ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะพดโลกันตร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

อบเชยมาหาจันทร์ที่อู่รถขอให้ช่วยหาไม้เท้าให้ศรนารายณ์แต่บังเอิญเจอไม้อยู่ด้วย จันทร์รู้ว่าคู่นี้บาดหมางกันจึงปลีกตัวออกไปเพื่อให้ปรับความเข้าใจ แต่จู่ๆทิวาก็เข้ามาแทรกหลังจากพยายามตามหาพันเทพที่หายไปจากบ้านแล้วไม่พบ

ทิวาพาอบเชยกลับ อ้างว่าได้เวลาพ่อของเธอต้องกินยา ส่งเธอแล้วเขารีบกลับบ้านเพราะกลัวกาลิกิณีหาทั้งเขาและพันเทพไม่พบแล้วจะเป็นเรื่อง ส่วนอบเชยพอเข้าบ้านก็ถูกศรนารายณ์เร่งเร้าให้พาไปหาไม้เพราะมีเรื่องสำคัญมากเท่าชีวิตต้องบอกเขา

ทิวากลับมาเจอเมฆที่หน้าบ้าน เขาพูดจายียวนก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างใน เจอกาลิกิณีกำลังโมโหที่หาใครไม่เจอสักคน ทิวาถูกเธอตบหน้าหัน ถามว่าหายหัวไปไหนมาทั้งวัน ตนเรียกหาไม่เคยเจอ

“ก็นึกว่าท่านมีหนุ่มคนใหม่รับใช้แล้ว”

“อย่ามาพูดจาแบบมนุษย์กับข้าอีก ไม่งั้นข้าจะรัดเจ้าให้ขาดเป็นสองท่อน”

“ก็ไปรับไอ้นี่มาจากบ้านมันให้ ไม่พอใจรึไง”

เมฆมองทิวาอย่างสมเพชคำโกหกที่เขายกมาอ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดแก้อะไรออกไป

“พิธีจะเริ่มทันทีที่อาทิตย์ลับขอบฟ้า จะมายืนเสนอหน้ากันอยู่ทำไม”

“แล้วพันเทพล่ะ”

ขาดคำของทิวา พันเทพเดินเข้ามาหยุดนิ่ง สบตากับเมฆ ต่างคนต่างแข็งกร้าวไม่ยอมกัน!

ooooooo

ไม้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ท่ารถ จันทร์กับชาญมาชวนเขาไปกินข้าวก็บอกว่าไม่หิวกินไม่ลง พอเห็นอบเชยกลับมาพร้อมศรนารายณ์ก็ลุกพรวดดีใจ คิดว่าเธอเลือกเขาไม่ใช่ทิวา แต่กลายเป็นว่าศรนารายณ์มีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขาต่างหาก

ตฤณเห็นมะลิมาด้อมๆมองๆแถวบ้านพันเทพจึงเข้าไปทัก มะลิชี้ให้เขาดูซากสัตว์จำนวนไม่น้อยรอบบ้าน ตฤณสงสัยว่าเกิดอะไร สองคนพากันไปปรึกษาหารือกันที่ร้านอาหาร แพรวาบังเอิญมาเจอ เธอหึงหวง ตฤณถึงกับต่อว่ามะลิอย่างเสียๆหายๆ ก่อนออกจากร้านไปทั้งน้ำตา

ในขณะที่กาลิกิณีทำพิธีสลับวิญญาณให้สมบูรณ์ เมฆหาทางกลับร่างตัวเอง แต่พันเทพก็มาขวางไว้ ส่วนศรนารายณ์กับอบเชยพยายามเข้าไปในบ้านพันเทพเพื่อช่วยเมฆ พร้อมด้วยลูกผู้ชายไม้ตะพดตามมาขัดขวางการทำพิธีของกาลิกิณี

นางพญาเวตาลในร่างกาลิกิณีปะทะกับลูกผู้ชายแต่พลาดถูกเขาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส แพรวาที่กำลังน้อยใจตฤณกลับมาเห็นนางพอดี จึงถูกจับเป็นตัวประกันหนีไป ผ่านทางประตูมิติหลังบ้านพันเทพสู่รังของนาง โดยที่ลูกผู้ชายตามเข้าไปไม่ได้

ศรนารายณ์ท้าทิวาต่อสู้เพื่อยกเลิกข้อตกลงระหว่างเขากับอบเชย แต่ตัวเองมองอะไรไม่ชัดทำให้สู้ทิวาไม่ได้ ลูกผู้ชายที่ตามนางพญาเวตาลไปไม่ได้ ย้อนกลับมาช่วยศรนารายณ์ทันท่วงที ลูกผู้ชายซัดทิวาด้วยไม้ตะพดสุดแรงจนบาดเจ็บแทบลุกไม่ขึ้น

ระหว่างนั้นเอง พันเทพที่หมดสติค่อยๆฟื้นขึ้นมา ท่าทางเขาปวดหัวหนัก ทุกคนมองลุ้นๆว่าแท้จริงเขา

คือใคร อบเชยวิ่งเข้าไปดูเมฆ เขย่าร่างและร้องเรียกเขาอยู่หลายคำแต่ไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น

ไม้ ศรนารายณ์ และอบเชยพาเมฆกลับไปที่บ้าน ทุกคนเชื่อว่าเมฆต้องฟื้นและต้องกลับมาอยู่ในร่างเดิมของเขาจนได้...ด้านพันเทพที่ฟื้นก็ยังเบลอๆอยู่ในห้องของตน ทิวาเฝ้ามองไม่แน่ใจว่าคือวิญญาณใครในร่างนี้กันแน่

เมื่อคาดคั้นแล้วไม่ได้คำตอบจากพันเทพ ทิวาหงุดหงิดงุ่นง่านเดินผ่านประตูมิติเข้ามาในวัดร้างรังของนางพญาเวตาล เห็นแพรวานั่งร้องไห้บนชิงช้าสวรรค์ก็ตกใจ ถามเธอว่ามาทำอะไรในนี้

“พี่ทิวา พี่มาช่วยฉันแล้ว ตัวอะไรก็ไม่รู้มันจับฉันมาขังไว้”

ทิวาใช้ความคิด มองเข้าไปในโบสถ์แล้วผละไปข้างในโดยไม่ได้สนใจแพรวาที่ตะโกนห้ามเสียงหลง เขาเห็นรอยเลือดหยดเป็นทาง เห็นซากสมุนไพรเป็นกอง แล้วก็เจอนางพญาเวตาลนอนบาดเจ็บมุมหนึ่ง

“ท่านเป็นอะไร ลูกผู้ชายมันทำร้ายท่านใช่ไหม”

นางพญาเวตาลกระพือปีกใช้แรงลมผลักทิวาผงะออก ส่งเสียงดุดันไม่พอใจ

“เจ้านั่นแหละ หายไปไหนมา เจ้ามีหน้าที่ปกป้องข้า”

“ก็ข้าต้องสู้กับพวกมันอีกกลุ่ม”

“พลังของเจ้าสู้กับพวกมนุษย์ธรรมดาแค่พริบตาเจ้าก็ชนะแล้ว อย่ามาโกหก เจ้ามีหน้าที่มาปกป้องข้า”

“แต่พลังของท่านก็ไม่น่าเพลี่ยงพล้ำให้ลูกผู้ชายได้”

ปีกของนางพญาเวตาลตบเข้าที่หน้าทิวาอย่างแรง “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าข้าอยู่ในช่วงตกไข่และอ่อนแอ ดูเหมือนวิธีสั่งสอนดีๆของข้าจะไม่ทำให้เจ้าจำเลยนะ ข้าคงต้องใช้วิธีใหม่เพื่อบอกเจ้า เจ้าจะได้ไม่ลืมว่าการที่ข้าทำให้เจ้าฟื้นจากความตายขึ้นมานี่ เจ้ามีหน้าที่อะไร”

สร้อยที่คอของทิวาแดงวาบเป็นไฟขึ้นมารัดคอเขาแน่น ทิวาเต้นเร่าๆ พยายามจะดึงสร้อยออกแต่ไม่สำเร็จ มือของเขาแทบไหม้ ปวดแสบปวดร้อน

ดิ้นทุรนทุรายร้องลั่นด้วยความทรมาน

ooooooo

พันเทพและเมฆฟื้นขึ้นมาในร่างของตัวเอง พันเทพไม่พอใจคิดหาทางกลับเข้าร่างเมฆอีกครั้ง โดยจะดึงทิวาเข้ามาร่วมมือด้วย

ด้านแพรวาที่ถูกจับตัวไปขังในรังของเวตาล เธอไม่รู้ว่ากาลิกิณีกับนางพญาเวตาลคือคนเดียวกัน เมื่อเห็นกาลิกิณีช่วยตนออกจากที่คุมขังก็ไว้ใจเธอมากขึ้น กาลิกิณีฉวยโอกาสนี้ใช้ร่างแพรวาเข้ามาอยู่กับไม้และเมฆที่บ้าน อบเชยที่หวนกลับมาคืนดีกับไม้รู้สึกถึงความผิดปกติในตัวแพรวา พยายามคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ

ทิวายังคงตามตื๊ออบเชยเพราะต้องการเอาชนะไม้ แต่ศรนารายณ์ไม่ยินดีรับยาสมุนไพรรักษาดวงตาจากทิวาอีก จึงให้อบเชยยกเลิกสัญญา โดยบอกหนักแน่นว่าแม้พ่อจะมองไม่เห็นตลอดชีวิตก็ดีกว่าไปยุ่งเกี่ยวกับคนเลวอย่างทิวา เมื่อทิวาโดนสองพ่อลูกผลักไสก็โกรธแค้นไปหมดทุกคน ชี้หน้ากราดทั้งเมฆและไม้ด้วย ฝากความแค้นว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจบง่ายๆแน่

ฝ่ายจันทร์เริ่มมีใจให้มะลิ เมื่อชาญขอร้องให้เป็นพ่อสื่อเขาจึงบ่ายเบี่ยง แล้วพอตฤณเข้ามาใกล้ชิดมะลิอีกคน จันทร์ไม่ค่อยพอใจแต่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ ช่วยเขาศึกษาค้นคว้าเรื่องเวตาลเพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน เพราะระยะนี้มีสัตว์ทั้งเล็กและใหญ่ตายในสภาพแปลกประหลาด โดยเฉพาะที่ข้างบ้านพันเทพมักมีซากสัตว์ให้เห็นแทบทุกวัน

ในเมื่อปฏิเสธรับสมุนไพรจากทิวาไปแล้ว อบเชยจึงนำสมุนไพรที่เหลืออยู่เป็นตัวอย่างไปหาซื้อที่ตลาด แต่ไม่มีใครรู้จักสักคน จึงไปที่ร้านยาจีน ปรากฏว่าอาแปะเจ้าของร้านเคยเห็นตั้งแต่เด็ก เป็นสมุนไพรในป่าลึก โตในที่ที่มีความชื้น แดดส่องไม่ถึง มีความมืดมากกว่าสว่าง อากาศเย็นตลอดเวลา

จากข้อมูลที่ได้มา อบเชยจนปัญญาจะหาสมุนไพรนั้นมา เธอกังวลเป็นห่วงอาการของพ่อ โดยไม่รู้ว่าทิวาแอบติดตามคอยจับตามองเธออย่างขุ่นเคือง

อบเชยมาพบไม้ที่บ้านอีกครั้ง เธอยังอยากให้แพรวาไปอยู่ที่อื่น จึงเสนอบ้านของตน แต่แพรวาก็อ้างเรื่องความปลอดภัย เธอกลัวทั้งพันเทพและทิวา ไหนจะนางพญาเวตาลอีก หากพวกนั้นบุกมาที่นี่เธอเชื่อว่าไม้กับเมฆต้องช่วยได้

“ก็จริงของแพรวานะอบเชย อยู่ที่นี่ยังไงอากับไม้ก็จะช่วยหนูแพรวาได้ อบเชยไม่ต้องห่วงเรื่องปากชาวบ้านหรอก คนมีปากมันก็พูดกันไปเรื่อยนั่นแหละ”

ฟังเหตุผลของเมฆแล้วอบเชยก็ยังไม่ไว้ใจแพรวาอยู่ดี ทำท่าจะค้านอีก แต่ไม้ชิงพูดเสียก่อนว่า

“ไม่เป็นไรหรอกอบเชย ถ้าเธอไม่สบายใจ เธอจะมาอยู่ที่นี่ด้วยกันก็ได้นะ”

“ได้ยังไงเล่า พ่อฉันอยู่ทั้งคน แล้วฉันก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรบ้าๆแบบนี้ด้วย” พูดแล้วอบเชยหันมองตาขุ่นไปทางแพรวา...ความรู้สึกบอกว่ายังไงก็ไว้ใจหล่อนไม่ได้

พอเธอจะกลับ ไม้เดินออกมาส่ง อบเชยเตือนเขาให้ระวังตัวมากๆ ไม้ถามว่าระวังอะไร แพรวาน่ะเหรอ

“ก็ระวังหมดแหละ ทั้งคนที่จะมาตามยัยแพรวา แล้วก็ยัยแพรวานี่ด้วย ฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”

“โอเค ฉันจะระวัง”

“อย่ารับปากส่งๆนะไม้ สัญญามาก่อนว่าจะไม่เชื่อคำใครง่ายๆ จะระวังตัวจากทุกคน ไม่ว่าใครก็ตาม”

เพื่อความสบายใจของอบเชย ไม้ยอมเกี่ยวก้อยสัญญา ทิวาแอบดูอยู่ทนไม่ได้ทำท่าจะเดินเข้าไปใช้กำลังแย่งอบเชยมา แต่ยังไม่ทันก้าวขาก็ต้องชะงัก เพราะแพรวาเดินออกมา ภาพที่เห็นเธอคือนางพญาเวตาลชัดๆ

“นั่นไม่ใช่แพรวา...นางคิดจะทำอะไรกันแน่” ทิวาพึมพำ มองนางพญาเวตาลในร่างแพรวาแล้วไม่กล้าเข้าไป

ooooooo

ตกกลางคืนกาลิกิณีอาศัยร่างแพรวายั่วยวนไม้แต่ไม่สำเร็จ เพราะไม้นึกถึงอบเชยแล้วดึงสติกลับมาทันเวลา กาลิกิณีเจ็บใจมาก บอกตัวเองว่าไม่มีทางถอยง่ายๆ จุดประสงค์ของนางคือสมสู่กับไม้เพื่อให้กำเนิดลูกน้อยเวตาล ถึงวันนั้นคงเหมือนสามีนางกลับมาอยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง

แต่แล้วความลับของกาลิกิณีก็ไม่พ้นหูตาของเมฆไปได้ แพรวาเผลอถามเมฆว่ากลับมาอยู่ร่างเดิมแล้วใช่ไหม ความจริงเขาโดนขังอยู่ในร่างพันเทพก็ดีอยู่แล้ว...คำพูดนี้เองทำให้เมฆเอะใจ ถามแพรวาว่าหมายถึงอะไร

“หมายถึงกรรมไงล่ะคะ ถ้าคุณอาเคยไปฆ่า หรือพรากของรักของใคร การที่คุณอาจะต้องทรมานมันก็น่าจะถูกแล้ว แล้วถ้าคุณอาหนีจากความทรมานไปได้ คุณอาก็ต้องเจอความทรมานครั้งใหม่อยู่ดี หนูพูดถูกไหมคะ”

เมฆรู้ทันทีว่าแพรวาที่เห็นไม่ใช่คนเดิมที่ตนเคยรู้จัก เขาจะตะโกนบอกไม้ แต่แพรวาสกัดด้วยถ้อยคำข่มขู่ว่า

“ก็ลองบอกคนอื่นดูสิ สร้อยจะรัดคอเจ้าจนขาดแน่”

เมฆชะงัก ไม่กล้าตะโกนเรียกไม้ แพรวายิ้มพราย บอกเขาให้ทำตัวดีๆเข้าไว้ จะได้ยืดอายุออกไปอีก ไม้เดินออกมาเห็นสองคนคุยกัน ถามว่าคุยเรื่องสำคัญอยู่หรือเปล่า เมฆได้แต่อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรออกไป แพรวาเลยตอบเสียเองว่า

“เรื่องทั่วไปมากกว่าน่ะไม้ เมื่อคืนฉันขอโทษไม้ด้วยนะ ฉันกลัวมากจริงๆ”

“ผมเข้าใจ” ไม้ตัดบทโดยไม่สบตาแพรวา...

พันเทพกระวนกระวายอยากเอาสร้อยของนางพญาเวตาลออกจากคอ เพราะกลัวตายเหมือนอากงที่โดนสร้อยรัดคอขาด อีกทั้งถ้ามันยังอยู่กับตัวไปเรื่อยๆ กำลังวังชาของเขาก็ลดน้อยถอยลง ทิวาเองก็ต้องการเป็นอิสระจากสร้อยที่มีเหมือนกัน จึงสนับสนุนให้พันเทพเรียกไม้มาพบที่บ้าน

ไม้มาด้วยความระมัดระวัง เผชิญหน้ากับพันเทพสองต่อสอง ถามเขาว่ามีอะไรถึงให้คนไปตามตนมา

“อยากจะขอบคุณที่ไปช่วย...พ่อ...ที่บ้านอากงวันนั้น”

“ฉันช่วยรักษาร่างของพ่อฉันต่างหาก พ่อที่รักแล้วก็เลี้ยงดูผูกพันกันมา...พ่อเมฆ”

“จะยังไงก็ช่าง พ่อพันเทพคนนี้ก็รอดชีวิตมาได้”

“ฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันช่วยคนถูกรึเปล่า ตกลงอากงที่ตาย...”

“ไม่ใช่ฝีมือฉัน สร้อยฆ่าเขา ฉันพูดได้แค่นี้”

“หมายความว่ายังไง สร้อยฆ่าเขา”

“สร้อยที่พ่อเธอก็มีน่ะ มันจะฆ่าพวกเราทันทีที่พูดสิ่งที่เป็นอันตรายต่อมัน”

“แล้วระหว่างนั้นมันก็ส่งผลร้ายตลอดเวลาด้วยใช่ไหม”

“ใช่...วิญญาณเราจะไม่เหลือ”

ไม้ยิ่งห่วงเมฆมากขึ้น ถามพันเทพว่าตนจะช่วยพ่อถอดสร้อยได้ยังไง พันเทพบอกว่าต้องใช้ไม้ตะพดของไม้ พลังของมันมหาศาล ทำได้แน่นอน

“ถ้าเธอช่วยพวกเราก่อนที่มันจะดูดวิญญาณเราได้ ฉันจะกลับตัวเป็นคนดี เธอคือคนเดียวที่มีไม้ตะพด และจะจัดการเรื่องนี้”

ไม้นิ่งเงียบครุ่นคิดแล้วจากไปโดยไม่พูดอะไร พันเทพแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ทิวาแอบดูอยู่ตลอด เดินออกมาชมเชยพันเทพว่า

“เรื่องความเลวเนี่ยต้องยกให้พ่อจริงๆ”

“เลวอะไร ฉันแค่เสนอวิธีให้ไปทดลองทำ ถ้าไอ้เมฆรอด ฉันกับแกก็รอด ไม่ดีรึไง มีหนูทดลองให้แก”

“นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะฟังพ่อ” ทิวาเอ่ยอย่างถือดี พันเทพสะกดใจไม่ต่อความยาว

ooooooo

หลังจากพบทั้งคนและสัตว์ล้มตายไม่เว้นวัน ตฤณกับจันทร์กังวลว่าวิญญาณเร่ร่อนจะเต็มหมู่บ้าน จึงมาปรึกษาหลวงพ่อที่วัด หลวงพ่อกลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา บอกว่าวิญญาณทุกดวงเมื่อถึงเวลาต่างก็ต้องไปผุดไปเกิดทั้งนั้น แต่คนที่อยู่น่าห่วงมากกว่าคนตาย

หลวงพ่อถามถึงแพรวาก่อนบอกว่าดวงเธอวิปริตมาก ต่อจากนี้ไปต้องระวังตัวกันให้ดี ความอ่อนโยนทั้งหลายจะวิปริต ความแข็งแกร่งจะสาบสูญ

“แล้วเกี่ยวอะไรกับแพรวาล่ะครับ”

“โยมแพรวาจะนำพาเรื่องใหญ่มาโดยไม่รู้ตัว บอกให้โยมระวังตัวไว้”

ตฤณกับจันทร์หน้าเสีย พอกลับออกจากวัด จันทร์แนะนำตฤณควรไปหาแพรวาเพื่อเตือนเธอตามที่หลวงพ่อบอกมา แต่พอตฤณไปหาถึงบ้านกลับไม่พบแพรวา รู้จากทิวาว่าเธอย้ายไปอยู่กับไม้ก็ตกใจ

ขณะเดียวกัน ไม้ที่ไปคุยกับพันเทพมา กลับถึงบ้านเขาเล่าให้เมฆฟังแล้วเอาไม้ตะพดออกมาทำลายสร้อยของนางพญาเวตาล แพรวาเข้ามาเห็นพอดีจึงปล่อยพลังใส่ไม้เข้าไปเต็มๆ

ไม้โดนนางพญาเวตาลในร่างแพรวาเล่นงานโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างเขากระเด็นไปกลางอากาศ ก่อนจะตกกระแทกพื้นหมดสติในทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:11 น.