ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ประตูห้องน้ำแง้มออก ตะวันยื่นผ้าขนหนูเข้าไปให้พร้อมมิตร กลับถูกดึงตัวเข้าไปโดนสวมกอดเพราะคิดว่าเป็นศักดิ์ระพี แถมพร่ำบอกรัก แต่พอเห็นหน้าเป็นตะวันก็ตกใจร้องกรี๊ดๆ

พร้อมมิตรฟ้องศักดิ์ระพีว่ายอแสงแอบดูตนอาบน้ำ ศักดิ์ระพีซักถามนิ่งๆ พร้อมมิตรโวยให้ไล่ออก หรือเห็นคนงานสำคัญกว่าตน เขาเสียงเข้มไม่ได้เห็นใครดีกว่าใคร แต่ต้องฟังเหตุผลทั้งสองฝ่าย พร้อมมิตรเสียหน้าโมโหกลบเกลื่อนว่าอาเล็กใจร้ายเห็นคนอื่นดีกว่าตนแล้วผลุนผลัน ออกไป หยุดยืนที่หน้าบ้านหันมองทำไมเขาไม่ตามออกมา

เอี้ยงกำลังคุ้ยเขี่ยดินอยู่ไม่ห่างจากรถพร้อมมิตรที่จอดอยู่ มีกระป๋องเล็กๆวางข้างหน้า หญิงสาวหงุดหงิดโวยให้หลีก ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมเตะกระป๋องกระเด็นไปชนกระถาง ไส้เดือนในกระป๋องกระเด็นกลับมาใส่ตัวร้องกรี๊ดๆ เอี้ยงรีบบอกว่าตนขุดไส้เดือนจะเอาไปตกปลา พร้อมมิตรเต้นเร่าๆด้วยความขยะแขยงวิ่งขึ้นรถขับออกไป

ด้านตะวันยกมือไหว้ขอโทษศักดิ์ระพีที่ทำให้เกิดเรื่อง ตนพร้อมให้ลงโทษ เขาถามคำเดียวว่าทำหรือเปล่า ตะวันยืนกรานไม่ได้ทำ แต่ให้ลงโทษเพื่อความสบายใจของพร้อมมิตร ศักดิ์ระพีตบไหล่ตะวันเบาๆด้วยความชอบใจที่ดูคนไม่ผิด ถือเป็นความชอบที่ทำให้พร้อมมิตรกลับไปได้ ตะวันพลั้งปากว่าเขาเป็นคนมีเหตุผล ไม่เหมือนพวกผู้ดีคนอื่น ศักดิ์ระพีฉงนเล็กน้อย

“คืนนี้ไปนอนห้องฉัน”

“ห้องคุณเล็ก! ทำไมครับ ไหนว่าไม่ลงโทษ”

“ใครจะไปรู้ เผื่อพร้อมมิตรเปลี่ยนใจกลับมาอีก ช่วยแล้วต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่งสิ ทำไม...ผู้ชายนอนห้องเดียวกันมันเป็นการลงโทษตรงไหนเหรอ” ศักดิ์ระพีมองอย่างจับผิด

เมื่อเอี้ยงรู้ว่าตะวันต้องไปนอนห้องศักดิ์ระพีก็หอบหมอนจะไปนอนเป็นเพื่อน แต่ศักดิ์ระพีอ้างว่าห้องเล็กอึดอัด เอี้ยงกระซิบกับตะวันถ้ามีอะไรให้ร้องดังๆจะรีบมาช่วย...ตะวันจำต้องเข้าห้องศักดิ์ระพีลำพัง เขาถอดเสื้อจะอาบน้ำ เธอตกใจรีบหันหลังให้ เขาแกล้งเข้ามาจับไหล่เธอแล้วบอกว่าไหล่เล็ก ออกกำลังกายเสียบ้างจะได้แข็งแรง ตะวันสะดุ้งถอยหนี

“เป็นอะไร ทำท่าทำทางอย่างกับผู้หญิง”

ตะวันปัดไม่มีอะไร ศักดิ์ระพีจ้องมองแล้วบอกว่าหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ตะวันปัดว่าเขาคงจำผิดแล้วเร่งให้เขาไปอาบน้ำ ยิ่งดึกจะยิ่งหนาว เขาเดินครุ่นคิด...พออาบน้ำเสร็จออกมา เห็นตะวันปูที่นอนกับพื้น ก็ตบที่นอนบอกให้มานอนด้วยกันบนเตียงตนไม่ถือตะวันหน้าเจื่อนรีรอไม่กล้า แต่พอเขาขู่จะอุ้มจึงรีบโดดผลุงขึ้นเตียง เขาดึงให้นอนใกล้ๆ เธอร้อง

“จะทำอะไร อย่านะ!”

“ทำสะดิ้งเป็นผู้หญิงไปได้”

“ก็จะทำอะไรล่ะ มาจับแขนผมทำไม”

“ฉันกลัวนายตกเตียงเลยดึงเข้ามา...เป็นอะไร ไม่ต้องเกรงใจหรอก คิดซะว่าฉันเป็นพี่ชาย ฉันไม่มีน้องชาย นายเป็นคนฉลาดฉันชอบ” ศักดิ์ระพีหัวเราะชอบใจ

ตะวันนอนลืมตาโพลงในความมืด เอ่ยถามทำไมเขาถึงไม่สนใจคนสวยอย่างพร้อมมิตร ศักดิ์ระพีว่าคนเราบังคับใจไม่ได้ ไม่ชอบคือไม่ชอบ และว่าเธอยังเด็กไม่เข้าใจความรัก แล้วเย้าอยากมีเมียบ้างไหมจะหาให้ ตะวันปฏิเสธไม่ต้องการ อยากทำงานเก็บเงินให้มากๆก่อน... ตะวันนึกถึงคำเย้าของเอี้ยงที่ให้ศักดิ์ระพีเป็นแฟนตนหนึ่งวัน ใจจริงเธอเฝ้าฝันอยากให้เป็นความจริง

ในคืนเดียวกัน นเรนทร์กับพริ้มเพราเข้ามาขอเงินคุณใหญ่เพิ่ม แต่คุณใหญ่กลับบอกให้ใช้เงินอย่าเกินตัว ที่ได้ทุกเดือนก็มากพอควร นเรนทร์โวยว่าเงินพ่อมีมากมายใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด คุณใหญ่สวน สมบัติถ้าไม่รู้จักรักษา ต่อให้มากมายมหาศาลก็หมดได้ สองป้าหลานไม่พอใจ

นเรนทร์อาละวาดปัดข้าวของในห้องนอนตัวเอง บ่นต้องทนยายแก่แร้งทึ้งไปอีกนานแค่ไหน พริ้มเพราสงสัยจะต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าพินัยกรรมให้เปิดตอนนเรนทร์อายุ 21 ปีจริงหรือ

ooooooo

รุ่งเช้า ตะวันนอนละเมอเรียกหาแม่ ศักดิ์ระพีชะโงกหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ ตะวันลืมตาขึ้นเห็นหน้าเขาอยู่ระยะประชิดก็ตกใจ เผลอถีบเขาเต็มแรงร่วงจากเตียง ศักดิ์ระพีโวยทำอะไร เธอหาว่าเขาต่างหากคิดทำอะไรแล้วดึงผ้าห่มมากอด

ศักดิ์ระพีขำที่ทำท่าเหมือนผู้หญิง ตะวันนึกได้กลบเกลื่อนว่าตกใจ ชายหนุ่มจ้องจับผิด

“ตกลงเราเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีอะไรปิดบังอยู่รึเปล่า อยากจะบอกความจริงอะไรไหม”

“ผมไปปิดบังอะไรคุณเล็ก ไม่มีครับ”

“งั้นก็ตามใจ ฉันจะไม่ก้าวก่ายความเป็นตัวตนของใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวหรือเรื่องเพศ อยากให้เชื่อว่าเป็นอะไรฉันก็จะเชื่อตามนั้น ตราบใดที่นายไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตกลงและเข้าใจตามนี้”

ตะวันรับคำ ศักดิ์ระพีแกล้งถอดเสื้อต่อหน้า ตะวันตกใจเอามือปิดหน้า เขาเดินผ่านไปเข้าห้องน้ำหัวเราะชอบใจ...ตะวันสุดเซ็ง วันนี้ทั้งวันทำงานด้วยความง่วง เอี้ยงล้อทำไมไม่นอนทำอะไรกัน ตะวันโวยใครจะนอนหลับกับผู้ชายแปลกหน้า เอี้ยงหาว่าผิดผีแล้วต้องแต่งงาน ตะวันอายวิ่งไล่ตีหัวเราะกันสนุกสนาน

ในขณะที่คุณใหญ่ให้ซ้อนขับรถพาออกไปทำธุระ พริ้มเพราได้โอกาสแอบเข้าไปค้นหาพินัยกรรมในห้องคุณใหญ่ โดยให้นเรนทร์ดูต้นทาง...เผอิญคุณใหญ่ลืมของให้ซ้อนวกรถกลับไปเอาที่บ้าน นเรนทร์นั่งหลับไม่ทันเห็นคุณใหญ่กลับเข้ามา

พริ้มเพราค้นทั่วห้องไม่เจอ จนเหลือบเห็นหีบใบโต พยายามเปิดเห็นซองเอกสารก็ดีใจเชื่อว่าเป็นพินัยกรรมแน่ แต่พอเปิดดูกลับไม่ใช่ ทันใดประตูห้องเปิดออกเธอตกใจมาก ดีที่เป็นนเรนทร์โผล่มาบอกว่าคุณใหญ่กลับมา สองป้าหลานรีบเก็บของเข้าที่

คุณใหญ่เข้าไปในห้องท่านต้น จังหวะนั้นสองป้าหลานรีบออกจากห้องคุณใหญ่ที่อยู่ข้างกันวิ่งหนีเข้าห้องนเรนทร์ด้วยความผิดหวัง คุณใหญ่ถือพินัยกรรมเดินออกไป

วันต่อมาที่บ้านร่มรื่น บารมีซึ่งอยู่บ้านติดกันอยากให้ใจบุญลูกสาวแต่งงานกับศักดิ์ระพี จึงพาลูกสาวที่ปกติอยู่โรงเรียนประจำ ช่วงนี้ปิดเทอมกลับมาอยู่บ้าน ให้ได้ใกล้ชิดกับเขา ตะวันกับเอี้ยงเห็นรถหรูของสองแม่ลูกมาจอด พอเห็นใจบุญ เอี้ยงตะลึงในความสวยหวานของเธอ ใจบุญมีท่าทางเรียบร้อยกลัวแม่มาก ทำทุกอย่างตามที่แม่บงการ ศักดิ์ระพีต้อนรับบารมีเพราะเป็นเพื่อนของคุณใหญ่ บารมีขอให้พาชมรอบบ้าน

“ทางนี้เป็นคอกม้า ส่วนอีกด้านเป็นสวนผลไม้ครับ” ศักดิ์ระพีชี้อธิบาย

“ม้าที่นี่สวย ลักษณะดีทุกตัว น้าคงต้องขอคำแนะนำจากคุณเล็กบ้างแล้ว”

ใจบุญมีสีหน้าเบื่อหน่าย มองไปรอบๆเห็นตะวันกำลังดูแลม้าก็ถูกชะตาพานเดินเข้าไปหาโดยไม่บอกแม่สักคำ ตะวันง่วนกับการให้อาหารม้าไม่ทันมองใจบุญ พอเธอเดินมาใกล้ เจ้าพยับหมอกร้องฮี้...ยกเท้าสะบัด ใจบุญตกใจถอยถลาเสียหลัก เอี้ยงปราดเข้าประคองสบตากัน ตะวันรีบเข้ามาถามเจ็บตรงไหนบ้าง ใจบุญเขินยิ้มให้ตะวันอย่างเป็นมิตร ต่างแนะนำตัวต่อกัน

ใจบุญรู้สึกชอบและอยากขี่ม้าเป็นบ้าง ตะวันจึงพานั่งซ้อนบนหลังพยับหมอกเดินเหยาะไปตามทุ่ง เอี้ยงมองตามตาละห้อย แดดจ้าทำให้ใจบุญอ่อนเพลียลงจากม้า นั่งพักกลางทุ่ง เอี้ยงจับปลามือเต็มไปด้วยโคลนวิ่งมาบอกตะวันว่า เขาลอกบ่อกันที่ท้ายทุ่ง ปลาเต็มไปหมดชวนไปจับด้วยกัน ตะวันร้องเรี่ยมเลย...ใจบุญงงถามลอกบ่อคืออะไร ด้วยความอยากรู้จึงวิ่งตามไป

ที่บ่อโคลนท้ายทุ่ง ใจบุญยืนมองทั้งสองลงไปจับปลากับคนงานอีกสองสามคน เอี้ยงบอกให้ใจบุญลงมาจับด้วยกัน เธอส่ายหน้ากลัวเสื้อผ้าเลอะ เอี้ยงจึงเอาปลามายื่นให้เธอไม่เคยจับมาก่อน ปลาจึงสะบัดหลุดมือไป มือเธอเลอะโคลนปาดหน้าตัวเอง เอี้ยงหัวเราะหาว่าคนสวยหน้าดำ ใจบุญทำหน้าจะร้องไห้ ตะวันหมั่นไส้เอี้ยงจึงปาโคลนใส่หน้าเอี้ยง

“หัวเราะดีนัก นี่แน่ะ...จัดการเจ้านพดลให้แล้ว”

เอี้ยงโดนโคลนเต็มหน้าจึงปากลับ ตะวันหลบโคลนกระเด็นไปโดนใจบุญ ทั้งสามหัวเราะ ใจบุญเห็นตัวเองเลอะแล้วจึงก้าวลงไปสนุกในบ่อโคลนด้วยเสียเลย...ขณะที่กำลังสนุกกันอยู่ เสียงบารมีร้องลั่น “อะไรกันเนี่ย! ใจบุญ ทำไมเลอะเทอะแบบนี้”

ใจบุญหน้าเจื่อนกลัวแม่มาก บารมีตวาดว่าตะวันกับเอี้ยง “ฉันอุตส่าห์เลี้ยงลูกสาวอย่างทะนุถนอม ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แกสองคนบังอาจมาทำกับลูกสาวฉันแบบนี้...น้าไม่ยอมนะคะคุณเล็กต้องจัดการคนของคุณเล็กนะคะ”

ศักดิ์ระพีรู้นิสัยของบารมี จึงทำทีเอ็ดตะวันกับเอี้ยงจะต้องโดนทำโทษ ใจบุญพยายามอธิบายว่าตนขอลงไปร่วมสนุกด้วยเอง อย่าทำโทษทั้งสองเลย ตนผิดเอง ตะวันไม่พอใจ

“ไม่ต้องลงโทษใครทั้งนั้น แค่เล่นกันไม่ถือเป็นความผิดสักหน่อยนะครับ”

“เล่นอะไรต้องมีขอบเขต คราวนี้ฉันไม่ทำโทษ แต่ต่อไปห้ามชวนคุณใจบุญไปเล่นพิเรนทร์อีก คุณใจบุญต่างจากนายสองคนมากนะ”

ตะวันไม่พอใจคิดว่าศักดิ์ระพีดูถูกย้อนถามต่างกันอย่างไร บารมีสวนตำหนิลูกสาวและชวนให้กลับ “คบคนไม่รู้จักเลือก...ดูแลคุมคนของคุณเล็กให้ด้วยนะคะคุณเล็ก หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกชั้นต่ำจะมาวุ่นวายกับผู้ดีอย่างเรา”

ใจบุญมองตะวันกับเอี้ยงเศร้าๆ ศักดิ์ระพีสงสารใจบุญแต่ไม่อาจช่วยอะไรได้เพราะเธอกลัวแม่มาก ตะวันยังขุ่นเคืองคิดว่าศักดิ์ระพีดูถูกพวกตน พอรถบารมีแล่นออกไป ศักดิ์ระพีหันมามองตะวันกับเอี้ยงเชิงตำหนิ ตะวันจ้องกลับก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทาง เอี้ยงงงวิ่งตามถามตะวันโกรธอะไร

“พี่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา เรามันต่ำต้อยไม่เหมือนพวกผู้ดี เขาถึงว่าเราแตกต่างจากพวกเขา...พวกผู้ดีชอบดูถูกคน”

“แต่มันก็เป็นความจริง คุณใจบุญอยู่สูงเกินไปถึงจะเปลี่ยนชื่อเป็นนพดลก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เฮ้อ...ไม่เรี่ยมเลย” เอี้ยงนั่งเซ็งข้างตะวันแต่คนละความรู้สึก

ooooooo

นเรนทร์ออกเที่ยวทุกวัน จนคุณใหญ่บ่นงานฌาปนกิจท่านต้นใกล้จะถึง เป็นลูกชายคนเดียวไม่คิดจะบวชให้พ่อบ้างหรือ ตำหนิพริ้มเพราไม่รู้จักสั่งสอนหลานแล้วให้ช่วยตามซ้อนไปพบตนที่ท่าน้ำ ลับหลังพริ้มเพราเบ้ปากไม่พอใจ

คุณใหญ่ซักถามซ้อนถึงตะวัน ซ้อนใจหายวาบคิดว่ารู้เรื่องทายาทที่แท้จริง แต่พอคุณใหญ่บอกว่า ตะวันช่วยชีวิตท่านต้นไว้ ท่านต้นสั่งก่อนตายให้ตามหาเด็กคนนี้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว ซ้อนหน้าซีดด้วยรู้สึกผิดในใจ แต่ก็โล่งใจที่คุณใหญ่ไม่ระแคะระคายอะไร

ใจบุญถูกบารมีลงโทษให้ร้อยพวงมาลัย 50 พวงฐานทำให้เสียหน้า แม่ต้องการให้สนิทสนมกับศักดิ์ระพีเพราะเพียบพร้อมในทุกๆด้าน กลับใฝ่ต่ำไปเล่นกับคนงาน ใจบุญน้ำตาคลอก้มหน้าร้อยมาลัยรำพันว่าตนไม่เคยมีความสุขเลย แก้วเด็กรับใช้รุ่นราวคราวเดียวกันคอยปลอบใจ

ในคืนนั้นตะวันงอนไม่ยอมเข้าไปนอนในห้องศักดิ์ระพี เขาถามอะไรก็ทำหูทวนลมไม่ตอบจนเขาว่า ทำสะบัดสะบิ้งเป็นผู้หญิง จึงลืมตัวเกือบเถียงว่าใช่ แต่ยั้งไว้ทัน ประชดแทน

“คุณเล็กลดตัวมายุ่งกับผมทำไม คุณเล็กบอกเองว่ายอแสงเป็นคนจนต่ำต้อย ไม่ใช่ผู้ดีเหมือนพวกคุณ” ตะวันพรั่งพรูความน้อยใจน้ำตาคลอ

ศักดิ์ระพีหัวเราะเบาๆ อธิบายว่าที่พูดออกไปเพราะรู้นิสัยบารมี ไม่ได้คิดดูถูก ใจบุญมีชีวิตอยู่ในกรอบต่างจากเขาสองคนมาก เลิกทำตาแดง ถ้าอยากเป็นลูกผู้ชายต้องไม่ให้ใครเห็นน้ำตา ตะวันหันหน้าหนีแอบเช็ดอ้างว่าฝุ่นเข้าตา ศักดิ์ระพีล็อกคอยีหัวตะวันอย่างเอ็นดู เธอเขินผลักไส ทำให้เขายิ่งแกล้งมากขึ้นอย่างสนุก

ก่อนเข้านอนศักดิ์ระพีเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบโตบอกตะวันว่าพรุ่งนี้จะไปทำธุระ ตะวันช่วยพับเสื้อผ้าให้อย่างคล่องแคล่ว เขาแซวทำเรียบร้อยราวกับผู้หญิง ตะวันเผลอคุยไปเรื่อยว่าแม่สอนให้ทำไว้เผื่อมีเย้ามีเรือน แล้วนึกได้ชะงักก้มหน้าพับเสื้อใส่กระเป๋าจนมากมาย ศักดิ์ระพีต้องบอกให้พอ ตะวันอ้างเผื่ออยู่หลายวัน ไม่ต้องห่วงทางนี้ตนจะดูแลพยับหมอกอย่างดี

“ท่าทางดีใจเหลือเกิน ไม่ชอบที่ฉันอยู่ที่นี่รึไง” ตะวันปฏิเสธ “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว นายต้องไปกับฉันด้วย ไปบ้านเดชาบดินทร์ คลองบางหลวง”

ตะวันตกใจมากไม่กล้าบอกว่าไม่อยากไป รุ่งเช้าจึงแกล้งป่วยลุกไม่ไหว เอี้ยงมาบอกศักดิ์ระพี แต่เขารู้ทันทำทีไปดูอาการแล้วแบกขึ้นบ่ามาใส่รถ เอี้ยงหน้าเหวอช่วยอะไรพี่ไม่ได้ ได้แต่ขึ้นรถไปด้วยอย่างหวั่นใจ

วันนี้เป็นวันฌาปนกิจท่านต้น คุณใหญ่นั่งมองรูปท่านต้นรำพึง “ดิฉันทำตามที่สัญญากับคุณพี่ไม่ได้ จนป่านนี้ยังหาตัวเด็กตะวันไม่พบ ตอนนี้ดิฉันมืดแปดด้าน คุณพี่ช่วยนำทางให้ดิฉันหาตัวตะวันพบด้วยเถอะคะ”

จู่ๆเกิดลมพัดแรงข้าวของปลิว คุณใหญ่แปลกใจ พอดีศักดิ์ระพีมาถึง ตะวันเห็นว่าเป็นงานศพท่านต้นก็รู้สึกเศร้าใจอย่างประหลาด เอ่ยปากขอร่วมวางดอกไม้จันทน์ด้วยคน ศักดิ์ระพีไม่สงสัยอะไรจึงอนุญาต...คุณใหญ่เดินรี่มาหา ตะวันกับเอี้ยงตกใจรีบหันหลัง ศักดิ์ระพีบอกพี่สาวว่าพาคนที่บ้านมาช่วยงาน สะกิดทั้งสองให้ไหว้คุณใหญ่ ตะวันสบตาเอี้ยงตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน หันมายกมือไหว้ เผอิญซ้อนเข้ามาบอกคุณใหญ่ว่าได้เรื่องแล้ว คุณใหญ่จึงขอตัวโดยไม่ทันมองหน้าตะวันเท่าไหร่ ตะวันโล่งใจ

ทั้งสองเลี่ยงออกมา เอี้ยงถามจะทำอย่างไรต่อไปไม่ให้คุณใหญ่เห็นหน้า ตะวันคิดว่าเราควรช่วยงานอยู่แต่ในครัว จะได้ไม่ต้องเจอใคร

ซ้อนรายงานคุณใหญ่ว่าสายแทงสามีตายตอนนี้ติดคุกเป็นเรื่องจริง ตะวันเคยไปเยี่ยมครั้งหนึ่งแล้วก็หายตัวไป คุณใหญ่ให้ซ้อนหาทางติดต่อสายในคุกเพื่อถามว่าตะวันอยู่ไหน พริ้มเพราแอบฟังไม่พอใจ คิดหาวิธีจัดการ

บารมีพาใจบุญมาร่วมงานศพ ศักดิ์ระพีต้อนรับ บารมีดันลูกให้อยู่เคียงคู่ศักดิ์ระพี แต่ใจบุญชะเง้อมองหาตะวันกับเอี้ยง พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นใจบุญนั่งติดศักดิ์ระพีก็ไม่พอใจคิดหาทางแกล้ง พอเห็นศักดิ์ระพีลุกเดินไปทางอื่น พร้อมมิตรแกล้งเดินชนเด็กเสิร์ฟน้ำหกราดตัวใจบุญให้ได้อาย แล้วทำทีขอโทษอ้างเป็นอุบัติเหตุ ตะวันกับเอี้ยงเห็นเหตุการณ์คิดเอาคืนให้ ตะวันออกโรงเองแกล้งยกถาดน้ำพริก เดินเข้าไปทำทีมีคนขัดขาล้ม น้ำพริกหกราดเสื้อผ้าพร้อมมิตรอย่างจัง พร้อมมิตรร้องกรี๊ดๆ ตะวันคว้าผ้าขี้ริ้วดำๆมาเช็ดหน้าผมให้ยิ่งเลอะกันใหญ่

“โอ๊ยเหม็น! แก...แกเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดหน้าฉันได้ยังไง แกแกล้งฉัน”

“อย่าถือสาเลยครับ มันเป็นอุบัติเหตุ จะบอกว่าแกล้งได้ยังไง ทีกรณีของคุณใจบุญ คุณพร้อมยังว่าเป็นอุบัติเหตุเลยหรือไม่เหมือนกัน”

พร้อมมิตรเถียงไม่ออก เข่นเขี้ยว “คอยดูนะ อาเล็กรู้เรื่องนี้ต้องเล่นงานแกแน่ๆ”

ตะวันทำหน้าละห้อยเตือนให้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะมันเหม็นมาก พร้อมมิตรโกรธกระแทกเท้าปึงปังออกไป ใจบุญรู้ว่าตะวันช่วยเอาคืนให้ แอบส่งยิ้มขอบคุณ...จิตรใสถามพร้อมมิตรว่าคนที่แกล้งเป็นใครหน้าเหมือนผู้หญิง พร้อมมิตรบอกว่าเป็นคนงานใหม่บ้านร่มรื่น

“ต๊าย...พวกบ้านนอกหรอกเหรอคะ”

“มันทำให้พี่ขายหน้า คอยดูนะ พี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่”

ในขณะที่นเรนทร์เมาอาละวาดเสียงดังในวัด

คุณใหญ่เข้ามาเอ็ดว่างานศพพ่อไม่ทันเผา ลูกชายคนเดียวทำตัวเป็นขี้เมาน่ารังเกียจ นเรนทร์ไม่พอใจที่โดนดุต่อหน้าเพื่อน เถียงออกไปว่าคุณใหญ่ไม่ใช่แม่แท้ๆไม่มีสิทธิ์มายุ่ง คุณใหญ่โกรธถ้าไม่เคารพกันก็กลับบ้านไป ไม่อยากเชื่อว่าสายเลือดดวงพรกับท่านต้นจะทำตัวแบบนี้

นเรนทร์เดินหงุดหงิดถีบโต๊ะเก้าอี้แถวนั้นล้มระเนระนาด พร้อมมิตรกับจิตรใสเข้ามาเยาะอย่าระบายอารมณ์กับของพวกนี้เลย ถ้าอยากระบาย ตนมีแผนให้ระบายได้สะใจ...

ด้านพริ้มเพรามาเอาเรื่องซ้อนคิดว่าเล่าความจริงให้คุณใหญ่ฟังแล้ว ทำเป็นร้องไห้ฟูมฟายที่ซ้อนไม่รักตน เสียแรงที่ตนรักและไว้ใจ ซ้อนใจอ่อนยวบบอก เพราะรักไม่เคยหักหลัง ถึงต้องทุกข์ทรมานทุกวันนี้ พริ้มเพราถามถ้าเช่นนั้นจะตามหาตัวเด็กตะวันทำไม ซ้อนบอกเป็นความประสงค์ของท่านต้น อยากตอบแทนที่ช่วยชีวิตคราวเรือชน พริ้มเพรายืนกรานจะให้คุณใหญ่เจอตะวันไม่ได้เด็ดขาด ซ้อนอึกอักแล้วจะรายงานคุณใหญ่อย่างไร

“ทำตามที่ฉันบอก ไม่งั้นซ้อนจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกเลย” พริ้มเพรายื่นไม้ตาย

ซ้อนไม่สบายใจที่พริ้มเพราให้บอกเธอก่อน

ถ้าเจอตะวัน ห้ามบอกคุณใหญ่ เธอสัญญาจะไม่ทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขท่านต้น แค่ไม่อยากเดือดร้อนกับเรื่องที่ผ่านมา

ooooooo

ใจบุญหลบมาร้องไห้มุมหนึ่งในวัด เอี้ยงเดินมาเจอปลอบไม่ควรทำตัวอ่อนแอ เธอยิ่งร้องหนักขึ้น เอี้ยงตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร นึกได้เอาวิธีปลอบน้องมาใช้ด้วยการเอาผ้าพันนิ้วเล่นเป็นตุ๊กตามือ จนใจบุญหัวเราะออกมาได้ แล้วเอี้ยงสอนให้รู้จักสู้อย่าให้ใครแกล้งฝ่ายเดียว

ใจบุญถามตาแป๋วว่าสู้อย่างไร สู้ไม่เป็น เอี้ยงตบหน้าผากตัวเอง ถามโตมาได้อย่างไร ใจบุญบอกว่าแม่สอนไม่ให้ใช้กำลัง เอี้ยงยิ้มขำๆอย่างเอ็นดู

ด้านตะวันกำลังช่วยยกของไปยังศาลา เจอนเรนทร์กับพวกเข้ามาหาเรื่อง พร้อมมิตรชี้หน้าว่าตะวันแส่มายุ่งเรื่องใจบุญทำไม ตะวันบอกว่าใจบุญเป็นเพื่อนตน พร้อมมิตรเยาะหยัน

“ใจบุญใฝ่ต่ำจริงๆลดตัวลงไปคบคนชั้นต่ำอย่างแกเป็นเพื่อน”

“ถ้าฉันเป็นคนชั้นต่ำ คุณก็ไม่ได้สูงไปกว่าฉันหรอก ชาติตระกูลสูงแต่จิตใจต่ำ”

“ปากดีนักนะ ไอ้คนไร้การศึกษา คนชั้นต่ำ นเรนทร์จัดการมันเลย”

นเรนทร์ โตและเกิดกรูเข้าทำร้ายตะวัน ตะวันสู้ยิบตา เจ็บจนทนไม่ไหว ในเมื่อทำตนเจ็บก่อน ตนจะไม่ทนอีก ตะวันคว้าไม้แถวนั้นหวดนเรนทร์กับเพื่อน พร้อมมิตรกับจิตรใสไปตามศักดิ์ระพีเข้ามาเห็นจังหวะนั้นพอดี เสียงเขาโกรธจัด “หยุดนะยอแสง!หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

ตะวันตกใจทิ้งไม้ ไม่คิดว่าพร้อมมิตรจะเล่นวิธีนี้ สองสาวยิ้มเยาะที่แผนการสำเร็จ นเรนทร์ร้องลั่น “อาเล็ก ...ช่วยผมด้วยครับ มันหาเรื่องผม ผมจะแย่แล้วครับ”

“โกหก! เห็นชัดๆว่าหมาหมู่” ตะวันสวน

ศักดิ์ระพีให้พอ แล้วดึงตะวันออกไป พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์สะใจ...ศักดิ์ระพีตำหนิตะวันให้มาช่วยงานกลับก่อเรื่อง ตะวันเสียใจ “ยอแสงไม่ได้ก่อเรื่อง คนพวกนั้นหาเรื่องก่อน พวกเขาว่ายอแสงเป็นคนชั้นต่ำบ้างล่ะ ไร้การศึกษาบ้างล่ะ พวกเขาดูถูก ยอแสงยอมไม่ได้”

“เขาว่าเป็นคนชั้นต่ำ ก็เลยต้องทำตัวต่ำตามที่เขาว่างั้นเหรอ ถ้ามีคนว่าเป็นโจรก็ต้องทำตัวเป็นโจรงั้นสิ”

ตะวันเคืองเขาจะรู้อะไรเมื่อเขามีแต่คนนับหน้าถือตา ศักดิ์ระพียกมือปราม อย่าเอาเรื่องชาติกำเนิดมาอ้าง จะดีเลวอยู่ที่ตัวเรา เรื่องชกต่อยตนพอดูออกว่าคนก่อเรื่องคือนเรนทร์ พร้อมมิตรกับนเรนทร์สร้างเรื่องตบตาตนไม่ได้ ตะวันดีใจที่เขาเชื่อว่าตนไม่ผิด ศักดิ์ระพีสวนว่าผิด! ผิดที่เอาน้ำพริกสาดใส่พร้อมมิตร ตะวันอ้างเธอแกล้งใจบุญก่อน เขาเอ็ด

“ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้ใหญ่ลงโทษ นายมีสิทธิอะไรไปทำร้ายคนอื่น...ฉันจะต้องลงโทษ”

ตะวันก้มหน้ารับผิด ศักดิ์ระพีชี้นิ้วไล่ให้ออกไปจากงานศพไม่ต้องขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ ตะวันตาโพลง “ไม่นะ คุณเล็กอย่าทำแบบนี้นะ ยอแสงจะวางดอกไม้จันทน์ให้ท่านต้น ยอแสงจะส่งท่านต้นไปสู่สุคติ”

ศักดิ์ระพียืนกรานนี่คือการลงโทษ ต้องสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป พูดจบศักดิ์ระพีเดินไป ตะวันพยายามฉุดรั้งขอร้องแต่เขาสะบัดตัวออกเดินหนี ตะวันทรุดลงร้องไห้เสียใจ

เมื่อถึงเวลาเผา ผู้คนเดินขึ้นเมรุวางดอกไม้จันทน์ ตะวันยืนมองอยู่ใต้ต้นไม้ไกลๆ ศักดิ์ระพีเห็นแต่ตัดใจไม่สงสารเป็นการลงโทษ ตะวันน้ำตาไหลรำพัน “ท่านต้น ...ตะวันขอโทษที่ไม่ได้ส่งท่านต้นไปสู่สุคติ ตะวันไม่ตั้งใจจะทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย”

ใจบุญนำดอกไม้จันทน์มายื่นให้ ตะวันปาดน้ำตามอง รู้ตัวว่าไม่ควรรับ ใจบุญบอกว่านพดลเล่าเรื่องให้ฟัง ท่านต้นคงอยากให้เธอร่วมส่งท่านไปสู่สุคติ ว่าแล้วก็ขอตัวกลับไปหาแม่ เอี้ยงเอาไฟแช็กมาจุดเผาดอกไม้จันทน์ให้ตะวันได้กราบส่งท่านต้นสู่สวรรค์ ตะวันรำพึง

“ตั้งแต่เกิดมา นอกจากแม่สายกับพ่ออินตาไม่มีใครดีกับตะวันเท่าท่านต้น ท่านใจดี ไม่รังเกียจชาวเรืออย่างเราแม้แต่น้อย...บนเมรุนั้นเป็นที่ของผู้ดี ตะวันไม่มีวาสนาได้ขึ้นไปเพราะไม่มีใครต้อนรับ ทุกคนรังเกียจชาวเรือจนๆ ขอให้ตะวันได้ส่งท่านที่นี่นะคะ ขอวิญญาณของท่านต้นไปสู่สุคติ ตะวันจะระลึกถึงท่านตลอดไปค่ะ” ตะวันก้มกราบไปทางเมรุที่มีควันไฟพวยพุ่ง

คุณใหญ่ยืนมองรูปท่านต้นน้ำตาไหลพราก “ลาก่อนค่ะ ขอให้คุณพี่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงเรื่องใดๆทางนี้ ดิฉันจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพี่ ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ค่ะ...ตะวัน หนูอยู่ที่ไหน ฉันจะได้พบหนูอีกรึเปล่า”

คุณใหญ่มองไปรอบเมรุ ในขณะที่พร้อมมิตรกับจิตรใสร้องไห้สร้างภาพให้ญาติๆเห็นว่าเสียใจ ส่วนนเรนทร์ยืนมองสีหน้าเบื่อหน่ายอยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆเต็มประดา

คืนนั้นศักดิ์ระพีค้างที่บ้านเดชาบดินทร์ ทำให้ตะวันกับเอี้ยงต้องอยู่ด้วย ตะวันเห็นศักดิ์ระพีเดินเล่นในสวนก็เข้าไปหา แต่เขากลับเมินหนี เธอรีบมาขวางหน้ายกมือไหว้อย่างสำนึกผิด

“ยอแสงคิดทบทวนดูแล้ว รู้ว่าตัวเองทำผิดจริงๆ คุณเล็กยกโทษให้ยอแสงด้วยเถอะครับ”

“ถ้าสำนึกได้จริง ฉันก็ยกโทษให้ แต่จำไว้เป็นบทเรียนนะยอแสง ใครจะพูดอะไรก็ช่าง สำคัญที่ตัวเราจะต้องไม่ทำตัวตกต่ำอย่างที่เขาว่า”

ตะวันได้ทีมีเรื่องขอร้อง ขอเรียนหนังสือเพื่อไม่ให้ใครดูถูกอีกว่าไม่มีการศึกษา ศักดิ์ระพีถามแล้วใครจะดูแลพยับหมอก สีหน้าเธอสลดลง เขาแย็บอย่าทำหน้าอย่างนั้น ตนชอบคนใฝ่รู้จะเก็บไปคิดดู ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณย้ำหนักแน่นถ้าตนเรียนจบจะทำงานหาเงินมาชดใช้เขาทุกบาททุกสตางค์ เขาแย้ง “ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้เรียน”

“โธ่...คุณเล็กอย่าเพิ่งดับฝันสิ ขอมีความหวังสักวันก็ยังดี” แล้วตะวันก็กระโดดดีใจ “ไชโย...ต่อไปจะไม่มีใครว่ายอแสงไร้การศึกษาแล้ว”

ศักดิ์ระพีมองขำๆอย่างเอ็นดู...พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นศักดิ์ระพีคุยกับตะวันเป็นนานสองนานก็ไม่พอใจ สองสาวต่างออกมาหาเขาพูดพร้อมกันว่านอนไม่หลับ ศักดิ์ระพีแนะให้สวดมนต์ เป็นสาวเป็นนางไม่ควรออกมาคุยกับผู้ชายค่ำมืด ตะวันแอบหัวเราะ สองสาวเจ็บใจไม่กล้ายื้อ เดินปึ่งๆกลับเข้าบ้าน ศักดิ์ระพีหันมาเห็นตะวันขำก็ทำตาดุใส่

สองสาวเดินบ่นเจ็บใจที่ยอแสงหัวเราะเยาะ จิตรใสแนะวันหลังให้หาเรื่องเล่นงานอีก ทันใดมีเสียงหมาหอนดังขึ้น สองสาวขนลุกซู่หันมองเห็นผีหน้าดำลอยมาก็ร้องลั่นวิ่งป่าราบเข้าห้องใครห้องมัน...เอี้ยงดับไฟฉายที่ใช้ส่องหน้า หัวเราะร่าสมน้ำหน้าที่มาแกล้งตะวัน

ooooooo

หลายวันต่อมา บารมีท้าแข่งม้าพยับหมอก ศักดิ์ระพีบอกยอแสงว่า ถ้าเราแพ้เราจะเสียพยับหมอก แต่ถ้าชนะจะได้ม้าเพิ่มอีกตัว ตะวันรับรองจะไม่ให้แพ้ใคร ท่าทางเธออึดอัดใจที่ศักดิ์ระพีไม่พูดถึงเรื่องเรียนอีก จึงคิดจะเอาเรื่องแข่งม้าทำให้ตัวเองและเอี้ยงได้เรียนหนังสือ

คุณใหญ่หวั่นใจเพราะช่วงหลังมานี่เสียม้าไปหลายตัว ศักดิ์ระพีรับรองว่าครั้งนี้จะไม่เสียพยับหมอก คุณใหญ่งงเรามีม้าชื่อนี้ด้วยหรือ เขาขำก่อนจะบอกว่า

“พยับหมอกก็คือแอนโทนี่ครับ จ๊อกกี้คนใหม่ที่ชื่อยอแสงตั้งให้ คนที่พี่ใหญ่เจอในงานท่านต้นไงครับ”

คุณใหญ่จำไม่ได้ พอดีเอี้ยงวิ่งมาแล้วชะงักหลบตาคุณใหญ่ ศักดิ์ระพีถามว่ายอแสงพร้อมหรือยัง เอี้ยง อึกอักๆบอกยังไม่พร้อม เขาแปลกใจแต่เห็นท่าทีเอี้ยงแล้วรู้ทัน หันบอกคุณใหญ่รอสักครู่ตนจะไปปราบคนพยศ

มาถึงคอกม้า เห็นตะวันจับพยับหมอกเป็นตัวประกันมีมีดจ่อคอ ศักดิ์ระพีเอ็ดไม่ใช่เวลาเล่น ตะวันบอกตนไม่ได้เล่น ในเมื่อเขาไม่ทำตามสัญญาเรื่องเรียนหนังสือ ศักดิ์ระพีต่อรองให้ไปแข่งม้าเสร็จก่อนค่อยคุยกัน ตะวันไม่ยอมขอคุยก่อน

“ยอแสงต้องการสองข้อ ข้อหนึ่ง...ยอแสงกับนพดลอยากเรียนหนังสือในโรงเรียนที่เราเลือกเอง ข้อสอง... ยอแสงขอกลับไปนอนที่เรือนพักคนงานเหมือนคนอื่นๆ ถ้าคุณเล็กไม่ยอม ยอแสงไม่ลงแข่ง” ยอแสงขยับมีดที่จ่อคอพยับหมอกขู่

ศักดิ์ระพีมองอย่างประเมินว่าไม่กล้าทำ ยิ้มอย่างรู้ทันแล้วบอกว่าตนจะให้ข้อเดียวแต่มีข้อแม้ว่าต้องแข่งชนะ ตะวันโวยเขากำหนดเองได้อย่างไร เขาเสียงเข้ม “ทีนายยังกำหนดเองได้เลยฉันยอมให้ข้อเดียวเท่านั้น แต่จะเป็นข้อไหน ฉันจะบอกหลังจากที่นายแข่งชนะ ย้ำว่าต้องชนะเท่านั้น ถ้านายแพ้นายจะไม่ได้อะไรเลย”

เอี้ยงกระซิบกับตะวันว่าข้อเดียวดีกว่าไม่ได้เลย ศักดิ์ระพีแกล้งยุอยากทำอะไรก็ทำ ตะวันเสียงอ่อยไม่เสียดายพยับหมอกหรือ เขาชักปืนออกมาเล็งไปที่ม้า “ถ้านายไม่กล้า ฉันจะช่วย...ที่นี่ฉันเป็นคนตั้งกฎ ถ้ามีปัญหาก็ตายทั้งคนทั้งม้า”

“พยับหมอก เอ๊ย แอนโทนี่เป็นม้าดีหายากนะ...” ตะวันชักกลัว ศักดิ์ระพียิงเปรี้ยงลงพื้น ตะวันสะดุ้งลนลาน “หยุดๆๆยอแสงยอมแล้ว ข้อเดียวก็ข้อเดียว”

ศักดิ์ระพีแอบยิ้ม...ตะวันขี่ม้าเข้ามาประจำที่ โดยมีม้าแข่งทั้งหมดสี่ตัว ตะวันลูบแผงคอกระซิบกับพยับหมอก “ฉันแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ฉันเชื่อใจแกพยับหมอก”

คุณใหญ่อยู่บนที่นั่งคนดู บารมีเย้ยว่าถ้าแพ้ต้องเสียพยับหมอกม้าพันธุ์หายากให้กับตน คุณใหญ่มั่นใจว่าปีนี้ตนจะไม่เสียม้าอีก ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาชี้ให้คุณใหญ่ดูพยับหมอกกับยอแสง คุณใหญ่ตะลึงกับท่วงท่าการขี่ช่างเหมือนดวงพรไม่มีผิด

ใจบุญแอบเชียร์พยับหมอกมากกว่าม้าตัวเองแล้วตะวันก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเธอควบม้าตีขึ้นมานำม้าทุกตัวและเข้าเส้นชัยไปอย่างขาดลอย เอี้ยงร้องลั่นว่า...เรี่ยมเลย

ตะวันลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม คุณใหญ่ปรี่เข้าไปถามว่าชื่อตะวันใช่ไหม เอี้ยงรีบบอกว่าไม่ใช่ พี่ตนชื่อยอแสง คุณใหญ่ซักถามยกใหญ่เป็นชาวเรือกระแชงใช่ไหม พ่อชื่ออะไร แม่ชื่อแสงใช่ไหม ตะวันอึกๆอักๆคิดคำตอบโดยเร็ว ว่าตนเป็นชาวเมืองสิงห์ พ่อชื่อปัญญาแม่ชื่อเรณู

“ฉันคุ้นตา เหมือนเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน”

ตะวันบอกคุณใหญ่จำผิดคน คุณใหญ่อยากเจอพ่อแม่ ศักดิ์ระพีเห็นด้วย ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันยังไม่รู้จักพ่อแม่ของทั้งสองเลย ตะวันอึกอักสบตาเอี้ยงจะหาทางออกอย่างไรดี

ooooooo

ซ้อนมีคนรู้จักเป็นนักโทษติดคุกเดียวกับสายชื่อเขียว พริ้มเพราให้ใช้เขียวทำให้สายยอมบอกว่าตะวันอยู่ไหน...เขียวเป็นนักโทษแก๊งโหดจับสายกดน้ำถามลูกสาวอยู่ที่ไหน สายสำลักน้ำปางตายละล่ำละลักปฏิเสธไม่รู้จริงๆ

เมื่อซ้อนมารายงานพริ้มเพรา เธอร้อนรนนั่งไม่ติด ตราบใดที่สายยังมีชีวิตอยู่ สักวันตนอาจเดือดร้อน ซ้อนไม่เห็นด้วยถ้าต้องถึงกับฆ่าคน โหดเหี้ยมเกินไป พริ้มเพราแค้นใจแอบมาหาเขียวที่คุกด้วยตัวเอง บอกเขียวว่าซ้อนไม่ว่างจึงมาเองเพราะอยากให้งานเสร็จโดยเร็ว

เขียวได้รับคำสั่งให้ฆ่าสาย เขียวบุกเข้าจับสายบอกวันนี้เป็นวันตายเธอ พรุ่งนี้จะเป็นวันตายตะวัน สายได้ยินเช่นนั้นฮึดสู้จะไม่ยอมให้ใครทำอะไรตะวัน จับเขียวบีบคออย่างบ้าคลั่ง นักโทษร้องเรียกผู้คุมมาช่วย สายคุ้มคลั่งทำร้ายผู้คุมแล้ววิ่งหนีเตลิดแหกคุกออกมา...

ด้านตะวันพยายามทวงสัญญาจากศักดิ์ระพีที่ตนขี่ม้าชนะไม่ต้องเสียพยับหมอกแถมได้ม้าใหม่อีกตัว ศักดิ์ระพีแกล้งจำไม่ได้ ตะวันโอดโอย ว่าลูกผู้ชายเขาไม่ลืมสัญญากัน

“โธ่...ขอแค่ได้เรียนหนังสือเท่านั้น ยอแสงสัญญาจะดูแลพยับหมอกให้ดีที่สุด เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยก็ได้”

ศักดิ์ระพีหลุดหัวเราะออกมาบอกไม่ลืมแล้วถามเธออยากได้สัญญาข้อไหน ตะวันขอทั้งสองข้อ เขาโวย “โลภมาก งั้นฉันตัดสินเอง ฉันให้นายกับนพดลเรียนหนังสือ...”

ตะวันดีใจผิวปากส่งสัญญาณ เอี้ยงกับใจบุญวิ่งเข้ามา ใจบุญเอาเอกสารสมัครเรียนที่เดียวกับตนให้ศักดิ์ระพีเซ็น เขาขำที่ทั้งสามเตี๊ยมกันไว้ ยอมเซ็นแต่โดยดี ทั้งสามร้องเย้...เรี่ยมเลย ตะวันแย็บถ้าได้ทั้งสองข้อก็ดี เขาเขกหัวเธอ ให้ข้อเดียว เธอต้องนอนห้องเดียวกับเขาแล้วนึกได้ ชี้นิ้วสั่งอย่างจริงจัง “แล้ววันจันทร์หน้าอย่าลืมพาผู้ปกครองมาหาฉันกับพี่ใหญ่ล่ะทั้งสองคน”

ตะวันกับเอี้ยงเครียดคิดหาวิธีทำให้คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีเลิกสงสัย สุดท้ายได้คนขายของเก่ามาสวมรอยเป็นแม่ เอี้ยงประหม่าแนะนำสับสนว่าแม่ชื่อปัญญา พ่อชื่อเรณู ตะวันต้องแก้ไขให้ ศักดิ์ระพีถามเจอแม่ได้อย่างไรและที่ไหน ตะวันบอกว่าแม่มาส่งของที่ตลาดพอดี แต่พอถูกซักมากเข้าชักเขว ศักดิ์ระพีถามแม่ทำอาชีพอะไร ตะวันกับเอี้ยงตอบพร้อมกัน แต่คนละอาชีพ คือทำนากับทำสวน ทั้งศักดิ์ระพีและคุณใหญ่จ้องมอง ตะวันกลบเกลื่อน

“ทำนาแต่ทำสวนหลังบ้านไปด้วย ครอบครัวเรายากจน ถ้าไม่ทำหลายอย่างก็ไม่พอกิน”

คุณใหญ่ปลื้มคงเพราะมีแม่ขยัน ลูกๆถึงเป็นเด็กเอาการเอางาน คุณใหญ่หันไปปรึกษาศักดิ์ระพีว่าให้แม่ของยอแสงเข้ามาอยู่ด้วยจะได้อยู่พร้อมหน้า ทั้งสามปฏิเสธพร้อมกัน...ไม่ได้

“ทำไมล่ะ ไม่อยากให้แม่มาอยู่ด้วยกันเหรอ” ศักดิ์ระพีดักคอ

ตะวันทำหน้าเศร้าบอกใครๆก็อยากอยู่กับแม่ทั้งนั้น แต่แม่ต้องกลับไปดูแลสวน ทิ้งไว้จะมีคนมาขโมย แม่ปลอมเออออใช่ๆแล้วรีบลากลับไปเก็บผักดื้อๆ ตะวันขออนุญาตไปส่งแม่ คุณใหญ่งงทำไมต้องรีบร้อน ศักดิ์ระพีมองอย่างสงสัย

ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณแม่ปลอม เธอแปลกใจคุณๆทั้งสองไม่เห็นดุอย่างที่บอก ตะวันบอกคนผู้ชายดุสุด ไม่พอใจเฆี่ยนด้วยหวายแช่ฉี่ทารุณสารพัด วันดีคืนดีจับตนล่ามโซ่ช็อตไฟฟ้า เอี้ยงสะกิด มากไปๆ ตะวันแค่อยากให้แม่ปลอมเชื่อว่าพวกตนไม่มีทางไปต้องทนทำงานที่นี่

ศักดิ์ระพีรู้สึกว่ายอแสงกับนพดลปกปิดบางอย่าง แต่คุณใหญ่เห็นถึงความฉลาดของเด็กทั้งสองอยากอุปการะให้เรียนถึงที่สุด ศักดิ์ระพีรู้สึกว่าพี่สาวเอ็นดูยอแสงมากจึงคิดยกให้

“อย่ามาพูดเล่นกับพี่นะ พี่ถูกชะตากับยอแสง ถ้ายกให้จะมาขอคืนทีหลังไม่ได้นะ”

ศักดิ์ระพียิ้มอย่างพอใจถือเป็นบุญของเด็กทั้งสอง ...ในขณะที่สายหนีออกจากคุกมาด้วยสภาพหน้าตาฟกช้ำ ขโมยเสื้อชาวบ้านที่ตากมาเปลี่ยนอำพรางตัวมาถึงที่จอดเรือกระแชง พอดีได้ยินชาวเรือคุยกันเรื่องตัวเองแหกคุก ตำรวจตามจับก็หวาดหวั่นไม่กล้าไปที่เรือ รีบหนีไปจากตรงนั้น เดินกระเซอะกระเซิงมาตามถนนใกล้ถึงบ้านเดชาบดินทร์ หวังมาหาตะวัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ชาช่า” จิกส้นสูงขึ้นคร่อมลุยตบ "นนนี่" ถีบตกน้ำใน ละคร "เรือนสายสวาท"

“ชาช่า” จิกส้นสูงขึ้นคร่อมลุยตบ "นนนี่" ถีบตกน้ำใน ละคร "เรือนสายสวาท"
16 ก.พ. 2563
19:01 น.