเรือกระแชงเห็นนเรนทร์ ด้วยอาการบ้าจึงวิ่งออกมาจับเนื้อตัวเขาด้วยความดีใจ นเรนทร์ตกใจและรังเกียจผลักสายล้มลงด่าว่าหยาบคาย อินตาตกใจรีบเข้ามาห้าม สายยื้อจะเข้าไปกอดร้องเรียกลูก...ลูกแม่จำแม่ไม่ได้หรือ

“เอามันไปไกลๆเหม็นสาบ อีบ้า! อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ใช่ลูกแก คนอย่างแกทั้งจนทั้งบ้า ไม่มีปัญญามีลูกอย่างฉันหรอกเว้ย ฉันเป็นถึงลูกชายคนเดียวของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ คนอย่างพวกแกไม่มีวันเป็นพ่อแม่ฉันได้ จำใส่กะโหลกไว้ ถุย...” นเรนทร์ถ่มน้ำลายใส่ สั่งให้เอาเรือมารับตนโดยเร็ว อินตาโกรธแต่จำต้องอดกลั้นปลอบสายให้หยุดคร่ำครวญพากลับลงเรือ

สายเกิดอาการคุ้มคลั่งร้องไห้พร่ำถามว่าลูกเราเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง อินตามองสายอย่างสงสารจับใจ หัวเราะทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวด “โชคชะตาเล่นตลกรึไง

ลูกชาวเรือได้กลับมาเจอพ่อแม่จนๆของมัน ส่วนเชื้อสายผู้ดีต้องกลับมาอาศัยบ้านตัวเองอยู่ จะมีอะไรตลกกว่านี้อีกไหม”

ด้านเอี้ยงแต่งเครื่องแบบนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญที่หน้าบ้านเพื่อพาไปบ้านเดชาบดินทร์ ไม่อยากโดนดูถูกว่าเป็นคนรับใช้ไม่มีการศึกษาอีก บารมีเห็นกลับเหยียดหยามว่า เครื่องแบบก็แค่เปลือกนอกไม่ช่วยให้ทิ้งกำพืดคนชั้นต่ำไปได้ เอี้ยงเจ็บปวดใจ ใจบุญสงสาร

“อย่าไปสนใจคำพูดของคุณแม่เลย คุณแม่จะคิดยังไงก็ตามแต่ใจบุญว่า วันนี้นพดลเรี่ยมมาก ดูเป็นผู้ใหญ่สง่าไม่แพ้อาเล็กเลย ขอควงว่าที่นายร้อยรูปหล่อหนึ่งวันนะจ๊ะ”

เอี้ยงยิ้มออกยื่นแขนให้ใจบุญควงด้วยหัวใจพองโต ไม่วายเหลือบเห็นจดหมายที่ใจบุญเคยจะส่งให้ศักดิ์ระพีสอดอยู่ในกระเป๋าสะพายก็สลดลง “จดหมายถึงอาเล็ก...ยังเก็บไว้อีกเหรอ”

ใจบุญตั้งใจจะมอบจดหมายให้ศักดิ์ระพีในวันนี้ ตำหนินพดลไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของตน เอี้ยงเอ่ยถามรักศักดิ์ระพีจริงหรือ เธอพยักหน้า เขาอยากรู้ว่ารักที่ตรงไหน ใจบุญอึกอัก

“อาเล็กทั้งหล่อทั้งรวยทั้งเก่ง ใครๆก็รักทั้งนั้นแหละไม่เห็นต้องถามเลย”

เอี้ยงสวนว่านั่นไม่ใช่ความรัก เพราะถ้าเรารักใครจะไม่สนใจว่าเขาเป็นอย่างไร เขาจะเป็นคนพิเศษสำหรับเราเสมอ ไม่ใช่เพราะเขาสวย รวยหรือเก่ง เรารักที่เขาเป็นเขา ใจบุญอึ้งแต่ดื้อแพ่งจะมอบจดหมายให้ศักดิ์ระพีในวันนี้ เอี้ยงย้ำเตือนทำให้เธอพูดไม่ออก

“ถ้าใจบุญรักอาเล็กด้วยความรู้สึกของตัวเองจริงๆ นพดลไม่ว่า แต่ถ้ารักเพราะแม่บอกให้รัก นพดลไม่สนับสนุนเพราะนั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง”

เมื่อศักดิ์ระพีมาถึงบ้านเดชาบดินทร์ เข้ามากราบคุณใหญ่ สองพี่น้องกอดกันด้วยความคิดถึง เอี้ยงพาใจบุญมาพอดี เธอรีบแยกจากเอี้ยงเข้ามาทักทายศักดิ์ระพีทันที พร้อมมิตรกับจิตรใสหมั่นไส้เข้ามาแกล้งขัดขา ใจบุญเกือบล้มแต่เอี้ยงเข้าประคองไว้ทัน เอี้ยงไม่พอใจผลักสองสาวหลีกทางให้ใจบุญเข้าไปหาศักดิ์ระพีอย่างง่ายดาย

เอี้ยงตะเบ๊ะทำความเคารพศักดิ์ระพี เขาภาคภูมิใจในตัวเอี้ยงมาก แล้วทักทายใจบุญว่าโตเป็นสาวเกือบจำไม่ได้ ใจบุญยิ้มปลื้มดึงจดหมายออกมาจะยื่นให้ แต่พร้อมมิตรแทรกเข้ามาดึงศักดิ์ระพีเข้าไปในงาน ใจบุญยืนเก้อผิดหวัง เอี้ยงมองด้วยความสงสาร

ด้านตะวันสีหน้าเศร้าทำงานอยู่แต่ในครัวเพราะยังน้อยใจไม่อยากเจอหน้าศักดิ์ระพีทั้งที่คิดถึงจับใจ ธาดาตามเข้ามาชวนให้ออกไปในงาน เอี้ยงเดินเข้ามาถามอีกคนว่าทำไมไม่ออกไปหาอาเล็ก เธอย้อนถามว่าอาเล็กถามถึงตนบ้างไหม เอี้ยงส่ายหน้าไม่ทันคิดอะไร ธาดาอยากรู้ใจยอแสงว่าคิดอย่างไรกับศักดิ์ระพีจึงลากเธอออกมาจากครัวจนได้

ระหว่างนั้นใจบุญเห็นศักดิ์ระพีเดินแยกจากเพื่อนมาจึงเข้าไปคุยด้วย ตั้งใจจะมอบจดหมายให้แต่พร้อมมิตรแทรกมาขัดจังหวะดึงเขาไปเต้นรำด้วย ศักดิ์ระพีหันมาบอกใจบุญว่ามีของมาฝากให้ไปหาที่โต๊ะ ใจบุญมองตามเศร้าๆในมือกำจดหมายอย่างผิดหวังอีกครั้ง

พร้อมมิตรเต้นรำกับศักดิ์ระพีและพร่ำบอกว่าตนจัดงานนี้เพื่อเขา ทั้งดอกไม้ก็เป็นดอกไม้ที่เขาชอบ ศักดิ์ระพีกล่าวขอบใจแต่สายตามองหายอแสง พร้อมมิตรไม่สบอารมณ์รีบพูดให้ร้ายว่ายอแสงเปลี่ยนไปมากอย่างที่ตนเขียนไปเล่า เที่ยวเก่งคบเพื่อนชายมากหน้าหลายตา ที่สนิทสุดเห็นจะเป็นธาดา วันนี้รู้ทั้งรู้ว่าเขากลับมายังไม่มาไหว้ คงขลุกอยู่กับธาดาที่ไหนสักแห่ง

“พอเวลาเปลี่ยนไป นิสัยคนเราก็เปลี่ยนไปได้” ศักดิ์ระพีสะเทือนใจ

พร้อมมิตรสมใจแกล้งมารยาทำเป็นแสบตาให้เขาช่วยดูว่าอะไรเข้าตา ตะวันเดินเข้ามาเห็นด้านหลังศักดิ์ระพีเหมือนกำลังกอดกับพร้อมมิตร ก็เสียใจตัดสินใจหันหลังเดินกลับ เพลงจบลงศักดิ์ระพีผละออกจากพร้อมมิตรบอกไม่มีอะไรเข้าตา แล้วเดินหนีไปหาคุณใหญ่

ใจบุญเดินเศร้าออกมาเจอเอี้ยง เขาประชดถามจะแต่งงานเมื่อไหร่ ใจบุญโกรธต่อว่าเขาใจร้ายชอบซ้ำเติม เอี้ยงเพิ่งเห็นว่าจดหมายยังอยู่ในมือใจบุญก็ตกใจคว้ามือเธอถามทำไมยังไม่ได้ให้จดหมายศักดิ์ระพี

หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะ

“พี่พร้อมตามติดอาเล็กแจ ใจบุญไม่มีโอกาสแต่ถึงมีใจบุญก็ไม่กล้า ใจบุญขี้ขลาดเกินไป”

เอี้ยงอึ้งมองหญิงที่รักอย่างสงสารแต่ก็โล่งอก

ooooooo

ที่โต๊ะคุณใหญ่ พริ้มเพรายกถ้วยซุปไก่มาให้บอกว่าตนตั้งใจตุ๋นใส่สมุนไพรจีนบำรุงร่างกาย คุณใหญ่กำลังตักจะเข้าปาก พอดีศักดิ์ระพีเดินมาจึงชะงักวางช้อนลงทักทายน้องชาย พริ้มเพรากระตุ้นให้ทานตอนร้อนๆถึงจะดี แต่คุณใหญ่กลับบอกว่าอยากคุยกับศักดิ์ระพีก่อน

พริ้มเพรามองถ้วยซุปอย่างไม่สบอารมณ์ คุณใหญ่คุยเรื่องยอแสง ศักดิ์ระพียังเคืองบอกไม่ได้อยากรู้ คุณใหญ่รู้ว่าน้องปากแข็งจึงเล่าว่ายอแสงโตเป็นสาวสวยเหมือนดวงพร เรียบร้อยเหมือนดวงพร เหมือนดวงพรทุกอย่าง ศักดิ์ระพีว่าพี่เป็นโรคอุปาทาน คุณใหญ่อยากให้เขาเห็นเองกับตาแล้วจะรู้ จิตรใสเดินเข้ามาเห็นซุปไก่ทำหน้าชอบใจ คุณใหญ่จึงยกให้ จิตรใสดีใจยกถ้วยซุปมาอีกโต๊ะ พริ้มเพราเห็นเข้ามาแย่งคืนบอกตนตั้งใจทำให้คุณใหญ่โดยเฉพาะ

ซ้อนเห็นเหตุการณ์ชักสงสัยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบ มาพากล จึงไปดักรอพริ้มเพราที่ถือถ้วยซุปเดินมา ทำทีขอซุปนี้เอง เธอไม่ยอมให้ ซ้อนสงสัยมากขึ้นกล่าวจี้ใจ “ก่อน ท่านต้นเสีย คุณพริ้มชงชาสมุนไพรให้ท่าน หลังจากนั้น ท่านก็ล้มป่วยหนักแล้วทรุดลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง...”

พริ้มเพราสวน “ตอนนั้นซ้อนก็เห็น นเรนทร์ดื่มชา สมุนไพรนั่นเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอะไร ไม่มีหลักฐานอย่ามาปรักปรำกัน”

ซ้อนจะแย่งถ้วยซุป พริ้มเพราทำทีโวยจะพิสูจน์ให้ดูเอง ว่าแล้วก็ดื่มพรวด ซ้อนตกใจ เธอยิ้มอย่างมีชัยไม่เป็นอะไรแล้วเสแสร้งเสียใจที่ซ้อนไม่เชื่อใจ ซ้อนหน้าเจื่อนขอโทษ ตนเสียท่านต้นไปคนหนึ่งกลัวคุณใหญ่จะเป็นอะไรไปอีกคน ไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหา พริ้มเพราทำหน้าเศร้าบอกทั้งสองมีบุญคุณกับตน ตนจะคิดทำร้ายได้อย่างไร ซ้อนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ

ระหว่างนั้นนเรนทร์เมามากลุกขึ้นเอาช้อนเคาะขวดเหล้าให้แขกทุกคนฟัง โดยมีโตกับเกิดยืนขนาบข้างเชียร์ “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านหยุดกิน หยุดพูด หยุดหายใจ แล้วฟังทางนี้ กระผมชื่อนายนเรนทร์ ว่าที่เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์คนต่อไป ผมขออวยพรให้อาเล็กมีเงินเยอะๆ มีเมียเยอะๆ...” ศักดิ์ระพีเข้ามาปรามให้หยุดแต่เขายื้อ “ยังพูดไม่จบ ผมขออวยพรให้พี่พร้อมสวยขึ้นๆ และหวังว่าจะได้มากินเลี้ยงในงานอีกงานของอาเล็กกับพี่พร้อม ที่ไม่ใช่งานวันเกิด”

โตและเกิดเชียร์เฮๆ ชูแก้วเหล้าขึ้นชน...พร้อมมิตรเอียงอายสบตาศักดิ์ระพีแต่เขานิ่งเฉย คุณใหญ่รู้สึกอับอายขายหน้ามาก พอดีตะวันยกถ้วยยาสมุนไพรมาให้คุณใหญ่ เพราะได้เวลาทานยา คุณใหญ่ติง “มาแล้วรึแม่คนรั้น ทำไมไม่ไปให้อาเล็กเห็นหน้าสักหน่อย”

“อาเล็กคงไม่อยากเจอยอแสงหรอกค่ะ เพราะไม่ใช่คนในครอบครัว อาเล็กเก็บมาเลี้ยงเพราะสงสาร ไม่มีความสำคัญอะไร” ตะวันพูดด้วยความน้อยใจ

คุณใหญ่ปลอบว่าเข้าใจผิด จะตามศักดิ์ระพีมาพูดกันให้รู้เรื่อง ตะวันไม่อยากเจอจึงเลี่ยงเดินหนี...ธาดาเห็นตะวันปรี่เข้าถามเจอศักดิ์ระพีหรือยัง เธอส่ายหน้าเศร้าๆ ธาดาตำหนิ

“ไม่เอาน่า ยอแสงเป็นเด็ก ยังไงก็ควรไปสวัสดีผู้ใหญ่ ไม่งั้นเขาจะว่าได้ว่าไม่มีมารยาท ไปเถอะนะบางทีอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้”

ตะวันคิดตาม ด้านศักดิ์ระพีเดินมากับคุณใหญ่ไม่เห็นตะวันก็รู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปไม่อยากเจอตน คุณใหญ่ถามเติม เติมบอกว่ายอแสงคุยอยู่กับธาดา ยิ่งทำให้ศักดิ์ระพีเคือง

“ปล่อยไปเถอะครับ เขาไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน เราเลี้ยงได้แต่ตัวบังคับหัวใจให้อยู่กับเราไม่ได้” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีไป คุณใหญ่หน่ายใจรู้ว่าทั้งสองเข้าใจกัน ผิดแต่ก็รั้นพอกัน

ในสวน เอี้ยงและใจบุญปูเสื่อนอนดูดาวเศร้าๆ ใจบุญเปรียบเปรยศักดิ์ระพีเหมือนดวงดาวที่สวยงามแต่เอื้อมไม่ถึง เอี้ยงรันทดใจแอบมองเธอให้กำลังใจ “เมื่อไหร่ที่เหนื่อยจากการไล่ตามดวงดาวก็ยังมีผืนดินให้ใจบุญพักผ่อน ดินต่ำต้อยด้อยค่าที่ใจบุญไม่เคยก้มมอง”

ใจบุญไม่ได้สนใจฟังกลับรำพัน “ดวงจันทร์เจ้าขา ใจบุญขออธิษฐานให้ดาวของอาเล็กตกลงกลางใจของใจบุญทีเถอะ”

ตะวันยืนลังเลแอบมองศักดิ์ระพี เขากำลังแจกของฝากหลานๆและคุณใหญ่ พร้อมมิตรได้น้ำหอมถูกใจ จิตรใสได้เข็มกลัด ส่วนนเรนทร์ได้ปากกา ท่าทางเขาไม่ชอบใจหาว่าซื้อที่ไหนก็ได้ ศักดิ์ระพีหมั่นไส้จะเอาคืน แต่เขาไม่ยอมคืนให้ คุณใหญ่ได้นาฬิกาเรือนสวยเธอถามลืมของยอแสงหรือเปล่า ถ้าลืมคงน้อยใจแย่ ศักดิ์ระพี พูดออกมาโดยไม่เห็นตะวัน

“ผมมีหลานแค่สามคน คนอื่นจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา ผมไม่สนใจ”

ตะวันได้ยินเช่นนั้นเสียใจวิ่งหนีไป ตะวันมาร้องไห้ อยู่ที่ท่าน้ำคิดถึงความสุขที่ผ่านมา สะอึกสะอื้นปวดใจ “อาเล็กไม่ใช่อาเล็กคนเดิม เขาลืมคำสัญญาหมดสิ้นแล้ว เรามันโง่เองไม่รู้จักเจียมตัว เป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ากลับคิดว่าตัวเองสำคัญ”

ระหว่างงานเลี้ยงดำเนินอยู่ พร้อมมิตรลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทุกท่านที่มาอวยพรวันเกิดตนและขอคำอวยพร จากศักดิ์ระพี เขาจึงกล่าวอวยพรให้มีความสุขมากๆ พร้อมมิตรยิ้มหวานเสริมต่อ ตนมีความสุขแน่ถ้ามีเขาอยู่ใกล้ๆ...คุณใหญ่รู้สึกไม่ค่อยสบายขอตัวไปพักผ่อนก่อน

“พี่คงเหนื่อยมาทั้งวัน ความจริงพี่มีเรื่องจะคุยกับเล็กเกี่ยวกับลูกยอ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน เล็กกับหลานๆสนุกกันต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่” คุณใหญ่ลุกเดินออกไป...

อินตาเห็นตะวันนั่งร้องไห้ที่ท่าน้ำก็เข้ามาถามใครรังแก “บอกลุงได้ไหม ลุงรักหนูเหมือนลูกสาว ไม่มีพ่อคนไหนทนเห็นลูกทุกข์ใจได้หรอก”

ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “ไม่มีใครรักยอแสงเลย แม้แต่อาเล็กที่เคยดีกับยอแสง อาเล็กบอกว่า ยอแสงเป็นคนอื่น ไม่ใช่ลูกใช่หลาน ที่จริงยอแสงควรจะรู้ตั้งแต่อาเล็กไม่ส่งจดหมายมาแล้ว แต่ยอแสงก็ยังหวังลมๆแล้งๆว่าอาเล็กจะเหมือนเดิม”

อินตาสะดุดหูกับเรื่องจดหมายจึงเอาเศษจดหมายที่เก็บจากที่พร้อมมิตรฉีกใส่หีบไม้เล็กๆมาวางให้ ตะวันตะลึงที่เห็นเป็นลายมือศักดิ์ระพีจริงๆ อ่านข้อความส่วนที่พออ่านได้แล้วน้ำตาพรั่งพรู เพราะแบบนี้ตนถึงไม่เคยได้รับจดหมายสักฉบับ

“ยอแสงเข้าใจอาเล็กผิดไป ที่แท้อาเล็กไม่เคยลืมสัญญา ยอแสงจะไปหาอาเล็ก ยอแสงอยากขอโทษที่เข้าใจอาเล็กผิดไป”

อินตาดีใจด้วย ตะวันกล่าวขอบคุณอินตาและว่าลูกสาวเขาโชคดีที่มีพ่อใจดีอย่างเขา อินตาปลื้มปริ่ม รำพึงกับตัวเองว่าตนไม่ใช่พ่อที่ดี ตนทำลายชีวิตลูก ตนทำผิดต่อลูกมาก จากนี้ไปตนจะปกป้องดูแลชดเชยความผิดที่ทำไว้...ตะวันวิ่งมาเจอเติมจึงถามหาศักดิ์ระพี เติมบอกว่าไปส่งเพื่อนพร้อมมิตรแล้วจะกลับไปนอนบ้านร่มรื่น ตะวันผิดหวังเสียใจ รีบกลับไปที่เรือนแพ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสวยที่เตรียมไว้ใส่ต้อนรับศักดิ์ระพี แล้วขอให้อินตาพายเรือไปส่ง

ถึงท่าเรือบ้านร่มรื่น ตะวันล้วงเงินในกระเป๋ามีใบละ ห้าบาทอยู่ใบเดียวจึงส่งให้ อินตาไม่รับ เธอต้องขอร้อง “รับไว้เถอะค่ะ ดูสิคะมีคนเขียนไว้ว่า...ไปแล้วกลับมานะ แปลกดีนะคะ”

อินตารับเงินไว้ด้วยมือสั่นเทา รำพึง “ไปแล้วกลับมานะ...ใครจะรู้บ้างว่าเลือดส่วนหนึ่งของผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ถูกเฉดหัวออกไปแล้วได้กลับมายังคฤหาสน์เดชาบดินทร์อีกครั้ง”

ตะวันถือหีบไม้มาวางหน้าบ้าน เดินดูรอบบ้าน คิดถึงตอนที่ยังอยู่บ้านนี้อย่างมีความสุข

ooooooo

ด้านศักดิ์ระพีส่งเพื่อนพร้อมมิตรเสร็จ พร้อมมิตรถือโอกาสจับมือเขาส่งตาหวานออดอ้อน “อาเล็กคะ พร้อมรอวันนี้มานาน วันที่ดวงใจของพร้อมกลับมา อาเล็กคิดยังไงกับพร้อมคะ บอกพร้อมได้ไหม พร้อมอยากฟังจากปากอาเล็ก”

ศักดิ์ระพีสบตาเธอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า ตนคิดถึงหลานทุกคน พร้อมมิตรผิดหวังครุ่นคิดหรือเขาจะมีใครในใจ ตนยอมไม่ได้เขาต้องเป็นของตนคนเดียว...

ตะวันรออยู่นานตัดสินใจจะกลับ ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาพอดี ต่างคนต่างตกใจ ชายหนุ่มเพิ่งเห็นเต็มตาว่ายอแสงเป็นสาวสะพรั่งอย่างที่พี่สาวบอก แต่ด้วยความที่ยังโกรธจึงทำปั้นปึ่งถามห้วนๆมาทำไมแล้วจะเลี่ยงเข้าบ้าน ตะวันตามมาขวางหน้าขอให้ฟังตนสักนิด

“ไม่มีอะไรต้องฟัง เธออยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่สนใจ”

ตะวันน้ำตาคลอเมื่อเห็นความเย็นชาของเขา รีบขอโทษที่ไม่ได้เข้าไปพบในงาน แต่ตนมีเหตุผลแล้วยื่นหีบใส่เศษจดหมายให้

“มีคนทำลายจดหมายที่อาเล็กเขียนถึงยอแสงทุกฉบับ เพราะอย่างนี้ยอแสงถึงไม่เคยได้รับจดหมายจากอาเล็ก... ยอแสงรอทุกวัน แต่ไม่เคยมีวี่แวว ยอแสงคิดว่าอาเล็กเปลี่ยนไปแล้ว คิดว่าอาเล็กลืมสัญญา ยอแสงดีใจที่อาเล็ก กลับมา แต่ไม่กล้าไปพบ เพราะกลัวจะต้องรับรู้ว่าอาเล็ก ไม่รักยอแสง...” ตะวันร้องไห้ออกมา “ยอแสงขอโทษ ที่เข้าใจอาเล็กผิดไป จะต้องขอโทษสักกี่ล้านครั้งยอแสงก็ยอม อาเล็กยกโทษให้ยอแสงนะคะ”

ศักดิ์ระพีอึ้งไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้และบอกว่าตนจะยกโทษให้ได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่เคยโกรธ แม้ว่าอยากโกรธก็โกรธไม่ลง ไม่รู้เธอมีเวทมนตร์อะไร...ตะวันยิ้มทั้งน้ำตารับรู้ได้ว่าอาเล็กคนเดิมของตนกลับมาแล้ว ศักดิ์ระพีอยากรู้ว่าใคร เป็นคนฉีกจดหมาย ตะวันไม่อยากให้พร้อมมิตรเดือดร้อน จึงบอกเพียงว่า ตอนนี้เราเข้าใจกันแล้ว อย่าพูดถึงคนอื่นอีกเลย ตะวันพยายามต่อจดหมายแล้วอ่านอย่างงงๆ

“ยอแสงตัวมันใหญ่ กลิ่นแรงมีหนอกที่หลัง...อาเล็กว่ายอแสงตัวเหม็นรึคะ”

ศักดิ์ระพีหัวเราะ “เรียงผิดแล้ว วันนั้นอาไปเที่ยวสวนสัตว์ เห็นอูฐเลยเขียนมาเล่าให้ฟัง ต้องต่อแบบนี้ต่างหาก...อาเล็กคิดว่ายอแสงคงชอบ ตัวมันใหญ่ กลิ่นแรง มีหนอกที่หลัง...”

ตะวันทึ่งที่เขาจำได้ ศักดิ์ระพีบอกว่าตนจำได้ทุกฉบับ เพราะตนตั้งใจเขียน ตะวันหยิบฉบับหนึ่งขึ้นมาให้เขาอ่านให้ฟัง เขาจึงหาแต่ละส่วนมาต่อแล้วอ่าน เป็นการเขียนห่วงใยสุขภาพและลงท้ายว่าคิดถึงจะรีบกลับบ้านโดยเร็ว ตะวันจ้องมองยิ้มๆ ศักดิ์ระพีเงยหน้ามาเห็น สบตายิ้มให้อย่างอบอุ่น ตะวันเอ่ยถามแม้เขาจะงานยุ่งยังนึกถึงตนอยู่หรือ

“อาบอกแล้วว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนอาเล็กคนนี้ได้”

“ยอแสงก็มีจดหมายที่เขียนถึงอาเล็กแต่ไม่ได้ส่ง วันหลังจะเอามาให้อ่านนะคะ”

ศักดิ์ระพีให้เธอเล่าเลยว่าเขียนอะไรบ้าง ตะวันแกล้งบอกเขียนว่า อาเล็กหน้าเหมือนอูฐ ตัวเหม็น มีหนอกข้างหลัง ชายหนุ่มหัวเราะความทะเล้นของหลานนอกไส้ ต่างคนต่างมีความสุข

ศักดิ์ระพีเอาของฝากมาให้ตะวัน เธอเหน็บไหนเขาบอกว่ามีหลานแค่สามคน เขายอมรับที่พูดเพราะเสียใจที่เธอไม่มาพบ แต่ถึงอย่างไรของนี้ก็ให้ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ตะวันเปิดกล่องเห็นนาฬิกาข้อมือสุดสวย รีบบอกเขาว่าตนก็ซื้อนาฬิกาให้เขาเช่นกัน แล้วส่งกล่องของขวัญให้

“เวลาอยู่ใกล้อาเล็ก เป็นช่วงเวลาที่ยอแสงมีความสุขมากที่สุด นาฬิกาเรือนนี้จะคอยเตือนให้ยอแสงนึกถึงความทรงจำที่ดีเหล่านั้นค่ะ”

“ทุกครั้งที่ใส่นาฬิกาเรือนนี้ อาก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่กับยอแสงเช่นกัน”

ศักดิ์ระพีช่วยใส่นาฬิกาให้ตะวัน แล้วชวนกลับ ตะวันถอนใจบอกอยากอยู่ที่นี่มีความสุขกว่าอยู่บ้านเดชาบดินทร์ ชายหนุ่มเตือนว่าอยู่ไม่ได้ หญิงสาวน้อยใจคิดว่าเขารำคาญ

“อาไม่เคยรำคาญยอแสง แต่ยอแสงโตเป็นสาวแล้ว ไม่ใช่เด็กๆเหมือนเมื่อก่อน ค้างอ้างแรมกับผู้ชายจะไม่งาม”

“ยอแสงไม่อยากโตเป็นสาวเลยค่ะ อยากเป็นยอแสงของคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กตลอดไป”

ศักดิ์ระพีลูบหัวตะวันบอกคนเราหยุดเวลาไม่ได้ ต้องโตขึ้นเป็นเรื่องปกติ แล้วชะงักนึกได้ว่าเธอไม่ใช่เด็กๆเหมือนก่อน ตะวันจับมือเขาขยี้หัวเสียเองทำเหมือนตอนที่ตนเด็กๆ

ooooooo

คุณใหญ่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกนอนกระสับ กระส่ายร้องให้คนช่วย ขณะนั้นพร้อมมิตรกับจิตรใสกำลังชื่นชมของขวัญที่ศักดิ์ระพีซื้อมาฝาก แล้วพร้อมมิตรนึกถึงของขวัญที่ตะวันให้ จึงหยิบกล่องมาแกะดู พลันต้องตกใจและโกรธมากเมื่อของในนั้นเป็นชุดนอนสีฟ้าที่ตนตัดขาด

พร้อมมิตรแค้นใจที่ตะวันทำแบบนี้เท่ากับหยามกัน ศักดิ์ระพีมาส่งตะวันหน้าบ้าน เอี้ยงกลับมาจากบ้านใจบุญเข้าไปกระเซ้าที่ทั้งสองดีกัน ทันใดพร้อมมิตรกับจิตรใสวิ่งหน้าตื่นมาบอกให้ไปช่วยคุณใหญเป็นอะไรไม่รู้เคาะประตูไม่ยอมเปิด ศักดิ์ระพีและตะวันตกใจมาก

หน้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนนั่งกระวนกระวายใจรอฟังอาการของคุณใหญ่ จนกระทั่งหมอออกมาบอกว่าคนไข้ได้รับพิษรุนแรง ยังไม่พ้นขีดอันตรายต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิด พริ้มเพราแอบยิ้มแววตาร้าย...ศักดิ์ระพีอยู่เฝ้าคุณใหญ่ให้ทุกคนกลับมาที่บ้านเดชาบดินทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสแปลกใจว่าคุณใหญ่กินยาพิษเข้าไปได้อย่างไร ซ้อนเข้ามารายงานว่าเจอห่อยาตกอยู่ในครัวใกล้หม้อยาของคุณใหญ่ พริ้มเพราได้ทีปรักปรำว่าเป็นฝีมือตะวัน จิตรใสโกรธให้แจ้งตำรวจ พริ้มเพรารีบห้ามบอกแค่ไล่ออกไปจากบ้านก็พอ นเรนทร์เห็นด้วยตวาดไล่

ตะวันโดนตบตีและโยนข้าวของออกจากบ้าน

เอี้ยงเข้าขวางโดนไปด้วยแต่ไม่โดนไล่ ทั้งตะวันและเอี้ยงหน้าตาบอบช้ำ เอี้ยงจะไปกับตะวัน แต่เธอห้ามไว้ให้เขาอยู่ปกป้องคุณใหญ่ เอี้ยงรับคำทั้งน้ำตา เป็นห่วงว่าตะวันจะไปอยู่ที่ไหนค่ำมืดขนาดนี้

พริ้มเพราสะใจมากที่กำจัดยอแสงไปได้ ขอบใจความคิดฉลาดล้ำของนเรนทร์ ที่มาห้ามตนไม่ให้ใส่ยาพิษในซุปของคุณใหญ่ แต่เอาไปใส่ในห่อยาที่ตะวันเป็นคนต้มแทน ทุกอย่างจึงมัดตัวตะวันจนดิ้นไม่หลุด ยิงปืนนัดเดียวกำจัดได้ทั้งคุณใหญ่และยอแสง

ค่ำนั้นศักดิ์ระพีกลับมา พร้อมมิตรรีบถามอาการคุณใหญ่ เขาบอกว่ายังไม่ดี ตนกลับมาอาบน้ำแล้วจะกลับไปเฝ้า พร้อมมิตรเข่นเขี้ยว เพราะคนอกตัญญูอย่างยอแสงน่าจะถูกตำรวจจับเข้าคุก แค่โดนไล่ออกจากบ้านน้อยไป ศักดิ์ระพีตกใจเมื่อรู้ว่ายอแสงโดนไล่ออกจากบ้าน เขาเป็นห่วงมากจะออกตาม พร้อมมิตรรั้งไว้โวยว่ายอแสงทำร้ายคุณแม่ใหญ่ จะตามกลับมาทำไม

“อาไม่เชื่อว่ายอแสงทำผิดจนกว่าจะมีหลักฐาน” ศักดิ์ระพีไม่สนใจเดินหนีไปทันที

ตะวันเดินร้องไห้ไปตามทางไม่รู้จะไปนอนไหน นั่งร้องไห้ในสวนลึก รำพันถึงแม่สาย ทันใดได้ยินเสียงเห่กล่อมดังมาจากเรือกระแชง เป็นเพลงที่สายใช้กล่อมตนแต่เล็ก ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นเดินลัดเลาะหาที่มาของเสียง ในขณะที่ศักดิ์ระพีขับรถตามหาตะวันบนถนนข้างสวน ก่อนจะตัดสินใจลงเดินตามหา ไม่ทันที่เขาจะเห็นเธอ ธาดาเจอตะวันเสียก่อนดึงเธอมากอด

“พี่รู้เรื่องจากนพดลแล้ว รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงยอแสงแค่ไหน ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะดูแลยอแสงเอง”

ตะวันยังเสียขวัญน้ำตาไหลริน รู้สึกตื้นตันใจที่ยังมีคนห่วงใย ธาดาพาเธอกลับไปบ้าน จึงคลาดกับศักดิ์ระพีอย่างหวุดหวิด...ธำรงและเดือน พ่อแม่ของธาดาต้อนรับตะวันอย่างดี ธาดาให้เธอนอนห้องเขา ส่วนตัวเขาออกไปนอนที่โรงพยาบาล อ้างว่าต้องเข้าเวรดึกบ่อยๆ

ooooooo

วันต่อมา นเรนทร์ตั้งตัวเป็นใหญ่ในบ้านเดชา-บดินทร์ ยึดห้องคุณใหญ่ให้สาวใช้ขนของตัวเองเข้ามาอยู่และเอาของคุณใหญ่ไปเก็บห้องเก็บของ สาวใช้คนไหนไม่ทำพริ้มเพราจะตบและไล่ออก พร้อมมิตรกับจิตรใสมาโวยทำอย่างนี้ได้อย่างไร

นเรนทร์กร่างประกาศว่าสมบัติทั้งหมดเป็นของตน พร้อมมิตรบอกต้องรอจนเขาอายุยี่สิบเอ็ดก่อน นเรนทร์ไม่สนใจ จิตรใสว่าเขาเห็นแก่ตัว นเรนทร์โกรธกระโจนเข้าบีบคอ พร้อมมิตรเข้าช่วยทุบตีให้เขาปล่อย กลับโดนตบลงไปกอง ทั้งพร้อมมิตรและจิตรใสสะบักสะบอม

“หยุดบ้าได้แล้ว! ถ้าคุณทำร้ายลูกๆท่านต้นอีก ผมจะไม่ทนเฉยอีกต่อไป” ซ้อนเข้าขวาง

“ฉันก็ลูกคุณพ่อเหมือนกัน แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ไอ้ขี้ข้า!”

“ใช่ ผมเป็นไอ้ขี้ข้า เป็นคนชั่วช้าเนรคุณได้แม้กระทั่งผู้มีพระคุณล้นหัว คุณได้ในสิ่งที่อยากได้ก็อย่ามารังแกพวกคุณหนู ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” ซ้อนยืนปกป้องสองสาวพี่น้อง

นเรนทร์โกรธมากจะเอาเรื่อง พริ้มเพรารีบห้ามบอกพี่น้องกันอย่าทะเลาะให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน ให้ซ้อนพาสองสาวออกไปก่อน ซ้อนไม่ค่อยพอใจแต่ทำอะไรไม่ได้

ในคืนนั้นนเรนทร์พาโตกับเกิดมาดื่มกินจนเมาในบ้าน ระรานลวนลามพร้อมมิตรกับจิตรใส ซ้อนมาช่วยปกป้องพาทั้งสองขึ้นห้อง แล้วมาต่อว่าพริ้มเพราที่ปล่อยนเรนทร์ทำร้ายลูกๆท่านต้น พริ้มเพราเชื่อว่าตนยังอยู่เหนือซ้อนซึ่งเป็นเพียงควายโง่ๆ ซ้อนยอมรับ ตนเป็นควายโง่ๆให้เธอสนตะพาย แต่ถ้ามันเปลี่ยวขึ้นมา ควายตัวนี้ก็ขวิดคนตายได้ เธอไม่เชื่อเพราะถ้าจะทำคงทำไปนานแล้ว ซ้อนสลดลงแต่ก็ย้ำอีกครั้งอย่างหนักแน่น

“ผมทำอะไรคุณพริ้มไม่ได้เพราะมันเป็นเวรกรรมของผมเอง ถ้าใครคิดจะทำร้ายพวกคุณหนูเหมือนที่ทำกับคุณใหญ่ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”

ศักดิ์ระพีหาตะวันไม่เจอ กลับมาที่โรงพยาบาล พร่ำรำพันกับพี่สาวที่ยังไม่รู้สึกตัว ว่าตนไม่เชื่อว่ายอแสงจะเป็นคนวางยาเธอ ขอให้รีบๆฟื้นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์ของยอแสง

วันต่อมา ตะวันมาที่โรงพยาบาลด้วยเป็นห่วง

คุณใหญ่ เผอิญเจอพริ้มเพราด่าว่าเหยียดหยามถึงชาติกำเนิด ตะวันตอบโต้ “ถึงชาติกำเนิดยอแสงจะเป็นได้แค่คนชั้นต่ำ แต่ยอแสงก็ไม่เคยทำตัวต่ำช้าเลวทรามอย่างที่ผู้ดีอย่างคุณพริ้มคิด ผู้ดีหรือไพร่มันวัดกันที่ชาติกำเนิดไม่ได้หรอกค่ะ ต้องดูที่การกระทำและความคิดด้วย”

พริ้มเพรา​โกรธ​ปรี่​เข้า​ตบ​หน้า ตะวัน​หัน​กลับมาจ้องหน้า​ถาม​เธอ​ได้​ใน​สิ่ง​ที่​ต้องการ​แล้ว ตน​คง​เข้า​เยี่ยมคุณใหญ่​ได้เสีย​ที พริ้มเพรา​ไม่​ยอม​เรียก รปภ.​มา​ลากตัว​ตะวันออกไป ไม่​เพียง​เท่านั้น​ยัง​คว้า​ไม้​ตาม​หวด​ตะวัน​จน​บอบช้ำ​ไป​ทั้ง​ตัว ตะวัน​ไม่​สู้​ขอ​แค่​ได้​เข้า​เยี่ยม​คุณ​ใหญ่​ก็​พอ

ธาดา​ใน​ชุด​นักศึกษา​แพทย์​เดิน​มา​เจอ​ตะวัน​นั่ง​ร้องไห้​สภาพ​บอบช้ำ​ก็​ตกใจ​พา​มา​ทำ​แผล​และ​ปลอบ​ใจ ตะวัน​ซาบซึ้ง​สบตา​เขา​ยิ้มๆ ศักดิ์​ระ​พี​ผ่าน​มา​เห็น ตะวัน ตกใจ​ขยับ​ออก​ห่าง​จาก​ธาดา ท่าทาง​ศักดิ์​ระ​พี​ไม่​พอใจ​เมื่อ​รู้​ว่า​เธอ​ไป​อยู่​บ้าน​ธาดา กล่าว​น้ำเสียง​เข้ม​กับ​ธาดา

“ขอบใจ​มาก​นะ​ที่​ดูแล​ยอแสง​เป็น​อย่าง​ดี จัดการเรื่อง​พี่​ใหญ่​เสร็จ​เมื่อ​ไหร่ จะ​ให้​คน​ไป​รับ​ยอแสง​กลับ​บ้าน”

แต่​ตะวัน​กลับ​แย้ง​ว่า ตน​เป็น​สาเหตุ​ทำให้​คุณใหญ่​ป่วย ทำให้​บ้าน​เดชา​บดินทร์​วุ่นวาย ตน​ไม่​ขอ​กลับไปรบกวน​ใคร​อีก ศักดิ์​ระ​พี​หน้า​ชา​กล่าว​น้ำเสียง​ประชด “หมายความว่า​เธอ​เต็มใจ​ให้​คน​อื่น​มา​ดูแล​แทน​ฉัน​แล้ว”

ตะวัน​ได้ยิน​น้ำเสียง​เกิด​ความ​น้อยใจ ประชดกลับ ยกมือ​ไหว้​ลา​แล้ว​ควงแขน​ธาดา​ชวน​กลับ​บ้าน ศักดิ์​ระพี​มอง​ตามอย่าง​ขุ่นเคือง...ด้วย​ความ​เสียใจ ตะวัน​กลับ​มา​บ้าน​สวน​ของ​ธาดา ก้มหน้าก้มตา​พรวน​ดิน​ตอก​ย้ำ​ตัวเอง​ว่า​เป็น​คน​ชั้น​ต่ำ​ก็​คู่ควร​กับ​งาน​พวก​นี้ ชีวิต​ตน​คง​หนีไม่พ้น​คน​ชั้น​ต่ำ ไม่​มี​สิทธิ์​เกลือกกลั้ว​กับ​ฝูง​หงส์...อิน​ตา​แอบมอง​อยู่​มุม​หนึ่ง หยิบ​แบงก์​ห้า​ที่​ตะวัน​ให้​ออก​มา​ดู​ข้อความบน​แบงก์ ไป​แล้ว​กลับ​มานะ ทำให้​ยิ่ง​เศร้า​สลด​ใจ

“สายเลือด​ที่แท้​จริง ต้อง​ตก​ระกำ​ลำบาก​อีกแล้วเหรอ จะ​ไม่​มี​ใคร​ฉุด​ดึง​แสง​ตะวัน​กลับ​ขึ้น​มา​แล้ว​ใช่​ไหม” อินตา​ปวด​ใจ​หลบ​มา​เป่า​ขลุ่ย​เพลง​สาลิกา​ชม​เดือน​เพื่อ​ปลอบใจ​ตะวัน

ตะวัน​ได้ยิน​เสียง​ขลุ่ย จำ​ได้​ว่า​เหมือน​ที่​พ่อ​อินตา​เป่า​ให้​ฟัง​ตอน​เด็ก​บ่อยๆ จึง​เดิน​ตาม​เสียง​ขลุ่ย​จน​มา​เจอ​อิน​ตา เธอ​ยืน​มอง​น้ำตา​ไหล​ริน อิน​ตา​หัน​มา​เห็น​ตกใจ​รีบ​ถาม​ร้องไห้​ทำไม

“ยอแสง​คิดถึง​พ่อ​กับ​แม่ เพลง​ที่​ลุง​เป่า​เป็น​เพลง​เดียว​กับ​ที่​พ่อ​ชอบ ชื่อ​เพลง​อะไร​นะ​จ๊ะ” อิน​ตา​ตื้นตันถาม​จำ​ได้​ด้วย​หรือ “ยอแสง​ไม่​มี​วัน​ลืม เพลง​ขลุ่ย​ของ​พ่อ... น้ำพริก​มะขาม​รส​มือ​แม่...แม้​เรือ​กระ​แ​ชง​จะ​ไม่​กว้างขวาง ไม่​สะดวก​สบาย​เหมือน​คฤหาสน์​เดชา​บดินทร์ แต่​เวลา​ที่​อยู่​พร้อมหน้า​พ่อ​แม่​ลูก เป็น​ช่วง​เวลา​ที่​ยอแสง​มี​ความสุข​ที่สุด ไม่​ต้อง​แก่งแย่ง​ชิง​ดี ไม่​มี​ใคร​คอย​อิจฉา​ริษยา มีแต่​ความ​รัก​ของ​พ่อ​กับ​แม่ แต่​ทั้งหมด​คง​เป็น​เพียง​อดีต คน​ที่รัก​ยอแสง​จาก​ยอแสง​ไป​หมด​แล้ว ทั้ง​พ่อ แม่ คุณแม่ใหญ่ ตอน​นี้​ยอแสง​ไม่​เหลือ​ใคร​สัก​คน”

อิน​ตา​อยาก​จะ​เข้าไป​กอด​ปลอบ​แต่​ต้อง​อดทน​ปลอบ​ใจ​ว่า​พ่อ​แม่​ยัง​รัก​ลูก​ไม่​มี​วัน​เปลี่ยน ความ​รักของพ่อแม่​ไม่​มี​วัน​จบ​สิ้น ถึง​ไม่ได้​อยู่​ด้วย​กัน​แต่​ความ​รัก​จะ​ตามลูกไป​ทุก​หน​ทุกแห่ง ขอ​ให้​เธอ​เข้มแข็ง​อดทน​รักษา​ความ​ดีไว้สักวัน​จะ​ต้อง​ได้​ดี...ตะวัน​รู้สึก​ดี​ขึ้น ขอบคุณและจะจำ​คำ​เขาไว้ อิน​ตา​ให้​เธอ​กลับ​ไป​นอน ตน​จะ​เป่า​ขลุ่ยกล่อม​อยู่​ตรง​นี้

ด้าน​นเ​รน​ทร์​เมา​ยา​จน​ไม่ได้​สติ โต​กับ​เกิด​หิ้วปีก​ออก​มา​หวัง​จะ​ปลด​ทรัพย์สิน​มี​ค่า อิน​ตา​เดิน​กลับ​มา​เห็น​เข้า​ช่วย​ซัด​โต​กับ​เกิด​หนี​หัวซุกหัวซุน​ไป แล้ว​แบก​นเรนทร์​กลับ​มา​ที่​เรือ​กระ​แ​ชง​ของ​ตน สาย​เห็น​ลูก​ก็​จำ​ได้​รีบ​เข้าไป​กอด​ลูบไล้​อย่าง​อ่อนโยน​ด้วย​ความ​รัก​และ​หวงแหน อินตา​ยืน​มอง​อย่าง​สงสาร พอ​สาย​เห็น​เขา​กลับ​ตวาด​ไล่​กลัว​จะ​ขโมย​ลูก​ไป​อีก

สาย​เอา​ผ้า​ชุบ​น้ำ​เช็ดหน้า​ตา​ให้​นเ​รน​ทร์ เขาสะลึม สะลือ​รับ​รู้​ถึง​ความ​อบอุ่น กุม​มือ​สาย​เพ้อ​เรียก​แม่ แม่ยัง​ไม่​ตาย แม่​หาย​ไป​ไหน​อย่า​ทิ้ง​ตน​ไป​อีก...สาย​ปลื้ม​ปริ่ม​กอด​นเ​รน​ทร์​แนบแน่น

กลางดึก พริ้มเพรา​กระวนกระวาย​ใจ​เป็นห่วงนเรนทร์​ที่​ยัง​ไม่​กลับ​บ้าน ด้าน​นเ​รน​ทร์​นอน​หนุน​ตัก​สาย สายร้องเพลง​กล่อม​คอย​พัด​วี​ให้ เขา​รู้สึก​ตัว​ตื่น​ขึ้น​มา มอง​หน้า​สายพอ​ชัดเจน​ก็​ตกใจ​ลุก​พรวด​ตวาด​ถาม แก​เป็น​ใคร สาย​ดีใจที่​ลูก​ฟื้น​โผ​เข้า​กอด​แต่​ถูก​เขา​ผลัก​ล้มลง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ชาช่า” จิกส้นสูงขึ้นคร่อมลุยตบ "นนนี่" ถีบตกน้ำใน ละคร "เรือนสายสวาท"

“ชาช่า” จิกส้นสูงขึ้นคร่อมลุยตบ "นนนี่" ถีบตกน้ำใน ละคร "เรือนสายสวาท"
16 ก.พ. 2563
19:01 น.