ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะพดโลกันตร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

พันเทพหายไปเสียแล้ว จึงไม่มีคำตอบอะไรให้ลูกผู้ชาย นอกจากความหิวกระหายของผีเร่ร่อนที่พยายามจะเข้ามาทำร้ายเขาให้ได้ ลูกผู้ชายต้องต่อสู้ด้วยท่าไม้ตายทีละตัวจนหมด แต่เขาก็พลาดถูกมันกัดที่แขนต้องกลับมาให้เมฆช่วยทำแผล

เมฆสงสัยว่าใครกัดลูกชายตน ไม้บอกสันนิษฐานว่าเหมือนฝูงผีเร่ร่อนที่ตนเคยเจอที่บ้านพันเทพ แต่มันแข็งแรงต่างกันมาก แล้วที่สำคัญมันมีเต็มไปหมด

“ในนั้นไม่มีเด็กมั่งเหรอ”

“ทำไมพ่อถามแบบนี้ พักนี้พ่อแปลกๆนะ”

“ไม่มีอะไรหรอก พ่อแค่ห่วงลูกน่ะ”

“ตอนนี้ฉันว่าห่วงหมู่บ้านเราเถอะ ฉันว่าแค่พวกเราอาจจะรับมือกับมันไม่ได้แล้ว มันมีตัวประหลาดเต็มไปหมด อย่างกับประตูนรกเปิดยังงั้นแหละ”

“พ่อจะรับผิดชอบเอง พ่อจะยอมแลกด้วยชีวิต”

“พ่อ...ทำไมพูดแบบนั้น มันเกิดขึ้นเองไม่ใช่ความผิดพ่อสักหน่อย พ่อไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ชีวิตพ่อมีค่ากับฉันนะ”

“พ่ออาจจะไม่มีค่าพออย่างที่ลูกคิดก็ได้...พักผ่อนเถอะ” เมฆตัดบทแล้วเดินหนีไป ทิ้งให้ไม้หน้ายุ่งอย่างค้างคาใจ

ooooooo

สายวันนี้จันทร์เข้ามาที่บ้านตฤณแล้วเจอกล่องแหวนแต่งงานที่ตฤณเตรียมไว้ให้มะลิ จันทร์พอเดาออก มองแหวนหน้าเศร้าโดยไม่รู้ว่าเจ๊กีมายืนตีหน้ายักษ์อยู่หน้าประตู

“นั่นอะไรน่ะ” เสียงเจ๊กีปลุกจันทร์ตื่นจากความเศร้าใจ เผลอถามเจ๊ว่ามาทำอะไรบ้านคนอื่น “ก็เหมือนลื้อน่ะแหละ...อยากรู้เรื่องชาวบ้าน เมื่อกี้ลื้อซ่อนอะไร”

“เปล่าครับ”

“เปล่าอะไร อั๊วเห็นอยู่” เจ๊กีไม่รอช้าปรี่เข้ามาเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบกล่องแหวนขึ้นมาดูตาโต “นี่มันแหวนผู้หญิงนี่ อาตฤณเตรียมให้ใคร ให้หนูแพรวาเหรอ”

จันทร์ก้มหน้าเงียบ เจ๊กีขู่ว่าจะพูดหรือจะให้ตนไล่เขาออกจากงาน จันทร์เลยต้องพูดออกมาทั้งที่สะเทือนใจ

“แหวนสำหรับมะลิครับ”

“นางผู้หญิงคนนั้นเกี่ยวอะไรกับอาตฤณ นี่ยังไม่เลิกวุ่นวายกับมันอีกเหรอ”

“คุณตฤณจะแต่งงานกับมะลิครับ”

“หา!! เจ๊กีรู้...โลกรู้”

เจ๊กีปากลำโพงเริ่มปฏิบัติการทันที กระเหี้ยนกระหือรือไปเม้าท์กับชาวบ้านโดยไม่แคร์สายตาใคร หนึ่งในนั้นมีชาญรวมอยู่ด้วย ตฤณเข้ามาได้ยิน ยอมรับว่าตนกำลังจะแต่งงานกับมะลิจริง ทำถูกต้องไม่ได้หนีตามกันไปเฉยๆ

“นี่ยังจะพูดยอกย้อนแบบนี้อีกเหรอ ทำอะไรคิดบ้างรึเปล่าว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง หลงมันมากนักเหรอนังมะลิเนี่ย ทำแบบนี้หนูแพรวาจะรู้สึกยังไง”

“เขาไม่รู้สึกอะไรหรอกเจ๊”

“ทำไมพูดจาแบบนี้”

“เจ๊ก็ลองไปถามเขาดูสิ ว่าเขาทำอะไรกับผมไว้บ้าง”

“ไม่ต้องมาโยนความผิดให้คนอื่นเลยนะ ถ้าลื้อทำแบบนี้ ไม่เกรงใจผีสางเลย”

“นี่เชื่อผู้หญิงเลวๆคนนั้นมากกว่าผมงั้นเหรอ”

“อาแพรวาเลวยังไง เลวตรงไหน ลื้อก็พูดมาสิ”

“ถ้าอยากรู้ ไปถามนายเมฆที่รักของชาวบ้านดูสิ” ตฤณทิ้งท้ายแล้วผละไป เจ๊กีข้องใจตะโกนไล่หลังว่า

“ทำไม อาเมฆเกี่ยวอะไรกับเรื่องอาแพรวา ลื้อมาคุยกับอั๊วให้จบก่อนนะ”

ตฤณเดินไม่เหลียวหลัง เจ๊กีมองกราดไปยังกลุ่มชาวบ้าน ถามว่าใครมีความเห็นอะไรบ้าง เท่านั้นเองเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรมไปหมด ชาญสีหน้ากังวล นึกถึงจันทร์ขึ้นมาทันที

ถัดมาไม่นาน มะลิมาซื้อของในตลาดก็เป็นเรื่อง! เธอโดนชาวบ้านตั้งแง่รังเกียจ บางคนด่าให้อย่างเสียๆหายๆ หาว่าทำเสน่ห์ให้ผู้ชายหลง หน้าด้านแย่งได้กระทั่งคนดีไม่รู้อีโหน่อีเหน่

หนักเข้าชาวบ้านไม่ด่าอย่างเดียว เอาข้าวของขว้างปามะลิเกือบหัวแตกถ้าจันทร์ไม่เข้ามาขวางไว้ แล้วพาเธอพ้นไปจากกลุ่มชาวบ้านอย่างรวดเร็ว

“นี่เธอคิดอะไรของเธออยู่กันแน่ ถึงมาเดินตลาดตอนนี้ อยากโดนตบด้วยทุเรียนรึไง”

“เธอตามฉันมาเหรอ”

“ใครจะบ้าตามเธอมา”

“งั้นมาช่วยฉันไว้ทำไม”

จันทร์อึกอัก เหลือบเห็นชาญยืนหน้าตึงจ้องมาด้วยความโกรธ ไม่กี่อึดใจชาญเดินจากไป จันทร์รีบบอกมะลิให้กลับบ้าน แล้วเดินกึ่งวิ่งตามชาญ พลางร้องบอกเขาให้รอก่อน

ชาญหันขวับกลับมาใส่จันทร์เสียงแข็ง “นี่เอ็งจะทำตัวเลวไปถึงไหน มะลิจะแต่งงานกับคุณตฤณอยู่แล้ว เอ็งยังจะทำแบบนี้อีกเหรอ ทำกับข้าคนเดียวไม่พอใช่ไหม”

“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เขาเจ็บตัว”

“ที่คนทั้งหมู่บ้านด่ามะลิว่าเลว จริงๆเขาควรจะด่าคนที่แทงข้างหลังคนอื่นอย่างเอ็งมากกว่า”

“ฉันกับมะลิไม่มีอะไรนะพี่ชาญ”

“เอาไว้โกหกคนอื่นเถอะ”

“เราจะกลับมาคุยกันดีๆเหมือนเดิมไม่ได้แล้วเหรอ”

“มันจะเป็นอะไรไปล่ะ ในเมื่อที่ผ่านมาข้าก็เหมือนไม่เคยรู้จักเอ็งมาตั้งแต่ต้น เพราะถ้ารู้ว่าจริงๆเอ็งเป็นคนแบบนี้ ข้าก็ไม่คบเอ็งหรอก”

ชาญด่าแรงจนจันทร์ท้อใจ ไม่รู้จะอธิบายยังไง

ooooooo

หลังจากตฤณทิ้งท้ายให้ถามเมฆดูจะรู้ความจริง เจ๊กีไม่นิ่งนอนใจ เรียกเมฆมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับแพรวา

เมฆหน้าเสีย นึกไปถึงตอนที่ตฤณเข้ามาเจอเขาออกจากห้องน้ำและแพรวาอยู่บนเตียงนอน

“อาตฤณไม่ยอมแต่งงานกับหนูแพรวาแล้วก็จะไปเอาอามะลิ เด็กกะโปโลที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นเมีย อั๊วอยากรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น อาตฤณถึงเปลี่ยนใจจากหนูแพรวาไปได้ง่ายๆแบบนั้น”

เมฆอึกอักเล็กน้อยก่อนบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เจ๊กีเซ้าซี้อีกว่าเข้าใจผิดยังไง อธิบายมาชัดๆ

“ให้ผมคุยกับคุณตฤณเองดีกว่า”

“อย่า...ลื้อต้องคุยกับอั๊ว ไม่เสียเวลากระจายข่าว ถ้าลื้อไม่กล้าพูดมาซักทีแบบนี้ มันยิ่งทำให้อั๊วคิดว่าลื้อกับอาแพรวามีอะไรกัน”

เมฆได้แต่นิ่ง ไม่กล้าพูดอะไรออกไป เจ๊กีเริ่ม หวั่นหวาดที่เมฆไม่ปฏิเสธอะไรเลย อุทานเสียงแหลมพร้อมทำหน้าตาตกใจ...คิดว่าตนต้องคุยกับตฤณให้รู้เรื่อง

ooooooo

ทิวาไปที่วัดร้างและฉวยโอกาสตอนกาลิกิณีออกไปหาอาหารลักพาลูกน้อยเวตาลของนางมากักขังไว้ที่หน้าบ้านเมฆในตอนค่ำ แล้วตัวเองไปดักพบอบเชยเพื่อพามาพิสูจน์เรื่องที่เคยบอกไว้ว่าไม้คือผัวของนางพญาเวตาลที่ให้กำเนิดลูกแล้ว เพียงแค่เห็นหน้าทิวาแวบแรกอบเชยก็ชักสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ ถามเสียงแข็งว่ามาทำอะไรอีก

“ก็เธออยากเห็นไม่ใช่เหรอ ว่าฉันมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าไอ้ไม้เป็นพ่อของลูกนางพญาเวตาล”

“โกหก”

“โกหกไม่ได้หรอก หลักฐานชิ้นนี้เธอก็ลองไปดูเอาเองสิ”

“ไหนล่ะหลักฐาน”

“มันก็ต้องอยู่ที่ที่มันควรจะอยู่มากที่สุด เธอจำแหวนนี่ได้ใช่ไหม ฉันยังยินดีที่จะจดทะเบียนสมรสกับเธออยู่นะ”

อบเชยจ้องหน้าทิวานิ่ง ไม่กล้าพูดอะไรแต่ยอมไปบ้านเมฆตามที่ทิวาบอก แล้วก็เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังเรียกหาแม่ ที่สำคัญเด็กทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นแล้วบอกว่าที่นี่คือบ้านพ่อ

“พ่อเธอคือใคร”

“ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า”

ขาดคำ ลูกเวตาลเข้าจู่โจมอบเชยซึ่งรู้ว่าเป็นมนุษย์ และแม่ของเขาฝังหัวว่าต้องฆ่า อบเชยต่อสู้กับเด็กน้อยอย่างระวัง ไม่กล้าทำร้ายเด็ก แต่เด็กกลับเอาจริงเอาจังจนเธอต้องสยบด้วยการจับมัดแล้วเอาถุงครอบหัว

“ทีนี้บอกได้รึยังว่าหนูคือลูกนางพญาเวตาลจริงๆใช่ไหม”

“แม่ข้าจะมาฆ่าเจ้า จะฉีกเนื้อเจ้าเป็นชิ้นๆให้ข้ากิน”

“ถ้าใช่ บอกมาว่าใครคือพ่อ”

ลูกเวตาลไม่ตอบ ทำจมูกฟุดฟิดอีกครั้ง “กลิ่นเหมือนพ่อ พ่อใช่ไหม”

“หมายความว่ายังไง ใครพ่อเธอ”

“กลิ่นพ่อ พ่อมาช่วยข้า”

“พูดอะไรน่ะ ไหนพ่อเธอ” อบเชยเสียงดัง แต่ฉับพลันก็ผงะไป เพราะไม้เดินเข้ามาทักเธอ

“เกิดอะไรขึ้น นั่นเธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะอบเชย”

อบเชยตกใจมองไม้สลับกับเด็กน้อยเวตาลอย่างคาดไม่ถึง

“พ่อช่วยด้วย” เสียงเด็กร่ำร้องเรียกไม้ว่าพ่อ อบเชยถึงกับตะลึงแทบหมดแรงยืน...

ในเวลาเดียวกันนั้น กาลิกิณีกลับมาไม่เจอลูกน้อยในรัง นางสังหรณ์ใจไม่ดี รีบออกจากรังเพื่อตามหาลูกอย่างเร่งด่วน

ooooooo

กาลิกิณีมาตามหาลูกเวตาลที่บ้านของไม้แล้วเกิดการต่อสู้ ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่นานจนไม้เกือบพลาด เมฆหนีพันเทพที่ดักทำร้ายกลับมาเห็นพอดี จึงไล่กาลิกิณีให้กลับไป

ไม้ได้ยินเต็มสองหูว่าลูกเวตาลเรียกเมฆว่าพ่อ แต่อบเชยไม่รู้เพราะสลบไปก่อนหน้านี้ เมื่อไม้ซักถามเมฆจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ไม้ช็อกก่อนจะต่อว่าพ่อด้วยความรู้สึกผิดหวัง

“พ่อทำแบบนั้นได้ยังไง พ่อไม่เห็นเหรอว่านางพญาเวตาลมันตั้งใจจะทำลายล้างหมู่บ้านเรา มันมีลูกเพื่อล้างแค้นแทนไอ้เวตาลที่เราฆ่ามันไป พ่อไม่เห็นเหรอว่าในหมู่บ้านเราตอนนี้มีแต่อะไรประหลาดเต็มไปหมด”

“ก็เพราะมันล้างแค้นเสร็จแล้วไง”

“พ่อทำแบบนั้นไปได้ยังไง”

“ที่พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อลูก ถ้าลูกจำได้ตอนที่ลูกสลบไปตอนนั้นนางพญาเวตาลเป็นคนเอาวิญญาณของลูกไปซ่อนไว้ แล้วทางเดียวที่มันจะยอมปล่อยลูกออกมาได้คือการยอมเป็นพ่อของลูกมัน”

“พ่อ!! พ่อยอมได้ยังไง พ่อสร้างปิศาจขึ้นมาอีกตัวนึงเพื่อฉันเหรอ”

“เพื่อลูก...พ่อทำได้ทุกอย่าง”

“แม้แต่สิ่งที่ผิดงั้นเหรอ”

“แล้วถ้าเป็นไม้...ไม้จะปล่อยให้พ่อตายมั้ย ถ้ารู้ว่ามีวิธีที่ช่วยพ่อได้”

ไม้อึ้งตอบไม่ได้...อบเชยรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา เธอทบทวนความคิดตัวเองแล้วจำได้เรื่องไม้ ถามทันทีว่าเขาเป็นพ่อของลูกเวตาลหรือเปล่า

ไม้ไม่อยากให้เมฆดูไม่ดีในสายตาคนอื่นจึงยอมรับว่าตนคือพ่อของเวตาล ทำให้อบเชยผิดหวังและโกรธมากถึงกับประกาศว่าจะฆ่านางพญาเวตาลกับลูกให้ได้ แล้วผลุนผลันออกจากบ้านไปทั้งน้ำตา

เมฆไม่เห็นด้วยที่ไม้จะยอมรับความผิดไว้เอง แต่ไม้ก็ยืนยันว่าตนจะแก้ปัญหานี้เอง แล้ววันหนึ่งอบเชยจะเข้าใจ

แต่ตอนนี้อบเชยเข้าใจผิดมากมาย เธอกลับมาร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าให้ศรนารายณ์ฟังด้วยความเสียใจ

“เป็นไปได้ยังไง แน่ใจนะว่าลูกไม่ได้เข้าใจผิด”

“เขายอมรับกับฉันเอง โกหกซะยังดีกว่า ไม่งั้นฉันไม่มานั่งเสียใจแบบนี้หรอก”

ศรนารายณ์นิ่งไป ยังไม่ปักใจเชื่อว่าไม้จะสมสู่กับนางพญาเวตาลจนมีลูกด้วยกันได้

ooooooo

แพรวาฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนถูกกาลิกิณีจับตัวไป เธอรีบมาปรึกษาเมฆแต่เมฆไม่กล้าพูดความจริงออกมา

“ฉันไม่เคยฝันแบบนี้มาก่อนเลย มันแปลกมาก ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นจริงก็ไม่รู้...ทำไม

คุณอาเงียบแบบนี้ล่ะคะ มีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่า หรือว่าเรื่องที่ตฤณโกรธฉันเพราะฉันกับคุณอา...”

“ไม่ใช่นะครับคุณแพรวา คุณอย่าคิดมากไปนะครับ เรื่องในฝันมันไม่มีอะไรจริง คุณอาจจะกังวลจนเก็บไปฝันแค่นั้นเอง”

“แล้วตฤณโกรธฉันเรื่องอะไร ฉันทำอะไรผิดตอนไหน ถ้าฉันไม่รู้ฉันจะเข้าใจได้ยังไงว่าฉันไม่ดีตรงไหน แล้วฉันต้องทำอะไรต่อ”

ไม้แอบฟังอยู่เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ “ผมขอโทษนะครับคุณแพรวาที่เข้ามายุ่งเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ผมยืนฟังมาตั้งแต่แรก ผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อย”

“พ่อไม่อยากให้ไม้เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้”

“ผมไม่ยุ่งไม่ได้หรอกพ่อ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะจัดการเรื่องนี้เอง...ตอนที่คุณแพรวารู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากที่บอกว่าหมดสติไปหลายวัน คุณแพรวาฟื้นขึ้นมาที่ไหน”

“ที่บ้าน”

“สิ่งสุดท้ายที่คุณจำได้ก่อนที่จะหมดสติไปคืออะไรครับ”

“ณีพูดกับฉันว่าให้ฉันช่วย บอกว่าจิตใจของฉันจะช่วยรักษาเธอได้ ณีบอกให้ฉันยกจิตของฉันให้เป็นกำลังใจเธอ ตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจหรอก แต่หลังจากนั้นฉันก็จำไม่ได้อีกเลย จนฟื้นขึ้นมานั่นแหละ แต่ฉันรู้สึกว่าฉันติดอยู่ในที่แคบๆ น่าอึดอัดตลอดเวลา ไม้รู้เหรอว่าจริงๆแล้วฉันเป็นอะไร”

“ฉันก็แค่ลองถามเป็นข้อมูลเฉยๆน่ะ เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าฉันรู้ความจริงอะไรฉันจะรีบบอกเลยนะ”

“จริงๆฉันก็ไม่รู้ว่าจะยังต้องพิสูจน์อะไรเหมือนกันนะ ในเมื่อตฤณก็จะแต่งงานกับคนอื่นแล้ว”

แพรวาเศร้าน้ำตาคลอ เมฆเห็นเธอแล้วก็พาลเครียดไปด้วย ส่วนไม้พยายามทบทวนเรื่องราวเพื่อช่วยแก้ปัญหา บอกเมฆหลังจากแพรวากลับออกไปแล้วว่า

“พ่อ...ฉันว่าบางทีสิ่งที่พ่อคิดว่าพ่อทำกับแพรวา สิ่งที่คุณตฤณเข้าใจผิดมันอาจจะไม่จริงก็ได้นะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็ที่พ่อคิดว่ามีอะไรกับคุณแพรวามันอาจจะไม่ใช่น่ะสิ เพราะนั่นมันอาจเป็นแค่คุณแพรวาตัวปลอมที่นางพญาเวตาลแปลงเป็นเธอโดยใช้จิต”

“ทำไมลูกคิดแบบนั้น”

“เพราะคุณแพรวารู้สึกว่าตัวเองนอนอยู่ในที่แคบๆที่ไหนสักแห่งตลอดเวลา แล้วจากสิ่งที่คุณแพรวาฝัน...”

“มันก็แค่สิ่งที่ลูกคิด ถ้าหาหลักฐานมาพิสูจน์ไม่ได้ คุณตฤณเค้าไม่เชื่อพ่อหรอก ลูกก็รู้”

“ฉันจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ พ่อไม่ต้องห่วง” ไม้สีหน้ามุ่งมั่น ค่อนข้างเชื่อในสิ่งที่ตนคิด

ooooooo

ทิวาตั้งใจมาหาอบเชยที่บ้านแต่เป็นจังหวะที่เธอกำลังเสียใจเรื่องไม้มาหมาดๆ ศรนารายณ์เลยจะไม่ยอมให้พบ โดยบอกปัดว่าลูกของตนไม่มีธุระจะคุยกับเขา

“ไม่เป็นไรพ่อ ฉันคุยได้” อบเชยก้าวออกมายืนข้างศรนารายณ์ ทิวามองสีหน้าและแววตาของเธอก็รู้ว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ถามกึ่งเยาะว่า

“เป็นไง เชื่อฉันรึยังล่ะว่าไอ้ไม้มันเลวแค่ไหน”

“แค่จะมาซ้ำเติมแค่นี้ใช่ไหม”

ทิวาโยนห่อสมุนไพรให้อบเชย ถามว่าไม่อยากให้พ่อหายจากตาบอดแล้วหรือ

“อยากสิ...แต่ทำแบบนี้ต้องการอะไร ฉันไม่ยอมอยู่ในเงื่อนไขอะไรของเธออีกแล้วนะทิวา ถ้าจะมาทำดีเพื่อให้ฉันทำอะไรให้ ไม่มีวัน”

“ไม่มีเงื่อนไข เพราะเมื่อไอ้ไม้มันเลวขนาดนั้นฉันก็เป็นช้อยส์เดียวที่เธอเหลืออยู่แล้วล่ะอบเชย ถ้ารักไอ้ไม้มันยากเย็นขนาดนี้เธอก็น่าจะลองเปลี่ยนคนรักดูบ้าง ทุกอย่างอาจจะง่ายขึ้นก็ได้”

“งั้นเธอก็พิสูจน์ตัวเองกับฉันสิ”

“พิสูจน์ยังไง”

“ช่วยฉันฆ่าลูกเวตาล แล้วก็แม่ของมัน”

“อบเชย...ลูกคิดจะทำอะไรอีก มันอันตรายมากนะ”

“ก็ถ้าไม้ไปมีอะไรกับพวกปิศาจนั่นได้ ก็แปลว่าเราอยู่คนละฝั่งกันแล้วล่ะพ่อ ถ้าไม้ไม่จัดการฆ่าเมียและลูกปิศาจของตัวเอง หนูก็จะเป็นคนทำมันเอง”

“ตกลง” ทิวาตอบรับ ยิ้มสะใจที่อบเชยเกลียดชังไม้ แต่พอขึ้นรถไปด้วยกันจริงๆ เขากลับรู้สึกกล้าๆกลัวๆไม่ค่อยอยากเล่นด้วยกับอบเชย “แน่ใจเหรอว่าเธอจะไปที่รังของนางเวตาลจริงๆ”

“แน่ใจสิ คนอย่างฉันตั้งใจแล้วไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ”

“นี่มันบ้ามากเลยนะ ฉันคิดว่าเธอพูดเล่น”

“ทำไมล่ะ การที่ฉันอยากเจอหน้าพวกมันสักครั้งมันผิดตรงไหน ในเมื่อมันพรากความสุขไปจากฉัน มันแย่งของรักของฉันไป การที่ฉันอยากจะฆ่ามัน มันผิดตรงไหน”

“นี่เธอจะเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนี้เพราะว่าหึงไอ้ไม้แค่นี้เนี่ยนะ ที่มันทำกับเธอแบบนี้เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าเธอไม่มีค่าสำหรับมัน”

“หยุดพูดแบบนี้นะ ฉันไม่อยากได้ยิน”

“ไอ้ไม้มันมีดีอะไรนักหนา เธอก็รู้ว่านางพญาเวตาลไม่ใช่ของเล่น เธอยังเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเหตุผลงี่เง่านี่นะ”

“เธอไม่เข้าใจผู้หญิงหรอกทิวา ถ้าเธอไม่อยากช่วยก็แค่ไปส่งก็พอ”

ทิวาหงุดหงิดกับท่าทีและคำพูดของอบเชยที่ยังแคร์ไม้อยู่ แล้วทั้งคู่ก็หายเข้าไปทางประตูมิติบริเวณหลังบ้านพันเทพ

ooooooo

เมฆดูแลแพรวาที่เศร้าเสียใจเรื่องตฤณจะแต่งงานกับมะลิจนไม่เป็นอันทำอะไรแม้แต่กินข้าว เขาทำข้าวต้มร้อนๆมาให้ เธอผลักไสและมีอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน

“คุณแพรวาเป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“มันเวียนหัวคลื่นไส้ยังไงไม่รู้”

“ไปโรงพยาบาลไหมครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คงเพราะเครียด ทานยาก็คงหาย”

“ผมว่านอนพักสักหน่อยก็ดีนะครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ นี่ก็รบกวนมามากแล้ว”

“งั้นเอาเป็นว่าถ้าคุณแพรวาไม่ไหวยังไงก็โทร.มาบอกผมหรือไม้ก็ได้นะครับ เพราะอยู่ที่บ้านคุณ...”

“ก็เหมือนฉันอยู่คนเดียวใช่ไหมคะ ก็เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ ฉันแทบจะไม่เห็นหน้าพี่ทิวากับพ่อเลย อยู่ๆตฤณก็ทิ้งฉันไปอีก ชีวิตฉันนี่น่าสมเพชจังนะคะ ไม่มีค่ากับใครสักคน จริงๆการที่ราตรีตายไปก่อนฉัน เขาอาจจะโชคดีกว่าฉันก็ได้...ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เมฆมองแพรวาอย่างเห็นใจ เดินออกมาส่งเธอที่รถโดยไม่เห็นศรนารายณ์ใส่แว่นตาดำยืนอยู่มุมหนึ่ง กระทั่งแพรวาเคลื่อนรถออกไปแล้ว ศรนารายณ์จึงปรากฏตัวตามเมฆเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีปกติ ไม่เหมือนคนตาบอด

“พี่ศรอยากเจอฉันก็น่าจะบอกให้ฉันไปหาที่บ้านก็ได้ ลำบากมาเปล่าๆ”

“นี่ดูโทรมไปมากเลยนะเนี่ย ไปทำอะไรมา”

“นี่พี่ศรตาหายเป็นปกติแล้วเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันซะอย่าง”

เมฆตื่นเต้นดีใจ ถามศรนารายณ์ว่าหายได้ยังไง แล้วหายตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็ได้ยาสมุนไพรนั่นแหละ ก็ค่อยๆดีขึ้น นี่ก็ยังต้องกินอยู่ทุกวัน แต่ที่ฉันมาวันนี้ ฉันไม่ได้จะมาบอกเรื่องนี้หรอกนะ ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะมาถาม”

เมฆชะงัก สังเกตสีหน้าศรนารายณ์เคร่งเครียดก็พอเดาได้ว่าเรื่องอะไร

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องไม้...จริงๆอบเชยก็เล่าให้ฉันฟังอย่างละเอียดแล้วนะ แต่ทำไมฉันถึงไม่เชื่อก็ไม่รู้ ฉันว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแน่ๆ ฉันอยากรู้ความจริงทั้งหมด”

เมฆไม่คิดปกปิดอีกต่อไป แต่ยังไม่ทันจะพูดไม้ก็เข้ามาแทรกเสียก่อน

“ก็อย่างที่ฉันบอกอบเชยไปนั่นแหละ นั่นคือความจริงที่สุดแล้ว ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่ลุงศรคิดหรอก”

ศรนารายณ์มองหน้าเมฆและไม้อย่างไม่ค่อยเชื่อนัก พอผละจากสองพ่อลูกก็ตรงดิ่งไปพบเจ๊กีที่ท่ารถ เจ๊กีประหลาดใจบ่นกระปอดกระแปดว่าสงสัยโลกจะแตก เขาถึงโผล่หน้ามาที่นี่ได้

“โธ่ ทำไมพูดยังงั้นล่ะ”

“ก็หายหัวไปไหนมาตั้งนานล่ะ อั๊วไปหาที่บ้านก็บอกว่าไม่อยู่บ้างล่ะ ไปโน่นไปนี่มั่งล่ะ จนอั๊วนึกว่าตายไปแล้ว”

“ก็ตอนนั้นไม่สบาย ไม่อยากให้จำสภาพแบบนั้นไง”

“ไม่ต้องมาปากดี วันนี้มาหาอั๊วมีธุระอะไร”

“คิดถึงไง”

“อย่ามาพูดเล่นน่า เสียเวลาทำมาหากินอั๊วหมด”

“ฉันสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับไม้...เมฆมันเคยมาปรึกษาอะไรด้วยรึเปล่า”

“อาเมฆจะมาปรึกษาอะไรอั๊วล่ะ” พูดไปแล้ว

เจ๊กีนึกได้ เล่าน้ำลายแตกฟองว่า “อาตฤณโกรธแพรวามากเลยนะ แต่ก็ไม่บอกว่าเรื่องอะไร ให้ไปถามอาเมฆ พออั๊วถามอาเมฆ อาเมฆก็อ้ำอึ้งไม่ตอบอะไร อั๊วพยายามคาดคั้นก็ไม่พูดอะไร”

“ใช่ ฉันเห็นแพรวามาที่บ้านเมฆ มันผิดปกติที่จะไปมาหาสู่กันแบบนี้ มันต้องมีเรื่องอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ ไม้เหมือนพยายามปกปิดอะไรฉันอยู่ ฉันต้องรู้ให้ได้”

ขณะที่ศรนารายณ์คลางแคลงใจอยู่นั้น ทิวาพาอบเชยไปถึงรังของนางพญาเวตาลแล้ว แต่ไม่ยอมเข้าไปด้วยเพราะกลัวความดุดันร้ายกาจของนาง

ด้านไม้ที่เป็นห่วงอบเชยไม่แพ้ใคร เขาไปที่บ้านแล้วไม่เจอเธอ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี กลัวเธอจะไปฆ่านางพญาเวตาลกับลูกตามที่ลั่นวาจาไว้...ไม้ตามไปช่วยอบเชยออกจากรังเวตาลอย่างปลอดภัย แทนที่เธอจะขอบใจ กลับต่อว่าไม้ทำไปเพราะต้องการปกป้องลูกเวตาลของเขา

ฝ่ายเมฆที่เป็นต้นเหตุให้แพรวากับตฤณมีปัญหากันถึงขั้นเลิกรา เขาบอกตัวเองว่าจะพยายามช่วยเธอทุกวิถีทาง ดังนั้นในวันเดียวกันนี้เมฆจึงไปพบตฤณที่บ้าน แต่ไม่ทันพูดอะไร ตฤณก็ไล่ตะเพิดเขาต่อหน้าจันทร์และมะลิ

“ใจเย็นๆก่อนดีไหม นี่มันเรื่องอะไรกัน” มะลิไกล่เกลี่ย

“คุณตฤณฟังผมก่อนนะครับ ตอนนี้คุณแพรวาป่วยมาก ผมแค่จะมาขอให้คุณเลื่อนงานแต่งงานกับมะลิออกไปสักหน่อย รอให้คุณแพรวาหายป่วยก่อนก็ยังดี เพราะตอนนี้เธออ่อนแอจนเคยจะฆ่าตัวตายมาแล้วนะครับ”

“พอ! ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่หรือตายไปแล้ว ฉันก็ไม่อยากฟัง รวมถึงไม่อยากเห็นหน้าแกด้วย จริงๆแกก็ดูแลผู้หญิงคนนั้นได้นี่ เพราะแกก็เป็น...”

“ไม่ใช่นะครับคุณตฤณ เรื่องนั้นผมกำลังหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้คุณตฤณเห็นว่ามันไม่จริง”

“อย่าเสียเวลาเลย จะกุเรื่องโกหกยังไงมาก็ได้ แกจะเอาหลักฐานมาวางตรงหน้าฉันเป็นร้อยเป็นพันอย่าง ฉันก็เชื่อสายตาตัวเองมากกว่า”

“ถ้าคุณตฤณไม่เห็นใจผม ก็ได้โปรดเห็นใจคุณแพรวาด้วยเถอะครับ เธอน่าสงสารจริงๆ แล้วเธอก็ไม่ได้ผิดอะไร”

“ต้องให้ฉันพูดไหมว่าแกสองคนมีอะไรกัน แทงข้างหลังฉัน ทีนี้คนจะได้รู้กันให้ทั่วเลย จะได้รู้ซะทีว่าคนดีของหมู่บ้าน จริงๆแล้วมันเป็นยังไง”

ทั้งจันทร์และมะลิฟังแล้วช็อก แพรวาเข้ามาได้ยินที่ตฤณพูดพอดี ให้เขาพูดอีกทีว่าตนทำอะไร

“ทำไมฉันต้องอธิบายสิ่งที่เธอทำให้เธอฟังด้วย”

“คุณแพรวากลับไปเถอะครับ” เมฆขอร้อง แต่แพรวาไม่ยอม เธออยากฟังความจริงที่ทำให้ตฤณเกลียดเธอนักหนา

“เธอจำเรื่องวันนั้นไม่ได้จริงๆเหรอ วันที่ฉันเข้าไปเห็นเธอกำลังมีอะไรกับผู้ชายคนนี้” ตฤณพูดโพล่งพร้อมจ้องหน้าเมฆอย่างชิงชัง

แพรวาได้ฟังรับไม่ได้ ช็อกหมดสติไปทันที เมฆเข้าประคองเธอพร้อมกับเรียกจันทร์ให้มาช่วยกัน...ผ่านไปสักพัก แพรวารู้สึกตัวอยู่บนเตียงนอนในบ้านตฤณ เธอมองมะลิอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”

“ตฤณอยู่ไหน ฉันต้องพูดกับเขาให้เข้าใจ”

“เขาไม่ฟังใครทั้งนั้นแหละตอนนี้...เธอกินน้ำหวานซะหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”

มะลิยื่นแก้วน้ำหวานให้แพรวาแต่เธอแค่ได้กลิ่นก็ทำท่าขย้อนก่อนจะวิ่งไปอาเจียนในที่สุด

หลังจากมะลิดูแลแพรวาจนดีขึ้นก็พากันออกมารวมกลุ่มกับจันทร์และเมฆโดยไม่มีตฤณเจ้าของบ้าน เมฆตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้ทุกคนฟังและยอมรับว่าเป็นความผิดของตนตั้งแต่ต้น

“นางพญาเวตาลสิงร่างฉันเหรอ แปลว่าฉันก็เป็นคนทำทั้งหมด แค่ไม่รู้ตัวเฉยๆใช่ไหม ฉันจะทำยังไงดีล่ะ”

“ไม่นะครับคุณแพรวา ผมไม่คิดยังงั้น จริงๆนั่นอาจจะเป็นแค่นางพญาเวตาลที่ปลอมตัวมาเป็นคุณ มันไม่ใช่ร่างคุณ คุณไม่เกี่ยวอะไรเลย เป็นผมกับนังนั่น...ส่วนเราไม่ได้มีอะไรกัน”

“ถ้าอาเมฆคิดแบบนั้นก็ต้องมีหลักฐานนะครับ”

“ต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณแพรวาตัวจริงหมดสติอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ได้เป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนั่น”

“จะทำยังไงล่ะมะลิ เรื่องก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว” จันทร์หนักใจ เมฆบอกต้องค่อยๆคิด พอมะลิพูดเรื่องลูกเวตาล เมฆรับปากจะกำจัดมันด้วยมือของตนเอง

“แล้วนี่ตฤณไปไหน บอกเขาสิ เขาจะได้เข้าใจว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“คุณตฤณเขาขับรถออกไปข้างนอก ขอไปสงบสติอารมณ์”

“ออกไปข้างนอกตอนนี้น่ะเหรอ” เมฆร้อนรนเป็นห่วงตฤณเพราะมืดค่ำแล้ว เขาชวนจันทร์ออกไปด้วยกัน ส่วนมะลิให้อยู่เป็นเพื่อนแพรวาที่นี่

ooooooo

ตฤณเกือบถูกวิญญาณเร่ร่อนที่เป็นบริวารของพันเทพรุมทึ้งถ้าไม่ได้เมฆกับจันทร์มาช่วยไว้ แต่แล้วจันทร์ก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าชาญหายตัวไปจากท่ารถอย่างไร้ร่องรอย ตฤณอาสาช่วยตามให้อีกแรง แต่จันทร์อยากให้เขากลับไปดูแพรวามากกว่า เธอกำลังไม่สบาย

ลูกเวตาลในร่างที่สมบูรณ์แล้วใช้ชาญเป็นร่างมนุษย์เพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มของไม้ มันจับศรนารายณ์มาไว้ที่โบสถ์ร้างแล้วย้อนกลับไปหาอบเชยเพื่อชำระแค้นที่ครั้งก่อนเคยต่อสู้กัน แต่ไม้คอยตามปกป้องอบเชย มันเลยยังไม่สบโอกาส

แพรวายอมให้ตฤณพาไปโรงพยาบาลในตอนสายของวันรุ่งขึ้น ส่วนจันทร์เพิ่งเจอร่างชาญนอนสลบอยู่ในกองขยะใกล้ท่ารถ ทุกคนแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับอบเชยที่กำลังสงสัยว่าชาญมาที่บ้านตนทำไม แล้วพ่อของตนไปไหน

ชาญพูดน้อยคำเพราะความจริงเขาคือลูกเวตาล อบเชยถามอะไรก็เอาแต่นิ่งเงียบจนน่าสงสัย นานเข้ามันจึงเผยตัวตนจะทำร้ายอบเชยด้วยกรงเล็บแหลมคม อบเชยสู้ยิบตา คว้าชามต้มยำเผ็ดร้อนสาดใส่หน้ามันแล้วพยายามจะหนี แต่เวตาลก็ปล่อยลูกไฟใส่เธอจนกระเด็นล้มไป

ไม้สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเหตุร้ายกับอบเชย เขาบึ่งรถไปที่บ้านเธอแต่ไม่เจอตัว เห็นร่องรอยการต่อสู้ก็ยิ่งใจคอไม่ดี ตะโกนเรียกทั้งอบเชยและศรนารายณ์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากใครทั้งนั้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:52 น.