ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พริ้มเพรามีอาการทางประสาท กลัวถูกนเรนทร์ฆ่า ซุกตัวอยู่แต่ในห้อง คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีแปลกใจขึ้นมาดู เห็นนอนคลุมโปงก็ไม่อยากรบกวน แต่สงสัยทำไมทุกคนในบ้านทำตัวแปลกๆ ศักดิ์ระพีบอกคนอื่นไม่น่าห่วงเท่ายอแสง คุณใหญ่ใจเสียไม่รู้ยอแสงหายตัวไปไหน

พริ้มเพราได้ยินทั้งสองคุยกันก็หวาดผวา คิดว่านเรนทร์คงฆ่ายอแสงไปแล้ว คนต่อไปคงเป็นตนแน่ เริ่มตัวสั่นหวาดกลัว

เรือกระแชงของอินตาถ่อมาเทียบท่าวัดประยูร มีเสียงเพลงงานวัดครึกครื้น ตะวันเดินเที่ยวในงานวัด บรรยากาศทำให้คิดถึงความหลัง คิดถึงศักดิ์ระพี ตะวันเข้ามากราบพระในวิหาร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณใหญ่ ศักดิ์ระพีและทุกคนในบ้านเดชาบดินทร์ ขณะเดียวกันนเรนทร์ยืนจ้องรูปท่านต้นในห้องพระด้วยสายตาแข็งกร้าวระเบิดอารมณ์

“พ่อรู้ใช่ไหมว่าใครคือลูกแม่ดวงพร พ่อรู้มาตลอดใช่ไหมว่านังตะวันกับนังยอแสงคือคนคนเดียวกัน ผมผิดหรือที่เกิดมาบนโลกนี้ ผมผิดหรือที่หวงแหนสมบัติที่มันควรเป็นของผม ไม่เคยมีใครรักผมจริงสักคน พ่อก็เหมือนทุกๆคนที่ไม่เคยรักผมเลย...เพราะพ่อเปลี่ยนพินัยกรรม พ่อทำให้ทุกคนต้องตาย พ่อเป็นฆาตกร! พ่อเป็นคนฆ่าทุกคน!ไอ้ฆาตกร!แกเป็นฆาตกร!”

กลางดึกพริ้มเพราแอบย่องหนีออกจากบ้านพึมพำราวคนเสียสติว่าต้องไปบอกตำรวจ ต้องหยุดปีศาจในบ้านเดชาบดินทร์ ไม่ทันไรเจอนเรนทร์ยืนตาเขียวตวาดถามจะไปไหน เธอสะดุ้งโหยงพูดไม่ออก นเรนทร์กระชากผู้เป็นป้าราวคนบ้าคลั่งถามอีกครั้งจะไปไหน พริ้มเพราสติแตกโวยวายร้องให้คนช่วยว่านเรนทร์จะฆ่าตนๆ นเรนทร์บีบคอแน่นตะคอก

“ป้านั่นแหละฆ่าผม! ป้าฆ่าทุกคน! ป้าพริ้มทำให้ผมเป็นฆาตกร” พริ้มเพราเริ่มหายใจไม่ออกร้องขอชีวิต เขาสำรอก “กลัวตายด้วยหรือ ทีทำร้ายคนอื่นไม่เห็นกลัว ผมกลายเป็นปีศาจเพราะป้าเป็นคนสร้างผมขึ้นมา ผมจะทำร้ายป้าให้รู้จักความน่ากลัวที่แท้จริง”

นเรนทร์ลากพริ้มเพรามาที่โกดังเก็บศพที่เธอเคยเอาสายมาขังจนเป็นบ้า พริ้มเพราร้องลั่นหวาดกลัวยกมือไหว้ขอร้องหลานที่เลี้ยงมากับมือว่ากลัวแล้วๆ โตกับเกิดมาช่วยกันเอาตัวพริ้มเพราลงไปนอนในโลงปิดฝา พริ้มเพราร้องกรี๊ดๆทั้งข่วนทั้งดิ้นนิ้วเลือดซิบ ภาพตอนตนทำร้ายสายผุดขึ้นราวกรรมตามสนอง จนสลบแน่นิ่งไป... นเรนทร์สั่งโตและเกิดเฝ้าพริ้มเพราไว้ ตัวเขาจะไปฆ่าทุกคนที่ขวางทาง รวมทั้งตะวันที่จะมาแย่งสมบัติ

วันนี้ตะวันลงมือทำน้ำพริกมะขามให้อินตากับสายเอง สายคิดถึงนเรนทร์น้ำตาไหลรีบเช็ดกลบเกลื่อนว่าพริกเข้าตา แต่อินตารู้ทัน...บ่ายวันนั้นสายแอบพายเรือเล็กจะไปดูนเรนทร์ อินตารีบมาห้ามเกรงพริ้มเพราเห็นแต่สายขอร้องขอเห็นลูกสักนิด อินตาจึงไปด้วย

พริ้มเพราร้องไห้เสียใจจนเกิดภาพหลอนเห็นซ้อนมานอนอยู่ข้างๆก็ตกใจร้องกรี๊ดๆ โตกับเกิดรีบเข้ามาดูเห็นพริ้มเพรานอนนิ่งเหมือนคนตายก็ใจเสีย

กลัวความผิดพากันหนีไป พริ้มเพราลืมตาโพลงลุกขึ้นวิ่งกลับบ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างนั้นสายกับอินตากำลังมองหานเรนทร์ เห็นพริ้มเพราวิ่งร้องเหมือนคนเสียสติมาที่หลุมศพซ้อน เธอใช้มือขุด พร่ำรำพันว่าอย่าโกรธตน ตนจะเอาศพเขาขึ้นมาเผา จะได้ไปสู่สุคติไม่มาหลอกหลอนตนอีก อินตากับสายมองอย่างเวทนา

ศักดิ์ระพี คุณใหญ่และเติมได้ยินเสียงวิ่งมาที่ท้ายสวน เห็นพริ้มเพรากำลังขุดดินก็แปลกใจเข้าไปหา เธอตกใจท่าทางหวาดผวาเต็มที่ เห็นเติมเป็นละม่อม วิ่งหนีมาทางศักดิ์ระพี ก็เห็นเขาเป็นท่านต้น เธอถลาถอยมาทางคุณใหญ่กลับเห็นเป็นดวงพร สติพริ้มเพราแตกกระเจิง เกิดภาพหลอนว่าซ้อนยื่นมือจากหลุมมาจับขาเธอไว้ ชวนไปอยู่ด้วยกัน เสียงท่านต้นต่อว่าเธอเนรคุณ

“ท่านต้น...ฉันผิดไปแล้วที่วางยาท่านต้น ฉันขอโทษ” เสียงดวงพรต่อว่าที่ปล่อยให้ตนตายแล้วยังทำร้ายลูกตน “ดวงพร...อย่ามาหลอกหลอนฉันเลย” พริ้มเพรายกมือไหว้ เสียงซ้อนกับละม่อมทวงชีวิต เธอผวา “อย่านะละม่อมซ้อน ฉันไม่ได้ฆ่าแกสองคน นเรนทร์เป็นคนฆ่า”

คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีตกใจกับคำสารภาพของพริ้มเพรา พริ้มเพราพร่ำขอโทษ ศักดิ์ระพีถามหานเรนทร์ เธอมีท่าทางหวาดกลัวมากขึ้น “นเรนทร์เป็นปีศาจ นเรนทร์ฆ่าละม่อม ฆ่าซ้อน ยกโทษให้ฉันด้วย ฉันกลัวแล้ว ฉันกลัวแล้ว...” สิ้นเสียงพริ้มเพราล้มลงหมดสติ

อินตากับสายแอบมองนึกเวทนาบาปกรรมที่ทำร้ายพวกตนตามสนองแล้ว...ทั้งคุณใหญ่และศักดิ์ระพีพาพริ้มเพราเข้ามานอนในบ้าน ทั้งสองไม่คิดว่าสองป้าหลานจะกระทำการเลวร้ายทั้งหมด คุณใหญ่ฉุกคิดว่านเรนทร์จะเกี่ยวข้องกับการหายไปของยอแสง อินตากับสายได้ยินใจหายเป็นห่วงตะวันในทันที ศักดิ์ระพีหันมาเห็นอินตากับสายวิ่งไปจึงรีบตาม

ในขณะที่นเรนทร์กลับมาที่โกดังเก็บศพโตกับเกิดละล่ำละลักรายงานว่าพริ้มเพราเป็นบ้าไปแล้ว นเรนทร์โกรธครุ่นคิดแผนร้ายต่อไป...อินตามีลางสังหรณ์ไม่ดีเป็นห่วงตะวันอย่างมาก ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่ตามมาติดๆ

ระหว่างนั้นตะวันนั่งซ่อมเสื้อผ้าที่ขาดให้พ่อกับแม่ นเรนทร์เดินกร่างเข้ามาพร้อมโตกับเกิด ฉุดลากตะวันออกไป เธอต่อสู้ดิ้นรนสุดแรง อินตากับสายมาถึงเห็นข้าวของเกลื่อนกลาด เดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือนเรนทร์แน่ ทั้งสองรีบออกไปตามหา ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่สะกดรอยตาม

นเรนทร์เอาตัวตะวันมาที่เพิงร้างที่มักมาสูบฝิ่น ตะวันดิ้นรนถามจับตนมาทำไม นเรนทร์เสียงกร้าวใครที่คิดแย่งสมบัติของตนต้องตาย ตะวันพยายามบอกว่าตนไม่คิดจะกลับไปที่เดชาบดินทร์อีก ตนอยากอยู่เรือกระแชงกับพ่อแม่ นเรนทร์ตวาด

“ฉันไม่เชื่อแก ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น!แกตาย!” นเรนทร์ชักมีดออกหมายจะแทงตะวัน

ตะวันดิ้นต่อสู้จนหลุดวิ่งหนีออกจากเพิง นเรนทร์ตามมาจิกผมจนหน้าหงายล้มลง อินตากับสายมาถึงปราดเข้าปกป้องตะวันไว้ นเรนทร์โกรธสั่งโตกับเกิดจัดการ ทั้งสองสู้อินตาไม่ได้ถูกน็อกคนละหมัดสลบไป อินตาหันมาขอร้องนเรนทร์ให้ปล่อยตะวัน สายพร่ำขออย่าทำร้ายใครอีก ตนรับรองว่าเขาจะได้สมบัติทั้งหมด

“โกหก!พวกแกรักนังยอแสงยิ่งกว่าลูกของแก พวกแกโกหกฉันมาตลอด ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น” นเรนทร์กราดเกรี้ยว

“ปล่อยยอแสงไปซะนเรนทร์...พ่อยอมให้แกทำร้ายยอแสงไม่ได้ ถ้าไม่หยุดแกจะต้องเจ็บตัว พ่อไม่อยากทำร้ายแก”

ตะวันกัดแขนนเรนทร์ดิ้นเอาตัวรอดออกมาได้ นเรนทร์หันมาสู้กับอินตาแต่สู้ไม่ได้ถูกอินตาบิดข้อมือจนมีดหล่น จึงใช้เล่ห์เอาความรักของพ่อ บอกตนผิดไปแล้ว ตนสำนึกผิดแล้ว อินตาใจอ่อนปล่อยลูกทรุดลงกอด

“พ่อขอโทษ พ่อผิดเอง พ่ออยากให้ลูกสบาย แต่ไม่คิดเลยว่าคนบ้านเดชาบดินทร์จะทำให้ลูกเป็นอย่างนี้ กลับตัวกลับใจเสียเถอะนะนเรนทร์”

ตะวันงงกับคำพูดของอินตา สายจะพาตะวันกลับ นเรนทร์ฉวยโอกาสคว้าไม้ฟาดอินตาอย่างแรงจนล้มลง แล้วกระหน่ำเตะอีกหลายครั้ง สำรอกออกมา “ไอ้โง่ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง แกคิดว่าเป็นพ่อฉันเหรอ ไม่มีวันหรอกฉันคือนเรนทร์ เดชาบดินทร์ ฉันเป็นลูกชายคนเดียวของท่านต้น ฉันไม่นับคนอย่างพวกแกเป็นพ่อแม่ของฉัน”

อินตาเจ็บหนักลุกไม่ขึ้น นเรนทร์ถือมีดแกว่งเข้าหาตะวัน สายรีบเข้าไปขวางขอร้องอย่าทำอะไรตะวัน นเรนทร์ไม่ฟังกระชากสายเหวี่ยงล้มลง ตะวันจะไปช่วยสาย แต่ถูกนเรนทร์ดึงตัวไว้เอามีดจ่อคอกดลงจนเลือดซิบ สายร่ำไห้ขอร้องอย่าทำร้ายใครอีก ทันใดศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่ตามมาถึง ศักดิ์ระพีเข้าดึงนเรนทร์ออกมาชกล้มลง คุณใหญ่ประคองตะวันดึงออกห่าง

นเรนทร์กราดเกรี้ยว “แส่นักนะ...ไอ้ศักดิ์ระพี แกตาย!”

นเรนทร์พยายามแทงศักดิ์ระพีและสั่งโตกับเกิดจับตะวันกับคุณใหญ่ไว้ เกิดการสู้ชุลมุน ศักดิ์ระพีพะว้า พะวังเป็นห่วงคุณใหญ่กับตะวัน นเรนทร์ฉวยโอกาสแทง เขาหลบทันเฉียดแขนเลือดสาด นเรนทร์ไม่รอช้าเตะและปรี่เข้าจะแทงซ้ำ ตะวันวิ่งเข้าไปขวาง โดนมีดแทงเข้าที่อกด้านขวา ล้มลงในอ้อมกอดศักดิ์ระพี นเรนทร์หัวเราะร่าสะใจ ศักดิ์ระพีโกรธมาก

“นเรนทร์ แกทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!” ศักดิ์ระพีเตะมีดในมือนเรนทร์กระเด็นไปแล้วโถมเข้ากระหน่ำชกนเรนทร์ไม่ยั้งจนสะบักสะบอม คุณใหญ่ต้องห้าม

ศักดิ์ระพีหันมาอุ้มตะวัน พร่ำบอกให้เธออดทนไว้ ตนจะพาไปโรงพยาบาล...อินตากับสายหันมองนเรนทร์ที่นอนกองอยู่อย่างห่วงใย

ooooooo

ถึงโรงพยาบาล ศักดิ์ระพีอุ้มตะวันวิ่งเรียกหาหมอลั่น ตะวันปรือตาพยายามพูดก่อนจะหมดสติ

“อาเล็ก...ยอแสงมีเรื่องจะบอกอาเล็ก ยอแสงกับตะวันเป็นคนเดียวกัน”

ศักดิ์ระพีตะลึงกอดเธอไว้แน่นพร่ำบอก “เธอต้องไม่เป็นไร เธอต้องปลอดภัย อดทนไว้ อารักยอแสง... ได้ยินไหมอาเล็กรักยอแสง!”

อีกมุมของโรงพยาบาล อินตากับสายประคองนเรนทร์มาขอให้พยาบาลช่วย พยาบาลเห็นอินตาเจ็บหนักไม่น้อย อินตาขอร้องให้ช่วยลูกตนก่อน นเรนทร์ยังขัดขืนผลักไสทั้งสองให้ออกห่าง มองไปเห็นตำรวจก็ร้องโวยวายขึ้น

“ตำรวจ...มาจับสองคนนี้ที มันเป็นฆาตกรฆ่าคน ตำรวจมาจับมันเร็ว มันจะฆ่าผม”

อินตาตกใจดึงสายหนี สายละล้าละลังเป็นห่วง นเรนทร์ตวาดพยาบาล “รีบรักษาฉันสิ ฉันคือนเรนทร์ เดชาบดินทร์นะ ฉันมีเงินจ่ายพวกแกไม่อั้น พวกแกต้องรักษาฉันให้ดีที่สุด”

พอเอี้ยงรู้เรื่องก็รีบมาที่โรงพยาบาล หมอออกมาบอกว่าตะวันเสียเลือดมาก ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องรอดูอาการ เอี้ยงขอเข้าไปเยี่ยม แต่หมอขอให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมจะดีกว่า...เพราะตะวันโดนแทงที่อกด้านขวา ทำให้คุณใหญ่เห็นปานแดงรูปหัวใจ เธอดีใจมากที่ยอแสงคือลูกของดวงพร ทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่พร่ำบอกให้ยอแสงฟื้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเอง

จวบจนฟ้าสว่าง นเรนทร์นอนเจ็บอยู่ในห้องคนไข้ ท่าทางเขาเหมือนมีอาการทางจิต พร่ำพูดแต่จะต้องกลับไปเอาสมบัติที่บ้านเดชาบดินทร์ เขาเดินมาเปิดประตูเห็นตำรวจเดินคุยมากับพยาบาลก็หวาดผวา รีบหนีออก ไปอีกทาง...คุณใหญ่รู้เรื่องหวั่นใจว่าคนที่บ้านจะไม่ปลอดภัย

เอี้ยงมาส่งข่าวใจบุญ เธอตกใจมากเข้าบ้านหยิบกระเป๋าจะตามไปเยี่ยม บารมีออกมาเจอเอี้ยง ด่าว่าหน้าด้านหน้าทนไม่เลิกยุ่งกับลูกสาวตนเสียที เอี้ยงพยายามบอกว่าตอนนี้ตนกับใจบุญมีแต่ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน บารมีไม่เชื่อ เหยียดว่าเป็นเพื่อนก็ไม่คู่ควร แล้วไล่ตีให้ออกไป

“ระวังครับ คุณบารมีไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือครับ” เอี้ยงเป็นห่วง

บารมีหัวเราะเยาะ “ฮึๆ ฉันจะบอกให้เอาบุญ ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ฉันรู้จักใจบุญดียังไงลูกสาวก็รักฉัน ยิ่งคิดว่าฉันไม่สบาย ยิ่งไม่กล้าขัดใจ”

“คุณหลอกใจบุญ คุณทำแบบนี้ทำไม รู้ไหมว่าใจบุญเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องบากหน้าเข้าไปขอความเห็นใจ ทั้งที่รู้ว่าอาเล็กไม่ได้รัก”

“แล้วแกรู้ไหมว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าใจบุญจะรักกับคนอย่างแก”

เอี้ยงเสียใจก้มหน้านิ่งพูดอะไรไม่ออก ใจบุญก้าวเข้ามาน้ำตานองหน้า ไม่คิดว่าแม่จะใช้ความรักของตนหลอกตน แม่คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่รู้เลยว่าทำให้คนต้องเสียใจกี่คน ใจบุญประกาศจะไม่เชื่อแม่อีก ว่าแล้วก็วิ่งหนีออกไปไม่สนใจว่าบารมีจะเป็นลม บารมีเสียใจมาก...เอี้ยงถามใจบุญแน่ใจหรือจะไม่กลับไปดูแลแม่ เธอตัดสินใจจะทำสิ่งที่ถูกต้องเสียที

บ่ายวันนั้นสายกับอินตาแอบมาเยี่ยมตะวัน แต่เห็นพยาบาลอยู่ในห้องจึงถอยกลับ คุณใหญ่มาพอดีจำทั้งสองได้ อินตากับสายปัดว่าเธอจำคนผิด แต่พอพยาบาลออกมาบอกว่าคนไข้ฟื้นก็เผลอดีใจ คุณใหญ่ให้ทั้งสองเข้าไปเยี่ยมด้วยกัน เพราะต่างเป็นห่วงตะวันเหมือนกัน

พอตะวันเห็นอินตาและสายมากับคุณใหญ่ก็ดีใจมาก รีบถามอาการอินตาอย่างห่วงใย คุณใหญ่ขอให้อินตากับสายบอกความจริงเสียที...อินตาเล่าถึงวันที่ดวงพรคลอดลูกวันเดียวกับสาย พริ้มเพรามาขอแลกเด็กเพราะท่านต้นอยากได้ลูกชาย พวกตนอยากให้ลูกสบายจึงยอม

ตะวันฟังแล้วน้ำตาร่วง เพราะเหตุนี้นเรนทร์ถึงเกลียดและอยากฆ่าตน อินตากับสายร่ำไห้ขอโทษ ตะวันหันมากราบคุณใหญ่ขอโทษที่ตัวเองปิดบังชื่อจริงเช่นกัน คุณใหญ่มีความสุขที่ได้สายเลือดที่แท้จริงของเดชาบดินทร์คืนมา เธอชวนให้อินตาและสายอยู่ด้วยกัน ทั้งสองละอายใจ ตะวันยืนกรานว่าพ่อแม่อยู่ที่ไหนตนจะไปอยู่ด้วย ทั้งสองจึงยอมจำนน

ศักดิ์ระพีเดินมาเห็นใจบุญนั่งอยู่จึงทักทาย ใจบุญรวบรวมความกล้ากราบขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ศักดิ์ระพีห่วงความรู้สึกบารมี

“คุณแม่กับใจบุญต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับความจริงค่ะ การเห็นแก่ตัวของเราสองคนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากเกินพอแล้ว ใจบุญอยากแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องค่ะ” ศักดิ์ระพีถามอะไรคือความถูกต้อง “อาเล็กควรได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่อาเล็กรักค่ะ ใจบุญกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองแล้ว อาเล็กก็ควรจะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง รักใครก็อย่าเก็บไว้ในใจ บอกเขาคนนั้นให้รู้ด้วยเถอะนะคะ” ใจบุญยิ้มให้กำลังใจ ศักดิ์ระพียิ้มตอบเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ

ใจบุญกลับมาหาเอี้ยงด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้พูดความจริงออกไป เอี้ยงยินดีด้วย...ศักดิ์ระพีกำลังจะเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยหัวใจที่พร้อมจะบอกรัก แต่พอเห็นอินตากับสายอยู่ก็ชะงักลังเล คุณใหญ่เดินออกมาเจอ เขารีบถามอาการตะวัน คุณใหญ่ให้เข้าไปดูด้วยตาตัวเอง

“ผม...ผมทำตัวไม่ถูก ที่ผ่านมาผมคิดว่ารู้จักยอแสงดีแต่ผมกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยอแสงเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องปิดบังผมด้วย”

คุณใหญ่ว่าตะวันต้องมีเหตุผล แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกิน ทายาทตัวจริงอยู่ในบ้านเดชา– บดินทร์นานแล้ว คงเป็นเพราะดวงวิญญาณท่านต้นที่นำเลือดเนื้อเชื้อไขกลับมา

ในขณะที่นเรนทร์ระบายอารมณ์แค้นด้วยการซ้อมยิงปืนอย่างแม่นยำ เข่นเขี้ยวจะไม่ยอมให้ตะวันได้สมบัติเดชาบดินทร์ไปเด็ดขาด...ด้านพร้อมมิตรและจิตรใสเริ่มสนุกกับงานที่อนามัย ช่วยเหลือคนไข้ด้วยความเห็นใจ จนเห็นว่าชาวบ้านยากจนจึงนำเงินส่วนตัวมาแจกจ่ายให้ ธาดามาเห็นรีบดึงสองสาวออกมาติงว่า พวกเธอกำลังทำให้ชาวบ้านไม่รู้จักพึ่งพาตัวเอง พร้อมมิตรจึงบอกว่าตนจะตั้งเป็นมูลนิธิเดชาบดินทร์ขึ้นมาช่วยเหลือชาวบ้าน ธาดาเห็นดีด้วย

“ผมดีใจที่คุณทั้งสองคิดทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่น อาทิตย์หน้าผมจะย้ายไปอยู่อนามัยจังหวัดสิงห์บุรี ต่อไปคุณทั้งสองจะได้เป็นอิสระ ไม่มีคนคอยห้าม”

ทั้งสองสาวใจหายที่มันกะทันหัน แต่พร้อมมิตรแกล้งเชิดใส่ไม่สนใจ...ขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีน้อยใจที่ตะวันปิดบังความจริง จึงบอกกับคุณใหญ่ว่า ที่ผ่านมาตนคิดว่ารู้จักตะวันดี แต่เอาเข้าจริงกลับไม่รู้จักเธอเลย ตะวันเดินมาได้ยินรีบเข้าไปอธิบายแต่เขาไม่ยอมฟัง ตะวันขอโทษ

“เธอไม่ตั้งใจโกหกแล้วจะขอโทษฉันทำไม ฉันควรจะเรียกเธอว่าคุณหนูตะวัน...ยอแสง หรือไอ้ยอดีล่ะ” แววตาศักดิ์ระพีเต็มไปด้วยความน้อยใจสับสน

ตะวันน้ำตาร่วงขอให้เขาอย่าโกรธจะเรียกตนว่าอะไรก็ได้ ศักดิ์ระพีโต้ว่าเขายังสับสนทำใจไม่ได้ที่โดนโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“การที่คนเรามีความจริงใจให้ใครสักคน แต่กลับได้รับแต่ความหลอกลวงกลับมา มันเจ็บปวดมากนะ...ครั้งที่แล้วเรื่องเป็นผู้ชาย ครั้งนี้เรื่องที่เธอเป็นลูกแม่สาย แล้วต่อไปจะมีเรื่องอะไรอีกไหม ขอเวลาฉันทำใจหน่อยเถอะนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำตัวยังไง ควรจะรู้สึกยังไงกับเธอดี” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีไป ตะวันมองตามด้วยความรู้สึกผิดอยากให้เขายกโทษ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"
24 ก.พ. 2563
07:15 น.