ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สายเดินโซซัดโซเซมาถึงหน้าบ้านเดชาบดินทร์ นเรนทร์ขับรถมาด้วยความเร็วเฉี่ยวสายล้มลงแขนขาถลอกเลือดซิบ แทนที่จะลงมาดูกลับโวยวายหาว่าเดินขวางถนน ซ้อนได้ยินเสียงรีบวิ่งออกมาดู พอเห็นสายล้มอยู่กับพื้นก็ตกใจ นเรนทร์ไล่สายไปให้พ้นหน้าบ้าน

“จำใส่กะลาหัวไว้ ถึงฉันชนแกตายฉันก็ไม่ผิด เพราะฉันเป็นลูกชายคนเดียวของท่านต้นเจ้าของบ้านนี้... ออกไปไกลๆจากถนนบ้านฉันได้แล้ว นังขี้ครอก”

ซ้อนรีบเข้าไปขวางไม่ให้นเรนทร์ทำอะไรสาย

ในขณะที่สายตะลึงมองลูกชายในไส้ ไม่คิดว่าจะได้เจอ ระหว่างนั้น พริ้มเพราเดินมาเห็นพร้อมมิตรกับจิตรใสนั่งทานของว่างอยู่ ก็เอ่ยถามหานเรนทร์เสียงห้วน สองสาวยักไหล่ธุระไม่ใช่ ถ้าอยากได้คำตอบดีๆก็ควรมีมารยาท

พริ้มเพราโกรธวางก้าม “ปากดีอีกไม่นานหรอก เมื่อไหร่ที่มรดกของบ้านนี้เป็นของนเรนทร์ พวกหล่อนจะไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอน”

“รอให้วันนั้นมาถึงค่อยวางตัวเป็นเจ้าของบ้านดีกว่านะคะ” พร้อมมิตรโต้

จิตรใสยกนิ้วชมตั้งแต่เป็นพี่น้องคนละแม่กันมา เพิ่งมีวันนี้ที่พูดถูกใจ พริ้มเพราโกรธปรี่เข้าจะตบ สองสาวตั้งท่าสู้ เธอจึงชะงักมองด้วยสายตาอาฆาตผูกใจเจ็บ พลันป้าน้อยหน้าตื่นเข้ามารายงานว่านเรนทร์มีเรื่องอีกแล้ว พริ้มเพราตกใจรีบวิ่งออกไป

พอสายรู้ว่าเนรนทร์คือลูก น้ำตาไหลพรากตื้นตันเอื้อมมืออยากสัมผัสพร่ำถามเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนไหม กลับได้รับการรังเกียจผลักจนล้มกลิ้ง ซ้อนเข้าห้ามปรามโดนตะคอก

“หลีกไป!ฉันจะสั่งสอนนังคนนี้ให้รู้จักที่สูงที่ต่ำ”

“คุณนั่นแหละที่ต้องหยุด คุณนเรนทร์จะทำร้ายผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด จะเตะต่อยลงโทษตัวผมแทนก็ได้ แต่ผมขอให้คุณปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป” ซ้อนยกมือไหว้ไม่อยากให้ทำบาป

นเรนทร์โวยทำไมต้องปกป้องคนบ้า พริ้มเพราโผล่มาเห็นสายก็ตกใจ สายเห็นพริ้มเพรากลับดีใจมาก นเรนทร์งงที่ทั้งสองรู้จักกัน พริ้มเพราอ้างว่าสายเป็นคนรับใช้เก่า แล้วให้ซ้อนดูแลนเรนทร์ไว้ ตัวเธอกระชากสายออกไป ทำให้นเรนทร์ยิ่งสงสัย ส่วนซ้อนเป็นห่วงสาย

จิตรใสเสียดายที่เหตุการณ์สงบ อยากให้นเรนทร์ก่อเรื่องมากๆเพื่อคุณใหญ่จะได้เปลี่ยนพินัยกรรม พร้อมมิตรบอกพ่อเป็นคนทำพินัยกรรม คุณใหญ่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จิตรใสบ่น

“คุณแม่ใหญ่น่าจะคัดค้านคุณพ่อบ้าง ฮึ คงตามใจคุณพ่อหวังเอาหน้า”

“อย่าพูดถึงคุณแม่ใหญ่ในทางไม่ดีแบบนั้นอย่างน้อยท่านก็ให้ความเมตตากับพวกเราทุกคนเท่าเทียมกัน” พร้อมมิตรเอ็ด

แต่จิตรใสไม่สำนึกกลับหาว่าพี่สาวต่างแม่อยากเอาหน้าถึงออกรับแทน...ในขณะที่พริ้มเพราเล่นงานสาย คิดหักหลังจะมาเปิดเผยความจริง สายส่ายหน้าตนแค่คิดถึงลูกอยากมาหาลูก พริ้มเพราโวยว่านเรนทร์ไม่ใช่ลูกเธออีกแล้ว สายรีบบอกว่าตนมาหาตะวัน เพราะส่งตะวันมาพร้อมจดหมายให้มาที่นี่ มีคนตามล่าตะวันถึงในคุกสงสัยจะเป็นคนของคร้าว

“ส่งมันมาหาฉันทำไม แกต้องการให้มันมาแย่งทุกอย่างไปจากนเรนทร์ใช่ไหม”

สายปฏิเสธตนไม่มีที่ไปถึงส่งตะวันมาที่นี่ พริ้มเพราเค้นถามตอนนี้ตะวันอยู่ไหน สายไม่รู้ พริ้มเพราไม่เชื่อกราดเกรี้ยวตบตีสาย แถมขู่ถ้าเจอตัวตะวันจะไม่ปล่อยไป

“คุณพริ้มจะทำอะไร รึว่าคุณพริ้มส่งคนตามล่าหลานสาวตัวเอง”

“ฉันทำได้ทุกอย่าง เพื่อกำจัดคนที่จะมาแย่งมรดกไปจากนเรนทร์”

สายตกใจมากผละหนีจะไปฟ้องคุณใหญ่ พริ้มเพราปราดเข้าตบตีสายอีกหลายฉาดจนล้มหมดสติ จ้องมองด้วยสายตาโหดเหี้ยมหวังกำจัดทิ้ง...พริ้มเพราให้ซ้อนกับพวกแบกร่างสายมัดไปไว้ที่โกดังเก็บศพในป่าช้า ขู่กำชับถ้าคิดหนี ตะวันจะไม่ได้ตายดี สายร่ำไห้ขอร้องให้ปล่อยตะวันไป ตะวันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พริ้มเพราสะใจที่ทำให้สายอยู่สงบนิ่งได้

ซ้อนขอร้องให้พริ้มเพราปล่อยสายไป ไม่อยากให้ทำบาปต่อไปอีก พริ้มเพรายื่นคำขาดถ้าต้องการให้ตนหยุด จงหาตัวตะวันมา ซ้อนอึ้งยอมให้เธอทำร้ายลูกผู้มีพระคุณอีกไม่ได้ พริ้มเพรารู้ทันออดอ้อนด้วยจริตมารยา “เมื่อไหร่ที่ฉันได้ตัวเด็กตะวัน ฉันจะยอมซ้อนทุกอย่าง เราจะแต่งงานอยู่กินกันอย่างเปิดเผย”

ซ้อนสับสนระหว่างความถูกต้องกับรักที่มีให้พริ้มเพรา...สายใยสื่อถึงกันทำให้ตะวันรู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงแม่มาก เอี้ยงนึกได้ถามตะวันใกล้เปิดเทอมแล้วจะไปโรงเรียนสภาพไหน ควรบอกความจริงทุกคนว่าพี่เป็นผู้หญิง ตะวันเกรงศักดิ์ระพีรู้ความจริงแล้วพวกเราจะอดเรียน

นเรนทร์ยังหงุดหงิดไม่หายปัดช้อนส้อมกระจาย ขณะที่ป้าน้อยจัดอาหารกลางวันให้พร้อมมิตรและจิตรใส ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่กลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี รู้สึกหน่ายใจกับนิสัยของนเรนทร์เต็มทน ถามอย่างใจเย็นว่าหงุดหงิดอะไร จิตรใสรีบฟ้องว่านเรนทร์มีเรื่องกับผู้หญิงคนหนึ่ง นเรนทร์แทรกป้าบอกว่าเป็นคนรับใช้เก่าท่าทางสกปรกคงมาขอเงิน ศักดิ์ระพีถามหาพริ้มเพรา พร้อมมิตรตอบว่าคงยังคุยธุระไม่เสร็จ ทั้งคุณใหญ่และศักดิ์ระพีนึกสงสัย

ooooooo

พร้อมมิตรพยายามขอศักดิ์ระพีไปนอนค้างที่บ้านร่มรื่นด้วย พอดีจิตรใสมาขัดจังหวะทำให้ล่าถอย ขณะเดียวกันที่บ้านร่มรื่น ตะวันเฝ้าชะเง้อคอยการกลับมาของศักดิ์ระพี จนไม่ได้ยินเอี้ยงเรียก ทำให้โดนล้อหน้าแดง พอได้ยินเสียงรถจึงรีบเข้าห้องทำทีนอนหลับ

ศักดิ์ระพีส่งขนมให้เติมบอกว่าพร้อมมิตรฝากมาให้กินกัน เติมเย้าคงให้คุณเล็กคนเดียวมากกว่า ศักดิ์ระพีปรามอย่าพูดแบบนั้น ตนคิดกับเธอแค่หลานคนหนึ่ง พอเห็นเอี้ยงเดินผ่านจึงถามหายอแสง เอี้ยงบอกว่าเข้านอนแล้ว เขาแปลกใจเป็นห่วงว่าไม่สบาย พอเข้ามาในห้องเห็นตะวันนอนหันหลัง รีบเข้าไปนั่งบนเตียง ดึงหมอนข้างที่เธอวางคั่นออก ตะวันใจสั่นทำเสียงงัวเงียถามเขามีอะไรจะใช้ตน พอหันมาเจอหน้าเขาประชิดก็ตกใจ ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆในใจผงะออกทำตัวปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ้างนพดลเป็นห่วงฝากให้มาดูว่าไม่สบายหรือเปล่า

ตะวันเข่นเขี้ยวว่านพดลแกล้งอำ แต่รู้สึกดีถาม “คุณเล็กเป็นห่วงยอแสงหรือ”

“ฉันเป็นห่วงเด็กในอุปการะของฉันทุกคน” ศักดิ์ระพีกลบเกลื่อน

สีหน้าตะวันผิดหวัง ศักดิ์ระพีถามทำไมทำหน้าอย่างนั้น เธอรีบยิ้มปัดไม่มีอะไร เขาจึงบอกว่าพรุ่งนี้คุณใหญ่จะมาพักผ่อนที่นี่สองสามวัน ฝากดูแลเวลาที่ตนออกไปทำงานด้วย

“คุณเล็กไม่ต้องห่วง คุณใหญ่ท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา ยอแสงรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดท่าน”

“แปลกแฮะ พี่ใหญ่ก็รู้สึกถูกชะตานายเหมือนกัน” ศักดิ์ระพีแปลกใจ

ในขณะเดียวกัน คุณใหญ่สวดมนต์ภาวนาในห้องพระขอให้เจอตะวัน พร้อมมิตรเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คุณใหญ่ยิ้มให้อย่างอบอุ่นบอกว่าตนแค่คิดถึงท่านต้น พร้อมมิตรขออนุญาตไปค้างบ้านร่มรื่นด้วย คุณใหญ่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับศักดิ์ระพี จึงบอกไปว่าเธอน่าจะอยู่ดูแลบ้าน อยู่ที่นั่นอาจจะเหงาเพราะศักดิ์ระพีออกไปทำงานทุกวัน เด็กสาวถอนใจ

รุ่งเช้า เติมมารับคุณใหญ่ พริ้มเพรายิ้มกระหยิ่มใจ ไม่ทันไรมีเสียงโครมครามบนห้องท่านต้น ทุกคนวิ่งขึ้นมาดูเห็นนเรนทร์กำลังรื้อค้นหาพินัยกรรม พริ้มเพราไม่สนใจที่จะห้าม พร้อมมิตรตัดสินใจเข้าไปกระชากนเรนทร์ให้หยุด กลับถูกนเรนทร์ตบหน้าฉาดใหญ่ ซ้อนทนไม่ไหวเข้าห้ามบอกพร้อมมิตรเป็นพี่สาว นเรนทร์สวนแค่พี่ต่างแม่ ซ้อนจึงขอร้อง

“ถ้าคุณไม่เห็นแก่ใคร อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่วิญญาณท่านต้นบ้าง”

“แล้วคุณพ่อเคยเห็นแก่ฉันบ้างไหม ตายแล้วยังหวงสมบัติไม่ยอมยกให้ฉันสักที โธ่เว้ย!” นเรนทร์เตะข้าวของกระจาย ก่อนกระแทกเท้าออกไป พริ้มเพรายิ้มเยาะเดินเชิดตามหลานรักไป

พร้อมมิตรลูบแก้มตัวเองด้วยความเจ็บใจ...ด้านคุณใหญ่มาถึงบ้านร่มรื่น ตะวันกับเอี้ยงกุลีกุจอรับใช้ พอดีบารมีพาใจบุญมาทักทายอ้างว่าลูกสาวอยากมาฝากเนื้อฝากตัว คุณใหญ่เห็นสีหน้าใจบุญก็รู้ว่าถูกบังคับมา บารมีจะพูดจาเหยียดหยามตะวันกับเอี้ยงตลอดเวลา จนเอี้ยงน้อยใจ

“ทำไมถึงจงเกลียดจงชังเรานักนะ...ไม่เกิดบนกองเงินกองทองบ้างให้มันรู้ไป”

“ความสุขของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองเพียงอย่างเดียวหรอก แค่เราพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน” ตะวันปลอบแบบแมนๆทำให้เอี้ยงคิดตามมีกำลังใจขึ้น

คุณใหญ่ยืนฟังอยู่หน้าประตู รู้สึกทึ่งและชื่นชมความรู้จักคิดของเด็กคนนี้มาก...ใจบุญตามออกมารั้งแม่จะทิ้งตนอยู่บ้านนี้ทั้งวันจริงหรือ บารมีย้ำว่าคุณใหญ่เป็นพี่สาวศักดิ์ระพี ต้องทำให้เธอรักและเอ็นดู ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเหลือขอข้างถนนมาเอาหน้าอยู่แบบนี้ ใจบุญสลดใจ

ooooooo

ศักดิ์ระพีเป็นสถาปนิกชื่อดัง กำลังออกแบบให้โรงแรมแห่งหนึ่งจึงมีข่าว พร้อมมิตรตามมาดักรอชวนให้เลี้ยงข้าวกลางวัน เขาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร

บ่ายวันนั้น คุณใหญ่ขี่ม้าเหยาะๆท่าทางสง่างามจนตะวันออกปากชม คุณใหญ่มองตะวันที่จูงม้าเดินตามแล้วอดคิดถึงดวงพรไม่ได้ ส่วนเอี้ยงจูงม้าให้ใจบุญขี่ ท่าทางเธอยังกลัวๆ เอี้ยงบอกไม่ต้องกลัว ม้าตัวนี้เชื่องกว่าพยับหมอก คุณใหญ่นึกขำที่แอนโทนี่กลายเป็นพยับหมอกไปแล้ว ตะวันบอกว่าพยับหมอกชอบชื่อนี้มากกว่า ชื่อนี้เรี่ยมเลย...คุณใหญ่ทำหน้างง

“เรี่ยมกว่าน่ะครับ” ตะวันอธิบายความหมายแล้วหัวเราะ

“เอา...เรี่ยมก็เรี่ยม...” คุณใหญ่เออออตามอย่างขำๆ รู้สึกถูกชะตากับตะวันอย่างมาก

ระหว่างที่คุณใหญ่กับใจบุญขี่ม้าลัดเลาะไปตามทุ่ง ตะวันเดินคุยกับเอี้ยงอย่างรู้สึกผิดที่โกหกเรื่องตนเป็นใคร อยากบอกความจริงแต่กลัวจะโกรธเรื่องอดีตที่ทำร้ายนเรนทร์ ทันใดมีงูเลื้อยออกมา ม้าตื่นตกใจ ตะวันกับเอี้ยงรีบเข้าไปช่วย ใจบุญพลัดตกจากหลังม้า เอี้ยงรับเธอไว้ได้ทันไม่บาดเจ็บใดๆ แต่ม้าคุณใหญ่เตลิดไร้ทิศทาง ตะวันวิ่งตามสุดชีวิต ม้าสะบัดคุณใหญ่ตกลงมา ตะวันเข้าไปรับไว้ทันเสียหลักล้มกลิ้งไปตามเนิน ตะวันพยายามกอดปกป้องไม่ให้คุณใหญ่บาดเจ็บ ทำให้คุณใหญ่รู้สึกได้ว่าตะวันเป็นผู้หญิง เผอิญศีรษะคุณใหญ่กระแทกต้นไม้สลบไป

คุณใหญ่รู้สึกว่าดวงพรมาปลุกให้ฟื้น พอลืมตาเห็นดวงพรก็ดีใจโผกอดแต่คว้าได้เพียงอากาศ จึงร้องเรียกให้ดวงพรกลับมา...คุณใหญ่สะดุ้งตื่นเห็นตะวันกำลังเช็ดหน้าตาให้ด้วยสีหน้าห่วงใย คุณใหญ่เอ่ยเรียกดวงพรแต่ตะวันบอกว่าตนคือยอแสง เธอรู้สึกผิดหวังที่ฝันไป

ใจบุญจะให้เติมไปตามหมอมาดูอาการ คุณใหญ่บอกตนแค่ฟกช้ำนิดหน่อย ตะวันกลัวศักดิ์ระพีจะโกรธ คุณใหญ่นึกในใจถ้าเขารู้ความจริงต้องโกรธแน่ที่ยอแสงเป็นผู้หญิง...คุณใหญ่ตัดสินใจสั่งเติมจัดห้องรับรองแขกอีกห้องเพื่อให้ยอแสงอยู่กับนพดล ทั้งสองแปลกใจ

ตะวันกับเอี้ยงเดินมาส่งใจบุญที่หน้าบ้าน แก้วออกมารอรับ เอี้ยงถามใจบุญอีกครั้งว่าที่ตกม้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม แก้วตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้านายตกม้า ใจบุญเอ็ดอย่าเสียงดังกลัวแม่ได้ยิน แล้วขอบคุณเอี้ยงอีกครั้งที่ช่วยไว้ เอี้ยงปลื้มปริ่มมองจนใจบุญเดินลับตาไป ตะวันเหล่มอง

ศักดิ์ระพีกลับมาโดยมีพร้อมมิตรตามมาด้วย พอรู้ว่าคุณใหญ่ตกม้าก็ไม่สบายใจ ตะวันกับเอี้ยงเดินกลับมา คุณใหญ่ชี้ว่าคนเก่งที่ช่วยตนไว้กลับมาพอดี พร้อมมิตรเห็นตะวันก็ปรี่เข้าเกาะแขนศักดิ์ระพีทำทีพอใจมากกับบรรยากาศบ้านทุ่งแบบนี้ เอี้ยงกระซิบกับตะวันที่ศักดิ์ระพีกลับค่ำเพราะไปกับสาวนี่เอง ตะวันน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ศักดิ์ระพีหาทางปกป้อง

ตัวเองด้วยการสั่งยอแสง ก่อนเข้าห้องนอน ช่วยหยิบเอกสารบนโต๊ะทำงานเข้าไปให้ด้วย คุณใหญ่แทรก ตนให้เติมจัดห้องให้ยอแสงอยู่กับนพดลต่างหากแล้ว บอกพร้อมมิตรให้ไปนอนกับตน

ศักดิ์ระพีตามคุณใหญ่เข้ามาในห้อง บอกพี่สาวว่าที่ให้ยอแสงมานอนด้วยเพื่อกันพร้อมมิตร คุณใหญ่ติงว่าเขาน่ามีวิธีจัดการพร้อมมิตรได้ ส่วนยอแสงโตแล้วควรมีห้องของตัวเอง

ตะวันกับเอี้ยงตื่นเต้นกับห้องนอนที่เป็นของตัวเอง พร้อมมิตรถือวิสาสะเข้ามาพูดจาเหน็บแนม “ดีใจด้วยนะ เสนอหน้ากับคุณแม่ใหญ่จนได้ห้องนอนเล็กเท่ารูหนูเป็นรางวัล”

“เราดูแลคุณใหญ่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยหวังอะไรจากท่าน” ตะวันยืนยัน

“คนชั้นต่ำอย่างพวกแก มีรึจะไม่คิดเผยอขึ้นมาเทียบเท่าคนอย่างพวกฉัน”

“ถ้าต้องปีนขึ้นที่สูง แต่จิตใจยังคิดแต่เรื่องต่ำๆ ขอยืนอยู่ที่เดิมดีกว่า”

พร้อมมิตรเต้นผางหาว่าด่า ตะวันหันไปถามเอี้ยงว่าตนด่าใคร เอี้ยงส่ายหน้าแล้วเปรยว่าจิ้งจกตุ๊กแกร้อนตัว พร้อมมิตรเดือดดาลจะฟ้องศักดิ์ระพีให้ไล่ทั้งสอง ปัดข้าวของกระจายก่อนจะเดินออกไป ตะวันส่ายหน้า รู้สึกคิดถึงแม่ ถ้าอยู่กับแม่คงไม่มีใครมาดูถูกแบบนี้

ขณะเดียวกันซ้อนจับแขนพริ้มเพราขอร้องให้ปล่อยสาย ต่อให้เธอได้สมบัติทั้งหมดก็ไม่มีความสุข เพราะหนีเวรกรรมไม่พ้น เหมือนอย่างตนที่ไม่เคยลืมว่าทำชั่วอะไรไว้ ถึงได้หลงรักเธอหัวปักหัวปํา คงเพราะเวรกรรมที่ต้องชดใช้...นเรนทร์เดินมาเห็นคิดว่าซ้อนทำร้ายป้า ปรี่เข้าชกหน้าซ้อนแล้วตามจะซ้ำ พริ้มเพราต้องรั้งไว้ โกหกว่าซ้อนหงุดหงิดมาขอยืมเงินแล้วตน

ไม่ให้ ยังไงก็เป็นคนเก่าแก่ของท่านต้น ผิดบ้างควรอภัย นเรนทร์จึงหันมาแบมือขอเงินพริ้มเพรา เธอชะงักเพิ่งให้ไปหมดแล้วหรือ เขาอ้างต้องเลี้ยงเพื่อนๆ พริ้มเพราบ่นช่วงนี้ไม่ค่อยมีเหมือนกัน

นเรนทร์กราดเกรี้ยว “ก็ไปเบิกนังแก่หน้าเลือดมาสิ ถ้าไม่ให้แสดงว่ามันคิดจะฮุบมรดกคุณพ่อไว้คนเดียว”

ซ้อนหน่ายใจกับนิสัยร้ายกาจของสองป้าหลาน พริ้มเพรานึกแค้นใจเมื่อพูดถึงมรดก...กลางดึกจึงมาที่โกดังเก็บศพโดยมีนักเลงมาด้วยสามคน ให้ซ้อมสายจนกว่าจะเปิดปากบอกว่าตะวันอยู่ไหน สายไม่รู้จริงๆ

ได้แต่ร้องด้วยความเจ็บปวดจนสลบ ฟื้นขึ้นมาก็ถูกซ้อมอีก พริ้มเพราหวังจะให้สายกลายเป็นบ้า ซ้อนทนไม่ไหวขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายสาย ตนจะไม่ช่วยเธออีก

ooooooo

นับจากวันที่คุณใหญ่รู้ว่ายอแสงเป็นผู้หญิง ก็เริ่มสอนงานบ้านงานเรือนให้หลายอย่าง ตะวันหัวไวทำทุกอย่างออกมาได้ดี ศักดิ์ระพีแปลกใจที่พี่สาวสอนงานผู้หญิงให้ยอแสง แทนที่จะให้ไปฝึกขี่ม้ากับตน พร้อมมิตรได้ทีออดอ้อนให้ศักด์ระพีพาขี่ม้าชมทุ่ง

ระหว่างที่ตะวันเรียนเย็บปักถักร้อยกับคุณใหญ่ ใจบุญแอบมาหาเอี้ยงชวนไปซื้อของขวัญให้ตะวัน เอี้ยงรู้สึกน้อยใจแต่ไม่อิจฉา ยินดีช่วยเลือกของให้ถูกใจตะวัน

คุณใหญ่ชื่นชมยอแสงที่เก่งทุกด้านเหมือนดวงพรไม่มีผิด จึงให้เรียกตนว่าคุณแม่ใหญ่เหมือนคนอื่นๆ ตะวันไม่กล้า เธอจึงขอให้ยอแสงมาเป็นลูกบุญธรรม และเรียกตะวันว่าลูกยอ ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจ พร้อมมิตรอิจฉาและหมั่นไส้ค้านว่ายอแสงไม่ได้เกี่ยวดองอะไร จะให้ทำตัวตีเสมอพวกตนได้อย่างไร

“ยอแสงเคยช่วยชีวิตฉัน ให้เรียกฉันว่าแม่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” คุณใหญ่ออกรับแทนก่อนจะหันมาบอกศักดิ์ระพีว่าตนจะเป็นธุระจัดการเรื่องเสื้อผ้าเครื่องเรียนของยอแสงกับนพดลเอง

พร้อมมิตรยิ่งแค้นใจจิกมือตัวเองแน่น ศักดิ์ระพีขับรถมาส่งที่บ้านเดชาบดินทร์ เธอนั่งนิ่งไม่พูดจาจนเขาแปลกใจ เอ่ยถามว่าเป็นอะไร เธอย้อนถามเป็นห่วงด้วยหรือ

“อาเป็นห่วงลูกหลานทุกคนของพี่ใหญ่เท่าเทียมกันแหละ”

“ลูกหลานทุกคน หมายถึงยอแสงด้วยใช่ไหม พร้อมไม่ชอบให้อาเล็กสนใจยอแสงมากกว่า อาเล็กก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าพร้อมรู้สึกยังไงกับอาเล็ก” พร้อมมิตรโผกอด

ศักดิ์ระพีพยายามผละออกเกรงใครมาเห็นไม่พ้นสายตาจิตรใสต่อว่าพร้อมมิตรยกใหญ่ ก่อนจะเกาะแขนศักดิ์ระพีชวนเข้าบ้านเสียเอง เขาแปลกใจที่บ้านเงียบ จิตรใสบอกว่านเรนทร์ออกไปเที่ยว ส่วนพริ้มเพรากับซ้อนหายไปไหนไม่รู้ ศักดิ์ระพีสงสัยว่าสองคนนั้นไปไหน

ตะวันกำลังให้อาหารม้า เห็นเอี้ยงกลับมาเอ่ยถามหายไปไหนตั้งครึ่งค่อนวัน เอี้ยงบอกไปธุระแล้วตัดบทขอตัวไปอาบน้ำ ตะวันมองอย่างสงสัย...ด้านใจบุญนั่งยิ้มมองนาฬิกาที่เอี้ยงช่วยเลือกไว้ให้เป็นของขวัญตะวัน บารมีเคาะประตูเรียก เธอรีบซ่อนของก่อนเปิดประตูรับ บารมีมาบอกว่าวันเปิดเทอมให้ติดรถศักดิ์ระพีไปโรงเรียนห้ามตื่นสาย ใจบุญแปลกใจทำไมต้องรบกวนเขาในเมื่อบ้านเราก็มีรถ บารมีเสียงเฉียบให้ทำตามที่แม่สั่ง เธอสลดไม่กล้าขัดขืน

ooooooo

เช้าวันใหม่ คุณใหญ่พาตะวันกับเอี้ยงมาร้านตัดเสื้อโอ่อ่ามีชื่อ เป็นร้านประจำของตน เอี้ยงรู้สึกเป็นบุญเหลือเกินที่ได้เหยียบเข้ามาในร้านระดับนี้ เจ้าของร้านต้อนรับ คุณใหญ่บอกพาลูกๆมาตัดชุดนักเรียน เจ้าของร้านฉงนเล็กน้อยแต่ก็คิดว่าคงอุปการะเด็กอีกด้วยความใจบุญ

คุณใหญ่ให้เติมไปรอที่รถ ก่อนจะบอกเจ้าของร้านว่า ตัดชุดนักเรียนหญิง ตะวันกับเอี้ยงตกตะลึง คุณใหญ่ยิ้มๆสีหน้านิ่งอย่างที่ตะวันกับเอี้ยงคาดเดาไม่ถูก

จากนั้นตะวันก้มกราบคุณใหญ่ขอโทษที่ปิดบังมาตลอด ถ้าโกรธจนไม่ส่งเสียตนเรียนตนเข้าใจ แต่ขอให้นพดลได้เรียน ตนไม่อยากให้น้องเสียโอกาสไปด้วย เอี้ยงไม่ยอมถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่เรียนด้วยกัน คุณใหญ่ปรามไม่ต้องออกรับแทนกัน

“ถ้าโกรธฉันคงไม่พาพวกเธอมาที่นี่ พวกเธอก็แค่เอาตัวรอดไม่ได้คิดทำร้ายใคร คนเราต่างก็มีเหตุผลและความจำเป็นของตัวเอง แม่มั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่พร้อม ลูกจะบอกความจริงแม่”

ตะวันโผกอดด้วยซาบซึ้งใจ เอี้ยงเอ่ยถามว่าศักดิ์ระพีรู้หรือยัง คุณใหญ่ส่ายหน้าคิดว่ายอแสงควรบอกด้วยตัวเอง เรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้ ตะวันเครียดจะทำอย่างไรดีไม่ให้เขาโกรธ

ค่ำนั้น ตะวันเดินไปเดินมาหน้าห้องศักดิ์ระพี ไม่กล้าเคาะประตู จนเขาเปิดประตูออกมาเจอถามมีอะไร เธออึกอักๆอ้างว่าลืมเอกสารมอบตัวไว้ในห้องเขา

ศักดิ์ระพีให้เข้าไปค้นดู ตะวันไม่กล้าเข้าไปอ้างตนอาจลืมไว้ที่อื่นจะเดินไป เขาเรียกเธอไว้ เธอชะงักค่อยๆหันมา เขาบอกให้ตั้งใจเรียนอย่าทำให้เขากับคุณใหญ่ ผิดหวัง ตะวันอึ้งพูดไม่ออก

กลับมาที่ห้อง เอี้ยงเหนื่อยใจเมื่อรู้ว่าตะวันไม่กล้าสารภาพกับศักดิ์ระพี จึงคิดว่าแล้วแต่เวรกรรม กลุ้มไปก็ไม่มีประโยชน์...

ถึงวันเปิดเทอม ศักดิ์ระพีแปลกใจที่ตะวันแต่งตัวลงมาช้า คุณใหญ่แอบยิ้มไม่พูดอะไร สักพักเอี้ยงร้องว่ายอแสงลงมาแล้ว ศักดิ์ระพีหันมองเห็นตะวันแต่งเป็นผู้หญิงเดินลงมาก็ตกใจตาค้าง แล้วความรู้สึกเปลี่ยนเป็นผิดหวังจับต้นชนปลายไม่ถูก ตะวันยกมือไหว้ขอโทษ เขากลับเดินหนีออกไปดื้อๆ เอี้ยงคิดว่าคงโกรธจริง เติมโพล่งขึ้น

“ถึงขนาดนี้คงเล่นหรอก โกรธมากเลยล่ะ”

“อาเล็กมีบุญคุณกับยอแสง ยอแสงทนให้อาเล็กโกรธไม่ได้หรอกค่ะ” ตะวันวิ่งตามไป

เติมถามเอี้ยงว่ายอแสงเป็นผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่ เอี้ยงตอบว่าตั้งแต่เกิด...ศักดิ์ระพีเห็นตะวันวิ่งตามมา จึงกระโดดขึ้นหลังม้าจะควบหนี แต่ตะวันเข้ามาขวางหน้า เขาโวยอยากถูกม้าเหยียบหรือ ตะวันขอร้องให้เขาฟังตนอธิบายก่อน เขาเมินหน้าหนี

“ยอแสงไม่ได้ตั้งใจโกหกอาเล็กนะคะ ยอแสงขอโทษค่ะ ยอแสงไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้”

“ความจริงฉันสับสนเรื่องเธอเป็นผู้ชายมาตั้งแต่แรกแล้ว สงสัยมาตลอด แต่พออยู่ๆไปความจริงใจที่ฉันมีต่อเธอมันเพิ่มมากขึ้น ฉันก็เลยหลงเชื่อเธอ เราสนิทกันมากพอที่เธอจะบอกความจริงกับฉันในทุกเรื่อง ทำไมปล่อยให้ฉันต้องรู้เอง เธอไม่น่าเห็นฉันเป็นตัวตลกแบบนี้ ต่อไปนี้ฉันจะไม่เชื่อคำพูดเธออีกแล้ว” ศักดิ์ระพีบังคับม้าเลี่ยงไปอีกทาง

ตะวันน้ำตาไหลพราก รู้สึกผิดอย่างมาก...

ศักดิ์ระพีควบม้าไปตามท้องทุ่งนึกถึงวันแรกที่เจอยอแสง รู้สึกเครียดและสับสนมาก

ตะวันนั่งกอดกระเป๋ารอขึ้นรถไปโรงเรียน ใจบุญเดินเข้ามา เอี้ยงโบกมือเรียกให้มารอด้วยกัน ใจบุญถามหายอแสง เอี้ยงชี้ไปที่ตะวัน ใจบุญแทบช็อกเมื่อเห็นยอแสงเป็นผู้หญิง ทำใจไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกไป เอี้ยงตามไปปลอบ ใจบุญสับสนไม่รู้ทำไมต้องเสียใจ เอี้ยงขอโทษที่ไม่ได้บอกเพราะมีความจำเป็นจริงๆ ขอให้เราสามคนยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ใจบุญนิ่งสักครู่

“ยอแสงกับนพดลจริงใจต่อฉัน ฉันไม่มีทางให้มิตรภาพของเราสั่นคลอนเพราะเรื่องแค่นี้หรอก” ใจบุญยิ้มให้เอี้ยงที่มองลุ้นอยู่นานจนยิ้มออกด้วยความโล่งอก

ooooooo

เมื่อตะวัน เอี้ยงและใจบุญมาถึงโรงเรียนโดยเติมขับรถมาส่ง จิตรใสกำลังคุยอยู่กับเพื่อนๆมองนเรนทร์ที่เล่นฟุตบอลกับโตและเกิดไม่ชอบขี้หน้า พอเห็นรถบ้านร่มรื่นมาจอดก็แปลกใจ ยิ่งเห็นทั้งสามคนลงจากรถก็ตกใจมากขึ้น ร้องเรียกนเรนทร์ให้มาดู นเรนทร์ฮึดฮัดๆ

“เลิกวุ่นวายกับฉันสักทีได้ไหม” จิตรใสผลักหน้านเรนทร์ให้มอง “ใจบุญมากับไอ้นพดล แล้วอีกคนเป็นใคร”

ใจบุญยังวางตัวไม่ถูกที่ตะวันเป็นผู้หญิง เดินนำตะวันกับเอี้ยงจะไปที่ห้องเรียน ดีใจที่ตะวันได้เรียนห้องเดียวกับตน แต่ก็เสียดายที่เอี้ยงอยู่อีกห้อง ทันใดมีลูกบอลลอยมากระแทกหัวเอี้ยงอย่างจัง จากนั้นนเรนทร์เดินกร่างเข้ามาด่า มีเกิด โตและจิตรใสตามมา

“ไอ้ขี้ครอก สะเออะมาทำอะไรที่นี่”

เอี้ยงโกรธจะเอาเรื่อง ตะวันห้ามไว้ จิตรใสกับนเรนทร์จึงเห็นชัดเจนว่ายอแสงแต่งตัวเป็นหญิง ชี้หน้าเป็นผู้หญิงจริงหรือ เอี้ยงสวนเป็นผู้หญิงแล้วหนักหัวใคร นเรนทร์กระชากคอเสื้อเอี้ยงชูหมัด เอี้ยงไม่รอช้ากระแทกหมัดใส่หน้านเรนทร์ก่อน โตกับเกิดเข้ารุม ตะวันเข้าช่วยซัดทั้งสองกระเด็น นเรนทร์โวย “ไอ้พวกไม่มีพ่อแม่ กล้าดียังไงมาทำตัวเสมอพวกฉัน”

“อย่างน้อยฉันก็ยังโชคดีที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกผู้ดีที่มีแต่ปากเอาไว้ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอย่างพวกนาย” ตะวันโต้

ใจบุญทำอะไรไม่ถูกร้องขออย่ามีเรื่องกัน จิตรใสหมั่นไส้ผลักใจบุญล้มฐานจ้องจับศักดิ์ระพี เอี้ยงยังคาราคาซังกับการต่อสู้ เห็นใจบุญโดนรังแกก็ร้องบอกให้สู้ อย่ากลัว ดึงความกล้าในใจออกมา ใจบุญเงอะๆงะๆ

เห็นจิตรใสจะเข้ามาตบก็เกิดความฮึดจับมือเธอไว้แล้วผลักอย่างแรง ด้านนเรนทร์ได้ทีถีบเอี้ยง ตะวันเข้าช่วยโดนโตจับตัว นเรนทร์เข้าจะเล่นงาน มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เป็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง เกเรเกินไปแล้วนะนเรนทร์”

นเรนทร์ชะงักหันขวับมาเห็นเป็นธาดาก็โวย “เรื่องของฉัน รุ่นพี่ไม่เกี่ยว”

ธาดาขู่ถ้าไม่หยุดจะฟ้องคุณใหญ่ นเรนทร์ชะงักหันมาเล่นงานธาดาแทน “ไม่ต้องมาขู่ แกมันก็แค่ไอ้ยาจกขี้ฟ้อง จนแล้วไม่เจียมตัว ไม่มีเงินเรียนหนังสือต้องทำงานใช้หนี้โรงเรียน”

ธาดาโกรธลืมตัวชกหน้านเรนทร์ล้มก้นกระแทก เกิดการตะลุมบอนอีกครั้ง ครูใหญ่เข้ามาห้ามหน้าตาถมึงทึงเรียกทุกคนเข้าไปในห้อง นเรนทร์ฟ้องว่าธาดาตามจีบยอแสง ตนห้ามจึงโดนชก ตะวันเถียงไม่จริงแล้วเล่าความจริง จิตรใสเข้าข้างนเรนทร์ ธาดาตัดบทขอรับผิดคนเดียว ครูใหญ่บอกเมื่อรับผิดก็จะลงโทษคนเดียว แล้วหยิบไม้เรียวตีก้นธาดา นเรนทร์ยิ้มเยาะสะใจ

การช่วยเหลือของธาดาทำให้ตะวันเป็นหนี้บุญคุณ ธาดาเล่าว่าบ้านตนอยู่หลังบ้านท่านต้น คุ้นกับคนบ้านเดชาบดินทร์ดี แต่บ้านตนยากจน ตนสอบชิงทุนได้ ถึงมาเรียนโรงเรียนแพงๆแห่งนี้ ตะวันดีใจที่ได้รู้จักคนเก่ง

เย็นวันนั้น จิตรใสกับนเรนทร์บอกพร้อมมิตรเรื่องยอแสงเป็นผู้หญิง พร้อมมิตรตกใจนึกสังหรณ์ใจแล้วว่าทำไมไม่ถูกชะตาด้วยเลย พริ้มเพราได้ยินเข้ามายุยงว่าป่านนี้ยอแสงคงเป็นคนโปรดของคุณใหญ่และศักดิ์ระพี พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ่งแค้นใจ พริ้มเพราแอบยิ้มสมใจ

เติมรับตะวัน เอี้ยงและใจบุญกลับบ้านร่มรื่น ใจบุญสะกิดเอี้ยงให้เดินไปด้วยกัน แล้วส่งกล่องนาฬิกาให้เอี้ยงคิดว่าฝากไปให้ตะวันแต่เธอส่ายหน้า “ฉันคิดดูแล้ว นาฬิกาเรือนนี้เหมาะกับนพดลมากกว่า นพดลดูแลห่วงใย สอนให้ฉันรู้จักสู้ รู้จักชีวิตในแบบที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน ฉันเข้มแข็งขึ้นก็เพราะเธอ นาฬิกาเรือนนี้ถือว่าแทนคำขอบคุณ รับไว้เถอะนะจ๊ะ”

นพดลปลื้มปริ่มพูดไม่ออก สวมใส่นาฬิกาไว้ตลอดแต่ก็ไม่กล้าให้ตะวันเห็น ต้องคอยเอาแขนหลบ จนตะวันสงสัยนึกว่าเขาแขนเจ็บ แต่พอเห็นว่าใส่นาฬิกาที่ใจบุญให้ก็ร้องว่า...เรี่ยมเลย ก่อนตะล่อมถามชอบใจบุญหรือ เอี้ยงยิ้มเขินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เอี้ยงจะเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง ไม่ยอมกลับไปเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ใครๆดูถูกอีกแล้ว”

ตะวันยิ้มอย่างเข้าใจ แซวให้ถอดเวลานอน แต่เอี้ยงกลับบอกว่าใส่นอนจะได้ฝันถึงคนให้

ooooooo

วันต่อมา ละม่อมมาดักขอเงินพริ้มเพราอีก เธอไม่พอใจต่อว่า เผอิญคุณใหญ่กลับมาเจอทักทายละม่อม พริ้มเพราใจหายวูบกลัวละม่อมพลั้งปาก

คุณใหญ่คิดว่าละม่อมมาหาตน พริ้มเพราชิงบอกว่าตนให้คนไปตามเห็นเงียบหายไปเลยคิดถึง คุณใหญ่ยิ้มอย่างมีเมตตา

“เดือดร้อนอะไรแม่ละม่อมบอกฉันได้ คุยกับแม่พริ้มเสร็จแล้วเข้าไปพบฉันหน่อยนะ”

ละม่อมรับคำ พริ้มเพราหน้าเครียดดึงละม่อมหลบไปขู่กำชับ ถ้าเรื่องเปิดเผยหมอตำแยจะตายก่อน ฐานรับสินจ้างสลับลูก ซ้อนเข้ามาขัด “คนที่ทำบาปทำกรรมไว้ ไม่มีความสุขหรอก”

ทั้งพริ้มเพราและละม่อมสะดุ้ง ซ้อนย้ำเวรกรรมจะติดตามเราไปทุกที่ จนกว่าคนเลวจะชดใช้กรรมหมด ละม่อมชักกลัวขอตัวไปพบคุณใหญ่ พริ้มเพราขู่ห้ามพูดอะไร ละม่อมรับคำ

ละม่อมนั่งพินอบพิเทา คุณใหญ่มองอย่างจับผิดถามตรงประเด็น “สิบกว่าปีก่อน ดวงพรคลอดลูกที่บ้านหลังนี้ ลูกของดวงพรเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

ละม่อมหน้าซีดอึกอักๆ “เอ้อ...คุณใหญ่สงสัยอะไรหรือเจ้าคะ”

“ฉันอยากรู้ความจริงจากปากคนที่ทำคลอด” คุณใหญ่เน้นเสียงเข้ม

ละม่อมกลัวคำขู่ของพริ้มเพราจำต้องโกหกไปว่าลูกดวงพรเป็นผู้ชาย คุณใหญ่เห็นท่าทีละม่อมก็รู้ว่ากำลังโกหก แต่ไม่อยากคาดคั้น ให้กลับไปคิดไตร่ตรอง ความลับไม่มีในโลก วันไหนที่คิดจะเล่าเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง ตนจะขอบใจมาก...ละม่อมเครียดหนัก

หลายวันผ่านไป สภาพสายสะบักสะบอม ได้ยินเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นก็เหลียวมองหาที่มาของเสียง พอหันกลับมาเจอหน้าดวงพรขาวซีดราวศพจ้องประชิด สายตกใจผงะถอย ดวงพรทวงเอาลูกคืน เอาลูกตนคืนมา แล้วคว้าหมับบีบคอสายจนดิ้นทุรนทุราย สายดิ้นไปมา

กรีดร้องอย่าทำตน ตนกลัวแล้วๆ พริ้มเพราปลุกตวาดให้หยุดร้อง สายลืมตาตื่นละล่ำละลักบอกว่าดวงพรมาทวงลูก พริ้มเพราหวาดระแวง จิกผมสายตวาดกร้าว “ไม่มีดวงพรที่นี่ แหกตาดูให้ดีสินังบ้า! แกกำลังเล่นสงครามประสาทให้ฉันบ้าไปด้วยใช่ไหม ได้...”

พริ้มเพราลากสายมาที่โลงศพ เปิดฝาโลงเอาหน้าสายจ่อลงไปที่ศพเน่าเละ ขู่ตะคอกสักวันตะวันจะกลายเป็นศพแบบนี้ สายร้องกรี๊ดๆจนหมดสติ...หลังจากนั้น สายฟื้นขึ้นมาก็มีอาการเบลอๆเหมือนคนบ้า เอาผ้าห่อศพมาม้วนเป็นก้อน อุ้มเห่กล่อมเป็นลูก

ooooooo

ตะวันชะเง้อรอศักดิ์ระพีจนค่ำมืด พอเขาขับรถกลับมา เติมกับเอี้ยงช่วยรับของแล้วขยิบตาให้กันพากันเข้าบ้านก่อนปล่อยให้ตะวันคุยกับศักดิ์ระพี ตะวันถามเสียงเศร้าว่าเขายังโกรธตนหรือ เขาติงเธอโตพอที่จะรู้แล้วว่าอะไรผิดอะไรถูก ตะวันสลด

“ยอแสงหลอกทุกคนว่าเป็นผู้ชาย เพราะไม่อยากถูกคนอื่นรังแก”

“ในเมื่อเธอคิดว่าทำถูกแล้วจะสนใจความรู้สึกคนอื่นทำไม” ศักดิ์ระพีมีท่าทีเย็นชา

“พอยอแสงยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ทำไมอาเล็กถึงเปลี่ยนไป”

“ฉันไม่ค่อยสนิทกับผู้หญิง ต่อไปนี้ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เธอห้ามเข้าไปอยู่กับฉันตามลำพังอีก” ตะวันแทรกถามทำไม “เพราะฉันไม่อยากให้ใครครหาได้ว่าเป็นผู้ชายฉวยโอกาส คิดไม่ดีกับเธอ” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีขึ้นห้อง

ตะวันน้ำตาคลอคิดหาวิธีง้อ ในขณะที่ศักดิ์ระพีไม่เข้าใจตัวเองทำไมต้องโกรธยอแสงขนาดนี้ ทันใดยอแสงเคาะประตูเปิดเข้ามาพร้อมถาดชาร้อน แต่เธอมาในชุดผู้ชาย เขาจึงโวยคิดจะทำอะไรทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตะวันทำตัวเหมือนก่อนพูดคุยเป็นผู้ชาย ทำให้เขาโกรธที่สั่งแล้วไม่ให้เข้ามาอยู่ในห้องตามลำพังกับเขา ตะวันอ้างเขาสั่งยายยอแสงไม่ได้สั่งไอ้ยอ แล้วเดินไปปัดที่นอน ศักดิ์ระพีมองตามเริ่มฉุนไล่ให้ออก เธอสวนว่าห้องนี้ห้องตนเหมือนกันแล้วลงนอนไม่สนใจสายตาดุของเขา ศักดิ์ระพีเข้าฉุดกระชาก ตะวันขืนตัวทำให้เขาลื่นล้มทับ ต่างสบตากันอึ้งๆราวตกอยู่ในภวังค์ เอี้ยงกับเติมแอบฟังอยู่หน้าห้อง แปลกใจทำไมเสียงเงียบไป

ศักดิ์ระพีรู้สึกตัวรีบผละออกจากตัวตะวัน ถามเสียงเข้มต้องการอะไรถึงแต่งตัวแบบนี้ ตะวันสาธยายว่าต้องการให้เขารู้ว่าตนเป็นคนเดิมไม่ว่าจะเป็นยอแสงหรือไอ้ยอของเขา ศักดิ์ระพีรู้สึกดีขึ้น แกล้งถามตนมีค่าในสายตาเธอขนาดนั้นหรือ

“อาเล็กเป็นคนเดียวที่มองเห็นคุณค่าในตัวยอแสง วันใดที่อาเล็กเกลียดยอแสง ยอแสงคงรู้สึกเกลียดตัวเองมากกว่า” ตะวันอ้อนวอนขอให้ยกโทษ ตนไม่มีเจตนาจะหลอกเขา

ศักดิ์ระพีมีท่าทีอ่อนลงแต่อยากเอาคืนบ้าง จึงย้อนถามอยากให้ตนหายโกรธใช่ไหม เธอรีบพยักหน้ายิ้มดีใจ “งั้นก็ได้...ฉันไม่โกรธนายแล้ว ไอ้ยอ” เขาแกล้งตบไหล่ตะวันอย่างแรง โอบไหล่ดึงมานอนใกล้ๆ ลูบไล้ต้นแขน “เฮ้ย นายบอกว่ายังเหมือนเดิมใช่ไหม แล้วรู้ไหมว่ากอดแบบผู้ชายกับกอดแบบคู่รักมันไม่เหมือนกัน”

ตะวันมองตามมือสีหน้าไม่ดี ลุกพรวดขึ้นนั่ง ศักดิ์ระพีเอ็ดนั่งค้ำหัวผู้ใหญ่ได้อย่างไร ว่าแล้วดึงเธอนอนลง แกล้งลูบไล้แขน ถามรู้บ้างไหมว่าผู้ชายกับผู้หญิงนอนบนเตียงเดียวกันทำไม ตะวันถามอึกอักๆหมายความว่าอย่างไร เขาหัวเราะหึๆ

“หมายความว่าเธอกลับเข้ามานอนในห้องนี้ได้ แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทใหม่ ตามใจฉันไงล่ะ” พูดจบแกล้งโน้มหน้าจะจูบ ตะวันตกใจผลักเขาออกอย่างแรงลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากห้อง ศักดิ์ระพีวิ่งตามหัวเราะร่า นึกว่าจะเก่ง เอี้ยงกับเติมแอบข้างประตูหน้าเหวอ

ตะวันวิ่งกลับเข้าห้อง นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ใจเต้นรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ ทำไมตนต้องหัวใจเต้นแรงหายใจไม่ออกแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ศักดิ์ระพี...

หลายวันผ่านไป คุณใหญ่ไปมาระหว่างสองบ้าน วันนี้ศักดิ์ระพีจะไปส่งคุณใหญ่กลับบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันเศร้าอยากให้คุณใหญ่อยู่ต่อนานๆ ศักดิ์ระพีจึงชวนนั่งรถไปส่งคุณใหญ่ด้วยกัน ตะวันดีใจแต่เอี้ยงสะกิดเตือนกลัวเจอนเรนทร์ ตะวันบอกเราแค่ไปส่งไม่ได้ไปอยู่ที่นั่น

ในวันนั้นนเรนทร์พาโตกับเกิดมาพังประตูห้องคุณใหญ่เพื่อเข้าไปค้นหาพินัยกรรมอย่างไม่เกรงใจใครอีกต่อไป พริ้มเพรากลัวเป็นเรื่องพยายามห้ามแต่เขาไม่ฟัง โตกับเกิดรื้อค้นเจอของมีค่าก็ตาโตอยากได้ นเรนทร์กำลังโกรธที่หาพินัยกรรมไม่เจอ จึงบอกเพื่อนๆว่าอยากได้อะไรก็เอาไป ระหว่างนั้นรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามาจอดในบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันมองเรือกระแชงหลายลำที่จอดอยู่ท่าเรือ คิดถึงอดีต คุณใหญ่ทักทำให้สะดุ้งรีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร

พริ้มเพราเดินหงุดหงิดออกมาเห็นคุณใหญ่ก็ตกใจลื่นหล่นบันไดหน้าตึก ทุกคนหันมอง คุณใหญ่เอ่ยถามตนไม่อยู่มีเรื่องอะไรไหม แล้วถามหานเรนทร์ ทันใดเกิดเสียงโครมครามดังขึ้น คุณใหญ่เงยหน้ามองว่าใครอยู่ในห้องตน พริ้มเพราหน้าซีดแก้ตัวว่าไม่มี คุณใหญ่ไม่เชื่อรีบไปดู

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.