ข่าว

วิดีโอ



ตะวันยอแสง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ

กำกับการแสดงโดย: โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย: บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

นพดลสวมชุดนายร้อยเต็มยศ นำกระบี่มาหาบารมีที่บ้าน วางกระบี่ลงตรงหน้าเธอ บารมีตกใจคิดไปเองว่าเขาเอาหน้าที่ตำแหน่งมาขู่ด่าว่าไอ้ขี้ครอก เอี้ยงมีท่าทีเจียมตัวนอบน้อม กล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนมาสู่ขอใจบุญ ใจบุญยิ้มปลื้มแต่บารมีเหยียดจะเอาอะไรเลี้ยงลูกสาวตน

“ผมมีแต่เกียรติยศของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ทำงานเป็นตำรวจ ผมไม่มีสินสอดมีแต่กระบี่เล่มนี้ที่เป็นเครื่องรับประกันว่าผมพร้อมจะเลี้ยงดูใจบุญด้วยชีวิตของผม”

บารมีลุกขึ้นชี้หน้าด่า บังอาจหมายปองของสูง คนกระจอกอย่างเขาไม่มีวันเลี้ยงลูกสาวตนได้ เอี้ยงย้อนว่าเธอวัดค่าของคนด้วยฐานะชาติตระกูล แต่ตนวัดค่าด้วยความรักด้วยเกียรติยศที่ภาคภูมิใจ ตนมั่นใจว่าสามารถทำให้ใจบุญมีความสุขได้ บารมีดูแคลนคงจะกัดก้อนเกลือกิน

ใจบุญก้มลงกราบแม่ขอร้องให้ตนเลือกคู่ครองเอง แต่บารมียื่นคำขาดถ้าเลือกเอี้ยง ไม่ต้องเรียกตนว่าแม่อีก ใจบุญร้องไห้เสียใจ เอี้ยงปลอบว่าตนไม่มีวันยอมแพ้ ตนสัญญาจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจบารมีให้ได้

จากที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน นเรนทร์เริ่มอดอยาก ต้องเก็บอาหารที่ตกพื้นมากิน ซุกตัวนอนข้างกองขยะท้ายตลาด ได้ยินชาวบ้านคุยกันเรื่องบ้านเดชาบดินทร์จะตั้งมูลนิธิช่วยเหลือชาวบ้าน จะเปิดโรงทานต้อนรับทายาทที่แท้จริงของดวงพรและท่านต้นวันเปิดพินัยกรรม นเรนทร์ยิ่งแค้นใจขบกรามแน่น

หมอมาตรวจอาการตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์และรักษาอาการทางจิตของพริ้มเพราด้วย เติมพลั้งปากว่าบาปกรรมตามทันในชาตินี้ คุณใหญ่ปราม ตะวันคิดว่าอย่างไรเสียพริ้มเพราก็เป็นพี่สาวแม่ เป็นป้าของตนจึงให้อภัยและพยายามดูแลอย่างดี แต่ด้วยความที่ตะวันมีหน้าตาเหมือนดวงพร ทำให้พริ้มเพราหวาดผวา โวยวาย

“ดวงพร! แกมาแก้แค้นฉันใช่ไหม ฉันไม่กลัวแกหรอกนังผีบ้า!”

ตะวันพยายามปลอบว่าตนคือตะวัน พริ้มเพราเริ่มมีสติ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเชิดใส่ “แกจะไล่ฉันออกจากบ้านรึ ไม่ต้องห่วง ฉันจะรีบไปจากบ้านเดชาบดินทร์ให้เร็วที่สุด”

ตะวันเข้ากุมมือขอเรียกเธอว่าป้าพริ้ม เราเป็นสายเลือดเดียวกัน ตนไม่มีพ่อแม่เหลือ ขอให้เธออยู่เป็นญาติเพียงคนเดียวของตน ตะวันก้มกราบด้วยความจริงใจ พริ้มเพราน้ำตาคลอคาดไม่ถึงเพราะคิดร้ายมาตลอด ทำไมถึงยังดีกับตน

“คนทุกคนสามารถทำผิดพลาดกันได้ ถ้าได้รับโอกาสตะวันเชื่อว่าคนคนนั้นจะกลับตัวเป็นคนดีได้ไม่ยาก”

พริ้มเพราร้องไห้โฮที่ตะวันมีจิตใจงามเหมือนดวงพรไม่มีผิด ตะวันเข้าสวมกอดอ้อนขอให้เธอเล่าเรื่องแม่ให้ฟัง พริ้มเพรายิ้มทั้งน้ำตา เล่าเรื่องดวงพรด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นตื้นตัน

วันต่อมาพริ้มเพราเดินมาที่เรือนแพ ราวคนหมดแรงคิดถึงตอนที่ดวงพรยังมีชีวิตอยู่ น้ำตารินไหลทรุดลงร่ำไห้รำพันอย่างผู้แพ้ปานจะขาดใจ “ดวงพร...ฉันผิดเองที่คิดแข่งขันกับเธอมาตลอด ฉันคิดไปเองว่าเธอกำลังแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ในที่สุดฉันก็แพ้...ฉันแพ้เธอกับตะวันอย่างสิ้นท่า สิ่งที่ฉันสู้เธอสองแม่ลูกไม่ได้ก็คือความดีและความเมตตาในหัวใจ”

ooooooo

ใกล้ถึงวันเปิดพินัยกรรม ทุกคนในบ้านเดชา-บดินทร์ช่วยกันเตรียมงานตามความถนัด แม้แต่พร้อมมิตรกับจิตรใสก็ช่วยกันมาจัดตกแต่งผ้าม่าน โดยให้ธาดาปีนขึ้นไปแขวน ใจบุญกับเอี้ยงช่วยกันจัดดอกไม้ มีเพียงพริ้มเพราที่นั่งเหม่อลอย สายกับอินตาช่วยกันเช็ดจานชาม

สายเห็นพริ้มเพราเกิดความสงสารอยากเข้าไปปลอบ แต่อินตารั้งไว้ให้ปล่อยเธอทบทวนทุกอย่างด้วยตัวเอง...ตะวันกับคุณใหญ่เดินมา ตะวันชมสีผ้าม่านสวยหวาน ธาดาบอกว่าพร้อมมิตรเป็นคนเลือกและออกแบบ ตะวันหันมาขอบคุณแต่พร้อมมิตรเชิดหน้าประชด

“ฉันช่วยเพราะต้องหัดทำตัวให้ชินกับการเป็นผู้อาศัยบ้านเดชาบดินทร์”

“ถ้าพี่พร้อมไม่ทำฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน” จิตรใสเดินเชิดตามพร้อมมิตรออกไป

คุณใหญ่ส่ายหน้าเพราะรู้ทันสองสาว ปากแข็งตะเภาเดียวกัน ตะวันสบตาราวถามเพื่อความมั่นใจ คุณใหญ่ย้ำ “สามพี่น้องบ้านเดชาบดินทร์ นิสัยไม่ผิดกันสักนิด”

ตะวันอมยิ้มเจ้าเล่ห์...ตะวันถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องพร้อมมิตรกับจิตรใส พร้อมมิตรโวยไม่รู้จักเคาะประตู ตะวันทำทีขอให้ทั้งสองสาวช่วยดูว่าชุดที่ถือมาเหมาะกับตนไหม “ตะวันเหมือนเด็กบ้านนอกไม่ประสา พี่พร้อมกับจิตรใสคนสวยช่วยเมตตาตะวันด้วยนะคะ”

สองสาวเขินที่โดนชมแต่ยังเก๊กข่ม พร้อมมิตรว่าชุดนี้เฉิ่มมากแล้วหาชุดของตัวเองส่งให้ จิตรใสช่วยเลือกเครื่องประดับของตัวเองเสริม ตะวันยิ้มขอบคุณอย่างจริงใจ สองสาวใจละลาย

“เราสองคนทำร้ายเธอมาตลอด ทำไมเธอถึงอยากใกล้ชิดเรา” พร้อมมิตรเอ่ยถาม

“เพราะพี่พร้อมกับจิตรใสเป็นพี่น้องของตะวัน เราสามคนคือครอบครัวเดียวกันนะคะ”

สองสาวยิ้มปลื้มรู้สึกถึงมิตรภาพของพี่น้องที่ตะวันมอบให้กำลังเริ่มต้น...ในขณะที่ธาดาช่วยทุกคนทำงานอย่างสนุกสนาน ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาประจันหน้า ใจบุญเห็นแล้วใจคอไม่ดีกลัวมีเรื่องกัน ศักดิ์ระพีเอ่ยกับธาดาว่าที่จะย้ายไปทำงานต่างจังหวัดคงมีคนอยากย้ายตามไปด้วย ขอแสดงความยินดีทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ ธาดางงว่าเขาพูดเรื่องอะไร ตะวันเดินมาศักดิ์ระพีชะงักเลี่ยงไปเพราะยังเคือง ตะวันมองตามเศร้าๆ

ในขณะที่นเรนทร์นั่งลับมีดอยู่ท้ายสวนลึก แววตาโหดเหี้ยมเข่นเขี้ยวว่าตะวันแย่งทุกอย่างไปจากตน เธอต้องตาย...ด้านอินตากับสายเจียมตัวไม่ขึ้นไปกินข้าวบนตึก ตะวันจึงมานั่งร่วมวงด้วยอย่างไม่รังเกียจ และยังปูที่นอนให้ก่อนจะก้มกราบทั้งสองคนอย่างสำนึกในบุญคุณ ที่ตนเป็นคนดีได้เพราะความรักที่พ่อกับแม่มีให้ ทั้งสองตื้นตันในความกตัญญูของตะวัน

ooooooo

รุ่งเช้าคุณใหญ่ดูแลความเรียบร้อยในบ้านอีกครั้ง รู้สึกเหมือนเห็นนเรนทร์ พอดีดิเรกทนายประจำตระกูลมาถึง เขาตื่นเต้นอยากเห็นทายาทที่แท้จริง คุณใหญ่ชี้ไปที่ตะวันที่กำลังก้าวลงบันไดมาในชุดสวยหวาน แม้แต่ศักดิ์ระพียังตะลึง สายกับอินตามองปลื้มปีติ

ริมหน้าต่างห้องอาหาร เติมเห็นรอยเท้าเปื้อนโคลนก็เอะใจว่ารอยเท้าใคร...ท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคนที่รอฟังดิเรกอ่านพินัยกรรม

“พินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ที่ท่านต้น เดชาบดินทร์ได้ทำไว้ก่อนสิ้นชีวิตระบุว่า ขอมอบมรดกทั้งหมดของบ้านเดชาบดินทร์ให้กับลูกของดวงพร ทายาทที่แท้จริง”

คุณใหญ่กล่าวเสริมว่าทายาทของดวงพรก็คือ... ตะวัน อินตากับสายดีใจที่ทุกอย่างอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสียที ทุกคนพลอยดีใจไปด้วย แต่แล้วนเรนทร์ถือปืนก้าวเข้ามาสีหน้าอำมหิตเสียงกร้าว “ทายาทที่แท้จริงคือฉัน...มรดกของตระกูลเดชาบดินทร์จะต้องเป็นของนเรนทร์ เดชาบดินทร์”

ทุกคนตกใจ พริ้มเพราผวาร้องลั่นไอ้ฆาตกรจะฆ่าทุกคน...นเรนทร์ปรี่เข้ากระชากแขนตวาดลั่น “แกนั่นแหละนังแม่มด แกเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้!”

พริ้มเพราหวาดกลัวดิ้นหนี นเรนทร์ยิ่งบ้าคลั่งบอกกระสุนทุกนัดที่จะฆ่าคนวันนี้มีเธอร่วมมือ เธอจะต้องจดจำว่าเป็นคนสร้างปีศาจอย่างตนขึ้นมา พริ้มเพราร้องกรี๊ดๆ นเรนทร์จับมือพริ้มเพรากำปืนยิงกราดไปทั่ว เอี้ยงถลาเข้ากอดปกป้องใจบุญ กระสุนเจาะเข้าร่างเอี้ยงทรุดลง ธาดาดึงพร้อมมิตรกับจิตรใสหลบ นเรนทร์หัวเราะร่าสะใจที่เอี้ยงโดนยิง แล้วหันกระบอกปืนมาทางตะวัน ศักดิ์ระพีกระโดดเข้าขวางโดนยิงเข้าที่แขน ตะวันตกใจกอดร่างเขาร้องไห้

นเรนทร์หมั่นไส้จะเข้าไปดึงตัวตะวัน อินตาขวางขอร้อง “หยุดเถอะนเรนทร์ อย่าทำร้ายคนบริสุทธิ์อีกเลย ถ้าลูกอยากฆ่าคนก็ฆ่าพ่อเถอะ ถ้าพ่อไม่ยกลูกให้คนอื่น ลูกก็คงไม่เป็นแบบนี้”

นเรนทร์จ้องผู้เป็นพ่ออย่างคับแค้นใจ ตวาดคิดว่าตนไม่กล้ายิงหรือ อินตากล่าวทุกข์ที่สุดของพ่อคือการเห็นลูกเป็นคนเลว ถ้าการตายของพ่อทำให้ลูกสำนึกได้ก็ยอม อินตาคุกเข่าลงให้ลูกยิงเพื่อความแค้นจะได้จบสิ้น ตะวันร้องห้าม สายเข้าจับมือนเรนทร์ สายตาเธอเต็มไปด้วยความรัก ค่อยๆโอบกอด

“แม่จะใช้ความรักทั้งหมดต่อสู้กับความชั่วร้ายในตัวลูก ความรักของแม่จะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของลูกเอง เราเคยอยู่ด้วยกันมาตลอด 9 เดือนที่แม่อุ้มท้องลูก ลูกคือสายเลือดของแม่ ไม่ว่าลูกจะชั่วช้ายังไง ลูกก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดี”

สายร้องเพลงเห่กล่อมเบาๆ ใจนเรนทร์อ่อนยวบลงคิดถึงตอนที่อยู่ในเรือกระแชง ร้องไห้ทรุดลงอย่างคนหมดสิ้นทุกอย่าง สายกอดเขาไว้แน่นราวส่งผ่านความรักและความอบอุ่นให้มากที่สุด ทุกคนน้ำตาซึมกับภาพที่เห็น...ธาดารีบพาศักดิ์ระพีกับเอี้ยงส่งโรงพยาบาล พร้อมมิตรถามคุณใหญ่ทำไมไม่เรียกตำรวจมาจับนเรนทร์

“ฉันไม่อยากซ้ำเติมใครอีก แค่นี้ทุกคนก็บอบช้ำกันมากแล้ว การให้อภัยคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉันไม่อยากให้ใครอาฆาตจองเวรกันอีก”

พร้อมมิตรกับใจบุญพยักหน้า หันมาเจอหน้าใจบุญก็ชะงักที่เคยแกล้งเธอ ใจบุญยิ้มเป็นมิตร ทั้งสองจึงค่อยๆยิ้มตอบ ตะวันนึกเป็นห่วงอินตากับสาย ทั้งสองปลอบนเรนทร์อยู่ที่สนาม

นเรนทร์รู้ตัวว่าตัวเองชั่วช้าเลวทรามจะกลับเป็นคนดีได้อย่างไร สายกับอินตาปลอบว่าไม่มีคำว่าสายสำหรับคนที่อยากกลับตัว พ่อกับแม่จะอยู่เคียงข้างเขา นเรนทร์ซาบซึ้งก้มกราบเท้าทั้งสอง “ผมผิดไปแล้ว...ผมขอโทษ”

สายกอด บอกไม่เคยโกรธ อินตาย้ำว่าเขาคือลูกน้ำคลองของพ่อกับแม่ตลอดไป นเรนทร์ยิ้มทั้งน้ำตาบ่นอยากกินน้ำพริกมะขามฝีมือแม่ แต่ขอกราบขมา

ท่านต้นก่อน สายให้เข้าไปกราบรูปท่านต้น แต่นเรนทร์กลับบอกว่า “เท้าของผมสกปรกเกินกว่าจะเหยียบเข้าไปในบ้านหลังนี้”

อินตากับสายเข้าใจรีบไปขอนำรูปท่านต้นออกมา เมื่อทั้งสองเดินไป นเรนทร์ก็ลั่นวาจา

“ทุกคนให้อภัยผมหมดแล้วแต่ผมให้อภัยตัวเองไม่ได้ ผมสัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี...แต่ไม่ใช่ในชาตินี้!” นเรนทร์หยิบมีดพกออกมาตะโกนลั่น “หากชาติหน้ามีจริงผมจะขอกลับมาทดแทนพระคุณพ่อกับแม่” เขาใช้มีดแทงเข้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจตัวเอง ร่างสะดุ้งเฮือกขาดใจ

สายกรีดร้องแทบสิ้นสติ วิ่งกลับมากอดร่างที่ไร้วิญญาณของลูก อินตาทรุดลงร่ำไห้ ทุกคนวิ่งออกมาจากบ้าน ตะลึงกับภาพตรงหน้า คุณใหญ่แทบล้มทั้งยืน สลดใจเวทนาเหลือหลาย...

หลายวันผ่านไป พิธีศพนเรนทร์เป็นไปอย่างเรียบง่าย พริ้มเพราซุกตัวร้องไห้สำนึกผิด ตะวันปลอบใจสายและอินตาว่าทั้งสองยังมีตนเป็นลูกอีกคน ตนจะไม่ทิ้งพ่อกับแม่เด็ดขาด

เช้าวันใหม่ บารมีให้เอี้ยงไปพบที่บ้านเพื่อมอบกระบี่คืนให้ บอกเกียรติยศศักดิ์ศรีของเขามันกินไม่ได้ เอี้ยงรีบย้ำว่าตนรักและจะทำทุกอย่างให้ใจบุญมีความสุข

“นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน เก็บกระบี่ที่เป็นตัวแทนเกียรติยศของเธอไปเถอะ เธอพิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่าเธอรักใจบุญจริง” ใจบุญงง บารมีกล่าว “นพดลปกป้องลูกจนตัวเองบาดเจ็บ คนที่ยอมตายแทนลูกได้คือคนที่รักลูกสาวแม่จริงๆ...ดูแลใจบุญให้ดี อย่าทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ”

เอี้ยงรับคำหนักแน่น ก้มลงกราบบารมีด้วยความตื้นตันใจ...ด้านธาดามาลาตะวันเพื่อไปทำงานที่สิงห์บุรี เขาลองถามเธออีกครั้งว่าอยากไปกับตนไหม ตะวันไม่อาจตอบได้ เขาหัวเราะเยาะตัวเองแล้วบอกให้เธอฟังเสียงจากหัวใจ ให้ใจตอบคำถามใจตัวเอง ตะวันคิดตามอึ้งๆ

ตั้งแต่ธาดาไป จิตรใสทำงานมูลนิธิด้วยความรู้สึกขาดหายอะไรไปบางอย่าง แล้วนึกได้ว่าขาดเสียงดุว่าของธาดา ทันใดนั้นธาดาเปิดประตูเข้ามา จิตรใสดีใจที่เขากลับมา ธาดาหน้าตึงถามว่าอนามัยสิงห์บุรีส่งตัวตนกลับมา บอกว่ามูลนิธิเดชาบดินทร์ขอตัวมาช่วยงาน มันหมายความว่าอย่างไร พร้อมมิตรตอบขำๆเชิดๆ

“หมายความว่านายต้องอยู่รับใช้ฉันที่นี่น่ะสิ”

ธาดาโวยไม่ทำ พร้อมมิตรเยาะไม่ว่าเขาจะย้ายไปที่ไหน ตนจะใช้ชื่อเสียงเดชาบดินทร์เรียกตัวเขากลับมาให้ได้ จิตรใสเหล่มองที่พี่สาวทำอะไรไม่ปรึกษาแต่ก็ดีใจ พร้อมมิตรให้เขาเริ่มงานหิ้วกระเป๋าเอกสารตามตนไป ธาดาบอกตนเป็นหมอไม่ใช่เลขา จิตรใสจึงขอให้เขามาเป็นเลขาตนแทน พร้อมมิตรต่อว่า “นี่เธอจะตามตอแยคนของฉันทุกคนเชียวรึ!”

“จิตรล้อเล่นค่ะพี่พร้อม แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้จิตรได้ยินพี่พร้อมพูดว่าใครเป็นคนของพี่นะคะ”

“หูแว่วไปเอง ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” พร้อมมิตรปัดแล้วเดินลิ่วนำไป

จิตรใสหันมาขำกับธาดา เขาเริ่มเข้าใจหัวใจตัวเอง เดินตามพร้อมมิตรไป...ด้านตะวันพอรู้ว่าศักดิ์ระพีย้ายกลับไปอยู่บ้านร่มรื่นก็ใจเสีย เขาคงโกรธตนมากจนไม่ลากันสักคำ คุณใหญ่ยุให้ไปง้อสักนิดเดี๋ยวก็หาย

ในขณะที่ศักดิ์ระพีดูหงุดหงิดไปทุกเรื่อง เรียกเติมให้เข้ามาหา ตะวันสวมชุดผู้ชายวิ่งเข้ามาหน้าทะเล้นบอกเขาใช้ไอ้ยอได้เลย ศักดิ์ระพีมองอย่างโกรธๆ ถามจะเล่นตลกอะไรอีก ตะวันบอกที่นี่มีแต่อาเล็กกับไอ้ยอ เขาสะบัดเสียงถามทำไมไม่ตามหัวใจไปสิงห์บุรี

“ไปไม่ได้หรอกครับ เพราะหัวใจไอ้ยอมันอยู่ที่บ้านร่มรื่น...ยอแสงไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอาเล็กนะคะ แต่เหตุการณ์หลายอย่างมันทำให้เป็นแบบนั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ยอแสงจะไม่ทำให้อาเล็กโกรธเลย”

“ฉันสำคัญกับเธอขนาดนั้นเชียวหรือ”

“สำคัญสิคะ ไม่ว่าตะวันจะเป็นยอแสงหรือไอ้ยอ หัวใจดวงนี้ของตะวันมันเป็นของอาเล็กคนเดียว...อาเล็กหายโกรธตะวันเถอะนะคะ”

ศักดิ์ระพีว่าไม่มีทาง ตะวันสลดลง เขาดึงเธอมากอด “ฉันจะไม่มีทางปล่อยหัวใจของฉันไปไหนอีกแล้ว”

ตะวันเขินอาย แต่ก็ดีใจที่เขายอมเข้าใจ...ทั้งสองกลับมาที่บ้านเดชาบดินทร์เพราะสายกับอินตาหายไปพร้อมเรือกระแชง ตะวันใจหายรีบตามหาจนทั่ว

อินตาตัดสินใจบวชอุทิศบุญกุศลให้นเรนทร์และท่านต้น สายไม่มีหน้ากลับไปอยู่กับตะวัน ขอใช้ชีวิตในเรือลำพัง...วันต่อมาขณะกำลังหลับ สายได้ยินเสียงตะวันเรียก

“แม่จ๋า...ตะวันจับกุ้งตัวใหญ่ให้แม่ได้แล้วจ้ะ มื้อเย็นวันนี้เรี่ยมสุดๆ”

สายตะลึงไม่คิดว่าตะวันจะตามเจอ ตะวันเข้ากอดสาย ขอใช้ความรักเยียวยาจิตใจเธอ สายน้ำตาร่วงเผาะสวมกอดตะวัน อิ่มแม่ของเอี้ยง เอี้ยง ใจบุญและศักดิ์ระพีเดินเข้ามา อิ่มอวดสายว่าตนได้ลูกชายนายร้อยกับว่าที่ลูกสะใภ้ ชาตินี้ไม่มีอะไรสุขเท่านี้อีกแล้ว ศักดิ์ระพีชวนสายกลับไปอยู่ด้วยกัน สายตื้นตันพยักหน้าทั้งน้ำตา

ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ตะวันมีความสุข ทำน้ำพริกมะขามมาให้ศักดิ์ระพีชิมแล้วสารภาพกับเขาว่าหัวใจของเด็กตะวันเป็นของผู้ชายที่เจอที่งานวัดมานานแล้ว เขาปลื้มแต่แกล้งว่าเธอเป็นเด็กแก่แดด ตะวันย้อนยังดีกว่าผู้ใหญ่ปากแข็ง ป่านนี้ยังไม่เคยบอกรักตนสักคำ ศักดิ์ระพีว่าตนไม่ใช่พระเอกแบบละครวิทยุ ตะวันก้มหน้าน้อยใจ เขาคว้าตัวเธอมากอดพร้อมกล่าว

“แม่คุณ...อย่าเพิ่งงอนอาเล็กสิจ๊ะ อาเล็กไม่ใช่พระเอกละครวิทยุ แต่อาเล็กเป็นพระเอกในชีวิตจริงของยอแสงไง” ศักดิ์ระพีเอาแหวนออกมาสวมที่นิ้วตะวัน “อาเล็กยอมยอแสงทุกอย่าง ไม่ว่าผู้หญิงในอ้อมกอดคนนี้จะสว่างไสวเหมือนดวงตะวันหรือยอแสงยามเย็น แต่เธอก็คือคนๆเดียวที่อาเล็กรัก...อาเล็กรักตะวันยอแสงด้วยหัวใจทั้งหมดของอาเล็ก”

ตะวันยิ้มชื่นใจ ศักดิ์ระพีบรรจงจูบแต่ตะวันเอี้ยวหน้าหลบแล้วขโมยหอมแก้มก่อนจะสวมกอดเขาด้วยความรู้สึกเป็นสุขที่สุด...สองคนโอบกอดกันท่ามกลางแสงอบอุ่นที่สาดส่องลงมา

ooooooo

–อวสาน–


ละครตะวันยอแสง ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านตะวันยอแสง ติดตามตะวันยอแสง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ 15 เม.ย. 2560 08:01 2017-04-17T01:06:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ