ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตะวัน ใจบุญและธาดาแปลกใจที่เอี้ยงขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ เอี้ยงโดดลงมาพร้อมหนังสือในมือ บอกทุกคนว่าตนขึ้นไปอ่านหนังสือ ตะวันเอามือแตะหน้าผากเอี้ยง

“ตัวก็ไม่ร้อน กินมะม่วงมากจนเพี้ยนรึไง จู่ๆทำไมเกิดขยันขึ้นมา”

“ไม่ได้เพี้ยน แต่เรื่องเมื่อคืนทำให้นพดลคิดได้ นพดลอยากตั้งใจเรียนหนังสือ จะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว นพดลจะพิสูจน์ให้รู้ว่าพูดจริงทำจริง” เอี้ยงสบตาใจบุญให้รู้ว่าทำเพื่อเธอ

ธาดาชื่นชมจะช่วยด้วย ตะวันยื่นมือออกไปบอกว่าต่อไปเราจะขยันด้วยกัน ทั้งสี่คนจับมือสัญญาร่วมกัน...หลังจากนั้น ตะวันกับเอี้ยงตั้งใจเรียน จิตรใสซึ่งอยู่ห้องเดียวกับตะวันและใจบุญ แอบหมั่นไส้เพราะตัวเองเรียนอ่อนมาก ส่วนเอี้ยงอยู่ห้องเดียวกับนเรนทร์ขยันเรียนจนครูชื่นชม ทำให้นเรนทร์โกรธที่เอี้ยงเด่นกว่า

พอถึงวันศุกร์ ตะวันกับเอี้ยงทำหน้าเบื่อหน่ายไม่อยากกลับบ้านไปรบกับพวกนเรนทร์อีก เห็นผู้ปกครองมารับนักเรียนทำให้ตะวันคิดถึงพ่ออินตากับแม่สาย

ด้านอินตาถูกคุมขังเป็นนักโทษมาเป็นสิบปี ผู้คุมชื่นชมที่เขาประพฤติตัวดี อีกไม่นานคงได้ออกไป เผอิญวันนี้อินตาเห็นภาพสายในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ร้อนใจ ให้ผู้คุมช่วยอ่านข่าวให้ฟัง จึงรู้ว่าสายแหกคุกถ้าโดนจับ ตายสถานเดียว อินตาตกใจมาก...คืนนั้น ด้วยความเป็นห่วงสายกับตะวัน อินตาจึงแหกคุกออกมากับโหดเพื่อนนักโทษ

เช้าวันนั้น ศักดิ์ระพีจะออกไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ รถเกิดเสียทำให้เขาหงุดหงิดพาลใส่เติม เติมเลี่ยงมาจะอาบน้ำให้พยับหมอก มันก็หงุดหงิดไม่อยู่นิ่ง ศักดิ์ระพีบ่นใส่

“แค่อาบน้ำให้พยับหมอกยังทำไม่ได้ ทำงานมาตั้งกี่ปีแล้ว แกนี่ไม่ได้เรื่องเลย”

เติมงง “วันนี้เป็นอะไรทั้งคนทั้งม้า อารมณ์ไม่ดี โอย...ไอ้เติมแค่หายใจยังผิด พยับหมอกชอบให้หนูยอแสงอาบน้ำให้ เติมพอเข้าใจ แต่คุณเล็กอารมณ์เสียเรื่องอะไร เติมไม่เข้าใจจริงๆ รึว่า...คิดถึงหนูยอแสง อยากเห็นหน้าจะไปหาสาวสักหน่อย รถเจ้ากรรมก็ดันเสีย เลยหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนม้าถูกขังอยู่ในคอก ใช่ไหมครับอาเล็ก อาเล็กคะ อาเล็กขา...”

ศักดิ์ระพีอายที่เติมรู้ทัน วางท่าขรึมเขกหัวให้หุบปาก ไม่อย่างนั้นจะหักเงินเดือน เติมสะดุ้งรีบอาบน้ำให้พยับหมอก แต่ก็แอบหัวเราะขำเจ้านาย...ศักดิ์ระพีโทร.หาคุณใหญ่ทำทีถามทุกข์สุข คุณใหญ่แปลกใจร้อยวันพันปีไม่เคยโทร.หา เติมแกล้งตามมาแซวเสียงดัง

“คิดถึงหนูยอแสงก็บอกไปสิครับ อ้ำอึ้งอยู่ได้”

ศักดิ์ระพีหยิบของใกล้ตัวปาใส่เติมแล้วพูดกับคุณใหญ่ อย่าฟังเติม มีปากสักแต่พูด คุณใหญ่ขำรู้ว่าน้องชายปากแข็ง

ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงช่วยซ้อนและพวกคนงานทำความสะอาดบ้าน ซ้อนยกตั้งหนังสือพิมพ์ออกไปฉบับบนมีข่าวสายแหกคุก ตะวันไม่ทันเห็น คุณใหญ่เดินมาได้ยินตะวันกับเอี้ยงบ่นอยู่ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำเหมือนคนไร้ประโยชน์ จึงถามเบื่ออะไร ตะวันบอกอยู่บ้านร่มรื่นยังมีพยับหมอกและ...ตะวันชะงักไม่กล้าพูดว่าคิดถึงศักดิ์ระพี คุณใหญ่รู้ทันว่าปากแข็งพอกัน

“ถ้าอยากไปบ้านร่มรื่นก็ไปสิอีกไม่นานอาเล็กก็จะไปนอกแล้ว ถ้าอาเล็กไม่อยู่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกยอไปบ้านร่มรื่นตามลำพัง”

“เรี่ยมเลย!” ตะวันกับเอี้ยงร้องพร้อมกัน

พริ้มเพราแอบได้ยินรีบมาบอกพร้อมมิตรกับจิตรใส ว่ายอแสงจะไปประจบศักดิ์ระพี พร้อมมิตรเจ็บใจจะไปขัดขวาง พริ้มเพรายิ้มสะใจ

ooooooo

เมื่อไม่ได้ไปบ้านเดชาบดินทร์ ศักดิ์ระพีรู้สึกหงุดหงิดไปทุกเรื่อง เติมชงกาแฟมาให้ก็บ่นรสชาติไม่ถูกปาก เติมเก็บถ้วยกาแฟเดินบ่นกระปอดกระแปดออกมา ทำอะไรให้ก็ไม่ถูกใจ ตะวันกับเอี้ยงถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาถามเติมบ่นอะไร เติมเห็นตะวัน ดีใจมาก

ตะวันชงกาแฟเข้าไปให้ศักดิ์ระพีใหม่ เขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ทันมองบอกถ้าไม่อร่อยอีกจะไล่ออก แต่พอจิบรสชาติถูกปากเงยหน้ามอง ตะวันยิ้มเผล่ถามถูกใจไหม เขาดีใจแล้วนึกได้รีบวางท่าขรึม ทำทีถามมาได้อย่างไรพอตะวันบอกว่าคุณใหญ่อนุญาตให้มาค้างที่นี่

“ทำไมล่ะ ที่นี่มีอะไรดี ที่นี่ไม่ใหญ่โตเหมือนบ้านเดชาบดินทร์นะ” ศักดิ์ระพีเหน็บ

“ยอแสงคิดถึง...” ศักดิ์ระพียิ้มดีใจแล้วต้องหุบยิ้มเมื่อตะวันบอกว่า คิดถึงพยับหมอก

“แปลกนะไม่คิดถึงคน กลับคิดถึงม้า”

“ก็น้าเติมว่าพักนี้อารมณ์ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง ไม่เหมือนเวลายอแสงทำให้ จริงรึคะ” ตะวันแกล้งพูดกำกวม

ศักดิ์ระพีรู้ว่าหมายถึงตนจึงวางฟอร์มให้ไปถามพยับหมอกเอง ตะวันพูดขำๆ “ถามม้าก็ได้ ม้าพูดไม่ได้แต่ยังเข้าใจง่ายกว่าคน คนพูดได้แต่ไม่ยอมพูด เข้าใจยาก”

ทั้งสองเดินออกมาเอี้ยงรออยู่ ไม่ทันไปที่คอกม้า รถพร้อมมิตรบึ่งมาจอด เธอรีบลงมาเกาะแขนศักดิ์ระพี ปรายตามองตะวันอย่างไม่เป็นมิตร ทวงสัญญาจากศักดิ์ระพีให้เลี้ยงข้าว มีร้านเปิดใหม่ไม่ไกลจากที่นี่บรรยากาศดี ชายหนุ่มคิดหาทางออกชวนตะวันกับเอี้ยงไปด้วย พร้อมมิตรจิกตาใส่ ตะวันเหน็บไปหาพยับหมอกสบายใจกว่า เอี้ยงแกล้งบอกว่าตนไปได้ พร้อมมิตรถลึงตา เอี้ยงหัวเราะแหะๆว่าล้อเล่น ศักดิ์ระพีพูดไม่ออกจำต้องขับรถของพร้อมมิตรพาออกไป ตะวันบ่นน่าเบื่อตามมารังควานถึงนี่ เอี้ยงขอตัวไปชวนใจบุญมาเล่นที่นี่

ระหว่างที่ตะวัน เอี้ยงและใจบุญวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า มีเสียงรถตำรวจดังขึ้น ทั้งสามแปลกใจ เติมวิ่งมาบอกว่า รถตำรวจไล่ตามนักโทษแหกคุกออกมาแถวนี้ คนหนึ่งมีมีดคนหนึ่งมีปืน ตะวันชวนกันกลับไปเล่นในบ้านเพื่อความปลอดภัย ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา

เกิดเสียงโครมครามดังขึ้น ใจบุญเห็นรอยเท้าในบ้าน ตะวันเห็นข้าวของถูกรื้อกระจายที่มุมหนึ่ง เอะใจไม่ทันจะร้องเตือน โหดพุ่งเข้ามาปิดปาก อินตาจับเติมเข้ามารวม ปรามโหด

“อย่าทำอะไรเด็กๆ...อย่าร้องนะหนู เราไม่ทำอะไรทั้งนั้น ขอหลบตำรวจแค่ชั่วคราว”

ใจบุญร้องไห้ด้วยความกลัว โหดไม่พอใจว่าอินตา จะปรานีอะไรนักหนา อินตาบอก “เอ็งไม่มีลูกเหมือนข้านี่หว่า ลูกข้าก็รุ่นราวคราวเดียวกับเด็กพวกนี้”

เติมถูกมัดแยกออกมาอยู่มุมหนึ่ง โหดให้อินตาเฝ้าทุกคนไว้ ตัวเขาไปสำรวจบ้าน อินตารู้สึกเอ็นดูตะวันถามเป็นลูกเจ้าของบ้านหรือ เธอส่ายหน้าเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่เขาอุปการะ อินตามองหน้าตะวันอย่างรู้สึกคุ้นเคย เอ่ยถามมาจากไหน พ่อแม่ชื่ออะไร

“หนูเป็นลูกชาวเรือ พ่อชื่ออินตา แม่ชื่อสายค่ะ”

อินตาตาโพลงรีบถามเธอชื่ออะไร ตะวันจะพูดชื่อตัวเองแต่ชะงักไว้ทันบอกชื่อยอแสง อินตาลืมตัวอยากดึงตะวันมากอด ตะวันขยับหนีท่าทางหวาดกลัว เขาจึงรู้สึกตัวทำหน้าเสียใจ

“เอ้อ ลุงขอโทษ อย่ากลัวเลย ลุงไม่ทำอะไรหนูหรอก แล้วทำไมหนูถึงไม่อยู่กับพ่อแม่ล่ะ พ่อแม่หนูไปไหน”

“พ่อหายตัวไปตั้งแต่ยอแสงยังเล็ก ส่วนแม่ติดคุกเพราะฆ่าพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเป็นคนไม่ดี”

อินตาถามอีกว่ารู้ข่าวแม่บ้างไหม ตะวันส่ายหน้าไม่รู้ไปเยี่ยมก็ไม่ได้ เห็นสายตาอินตาที่มองจึงถามทำไมมองอย่างนั้น อินตาน้ำตาคลออ้างคิดถึงลูก ไม่ได้เจอลูกนานหลายปี ลูกตนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ใจบุญเอ่ยถามทำไมถึงติดคุก

“ลุง...ฆ่าคนตาย” ทั้งสามคนตกใจถอยหนี อินตารีบบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า คนที่ฆ่าเป็นคนไม่ดีขี้โกง อินตาเล่าอดีตด้วยความเสียใจ “มันเป็นลูกชายกำนันที่มีอิทธิพล ลุงยืมเงินมันไปแต่ลุงก็ใช้คืนตามกำหนด มันกลับไม่ยอมคืนใบสัญญา คิดจะยึดเรือลำเดียวที่ลุงมีอยู่...”

ภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นเมื่ออินตาให้เงินผัน ผันส่งใบสัญญาคืนให้แต่เขาจำได้ว่าไม่ใช่ของเขาจึงโวยวาย ผันสวนว่าไม่คืนจะยึดเรือแล้วโถมเข้าบีบคอแถมชักมีดจะแทงจึงยื้อกันไปมา ผันล้มไปโดนมีดตัวเองแทงตาย ...ด้วยเหตุนี้ทำให้อินตาติดคุก ครอบครัวต้องลำบาก

ตะวันสงสาร “ท่าทางลุงไม่เหมือนผู้ร้ายฆ่าคน ลุงมอบตัวเถอะ หนีอย่างนี้ตำรวจไม่ปล่อยลุงแน่”

อินตาเห็นว่าตะวันอยู่ดีจึงยอมจะมอบตัว ปล่อยตะวันกับพวกหนี โหดกลับมาไม่พอใจยิงขู่...ระหว่างนั้น ศักดิ์ระพีไม่มีแก่ใจจะกินอาหารตรงหน้า พร้อมมิตรพยายามคลอเคลียลูบไล้ จนเขาต้องเอ็ดไม่ควรทำตัวแบบนี้ รู้จักรักนวลสงวนตัวบ้าง พร้อมมิตรไม่สนใจกลับถาม

“อาเล็กคะ อาเล็กมีคนรักรึยังคะ พร้อมไม่เคยเห็นอาเล็กสนิทสนมกับใคร”

“อาต้องไปเมืองนอก ไม่มีเวลาดูแลใคร”

พร้อมมิตรโล่งอก ศักดิ์ระพีอึดอัดใจวางเงินบนโต๊ะบอกพร้อมมิตรให้กลับแล้วเดินนำออกจากร้าน เธอต้องวิ่งตามอย่างเคืองๆ...กลับถึงบ้าน ศักดิ์ระพีแปลกใจ ที่บ้านเงียบ ทันใดมีเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น ศักดิ์ระพีตกใจเป็นห่วงยอแสงอย่างมากจะวิ่งเข้าไป พร้อมมิตรดึงเขาไว้

“อย่าค่ะอาเล็ก ต้องมีโจรอยู่ในบ้านเราแน่ๆ”

“แต่ยอแสงอยู่ในนั้น”

“พร้อมก็อยู่ตรงนี้นะคะ อาเล็กไม่เป็นห่วงพร้อมบ้างเหรอ”

“หลบไปที่พักคนงาน แล้วไปตามให้คนมาช่วย” ศักดิ์ระพีดันพร้อมมิตรออกไปแล้ววิ่งเข้าบ้าน พร้อมมิตรตกใจไม่คิดว่าเขาจะไม่ห่วงใยตนเลย

โหดโกรธที่อินตาปล่อยพวกตะวันให้หนี คว้าตัวตะวันไว้เอาปืนจ่อ อินตาขอให้ปล่อยเด็กทั้งสามไป โหดไม่ยอมจะเอาตัวเป็นประกันในการหนี อินตาบอกโหดว่าตัวเขาจะมอบตัวไม่หนีอีก โหดโวยหาว่าคิดหักหลังจะฆ่าอินตา ว่าแล้วก็ยิงใส่ อินตาหลบทัน ตะวันสะบัดตัวออกหนีไปรวมกับเอี้ยงและใจบุญพากันวิ่งมาที่ห้องรับแขก

อินตาไม่มีปืนมีเพียงมีดในมือวิ่งหลบกระสุน โหดคิดว่าอินตาโดนยิงจึงชะล่าใจเดินเข้าหา อินตากระโจนเข้าชกต่อสู้กัน ตะวันเป็นห่วงอินตาย้อนมาดู อินตาร้องบอกให้หนี โหดฉวยโอกาสแย่งมีดปาดโดนแก้มอินตาเป็นแผลยาวเลือดซิบ ศักดิ์ระพีเข้ามาพุ่งไปปกป้องตะวัน เอี้ยงและใจบุญ โหดคว้าปืนที่ตกยิงใส่อินตา ล้มคว่ำแล้วหันมาจะยิงใส่กลุ่มตะวัน ศักดิ์ระพีเอาตัวปกป้องทั้งสามคนไว้พยายามเจรจา

“แกหนีไปไม่พ้นหรอก อีกสักพักตำรวจก็จะมาแล้ว มอบตัวเถอะ โทษหนักจะได้เป็นเบา” โหดไม่เชื่อ ตนฆ่าคนตาย กลับไปโดนยิงเป้าสถานเดียว ศักดิ์ระพีเสนออยากได้สมบัติอะไรในบ้านเอาไปได้หมด ขอแค่อย่าทำอันตรายใครอีก

โหดต้องการเงินและตัวตะวันเป็นประกัน ศักดิ์ระพีไม่ยอม “ถ้าฉันยังอยู่แกจะเอาเด็กคนนี้ไปไม่ได้” โหดยกปืนจะยิง ศักดิ์ระพีกอดปกป้องตะวัน เสียงปืนดังเปรี้ยง!
ตะวันตาโพลงคิดว่าศักดิ์ระพีโดนยิง เขาสบตาเธออึ้งๆ กลายเป็นโหดทรุดลงตายคาที่ มีดอินตาปักกลางหลังทำให้วิถีกระสุนเปลี่ยนไม่โดนใคร อินตาเอามือกุมไหล่ที่โดนยิงเลือดอาบ ศักดิ์ระพีขอบใจอินตาและให้เขารีบหนีไป ตำรวจกำลังมา อินตากล่าวกับศักดิ์ระพี

“ผมอยากขอให้คุณดูแลหนูยอแสงให้ดี เป็นบุญแล้วที่ได้ผู้อุปการะอย่างคุณ” อินตาหันมาหาตะวัน “หนูต้องเป็นเด็กดีนะ ถึงพ่อแม่จะไม่ได้อยู่กับหนู แต่ถ้าพวกเขา รู้ว่าหนูเป็นเด็กดี พวกเขาจะต้องภูมิใจ”

“ขอบคุณที่ช่วยยอแสง ยอแสงไม่กลัวลุง แล้ว ยอแสงรู้แล้วว่าลุงเป็นคนดีค่ะ”

“ขอลุงกอดหนูสักครั้งได้ไหม เห็นหนูแล้วลุงคิดถึงลูกสาวเหลือเกิน” ตะวันเข้าไปให้อินตากอด อินตาน้ำตาไหลอาบแก้ม “ขอบใจหนูมาก ขอให้หนูเจริญๆ เถอะลูก ลาก่อน...” อินตาผละออกมองตะวันด้วยแววตารักและผูกพัน ก่อนจะตัดใจเดินจากไป

หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่ พร้อมมิตรวิ่งเข้ามากอดศักดิ์ระพีบอกตนห่วงแทบแย่ ตะวันเมินหน้าหนีเคืองๆ ศักดิ์ระพีดันตัวออกบอกตนไม่เป็นอะไรแล้วฝากดูแลยอแสง นพดลและใจบุญแทนคงตกใจมาก ตนจะไปคุยกับตำรวจ นพดลแกล้งบอกพร้อมมิตรกอดตนบ้างตนกลัว เธอสะบัดหน้าเดินหนี ตะวันร้องถามจะไปไหน อาเล็กสั่งให้ดูแลพวกตน

“อย่างพวกแกไม่ตายง่ายๆหรอก ขนาดนักโทษแหกคุกยังไม่ทำอะไรพวกแกเลย”

ใจบุญอึ้งกับความใจดำของพร้อมมิตร ผิดกับตะวันและเอี้ยงที่ชินแล้ว พร้อมมิตรเดินหน้างอไม่พอใจที่ศักดิ์ระพีห่วงใยยอแสงมากขนาดไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ชักระแวงว่าเขาจะมีใจให้

บารมีหน้าตาตื่นมารับใจบุญที่บ้านร่มรื่น ดึงลูกจะไปขอบคุณศักดิ์ระพีที่ช่วยลูกสาวตนไว้ ตะวันเห็นใจบุญมีแม่คอยห่วงใยแล้วโหยหาคิดถึงแม่ ไม่ทันไร คุณใหญ่มาถึงวิ่งเข้ามากอด

“ลูกยอ ลูกแม่ คุณพระคุณเจ้าช่วย พอรู้เรื่องแม่ก็ใจหายหมดเลยลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกนะ เป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนบอกแม่สิลูก”

ตะวันตื้นตันน้ำตาไหลริน “ลูกยอไม่ได้เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ ลูกยอซึ้งใจ ถึงจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่คุณแม่ใหญ่กับอาเล็กก็รักลูกยอเหมือนคนในครอบครัว ลูกยอโชคดีจริงๆ”

อินตายังซุ่มอยู่แถวนั้นเห็นตะวันมีคนรักขนาดนี้ก็ดีใจ...จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณใหญ่ให้เติมเก็บเสื้อผ้าศักดิ์ระพีย้ายไปอยู่เดชาบดินทร์ และไม่ให้ตะวันมาที่บ้านนี้อีก ศักดิ์ระพีรู้ว่าพี่สาวเป็นห่วงจึงไม่อยากขัดใจ เพราะอีกไม่นานตนก็ต้องไปต่างประเทศแล้ว

พร้อมมิตรขับรถตามรถคุณใหญ่กลับมาบ้านเดชาบดินทร์ แค้นใจที่ใครๆเอาแต่ห่วงใยตะวัน เดินปึ่งๆเข้าบ้าน จิตรใสและพริ้มเพราทักก็ไม่พูดจาเดินหนี พริ้มเพราจึงยุแยงจิตรใสให้ระวังยอแสงจะปอกลอกเอาสมบัติไปหมด ในขณะที่นเรนทร์เสพยาอยู่กับเพื่อนที่เพิงร้าง

คืนนั้นตะวันนอนไม่หลับ ครุ่นคิดว่าควรตอบแทนศักดิ์ระพีอย่างไรที่ช่วยชีวิตพวกตน เอี้ยงให้ซื้อของขวัญ แต่เธอคิดว่าเขามีทุกอย่างพร้อมไม่รู้จะซื้ออะไร เอี้ยงแอบแซว

“แหม แค่นี้ถึงกับคิดหนัก อาเล็กเป็นคนสำคัญจริง มันน่าสงสัยๆๆ”

ตะวันเขกหัวเอี้ยง ไม่ช่วยคิดอย่ามาป่วน...ขณะเดียวกัน พร้อมมิตรดักรอศักดิ์ระพีเพื่อถามทำไมถึงเสี่ยงชีวิตไปช่วยยอแสงอย่างนั้น เขาอ้างว่าทั้งยอแสงและนพดลยังเด็ก เธอสวน

“แค่นั้นรึคะ ทั้งๆที่ทั้งสองคนนั้นเป็นแค่เด็กที่เก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่ลูกใช่หลาน ทำไมอาเล็กถึงกับต้องยอมเสี่ยงชีวิต”

“ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกชีวิตมีความสำคัญเท่ากัน”

“ถ้าเป็นพร้อม อาเล็กจะห่วงขนาดนั้นไหม จะยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยรึเปล่า”

ศักดิ์ระพีตัดบทว่าตนห่วงทุกคนเหมือนๆกัน แล้วขอตัวอ้างเหนื่อยอยากพัก ว่าแล้วเดินหนีไปดื้อๆ พร้อมมิตรเสียใจและโกรธมากขึ้น...ศักดิ์ระพีเดินมาถึงหน้าห้อง เห็นตะวันนั่งขัดรองเท้าหนังของเขาจนมันเงา แล้วซ้อมพูดคำขอบคุณ ลองพูดอยู่หลายประโยค เขาได้ยินแอบขำหลุดเสียงดังออกมา ตะวันสะดุ้งจะหนี เขาโผล่ออกมาดึงตัวไว้ ตะวันถามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็นานพอจะได้ยินเธอพูดคนเดียว ทำอะไรน่ะ”

“เอ้อ...อาเล็กเสี่ยงชีวิตช่วยยอแสงไว้ ยอแสงอยากตอบแทน แต่ไม่มีอะไรจะให้ ก็เลยขัดรองเท้าให้ค่ะ”

“ไหนว่าไม่ชอบขัดรองเท้า ตอนที่พร้อมสั่งให้ทำ เธอยังใช้แปรงลวดขัดพังจนหมดเลย”

“คุณพร้อมไม่ดีกับยอแสงเหมือนอาเล็กนี่คะ ถ้าเป็นอาเล็ก ยอแสงยินดีรับใช้ทุกอย่างเลยค่ะ เพราะอาเล็กดีกับยอแสงมากเหลือเกิน”

ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะพากันเดินเล่นออกมาที่ท่าน้ำเรือนแพ ตะวันถามศักดิ์ระพี ทำไมถึงบอกโจรไปว่ายอมแลกสมบัติทั้งหมดในบ้านกับชีวิตตน ตนไม่ใช่หลานแท้ๆ เป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ตนมีความสำคัญขนาดนั้นหรือ ศักดิ์ระพีเขินไม่กล้ายอมรับความรู้สึกในใจ อ้างว่าทุกชีวิตมีค่ามีความสำคัญเท่ากัน อย่าดูถูกตัวเอง ตะวันยิ้มปลื้มจะจำคำเขาไว้

จู่ๆตะวันก็เรียกชื่ออาเล็กซ้ำๆ ทำเอาเขาแปลกใจ “ยอแสงอยากเรียกค่ะ เมื่อก่อนยอแสงเรียกตามที่คุณแม่ใหญ่บอก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าอาเล็กรักและห่วงยอแสงเหมือนญาติแท้ๆ ต่อไปนี้ทุกครั้งที่ยอแสงเรียกอาเล็ก ยอแสงเรียกด้วยความเคารพนับถือจากใจจริงและระลึกถึงความเมตตาที่อาเล็กมีให้กับยอแสงค่ะ”

ศักดิ์ระพีดีใจให้เธอเรียกอีกหลายครั้ง ทั้งสองหัวเราะสนุกสนาน สบตากันต่างเขินอาย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธาดาถือช่อดอกไม้มาด้อมๆมองๆ พริ้มเพรามาเห็นมองเหยียดไล่ให้ออกไป ตะวัน เอี้ยงและใจบุญเดินมากับคุณใหญ่ ตะวันรีบแนะนำว่าธาดาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน คุณใหญ่ทักว่าลูกธำรงที่อยู่สวนถัดไปใช่ไหม ธาดารับว่าใช่ ตะวันอวดว่าธาดาเรียนเก่งมาก

พริ้มเพราหมั่นไส้เอาเรื่องไปเล่าให้พร้อมมิตรกับจิตรใสฟัง สองสาวคิดแผนร้ายจะทำให้ศักดิ์ระพีคิดว่าตะวันมีแฟน

ศักดิ์ระพีเก็บมะม่วงจากบ้านร่มรื่นมาเป็นเข่ง ให้เติมยกมาบ้านเดชาบดินทร์ เพราะรู้ว่าตะวันชอบกินมะม่วง พร้อมมิตรกับจิตรใสได้ที พาเขาไปที่ตะวันกับพวกนั่งคุยกันอยู่ ใส่สีตีไข่ว่าตะวันคุยกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายอยู่นานแล้ว ศักดิ์ระพีฉงนใจว่าเป็นใคร...พอมาเห็นก็รู้ว่าคือธาดาลูกธำรงจึงยิ้มทักทาย แต่พอบอกตะวันว่าเก็บมะม่วงมาฝาก ทั้งตะวัน เอี้ยง ใจบุญและธาดาทำหน้าพะอืดพะอม ตะวันบอกว่าตนอิ่ม ศักดิ์ระพีให้แบ่งเพื่อนกิน ทั้งสามส่ายหน้า

“ยอแสงคงไม่ชอบมั้งครับ” ธาดาพูดขำๆไม่ได้คิดอะไร

“เธอคงไม่รู้ ยอแสงกับนพดลชอบกินมะม่วงมาก ตอนอยู่บ้านร่มรื่นขึ้นต้นมะม่วงเก็บกินกันบ่อยๆ” ศักดิ์ระพีกล่าวยิ้มๆ ตะวันกับเอี้ยงทำหน้าเหยเก

“คุณอาเล็กต่างหากที่ไม่รู้ เมื่อก่อนกับตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้วครับ” ธาดาพูดกำกวม

ศักดิ์ระพีเริ่มขุ่นเคืองมองหน้าตะวันอย่างขอคำอธิบาย ตะวันกลับบอกว่า เมื่อก่อนชอบ แต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว ทำให้ศักดิ์ระพีรู้สึกเสียหน้า คิดว่าความรู้สึกตะวันเปลี่ยนไปจากตนแล้ว

“ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร คนเราเปลี่ยนกันได้ แหม... ท่าทางธาดาจะรู้ใจยอแสง”

พร้อมมิตรสำทับ “ถ้าไม่สนิทกันมาก คงจะไม่รู้ใจกันถึงขนาดนี้ใช่ไหมคะอาเล็ก...เราไปกันเถอะค่ะ ปล่อยให้เด็กๆเขาสนุกกันดีกว่านะคะ”

ศักดิ์ระพีฝืนยิ้มรู้สึกเป็นส่วนเกิน เดินกลับไปกับพร้อมมิตรและจิตรใส ตะวันมองตามอย่างไม่สบายใจ ...พร้อมมิตรกับจิตรใสช่วยกันตอกย้ำว่ายอแสงกับธาดาสนิทกันมากที่โรงเรียน เติมแทรกขึ้นว่าเข่งมะม่วงหนักจะให้ตนเอาไปไว้ที่ไหน ศักดิ์ระพียังโกรธให้ทิ้ง พร้อมมิตรอ้อนขอให้ตนแทน แล้วกระซิบเสียงเฉียบกับจิตรใสว่าอาเล็กเป็นของตน จิตรใสยืนอึ้งเคืองๆ

ตะวันรู้สึกหมดสนุกไม่สบายใจอยากไปสารภาพเรื่องมะม่วงให้ศักดิ์ระพีฟัง ถึงโดนดุก็ไม่เป็นอะไร ธาดารู้สึกว่าอาเล็กเป็นคนสำคัญมากสำหรับยอแสง เธอยอมรับว่าสำคัญมากถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีตนวันนี้ ว่าแล้วก็ลุกเดินตามศักดิ์ระพีไป

พร้อมมิตรพยายามเอาอกเอาใจศักดิ์ระพี ปอกมะม่วงมาป้อน เขาไม่สนใจก็แกล้งทำทีเป็นลมให้เขาประคอง พอเห็นตะวันเดินเข้ามาก็สวมกอดเขาแนบแน่น ตะวันชะงักเอ่ยปากขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ ธาดาเดินตามมา ตะวันแกล้งประชดควงเขาเดินคลอเคลียออกไป พร้อมมิตรสะใจตอกย้ำ “สองคนนี้เขาเหมาะสมกันดีนะคะ”

ศักดิ์ระพีจะเดินตามตะวันออกไป พร้อมมิตรแกล้งหน้ามืดจะเป็นลมอีก เขาจึงประคองเธอไปนั่งแล้วเดินออกไปดื้อๆ พร้อมมิตรโกรธ ร้องเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่กลับมา...พอเดินออกมาตะวันก็ปล่อยแขนธาดา เขารู้ทันว่าเธอตั้งใจประชด ตะวันกลับบอกว่า

“คุณพร้อมทำได้ ยอแสงก็ทำได้ อาเล็กท่าจะชอบผู้หญิงแบบนี้...ยอแสงอยากอยู่คนเดียว”

ธาดาเหวอมองตะวันเดินไปอย่างงงๆ ศักดิ์ระพีตามไปต่อว่าตะวันทำตัวไม่เหมาะสมที่เกาะแขนผู้ชาย ตะวันย้อนตนทำไม่เหมาะแต่พร้อมมิตรทำเหมาะ ท่าทางเขาจะชอบถึงยืนนิ่งให้กอด ศักดิ์ระพีติง “ฉันสอนเธอ เธอไม่ต้องมายอกย้อน ไม่ต้องพาดพิงถึงคนอื่น”

“อาเล็กไม่ยุติธรรม ทีคนอื่นทำอาเล็กไม่ว่า พอยอแสงทำบ้างอาเล็กว่า คนอื่นทำอะไรดีหมด ยอแสงไม่ดีสักอย่าง อาเล็กลำเอียงนี่คะ”

“เด็กดื้อ! เถียงคำไม่ตกฟาก ใช่สิ ตอนนี้มีคนคอยดูแลเต็มไปหมด ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้”

“อาเล็กใจร้าย! ยอแสงเกลียดอาเล็ก” ตะวันน้ำตาปริ่มวิ่งร้องไห้ออกไป

ศักดิ์ระพีไม่เข้าใจความรู้สึกตะวัน กลับมานั่งครุ่นคิดมองภาพถ่ายคู่ที่งานวัด นึกถึงคำพูดของธาดาที่ว่า เขาไม่รู้ว่ายอแสงไม่เหมือนแต่ก่อน แล้วให้เจ็บปวดใจ

ooooooo

รุ่งเช้าตะวันกับเอี้ยงกลับเข้าโรงเรียนประจำ พร้อมมิตรแกล้งยั่วแนบชิดศักดิ์ระพี คุณใหญ่เตือนตะวันเสาร์หน้ากลับมาส่งศักดิ์ระพีไปเมืองนอก ตะวันเหน็บตนไม่มีความสำคัญพอจะมาส่งหรือไม่มาก็ไม่สำคัญ ศักดิ์ระพีย้อนคงไม่อยากกลับเพราะที่โรงเรียนมีอะไรดีๆมากกว่า

ระหว่างนั้นอินตาได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านเพราะเขาอ้างว่าเป็นชาวเรือ โดนโจรทำร้ายปล้นเรือ อยากหางานทำเก็บเงินไปตามหาลูกเมีย จึงได้งานพายเรือรับจ้างประทังชีพ

วันเวลาผ่านไป ศักดิ์ระพีตัดสินใจเดินทางเร็วกว่ากำหนดเดิม คุณใหญ่เป็นห่วงว่าตะวันรู้จะเสียใจจึงให้ซ้อนไปรับจากโรงเรียน พริ้มเพราแกล้งทำให้รถไปเสียกลางทาง พร้อมมิตรสะใจที่ตะวันกลับมาไม่ทัน...

คุณใหญ่กังวลใจโทร.ไปบอกที่โรงเรียนอีกที พอตะวันรู้ว่าศักดิ์ระพีกำลังจะเดินทางก็ตกใจมาก ธาดาอาสาปั่นจักรยานพากลับบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่ให้ศักดิ์ระพีรอตะวันสักครู่ พร้อมมิตรแกล้งพูดว่าตะวันไม่เห็นความสำคัญของเขา พักนี้จะขลุกอยู่แต่โรงเรียน ศักดิ์ระพีเคืองกราบลาคุณใหญ่ทันที

ทางที่ธาดาปั่นจักรยานพาตะวันซ้อนมาเป็นทางขรุขระ ตะวันตัดสินใจขอวิ่งต่อไปเอง ธาดายิ่งสงสัยทำไมเธอถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น...ตะวันมาถึง คุณใหญ่ส่งกล่องที่ศักดิ์ระพีฝากไว้ให้ พอเปิดออกเป็นภาพถ่ายคู่ที่งานวัด ตะวันน้ำตาร่วงเผาะ “อาเล็กใจร้าย ทำไมทำแบบนี้”

ตะวันตัดสินใจวิ่งตามรถศักดิ์ระพีออกไป พร้อมมิตรหัวเราะเยาะ...รถแล่นอยู่ไกลลิบๆ ตะวันวิ่งตามร้องเรียก เติมมองกระจกเห็นไกลๆบอกศักดิ์ระพีให้ช่วยมองว่าใช่ยอแสงวิ่งตามมาหรือเปล่า แต่เขาไม่หันไปมองคิดเพียงว่ายอแสงไม่ยอมกลับมา ตนไม่ใช่คนสำคัญของเธอ

ตะวันวิ่งตามจนอ่อนแรงล้มลงร้องไห้อย่างหนัก กอดรูปถ่ายคู่กันแนบอกสะอื้น “อาเล็กใจร้าย...อาเล็กบอกว่าจะไม่เปลี่ยน แต่อาเล็กก็เปลี่ยนไป อาเล็กไม่รักยอแสงแล้ว”

ศักดิ์ระพีก้าวมายืนตรงหน้า ตะวันเห็นรองเท้าค่อยๆเงยหน้ามอง เธอดีใจมากร้องเรียกอาเล็ก...เขาประคองเธอลุกขึ้น ถามอย่างห่วงใยเจ็บตรงไหนบ้าง ตะวันไม่ตอบแต่ทุบตีเขายกใหญ่

“เจ็บที่ใจ อาเล็กใจร้าย เลื่อนเวลาเดินทางทำไมไม่บอก ทิ้งกันไปแบบนี้ได้ยังไง ไหนอาเล็กสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยน อาเล็กลืมสัญญา ลืมยอแสงแล้ว”

ศักดิ์ระพีกอดปลอบ “อาไม่คิดว่ายอแสงจะเสียใจขนาดนี้ นี่อาสำคัญขนาดนี้เชียวเหรอ”

“สำคัญค่ะ สำคัญที่สุด ถ้าไม่มีอาเล็ก ก็จะไม่มียอแสงในวันนี้ค่ะ”

“ชีวิตของยอแสงเพิ่งเริ่มต้น ยังต้องเจอคนอีกมากมาย อย่าเพิ่งปักใจไว้ที่ใคร อนาคตเรายังอีกไกล ต้องให้โอกาสกับชีวิตนะยอแสง”

“ไม่ค่ะ ยอแสงไม่มีวันลืมอาเล็ก อาเล็กจำได้ไหม อาเล็กเคยบอกว่าไม่รู้อนาคต แต่รู้ใจตัวเองดีว่าไม่มีวันเปลี่ยน ยอแสงก็เหมือนกัน ยอแสงรู้ใจตัวเองดีว่าไม่มีวันลืมอาเล็กค่ะ” ตะวันยื่นรูป “รูปนี้มีความหมายกับยอแสง ตอนที่ถ่ายรูปนี้ยอแสงมีความสุขมาก อาเล็กเก็บไว้ห้ามทิ้งนะคะ ถ้าทิ้งรูปก็เหมือนอาเล็กทิ้งยอแสง”

ศักดิ์ระพีรับปากจะเก็บไว้อย่างดี ตะวันขอให้เขาคิดถึงตนบ้างและอย่าลืมสัญญา ตนจะรอเขาเสมอ ชายหนุ่มตัดใจจำต้องรีบเดินทางทั้งที่อดเป็นห่วงหลานนอกไส้คนนี้ไม่ได้

ตะวันกลับมาด้วยสีหน้าเศร้า คุณใหญ่กอดปลอบ ศักดิ์ระพีกลับมาจะต้องภูมิใจที่ยอแสงเป็นเด็กดี ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้น เดินออกมาเจอพริ้มเพรา พร้อมมิตรและจิตรใสยืนรอข่มขู่ ไม่มีอาเล็กคุ้มกะลาหัวแล้ว ระวังจะต้องกลับไปอยู่ข้างถนนเหมือนเดิม ตะวันไม่สนใจเดินเลี่ยงไป

ในขณะที่นเรนทร์มีอาการอยากยา ไปหาโตกับเกิดซึ่งกำลังนั่งตาลอยเคลิ้มอยู่ โตกับเกิดบอกว่าของหมดให้เอาเงินมาจะไปซื้อให้ นเรนทร์หมดหนทางกลับบ้านเข้าไปขโมยเงินในห้องคุณใหญ่ พริ้มเพรามาเจอตกใจเกรงเป็นเรื่องขึ้นมาอีก นเรนทร์ไม่สนใจผลักป้ากระเด็นแล้ววิ่งหนี พอดีตะวันถือไม้กวาด ถังน้ำมาจะทำความสะอาด พริ้มเพรารีบหลบคิดแผนร้ายขึ้นมาได้

พอคุณใหญ่รู้ว่าเงินในห้องหายไปก็เรียกทุกคนในบ้านมาสอบสวน มีเพียงนเรนทร์ที่ไม่อยู่ พร้อมมิตรออกตัวว่าอยู่มาตั้งนานไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ พอมีคนอื่นเข้ามาอยู่เงินก็หายมันน่าสงสัย คุณใหญ่เอ็ดอย่าปรักปรำใครถ้าไม่มีหลักฐาน คนรับใช้บอกว่ายอแสงเป็นคนทำความสะอาดห้องคุณใหญ่ พริ้มเพราได้โอกาสยุให้ค้นห้องยอแสง ตะวันรู้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ยินดีให้ค้น คุณใหญ่ไม่สบายใจจำต้องให้พร้อมมิตรเป็นคนค้น แล้วก็พบผ้าเช็ดหน้าผืนที่ใช้ห่อเงินไว้ คุณใหญ่ตกใจ พริ้มเพรารีบปรักปรำเหลือแต่ผ้าเงินหายไปหมด ตะวันกับเอี้ยงพูดไม่ออก

พริ้มเพรา พร้อมมิตรและจิตรใสต่างยุให้ไล่ยอแสงออกไปจากบ้าน เอี้ยงเถียงแทนว่ายอแสงไม่มีทางขโมยเงินต้องโดนแกล้ง ตะวันยืนยันว่าตนไม่ได้ขโมยแต่ตนยินดีรับคำตัดสินจากคุณใหญ่ คุณใหญ่ตัดสินใจพูดออกมาว่า

“ฉันให้ลูกยอย้ายไปอยู่ที่เรือนแพ ถ้ายังทำผิดอีกจะไล่ออกจากบ้านหลังนี้”

พร้อมมิตรกับจิตรใสสะใจ คุณใหญ่ปวดใจต้องทำใจแข็ง...พริ้มเพราไม่พอใจสั่งคนรับใช้ห้ามใครช่วยยอแสงขนของไปที่เรือนแพ เติมซึ่งมาอยู่ที่เดชาบดินทร์สงสารเข้ามาช่วย ก็ถูกนเรนทร์ด่าสาดเสียเทเสีย พร้อมมิตรแกล้งเหยียบเสื้อตะวันที่ตกพื้น ตะวันตัดใจไม่เก็บเสื้อตัวนั้น อดทนเดินหอบของในมือไปท่ามกลางเสียงเยาะหยันของทุกคน

ภายในเรือนแพมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา ตะวันมองรอบๆอย่างเหนื่อยใจ แม้ไม่มีอาเล็กอยู่คุ้มครอง ตนก็จะเข้มแข็งอดทนรอเขากลับมา...ขณะเดียวกันด้านนอก อินตาซุ่มมองดูอย่างดีใจที่เธอได้กลับมาอยู่บ้านตัวเอง “ตะวันของพ่อจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว พ่อจะคอยดูแลลูกอยู่ใกล้ๆเสมอ เข้มแข็งไว้นะลูกตะวัน”

ด้านคุณใหญ่นั่งร้องไห้หน้าอัฐิท่านต้น “ถึงดิฉันจะไม่เชื่อว่ายอแสงทำผิดแต่ก็ต้องยอมให้เด็กคนนั้นไปอยู่ที่เรือนแพ เพื่อความสบายใจของทุกคน คุณพี่คงเข้าใจดิฉันใช่ไหมคะ...ยอแสงหน้าตาคล้ายดวงพรมากเหลือเกิน น่าแปลกที่คนหน้าตาคล้ายกันต้องอาศัยอยู่ที่เรือนแพเหมือนกัน”

ตะวันทำความสะอาดจัดข้าวของในเรือนแพจนอ่อนล้าผล็อยหลับไป ได้ยินเสียงกุกกักจึงงัวเงียลืมตาขึ้น เห็นคนหน้าตาเหมือนตัวเองมากนั่งอยู่บนเก้าอี้ รีบลุกขึ้นถามคุณน้าเป็นใคร แต่เธอกลับลุกเดินผ่านตัวตะวันไปเหมือนไม่ได้ยินอะไร ตะวันตกใจสะดุ้งตื่นมองรอบเรือนแพ

“ผู้หญิงในฝันทำไมถึงหน้าตาเหมือนเรา”

ซ้อนเดินส่องไฟตรวจยามตามปกติ ส่องไฟเห็นดวงพรนั่งอยู่ที่ชานเรือนแพก็สะดุ้งตกใจผงะถอย ตะวันหันมาเรียกถามตกใจอะไร ซ้อนถึงรู้สึกตัวว่าคือยอแสงก็โล่งอก

“ก็คุณยอแสงหน้าเหมือนเจ้าของเรือนแพคนเก่า”

“น้าซ้อนคิดว่ายอแสงคือคุณดวงพรงั้นเหรอ” ซ้อนรับคำ “ถ้างั้นคนที่ยอแสงฝันเห็นเมื่อกี้คงเป็นคุณดวงพรสินะ ยอแสงได้ยินทุกคนพูดถึงคุณดวงพรบ่อยๆ แต่ไม่เคยรู้เรื่องของคุณดวงพร น้าซ้อนเล่าให้ยอแสงฟังหน่อยสิจ๊ะ”

ซ้อนขนลุกซู่หันรีหันขวาง “ตอนคุณดวงพรพักอยู่ที่เรือนแพ เธอชอบนั่งตรงที่คุณยอแสงนั่งนี่แหละครับ เธอเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน...เฮ้อ เสียดายคนดีอยู่ได้ไม่นาน คนเลวอย่างไอ้ซ้อนนี่สิจะต้องอยู่ใช้กรรมไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้” ซ้อนรำพึง “ถ้าคุณยอแสงคือเด็กคนนั้นก็คงจะดี ทุกอย่างจะได้อยู่ถูกที่ถูกทางเสียที”

ตะวันงงถามเด็กคนไหน ทันใดเสียงพริ้มเพราเรียกซ้อนดังขัดขึ้น ทั้งสองหันมองเห็นสายตาดุกร้าว หาว่าตะวันออกมาให้ท่าผู้ชายดึกดื่น ตะวันรีบบอกว่าตนนอนไม่หลับ ซ้อนผ่านมาก็แค่คุยกัน พริ้มเพราสั่งพรุ่งนี้เธอมีงานต้องทำอีกมาก รีบเข้านอนเสีย ตะวันพยายามอดทนเดินกลับเข้าไป พริ้มเพราหันมาเอ็ดซ้อน เล่าอะไรไปบ้าง ซ้อนมีท่าทางแข็งกระด้างขึ้นบอกถ้าตนเป็นคนปากสว่าง ป่านนี้ความจริงคงถูกเปิดเผยไปนานแล้ว พริ้มเพราต้องยอมอ่อนลง

“ฉันรู้ว่าซ้อนไม่มีวันทำร้ายฉัน”

“สุนัขอย่างผม เอาอะไรแน่นอนไม่ได้หรอกครับคุณพริ้ม วันไหนที่มันจนตรอกก็อาจจะแว้งกัดเจ้าของได้เหมือนกัน” ซ้อนพูดจบเดินหนีไป

พริ้มเพราเข่นเขี้ยว เมื่อไหร่ที่เขาหมดประโยชน์ ตนก็ไม่เก็บเขาไว้แน่...อินตาซุ่มดูอยู่มุมมืด เห็นพฤติกรรมของพริ้มเพราและซ้อน

ooooooo

รุ่งเช้าพริ้มเพราให้ตะวันคอยเสิร์ฟข้าวต้มมื้อเช้าให้ทุกคน นเรนทร์สะใจแกล้งขัดขาตะวันล้มถ้วยชามแตก พร้อมมิตร จิตรใสและพริ้มเพรารุมด่าว่าสารพัด คุณใหญ่ต้องปรามของแตกไปแล้วจะฟื้นฝอยทำไม ให้คนมาเช็ดทำความสะอาด

พร้อมมิตรค้านว่ายอแสงเป็นคนทำแตกต้องเป็นคนเก็บ นเรนทร์พูดกระทบ คุณแม่ใหญ่คงไม่ให้ลูกรักทำงานแบบนี้ ตะวันไม่อยากให้คุณใหญ่ร้อนใจจึงบอกว่าตนจะเป็นคนทำความสะอาดเอง คุณใหญ่มองน้ำตาซึม ตามมาหลังบ้านสวมกอดปลอบตะวันอย่างห่วงใย

“อุปสรรคทุกอย่างเป็นแค่บททดสอบ แม่รู้ว่าลูกไม่ได้ทำผิด ลูกต้องผ่านมันไปได้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง แม่เชื่อว่าลูกทำได้ แม่มั่นใจเหลือเกินว่าอนาคตของลูกยอจะไม่สิ้นแสงเหมือนชื่อ ยอแสงของแม่จะต้องเป็นแสงตะวันสุดท้ายซึ่งวันพรุ่งนี้จะสว่างไสวที่สุด”

ตะวันปลาบปลื้ม รับปากจะอดทนจะไม่ทำให้ผิดหวัง ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวตน คุณใหญ่บอกว่าศักดิ์ระพีก็ต้องเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน...ในขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีนั่งมองรูปถ่ายคู่กับตะวันด้วยความคิดถึง แล้วลงมือเขียนจดหมายถึงเธอ บรรยายถึงความลำบากแต่ก็จะตั้งใจเพื่ออนาคตและความก้าวหน้า หลายครั้งที่ท้อแต่พอนึกถึงยอแสงก็จะเกิดพลังและความเข้มแข็ง

ด้านตะวันเขียนจดหมายหาศักดิ์ระพีเช่นกัน ถามไถ่ทุกข์สุข ไม่ได้เล่าถึงเรื่องราวที่ต้องพบเจอให้เขาหนักใจ บอกเพียงว่าตนจะตั้งใจเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ จะอดทนกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา ให้สมกับความกรุณาที่เขามีให้...พร้อมมิตรเดินมาเห็นตะวันเขียนจดหมายก็ไม่พอใจคิดหาทางเล่นงาน

หลังจากวันนั้น พร้อมมิตรดักรอรับจดหมายที่มีเข้ามา เจ็บปวดใจที่ศักดิ์ระพีเขียนถึงแต่ยอแสงไม่เคยมีถึงตนสักฉบับ สั่งบุรุษไปรษณีย์ให้เก็บจดหมายไว้ให้ตนโดยเฉพาะของยอแสง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ปลุกตำนานหลอน “ปอบผีเจ้า” ส่ง “สมาร์ท-ผึ้ง-ฝ้าย-แป้ง” ดราม่าเดือด!!!

ปลุกตำนานหลอน “ปอบผีเจ้า” ส่ง “สมาร์ท-ผึ้ง-ฝ้าย-แป้ง” ดราม่าเดือด!!!
17 ก.พ. 2563
18:31 น.