ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผ่านไปเกือบสองปี ตะวันน้อยใจที่ศักดิ์ระพีไม่ตอบจดหมายตนเลย เอี้ยงปลอบว่าเขาคงยุ่งกับงานมากจนไม่มีเวลา พอดีธาดาซึ่งสอบเข้าเรียนแพทย์ได้เดินมากับใจบุญ ทั้งสี่คนนั่งคุยกัน

ธาดาสวมชุดนักศึกษาแพทย์ ตะวันกับเอี้ยงชื่นชมเรี่ยมสุดๆ...เอี้ยงกระเซ้าที่มาคงเพราะคิดถึงใครบางคน ธาดาสบตาตะวันยิ้มๆก่อนจะกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามเธอเลือกเรียนต่ออะไร ตะวันตอบว่าอยากเป็นครูเลือกครุศาสตร์ ใจบุญบอกแม่ตนให้ตนเรียนคหกรรมศาสตร์แต่ตนไม่รู้ว่าชอบไหม เอี้ยงท้วงไม่ชอบแล้วจะเรียนทำไม แต่เธอกลับบอกว่าขัดแม่ไม่ได้

“โตแล้วหัดคิดทำอะไรด้วยตัวเองบ้างได้ไหม”

“นพดลว่าฉันเหรอ” ใจบุญโกรธเสียงดัง

ธาดาแทรกถามเอี้ยงอยากเรียนอะไร เอี้ยงนิ่งคิด ก่อนจะตอบว่า ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ขอกลับไปถามคนสำคัญที่สุดในชีวิตก่อน ธาดางงว่าใคร ตะวันมองเอี้ยงยิ้มๆ อย่างรู้ว่าเป็นใคร

เย็นวันเดียวกัน เอี้ยงแอบมาหาใจบุญเพื่อถามว่าเธอฝันอยากมีแฟนเป็นนักเรียนนายร้อยจริงไหม ใจบุญงงรู้ได้อย่างไร แล้วฉุกคิดแก้วคงเป็นคนบอก เอี้ยงโพล่งขึ้นว่าตนจะสอบนายร้อย

“อาชีพอื่นมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเลือกเรียนอาชีพที่ฉันชอบ”

“ตั้งแต่วันที่ได้รับนาฬิกาเรือนนี้ ฉันก็คิดที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อใครสักคน”

ใจบุญชะงักเมื่อรู้ว่าเอี้ยงชอบตนแน่ เริ่มลังเลบอกไม่อยากให้เขาเรียนนายร้อย เอี้ยงย้อนถามเธอมีใครอยู่ในใจ เธอปัดไม่เกี่ยวกับเขา ให้เขาเลิกมายุ่งเกี่ยว เอี้ยงชักมั่นใจแล้วว่าใจบุญมีใครอยู่ในใจจริงๆ กลับมาบ่นกับ ตะวันว่าตนจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นไปเพื่ออะไร ตะวันเตือนสติ

“นพดลต้องทำให้ได้ไม่ว่าใจบุญจะมีใครหรือไม่ก็ตาม เพื่อพิสูจน์คุณค่าและความดีในตัวเรา วันหนึ่งที่เรายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง จะไม่มีใครดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราได้”

ในขณะเดียวกัน ใจบุญครุ่นคิดชั่งใจตัวเอง ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงศักดิ์ระพี

“สวัสดีค่ะอาเล็ก จดหมายของใจบุญอาจสร้างความแปลกใจให้อาเล็กมาก ใจบุญคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกความจริงกับอาเล็ก...ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่มักจะพาใจบุญมาเที่ยวที่บ้านร่มรื่นเสมอ ภาพแรกที่ยังคงติดตาใจบุญ คือภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังขี่ม้าอย่างสง่างามอยู่กลางท้องทุ่ง ตอนเด็กๆใจบุญไม่รู้หรอกค่ะว่ารู้สึกยังไงกับผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมหน้าที่แสนอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ ถึงเข้ามาอยู่ในฝันของใจบุญอยู่เสมอ จนวันหนึ่งที่อาเล็กจากไป ใจบุญถึงได้รู้ว่าอาเล็กคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของใจบุญเรื่อยมา...”

ใจบุญพับจดหมายใส่ซองปิดผนึกแล้วเก็บลงกล่องไม้ในลิ้นชัก ในนั้นมีจดหมายหลายฉบับจ่าหน้าซองถึงศักดิ์ระพีที่เธอเขียนแต่ไม่เคยส่ง ตั้งปณิธานว่าสักวันจะกล้าส่งให้อาเล็กอ่าน

ooooooo

วันต่อมาคุณใหญ่พาตะวันมาจุดธูปหน้าอัฐิท่านต้น เพื่อแสดงความเคารพและขอพรให้ท่านคุ้มครอง ตะวันยกธูปขึ้นพนมอธิษฐาน คุณใหญ่มองมาต้องรู้สึกขนลุกวาบเมื่อเห็นเหมือนดวงพรนั่งไหว้ ทำให้หวนคิดถึงอดีตวันที่ดวงพรคลอดลูก

ดวงพรกล่าวกับคุณใหญ่ก่อนสิ้นใจ “คุณใหญ่ขา ...ลูกของฉัน ลูกของฉันมีปานแดงรูปหัวใจที่เหนืออกซ้าย แต่เด็กคนนี้...เด็กคนนี้ ไม่มี...”

ตะวันสะกิดที่เห็นคุณใหญ่เหม่อ คุณใหญ่รู้สึกตัวบอกตนคิดถึงดวงพร แล้วนึกถึงคำพูดของดวงพรจึงเอ่ยถาม “ลูกยอมีปานหรือตำหนิที่ตัวบ้างไหม...”

ถามไม่ทันจบ เติมเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่านายแก่น ไม้จันทร์มาขอพบ ตะวันสะดุดหูคุ้นกับชื่อนี้มาก ตะวันเดินกลับมาที่เรือนแพ เจอเอี้ยงรออยู่ก็รีบถามจำคนชื่อแก่น ไม้จันทร์ได้ไหม เอี้ยงรีบบอกว่าเป็นญาติห่างๆของพ่อเลี้ยงตน ตะวันหน้าเสียไม่เรี่ยมแล้วจะให้นายแก่นเห็นพวกเราไม่ได้ เอี้ยงจึงชวนหลบไปอยู่ในสวน

ซ้อนเป็นคนพานายแก่นมาพบคุณใหญ่ เพราะนายแก่นเป็นชาวเรือโยง เล่าให้คุณใหญ่ฟังว่า หลังจากที่สายหนีออกจากคุก มีคนเคยเห็นมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่แปลกใจพยายามจับต้นชนปลาย พริ้มเพราฟังอยู่ด้วยรีบออกตัว ตนอยู่บ้านตลอดไม่เคยเห็นสายหรือเด็กตะวันมาที่บ้านเลย แล้วหันไปถามซ้อนเคยเห็นไหม ซ้อนอึกอักๆก่อนจะตอบว่าไม่เคย คุณใหญ่สงสัยว่าสายกับตะวันหายไปไหน เติมสังเกตเห็นท่าทีมีพิรุธของพริ้มเพรากับซ้อน

หลังจากนั้นพริ้มเพราต่อว่าซ้อนที่พานายแก่นมาพบคุณใหญ่ ซ้อนอ้างไม่อยากให้คุณใหญ่สงสัย ถ้าพริ้มเพรากลัวก็ไม่ควรจับตัวสายไป เธอโวยลงเรือลำเดียวกันแล้วควรพายไปให้ถึงฝั่ง ซ้อนย้อนอย่างรู้ทันว่าเมื่อถึงฝั่งเธอคงถีบหัวตนส่ง พริ้มเพรามองขุ่นเคืองไม่อยากโต้เถียงพอดีเห็นนเรนทร์กำลังจะออกไปกับเพื่อนๆ รีบเดินไปถามจะไปไหนใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย

“ผมเป็นเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์ ไม่เรียนก็ไม่อดตาย ป้าพริ้มน่าจะเอาเวลาวุ่นวายกับผมหาทางเอามรดกมาให้เร็วที่สุดดีกว่า...ไปโว้ย รำคาญ” นเรนทร์ตอกกลับแล้วร้องบอกเพื่อนๆ

เรือติดเครื่องนเรนทร์แล่นออกอย่างเร็วทำให้เกิดคลื่นกระทบเรือจ้างซึ่งอินตาพายมา เขาไม่พอใจหันมองแต่พอเห็นพริ้มเพรากับซ้อนก็ตกใจรีบหลบหน้า เสียงพริ้มเพราบ่นว่านเรนทร์ดื้อเหลือเกิน ซ้อนว่ากระทบว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว พริ้มเพราหันขวับมองถาม...ว่าใคร

“เด็กคนนี้ไม่ใช่สายเลือดท่านต้น คุณพริ้มจะเดือดร้อนทำไม”

“หุบปากไปเลยนะซ้อน ถ้ายังปากมาก ฉันจะไม่เก็บนังสายไว้”

“คุณมันใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ทำร้ายได้กระทั่งคนไม่มีทางสู้”

“ซ้อนรู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง ก็หัดสงบปากสงบคำไว้ให้ดี ไม่งั้นนังสายจะเดือดร้อน”

ซ้อนอึดอัดจำยอมนิ่ง อินตาได้ยินทั้งสองสนทนาตกใจมากเมื่อรู้ว่าสายถูกจับตัว คิดหาวิธีช่วย...อินตาคอยสะกดรอยตามพริ้มเพรากับซ้อนมาที่ตลาด พริ้มเพราพูดจาแดกดันทำนองซ้อนเป็นสุนัขรับใช้ เขาต้องกล้ำกลืนฝืนทน มองไปเห็นอินตาแว้บๆแต่จำไม่ได้ พอดีนเรนทร์เดินมาชนอินตาแล้วโวยวายลั่นตลาด นเรนทร์จะเอาเรื่องอินตา พริ้มเพรากับซ้อนได้ยินเสียงหันมอง อินตาเกรงทั้งสองเห็นจึงรีบหนีไป พริ้มเพรามองหลานนอกไส้อย่างอ่อนใจ

ooooooo

ที่ท่าน้ำพร้อมมิตรดักรับจดหมายจากบุรุษ ไปรษณีย์ มีจดหมายศักดิ์ระพีถึงยอแสงก็ฉีกทิ้งด้วยความแค้นใจ อินตาแอบเห็นการกระทำของพร้อมมิตร คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

ตะวันเริ่มน้อยใจที่ไม่มีจดหมายตอบจากศักดิ์ระพีเหมือนตนไม่มีค่าให้คิดถึง จึงคิดจะไม่เขียนไปหาอีก เอี้ยงปลอบอย่างไรก็ไม่อยากฟัง ด้านพร้อมมิตรเจ็บใจทำไมมีแต่คนรักยอแสง จิตรใสหาว่ายอแสงดัดจริตออดอ้อนเก่ง นเรนทร์ว่าถ้ายอแสงเข้ามามีส่วนในมรดกของบ้านเมื่อไหร่ตนเล่นงานแน่ จิตรใสยุให้นเรนทร์หาทางจัดการไปเลย นเรนทร์ยิ้มกริ่มคิดวิธีได้

คืนนั้นตะวันขึ้นไปอ่านหนังสือให้คุณใหญ่บนตึก นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสแอบมาที่เรือนแพ เอารังมดแดงใส่ไว้ใต้ผ้าห่มบนเตียง...พอตะวันกลับลงมา พริ้มเพราตามเข้ามาหาว่าค่ำมืดออกไปเที่ยวเดินข้างนอก ตะวันบอกว่าตนขึ้นไปอ่านหนังสือให้คุณใหญ่บนตึก พริ้มเพราเหน็บแนม คุณใหญ่ช่างเอ็นดูเสียจริง ร้อยวันพันปีไม่เคยเรียกใคร อยากรู้ว่าเสียงดีนักหรือให้ลองอ่านให้ฟัง พริ้มเพราลงนั่งกึ่งนอนรอฟังบนเตียง

ตะวันแกล้งเลือกบทแดกดันอ่านให้ฟัง “นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า พิษน้อยหยิ่งยโส แมงป่อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี...”

พริ้มเพราเริ่มรู้สึกคันแต่ก็เยาะเสียงอย่างกับเป็ดเทศ ตะวันออกตัวไม่เคยบอกว่าตัวเองเสียงดี พริ้มเพราหมั่นไส้ “อย่ามาทำสำบัดสำนวนกับฉัน อยากเจ็บตัวนักรึไง...เอ๊ะ อะไร อ้อมด ว้าย! ตายแล้ว มดแดง มดแดงขึ้นเต็มตัวฉัน โอ๊ย...โอ๊ย...นังเด็กสกปรก นอนยังไงมดขึ้นเต็มที่นอน คันไม่ไหวแล้ว” พริ้มเพราวิ่งร้องโอดโอยออกไป

ตะวันงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสแอบซุ่มดูอยู่เห็นพริ้มเพราร้องลั่นวิ่งออกมาก็ตกใจ ตะวันเดินตามออกมาเห็นทั้งสามคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือทั้งสามคนแน่

“คิดร้ายกับคนอื่น ผลร้ายก็ตกอยู่กับพวกพ้อง ตัวเอง”

ทั้งสามหันมาโต้พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง ตะวันยิ้มเยาะถึงคนผิดไม่ยอมรับ แต่กรรมตามทันเห็นๆ นเรนทร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จะทำทุกอย่างเพื่อเฉดหัวเธอออกไปให้จงได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ เอี้ยงกับเติมรู้เรื่องจากตะวันต่างหัวเราะชอบใจ เอี้ยงให้ไปฟ้องคุณใหญ่ แต่ตะวันไม่อยากให้เธอร้อนใจ เอี้ยงเจ็บใจพวกนั้นจะได้ใจ

“พี่ยอมอดทนอยู่ที่นี่ก็เพื่ออาเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่จะยอมพวกเขาทุกอย่าง พี่จะทำให้พวกนั้นเห็นว่าความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด” ตะวันคิดทำอะไรบางอย่าง

ยอแสงมาหาพริ้มเพราเพื่อบอกว่าคนที่แกล้งเอารังมดแดงมาไว้บนเตียงตนคือลูกหลานท่านต้น ให้เธอลงโทษ พริ้มเพรากลับบอกว่าพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจแกล้งตนจะลงโทษทำไม

ตะวันมองอย่างสิ้นศรัทธา “ยอแสงเคารพคุณพริ้มเพราะเห็นว่าคุณพริ้มเป็นผู้ใหญ่ ถ้าพูดแบบนี้ต่อไปก็ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ ถ้าแรงมายอแสงก็จะแรงกลับบ้าง”

“กล้าอวดดีกับฉัน อยากโดนตบใช่ไหมฮึ” พริ้มเพราเงื้อมือ

“เอาสิคะ เรื่องตบตีเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กข้างถนนอย่างยอแสงอยู่แล้ว” ตะวันตั้งรับ

พริ้มเพราชะงักหดมือลงบ่นว่านังเด็กผี เด็กบ้าฝากไว้ก่อน เดินปึงปังออกไป จากนั้นตะวันมาคุยกับจิตรใส ถามตนทำอะไรให้เธอเกลียด อยู่โรงเรียนดีมีชื่อเสียง ครูสั่งสอนให้เป็นคนมีเหตุผล ถ้าตนทำอะไรให้โกรธตนขอโทษ ต่อไปขอให้เราพูดดีๆต่อกัน จิตรใสโวยไม่มีวัน

ตะวันเสียงเข้มเอาจริง “อ้อ...เข้าใจแล้ว งั้นต่อไปนี้ ยอแสงจะไม่พูดดีกับคุณเหมือนกัน ถ้าคุณหาเรื่องฉัน ฉันก็จะตอบโต้คุณ”

จิตรใสโกรธคว้าขวดยาทาเล็บปาใส่ ตะวันรับขวดได้เปิดฝาสะบัดกลับ พร้อมมิตรเห็นปรี่เข้าตบหน้าตะวันอย่างแรง ตะวันเซไม่ทันตั้งตัว พร้อมมิตรเงื้อมือจะตบอีก ตะวันคว้ามือไว้ผลักล้มไปใส่จิตรใส พร้อมมิตรร้องลั่นจะฟ้องคุณใหญ่ให้ไล่ออกจากบ้าน

“ยอแสงก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก พวกยักษ์ในบ้านเยอะ ขี้เกียจรบด้วย” ตะวันทิ้งท้ายก่อนเดินไป จิตรใสกับพร้อมมิตรงงว่ายอแสงเป็นอะไร ผีเข้าหรืออย่างไร

เอี้ยงกับเติมนั่งตกกุ้งริมท่าน้ำ ตะวันอยู่ข้างๆเห็นนเรนทร์ขับเรือเข้ามาจอดให้ซ้อนผูกเรือ จึงให้เอี้ยงไปหยิบสังขยาในครัว เอี้ยงวิ่งไป ตะวันเข้าไปถามนเรนทร์เอารังมดไปใส่ที่นอนตนทำไม นเรนทร์ตอบว่าเพราะเกลียดเธอ ตะวันสวนแล้วถ้าตนทำบ้าง นเรนทร์ขู่จะโดนตบ เอี้ยงวิ่งถือสังขยาเข้ามา ตะวันถามนเรนทร์อยากกินไหม เขาทำท่าเหยียดของสกปรก

“อ้าว สังขยาสกปรกก็กินไม่ได้แล้วสิ งั้นทิ้งไปก็แล้วกันนะ”

นเรนทร์ไม่ทันระวังตัว ตะวันเอาสังขยาโปะเต็มหน้าเขา นเรนทร์โกรธพุ่งจะเข้าทำร้ายตะวัน ซ้อนดึงตัวไว้ เขากราดเกรี้ยวจะเอาเรื่องให้ได้ สุดท้ายเสียหลักพลัดตกน้ำ ซ้อนตกใจ ตะวัน เอี้ยงและเติมหัวเราะ ตะวันชี้ให้เห็นผลกรรมของการคิดทำร้ายคนอื่นมันเป็นอย่างไร นเรนทร์โวยวาย ไอ้ขี้ครอกจะเอาคืนให้สาสม ซ้อนส่ายหน้าระอาใจ

หลังจากนั้น ตะวันถือไม้เรียวเดินมาพร้อมเอี้ยงและเติม เข้ามาหาคุณใหญ่ให้เฆี่ยนตน คุณใหญ่งงไม่ทันพูดต่อ พริ้มเพราพานเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสเข้ามาฟ้องว่าโดนยอแสงทำร้าย นเรนทร์โวยว่ายอแสงผลักตนตกน้ำ เอี้ยงแย้งว่าเขาตกไปเอง นเรนทร์ตวาดให้หุบปาก พริ้มเพราบีบคั้นให้คุณใหญ่ลงโทษยอแสง ถ้าไม่ไล่ออกจากบ้านก็ต้องเฆี่ยนตีให้หลาบจำไม่อย่างนั้นจะถือว่าลำเอียง คุณใหญ่ลำบากใจ พริ้มเพราถือโอกาสตัดบทคว้าไม้เรียวจากมือตะวัน

“ถ้าคุณใหญ่ทำไม่ได้ พริ้มขอจัดการมันเองค่ะ” พริ้มเพราหวดตีตะวันจนไม้เรียวหัก

ตะวันกัดฟันไม่ร้อง ทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พริ้มเพรายังตอกย้ำ ถึงจะเป็นคนโปรดของคุณใหญ่ ถ้าไม่รู้จักเจียมตัว ใครหน้าไหนก็คุ้มกะลาหัวไม่ได้...คุณใหญ่มองไม่คิดว่ายอแสงจะอดทนได้ขนาดนี้

เนื้อตัวตะวันเต็มไปด้วยรอยไม้เรียว เอี้ยงเอายาหม่องมาทาให้ เติมสงสารจับใจไม่น่าไปรับผิดเลย ตะวันกลับบอกว่า “ทำตัวเป็นคนดีอาจจะเห็นผลช้า แต่ความดีจะปกป้องเราไปตลอดชีวิต...คุณแม่ใหญ่!” ตะวันชะงักเมื่อเห็นคุณใหญ่ยืนมอง ราวมายืนอยู่นานแล้ว

เอี้ยงกับเติมถอยออกให้คุณใหญ่เข้าหาตะวัน คุณใหญ่น้ำตาซึมลูบหัวตะวันอย่างเอ็นดู พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “กระจกที่ว่าใส ยังแพ้จิตใจที่บริสุทธิ์ของลูกยอของแม่”

ตะวันใจหายเมื่อเห็นคุณใหญ่ร้องไห้ คุณใหญ่เสียใจที่ปกป้องลูกไม่ได้ ตะวันเข้าใจดีว่าเธอต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคน คุณใหญ่ย้ำ “ชีวิตคนเหมือนดวงตะวัน แม้ตะวันจะตกไปแล้วก็ยังมีวันกลับขึ้นมาใหม่ได้ รักษาความดีในหัวใจลูกไว้ ความดีจะช่วยคุ้มครองลูก”

ตะวันรับคำจะจดจำไว้ คุณใหญ่กอดปลอบ เมื่อไหร่ ที่ศักดิ์ระพีกลับมา ยอแสงก็จะมีคนคอยปกป้องอีกคน ตะวันรำพึงด้วยความน้อยใจ ป่านนี้เขาคงลืมตนไปแล้ว

ศักดิ์ระพีได้รับจดหมายของพร้อมมิตร เขียนมาพร่ำบอกว่าคิดถึงและเฝ้ารอเขากลับแล้วส่งข่าวเรื่องยอแสง ว่ามักจะโดดเรียนบ่อยๆ ไม่สนใจเรียนจนคุณแม่ใหญ่เหนื่อยใจ เตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง ตนเข้าใจว่ายอแสงเริ่มโตเป็นสาว มีหนุ่มๆเทียวมาขายขนมจีบตลอดเวลา

พร้อมมิตรใส่ไคล้หนักขึ้น “พร้อมขอโทษที่เอาเรื่องไม่งามมาเล่าให้อาเล็กฟัง อาเล็กไม่ต้องห่วงค่ะ พร้อมยินดีช่วยอบรมตักเตือนยอแสงอีกแรง ไม่ให้อาเล็กผิดหวัง สุดท้ายนี้...พร้อมยังเฝ้ารอคอยหัวใจของพร้อมอยู่เสมอ หวังว่าอาเล็กจะรีบเอาหัวใจของพร้อมกลับมาเร็วๆนะคะ”

ศักดิ์ระพีอ่านจบพับจดหมายเก็บอย่างว้าวุ่นใจ... วันต่อมา พร้อมมิตรเขียนจดหมายอีก จิตรใสย่องมาดู หัวเราะคิกที่พี่สาวร้ายกาจขนาดเขียนจดหมายใส่ความยอแสงได้ขนาดนี้ เราจะต้องร่วมมือกันเล่นงานทุกคนที่เข้ามาแย่งอาเล็กไปจากพวกเรา ยังมีใจบุญอีกคนที่ตนเกลียด

ในขณะที่ใจบุญจดๆจ้องๆไม่กล้าส่งจดหมาย เอี้ยงมาเห็นแซวจะส่งจดหมายรักปักใจถึงใคร ใจบุญตกใจหันหนี เอี้ยงตามไปดึงจดหมายมาจะส่งให้ แต่พอเห็นว่าจ่าหน้าถึงศักดิ์ระพีก็ตกใจที่แท้เธอชอบอาเล็ก ใจบุญอายคว้าจดหมายคืนเสียหลักจะล้ม เอี้ยงเข้าประคอง เธอผละหนี

“คนบ้า! อย่ามายุ่งกับจดหมายฉัน”

“รักใครชอบใครก็บอกเขาไปสิ เก็บเอาไว้เมื่อไหร่เขาจะรู้สักที” เอี้ยงเศร้าปวดใจ

ใจบุญโวยอย่ามายุ่งเรื่องของตน เอี้ยงขอโทษ สัญญาจะไม่มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเธออีก เอี้ยงเดินคอตกจากไป ใจบุญรู้สึกผิดแต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร...เอี้ยงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ตะวันฟัง ได้แต่บอกว่าใจบุญมีคนที่ชอบอยู่ในใจ ตนหมดหวังแล้ว ตะวันปลอบ

“ความหวังถึงจะริบหรี่แค่ไหนก็ยังมีค่าถ้าใจเราสู้ เราควรคิดในแง่ดีอย่างน้อยเรายังได้หวัง” เอี้ยงเห็นด้วย ตะวันมองไปเห็นพริ้มเพรากับซ้อนเดินลับๆล่อๆออกจากบ้านก็นึกสงสัย

อินตาซุ่มมองสะกดรอยตามหวังจะไปช่วยสาย ...และแล้วทั้งสองก็มาที่โกดังเก็บศพที่ขังสายไว้ มีนักเลงลูกน้องเฝ้าอยู่สองคน อินตาเห็นสายเสียสติเห่กล่อมห่อผ้า เป็นลูกก็น้ำตาปริ่ม พริ้มเพราสั่งลูกน้อง ปล่อยให้สายบ้า แบบนี้ดีแล้ว อย่าให้หนีไปไหนได้ และแล้วเย็นวันนั้นหลังจากพริ้มเพรากับซ้อนกลับไป อินตาก็แอบเข้ามาช่วยสายหนีไปได้ แล้วพามารักษาตัวที่อนามัยแห่งหนึ่ง สภาพสายบอบช้ำ หมอเอาตัวไว้รักษาบาดแผลและฟื้นฟูจิตใจ

ooooooo

ตอนค่ำตะวันทำน้ำมะตูมร้อนๆมาให้คุณใหญ่บนห้อง เธอปลื้มใจมีความสุขที่ตะวันคอยดูแล

ช่วงก้มลงคอเสื้อตะวันร่นจนเห็นปานแดงรูปหัวใจแต่คุณใหญ่ไม่ทันมอง จู่ๆคุณใหญ่นึกได้ถามขึ้น “วันก่อนลูกยอยังไม่ได้ตอบแม่ว่าลูกมีปานหรือตำหนิตรงไหนรึเปล่า”

ตะวันกำลังยกแก้วน้ำส่งให้จึงชะงักน้ำร้อนลวกมือ คุณใหญ่ตกใจลืมเรื่องที่ถามเสียสนิท ตะวันใจคอไม่ดีแปลกใจทำไมคุณใหญ่ถึงถามเรื่องนี้ หรือจะรู้ว่าตนเป็นใคร กลับมาเล่าให้เอี้ยงฟัง เอี้ยงคิดว่าคุณใหญ่สงสัยมาตลอดแต่เงียบไว้เพื่อเอาผิดพวกเรา ตะวันกลัดกลุ้มไม่อยากเชื่อ

เช้าวันใหม่พร้อมมิตรร้อยพวงมาลัยมาให้คุณใหญ่ ไหว้ท่านต้น พริ้มเพรายกของว่างมาเห็นจิกตามองอย่างหมั่นไส้ คุณใหญ่ถามทำไมไม่ให้ยอแสงยกเข้ามา พริ้มเพรา บอกว่าเด็กๆไปทัศนศึกษาที่เกาะเกร็ดกับทางโรงเรียน คุณใหญ่นึกได้

“จริงสินะ ยอแสงเข้ามาขออนุญาตฉันไปแล้ว ฉันนี่แก่แล้วขี้หลงขี้ลืมจริงๆ”

“หนังเหนียวและตายยากอีกต่างหาก” พริ้มเพราแอบด่า คุณใหญ่ได้ยินไม่ถนัด...

นเรนทร์กับจิตรใสเดินรั้งท้ายกลุ่มเพื่อนๆ บ่นกระปอดกระแปดน่าเบื่อทั้งร้อนทั้งสกปรก ในขณะที่ตะวัน เอี้ยงและใจบุญเดินชมเกาะเกร็ดอย่างสนุกสนานดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอญ ใจบุญเล่าว่าแม่พาตนมาไหว้พระที่นี่บ่อยๆ ทันใดได้ยินเสียงกระถางแตก พร้อมเสียงเอะอะโวยวายของนเรนทร์ หาว่าวางของเกะกะจะเล่นงานพ่อค้า ตะวันกับเอี้ยงทนไม่ได้เข้ามาขวาง กลับโดนด่ากราด ตะวันตำหนินเรนทร์

“การศึกษาไม่ช่วยให้จิตใจนายสูงขึ้นเลยเหรอ”

เอี้ยงเสริมว่าทำผิดแล้วยังหาเรื่องคนอื่น จิตรใสโวยว่านพดลด่านเรนทร์ โตกับเกิดจะเข้าเล่นงาน พอดีเห็นครูเดินมาจึงชะงัก นเรนทร์หันมาเตะเครื่องปั้นดินเผา แล้วโยนเงินใส่หน้าตะวันเข่นเขี้ยว “นี่คือผลที่พวกแกเข้ามาสอดเรื่องคนอื่น ส่วนนี่คือค่าชดใช้ของพวกขี้ครอก ...เศษเงินของฉันซื้อคนอย่างพวกแกได้เสมอ จำใส่กะลาหัวไว้”

พ่อค้าทรุดลงเก็บข้าวของที่แตก ตะวันยืนโกรธที่นเรนทร์ดูถูก จิตรใสยิ้มเยาะก่อนจะเดินตามนเรนทร์ไป ตะวันกับพวกจึงช่วยพ่อค้าเก็บเศษกระเบื้อง เอี้ยงเจ็บใจน่าจะตอกกลับให้นเรนทร์หน้าหงายไปบ้าง ตะวันถาม ทำแบบนั้นเพื่ออะไร เอี้ยงอึ้ง ตะวันสอน

“ถ้าทำเพื่อความสะใจ แต่เราจะถูกทุกคนมองไม่ต่างจากนเรนทร์ พี่ขออยู่เฉยๆดีกว่า”

“ฉันเข้าใจยอแสง การเอาชนะคนเกเรอย่างนเรนทร์ด้วยวิธีตอบโต้รุนแรงไม่ได้พิสูจน์คุณค่าในตัวเรา เลยสักนิด” ใจบุญเห็นด้วย

เอี้ยงทำไม่สนใจสิ่งที่ใจบุญพูด หันไปพูดกับตะวันว่านเรนทร์ไม่น่าเป็นลูกท่านต้นเลย นิสัยแบบนี้ถ้าเป็นลูกชาวเรือ ตนจะไม่สงสัยเลย ตะวันคิดตาม

เอี้ยงเดินดูขนมหวานละลานตาอย่างตื่นเต้น หันมา ไม่เห็นตะวันกลับเจอใจบุญเพียงคนเดียว ทั้งสองมองกัน อย่างขุ่นเคืองกันอยู่ ต่างแปลกใจว่าตะวันหายไปไหน เอี้ยงเหน็บใจบุญมัวแต่เดินคิดถึงใครถึงไม่รู้ว่ายอแสงหายไปไหน ใจบุญค้อนขวับไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เปลี่ยนเรื่องถามเอี้ยงตกลงเลือกเรียนอะไรที่ไม่ใช่นายร้อยกับสถาปนิก

“ทำไมต้องห้าม หวงอาชีพผู้ชายในฝันเหรอ”

“ฉันไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจของใครต่างหาก” ใจบุญบอกปัด

เอี้ยงยิ่งน้อยใจ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แกล้งยั่วถ้าไม่เรียนนายร้อยก็จะเรียนสถาปนิกเอาให้เก่งเหมือน

อาเล็กผู้ชายในฝันของเธอ ใจบุญโกรธจิ้มทอดมันใส่ปากเอี้ยงคำโต เขาสำลักวิ่งไล่...อีกมุมหนึ่ง ตะวันเดินชิมขนมพลันชนเข้ากับธาดาโดยบังเอิญ ตะวันแปลกใจที่เขามาได้อย่างไร ธาดาบอกว่าสอบเสร็จเลยตั้งใจมาไหว้พระที่นี่ เขามาบ่อยๆจึงขออาสาพาเธอเที่ยวชมสถานที่

ใจบุญวิ่งหนี เอี้ยงวิ่งตามถามใจบุญคนเดิมที่ตนรู้จักหายไปไหน ใจบุญตอบว่ามีคนสอนให้ตนรู้จักสู้ เอี้ยงโวย ศิษย์คิดล้างครู เธอโต้ก็ครูชอบหาเรื่องต้องเอาคืนกันบ้าง พูดพลางก็กวาดตามองไปทั่ว เอี้ยงเย้ามองหาใจตัวเองหรือ เธอสวนว่ามองหายอแสง เอี้ยงนึกได้ว่าตะวันหายไป

ในขณะที่ธาดาพาตะวันมาไหว้พระในโบสถ์ พอเดินออกมาเจดีย์ริมน้ำ ตะวันถามเขาอธิษฐานอะไร เขาบอกว่าขอให้เรียนจบหมอไวๆจะได้ทำงานเก็บเงินไปขอคนที่รัก ตะวันชื่นชมว่าเขาน่ารัก ใครได้เป็นแฟนช่างโชคดี ธาดาเปรยถ้าผู้หญิงคนนั้นรับรักตนก็ดี ระหว่างนั้นนเรนทร์ จิตรใส โตและเกิดเดินมาเห็น จิตรใสหมั่นไส้ นเรนทร์มีแผนร้ายเล่นงานตะวัน

เมื่อถึงเวลากลับ ครูให้นักเรียนทุกคนลงเรือ เอี้ยงมัวเถียงกับใจบุญจนลืมมองว่าตะวันไม่ได้เดินมาด้วย นเรนทร์กับจิตรใสช่วยกันเร่งครูให้รีบออกเรือกลับ อ้างเมาเรือจนอยากอาเจียน พอตะวันกับธาดาเดินมาถึง

ท่าน้ำแปลกใจที่เห็นเรือออกไปแล้ว ร้องเรียกก็ไม่ได้ยิน ตะวันกระโดดโบกมือจนล้มขาแพลง ธาดาโผเข้าประคองพาไปนั่งพัก หายาหม่องมาทานวดข้อเท้าให้

ooooooo

เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้านเดชาบดินทร์ เอี้ยงกับใจบุญเสียใจที่ไม่ทันดูว่าตะวันยังไม่ได้ลงเรือมาด้วย จิตรใสกับนเรนทร์หาว่าตะวันหนีตามธาดาไป พริ้มเพราตบอกผางสำทับช่างกล้าทำบัดสี สันดานคนชั้นต่ำ เอี้ยงสวนไม่จริง นเรนทร์ตวาดกำพืดเดียวกัน พวกสวะข้างถนน

คุณใหญ่ปราม จะทะเลาะกันให้ได้อะไรขึ้นมา แทนที่จะช่วยกันคิดวิธีตามหายอแสง เติมจะเอาเรือไปรับตะวันที่เกาะเกร็ด พริ้มเพรารีบห้ามบอกว่าซ้อนเพิ่งยาแนวเรือ ยังเอาเรือออกไม่ได้ คุณใหญ่กลัดกลุ้ม... พริ้มเพราสะใจกับแผนของนเรนทร์ หวังว่าคราวนี้ยอแสงจะโดนเฉดหัวออกจากบ้าน นเรนทร์ยิ้มย่องหน้าที่เจ้าของบ้านอย่างตนคือกำจัดพวกกาฝาก

ฟ้าเริ่มมืด ตะวันกับธาดาชักหมดหวังจะมีเรือกลับ ตะวันกังวลใจไม่อยากให้คุณใหญ่เป็นห่วง ธาดาหาเรื่องคุยให้เพลินเอ่ยถามถึงศักดิ์ระพีติดต่อมาบ้างไหม กลับทำให้ตะวันเศร้าสลด

“ยอแสงเป็นแค่เด็กในบ้าน ไม่มีความสำคัญอะไรกับอาเล็กหรอกค่ะ” ธาดาคิดว่าคงวุ่นกับงาน “พี่ธาดาพูดเหมือนนพดลอีกแล้ว ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่มีใครยุ่งตลอดเวลาหรอกค่ะ”

ธาดารู้สึกว่ายอแสงน้อยใจ ตะวันให้เลิกคุยเรื่องนี้ ด้านศักดิ์ระพีจามยกใหญ่เผลอปัดเอกสารหล่นกระจาย เห็นรูปถ่ายคู่ตนกับยอแสงจึงหยิบมาดูด้วยความคิดถึง นึกถึงคำที่พร้อมมิตรเขียนมาฟ้องว่ายอแสงสนิทสนมกับธาดาแล้วสะเทือนใจ คว่ำรูปเก็บเข้าลิ้นชัก

เอี้ยงกับใจบุญออกมาถกเถียงกันหน้าตึกบ้านเดชาบดินทร์ โทษว่าเป็นความผิดใครทำให้ลืมยอแสง เอี้ยงประชดเรียกใจบุญว่าคุณหนู เธอไม่พอใจเงื้อมือจะตี เอี้ยงถอยหลบสะดุดล้ม ใจบุญหยุดไม่ทันล้มตามไปทับบนร่างเอี้ยง...บารมีกับแก้วมารับใจบุญ เห็นภาพเช่นนั้นตกใจมาก บารมีด่าว่าเอี้ยงต่ำ สกปรก มาล่วงเกินใจบุญ ใจบุญพยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟังด่าตอกย้ำ

“น้ำหน้าอย่างแก ไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวฉัน คนเดียวที่มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าใจบุญคือคุณศักดิ์ระพีเท่านั้น จำใส่กะลาหัวแกไว้ด้วย...กลับบ้านเดี๋ยวนี้!” บารมีกระชากแขนใจบุญกลับ

ทางด้านเกาะเกร็ด ตะวันยังชะเง้อมองหวังจะมีเรือมา ธาดาถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมให้ตะวันเพราะเห็นลมแรงขึ้นแล้วชวนคุยเกริ่นถามถ้าเรียนจบครูอยากไปสอนที่ไหน ตะวันบอกยังไม่ได้คิด ธาดาพูดยิ้มๆว่าอาชีพหมอกับครูคล้ายกันตรงที่ย้ายไปทำงานที่ไหนก็ได้ ถ้าตนต้องไปทำงานต่างจังหวัดเธอจะไปด้วยไหม ตะวันทำหน้างงหมายความว่าอย่างไร

“พี่อยากให้ยอแสงติดตามพี่ไปทุกที่ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพี่” ธาดาตั้งใจเผยความในใจ

ขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีตัดใจจากตะวันไม่ได้กลับไปหยิบรูปจากลิ้นชักมาจ้องมอง...ในขณะที่อินตาได้ยินพวกนเรนทร์คุยเรื่องตะวันติดอยู่ที่เกาะเกร็ด จึงแอบเอาเรือไปรับ ระหว่างนั้นพริ้มเพรา พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์ช่วยกันรุมยุคุณใหญ่ให้จัดการเรื่องยอแสงกับธาดา คุยกับพ่อของธาดา เด็กในบ้านหนีตามลูกชายเขาไป เป็นเรื่องเสื่อมเสีย คุณใหญ่ติง

“เหลวไหล เรายังไม่รู้แน่เลยว่ายอแสงทำผิด”

“หายไปกับผู้ชายทั้งคืน คุณแม่ใหญ่ยังจะให้ท้ายยอแสงอีกหรือ” นเรนทร์โวย

เติมกังวลใจกระซิบเอี้ยงถ้ายอแสงไม่กลับมาคืนนี้คงแย่ พวกนเรนทร์พยายามบีบบังคับให้คุณใหญ่จัดการรวบรัดยกยอแสงให้ธาดา เอี้ยงกับเติมแย้งเป็นการ มัดมือชกเกินไป นเรนทร์ตวาดกร้าวตนมีสิทธิ์ทำอย่างไรก็ได้ เพราะเป็นเจ้าของบ้าน เอี้ยงสวน เจ้าของบ้านไม่ใช่เจ้าชีวิต

“ปากดีนักเหรอไอ้ขี้ครอก!” นเรนทร์ผลักอกเอี้ยง ทั้งสองชกกันชุลมุน

พริ้มเพราร้องลั่นด่าว่านพดลทำร้ายหลาน คุณใหญ่เสียงกร้าวให้หยุดเดี๋ยวนี้ ซ้อนกับเติมช่วยกันจับแยก ตะวันเดินเข้ามาพร้อมธาดา ถามเกิดอะไรขึ้น ทุกคนตกใจ พร้อมมิตรพลั้งปาก

“ไหนบอกว่ามันกลับมาไม่ได้”

นเรนทร์ จิตรใสและพริ้มเพราจ้องมองตะวันอย่างเจ็บใจ...ตะวันเข้ามากราบขอโทษคุณใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง แล้วเล่าว่าตนกับธาดาลงเรือไม่ทัน พริ้มเพรากับนเรนทร์ตอกย้ำ ผู้หญิงผู้ชายหายไปด้วยกันจะเหลืออะไร ตะวันสวนตนไม่ได้ทำอะไรผิด ธาดาเล่าว่าลุงอินพาพวกตนกลับมา ลุงอินเป็นพยานได้ คุณใหญ่งงลุงอินเป็นใคร

“ลุงอินเป็นคนเรือที่ไปเจอลูกยอโดยบังเอิญและพาเรามาส่งที่นี่” ตะวันเล่าคร่าวๆก่อนจะนึกถึงตอนที่ลุงอินเอาเรือไปรับให้รีบกลับ เธอพยายามมองว่าเขาเป็นใคร ตอนนั้นมืด แต่แล้วแสงจันทร์ทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่แก้ม จึงจำได้ว่าเขาคือใคร รีบถามรู้ได้อย่างไรว่าตนติดอยู่ที่นี่

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ ขอให้หนูรู้ว่าลุงมาช่วยก็พอ... ลุงก็แค่อยากไถ่บาปที่เคยทำผิดพลาดในอดีต ถึงเวลาที่ทุกอย่างจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาสักที”...ทั้งตะวันและธาดางุนงงกับคำพูดของลุงอิน

พริ้มเพราหาว่าอุปโลกน์ชื่อลุงอินขึ้นมา ธาดาบอกชาวบ้านแถวนั้นยืนยันได้ว่าพวกตนนั่งอยู่แต่ที่ท่าน้ำ คุณใหญ่ปรามให้พอเลิกถกเถียงกัน ยอแสงกลับมาปลอดภัยก็พอแล้ว

ตะวันกับเอี้ยงเดินออกมาส่งธาดา เอี้ยงบ่นถ้าตะวันกลับมาช้ากว่านี้จะกลายเป็นเจ้าสาวโดยไม่รู้ตัวเพราะพวกนเรนทร์รุมทึ้งอย่างกับนกแร้ง ตะวันนึกได้อยากขอบคุณลุงอินอีกครั้ง จึงเดินมามองหาที่ท่าน้ำ อินตาค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืด ตะวันขอบคุณที่เขาช่วยอีกครั้ง

“ขอแค่หนูปลอดภัย ลุงก็ดีใจแล้ว หนูเหมือนลูกสาวของลุงมาก ลุงช่วยหนู ก็เหมือนได้ช่วยลูกของตัวเอง” ตะวันบอกลูกเขารู้คงภูมิใจ “ฮึ...ถ้าพ่อดีจริงคงไม่ดึงคนดีๆ ลงมาตกต่ำหรอก พ่ออย่างลุงชั่วเกินกว่าจะให้อภัย” อินตาคร่ำครวญอย่างรู้สึกผิด

“ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดทั้งนั้น เมื่อไหร่ที่ลุงมีโอกาส ก็แก้ไขให้มันถูกต้องสิจ๊ะ”

อินตารับคำ สัญญาถ้ามีโอกาสจะแก้ไข ตะวันมองลุงอินอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

ooooooo

พริ้มเพรากราดเกรี้ยวตบหน้าลูกน้องที่ยังตามตัวสายไม่เจอ สั่งซ้อนไปดูที่อนามัยถ้าเจอให้ฆ่าทิ้ง ซ้อนประกาศกร้าวจะไม่ยอมฆ่าใครอีก พริ้มเพราอ่อนลงให้แค่หาตัวให้เจอก็พอ

ส่วนนเรนทร์มีอาการอยากยามากขึ้น เกิดกับโตยุให้เอาเงินมามากๆเพื่อไว้ซื้อยา นเรนทร์จึงเกิดความคิดจะขโมยทั้งเงินและของมีค่าแล้วโยนความผิดให้ยอแสง แต่พอนเรนทร์กับพวกย่องเข้ามาที่เรือนแพของตะวัน เอี้ยงมาเจอร้องโวยวายจึงโดนนเรนทร์กับพวกรุมซ้อม อินตามาช่วยทำเอานเรนทร์กับพวกสะบักสะบอม เติมได้ยินเสียงแกล้งร้องว่าคุณใหญ่มา นเรนทร์กับพวกตกใจวิ่งหนีไป เติมเข้ามาประคองเอี้ยง เอี้ยงมองหาคนที่มาช่วยแต่ไม่มีเขาอยู่ก็แปลกใจ

พริ้มเพราทำแผลให้นเรนทร์ อยากรู้ว่าคนที่มาช่วยเป็นใคร ทำไมช่วงนี้มีคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนแถมคอยช่วยยอแสงอีก ซ้อนโพล่งขึ้นว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ นเรนทร์โกรธจะซัดซ้อน พริ้มเพราต้องปรามแล้วสั่งซ้อนให้ไปถามคนแถวนี้ดูว่ายอแสงติดต่อใครบ้าง

พอตะวันรู้เรื่องขอไม่ให้เอี้ยงกับเติมบอกเรื่องนี้กับคุณใหญ่เกรงตกใจ ถือเป็นการตอบแทนพระคุณ เอี้ยงบอกตะวันว่าคนที่มาช่วยมีรอยแผลเป็นที่แก้ม ตะวันแปลกใจที่ลุงอินคอยช่วยเหลือพวกตนตลอดเวลา...หลังจากนั้น ตะวันแอบเอาข้าวและยามาให้อินตาในสวนลึก อินตาเลียบเคียงถามถึงนเรนทร์ ตั้งใจเรียนหนังสือไหม ตะวันพูดตามตรงว่าทั้งเกเร ไม่รักเรียน เป็นอันธพาลระรานคนอื่น คอยแต่ผลาญเงิน น่าสงสารคุณใหญ่ที่ต้องเหนื่อยใจกับลูกท่านต้นคนนี้

อินตาน้ำตาซึมหัวเราะให้กับโลกสกปรก โลกที่ไม่ยุติธรรม คนที่มีโอกาสดีๆกลับใช้ชีวิตไม่เป็น ส่วนคนที่ถูกพรากโอกาสไปกลับมุ่งมั่นรักดี เวรกรรมมันมีจริง ทุกคนต้องชดใช้สิ่งที่ทำ เขาปาดน้ำตา ย้ำเตือน “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูยอแสงจะต้องอดทนและเข้มแข็ง ต้องมุ่งมั่นเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดี รับปากลุงได้ไหม”

ตะวันรับคำ ถึงไม่บอกตนก็ตั้งใจจะคว้าโอกาสสำคัญนี้อยู่แล้ว อินตาปลื้มใจที่เธอใฝ่ดี...

หลายวันผ่านไป เอี้ยงสอบติดนายร้อย ตะวันสอบติดครุศาสตร์สมใจ ใจบุญไม่พอใจที่เอี้ยงเลือกเรียนนายร้อย เอี้ยงขอโทษ แต่ยืนยันว่าตนทำเพื่อคนที่รักมันผิดตรงไหน ตนมีจุดมุ่งหมายเพราะหัวใจตนมอบให้เจ้าของนาฬิกาไปแล้ว ตนจะพิสูจน์ให้เจ้าของนาฬิกาเห็นถึงความจริงใจของตน ใจบุญใจแป้วไม่คิดว่าเอี้ยงจะมั่นคงขนาดนี้

เอี้ยงเอ่ยถามใจบุญว่ารักศักดิ์ระพีจริงหรือ ใจบุญชักไม่แน่ใจ รู้เพียงว่าแม่พร่ำบอกว่าเขาเหมาะสมและคู่ควรกับตน ใจบุญเริ่มว้าวุ่นใจ...ตะวันให้กำลังใจเอี้ยง ให้มุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีต่อไป ความดีจะเปลี่ยนใจใจบุญเอง เอี้ยงไม่ค่อยแน่ใจแต่จะไม่ท้อ เหมือนที่ตะวันพูดบ่อยๆว่า ความดีจะปกป้องคุ้มครองเราตลอดไป

คุณใหญ่ตื้นตันยินดีที่ยอแสงกับนพดลสอบติดอย่างที่หวัง แต่พอถามนเรนทร์กับจิตรใส จิตรใสส่ายหน้าสอบไม่ติด คุณใหญ่จึงบอกให้อยู่บ้านฝึกงานบ้านงานเรือนไป ส่วนนเรนทร์คุณใหญ่ถามทำไมโรงเรียนถึงบอกว่าไม่มีสิทธิ์สอบ พริ้มเพราจะแก้ตัวให้แต่นเรนทร์โพล่งขึ้นว่าตนต่อยหน้าครูประจำชั้น อยากอวดดีมาสอน คุณใหญ่ตกใจทำไมถึงเกเรไม่รักดีแบบนี้

“ผมเป็นเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์ ไม่ต้องเรียนไม่ต้องทำงานก็มีเงินล้นฟ้า” นเรนทร์สวนคุณใหญ่อธิบายว่ารวยแค่ไหนถ้าไม่ขยันทำกินก็หมดได้ นเรนทร์เถียงไม่เกี่ยวกับคุณแม่ใหญ่ พร้อมมิตรเอ็ดพูดแบบนี้กับคุณแม่ใหญ่ได้อย่างไร นเรนทร์กลับก้าวร้าวมากขึ้น

“อย่าแส่!นังพี่สาวคนละแม่”

“หยุดนะนเรนทร์ อย่าก้าวร้าวคนอื่นในบ้านหลังนี้ ตราบใดที่เธอยังอายุไม่ครบยี่สิบเอ็ด สมบัติทั้งหมดของท่านต้นจะยังอยู่ในความดูแลของฉัน” คุณใหญ่โกรธ

นเรนทร์ไม่สำนึกปัดแจกันตกแตกกราดเกรี้ยว “เก่งนักก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงวันที่ผมรับมรดกด้วยแล้วกัน”

คุณใหญ่เหนื่อยใจกับนิสัยของลูกท่านต้นคนนี้... คุณใหญ่เข้าห้องพระรำพันหน้าอัฐิท่านต้น “คุณพี่คะ ดิฉันเหนื่อยและท้อใจเหลือเกิน นับวันนเรนทร์จะร้ายกาจมากขึ้น ดิฉันกลัวจะเอาเด็กคนนี้ไม่อยู่ กลัวจะเกิดเหตุการณ์ร้ายก่อนถึงวันเปิดพินัยกรรม หากดวงวิญญาณของคุณพี่รับรู้ ขอให้ช่วยดิฉันตามหาลูกของดวงพรให้พบโดยเร็ว ความจริงทุกอย่างจะได้ถูกเปิดเผยเสียที”

ระหว่างนั้นซ้อนกับลูกน้องพริ้มเพรามาค้นหาสายที่อนามัย เผอิญสายหนีออกจากห้องพักเดินตามหาลูกอย่างคนเสียสติ เที่ยวดึงเด็กแถวนั้นมากอดจนโดนพ่อแม่เด็กจะทำร้าย อินตามาเจอเข้าไปปกป้อง ก็พอดีซ้อนเดินมาเห็น ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ ซ้อนจะจับตัวสาย อินตาไม่ยอมต่อสู้กัน สายตกใจคว้าไม้หวดซ้อนจนสลบ อินตารีบพาสายหนีไปจากอนามัยนั้น

บ่ายวันนั้นเอี้ยงอยู่แถวท่าน้ำ เห็นบุรุษไปรษณีย์ถือห่อพัสดุชะเง้อมอง จึงเข้ามารับของเพราะเห็นจ่าหน้าถึงยอแสง บุรุษไปรษณีย์ตกใจจะคว้าคืนเพราะต้องให้พร้อมมิตร พอดีตะวันเดินมา เอี้ยงรีบบอกว่าอาเล็กส่งของมาให้ บุรุษไปรษณีย์ไม่กล้าขัดขืนอีกรีบพายเรือออกไป ตะวันแปลกใจที่ศักดิ์ระพีส่งของมา จึงเอาของมาให้คุณใหญ่ดู

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.