ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันยอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ซ้อนนัดพริ้มเพราออกมาคุยในสวนตอนค่ำเพื่อบอกว่าตนสำนึกในบาปกรรมจะสารภาพกับคุณใหญ่ ว่าตะวันคือลูกแท้ๆของท่านต้นกับดวงพรไม่ใช่นเรนทร์ พริ้มเพราหาวิธีห้ามแต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นนเรนทร์เดินเข้ามา ซ้อนสะดุ้งโหยงไม่รู้ว่าเขามาเมื่อไหร่

นเรนทร์เสียงเครียดแววตาดุร้ายบอกมานานแล้ว จนได้ยินทุกคำ และวันนี้ตนจะส่งซ้อนไปอยู่กับละม่อม พริ้มเพราหวาดผวาทำอะไรไม่ถูก นเรนทร์เงื้อมีดจะแทงซ้อนแต่เขาหลบทัน เกิดการต่อสู้กันรุนแรง พอพริ้มเพราตั้งสติได้คว้าไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาฟาดซ้อน นเรนทร์ ได้จังหวะปราดเข้าแทงซ้อนล้มลงแน่นิ่ง พริ้มเพราตกใจมากละล่ำละลักให้จัดการกับศพก่อนมีคนมาเห็น

ขณะที่นเรนทร์ลากร่างซ้อนจะเอาลงเรือไปทิ้งน้ำ ซ้อนลืมตาโพลงลุกขึ้นตบหน้าพริ้มเพราเซถลาไป แล้วหันมาซ้อมนเรนทร์ทั้งที่มีดยังเสียบคาตัว “ไอ้เดนนรก! ฉันไม่น่าช่วยปีศาจในร่างมนุษย์อย่างแกเลย” พริ้มเพราลุกมาช่วยหลาน ซ้อนจึงหันมาบีบคอ “ผมมันคนตาบอด เสียแรงที่ผมรักและเทิดทูนคุณพริ้ม คุณคือนังแม่มดที่สร้างปีศาจขึ้นมาในบ้านเดชาบดินทร์”

พริ้มเพราตาเหลือกยกมือไหว้อ้อนวอนกลัวแล้วอย่าทำอะไรตน ซ้อนไม่อยากเชื่อใจเธออีก นเรนทร์สะบักสะบอมคลานเข้ามาขอร้องให้ปล่อยป้า พวกตนสำนึกผิดแล้ว จะไปสารภาพความจริงกับคุณใหญ่ ซ้อนหลงเชื่อ แต่พอนเรนทร์สบโอกาสก็กระชากมีดจากตัวซ้อนมาแทงซ้ำอีกหลายแผลจนซ้อนล้มกลิ้งตกน้ำไป อินตาโผล่มาเห็นเหตุการณ์ พริ้มเพราอุทานเรียกชื่ออินตา นเรนทร์แปลกใจที่พริ้มเพรารู้จัก อินตาเห็นลูกทำผิดจึงเตือนสติไม่น่าฆ่าคนทำลายชีวิตตัวเอง

“แส่ไม่เข้าเรื่อง ฉันจะฆ่าแกอีกคน” นเรนทร์สวนกลับอย่างไม่สำนึก

“ถึงคุณจะฆ่าผม ผมก็ฆ่าคุณไม่ได้ ขอมีดผมเถอะก่อนที่คุณจะตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย”

นเรนทร์ระแวง อินตาย้ำ “จำไว้คุณนเรนทร์...การเป็นพ่อที่ดีไม่ใช่สักแต่ให้กำเนิด มันต้องรักลูกด้วยหัวใจ ถึงแม้จะเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่ได้ชุบเลี้ยงมาทั้งชีวิต”

“แกว่าอะไรนะ...”

อินตาตะคอกทั้งน้ำตา “ไอ้นเรนทร์! ไอ้ลูกน้ำคลอง เอ็งน่ะแหละลูกข้า!”

นเรนทร์ตกตะลึงไม่เชื่อ ไม่ยอมรับโวยวายราวคนเสียสติ ทันใดเสียงศักดิ์ระพีดังใกล้เข้ามา เขากลัวความผิดจึงร้องตะโกนลั่น “ช่วยด้วย! ไอ้ซ้อนถูกฆ่า มันกำลังจะฆ่าฉันด้วย!”

อินตาหัวเราะทั้งน้ำตาที่ลูกตัวช่างเลวอย่างแท้จริง ศักดิ์ระพีส่องไฟเข้ามา อินตาจึงรีบวิ่งหนีพร้อมมีดในมือ ศักดิ์ระพีชักปืนยิ่งไล่หลัง อินตาวิ่งหนีรอดไปได้ พริ้มเพราแสร้งร้องไห้บอกทุกคนว่าซ้อนตกน้ำไปแล้ว นเรนทร์พยายามคุมสติตัวเองยืนนิ่งแต่แววตาเลือดเย็น...อินตาหนีกลับมาที่เรือกระแชงบอกสายว่าลูกปลอดภัยแต่เราต้องหนี สายดีใจกอดห่อผ้าที่คิดว่าเป็นลูกเห่กล่อมอย่างคนเสียสติ อินตาพึมพำว่าตนทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่ กับเวรกรรมของลูกเอง

ตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุและงมหาศพซ้อน พริ้มเพราทำทีร้องไห้เสียใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสเกาะแขนศักดิ์ระพีแจด้วยความหวาดกลัว นเรนทร์ปรักปรำว่าคนร้ายเป็นชาวเรือที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ตำรวจเชิญนเรนทร์ไปสอบปากคำ เขาหน้าตื่นโวยวายไม่ไป ศักดิ์ระพีแปลกใจแค่ให้การทำไมต้องโวย คุณใหญ่เหนื่อยใจฝากให้ดูแลทุกอย่างแทน นเรนทร์สบถ

“แค่ขี้ข้าในบ้านตายคนเดียว ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนี้ด้วยวะ”

ตะวันขึ้นมาดูแลคุณใหญ่บนห้อง เพราะเธอไม่ยอมให้กลับไปอยู่ที่เรือนแพ แถมพูดว่าถ้ายอแสงออกเรือนมีคนดูแล เธอคงสบายใจ...ศักดิ์ระพีได้ยินเก็บมาครุ่นคิดถึงที่ธาดาขอยอแสงแต่งงาน และคำพูดของยอแสงที่ว่าถ้าเธอจะแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นต้องไม่เอาแต่ใจเหมือนอาเล็ก

“ฉันรู้แล้วว่าใครจะคอยปกป้องดูแลเธอได้ตลอดชีวิต...ยอแสง” ศักดิ์ระพีคิดอะไรได้

รุ่งเช้า ศักดิ์ระพีขับรถพาตะวันออกจากบ้านเดชา-บดินทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสมาซักถามเติมว่าทั้งสองไปไหน เติมทำหน้าเหรอหราไม่รู้ไม่เห็นอะไร ทำให้สองสาวหงุดหงิด

ศักดิ์ระพีพาตะวันมาจอดรถบริเวณทุ่งร่มรื่น ทั้งสอง ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ เขาเปรยขึ้นว่า ตนกับคุณใหญ่รักที่นี่มาก ตั้งใจว่าจัดการเรื่องที่บ้านเดชาบดินทร์เรียบร้อย จะกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ตะวันแปลกใจว่าเขาพาตนมาทำไม ศักดิ์ระพีชี้ไปที่แปลงหนึ่ง “ฉันเจอยอแสงครั้งแรกที่นี่ ให้ชีวิตใหม่กับเธอที่นี่ ฉันจึงอยากบอกเรื่องสำคัญกับเธอที่นี่เช่นกัน”

“คุณแม่ใหญ่บอกว่าอาเล็กจะซื้อที่แปลงหนึ่งสร้างโรงเรียน” ตะวันถามสวน

“ใช่ ฉันจะให้คุณครูยอแสงกับคุณหมอธาดาเป็นคนดูแล” ตะวันแย้งอย่าเอาตนไปพัวพันกับธาดามันไม่เหมาะ แต่ศักดิ์ระพีย้ำ “คุณหมอกับคุณครูก็เหมาะสมกันดี”

ตะวันขอให้เขาอยู่เฉยๆแต่เขากลับอ้างว่าเป็นผู้ปกครองก็ต้องสนับสนุนให้เธอได้ดี ว่าแล้วก็ล้วงกระเป๋าหยิบกล่องแหวนออกมาให้เธอเปิดดู บอกตนเตรียมไว้ให้ธาดาหมั้นเธอ ตะวันไม่พอใจระคนน้อยใจถามกลับ “ก็เท่ากับยอแสงเป็นเจ้าของมันแล้วใช่ไหมคะ”

ศักดิ์ระพีกล่าวยิ้มๆอีกไม่นานธาดาจะเป็นคนสวมแหวนนี้ให้เธอ ตะวันถามย้ำอีกครั้งว่าแหวนวงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนใช่ไหม เขารับว่าใช่ เธอหยิบก้อนหิน ขึ้นมาทุบแหวนจนแหลกต่อหน้าต่อตาไม่สนใจว่าศักดิ์ระพีตกใจแค่ไหน ให้เหตุผลทุบเพื่อให้เขาได้คิด เขายิ่งงงคิดอะไร

“การกระทำใดๆที่เกิดขึ้นด้วยการบังคับและ

ผู้รับไม่ต้องการ มันจะต้องแตกหักเหมือนแหวนวงนี้” ตะวันน้ำตาซึมวิ่งหนีไปด้วยความน้อยใจ จะลงเรือกลับเดชาบดินทร์

ศักดิ์ระพีตกใจวิ่งตามมาดึงรั้งให้กลับด้วยกัน เธอไม่ยอมเขาหาว่าเธออวดดี เธอจึงขอกุญแจรถ ถ้าให้กลับตนจะขับกลับเองแม้จะขับไม่เป็น ศักดิ์ระพีชักโกรธยื่นกุญแจประชด เธอคว้ามาขึ้นรถบิดกุญแจแต่ไม่ติด สบถเดือดดาลว่ารถบ้า ศักดิ์ระพียืนเท้าเอวมองเคืองๆ

“รถมันก็เหมือนคน ไม่รู้ใจมันมันก็ไม่ทำงาน หลีกไป...ฉันจะขับเอง”

ตะวันไม่ยอมลงจากรถ ศักดิ์ระพีจึงดึงเธอลง เธอจะวิ่งหนี เขาโมโหอุ้มเธอขึ้นพอเธอดิ้นให้ปล่อยก็ทำท่าปล่อยทิ้งเธอตกใจโผกอดคอเขาแน่น ทั้งสองสบตากันนิ่งสักพัก เขาจึงอุ้มเธอมาวางลงเบาะด้านข้างคนขับ กระซิบข้างหูว่า เรียบร้อยแบบนี้ค่อยน่ารัก เธอค้อนหลบตางอนๆ

ooooooo

วันต่อมาพริ้มเพราขึ้นมาเรียกนเรนทร์เพราะตำรวจมาขอสอบปากคำ เขาไม่พอใจกราดเกรี้ยวใช้มีดขู่พริ้มเพราอย่าลืมว่าต้องพูดอย่างไร เธอตกใจหวาดกลัวแทบสิ้นสติ

พริ้มเพราให้การตำรวจน้ำเสียงตะกุกตะกักว่าซ้อนทะเลาะกับคนเรือที่เมาจนแทงกัน นเรนทร์เสริมว่าตนได้ยินเสียงป้าร้องจึงวิ่งมาแต่ช่วยไม่ทัน ซ้อนตกน้ำไปแล้ว ตำรวจถามจำอาวุธที่คนร้ายใช้ได้ไหม เขาอ้างว่ามืดมากจำไม่ได้ พริ้มเพรารีบบอกว่าคนร้ายเอามีดติดมือไป นเรนทร์ท่าทางร้อนรนบอกตนกับป้าให้การหมดแล้ว น่าจะรีบหาตัวคนร้ายสักที ไม่ใช่เสียเวลาสอบปากคำอยู่ได้ ศักดิ์ระพีเอ็ด เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสอบปากคำเพื่อขยายผลการสืบ

นเรนทร์สวน “แล้วอาเล็กมีหน้าที่อะไรในบ้านนี้ไม่ทราบ”

ศักดิ์ระพีพยายามระงับโทสะ ตำรวจขอตัวกลับ สองป้าหลานสบตากันโล่งอก...ขณะที่ตำรวจกำลังจะขึ้นรถ เสียงสุนัขเห่าดังมาจากในสวน เอี้ยงแปลกใจปกติมันไม่เคยเห่า ตำรวจขอไปตรวจดู ศักดิ์ระพีนำไป เห็นสุนัขกำลังคุ้ยเนินดิน มีนิ้วมือคนโผล่ขึ้นมา ทุกคนตกใจมาก...

คุณใหญ่แทบเป็นลมเมื่อเห็นตำรวจหามศพละม่อมออกมาจากสวน เอี้ยงสงสัยว่าการตายของละม่อมกับซ้อนจะเกี่ยวข้องกัน นเรนทร์ได้ยินตวาดเสียงกร้าว ไอ้ขี้ข้าไม่ต้องออกความเห็น ตะวันไม่พอใจ แค่สันนิษฐานทำไมต้องเดือดร้อน พริ้มเพราเอ็ด

“แกกับน้องหุบปากไปเหอะ อย่าทำเป็นเดือดร้อนแทนเจ้าของบ้านนักเลย”

“ก็คางคกบางตัวมันอยากคลานขึ้นวอจนตัวสั่น” จิตรใสช่วยจิกกัดตะวัน

ศักดิ์ระพีปรามให้พอที คุณใหญ่บอกตำรวจช่วยจับคนร้ายให้ได้ เพราะทั้งซ้อนและละม่อมเป็นคนดี พริ้มเพรายืนยันว่าคนร้ายเป็นพวกชาวเรืออย่างที่นเรนทร์ บอก...คืนนั้นนเรนทร์เครียดจัดอยู่ในห้องเอามีดกรีดกระจกแววตาโหดเหี้ยมเข่นเขี้ยวจะฆ่าให้หมดทุกคน สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสได้ยินเสียงบ่นว่าหมู่นี้

นเรนทร์ทำตัวแปลกๆไม่ออกไปเที่ยวเตร่เหมือนเคย ทำเสียงอะไรน่ากลัวอยู่ในห้อง พริ้มเพราผ่านมาได้ยินรู้สึกหวาดกลัวหลานตัวเองมากขึ้น...

เป็นเพราะอินตาจอดเรือกระแชงใกล้วัด ทำให้สายได้เข้ามานั่งฟังพระสวดบ่อยๆ ความทรงจำต่างๆเริ่มกลับคืน...

วันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวฆาตกรโรคจิตในคลองบางหลวง ทำให้นเรนทร์มีอาการเครียดมากขึ้น นั่งหั่นเนื้อในจานมีดขูดจานเสียงเอี๊ยดๆ จนคุณใหญ่ต้องหันมาดุ

“ไม่พอใจก็อย่าฟัง” นเรนทร์สวนกลับอย่างไม่ยำเกรง ศักดิ์ระพีเอ็ดว่าคุณใหญ่เตือนดีๆ นเรนทร์ตวาดกลับว่าไม่ต้องการคำเตือน ต้องการแค่มรดก

พริ้มเพราแทรกขึ้นว่าคุณใหญ่น่าจะเปิดพินัยกรรมเลย อายุเท่าไหร่ก็ไม่ต่างกัน คุณใหญ่ยืนยันต้องทำตามคำสั่งท่านต้น นเรนทร์ตะคอกใส่

“กว่าจะถึงเวลานั้น สมบัติของฉันคงถูกแกผลาญจนหมดบ้าน นังแก่ขี้โกง!”

“หยุดก้าวร้าวคุณแม่ใหญ่ซะที” ศักดิ์ระพีทนไม่ไหวลุกขึ้นชี้หน้านเรนทร์

นเรนทร์ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นพุ่งเข้าชกหน้าศักดิ์ระพี เขาไม่ทันระวังจึงโดนชกเซไปแต่ก็สวนกลับ นเรนทร์ล้มไปบนโต๊ะอาหารแตกกระจาย คนอื่นๆตกใจลุกหนี เอี้ยงกับเติมช่วยกันแยกทั้งสอง แต่นเรนทร์ไม่ยอมหยุด เอี้ยงจึงสวนหมัดใส่ ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้น คุณใหญ่ต้องตะโกนห้ามเสียงลั่น...เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ่งกังวลใจ ถ้านเรนทร์ได้สมบัติเมื่อไหร่พวกตนคงต้องโดนไล่ออกจากบ้านแน่ พร้อมมิตรยังไม่ห่วงเรื่องนั้นเท่าเรื่องที่ยอแสงสนิทสนมกับศักดิ์ระพีมากขึ้นเรื่อยๆ

ooooooo

ทุกเย็นวันศุกร์ใจบุญมักมาหาเอี้ยงที่โรงเรียนตำรวจเพื่อกลับบ้านด้วยกัน เอี้ยงสีหน้าไม่สบายใจเพราะไม่อยากให้บารมีโกรธ แต่ใจบุญบอกว่าไม่อยากกลับบ้าน กลับไปก็เหงา เอี้ยงแนะให้ไปหาศักดิ์ระพีแล้วชวนไปเที่ยวไหนก็ได้ ใจบุญน้อยใจทันทีที่เอี้ยงชอบผลักไส

เอี้ยงบอกว่าอยากเห็นเธอมีความสุข ใจบุญเศร้าลง “ถ้าดี...ทำไมฉันถึงไม่มีความสุข นพดลรู้ไหม นับวันความรู้สึกระหว่างฉันกับอาเล็กก็ยิ่งห่างกันทุกที...นพดลคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ”

เอี้ยงซึ้งใจสบตาใจบุญด้วยความรู้สึกเจียมตัวไม่คู่ควร เผอิญบารมีนั่งรถกับเพื่อนผ่านมา เห็นเอี้ยงกับใจบุญก็ตาโพลงโกรธมาก...ใจบุญกำลังเอามือประคองหน้าเอี้ยงให้มองตน ไม่ให้เมินหน้าหนี บารมีปราดเข้ากระชากใจบุญ ตวาดลั่น

“ทำไมทำตัวแบบนี้ ประพฤติแบบนี้ใครจะเอา”

เอี้ยงรีบอธิบายว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไรผิด บารมีไม่ฟังด่าไอ้ขี้ครอกแล้วลากใจบุญถูลู่ถูกังกลับไป ใจบุญพยายามอธิบายแต่แม่ก็ไม่ฟัง สั่งขังในห้องนอนให้แก้วเฝ้า

เอี้ยงไม่สบายใจเป็นห่วงใจบุญอย่างมาก กลับมาเล่าให้ตะวันฟัง แต่ไม่กล้าไปหา ไม่อยากให้ใจบุญมาเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำอย่างตนอีก ตะวันติงทำไมดูถูกตัวเองอย่างนั้น

“กำลังยอมรับความจริงต่างหาก ความจริงที่เราไม่มีวันหนีกำพืดของตัวเองได้ ไม่ว่าเราจะพยายามถีบตัวเองให้สูงแค่ไหนก็ตาม”

“คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่ชาติกำเนิดเพียงอย่างเดียวหรอก ไม่ว่าเลือดในตัวเราจะชั่วช้าเลวทรามยังไง หากเรายึดมั่นในความดี ตั้งใจทำแต่ความดี นั่นก็เรียกได้ว่าเราเกิดมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว” ตะวันโอบคอเอี้ยงให้กำลังใจ “ชีวิตคนก็เหมือนดวงตะวัน มีแสงสว่าง มีอ่อนแสงมืดไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง สำคัญอยู่ที่หัวใจเราต้องไม่หมดกำลังใจ เกิดเป็นคน เราต้องเป็นได้อย่างดวงตะวัน”

เอี้ยงขอบคุณที่ตะวันเป็นพี่สาวที่แสนดีเสมอมา ตะวันก็ขอบคุณที่เขาเป็นน้องที่น่ารัก เราจะเป็นพี่น้องที่รักกันตลอดไป ต่างคนต่างให้กำลังใจกันและกัน

ในขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่ง พริ้มเพราคุยกับนเรนทร์ด้วยความไม่สบายใจที่ตำรวจยังหาศพซ้อนไม่เจอ นเรนทร์รำคาญบอกถ้ากลัวมากก็ลงไปงมหาเองแล้วเดินหนีไป พริ้มเพราถอนใจจะกลับเข้าบ้าน รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม เริ่มใจคอไม่ดีเดินอย่างเร็วเข้าบ้าน ชนเข้ากับศักดิ์ระพีอย่างจัง เขาเห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอก็แปลกใจถามหนีอะไรมา พริ้มเพราปฏิเสธรีบเลี่ยงหนี

ในห้องนอน พริ้มเพราหวาดกลัวพยายามปลอบใจตัวเองว่าผีไม่มีในโลก แต่แล้วเห็นเงาคนรูปร่างเหมือนซ้อนปรากฏขึ้น แทบสติแตกร้องกรี๊ดวิ่งออกจากห้องมาหานเรนทร์ นเรนทร์หงุดหงิดกลับมาดูในห้องพริ้มเพรา ไม่เห็นอะไรหันมาตบหน้าพริ้มเพราหาว่าเธอจะทำให้ความแตก แถมขู่ถ้ายังไม่เลิกบ้า ศพต่อไปจะเป็นศพเธอ พริ้มเพราสะอื้นในอกหวาดกลัวทั้งผีซ้อนและนเรนทร์...ในขณะที่ซ้อนยังไม่ตายแอบซ่อนตัวในพุ่มไม้ หาจังหวะปีนห้องคุณใหญ่เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมด กลับเจอนเรนทร์นอนรอ บนเตียง ซ้อนตกใจมาก นเรนทร์หัวเราะร่า

“ลืมแล้วรึว่าเวลานี้นังคุณใหญ่ต้องสวดมนต์ในห้องพระ”

ซ้อนจะหนี นเรนทร์เอามีดออกมาไล่แทง เกิดการต่อสู้กันรุนแรง ซ้อนพลาดท่าโดนแทงตัดขั้วหัวใจ เสียงคุณใหญ่เดินคุยกับตะวันให้กลับไปพักผ่อน ตะวันบอกถ้ามีอะไรเรียกตนได้ตลอดเวลา พอเปิดประตูเข้ามา คุณใหญ่แปลกใจที่หน้าต่างห้องเปิดอยู่ ตะวันคิดว่าคงถูกลมตีแล้วเดินไปปิดให้ ในขณะที่นเรนทร์มีโตและเกิดช่วยกันหามศพซ้อนหนีออกมาทันท่วงที

เมื่อฝังศพซ้อนเรียบร้อย นเรนทร์กลับมาเล่าให้พริ้มเพราฟังให้เลิกกลัวผีซ้อนได้แล้ว พริ้มเพรายิ่งตกใจมองไปท้ายสวนที่มีรอยดินกลบใหม่อยู่ นเรนทร์กำชับหน้าที่ของเธอคือทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครตามหาศพซ้อนเจอ พริ้มเพราหวาดกลัวท่าทางกราดเกรี้ยวของหลานที่เลี้ยงมา

ooooooo
สามปีผ่านไป...เอี้ยงในชุดนักเรียนนายร้อยตำรวจกลับมาบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันปรี่เข้ากอดแสดงความยินดี เอี้ยงทำหน้างง ศักดิ์ระพีเข้ามาสมทบบอกเพื่อนตนที่สถานีตำรวจเล่าว่านพดลช่วยจับคนร้ายตอนไปฝึกงาน ทางผู้ใหญ่จะทำเรื่องมอบประกาศเกียรติคุณวันประดับยศ

ตะวันร้องว่าเรี่ยมเลย...เอี้ยงยิ้มแหยๆ อุตส่าห์อุบไว้ ศักดิ์ระพีว่าเรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนอยากแสดงความยินดีด้วย ตะวันเร่งให้ไปหาคุณใหญ่ซึ่งรออยู่ในบ้าน

คุณใหญ่ชื่นใจกับความสำเร็จของทั้งตะวันและเอี้ยง “อาทิตย์หน้าลูกยอก็จะรับปริญญาได้เป็นคุณครูอย่างที่ตั้งใจ อีกไม่กี่เดือนนพดลก็จะได้ประดับยศเป็นตำรวจ แถมได้ประกาศเกียรติคุณที่ช่วยงานราชการ คงไม่มีอะไรที่ทำให้แม่มีความสุขได้เท่านี้อีกแล้ว”

ตะวันกับเอี้ยงก้มกราบคุณใหญ่ด้วยความซาบซึ้งเพราะที่พวกตนมีวันนี้ได้เพราะความเมตตาของเธอ ศักดิ์ระพีภูมิใจในตัวเอี้ยงและตะวันเช่นกัน

“คนใฝ่ดีรักดีก็ต้องได้รับการสนับสนุน เธอสองคนพิสูจน์ให้ฉันกับพี่ใหญ่เห็นแล้วว่า คุณค่าของความเป็นคนไม่ได้วัดกันที่สายเลือดหรือชาติกำเนิด เราต้องดูกันที่จิตใจของคนๆนั้น”

คุณใหญ่คิดว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ทั้งสองคน พริ้มเพราแย้งทำไม่ได้ คุณใหญ่ถามทำไมจะทำไม่ได้ นเรนทร์สวน “เพราะนังยอแสงกับไอ้นพไม่ใช่ลูกคุณพ่อ ไม่มีสิทธิ์มาเผยอหน้าชูคอในบ้านเดชาบดินทร์”

“ไม่อายชาวบ้านบ้างหรือคะที่คุณใหญ่ยกย่องเด็กข้างถนนจนเกินงาม” พริ้มเพราเหยียด

“ลูกยอเป็นลูกบุญธรรมของฉันไม่ใช่คนอื่น คนที่ควรจะอายน่าจะเป็นคนที่เรียนไม่จบแม้แต่มัธยมปลายต่างหาก”

“แกว่าฉันเหรอนังแก่” นเรนทร์สำรอกอย่างไม่เกรงใจ

“หยุดหยาบคายกับพี่ใหญ่นะนเรนทร์ นายทำตัวเอง เกิดมามีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่กลับใช้โอกาสนั้นไม่เป็น ผิดกับคนข้างถนนที่นายดูถูก เห็นไหมว่าเขาใช้โอกาสที่ได้รับจนประสบความสำเร็จในชีวิตแค่ไหน” ศักดิ์ระพีลุกขึ้นเอ็ดเสียงกร้าวอย่างไม่พอใจ

“ไม่ต้องมาสอน ฉันไม่อยากฟัง” นเรนทร์อาละวาดเหวี่ยงข้าวของ กระแทกเท้าออกไป

ไม่เพียงเท่านั้นยังมาที่ห้องพระ ยืนจ้องรูปท่านต้นอย่างโกรธแค้น หาว่าไม่ยุติธรรมที่ตั้งกฎบ้าๆขึ้นมาแล้วหวนคิดถึงคำพูดละม่อมก่อนตายว่าตนไม่ใช่ลูกท่านต้น เป็นลูกชาวเรือ ยิ่งทำให้เดือดดาลราวคนมีอาการประสาท ต่อว่าท่านต้นเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้ อย่างไรเสีย ถ้าตนไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข

ตะวันหลบมานั่งไม่สบายใจที่เป็นสาเหตุของความวุ่นวายในบ้าน ศักดิ์ระพีตามมาปลอบใจไม่ให้โทษตัวเองและถามอยากได้ของขวัญอะไรที่เรียนจบ ตะวันตอบอย่างจริงใจว่า สิ่งมีค่าที่สุดคือการศึกษา ตนคว้ามาได้แล้วไม่มีอะไรที่อยากได้อีก ชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมเธอมากขึ้น...

วันต่อมา บารมีเรียกเอี้ยงไปพบเพื่อย้ำเตือนให้รู้ว่า แม้เขาจะเรียนจบได้เป็นตำรวจแต่ก็ไม่ได้เป็นหลัก ประกันว่าจะทำให้ใจบุญสุขสบาย แค่รายได้ตำรวจของเขาก็ไม่พอกับค่าอาหารและของใช้ของใจบุญ ถ้าคิดว่ารักลูกสาวตนจริงควรเลิกยุ่งกับเธอเสีย เอี้ยงใจแทบสลาย... แก้วแอบมาบอกใจบุญบนห้อง เธอตกใจรีบวิ่งออกไปหาเอี้ยงแต่เขาขึ้นรถกลับไปเสียก่อน

เอี้ยงกลับมาปรับทุกข์กับตะวัน ถ้าตนถ่ายเอาเลือดในตัวออกแล้วเอาเลือดผู้ดีใส่เข้าไปยังจะโดนดูถูกอีกไหม ตะวันส่ายหน้าปลอบใจให้เอี้ยงคิดเสียใหม่ว่า “แค่เราภูมิใจในคุณค่าความดีของตัวเอง ก็ไม่มีใครเอาศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราไปได้หรอกนพดล”

ooooooo

หลายวันผ่านไป ถึงวันรับปริญญาของตะวัน อินตากับสายอยากไปชื่นชม เห็นเธอในชุดบัณฑิตรับปริญญาจึงพากันไป แต่พอเห็นผู้คนมากมาย แต่ละคนแต่งตัวภูมิฐานสวยงามก็ชะงักรู้สึกพวกตนไม่คู่ควร จึงชะเง้อมองอยู่ห่างๆด้วยความปลื้มปีติ

คุณใหญ่ ศักดิ์ระพี เอี้ยงและบารมี ถ่ายรูปกับบัณฑิตตะวันและใจบุญ เติมรู้ใจบอกให้ศักดิ์ระพีถ่ายคู่กับตะวัน ทั้งสองยังปั้นปึ่งต่อกัน แต่บารมีกลับมาดึงศักดิ์ระพีไปถ่ายคู่กับใจบุญเสียดื้อๆ ใจบุญเห็นสีหน้าผิดหวังของเขาก็รู้สึกสะเทือนใจ

ตะวันกับใจบุญกราบพระพุทธรูปหน้ามหาวิทยาลัย ใจบุญแปลกใจที่เห็นตะวันกราบถึงห้าครั้งจึงเอ่ยถาม ตะวันอธิบายว่า กราบครั้งที่สี่กับห้าตนกราบให้พ่ออินตากับแม่สาย อยากให้ทั้งสองมาแสดงความยินดีด้วย อินตากับสายแอบมองน้ำตาไหลริน ปวดใจที่ไปกอดลูกไม่ได้

เย็นวันนั้นมีงานเลี้ยงที่บ้านเดชาบดินทร์ มุมหนึ่งติดป้ายข้อความ...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่และว่าที่ร้อยตำรวจตรีคนใหม่...บรรยากาศในงานสนุกสนานครื้นเครง คุณใหญ่พาตะวันและเอี้ยงเดินแนะนำกับแขกในงาน รวมทั้งหลวงมานพว่าทั้งสองเป็นเด็กที่ศักดิ์ระพีให้การอุปการะ หลวงมานพชื่นชมที่ทั้งสองใฝ่ดีน่าภูมิใจ บารมีเห็นรีบดึงใจบุญเข้ามาร่วมแนะนำ

“ใจบุญก็เป็นเด็กสาวที่น่ารักของคุณเล็ก สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย...”

ใจบุญสบตาศักดิ์ระพีอย่างประดักประเดิด ที่แม่แนะนำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น ตะวันกับเอี้ยงสบตากันเศร้าๆ เข้าใจความรู้สึกของกันและกัน

นเรนทร์เห็นตะวันกับเอี้ยงเป็นจุดเด่นในงานก็ไม่พอใจ ส่งเสียงดังชวนเกิดกับโตชนแก้วดื่มให้เมา พริ้มเพราพยายามปรามให้ทำตัวดีๆ อย่าให้ตะวันเกินหน้า แต่เขากลับบอกว่า “นังคุณใหญ่มันกล้าจัดงานท้าทายผม ผมก็จะให้ของขวัญพวกมันให้แสบเลยทีเดียว คอยดู!”

พริ้มเพราเห็นสายตาหลานก็นึกหวั่นใจไม่น้อย... ระหว่างงานเลี้ยงดำเนินไป ศักดิ์ระพีให้ตะวันมาพบที่ริมน้ำ เพื่อมอบของขวัญให้ ตะวันเปิดดูเป็นแหวนทองเกลี้ยงๆ ไม่ทันพิจารณาว่าสลักชื่อสกุลของเขาไว้ เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะยัดเยียดให้หมั้นกับธาดาอีกก็น้อยใจ

“อาเล็กเห็นยอแสงเป็นตัวอะไร ถึงยอแสงจะเป็นเด็กในอุปการะ แต่ยอแสงก็มีศักดิ์ศรี มีชีวิตจิตใจที่จะรักใครด้วยหัวใจของตัวเอง” ศักดิ์ระพีถามว่าพูดจบหรือยัง “ยังค่ะ...อาเล็กไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องพยายามผลักไสยอแสงไปให้คนอื่นหรอก แค่บอกมาคำเดียว ยอแสงก็พร้อมจะไปจากอาเล็กทันที” น้ำตาหญิงสาวคลอเบ้า

“ทีนี้ฟังฉันบ้าง...แหวนวงนี้ไม่ใช่แหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานของใคร แต่เป็นแหวนที่ฉันให้เธอเป็นของขวัญเรียนจบ”

ตะวันหน้าเหรอหรา ศักดิ์ระพีพูดขำๆว่าเธอไม่ให้ โอกาสอธิบายเลย ตะวันเขินตีแขนเขาอายๆ...ระหว่างนั้นบารมีมองหาศักดิ์ระพีทั่วงาน หงุดหงิดที่เขาน่าจะพาใจบุญแนะนำกับแขกในงานกลับหายตัวไป ด้านศักดิ์ระพีบอกตะวันว่า จะไม่ใส่แหวนนี้ก็ได้ เพราะอีกไม่นานคงมีแหวนหมั้นคนอื่นให้ใส่ แหวนนี้ก็เก็บไว้ให้ลูกของเธอ ตะวันฟังแล้วน้อยใจประชดกลับ

“งั้นอาเล็กเอาคืนไปเถอะค่ะ ยอแสงไม่อยากได้แหวนวงนี้”

ศักดิ์ระพีไม่รับคืน ตะวันทำท่าจะโยนทิ้ง เขารีบถามมันไม่มีค่าสำหรับเธอเลยหรือ เธอบอกว่าใช่เหมือนที่ตัวเธอไม่มีค่าสำหรับเขา ชายหนุ่มชะงักจะอธิบาย แต่ธาดาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ตะวันประชดเข้าไปควงแขนธาดาถามถึงเรื่องแหวนหมั้น เขาทำหน้างงๆ

“ยอแสงอยากได้แหวนหมั้นที่สวยกว่าแหวนวงนี้ จะราคาถูกหรือแพงกว่าไม่สำคัญ ขอแค่พี่ธาดาให้ด้วยใจก็พอ”

ศักดิ์ระพีหาว่ากดดันธาดามากเกินไป ตะวันแกล้งอ้อนถามธาดายินดีใช่ไหม แล้วคืนแหวนให้ศักดิ์ระพี เขาไม่รับคืน เธอพยายามยัดเยียด แหวนหล่นกลิ้งไปหยุดตรงเท้าคุณใหญ่ เธอมองอย่างตกใจเก็บแหวนขึ้นมา

“นี่มันแหวนประจำตระกูลนี่ เล็กเอาแหวนวงนี้ออกมาทำอะไร”

ตะวันได้ยินอย่างนั้นรู้สึกผิดทันที มองหน้าศักดิ์ระพี เขาตัดสินใจตอบตามตรงว่า เอามาให้ยอแสงเป็นของขวัญวันรับปริญญา ใจบุญเดินมาได้ยินสะเทือนใจ

คุณใหญ่ตื่นเต้น “เล็กเอาแหวนที่คุณพ่อหมั้นคุณแม่มาให้ลูกยอเหรอ”

“ยอแสงเป็นลูกบุญธรรมพี่ใหญ่ ก็เหมือนเป็นลูกหลานของเรา ให้ยอแสงเก็บแหวนวงนี้ไว้ก็ไม่แปลกนี่ครับ” ศักดิ์ระพีตอบอย่างอึกๆอักๆ

อีกมุมหนึ่งพร้อมมิตรยืนฟังน้ำตาปริ่มที่กำลังจะเสียศักดิ์ระพีไป ใจบุญเดินร้องไห้มาเจอเอี้ยง ขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าศักดิ์ระพีรักใคร เอี้ยงเครียดนึกถึงคำพูดของบารมี ตัดสินใจบอกเธอว่า ใจบุญคู่ควรกับคนชั้นสูงที่มีฐานะเท่าเทียมกัน หญิงสาวน้ำตาพรั่งพรู

“แล้วฉันไม่คู่ควรกับคนที่มุมานะเรียนนายร้อยเพื่อฉันงั้นเหรอ”

“เราเกิดมาต่างชนชั้นกันมากเกินไป ใจบุญเป็นเหมือนดอกไม้ราคาแพงที่อยู่สูงลิบ ไม่คู่ควรกับเศษดินบนพื้นที่มีแต่คนเหยียบย่ำอย่างนพดลหรอก” เอี้ยงน้อยใจกับโชคชะตาตัวเอง

บารมีเดินมาเจอ กระชากใจบุญออกจากเอี้ยง ด่าว่าเอี้ยงไม่รู้จักเจียมตัว ไม่เลิกวุ่นวายกับลูกสาวตนเสียที คุณใหญ่เดินมาเห็นรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย ถามใจบุญเป็นการลองใจ

“ระหว่างอยู่ในที่ที่มีความสุขสบาย มีเงินทองมากมายมหาศาล กับอยู่ในที่ที่ลำบากแต่มีคนที่เรารักอยู่ด้วย ใจบุญคิดว่าแบบไหนจะมีความสุขกว่ากันจ๊ะ”

“ถ้ามีชีวิตสุขสบาย แต่ไม่มีคนที่เรารักอยู่ด้วย จะมีความสุขได้ยังไงคะ”

“นั่นสิ...นพดล กล้าคุกเข่าสาบานต่อหน้าฉันไหมว่าจะเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว”

เอี้ยงมองใจบุญแล้วมองบารมี ตัดสินใจเด็ดขาดคุกเข่าลงตรงหน้าคุณใหญ่ “ผมสัญญาด้วยเกียรติ ผมจะเป็นคนดีและรักเดียวใจเดียวตลอดไป”

ใจบุญยิ้มปลื้ม บารมีไม่พอใจที่คุณใหญ่เห็นดีงามกับเอี้ยง ด่าว่าเอี้ยงเป็นได้แค่ไอ้ขี้ครอกไม่มีวันทำให้ตนเปลี่ยนใจยอมรับ ว่าแล้วก็ดึงใจบุญกลับ เอี้ยงมองตามเศร้าๆ

ooooooo

หลังจากรู้ว่าแหวนที่ศักดิ์ระพีให้ตะวันเป็นแหวนประจำตระกูล ธาดาก็ให้คำมั่นสัญญากับตะวันว่า จะหาแหวนที่มีค่าและคู่ควรมาให้เธอให้ได้ ตะวันอึ้งไม่รู้จะอธิบายเขาอย่างไรว่า ที่พูดไปเป็นการประชดศักดิ์ระพีเท่านั้น

บนเวที นเรนทร์ยืนกร่างโดยมีโตกับเกิดถือไม้คุมเชิงด้านหน้า นเรนทร์ประกาศว่ามีช่วงพิเศษจะ

มอบให้ยอแสง ว่าแล้วก็ชูใบปริญญาบัตรของเธอขึ้น เอี้ยงวิ่งเข้าไปจะแย่งคืนแต่ถูกโตกับเกิดเอาไม้หวด ธาดาเข้าช่วยเกิดการต่อสู้กันชุลมุน นเรนทร์หัวเราะล่าหยิบไฟแช็กออกมาจะเผาใบปริญญาบัตร ตะวันตกใจ ศักดิ์ระพีทนไม่ไหวยิงปืนขึ้นฟ้าให้ทุกคนหยุดการกระทำ โตกับเกิดถอยกรูดไปข้างเวที นเรนทร์ไม่เชื่อว่าศักดิ์ระพีจะกล้ายิงตน จุดไฟแช็กอย่างไม่สะทกสะท้าน ศักดิ์ระพีเหนี่ยวไก กระสุนพุ่งเฉียดหัวนเรนทร์ เขาผงะล้มกลิ้งตกเวทีมาใส่โตกับเกิด

ศักดิ์ระพีเข้าไปเก็บใบปริญญาที่หล่นมาคืนให้ตะวันพร้อมบอกว่า คนจิตใจสกปรกอย่างเขาไม่สมควรแตะต้องปริญญาบัตรอันทรงเกียรติใบนี้ พริ้มเพราเข้าประคองนเรนทร์ หันมาโวยว่าทำเกินไป นเรนทร์สะบัดตัวออก ลุกขึ้นจ้องศักดิ์ระพีก่อนจะกระแทกเท้าจากไปพร้อมเพื่อนๆ

สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสมองเหตุการณ์ทั้งหมดยิ่งขุ่นเคืองใจที่ศักดิ์ระพีปกป้องตะวันตลอดเวลา จิตรใสยุพร้อมมิตรอย่าปล่อยให้ยอแสงแย่งอาเล็กของพวกเราไป

คืนนั้น เอี้ยงบ่นกับตะวันว่าน่าจะเอาเรื่องนเรนทร์ให้ถึงที่สุด แต่ตะวันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นกลับกังวลเรื่องแหวนมากกว่า จะทำอย่างไรให้ศักดิ์ระพียกโทษให้กับการเข้าใจผิดของตน เอี้ยงไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแนะนำให้ไปขอโทษก็สิ้นเรื่อง ตะวันได้คิด

รุ่งเช้า ตะวันทำขนมเพื่อมาง้อศักดิ์ระพี แต่ต้องเสียใจเมื่อรู้จากคุณใหญ่ว่าเขากลับบ้านร่มรื่นไปแต่เช้ามืด คุณใหญ่เห็นของที่ตะวันทำก็รู้ว่ามีปัญหากัน ตะวันหน้าเศร้ายอมรับว่าทำผิดอยากขอโทษศักดิ์ระพี ไม่คิดว่าเขาจะโกรธถึงขนาดหนีไปแบบนี้

ด้านศักดิ์ระพีเก็บแหวนประจำตระกูลลงลิ้นชักเพราะคิดว่ามันไม่มีค่าในสายตายอแสง...ตะวันตามมาง้อถึงบ้านร่มรื่นโดยมีเอี้ยงมาเป็นเพื่อน เจอเติมบอกว่าศักดิ์ระพีอยู่ที่คอกม้า เอี้ยงถือโอกาสขอตัวไปหาใจบุญ ตะวันส่ายหน้าที่ไม่ช่วยอะไรบ้างเลย

ตะวันขอให้เติมดูต้นทาง ตัวเธอเข้าไปในห้องศักดิ์ระพีเพื่อค้นหาแหวน ศักดิ์ระพีกลับมา เติมพยายามหาวิธีรั้งเขาไว้ เมื่อไม่สำเร็จจึงส่งเสียงดังให้ตะวันรู้ตัวและกอดขาอ้อนราวรักเจ้านายมากเหลือหลาย ศักดิ์ระพีหมั่นไส้เตะเขากลิ้งหลุนๆไป...พอเปิดประตูเข้ามาในห้อง ตะวันหาแหวนเจอพอดีรีบกำซ่อนไว้ข้างหลัง เขาถามเข้ามาขโมยอะไร เธอปฏิเสธท่าทีมีพิรุธ เขาจึงดึงมือเธอมาดู พอเห็นแหวนก็ว่าเธอเป็นขโมย เธอแย้งเขาให้เธอแล้วเมื่อคืนจำไม่ได้หรือ

“ฉันจำได้ว่าเธอปฏิเสธ เพราะฉะนั้นแหวนวงนี้ไม่ใช่ของเธอ เธอไม่มีสิทธิ์ เอาคืนมา”

“ไม่ค่ะ อาเล็กให้ยอแสงแล้วเอาคืนไม่ได้ค่ะ” ตะวันยื้อไม่ยอมคืน

ศักดิ์ระพีตามแย่งคืน ตะวันถอยมาชิดหน้าต่าง ยื้อแย่งกัน แหวนหลุดมือตกลงในบ่อบัวด้านล่าง ทั้งสองตกใจรีบวิ่งออกไปที่บ่อบัว ตะวันจะลงไปงม ศักดิ์ระพีรั้งไว้จะหาเอง เธอไม่ยอมต่างลงไปแย่งกันควานหา ตะวันพลาดลื่นล้ม ศักดิ์ระพีประคองเธอไว้ในอ้อมกอด ต่างสบตานิ่งงันไปชั่วครู่ ตะวันรู้สึกตัวเขินอายผละออกควานหาต่อกลบเกลื่อน แล้วเธอก็เจอประจวบกับ

ศักดิ์ระพีกุมมือเธอได้ ตะวันให้เขาปล่อย แต่เขาไม่ยอมจะแย่งแหวนคืน

“แหวนวงนี้ไม่มีค่าสำหรับเธอ จะสนใจทำไม เมื่อคืนเธอยังทิ้งขว้างอยู่เลย วันนี้ทำไมถึงอยากได้”...ตะวันหน้าเศร้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งสองกลับมาล้างมือแล้วไปนั่งในห้องรับแขก ตะวันยังถือแหวนในมือ บอกเขาว่าถ้าตนรู้ว่าแหวนวงนี้มีความสำคัญมากแค่ไหน ตนจะไม่ทำอย่างเมื่อคืนเลย น้ำเสียงศักดิ์ระพีเย็นชาโต้กลับว่าเธอทำไปแล้ว ตนไม่มีเวลามาเล่นอะไรไร้สาระ ตะวันร้องไห้ออกมา ขอโทษผิดไปแล้ว ชายหนุ่มเห็นน้ำตาหญิงสาวก็ใจอ่อน ตะวันคร่ำครวญ

“อาเล็กยกโทษให้ยอแสงเถอะค่ะ ถ้าอาเล็กโกรธก็ทำโทษยอแสงสิคะ อาเล็กจะตียอแสงก็ได้ ตีเลยค่ะ ตีแรงๆเลย แต่อาเล็กอย่าทำเย็นชากับยอแสงอย่างนี้เลยนะคะ สงสารยอแสงเถอะ”

“อาไม่โกรธยอแสงแล้ว ถึงอยากจะโกรธก็โกรธไม่ลงหรอก หยุดร้องไห้ได้แล้ว”

ตะวันดีใจเงยหน้ามองทั้งน้ำตา ศักดิ์ระพีเอ่ยถามทำไมถึงอยากได้แหวนวงนี้ ตะวันตอบว่าแหวนวงนี้เป็นของสำคัญของเขา เมื่อเขาให้ตนก็แสดงว่าตนเป็นคนสำคัญ ศักดิ์ระพีเหน็บอยากเป็นคนสำคัญของทุกคนหรือ ตะวันส่ายหน้า “อยากเป็นคนสำคัญของอาเล็กคนเดียว”

ศักดิ์ระพีใจพองโตเอาแหวนสวมใส่นิ้วนางซ้ายของตะวัน พูดความในใจอย่างเป็นนัยๆ “แหวนวงนี้มีความสำคัญต่ออามาก เป็นเหมือนดวงใจของอา ...อาขอฝากยอแสงไว้นะ รอจนกว่ายอแสงอายุครบ 21 เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เหมาะสม เราคงมีเรื่องสำคัญที่จะคุยกันมากกว่านี้จ้ะ”

ตะวันยิ้มปลื้มมีความสุข...คืนนั้นรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามาในบ้านเดชาบดินทร์ เติมกับเอี้ยงรีบเลี่ยงไป ปล่อยให้ศักดิ์ระพีกับตะวันคุยกันลำพัง พร้อมมิตรแอบมองด้วยความริษยา คิดแผนการหวังชิงศักดิ์ระพีมาเป็นของตัวให้ได้ ด้วยการเขียนจดหมายนัดศักดิ์ระพีไปพบที่ร้านอาหารในโรงแรมที่เคยไปด้วยกัน ถ้าเขาไม่ไปจะไม่ได้พบหน้าตนอีกเลย

บ่ายวันต่อมา ศักดิ์ระพีมาพบพร้อมมิตรตามนัด เห็นเธอนั่งดื่มของมึนเมา พร้อมมิตรพรั่งพรูความในใจ ว่าตลอดชีวิตไม่เคยมีใครนอกจากอาเล็กของตนคนเดียว แต่แล้วอาเล็กเห็นเด็กคนอื่นดีกว่าตนทนไม่ได้ ศักดิ์ระพีพยายามปลอบชวนกลับบ้าน แต่เธอคะยั้นคะยอให้เขาดื่มด้วยกันสักแก้วแล้วถึงจะกลับ เขาจึงยอมชนแก้วดื่มเอาใจ

ไม่คาดคิดว่าพร้อมมิตรจะวางยานอนหลับ และให้พนักงานพาศักดิ์ระพีขึ้นไปบนห้องพัก ในใจเธอคิดถึงอดีตในวัยเด็กที่โดนพริ้มเพราทำร้ายจิตใจสารพัด มีเพียงศักดิ์ระพีที่คอยปลอบใจช่วยเหลือทุกอย่าง เขาจึงเป็นคนเดียวที่เธอรัก ความผูกพันนี้ทำให้ไม่ยอมเสียเขาไป...จากนั้นเธอก็ถอดเสื้อเขาออก และเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองเป็นเสื้อคลุมของโรงแรม โทร.หาคุณใหญ่ร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณใหญ่ตกใจมากรีบมาที่โรงแรมพร้อมตะวันและเอี้ยง

พอเปิดประตูมาเห็นสภาพพร้อมมิตรในชุดเสื้อคลุมกับศักดิ์ระพีที่ยังไม่ตื่นก็ตกใจ คุณใหญ่เข้าปลุกน้องชาย เขาตื่นมาอย่างมึนงงปวดหัว พร้อมมิตรร้องไห้ฟ้อง

“อาเล็กเมามาก พร้อมห้ามแล้วแต่อาเล็กไม่ฟัง อาเล็กบอกแต่ว่ารักพร้อมคนเดียว”

ตะวันมองศักดิ์ระพีอย่างผิดหวังเสียใจ พร้อมมิตรขอให้เขารับผิดชอบ คุณใหญ่โกรธบอกถ้าเขาทำเขาก็ต้องรับผิดชอบ ทันใดประตูตู้เสื้อผ้าเปิด จิตรใสออกมาบิดตัวบ่นว่าเมื่อยมากนอนไม่สบายเลย ทุกคนตกใจ พร้อมมิตรหน้าเสียไม่รู้เลยว่าน้องสาวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

จิตรใสเล่าทุกอย่างให้คุณใหญ่ฟัง ว่าตนแอบตามพร้อมมิตรมาและเห็นเธอใส่ยาในแก้วเครื่องดื่มให้ศักดิ์–ระพีกินแล้วให้คนพาเขาขึ้นมาบนห้อง ตนรับรองได้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้เสียหาย ถ้าไม่เชื่อจะเรียกพนักงานขึ้นมาเป็นพยาน คุณใหญ่ปรามไม่อยากให้อื้อฉาว

กลับมาบ้านเดชาบดินทร์ ศักดิ์ระพีโกรธพร้อมมิตรมาก เธอร่ำไห้ที่ทำลงไปเพราะรักเขา รักมาตลอดจนยอมเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย เขาย้ำกับเธอหนักแน่น ว่าที่ผ่านมาตนรักเธอเหมือนหลานไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่านั้น

พร้อมมิตรเจ็บปวดใจโทษ “ทำไมคะ ทำไมอาเล็กถึงไม่รักพร้อม เพราะนังยอแสงใช่ไหม พร้อมรู้นะคะว่าอาเล็กรักนังยอแสง”

ตะวันตาโพลงตกใจเมื่อรู้ความจริง ศักดิ์ระพีกระอักกระอ่วนไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ป้อง” จูบ “เอสเธอร์” กลางสวนสนุก เปิดฉากโรแมนติก “เหมือนเราเคยรักกัน”

“ป้อง” จูบ “เอสเธอร์” กลางสวนสนุก เปิดฉากโรแมนติก “เหมือนเราเคยรักกัน”
19 ก.พ. 2563
08:15 น.