ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะพดโลกันตร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

เมฆหาทางบอกความจริงกับไม้ด้วยการเข้าฝันเตือนให้ระวังตัวอย่าไว้ใจใครแม้แต่ตัวพ่อเอง ให้เก็บไม้ตะพดไว้กับตัวตลอดเวลา อย่าให้ไปอยู่กับคนอื่น แม้แต่อยู่กับพ่อ และอย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น ให้เชื่อในความ รู้สึกของตัวเอง ลูกต้องเตรียมจิตใจและร่างกายไว้ให้เข้มแข็ง เพราะลูกต้องเจอเรื่องหนักๆในเร็วๆนี้

แล้ววิญญาณเมฆก็กลับเข้าร่างพันเทพเหมือนเดิม ฝ่ายไม้สะดุ้งตื่นจากความฝันและพบว่าอบเชยไม่ได้อยู่บนเตียงคนไข้ หาในห้องจนทั่วก็ไม่มี แต่ไปเจอเธอที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล

อบเชยโกรธและงอนไม่ยอมให้ไม้เข้าใกล้ ไม้ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด พอเธอถามถึงแหวนแต่งงานว่าเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน เขาหยิบมันออกจากกระเป๋าให้เธอดูทันที

“นั่นเพราะฉันเก็บมันได้ต่างหาก ก่อนหน้านี้มันอยู่ไหน”

“ฉันไม่รู้ ก็พ่อเอาไป”

“ถ้างั้นอาเมฆก็เอาไปให้ยัยมะลิงั้นสิ เพราะมันอยู่ที่ผู้หญิงคนนั้น”

“เฮ้ย! ฉันไม่รู้เรื่องเลย”

“ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องตอบแบบนี้ ฉันถึงไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ฉันไง เพราะฉันเชื่ออะไรเธอไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่รู้ที่เธอพูดอยู่มันจริงหรือโกหก เธอจะเปลี่ยนไปอีกคนเหมือนอาเมฆรึเปล่า ฉันจะไม่เชื่อใครอีกแล้ว พ่อเธอทำร้ายพ่อฉัน ส่วนเธอก็ทำร้ายฉัน”

“แล้วฉันควรจะทำยังไง ต้องทำยังไงเราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ไม้เครียดหนักไม่รู้จะทำยังไง อบเชยเองก็เศร้าใจ กลับเข้าห้องร้องไห้คนเดียว คิดถึงความหลังตอนรักกันหวานชื่นยิ่งทำใจไม่ได้ แต่พอจันทร์เปิดประตูเข้ามา เธอ ปาดน้ำตาทิ้งรวดเร็วแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดคุย กับเขาปกติ ก่อนฝากแหวนแต่งงานที่นิ้วตนให้จันทร์ไปคืนไม้

จันทร์รับแหวนมา รู้ว่าสถานการณ์สองคนนี้ไม่ดีแน่แต่ไม่กล้าพูดอะไร ตั้งใจนำแหวนไปคืนไม้ แต่มาเจอเมฆกำลังจะออกจากบ้านพอดี

เมฆมองจันทร์ตาขวางและตอบคำถามอย่างกวนๆ ตามนิสัยของพันเทพที่อาศัยร่างเมฆอยู่ จันทร์สังเกตเห็นสร้อยที่คอเมฆจำได้ว่าเหมือนกับของทิวาและพันเทพ จึงซักถามว่าได้มาจากไหน แต่เมฆกลับตวาดใส่ว่าอย่ายุ่งแล้วเดินจากไป ทิ้งให้จันทร์ยืนคิดหนักกับเรื่องนี้

ไม้บังเอิญเห็นเมฆเดินลิ่วๆ ไปทางบ้านพันเทพ เขาสะกดรอยตามด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็คลาดกันเพราะมีวิญญาณเร่ร่อนจะทำร้าย...เมฆมาที่บ้านพันเทพเพื่อนำตำราหน้าสุดท้ายมาให้กาลิกิณีและทวงถามนางว่าเมื่อไหร่จะทำพิธีสลับวิญญาณตนกับเมฆให้สมบูรณ์

“เมื่อข้าคืนความทรงจำให้วิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างทิวาเสร็จ ข้าจะทำพิธีของเจ้า”

“ทิวา...เมื่อไหร่”

“วันที่วิญญาณดวงนี้เคยถือกำเนิดขึ้นมา”

“วันมะรืน...” เมฆพึมพำสีหน้ากังวลใจ ไม่อยากให้ทิวากลับมา

ooooooo

สายวันถัดมา จันทร์กับชาญมาทำงานที่ท่ารถตามปกติ สองหนุ่มประหลาดใจที่พบไม้นอนหลับในรถที่เมฆเคยขับ ไม้ไม่พูดว่ามีเรื่องทะเลาะกับอบเชย แต่เล่าว่าเมื่อคืนตนเห็นเมฆท่าทางแปลกๆ เดินไปทางบ้านพันเทพ

จันทร์เลยเล่าว่าเมื่อคืนตนก็เจอเมฆ สงสัยเรื่องสร้อยห้อยคอ ไม่เคยเห็นเขาใส่เครื่องประดับ สร้อยนี้น่าจะเกี่ยวโยงอะไรกับบ้านพันเทพ เพราะทั้งพันเทพและทิวาต่างก็มีสร้อยแบบเดียวกัน

“พันเทพ ทิวา...หมายความว่าไง” ไม้ถามงงๆ

“ก็หมายความว่าพันเทพกับทิวามันกลับมาอยู่บ้านมันไง มันยังไม่ตาย แล้วมันก็ไม่ใช่แค่พันเทพกับทิวานะ ที่บ้านพันเทพน่ะมีนางพญาเวตาล ฉันกับพี่ชาญเห็นมากับตา มันใกล้ตัวกว่าที่พวกเราคิดว่ะ”

ไม้อึ้งไปอึดใจ ถามว่าแบบนี้ตนควรทำยังไง จันทร์บอกต้องคอยดูเมฆไว้ให้ดี ขณะที่ชาญกระซิบไม้ว่าควรเก็บตะพดไว้กับตัวเองจะดีกว่า

นอกจากนี้จันทร์ยังแนะนำไม้ให้หมั่นฝึกวิชาต่อสู้ไว้เยอะๆ เพราะความหวังทุกอย่างฝากไว้ที่เขา ไม้รับปากพร้อมบอกจันทร์กับชาญก็ต้องฝึกไว้เหมือนกัน มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นจะได้ช่วยกัน จันทร์พยักหน้ารับแล้วนำแหวนแต่งงานที่อบเชยฝากมาส่งคืนไม้

ไม้รับแหวนมาหน้าเศร้า หยิบอีกวงจากกระเป๋าเสื้อตัวเองเอามันประกบคู่กัน จ้องมันนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยที่จันทร์กับชาญก็ไม่กล้าซักถาม...

อบเชยน้อยใจไม้ ไม่อยากพบเจอเขาอีก เธอตัดสินใจจะขายฟาร์มแกะที่เป็นความฝันของตัวเองกับไม้ โดยที่ศรนารายณ์พยายามทักท้วงแต่ไม่สำเร็จ

ไม้เริ่มไม่ไว้ใจเมฆจึงแอบเอาไม้ตะพดไปเก็บไว้ตามคำแนะนำของชาญ ไม้ตั้งใจจะไม่ไปงานเลี้ยงที่บ้านพันเทพ แต่สุดท้ายเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะกาลิกิณีมาเชื้อเชิญแกมบังคับ

แพรวายุ่งอยู่กับการจัดงานเลี้ยงวันเกิดทิวาจึงไม่มีเวลาออกไปพบตฤณบ่อยเหมือนแต่ก่อน ตฤณโทร.หา หลายครั้งกว่าเธอจะว่าง โทร.กลับไป ตฤณรับปากเมื่อเธอชวนมาปาร์ตี้วันเกิดที่บ้านในวันพรุ่งนี้

งานเลี้ยงเริ่มตอนหัวค่ำ ไม้มากับเมฆ แพรวา ต้อนรับสองพ่อลูกอย่างคุ้นเคย พร้อมกันนี้เธออวยพรวันเกิดให้ไม้มีความสุข ไม้ขอบคุณ พลางเหลียวมองบรรยากาศในงานซึ่งคนยังไม่พลุกพล่านแล้วพึมพำออกมา

“ก็ดูไม่น่าจะมีนางพญาเวตาลเลยนะ”

“ลูกว่าอะไรนะ”

“เปล่าหรอกพ่อ”

พูดแล้วไม้รีบเดินไปหาที่นั่งเพื่อไม่ให้เมฆซักถามอะไรอีก เวลาเดียวกันนั้นที่ท่ารถ ชาญแต่งตัวหล่อเฟี้ยว หวีผมเรียบแปล้เตรียมตัวไปงานทั้งที่ไม่ได้รับเชิญ จันทร์เห็นการแต่งตัวและท่าทางตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าของชาญแล้วอดประชดไม่ได้ว่า

“ได้ข่าวว่าเค้าไม่ได้เชิญ จะแอบเข้าไปไม่ใช่เหรอ แต่งอย่างกับจะไปตัดริบบิ้นเปิดพิธี”

“เฮ้ย! มันก็ต้องแต่งให้เนี้ยบให้เนียนกับแขกสิวะ คนเขาจะได้ไม่รู้ว่าเราแอบเข้ามา”

“แล้วซ้อมเต้นทำไมเมื่อกี้น่ะ”

“แกนี่ช่างเป็นคนไม่มีดนตรีในหัวใจเอาซะเลย”

“ก็ไปเพื่อจะดูท่าทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า ไม่ต้องมีหรอกมั้งดนตรีในหัวใจน่ะ”

“โอ๊ย...เซ็งเพราะคุยกับแกเนี่ยแหละ” ชาญบ่นกระปอดกระแปดแล้วเดินนำหน้าจันทร์ไปขึ้นรถ

ooooooo

แพรวาจัดงานวันเกิดให้ทิวา และเชิญตฤณกับไม้มาร่วมงานด้วย เมื่อคนสามคนที่เกิดวันเดียวกันมาอยู่ในที่ที่เดียวกัน กาลิกิณีจึงเตรียมทำพิธีชุบชีวิตให้ทิวาอย่างสมบูรณ์

จันทร์กับชาญมาถึงในงานแล้วแต่ยังไม่ปรากฏตัว ทั้งคู่แอบเดินไปทางหลังบ้านเพื่อสอดส่องหานางพญาเวตาลตามที่เตี๊ยมกันไว้กับไม้ก่อนหน้านี้

ทิวาเดินวนไปมาในห้องเหมือนคนไม่มีสติ เขาเฝ้ารอเวลากาลิกิณีชุบชีวิต พอได้ยินเสียงเคาะประตูรีบไปเปิดด้วยความดีใจนึกเป็นนาง แต่กลายเป็นเมฆก้าวเข้ามามองทิวาหัวจดเท้า ทิวาสูญเสียความทรงจำ สติยังไม่สมบูรณ์จึงจำเมฆไม่ได้ เปล่งเสียงว่าใคร?

“แกจำฉันไม่ได้รึไง ฉันก็พ่อแกไง”

“ไม่ใช่”

เมฆมองซ้ายมองขวาก่อนคว้าข้อมือทิวาจะพาหนี “ไปกับฉัน แกไม่ควรจะได้รับการปลดปล่อยวิญญาณหรอก คนที่ตายไปแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ได้กลับมา”

ทิวากระชากแขนกลับไม่ยอมเมฆง่ายๆ “ฉันไม่รู้แกเป็นใคร แต่แกไม่ใช่คนที่ฉันจะต้องฟัง”

“พ่อคือพ่อแก”

ทิวาไม่พอใจใช้พลังผลักเมฆกระเด็น เมฆลุกยืนตั้งหลักมองทิวาด้วยความโกรธ

“ยังไม่ทันจะทำพิธี แกก็ดื้อด้านขนาดนี้ ฉันไม่ยอมให้แกได้กลับมาสมบูรณ์หรอก”

เมฆพยายามจะพาทิวาออกจากพิธีให้ได้ ทิวาขัดขืน ทั้งคู่ต่อสู้กันดุเดือดภายในห้อง ทิวาความทรงจำยังไม่กลับคืนแต่สู้ไม่ถอยและเมฆก็ไม่มีไม้ตะพด กอปรกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์นัก เมฆจึงโดนทิวาซัดหนักไม่น้อย

กาลิกิณีกับแพรวาในชุดสวยงามเดินผ่านหน้าห้อง กาลิกิณีได้ยินเสียงการต่อสู้ดังแว่วออกมาทำท่าจะเปิดประตูแต่แพรวาห้ามไว้

“ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย ไปเหอะ ป่านนี้แขกรอกันแย่แล้ว”

กาลิกิณีเดินตามแพรวาไปทั้งที่ใจยังระแวง...

ด้านศรนารายณ์กับอบเชยที่เพิ่งมาถึงในงาน ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ศรนารายณ์ตาพร่ามัวขับรถชนต้นไม้ข้างทาง มาถึงงานก็ยังมีอาการเบลอๆ อบเชยเป็นห่วงพ่อ แต่ใจอยากมาเจอไม้ในงานนี้

ตฤณเดินมาเจอสองพ่อลูก ทักทายกันแล้วพูดถึงไม้ ตฤณบอกว่าตนยังไม่เห็นเลย อบเชยหน้าเจื่อนแต่กลบเกลื่อนไม่อยากให้ตฤณรู้ว่าเธอกับไม้ทะเลาะกัน

แพรวากับกาลิกิณีปรากฏตัวเป็นจุดสนใจอย่างมาก สองสาวสวยงามจนผู้คนตกตะลึง แพรวาฐานะผู้จัดงานก้าวขึ้นเวทีกล่าวกับแขกเหรื่อ

“ขอโทษทีนะคะที่ฉันเชิญทุกคนมางานเลี้ยงโดยที่ไม่ได้บอกว่างานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสอะไร วันนี้เป็นวันสำคัญของคนที่ฉันรัก...คนแรกก็คือตฤณ ขอเชิญคุณตฤณมาที่เวทีหน่อยค่ะ”

ตฤณเดินยิ้มมาที่เวที กาลิกิณีเห็นว่าทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงค่อยๆดึงตัวเองออกมาโดยไม่รู้ว่าศรนารายณ์มองตามเธอด้วยความสงสัย

“วันนี้นอกจากจะเป็นวันเกิดผมแล้ว ยังเป็นวันเกิดเพื่อนใหม่ของผมอีกคนนึงด้วยครับ ขอเชิญไม้มาที่เวทีด้วยครับ”

ตฤณประกาศเรียกไม้...กาลิกิณีแสยะยิ้ม พูดพึมพำว่าได้เวลาพอดี เวลานั้นไม้เดินลัดเลาะไปข้างบ้าน พลันเสียงฟ้าร้องครืนๆแล้วผ่าเปรี้ยงโดนกิ่งไม้หักลงมาโดนชายหนุ่มล้มลงหมดสติโดยไม่มีใครผ่านมาเห็น...

ฝ่ายทิวากับเมฆยังสู้กันในห้องไม่เลิกรา เมฆสู้ไม่ได้คว้ามีดแถวนั้นแทงแขนทิวาแล้วรีบหนีออกทางหน้าต่างก่อนกาลิกิณีจะเข้ามาในห้อง จึงไม่เห็นว่าคนร้ายที่แทงทิวาเป็นใคร แต่นางไม่ให้ตามไป ย้ำกับทิวาว่า

“ทำพิธีให้เสร็จ พอเจ้ามีร่างกายที่สมบูรณ์ แผลแค่นี้จะไม่ใช่ปัญหาของเจ้า”

ทิวาเชื่อฟัง ลงนอนเหยียดยาวบนโต๊ะราวกับในโลงศพ ไฟจากแสงเทียนทั่วห้องสว่างพรึ่บ กาลิกิณีเปิดตำราโบราณท่องคาถาทำพิธีทันที

ooooooo

เมฆกลับมานั่งที่โต๊ะ มองผู้คนในงานแล้วยิ้มเยาะที่ยังมีความสุขกันอยู่ได้ ทั้งที่นางพญาเวตาลในร่างสาวสวยกำลังทำพิธีอยู่ในบ้าน

ตฤณยังอยู่บนเวทีกับแพรวา เขาบ่นถึงไม้สงสัยจะแอบไปหลับ อบเชยค่อนข้างห่วง บอกพ่อว่าขอตัวไปห้องน้ำ...เสียงฟ้าเริ่มร้องคำรามอีกครั้ง กาลิกิณีร่ายมนต์รอบตัวทิวาเร่งเวลาให้สำเร็จ

ทุกคนในงานไม่ได้แปลกใจใดๆกับเสียงฟ้าร้อง กำลังเพลิดเพลินกับอาหารและฟังเจ้าภาพแพรวาบอกกล่าว

“ความจริงที่เชิญแขกทุกคนมาวันนี้เพราะฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก วันนี้นอกจากจะเป็นวันเกิดไม้และตฤณแล้วยังมีคนสำคัญอีกคนที่เขาเกิดวันนี้เหมือนกัน นั่นก็คือพี่ทิวา ก่อนหน้านี้มีหลายคนได้มาร่วมงานศพพี่ทิวากันแล้ว แต่ความจริงก็คือ...”

แพรวาเว้นวรรค ทุกคนในงานคาดไม่ถึงเรื่องทิวา ส่งเสียงฮือฮาก่อนจะพากันจ้องไปที่ทิวาเป็นตาเดียว!

ทิวาเดินออกมาอย่างภูมิฐานหล่อเหลา ส่งยิ้มให้ทุกคน ตรงไปที่เวที พูดผ่านไมโครโฟนเสียงดังฟังชัดว่า

“ต้องขออภัยด้วยนะครับที่มางานเลี้ยงวันเกิดตัวเองช้าไปหน่อย”

ตฤณตะลึงกับสิ่งที่ตนเห็น ศรนารายณ์ก็เช่นกัน แทบไม่เชื่อสายตาว่าทิวายังมีชีวิตอยู่ ขณะที่เมฆมองทิวาไม่พอใจการกลับมา มองหาแผลที่ตนแทงแขนเขาเมื่อสักครู่ แต่ไม่มีแผลตรงนั้นแล้ว

ขณะที่ผู้คนยังตกอยู่ในภาวะตื่นตะลึง กาลิกิณีเข็นรถที่พันเทพนั่งเข้ามา สร้างความฮือฮาหนักขึ้นไปอีก

“นี่คือพ่อของผม ซึ่งทุกคนก็รู้จักกันกันดีอยู่แล้ว ผมกับพ่อไม่ได้ฟื้นจากความตายอะไรหรอก เราก็แค่

หลงอยู่ในป่าก็เท่านั้น แล้ววันนี้เราก็กลับมาแล้ว ตอนนี้พ่อผมยังไม่ค่อยสบายนัก ดังนั้นไม่ต้องห่วง กิจการทุกอย่างของพ่อ ผมจะกลับมาดูแลมันต่อเอง”

แขกเหรื่อลุกขึ้นยืนปรบมือให้พันเทพและทิวา...ตฤณชักสีหน้าใส่แพรวาแล้วเดินออกจากงานไปทันที หญิงสาวตามมาส่งเขาที่รถ กลับถูกเขาต่อว่าอย่างโกรธๆ

“จริงๆงานวันนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยใช่ไหม คุณแค่จัดให้พ่อกับพี่ชายของคุณ”

“เกี่ยวสิคะ ก็วันนี้วันเกิดคุณ”

“วันเกิดพี่ชายคุณต่างหาก”

“ตฤณ...อย่าพูดแบบนี้สิคะ”

“ผมถามจริงๆเถอะ เรื่องที่บ้านคุณ คุณเคยคิดจะบอกผมบ้างรึเปล่า หรือคุณคิดว่าผมควรจะรู้พร้อมๆคนอื่นแบบนี้แหละ” พูดจบตฤณขึ้นรถขับออกไป ทิ้งแพรวายืนหน้าสลด ไม่สบายใจ

ooooooo

จันทร์กับชาญที่เดินไปทางหลังบ้านพันเทพ ทั้งคู่รู้สึกเหมือนตกลงจากที่สูงแล้วมาอยู่ที่วัดร้างหาทางกลับไม่เจอ...ด้านอบเชยที่ไปห้องน้ำก็ไม่รู้มีมือดีที่ไหนมาล็อกห้องไว้จนเธอกลับออกมาไม่ได้ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยินสักคน

เธอดิ้นรนอยู่พักใหญ่ก่อนจะพังประตูออกมาได้ พอผ่านลานหลังบ้านเห็นพ่อกับทิวาประลองฝีมือกันก็ตะลึง สงสัยว่าทิวามาได้ยังไง แต่เธอไม่อยากพูดด้วย รีบพาพ่อกลับบ้านทันทีเลย ไม้รู้สึกตัวอย่างมึนงง ไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหน นึกถึงจันทร์กับชาญที่ให้ช่วยดูลาดเลา สืบหานางพญาเวตาลจึงต่อสายหาแต่กลับไม่มีสัญญาณใดๆเลย

เวลานั้นสองหนุ่มอยู่ในวัดร้างยังหาทางกลับไม่ได้ บรรยากาศวังเวงน่ากลัว พากันเดินเข้าไปในโบสถ์เห็นมีเทียนและไม้ขีด คาดว่าแบบนี้น่าจะเคยมีคนอยู่ แต่ประเด็นคือคนที่ว่ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า

จุดเทียนให้แสงสว่างแล้วสำรวจกันไปมา พบรอยเลือดชวนให้คิดมากว่าอาจมีผีหรือไม่สถานที่นี้ก็ต้องคำสาป...

เมื่อหาจันทร์กับชาญไม่เจอไม้จึงกลับมาที่บ้าน เมฆกลับมาก่อนมองไม้สงสัย ถามว่าหายไปไหนมา

“พอดีมีธุระต้องจัดการนิดหน่อยน่ะ พอออกมาก็ไม่เห็นพ่อแล้ว แล้วนั่นพ่อไปโดนอะไรมา”

“ไม่มีอะไรหรอก นี่ไม้ตะพดล่ะ ไม้ตะพดของพ่ออยู่ไหน”

ไม้อึกอักไม่อยากบอกที่ซ่อน เมฆคาดคั้นเสียงดุดันผิดวิสัย

“อยู่ไหน อย่าให้พ่อต้องโมโหนะไม้ เราตกลงกันแล้วว่าพ่อจะเป็นคนเก็บทั้งสองอัน”

“ก็อยู่ในที่ที่เมื่อก่อนโน้นพ่อเก็บไว้ประจำนั่นแหละครับ”

“ตรงไหนเล่า”

“ที่เดิมที่พ่อชอบเก็บไว้...พ่อจำไม่ได้เหรอ”

“อย่ามาลีลาดีกว่าน่า ไปเอามา”

“ที่เดิมที่พ่อเก็บไม้ตะพดไว้เป็นสิบๆปี พ่อเป็นคนคิดที่ซ่อนไว้เอง แล้วพ่อก็บอกฉันว่าให้รู้แค่เรา ฉันจำเป็นต้องพูดด้วยเหรอว่ามันอยู่ที่ไหน”

ไม้เล่นแง่จนเมฆนิ่งเงียบพูดไม่ออก เดินปึงปังออกไป ไม้เริ่มไม่ไว้ใจใครแม้แต่พ่อตัวเอง เขาพยายามโทร.หาจันทร์กับชาญอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จเหมือนเดิม

ooooooo

จันทร์กับชาญหวาดกลัวเพราะเชื่อว่าพวกตนหลงเข้ามาอยู่ในรังของนางพญาเวตาล แล้วสิ่งที่ทั้งคู่เห็นก็ทำให้ตะลึงพรึงเพริด ทิวามากับนางพญาเวตาล ลากศพสัตว์เล็กใหญ่มาในโบสถ์

สองหนุ่มปิดปากเงียบแอบดูแอบฟังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!

“ข้าไม่เข้าใจ ทำไมท่านมัวแต่กบดานอยู่ที่นี่ ไม่ไปตามฆ่าคนที่ฆ่าผัวท่านซะ มัวแต่เสียเวลาทำไม”

“สตรีเพศมันไม่เลือดร้อนเหมือนพวกเพศผู้หรอกนะ มันต้องรู้จักอดทนและเฝ้ารอ”

“รออะไร รอให้พวกมันเตรียมการรับมือท่านได้งั้นเหรอ”

“ตอนนี้ข้าต้องการมีลูกมากกว่าสู้รบกับใครทั้งนั้น นั่นคือวิธีแก้แค้นของข้า ข้าถึงต้องมีเจ้าไงทิวา”

นางพญาเวตาลกลายร่างเป็นกาลิกิณี แต่ทั้งจันทร์และชาญไม่เห็นหน้า เห็นแค่ครึ่งตัวล่าง...

นางลูบไล้ยั่วยวนทิวา ทิวาเองก็หลงใหลกับความสวยของนาง

“ไปข้างนอกแล้วข้าจะสอนเรื่องที่ควรรู้ให้เจ้า”

กาลิกิณีจูงมือทิวาออกไป จันทร์กับชาญย่องตามอยากรู้ว่าร่างหญิงคนนั้นคือใคร แต่ความมืดทำให้เห็นนางไม่ชัดอยู่ดี มองไม่ออกว่าเป็นใคร แถมยังเกือบถูกนางจับได้ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาทางเดิมจนหลุดรอดพ้นสถานที่ต้องคำสาปไปได้อย่างหวุดหวิด

จันทร์กับชาญกลับมาโผล่ที่บ้านของพันเทพในเวลาเช้าพอดี แพรวาใส่บาตรเสร็จเดินเข้ามา สองคนรีบแกล้งนอนลงกับพื้นแล้วทำทีตื่นงัวเงียเมื่อเธอทักถาม

“ทำไมมานอนกันอยู่ตรงนี้ เมาตั้งแต่เมื่อคืนใช่ไหม ไม่กลับบ้านกลับช่อง”

“คุณแพรวามาอยู่ในห้องนอนฉันได้ไงเนี่ย”

“ห้องนอนอะไรของเธอ นี่บ้านฉัน เมากันใช่มั้ย”

ชาญทำหน้ามึนๆหันมาปลุกจันทร์บอกว่าเช้าแล้ว จันทร์แกล้งงัวเงียตื่นขึ้นมาร้องอย่างตกอกตกใจ

“หา!! เช้าแล้ว”

“ใช่...เจ๊กีด่าแน่”

“เฮ้ย!”

“งั้นพวกเราไปที่ท่ารถก่อนนะคุณแพรวา”

“อย่าบอกใครนะคุณแพรวา โดยเฉพาะเจ๊กี”

จันทร์กับชาญเล่นละครตบตาแพรวาแล้ววิ่งพรวดออกจากบ้านไปทันที แพรวามองตามขำๆ พอหันกลับมาก็เจอทิวายืนอยู่ตรงหน้า

“อ้าว...พี่ทิวา”

“คุยกับใครน่ะ”

“เปล่าหรอก”

ทิวามองอย่างไม่เชื่อนัก แต่ไม่ใส่ใจที่จะซักถาม แพรวากอดแขนพี่ชาย เอ่ยยิ้มแย้มว่า

“ดีใจจังที่พี่ทิวากลับมาจำอะไรๆได้แล้ว ยา สมุนไพรของณีนี่ดีจริงๆ อีกหน่อยพ่อคงหายดี แพรวาไม่อยากอยู่คนเดียว แล้วนี่ทำไมพี่ทิวาตื่นเช้านัก”

“พี่ว่าจะไปหาอบเชยสักหน่อย ไม่ได้เจอตั้งนาน” พูดแล้วทิวายิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:16 น.