ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อศักดิ์ระพีไม่มีใจให้ พร้อมมิตรก็โทษตะวันเป็นคนแย่งเขาไป ตั้งแต่เธอเข้ามาในบ้านทำให้เขาเปลี่ยนไป ตนยอมให้เธอแย่งเขาไปไม่ได้ พร้อมมิตรปราดเข้าจะตบตะวัน ศักดิ์ระพีปรี่เข้าปกป้องจับมือพร้อมมิตรไว้ เธอดิ้นรนไม่ยอมหยุดเกรี้ยวกราด

“ปล่อยนะคะ...ปล่อยพร้อม พร้อมเกลียดมัน!”

“พร้อมมิตร! มีสติบ้างสิ อาพยายามใจเย็นกับพร้อม พยายามทำเป็นไม่เห็นความร้ายกาจของพร้อมมาตลอด แต่พร้อมไม่เคยหยุด อาทนไม่ไหวแล้ว พี่ใหญ่ครับ...ช่วยจัดการทีเถอะ ผมเหลือทนแล้ว”

คุณใหญ่เสียงเฉียบ สั่งพร้อมมิตรกับจิตรใสเก็บของออกไปจากที่นี่ ตนจะส่งทั้งสองไปทำงานที่เชียงใหม่ไม่ให้กลับมาเหยียบบ้านนี้อีก สองสาวตกใจอ้อนวอนขอร้องอย่าไล่พวกเธอไป จิตรใสสติแตกพรั่งพรูสารภาพทุกเรื่องออกมาหมด

“จิตรไม่เกี่ยวนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องฉีกจดหมายอาเล็ก ทั้งกรีดชุดที่อาเล็กส่งมาให้กลั่นแกล้งยอแสงต่างๆนานา จิตรทำไปเพราะพี่พร้อมสั่ง”

“นังโกหก! แกเองก็ไม่ดีไปกว่าฉันหรอก” พร้อมมิตรโกรธจัด

คุณใหญ่เอ็ดให้หยุดทั้งสองคน แล้วรีบเก็บข้าวของไปพรุ่งนี้เช้า พร้อมมิตรคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด “พร้อมรักอาเล็กมาตลอด ทำทุกอย่างเพื่อให้อาเล็กสนใจ แล้วนี่เหรอคือสิ่งตอบแทนที่พร้อมได้รับ อาเล็กใจร้าย!”

“ความรักของพร้อมไม่ใช่ความรัก...แต่เป็นความเห็นแก่ตัว” ศักดิ์ระพีเตือนสติ

สองสาวเสียใจมากพากันเดินออกไป ตะวันรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ...สองสาวออกมาพ้นห้องทะเลาะตบตีกันเอง ตะวันตามมาเจอพยายามห้ามปราม แต่ทั้งสองไม่ฟัง จึงเอาน้ำมาสาด สองสาวชะงักโวยวายว่าตะวันแกล้ง หันมาจะรุม ตะวันตะโกนใส่หน้า

“เข้ามาสิ...ถ้าคิดว่ายังก่อเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองไม่พอก็เข้ามา ไหนบอกว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง แต่ทำไมประพฤติตัวได้ต่ำกว่าเด็กข้างถนนล่ะคะ วิธีที่พวกคุณทำน่ะ ไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองเลยสักนิด ถ้าอยากต่อสู้เอาชนะใจใครสักคน ทำไมไม่เอาชนะเขาด้วยความดี การอิจฉาริษยา...ไม่ยินดีกับความสุขและความสำเร็จของคนอื่น มันเป็นคุณสมบัติของผู้ดีงั้นเหรอคะ”

สองสาวหาว่าตะวันได้ทุกอย่างไปหมดก็พูดได้ ส่วนพวกตนที่เป็นลูกพ่อกลับโดนเฉดหัวส่ง ตะวันยืนยันว่าเด็กข้างถนนอย่างตนไม่เคยอยากได้อะไรจากที่นี่นอกจากการศึกษาหาความรู้ เธอทั้งสองเป็นพี่น้องกันกลับทำลายตัวเอง ไม่ทำอะไรดีๆให้กับชีวิตให้กับพี่น้องกันเอง สองสาวนิ่งอึ้ง ตะวันถือโอกาสเตือนสติ

“หยุดคิดริษยา รักคนอื่นเหมือนกับที่รักตัวเอง ปฏิบัติกับคนรอบข้างเหมือนกับที่อยากให้เขาปฏิบัติกับคุณ เปลี่ยนตัวเองเสียเถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่เหลือโอกาสอะไรในชีวิตอีกเลย”

สองสาวมองหน้ากันแต่ยังอดไม่ได้ที่จะสะบัดหน้าเดินแยกกันไป แต่ในใจเริ่มคิดได้...ตะวันเข้ามาขอร้องคุณใหญ่ อย่าไล่ทั้งสองไปอยู่ที่อื่น ทั้งสองแค่แสดงออกไม่ถูกต้อง สาเหตุมาจากความเข้าใจผิดกับความสัมพันธ์ของตนกับศักดิ์ระพี ตนขอเป็นของขวัญที่เรียนจบ ไม่อยากรู้สึกบาปต่อท่านต้นไปตลอดชีวิต คุณใหญ่ถอนใจรู้สึกแพ้ความดีของตะวัน...

รุ่งเช้า พร้อมมิตรกับจิตรใสหอบกระเป๋าออกมาหน้าบ้าน ยืนร้องไห้อาลัยอาวรณ์ พริ้มเพราแอบมองอย่างสะใจ ศักดิ์ระพีเตือนว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้พวกเธอรู้จักคิดทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง สองสาวน้ำตาไหลริน ทันใดคุณใหญ่ออกมาห้ามทั้งสองยังไม่ต้องไป

คุณใหญ่บอกพร้อมมิตรและจิตรใสว่า ยอแสงทำให้ตนตระหนักว่า ถึงเธอทั้งสองจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ตนก็รักและเป็นห่วง ศักดิ์ระพีเสริมขอให้ทั้งสองเลิกคิดร้ายกับยอแสง จิตรใสกราบขอโทษคุณใหญ่ ขอให้ตนกับพี่สาวอยู่บ้านเดชาบดินทร์ต่อไป คุณใหญ่ยื่นคำขาด

“ถ้าอยากอยู่ที่นี่ ฉันก็จะให้เธออยู่ แต่ไม่ใช่อยู่ที่บ้านใหญ่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอสองคนต้องไปอยู่บ้านท้ายสวนโน่น ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ทั้งเรื่องอยู่เรื่องกิน”

สองสาวจำต้องรับคำ...เมื่อมาถึงบ้านท้ายสวน ซึ่งเป็นบ้านที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน มีทั้งหนูและแมลงสาบ ทำให้สองสาวร้องกรี๊ดๆกอดกันกลม พลันมีเสียงตุ๊กแกร้อง สองสาวกรีดร้องสุดเสียงดังไปถึงบ้านธาดา ธำรงพ่อของธาดาสงสารให้ธาดาไปช่วยดูแลทั้งที่เขาไม่เต็มใจ

พอธาดามาถึง พร้อมมิตรก็ควักเงินจ้างเขาทำความสะอาด ไล่หนู แมลงสาบ และตุ๊กแกออกไป ธาดาไม่พอใจ “ไม่ต้อง! ผมจะไม่รับเงินจากคุณสักแดงเดียว และต่อไปนี้ผมจะเข้ามาควบคุมให้คุณสองคนทำงาน”

สองสาวทำหน้างง ธาดาสาธยายว่าศักดิ์ระพีมอบหน้าที่ให้ตนควบคุมเธอทั้งสอง ต่อไปทั้งสองต้องฟังคำสั่งตน...ธาดาวางถังน้ำ ไม้กวาด และผ้าถูพื้น ทั้งสองต้องช่วยกันทำความสะอาดบ้าน พร้อมมิตรแหวใส่กล้าดีอย่างไรมาสั่งตน เขายิ้มเยาะ

“ผมไม่กล้าหรอกครับ แค่คุณใหญ่ย้ำว่า ถ้าใครไม่ฟังผม มรดกของคนนั้นจะถูกบริจาคให้วัดทันที...จะรีบทำความสะอาดหรือจะให้ผมเดินไปรายงานคุณใหญ่”

สองสาวสบตากันปริบๆ จะเอาอย่างไรดี สุดท้ายจำต้องทำงานบ้านทุกอย่างโดยธาดาเป็นคนสอน รวมทั้งขุดดินปลูกผักไว้ทำอาหารทานกันเอง วันต่อมาธาดาให้ทั้งสองตักน้ำจากคลองมาไว้ใช้ พร้อมมิตรได้ทีแกล้งลื่นตกน้ำให้เขาช่วย แต่พอเขาฉุด เธอก็กระชากเขาตกลงไปด้วย หัวเราะเยาะเพราะเธอเป็นแชมป์ว่ายน้ำจะจมน้ำได้อย่างไร

ด้านพริ้มเพราเริ่มมีอาการหลอน นอนก็ฝันว่าซ้อนมานอนข้างๆ หน้าซีดเลือดท่วมตัว แทบสติแตก รีบมายกมือไหว้ขอขมากับหลุมฝังศพซ้อน รำพันตนไม่ได้คิดฆ่าเขา แต่นเรนทร์เป็นบ้าไปแล้วห้ามไม่ได้ ทุกวันนี้ตนไม่มีความสุขเลย ตนรู้แล้วว่ามีซ้อนคนเดียวที่รักตนจริง ระหว่างที่พริ้มเพราร้องไห้คร่ำครวญใช้มือขุดดินอยู่ นเรนทร์เมายาถือมีดมาที่หลุมศพซ้อนเห็นการกระทำของพริ้มเพราก็โวยวายดึงทึ้งให้หยุด พริ้มเพราร่ำไห้

“ปล่อยป้า ไอ้ซ้อนมันแค้นป้า มันตามหลอกหลอนป้า ป้าอยู่ไม่ได้ ป้าจะขุดศพไปทำพิธี มันจะได้ไปผุดไปเกิดเสียที”

นเรนทร์โกรธดึงร่างพริ้มเพราขึ้นมาเหวี่ยง ตะคอกใส่ “อย่าบ้าไปหน่อยเลย ทำอย่างนี้คนอื่นจะสงสัยอยากติดคุกรึไง”

พริ้มเพราอ้อนวอนขอร้องอย่าห้ามตนเลย ตนกลัวเหลือเกิน นเรนทร์หาว่าเธอคิดไปเอง ผีไม่มีในโลก นเรนทร์ลากพริ้มเพราเข้ามาขังในห้องนอน มัดมือติดไว้กับเตียงแล้วกลับออกไป ท่าทางเขาเหมือนคนโรคจิต พึมพำคนเดียวขนาดเป็นคนยังฆ่าได้ ถึงเป็นผีก็ไม่กลัว

ooooooo

วันต่อมาพร้อมมิตรพยายามติดเตาหุงข้าวอยู่นานไม่สำเร็จ จิตรใสหิวจนทนไม่ไหวชวนไปขอข้าวบ้านธาดากิน พร้อมมิตรไม่ไปไม่พอใจที่ธาดาสั่งให้ทำโน่นนี่ จิตรใสจึงไปคนเดียว ธาดาเห็นพร้อมมิตรไม่มาด้วย ก็เอาข้าวไปให้ที่บ้านท้ายสวน เธอปัดจานข้าวหกกระจาย

“ผมจะให้บทเรียนกับคุณหนูจับจดอย่างคุณ” ธาดาไม่พอใจจับพร้อมมิตร เอาข้าวที่หกขยุ้มใส่ปาก เธอร้องลั่นไม่กินของต่ำๆ “ตอนนี้คุณก็อยู่ในที่ต่ำๆ คุณกับเศษข้าวไม่ได้แตกต่างกันเลยสักนิด กินเข้าไปแล้วก็เลิกดูถูกแม้กระทั่งข้าวที่ตัวเองกินซะที”

พร้อมมิตรร้องลั่นดิ้นรนขัดขืน แต่ธาดาไม่สนใจยังคงยัดข้าวใส่ปากเธอเพื่อเป็นการสั่งสอนให้เลิกดูถูกคนที่อยู่ต่ำกว่า หญิงสาวร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ

เย็น​วัน​เดียวกัน ศักดิ์​ระ​พี​เห็น​ตะวัน​เดิน​อยู่หน้า​บ้าน​ก็​เข้าไป​ขวาง​หน้า​ต่อว่า​ทำไม​ไม่​ใส่แหวน หรือ​เอา​ไป​ทิ้ง​ที่ไหน เธอ​รีบ​บอก​ว่า​ไม่ได้​ทิ้ง ของ​สำคัญ​ขนาดนั้น​ตน​เก็บ​ไว้​อย่าง​ดี เขา​ขำ​อาการ​ตกใจ​ของ​เธอ ตะวันหน้าเสีย​คิด​ว่า​เขา​โกรธ คุณ​ใหญ่​เข้า​มา​แซว​อา​หลาน​คู่​นี้​หัวเราะ​อะไร ทั้ง​สอง​สบตา​กัน​ไม่​มี​ใคร​ตอบ คุณ​ใหญ่​เปลี่ยน​เรื่อง​ถาม​หา​พริ้มเพรา​เพราะ​ไม่​เห็น​มา​ทั้ง​วัน

ด้าน​พริ้มเพรา​พยายาม​แก้​มัด​ตัว​เอง​จน​ข้อ​มือ​เลือด​ซิบ เริ่ม​คิดถึง​ความ​ผิด​ที่​กระทำ​จน​มา​ถึง​วัน​ที่​นเ​รนทร์​รู้ความ​จริง​ว่า​มี​คน​รู้​เรื่อง​สลับ​ตัว​สาม​คน คือ​ละม่อม ซ้อน​และ​ตน แล้ว​ละม่อม​กับ​ซ้อน​ก็​ถูก​ฆ่า​ตาย เหลือ​เพียงตน พริ้มเพรา​เริ่ม​หวาด​กลัว

ทันใด นเ​รน​ทร์​โผล่​เข้า​มา​พร้อม​มีด​ใน​มือ เธอสะดุ้ง​ตกใจ​ขยับ​จะ​หนี​แต่​ไม่​สามารถ​หนี​ได้ ขอร้อง​อย่า​ฆ่า​ตน นเ​รน​ทร์​ย่างสามขุม​เข้า​มา​ใช้​มีด​ตัดเชือก​ที่​มัด​ข้อ​มือ​พริ้มเพรา แล้ว​ขู่​ว่า

“ที่​ขัง​ไว้​คืน​นึง​นี่แค่​สั่งสอน แต่​ถ้า​ป้า​ยัง​ไม่​เลิกบ้า ทำให้​เสีย​เรื่อง​อีก​ล่ะ​ก็ ผม​ไม่​ปล่อย​ป้า​ไว้​แน่” พูด​จบนเ​รน​ทร์​กลับ​ออก​ไป พริ้มเพรา​โล่ง​อก​แต่​ยัง​หวาดระแวง

นเ​รน​ทร์​ออก​มา​ท่าทาง​หงุดหงิด​เพราะ​อยาก​ยา พอ​เจอ​โต​กับ​เกิด​ก็​ขอ​ยา ทั้ง​สอง​ยิ้มกริ่ม​มี​เงิน​มา​ก็​หา​ยา​ได้...อิน​ตา​แอบ​มอง​เป็น​ห่วง​มาก​ที่​ลูก​ติด​ฝิ่น

ooooooo

บ่าย​วัน​ต่อ​มา ฟ้า​มืด​ครึ้ม​ฝน​ใกล้​จะ​เท​ลง​มา ใจบุญ​ครุ่นคิด​ชั่งใจ​ตัว​เอง​ระหว่าง​ความรู้สึก​ที่​มี​ต่อ​ศักดิ์​ระ​พี​กับ​นพดล นึกถึง​ภาพ​นพดล​คุกเข่า​สัญญา​ต่อหน้า​คุณ​ใหญ่​ว่า​จะ​รัก​เดียว​ใจเดียว...เธอ​หัน​ไป​หยิบ​จดหมาย​ที่​เขียน​ถึง​ศักดิ์​ระ​พี​เผย​ความรู้สึก​ที่​มี​ต่อ​เขา​แต่​ยัง​ไม่ได้​ส่ง นิ่ง​คิด​ตัดสินใจ

“ก่อน​จะ​ตัดสินใจ​เลือก​ใคร ใจบุญ​ขอ​ทำ​ตามความรู้สึก​ของ​ตัว​เอง​ที่​มี​มา​ตั้งแต่​เด็ก วัน​นี้​ใจบุญจะให้​อาเล็ก​อ่าน​จดหมาย​ฉบับ​นี้ ใจบุญ​จะ​ยอม​รับ​ผล​ของ​มัน ไม่​ว่า​จะ​ออก​มา​เป็น​ยัง​ไง​ก็ตาม”

พอดี​ศักดิ์​ระ​พี​แวะ​มา​เอา​เอกสาร​ที่​บ้าน​ร่มรื่น เขา​โทรศัพท์​บอก​ตะวัน​และ​ถาม​จะ​ฝาก​บอก​อะไร​พยับหมอก​บ้าง​ไหม เธอ​จึง​ฝาก​ให้​บอก​ว่า​คิดถึง​มาก เขา​กระเซ้า​ไม่​คิดถึง​คน​อื่น​ด้วย​หรือ

“คน​อื่น​ยอแสง​เจอ​ทุก​วัน ไม่ค่อย​คิดถึง​หรอก​ค่ะ อ้อ...ฝาก​หอม​แก้ม​พยับหมอก​ด้วย​นะ​คะ แค่​นี้​นะคะ

อา​เล็ก...อย่า​ลืม​กลับ​มา​กิน​แกงส้ม​ดอก​แค​ฝีมือ​ยอแสง​นะ​คะ” ตะวัน​ยิ้ม​เขิน​วาง​สาย

เติม​ซึ่ง​เปลี่ยน​หลอด​ไฟ​อยู่​แถว​นั้น ชะโงก​หน้า​มา​แซว​ตะวัน ว่า​ตน​อยาก​กิน​สะตอ​ผัด​กุ้ง วัน​หลัง​ทำให้ตน​บ้าง ตะวัน​เหล่​มอง​อายๆ...

ใจบุญ​ถือ​จดหมาย​เดิน​มา​ที่​บ้าน​ร่มรื่น เห็นศักดิ์ระพี​กำลัง​จะ​ขึ้น​รถ​กลับ จึง​ขอ​ไป​เยี่ยม​ยอแสง​ด้วย​คน แก้ว​เห็นใจ​บุญ​นั่ง​รถ​ผ่าน​บ้าน​ออก​ไป​ก็​นึก​สงสัย...ระหว่างทาง ใจบุญ​นั่ง​ตัดสินใจ​จะ​มอบ​จดหมาย​ให้​ศักดิ์​ระ​พี​แต่​ไม่​กล้า ทันใด​ฝน​เท​ลง​มา ศักดิ์​ระ​พีช​วน​คุย​ไม่​ให้​เงียบเหงา ว่า​เวลา​ผ่าน​ไป​เร็ว​จริงๆ ไม่​คิด​ว่า​เด็ก​ผู้หญิง​ตัว​เล็กๆ ที่​วิ่ง​เล่น​ใน​ทุ่ง​ร่มรื่น จะ​โต​เป็น​สาวก​ลาย​เป็น​คุณ​ครูเสียแล้ว ใจบุญ​ยิ้ม​อายๆที่​เขา​ยัง​จำ​ได้ แต่​พอ​เขา​พูด​ต่อว่า เธอเหมือน​หลาน​แท้ๆ ถ้า​เขา​ใจแตก​ตั้งแต่​อายุ 15 คง​มี​ลูก​อายุ​เท่า​เธอ​ไป​แล้ว ใจบุญ​ยิ้ม​เจื่อนๆแสดง​ว่า​เขา​ไม่​เคยคิด​อะไร​กับ​ตน​สัก​นิด

ฟ้าแลบ​แปลบ​ปลา​บ​คำราม​ปั่นป่วน ฝน​เท​ลง​มา รถ​มี​อาการ​กระชาก​สอง​สาม​ครั้ง​แล้ว​ดับ​ลง ศักดิ์​ระ​พีปล่อย​รถ​ไหล​เข้า​ข้าง​ทาง ลง​มา​ตรวจ​เช็ก​แต่​ไม่​สำเร็จ ฟ้าผ่าดัง​เปรี้ยงๆ ใจบุญ​มี​ท่าที​ตกใจ​กลัว ศักดิ์​ระ​พี​จึง​พา​เธอ​วิ่งมา​หลบ​ฝน​ที่​กระท่อม​เถียง​นากลาง​ทุ่ง ถอด​เสื้อ​ตัว​นอก​ออก​คลุม​กัน​ฝน​ให้​เธอ ทำให้​เธอ​หน้า​ร้อน​ผ่าว​ด้วย​ความ​อาย และ​ยัง​เอา​ผ้าเช็ดหน้า​มา​ให้​เธอ​ซับ​หน้า

ด้าน​บารมี​แปลก​ใจ​ว่า​ใจบุญ​หาย​ไป​ไหน แก้ว​รายงาน​ว่า​คง​ไป​บ้าน​เดชา​บดินทร์​กับ​ศักดิ์​ระ​พี บารมี​เห็น​ว่า​ฝน​ตก​หนัก​จึง​ให้​คน​รถ​เอา​รถ​ออก​ตาม​ไป​ที่​นั่น แต่​พอ​มา​ระหว่าง​ทาง​เห็น​รถ​ศักดิ์​ระ​พี​จอด​ข้าง​ทาง​จึง​ให้​คน​รถ​จอด​รถ​แล้ว​พา​กัน​ไป​ตาม​หา...ใจบุญ​ไม่​เคย​ลำบาก​ขนาด​นี้ รู้สึก​เพลีย ศักดิ์​ระ​พี​ให้​เธอ​นั่ง​หลับ​พิง​ไหล่ บารมี​ตาม​มา​เจอ​รู้​แก่​ใจ​ว่า​ไม่​มี​อะไร​เสียหาย​แต่​ฉวย​โอกาส​ผูกมัด​ศักดิ์​ระ​พี ทำ​ที​ตกใจ​มาก​ที่​ลูก​สาว​ตัว​เอง​จะ​ต้อง​เสียชื่อ​เสียง

ทาง​ตะวัน​ชะเง้อ​รอ​ศักดิ์​ระ​พี​กลับ​มา​ทาน​ข้าว​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง คุณ​ใหญ่​กับ​เอี้ยง​พลอย​กังวล​ไป​ด้วย พอฝนซา​รถ​ศักดิ์​ระ​พี​และ​รถ​บารมี​แล่น​เข้า​มา​จอด บารมีไม่​รอช้า​แจ้ง​คุณ​ใหญ่​ว่า​ศักดิ์​ระ​พี​ทำให้​ใจบุญ​เสียหาย ตะวัน​ตกใจ ใจบุญ​หน้าซีด​ไม่​กล้า​แย้ง แต่​ศักดิ์​ระ​พี​ยืนยัน​ว่า​ไม่ได้​ทำ​อะไร​เสียหาย แค่​รถ​เสีย​จึง​ติด​ฝน​อยู่​ใน​กระท่อม เอี้ยง​สบตา​ใจบุญ​เศร้าๆ

“คุณ​แม่​คะ...อา​เล็ก​เป็น​สุภาพบุรุษ​มาก...” ใจบุญ​พยายาม​จะ​อธิบาย​แต่​บารมี​สวน​ทันที

“แม่​ยัง​ไม่ได้​ถาม...อย่า​สอด!”

ศักดิ์​ระ​พี​เล่า​ความ​จริง​ให้​คุณ​ใหญ่​ฟัง บารมี​หยิบ​จดหมาย​ของ​ใจบุญ​ออก​มา​บอก​ให้​ช่วย​อธิบาย ใจบุญตกใจ​ห้าม​แม่​แต่​ไม่​เป็น​ผล คุณ​ใหญ่​รับ​จดหมาย​มา​อ่าน​ให้​

ทุก​คน​ฟัง ศักดิ์​ระ​พี​อึ้ง​ไม่​คิด​ว่า​ใจบุญ​คิด​กับ​ตน​มาก​กว่า​อา​หลาน ใจบุญ​อาย​มาก​พยายาม​แก้ตัว​ว่า​เป็น​แค่​ความในใจ​ของ​เด็ก​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​เท่านั้น ตะวัน​กับ​เอี้ยง​ผิดหวังเสียใจ บารมี​ไม่​ยอม​รวบรัด

“ไม่​ใช่​แค่​นั้น​สิ ถ้า​ให้​ฉัน​เดา พอ​คุณ​เล็ก​ได้​อ่าน​จดหมาย​ฉบับ​นี้ รู้​ว่า​ใจบุญ​คิด​ยัง​ไง​ก็​เลย​ถือโอกาสเอาเปรียบ​ลูก​สาว​ฉัน​ทันที​ที่​กระท่อม​หลัง​นั้น”

ใจบุญ​กับ​ศักดิ์​ระ​พี​ปฏิเสธ​เสียงหลง บารมี​โวยไม่​เชื่อ คุณ​ใหญ่​เอ่ย​ถาม​จะ​ให้​ทำ​อย่างไร​ถึง​จะ​พอใจ บารมี​ให้​ศักดิ์​ระ​พี​รับผิดชอบ​แต่งงาน​โดย​เร็ว​ที่สุด ศักดิ์ระพี ยืนยัน​ว่า​ตน​ยินดี​รับผิดชอบ​ทุก​เรื่อง​ยกเว้น​เรื่อง​แต่งงาน บารมี​โกรธ​มาก​จะ​ส่ง​ทนาย​มา​ดำเนิน​การ ว่าแล้ว​ก็​ดึง​ใจบุญกลับ เดิน​ผ่าน​เอี้ยง​กับ​ตะวัน สะบัด​หน้า​ใส่​ทั้ง​สอง​อย่าง​ไม่พอใจ ตะวัน​ยอม​รับ​ว่า​ใจบุญ​คู่ควร​กับ​ศักดิ์​ระ​พี

ด้าน​ใจบุญ​เสียใจ​มาก กลับ​มา​บ้าน​ขึ้น​ห้องเปิดกล่อง​ที่​ใส่​จดหมาย​ที่​เขียน​ถึง​ศักดิ์​ระ​พี​หลาย​ฉบับ​แต่​ไม่​เคย​ส่ง ด้วย​ความรู้สึก​สับสน​ใน​ใจ

ooooooo

อิน​ตา​ตาม​ดู​นเ​รน​ทร์​ที่​เพิง​ท้าย​สวน เห็น​กำลัง​สูบ​ฝิ่น​ควัน​ฉุย รู้สึก​ผิดหวัง​ที่​ลูก​ไม่​รัก​ดี​ทั้งที่​ได้​โอกาสดีๆ นเ​รน​ทร์​เห็น​อิน​ตา​ก็​ไม่​พอใจ​สั่ง​โต​กับ​เกิด​จัดการ อินตา​แรง​มาก​กว่า​ซัด​ทั้ง​สอง​สลบเหมือด นเ​รน​ทร์​ชัก​มีด​จะแทง อิน​ตา​หลบ​ทัน​บิด​ข้อ​มือ​แล้ว​สับ​คอ​เขา​จน​หมด​สติ

อิน​ตา​แบก​นเ​รน​ทร์​กลับ​มา​หา​สาย สาย​ดีใจ​เข้า​จับ​เนื้อตัว​รู้​ว่า​เป็น​ลูก อิน​ตา​บอก​จะ​ต้อง​ทำให้​ลูก​เป็น​คน​เต็ม​คน​ไม่​ใช่​เป็น​ปีศาจ​แบบ​นี้ สาย​ทำ​หน้า​งง​แต่​ก็​เอา​ผ้า​มา​เช็ดหน้า​ลูก​อย่าง​ห่วงใย

ทาง​บารมี​รู้​ว่า​คง​บังคับใจ​ลูก​สาว​ไม่ได้​แน่ จึงแกล้ง​ป่วย​โรค​หัวใจ​กำเริบ อยาก​เห็น​ลูก​เป็น​ฝั่ง​เป็น​ฝา​ก่อนตาย ใจบุญ​ใจหาย​ถาม​แม่​จะ​ให้​ตน​ทำ​อย่างไร บารมี​พยายามสอน “หนู​ต้อง​รู้จัก​ใช้​ความ​เป็น​ลูกผู้หญิง คุณ​เล็ก​เป็น​สุภาพบุรุษ​มี​ความ​รับผิดชอบ​สูง แค่​หนู​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เดือดร้อน เสีย​เกียรติยศ​ชื่อเสียง​จน​มอง​หน้า​ใคร​ไม่ได้ คุณ​เล็ก​ต้อง​ยอม​แต่งงาน​กับ​หนู​แน่ๆ”

“ใจบุญ​อาย​ค่ะ​แม่...เขา​ไม่ได้​ทำ​ผิด​อะไร​กับ​หนู​เลย​นะ​คะ”

บารมี​แกล้ง​ทำท่า​จะ​ตาย​หายใจ​ติดขัด ใจบุญตกใจ​จะ​ไป​ตาม​หมอ เธอ​ดึง​ลูก​ไว้​บอก​ตน​คง​สบายใจ​ขึ้น​ถ้า​มี​ศักดิ์​ระ​พี​ดูแล​ลูก ทำให้​ตน​สบายใจ​ได้​ไหม ไป​ขอความ​เห็นใจ​จาก​เขา ใจบุญ​ลำบาก​ใจ​มาก ห่วง​แม่​ก็​ห่วง ไม่รู้ว่า​ควร​ทำตัว​อย่างไร...

ตะวัน​หลบหน้า​ศักดิ์​ระ​พี​ตลอด​จน​เขา​ทน​ไม่​ไหว ดัก​พบ​เธอ​จน​ได้​ต่อว่า​ด้วย​ความ​ผิดหวัง ว่า​เป็น​คน​สนิท​ที่สุด​ยัง​เชื่อ​ว่า​ตน​ทำ​บัดสี​กับ​ใจบุญ ตะวัน​รีบ​อธิบาย​ว่า​ไม่​ใช่ ตน​เชื่อ​ใน​ความ​เป็น​สุภาพบุรุษ​ของ​เขา ศักดิ์​ระพี​รู้สึก​สบายใจ​ขึ้น ความ​เชื่อ​ของ​เธอ​มี​ผล​ต่อ​เขา​มาก

“แล้ว​อา​เล็ก​จะ​ทำ​ยัง​ไง​คะ คุณ​บารมี​คง​ทำให้​เป็น​เรื่อง​ใหญ่​แน่ๆ”

“ฉัน​ยินดี​ทำ​ทุก​อย่าง ยกเว้น​แต่งงาน​กับ​คน​ที่​ฉัน​ไม่ได้​รัก...เธอ​รู้​ใช่​ไหม​ว่า​ฉัน​รัก​ใคร”

ตะวัน​เผลอ​สบตา​ศักดิ์​ระ​พี​นิ่ง​อึ้ง เผอิญ​เติม​เดิน​เข้า​มา​บอก​มี​คน​มา​ขอ​พบ​ศักดิ์​ระ​พี ทั้ง​สอง​จึง​ผละ​ออก​จาก​กัน...ศักดิ์​ระ​พี​เข้า​มา​ใน​ห้อง​รับแขก ต้อง​แปลก​ใจ​ที่​เห็น​ธาดา​นั่ง​คุย​อยู่​กับ​คุณ​ใหญ่

“ผมมาเพื่อแสดงความจริงใจครับ ผมเรียนจบแล้ว อีกไม่นานจะต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัด ผมอยากให้ยอแสงไปกับผมครับ...ผมรักยอแสงครับ” ศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ มองหน้ากัน “ถ้าคุณใหญ่กับคุณเล็กไม่ขัดข้อง ผมจะให้พ่อมาสู่ขอยอแสงให้เร็วที่สุด จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องครับ”

คุณใหญ่โบ้ยให้ศักดิ์ระพีตัดสินใจเพราะเป็นผู้ปกครอง เขาอ้ำอึ้งสักพักจำต้องตอบแบบผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ในอุปการะว่า ชีวิตของยอแสงต้องแล้วแต่เจ้าตัว ตนไม่บังคับ สีหน้าธาดามีความหวังกราบขอบคุณ คิดว่ายอแสงจะไม่ปฏิเสธ ในขณะที่ศักดิ์ระพีเหมือนหัวใจกำลังจะถูกพราก ออกไป คุณใหญ่มองน้องชายอย่างเข้าใจความรู้สึก

ธาดาออกมาหาตะวันที่ริมน้ำ ตะวันแสดงความยินดีที่เขาจะได้ไปช่วยเหลือคนป่วยอย่างที่ตั้งใจ ธาดาตัดสินใจบอกเธอว่าไม่อยากอยู่ห่างจากเธอ “พี่รักยอแสง... อยากให้ยอแสงไปกับพี่”

ตะวันตาโพลงอึกอักไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา อ้างไม่เคยรังเกียจเห็นเขาเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอ แต่ตน อยากอยู่ดูแลคุณใหญ่ ธาดาสลดลงกุมมือตะวัน เห็นแหวน ที่นิ้วนางซ้ายของเธอ

“แหวนวงนี้...แหวนของอาเล็ก...เพราะอย่างนี้เอง ยอแสงถึงไม่เคยมีใจให้พี่”

ศักดิ์ระพีตามมาแอบมอง เห็นธาดากุมมือตะวันก็เสียใจเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองตกลงปลงใจกันแล้ว จึงเดินออกมา...ธาดาผิดหวังเสียใจแต่ก็เข้าใจทุกอย่าง ศักดิ์ระพีกลับมาบอกคุณใหญ่ว่ายอแสงเลือกธาดา ตนจะ ไม่ขัดขวางความสุขของเธอ คุณใหญ่เตือนในฐานะพี่ที่รู้ใจน้อง

“พี่อยากให้เล็กยอมรับความรู้สึกของตัวเอง อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งเล็กอาจจะเสียใจ”

ศักดิ์ระพีครุ่นคิด แต่พยายามหักใจเพราะเข้าใจว่ายอแสงเลือกธาดาไปแล้ว...ตกค่ำ ตะวันมาดูแลคุณใหญ่ ตามปกติ คุณใหญ่อยากให้ตะวันกับน้องเข้าใจกัน จึงบอกว่า ศักดิ์ระพีมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย พูดจบก็ลุกเดินออกจากห้อง ตะวันเอ่ยถามว่าเขามีอะไร ศักดิ์ระพีถามกลับว่าเธอเก็บข้าวของเรียบร้อยหรือยัง ตะวันทำหน้างง เขาย้ำว่า

“ไม่ต้องห่วงนะ อะไรที่เป็นความสุขของยอแสง อาไม่ขัดข้อง แต่ควรจะมีพิธีให้ถูกต้อง ได้ฤกษ์เมื่อไรก็บอก อาจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานระหว่างเธอกับธาดาให้เอง”

ตะวันไม่เข้าใจทำไมจู่ๆเขาถึงพูดแบบนี้ “อาเล็กพูดเองเออเองทุกอย่าง คิดจะถามความรู้สึกยอแสงบ้างไหมคะ ว่ายอแสงคิดยังไง ต้องการอะไร...อาเล็กผลักไสยอแสงเพราะเบื่อที่ยอแสงเป็นภาระ อาเล็กไม่ยอมแต่งงานกับใจบุญก็เป็นเพราะภาระคนนี้ใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นอาเล็กเอาเวลาไปดูแลใจบุญเถอะค่ะ ไม่ต้องมาสนใจยอแสง” พูดจบตะวันวิ่งร้องไห้ออกไป

ooooooo

นเรนทร์ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในเรือกระแชง กลางแม่น้ำ โวยวายหาว่าอินตาจับตัวเขามาเรียกค่าไถ่ อินตาพยายามบอกว่าไม่ต้องการอะไร แค่อยากช่วยให้เขากลับตัวกลับใจ นเรนทร์ตวาดเสียงกร้าวตนไม่ใช่ ลูกเขา ถ้าไม่ส่งตนขึ้นฝั่งก็จะว่ายน้ำไปเอง อินตาท้า ไม่กลัวตายก็เอาเลย

นเรนทร์โกรธกระโดดลงน้ำทันที สายตกใจเป็นห่วงลูกมาก นเรนทร์พยายามว่ายน้ำ ไม่ทันไรร้องลั่นว่าเป็นตะคริว อินตาต้องกระโดดลงไปช่วยเอาตัวกลับขึ้นเรือ... นเรนทร์ยังไม่เลิกโวยวายไม่ให้สายจับตัว ผลักไสจนสายล้มลง “อย่ามายุ่งกับฉัน พวกแกอยากได้เงินใช่ไหม ฉันเอา เงินฟาดหัวให้ พาฉันกลับบ้านสิ ที่บ้านฉันมีเงินเยอะแยะ”

“พ่อไม่อยากได้เงินของลูกหรอก” อินตาบอกด้วยน้ำเสียงจริงใจ

แต่นเรนทร์ไม่เชื่อจะกลับท่าเดียว อินตากับสายเอาอาหารมาให้กินก็หาว่าอาหารต่ำๆไม่กิน อินตาปวดใจ บอกอาหารต่ำๆพวกนี้ที่พ่อแม่กินมาทั้งชีวิต นเรนทร์กราดเกรี้ยว

“ฉันไม่ใช่ลูกแก เลิกเรียกฉันว่าลูกสักที ฉันไม่มีพ่อแม่จนๆอย่างพวกแก!”

สายน้ำตาคลอ อินตาเห็นสายร้องไห้ก็สะเทือนใจมากขึ้น ระเบิดอารมณ์กลับ “คนจนไม่ดีตรงไหน ไม่ว่ารวยหรือจนก็คนเหมือนกัน กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”

อินตาดึงสายออกมาปล่อยให้นเรนทร์อยู่ลำพัง นเรนทร์มองน้ำพริกมะขามที่สายทำมาให้อย่างรู้สึกหิว ทนไม่ไหวหยิบมากินอย่างเอร็ดอร่อย...อินตากับสายแอบมอง อินตาบอกสายว่า เราต้องใจแข็งเพื่อดัดนิสัยลูกให้กลับมาเป็นคนที่ดีให้ได้

กลางดึกนเรนทร์เกิดอาการเสี้ยนยาอาละวาด สายร้องไห้เข้าไปกอดด้วยความรักของแม่ อินตาทำใจแข็งจะต้องหักดิบเขาให้ได้ “อดทนไว้ เอาชนะให้ได้ ถ้ายอมแพ้ก็จะแพ้ไปตลอด”

นเรนทร์ดิ้นรนโวยวาย อินตากับสายช่วยกันกอดรัด ด้วยความรักความอบอุ่น ภาพอดีตผุดขึ้นในสมองของนเรนทร์ เขาถูกพริ้มเพราบ่มเลี้ยงให้เอาชนะทุกคน เป็นลูกท่านต้น ต้องไม่ก้มหัวให้ใคร อยากได้อะไรต้องได้...

นเรนทร์พยายามดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของอินตากับสาย ตวาดกร้าวกล้าดีอย่างไรมาขัดใจ อินตาบอกที่ทำเพราะหวังดี ถึงจะโกรธเกลียดก็ยอม นเรนทร์ดิ้นทุรนทุรายจน อ่อนแรง ร้องขอยา อินตากับสายกอดปลอบ เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น หวนคิดถึงวัยเด็กที่เห็นเพื่อนๆมีพ่อแม่มากอด แต่เขาไม่เคยได้รับการกอดจากพริ้มเพราเลยสักครั้ง

“ลูกจะต้องปลอดภัย เราจะผ่านความเลวร้ายในคืนนี้ไปด้วยกันนะนเรนทร์” เสียงสายทำให้อาการนเรนทร์ สงบลง อินตาบอกสายว่าพอลูกตื่นขึ้นก็ดีขึ้น

อินตาหยิบขลุ่ยมาเป่าเพลงสาลิกาชมเดือนกล่อม สายลูบหัวโอบกอดอย่างทะนุถนอมจนนเรนทร์หลับ รับรู้ถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

เช้าวันใหม่ นเรนทร์ตื่นขึ้นมาเห็นสายและอินตานั่งเฝ้าไม่ห่าง ทั้งสองยิ้มอย่างอบอุ่น สายเข้าไปกอดดีใจที่ลูกปลอดภัย อินตาบอกว่าในที่สุดเขาก็เอาชนะใจตัวเองได้ นเรนทร์นั่งนิ่งปล่อยให้สายกอด อินตายกชามข้าวต้มมาวาง สายเป่าและป้อนทีละคำ เขาไม่ขัดขืนสบตาสายกับอินตา เห็นความรักของทั้งสองผ่านดวงตา เริ่มสับสนในความรู้สึกของตัวเอง

ooooooo

สถานีอนามัยที่ธาดาทำงาน เขาพาพร้อมมิตรกับจิตรใสมาช่วยงานโดยอ้างคำสั่งคุณใหญ่ เพื่ออยากให้สองสาวเห็นถึงความลำบากของคนจน ธาดาให้สองสาวดูแลแจกบัตรคิวทำทะเบียนประวัติคนไข้ ค้นประวัติคนไข้เก่าเอาไปวางในห้องตรวจ

แต่พอสองสาวเห็นคนไข้ที่เลือดโชกมาพาลเป็นลม คนไข้ต้องช่วยปฐมพยาบาลแทน...ช่วงบ่ายมีเด็กไม่สบายร้องไห้งอแง ธาดาให้สองสาวทำให้เด็กเงียบ พร้อมมิตรไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตวาดสั่งให้เงียบ เด็กตกใจกลัวร้องไห้จ้าดังกว่าเดิม

มีคนไข้อาการหนักชีพจรหยุดเต้น ธาดาช่วยปั๊มหัวใจอยู่นานสีหน้าเขากังวล พร้อมมิตรกับจิตรใสลุ้นให้คนไข้ฟื้น พอพยาบาลบอกว่าชีพจรมาแล้ว สองสาวพลอยดีใจไปด้วย ธาดาหันมายิ้มกับสองสาวแล้วบอกว่า “อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงอยากเป็นหมอในสถานีอนามัย แม้จะเหนื่อยและรายได้น้อย แต่ทุกครั้งที่ช่วยคนป่วยให้พ้นทุกข์ทรมาน ผมมีความสุข รอยยิ้มของคนไข้คือรางวัลของพวกเราทุกคนที่นี่ คนที่คิดถึงแต่ตัวเองอย่างคุณคงไม่มีวันเข้าใจ”

พร้อมมิตรหุบยิ้มเถียงไม่ออก...เหตุการณ์วันนี้ทำให้พร้อมมิตรคิดได้ ว่าเวลาที่แกล้งยอแสง ตนสะใจแต่ไม่มีความสุขเหมือนอย่างวันนี้ ทำไมรอยยิ้มคนแปลกหน้ากลับทำให้ตนมีความสุขทั้งที่ไม่ใช่ญาติของเราสักนิด จิตรใสคิดตามและเห็นด้วย จิตรใสเห็นพร้อมมิตรนั่งยิ้มจึงแซวว่าคิดถึงธาดาหรือ เธอหันมาตาขวาง สั่งห้ามพูดถึง คนปากร้ายนั่นอีก

ด้านศักดิ์ระพีโดนคุณใหญ่ตำหนิที่ผลักไสยอแสงไปแต่งงานกับธาดา ทั้งที่เธอปฏิเสธธาดาไปแล้ว ศักดิ์ระพี เพิ่งรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด จะรีบไปหายอแสง แต่เธอออกไปซื้อของเป็นเพื่อนนพดล เพราะกำลังจะไปเริ่มงานที่โรงพัก ชานเมือง

ด้านนเรนทร์เริ่มรู้สึกผูกพันกับสายและอินตา เขานั่งมองอินตาดำน้ำลงไป แล้วโผล่ขึ้นมาชูกุ้งตัวโต “ค่ำนี้ได้อร่อยมื้อใหญ่กันแล้ว...ไอ้ลูกชาย ลองงมกุ้งดูไหม”

ทีแรกนเรนทร์ไม่สนใจแต่พออินตาแกล้งท้าว่าพวกผู้ดีทำอะไรไม่เป็น จึงรับคำท้า แล้วเขาก็ได้เรียนรู้การจับกุ้ง ได้รู้ซึ้งถึงน้ำใจของพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ให้กินไม่เอาเงินเพราะเห็นว่าเป็นลูกหลานอินตา อินตาชี้ให้เห็นว่า...น้ำใจสำคัญกว่าเงิน

วันต่อมาเรือจอดที่ศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง นเรนทร์นั่งกินข้าวเหนียวหมูเพลินๆ มีเด็กแถวนั้นมาขอกิน เขามองสักพักก่อนจะหยิบยื่นให้ อินตาเห็นนึกดีใจ “ลูกคงรับรู้ ถึงความรักที่เรามีให้แสดงว่าเขาไม่ใช่คนเลวโดยสันดาน หัวใจของนเรนทร์มีความเมตตาขึ้นบ้างแล้วล่ะนังสาย”

เย็นวันนั้น อินตา สายและนเรนทร์นั่งล้อมวงกินข้าว อินตากับสายช่วยกันขอให้นเรนทร์เลิกเดินทางผิด เลิกทำร้ายคนอื่น ทำไปเขาก็ไม่ได้มีความสุข นเรนทร์ว่าพวกนั้นขัดขวางไม่ให้ตนได้รับมรดก สายเวทนาบอกซ้อนกับละม่อมก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครขวางทางอีก อินตาสัญญาจะช่วยให้เขาสมหวังแต่เขาต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก นเรนทร์เชื่อใจพยักหน้ารับคำ

เช้าวันใหม่ อินตากับสายพานเรนทร์กลับบ้านเดชาบดินทร์ อินตาถอดสร้อยพระคล้องคอให้นเรนทร์ขอให้พระคุ้มครอง เขาย้ำอย่าลืมคำสอนของพ่อกับแม่ นเรนทร์รู้สึกใจหายเมื่อต้องจากทั้งสอง...สายรำพึงว่าเราทำถูกแล้วหรือ ทายาทตัวจริงคือตะวัน อินตาปลอบว่าที่เราทำแบบนี้เพื่อไม่ให้พริ้มเพราทำร้ายตะวันได้ รอให้ถึงวันเปิดพินัยกรรมแล้วค่อยเปิดเผยความจริง

พอพริ้มเพราเห็นนเรนทร์กลับมาก็แทบสติแตกหวาดกลัวไปหมด นเรนทร์เงียบขรึมลงไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง จู่ๆน้ำตาไหลเพราะคิดถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากอินตาและสาย

ooooooo

เมื่อโดนกดดันมากขึ้น ใจบุญหาทางออกไม่ได้ ตัดสินใจมาปรึกษาตะวัน ว่าโรคหัวใจแม่กำเริบ อาการไม่ค่อยดีตั้งแต่มีเรื่องตนกับศักดิ์ระพี ตะวันนึกไม่ถึงว่าเธอจะมาปรึกษาเรื่องนี้ เอี้ยงผ่านมาได้ยินสองสาวคุยกันถึงกับอึ้ง ใจบุญขอให้ตะวันแนะนำวิธีเอาใจศักดิ์ระพี

“อาเล็กมีความเป็นสุภาพบุรุษและฟังยอแสงมากที่สุด ยอแสงช่วยพูดกับอาเล็กให้เห็นใจใจบุญหน่อยได้ไหม นะ...ใจบุญขอร้อง”

เอี้ยงรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของใจบุญมาก ออกมาดักรอเธอก่อนกลับ ถามเธอมีหัวใจหรือเปล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่รู้เลยหรือว่าอาเล็กกับยอแสงมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ใจบุญน้ำตาปริ่มบอกตนต้องทำเพื่อแม่ ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู เอี้ยงตำหนิ

“การทดแทนบุญคุณทำได้ตั้งหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องทำร้ายจิตใจเพื่อน”

“ไม่ต้องพูดแล้ว...ไม่อยากฟัง ใจบุญจะแต่งงานกับอาเล็ก ใจบุญจะไม่ยอมให้ใครขวาง”

“ถ้าคิดว่าทำถูกแล้วก็เชิญเถอะ โชคดีเหลือเกินที่พรุ่งนี้นพดลต้องไปอยู่โรงพักชานเมืองแล้ว ไม่ต้องทนอยู่เห็นหน้าคนใจร้ายอย่างใจบุญ” เอี้ยงผิดหวังเดินหนีอย่างไม่ไยดี ใจบุญเสียใจ

คืนนั้นตะวันนั่งเศร้าที่เรือนแพ ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ใจบุญขอ คิดถึงความสำคัญของแหวนที่ศักดิ์ระพีมอบให้ น้ำตาล่วงเผาะถอดแหวนออกจากนิ้วด้วยความคิดที่ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับแหวนวงนี้ ใจบุญต่างหากที่ควรเป็นเจ้าของตัวจริง ถ้าไม่มีตนปัญหาทุกอย่างก็คงจะจบ ศักดิ์ระพีกับใจบุญเพื่อนที่ตนรักมากที่สุดก็จะมีความสุข... ตะวันมองไปยังตึกใหญ่ตัดสินใจแน่วแน่บางอย่าง...

ตะวันเดินเศร้าๆมาท้ายสวน พลันได้ยินเสียงเห่กล่อมของสาย ก็ชะงักจำได้ว่าเป็นเสียงของแม่ ตะวันรีบมองหาที่มาของเสียง ในขณะที่ศักดิ์ระพีเข้ามาในห้องนอน เห็นแหวนวางอยู่บนหมอนก็ตกใจ รีบวิ่งมาที่เรือนแพ พบแต่ความว่างเปล่าก็ตกใจ...ฉุกคิดหรือจะอยู่บ้านธาดา

เสียงเห่กล่อมยังดังไม่ขาดสาย ตะวันเดินน้ำตานองหน้า ภาพอดีตวัยเด็กผุดขึ้นไม่ลืมเลือน หัวใจโหยหาความอบอุ่นจากแม่ มาถึงเรือกระแชงเห็นสายนั่งกล่อมห่อผ้าอยู่หัวเรือ ตะวันทรุดลงนั่งข้างๆ เอื้อมมือไปแตะตัว สายหันมองสติกลับมาอีกครั้ง โผกอดตะวันร่ำไห้ อินตาเดินมายืนตะลึง ตะวันหันมาเห็นไม่คาดคิดว่าลุงอินที่คอยช่วยเหลือมาตลอดจะเป็นพ่ออินตาของตน แต่อินตาไม่ยอมรับด้วยรู้สึกผิดและว่าตัวเองเป็นแค่คนขี้คุกจะเป็นพ่อคนได้อย่างไร สายร่ำไห้ขอร้องอินตาอย่าทำร้ายจิตใจลูกอีกเลย ตะวันคลานเข้ากราบแทบเท้าอินตา ขอร้องอย่าหนีตน อินตาใจแทบขาดน้ำตาร่วงรินทรุดลงขอโทษ โอบกอดตะวันด้วยความรักของคนเป็นพ่อ

ความสุขของครอบครัวกลับมา ตะวันนอนหนุนตักอินตาฟังเสียงเป่าขลุ่ย เอ่ยถามทำไมเขาถึงไปติดคุก สายปรามอย่าถามพ่อแบบนั้น แต่อินตาคิดว่าควรเล่าเพราะคนที่ตนพลั้งมือฆ่าเป็นคนที่โกงเอาเงินค่าเล่าเรียนของลูกไป ตะวันน้ำตาร่วงที่รู้ว่าพ่อติดคุกเพราะตน อินตาปัดให้เลิกคุยเรื่องนี้ เพราะเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปแล้ว ตะวันกอดอินตาบอกตอนนี้ตนเรียนจบแล้ว ตนจะทำงานเป็นครูเลี้ยงพ่อกับแม่เอง

สายเห็นตะวันนอนหลับไปแล้ว จึงออกมาคุยกับอินตาว่าไม่อยากให้ตะวันมาตกระกำลำบากกับเราอีก อินตาบอกอีกไม่นานตนจะเป็นคนทำให้ตะวันได้กลับไปเป็นทายาทที่แท้จริง

ooooooo

ด้วยความสับสนไม่สบายใจ ใจบุญแอบชวนแก้วมาหาเอี้ยงที่โรงพักชานเมือง เอี้ยงให้เพื่อนตำรวจเอานาฬิกาที่เธอเคยให้สมัยเรียนมาคืนบอกว่าตนออกเวรไปแล้ว เธอใจหายวาบคิดว่าเขาเกลียดตนถึงคืนสิ่งนี้ แก้วกลัวบารมีถามหาเร่งให้ใจบุญกลับบ้านแต่เธอไม่ยอม

ใจบุญยังชะเง้อมอง ตำรวจคนหนึ่งมาเห็นเธอด้อมๆมองๆ จึงพาตัวขึ้นมาบนโรงพักคลาดกับเอี้ยงนิดเดียว ใจบุญบอกตนมาหานพดล ตำรวจเห็นจดหมายในมือเธอจึงดึงมาเปิดอ่านอย่างถือวิสาสะ ใจบุญร้องขอจดหมายคืน ตำรวจคนนั้นกลับอ่านเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

“วันเวลาที่ผ่านผัน จากวันวานจนวันนี้ ฉันเฝ้ารอนับวันนับนาที ห่วงหาคนดีอยู่อย่างไร”

ตำรวจพากันหัวเราะ ใจบุญอายมากวิ่งหนีลงจากโรงพัก แก้วรีบวิ่งตาม เอี้ยงรู้สึกผิดออกมาดึงจดหมายและตำหนิเพื่อนตำรวจไม่น่าแกล้งใจบุญ...เธอมานั่งร้องไห้ที่มุมหนึ่งบอกแก้วขออยู่คนเดียว แก้วเดินไปสักพักมีเสียงคนเดินมา ใจบุญคิดว่าเป็นแก้วแต่พอหันมองต้องชะงัก เอี้ยงพยายามทำใจแข็งแต่พอมาเห็นน้ำตาใจบุญก็ใจอ่อนยวบ ใจบุญเอ่ยถามยอมออกมาพบตนแล้วหรือ เอี้ยงยื่นจดหมายคืนให้ ใจบุญไม่รับแถมเอากล่องนาฬิกาใส่มือเขาไปด้วย

“ทำไมนพดลต้องคืนนาฬิกาให้ฉันด้วย” เอี้ยงว่ามันไม่คู่ควรกับตน ใจบุญโกรธ “ไม่อยากได้ก็เอาทิ้งไปสิ ถ้าไม่กล้าฉันจะทิ้งให้เอง” ใจบุญจะปากล่องทิ้ง เอี้ยงรีบแย่งคืน

ทั้งสองยื้อแย่งกันไปมา ใจบุญเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขา เอี้ยงรู้สึกเจียมตัวรีบปล่อยตัวเธอ แต่ใจบุญกลับโผกอดเขาร่ำไห้ “นาฬิกาเรือนนี้มีนพดลเป็นเจ้าของคนเดียว นพดลจะโกรธหรือเกลียดฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าคืนของที่ฉันให้นพดลด้วยใจได้ไหม”

เอี้ยงเช็ดน้ำตาปลอบ “อาเล็กเป็นสุภาพบุรุษ เชื่อสิว่าเขาต้องรับผิดชอบปัญหาทั้งหมด”

“ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่วันนี้ฉันขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆคนสำคัญที่สุดของฉันก็พอ...อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะนพดล” ใจบุญร่ำไห้ เอี้ยงกอดปลอบด้วยความเจ็บปวดใจเช่นกัน...

เมื่อบ้านไม่มีใครเหลืออยู่ คุณใหญ่รู้สึกเหงาบ่นหายอแสง ศักดิ์ระพีก็ซึมเศร้าลงทุกวัน นเรนทร์อยู่เงียบผิดสังเกตจนน่าหวั่นใจ จู่ๆนเรนทร์สั่งคนรับใช้ทำน้ำพริกมะขามให้กิน แต่แล้วพอได้กินรสชาติไม่เหมือนที่สายทำก็ผิดหวัง หงุดหงิดเดินออกมายืนมองเรือที่แล่นผ่านท่าน้ำ คิดถึงตอนอยู่ในเรือกับสายและอินตา คิดถึงช่วงเวลาที่ทั้งสองใช้ความรักทำให้ตนอดยาได้ นเรนทร์เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงท้ายสวน เห็นเรือกระแชงลำหนึ่งจอดอยู่ก็จำได้ว่าเป็นเรือของอินตา รีบวิ่งไปใกล้ ได้ยินเสียงสายเรียกให้กินข้าว ก็ดีใจคิดว่าเรียกตน

จากที่หัวใจพองโตดับวูบลง เมื่อภาพที่นเรนทร์เห็นคือสายเรียกตะวันมากินข้าว สามคนพ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงกินข้าวดูมีความสุข นเรนทร์ตกใจมากเมื่อได้ยินพ่อกับแม่เรียกยอแสงว่า...ตะวัน...เรื่องที่พริ้มเพราเล่า คำพูดที่ละม่อมกับซ้อนเคยพูดใส่หน้า ทำให้เขาเจ็บแปลบในใจวิ่งออกมาหยุดยืนนิ่งสักพักก่อนร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “ทุกคนโกหกฉันทำไม! ทุกคนหลอกฉัน! ทำไมทุกคนต้องรักยอแสง ทำไมนังยอแสงต้องเป็นทายาทที่แท้จริง ทำไมต้องเป็นมัน!”

นเรนทร์โกรธเหมือนตัวเองถูกทรยศ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ จะไม่ยอมให้ใครสมหวัง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"
24 ก.พ. 2563
07:15 น.