ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะพดโลกันตร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

แพรวากังวลที่ตัวเองเริ่มมีอาการแปลกๆ ชอบกินอาหารสุกๆดิบๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตฤณได้แต่ปลอบใจเธอว่าเป็นเรื่องปกติของคนท้อง

ฝ่ายมะลิที่หมกมุ่นเรื่องคำสาปของเวตาลได้นำสมุดบันทึกของแม่มาอ่านถึงตอนที่แม่ถูกชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นแม่มดแล้วจับไปเผาไฟแต่ก็ฟื้นขึ้นมาได้

มะลิกำลังจะอ่านต่อว่าแม่ฟื้นมาได้เพราะอะไรแต่จันทร์เข้ามาทักและคุยกันเพลินจนเธอลืมว่าวางบันทึกไว้บนตัก พอลุกขึ้นมันเลยหล่นลงแม่น้ำหน้าวัด จันทร์รีบลงไปเก็บก่อนจะพบชาวบ้านนอนสลบอยู่ใต้สะพาน สภาพเหมือนตอนเจอชาญที่กองขยะ จึงพาไปส่งโรงพยาบาล ให้หมอตรวจดูอาการ

เมื่อเชื่อว่ามีลูกผู้ชายตัวปลอมเข้ามาก่อความวุ่นวายสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน พวกศรนารายณ์คิดหาวิธีป้องกัน โดยเริ่มจากตนเองและคนใกล้ชิดก่อน ศรนารายณ์และอบเชยย้ายมาอยู่รวมกับเมฆและไม้ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย

ทั้งสี่คนคิดว่าเป็นกาลิกิณีที่ปลอมตัวเป็นลูกผู้ชายมาทำร้ายชาวบ้าน คืนนั้นเมฆอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ จึงแอบไปหากาลิกิณีที่หลังบ้านพันเทพซึ่งเคยมีประตูเชื่อมต่อกับเวตาล แต่ตอนนี้มันปิดตายไปแล้ว

เมฆเหมือนจะหมดหนทางเจอนางเวตาล แต่แล้วกาลิกิณีก็เผยตัวออกมาตั้งคำถามทำให้เมฆโมโหหัวเสีย

“คิดถึงลูกของเราเหรอ ถึงมาที่นี่ได้”

“หยุดพูดถึงเรื่องนั้นซะที”

“รับความจริงไม่ได้ ที่ลูกของเรากำลังจะกลับมาล้างแค้นมนุษย์งั้นเหรอ”

“พวกแกกำลังจะทำอะไรกันแน่ เรื่องลูกผู้ชายที่ไล่ฆ่าคนในตลาด ฝีมือแกใช่ไหม”

“ทำไมสงสัยฉันล่ะ”

“แกมันแปลงร่างไปหลอกใครก็ได้ ถ้าแกอยากจะจัดการฉันก็มาสู้กันตัวต่อตัวนี่ ฉันจะรับผิดชอบทุกสิ่งที่ฉันทำลงไปด้วยเลือดของฉัน อย่าไปยุ่งกับชาวบ้าน เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“ฉันอยากให้พวกแกเป็นคนดูที่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าฉันเป็นคนทำเรื่องนี้จริง แกคอยดูเลยว่ามันจะสนุกกว่านี้อีกแน่ๆ”

เมฆยิ่งเจ็บใจหนักกว่าเดิมทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่สร้อยที่คอเขาสว่างวาบขึ้นมาสร้างความเจ็บปวดจนร่างทรุดลงกับพื้น

“ระวังตัวดีๆ แกจะสูญเสียคนที่แกรักไปทีละคน” กาลิกิณีพูดทิ้งท้ายก่อนเดินหายไปกับความมืด ทิ้งให้เมฆได้แต่มองตามอย่างคับแค้นแล้วกลับมาที่ค่ายฝึกซ้อมการต่อสู้ ระบายอารมณ์กับข้าวของล้มระเนระนาด

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เมฆขอร้องให้ศรนารายณ์ฆ่าตนเพื่อถอดสร้อยของนางพญาเวตาลออก ศรนารายณ์ไม่ยอมเพราะเสี่ยงเกินไปและกลัวจะไม่ได้ผล ด่าเมฆว่าคิดบ้าๆ ยังไงตนก็ไม่ทำ

ด้านพันเทพที่ต้องไปสอนลูกเวตาลใช้ไม้ตะพดซึ่งเป็นสิ่งของที่ตัวเองอยากได้มานาน เขาฉวยโอกาสขโมยตะพดแต่ไม่สำเร็จแถมยังถูกเวตาลทำร้ายบาดเจ็บหนีตายออกมา ส่วนทิวาที่ยังตามหาหูเวตาลมาคืนกาลิกิณีไม่ได้ก็ถูกนางดุด่าและจะฆ่าทิ้ง

“ถ้าเจ้าทำตามสิ่งที่ข้าสั่งไม่ได้ เจ้าก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก”

“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันสามารถช่วยท่านจัดการกับพวกนั้นได้ วิชาที่ท่านสอนข้าไง”

“จะว่าไปเจ้าก็คือคนที่ข้าคืนชีพให้ ดวงจิตเจ้าก็คงแข็งแรงกว่าคนปกติ”

“ใช่ท่าน...ท่านอยากให้ข้าทำอะไรข้าพร้อมจะทำได้หมด ข้าไม่กลัวอะไรเลย”

“งั้นข้าจะใช้ร่างของเจ้าทำงานให้ข้าก็แล้วกัน”

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าจงมอบดวงจิตของเจ้าให้ข้า ร่างกายไอ้ผู้ชายชาวบ้านคนนั้นมันอ่อนแอ ข้าแปลงร่างนี้ เพราะคิดว่ามันเหมือนไอ้ลูกผู้ชาย แต่จิตมันไม่แข็งแรงพอกับสิ่งที่ข้าจะทำ ถึงเวลาที่ข้าจะใช้ดวงจิตที่ข้าปลุก มันขึ้นมาให้เป็นประโยชน์แล้ว”

กาลิกิณียิ้มเหี้ยม เยื้องย่างเพื่อประชิดตัว ทิวาผงะถอยด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

หลังจากพาชาวบ้านที่พบใต้สะพานส่งโรงพยาบาล และซักถามจนได้ข้อมูลว่าเขาถูกขอดวงจิต ทำให้มะลิกับจันทร์เชื่อว่าลูกผู้ชายตัวปลอมคือนางพญาเวตาล

สองคนคุยกันเรื่องแม่ของมะลิตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ และมะลิเองก็โดนคำสาปของเวตาลด้วย จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครฆ่าเธอได้เหมือนกับที่แม่ตายแล้วฟื้น เธออยากพิสูจน์สิ่งที่ตนคิดด้วยการคุยกับจันทร์อย่างจริงจังว่า

“ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย”

“เรื่องอะไร”

“คือฉันสงสัยเรื่องคนที่โดนคำสาปเวตาล ฉันก็โดนคำสาป ฉันอยากให้เธอลองฆ่าฉันทีว่าฉันจะฟื้นกลับมาไหม”

“หา!!” จันทร์อุทานหน้าตาตื่น ยังไงก็ไม่ยอม เช่นเดียวกับชาญที่มะลิไปขอร้อง เขายืนกรานว่าทำไม่ได้จริงๆ

ถัดมาไม่นาน ชาญออกไปเห็นเหตุการณ์ลูกผู้ชายอาละวาดอยู่ในตลาด เขารีบมาบอกพวกศรนารายณ์ ไม้เป็นห่วงชาวบ้านผลุนผลันออกไปโดยมีอบเชยตามมาห่างๆ

ด้วยความโกรธและคับแค้นที่มาเห็นลูกผู้ชายตัวปลอมเข่นฆ่าชาวบ้านเป็นว่าเล่น ไม้ท้ามันต่อสู้โดยไม่รู้ว่าอบเชยตามมา เมื่อมันรู้ว่าอบเชยเป็นจุดอ่อนของไม้ก็เข้าทำร้ายเธอทันที ไม้เข้ามาขวางจนตัวเองบาดเจ็บ นางพญาเวตาลในคราบลูกผู้ชายฉวยโอกาสนี้จับตัวเขาไป อบเชยตกใจรีบกลับมาบอกกล่าวทุกคน

กาลิกิณีจับไม้มาที่โบสถ์ร้าง เอายาสมุนไพรให้กินทำให้เขาจำอะไรไม่ได้และยอมทำตามที่เธอสั่งทุกอย่าง เวตาลเห็นแม่ดูแลมนุษย์อย่างดีก็ไม่พอใจและแม่ยังห้ามไม่ให้ตนไปทำร้ายมนุษย์ จึงหนีออกไปอาละวาดในหมู่บ้าน จนพวกศรนารายณ์ต้องเกณฑ์ชาวบ้านมาอยู่รวมกันที่วัดเพื่อสะดวกในการดูแล

ผลของการดื้อรั้นไม่ฟังคำสั่งของแม่ทำให้เวตาลโดนพวกศรนารายณ์เล่นงานและยังจะโดนเมฆที่เป็นพ่อฆ่าทิ้งถ้าไม่รีบหนีออกมาเสียก่อน กาลิกิณีรู้เรื่องก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะลูกชายอาจทำให้เสียแผน

พวกศรนารายณ์ระวังตัวกันมากขึ้น กลางคืนผลัดกันเฝ้าเวรยาม หลวงพ่อห่วงแพรวามากที่สุดให้เธอเข้ามานอนในโบสถ์แต่ตฤณค้านว่าคงไม่ต้องขนาดนั้น ยังไงตนก็อยู่กับแพรวาตลอดเวลา เกิดอะไรขึ้นตนต้องรู้อยู่แล้ว

กลางดึก แพรวาเดินออกจากที่พักเหมือนคนละเมอไปกัดกินสัตว์เลือดเปรอะปากแดงฉาน ชาวบ้านพากันแตกตื่นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปิศาจแล้วไปตามตฤณกับหลวงพ่อมา หลวงพ่อสวดมนต์ไม่นานแพรวาก็สลบไป

คืนเดียวกัน กาลิกิณีส่งไม้กลับมาที่หมู่บ้าน ไม้ทำร้ายเมฆจนตาย ศรนารายณ์จึงถอดสร้อยเวตาลออกจากคอเมฆได้ พันเทพที่หนีออกจากรังเวตาลมาช่วยพวกศรนารายณ์จับตัวไม้ขังไว้ในห้อง

การจากไปของเมฆทำให้ทุกคนโศกเศร้าแต่ยังไม่สิ้นหวัง อบเชยเชื่อว่าต้องมีปาฏิหาริย์ให้เมฆฟื้นขึ้นมาและเธอต้องทำให้ไม้กลับมาเป็นคนเดิมโดยเร็ว ด้วยการรื้อฟื้นความทรงจำตั้งแต่วัยเด็กที่เคยช่วยเหลือกันมา

ในเวลาที่คนหนึ่งคนใดโดนรังแกไม้โวยวายพยายามพังประตูได้ยินเสียงอบเชยที่อยู่หน้าห้องเล่าเรื่องในอดีตก็หยุดชะงักเหมือนเริ่มจำบางอย่างได้

“ไม้...ฉันคือคนที่อยู่ข้างๆเธอตลอดไง จำฉันได้ไหม...ตอนนี้อาเมฆพ่อของเธอไม่อยู่แล้วนะ พ่อคนที่เธอรักมากๆไง จำพ่อของเธอได้ไหม ถ้าเธอใช่ไม้จริงๆ ไม่ใช่เป็นใครแปลงร่างมา ไม้คนเก่าก็กลับมาได้แล้ว”

อบเชยรำพันทั้งน้ำตา ไม้รับฟังและเริ่มปวดหัว คิดทบทวนแล้วหยุดนิ่งไปในที่สุด

เวลาเดียวกันนั้นในโบสถ์ แพรวานอนหมดสติ ตฤณงุนงงและเป็นห่วง ถามหลวงพ่อที่อยู่ด้วยกันว่า

“นี่มันเรื่องอะไรกันครับหลวงพ่อ แพรวาไม่เคยบอกอะไรผมเลย”

“เด็กในท้องน่ะได้รับพลังบางอย่างจากปิศาจมา อาตมาก็ช่วยได้เท่าที่ช่วย”

“ได้รับพลังปิศาจ...หมายถึงลูกผมจะเกิดมาเป็นปิศาจงั้นเหรอ”

“อาตมาก็ไม่รู้หรอก อาตมาก็รู้เท่าที่รู้ ช่วยเท่าที่ช่วย แต่หลังจากนั้นพอเด็กเกิดมาแล้วอาตมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง”

“งั้นผมต้องทำยังไง พาแพรวาไปทำแท้งเหรอครับ”

“อาตมาเป็นพระ ไม่แนะนำให้คร่าชีวิตใคร”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง ถ้าเด็กคนนี้เกิดมา”

หลวงพ่อนิ่งไม่ตอบ...สุดจะคาดเดาเรื่องอนาคต

ooooooo

สายวันใหม่ ไม้สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่ตัวเอง

ฆ่าพ่อ...ความจำเขาเริ่มกลับคืนมาเพราะหมดฤทธิ์ยาของเวตาล

“พ่อ...ฉันขอโทษ”

ไม้จำเรื่องราวได้ เขาอยากฆ่าตัวตายตามเมฆไป ทุบทึ้งตัวเองอย่างอัดอั้นเสียใจ อบเชยเปิดประตูเข้ามามองอย่างไม่แน่ใจว่าเขากลับมาเป็นคนเดิมหรือยัง ไม้เห็นรอยช้ำตามเนื้อตัวอบเชยซึ่งเป็นฝีมือเขา เขาเบือนหน้าหนี บอกเธอให้ออกไป เขาไม่อยากเจอใครทั้งนั้น

อบเชยเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของเขา ปลอบอย่างใจเย็น

“อย่าโทษตัวเองเลย ทุกคนรู้ว่าที่เธอทำไปแบบนั้นเพราะนางเวตาลมันทำให้เธอเป็น เธอไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่เป็นไรนะ เธอจะไม่เป็นไร จะไม่มีใครเป็นอะไร”

พูดแล้วเธอสวมกอดเขาแน่น เพียงเท่านี้ไม้ก็ร้องไห้โฮ สะเทือนใจและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนทำไป

“ฉันฆ่าพ่อตัวเอง...ฉันลืมมันไม่ได้...ฉันอยากตาย”

“ไม่เอาน่า ไม่คิดอย่างงั้น คนคนนั้นไม่ใช่เธอ” อบเชยปลอบเขา แต่ตัวเองก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เหมือนกัน

อีกมุมหนึ่งในวัด ตฤณกับแพรวาเดินเล่นมาแถวท่าน้ำ ท่าทางฝ่ายชายอึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนฝ่ายหญิงสังเกตเห็น ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดี

“คุณจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยเหรอ”

“เรื่องอะไรคะ ฉันจำได้แค่ว่าฉันเหนื่อยมาก แล้วก็หลับไปตั้งแต่หัวค่ำ”

“แพรวา...คุณมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกผมรึเปล่า”

“เรื่องอะไรคะ”

“เกี่ยวกับลูก ผมคุยกับหลวงพ่อหมดแล้วนะ”

แพรวาหน้าเสียแต่ปลอบใจตัวเองและเขาว่า “หลวงพ่อบอกว่าถ้าสวดมนต์ ทำบุญเยอะๆจะดีขึ้นนะคะ”

“แต่สิ่งที่คุณเป็นเมื่อคืนมันน่ากลัวมาก ผมกลัวเสียคุณไป”

“ทำไม...ฉันทำอะไร ทำไมฉันจำไม่ได้ คุณพูดแบบนี้ฉันกลัวนะ”

“ผมก็กลัว...” ตฤณรวบรวมความกล้าทั้งที่รู้ว่าบาปกรรม เขาบอกแพรวาให้ไปทำแท้ง!

ooooooo

ชาวบ้านจำนวนมากมารอรดน้ำศพเมฆ...อบเชยเดินหน้าเศร้ามาบนศาลาบอกศรนารายณ์ว่าไม้ยังทำใจไม่ได้ เขาขออยู่คนเดียว

พวกศรนารายณ์เข้าใจว่าไม้ทำไปเพราะไม่รู้สึกตัว อบเชยแตะศพเมฆแล้วชะงัก ประหลาดใจว่าทำไมตัวเขายังอุ่นอยู่ ศรนารายณ์ลองจับดูบ้างก็พบว่าอุ่นจริงๆ คราวนี้ คนในงานเริ่มฮือฮาว่าเกิดอะไรขึ้น

อบเชยอังจมูกเมฆเช็กลมหายใจ ปรากฏว่าเขายังหายใจ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้ว!

“พี่เมฆยังไม่ตาย ฟื้นสิ ฟื้น”

“อาเมฆ ฟื้นสิคะ ถ้าไม่ใช่เพื่อพวกเราก็เพื่อไม้”

ศรนารายณ์กับอบเชยพูดระรัว เมฆค่อยๆลืมตาขึ้นท่ามกลางผู้คนที่ลุ้นระทึก มะลิตบเข่าฉาดด้วยความดีใจ

“นั่นไง ฉันบอกแล้วว่าต้องฟื้น”

พันเทพไม่มีท่าทีแปลกใจ พึมพำกับตัวเองว่า ตนก็ฟื้นมาได้ ไม่เห็นต้องมีใครมาตื่นเต้นเยอะขนาดนี้...

แล้วจ้องคอเมฆที่ว่างเปล่าปราศจากสร้อยของเวตาล มีอาการหงุดหงิดขึ้นมาทันที เดินบ่นหน้าเครียดออกไป

“มันถอดสร้อยออกได้ ทำไม!!”

พันเทพไปแล้ว แต่ชาวบ้านยังเกาะกลุ่มมุงดูเมฆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจกับสิ่งเหลือเชื่อที่ประจักษ์ต่อสายตา เมฆพ้นคำสาปของนางพญาเวตาลแล้ว

ขณะทุกคนแสดงความยินดีกับเมฆ ชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาบอกว่าปิศาจมาที่นี่ ทุกคนในศาลาพากันแตกตื่น ศรนารายณ์ให้ชาวบ้านเกาะกลุ่มกันไว้อย่าหนีไปไหน

พันเทพที่ยังไปไม่ไกลได้ยินว่าเวตาลมาก็รีบหาที่หลบซ่อนไม่ให้นางเห็น เพราะสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ยังไม่พร้อมจะสู้รบกับใครทั้งนั้น

นางพญาเวตาลเดินอาดๆเข้ามาในศาลาวัด ชาวบ้านพากันหลบไป ยกเว้นกลุ่มของเมฆที่ไม่เกรงกลัวนาง

“ไม้ไปไหนซะล่ะ ยังไม่กล้าสู้หน้าผู้คนล่ะสิ”

“แกทำให้ไม้เกือบฆ่าพ่อตัวเอง” อบเชยแผดเสียงแต่เวตาลไม่ใส่ใจ หันไปต่อว่าเมฆทำนองเดียวกัน

“เจ้าก็เกือบจะฆ่าลูกตัวเองเหมือนกัน เจ้าทำร้ายลูกเวตาลของข้าจนบาดเจ็บมากี่ครั้ง การที่ข้าจะให้ลูกของเจ้ามาทำร้ายเจ้าบ้าง มันจะหนักหนาอะไรสักแค่ไหนเชียว”

“แกมันตัวการวางแผนทุกอย่าง ตั้งแต่ให้ฉันเป็นพ่อของลูกแกแล้ว วันนี้ฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง”

“เจ้าแน่ใจอย่างนั้นเลยเหรอ”

ขาดคำเวตาลปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ใส่เมฆ ราวกับทิ้งระเบิดกลางศาลาวัด พื้นดินทะลุเป็นรู ร่างเมฆหายลงไปโดยไม่มีใครทันตั้งตัว

“อาเมฆ!” อบเชยตะโกนลั่น ศรนารายณ์เห็นท่าไม่ดีบอกลูกสาวให้พาชาวบ้านหลบไปในโบสถ์ แต่มะลิไม่ยอมไป

“พวกเธอไปเถอะ ฉันมีเรื่องต้องสะสางกับนางเวตาล”

“ฉันก็ไม่ไป ฉันต้องถามให้รู้ว่านางทำอะไรกับฉันกับลูกกันแน่”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าขืนอยู่เดี๋ยวก็ได้ตายก่อนเคลียร์แน่ เชื่อฉันนะ มะลิ แพรวา”

อบเชยจูงมือสองสาวไปรวมกับชาวบ้าน ขณะที่ศรนารายณ์ ตฤณ จันทร์ และชาญเตรียมพร้อมรับนางเวตาล

“ไงล่ะ แค่นี้ก็ตายซะแล้วเหรอ” เวตาลเยาะเย้ยแล้วฟาดฟันกับพวกศรนารายณ์ ทุกคนต่างผลัดกันจู่โจมนาง แต่ด้วยเวตาลมีพลังที่มากกว่าหลายเท่านัก ทำให้แต่ละคนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

จันทร์โดนพลังไฟของเวตาลบาดเจ็บ ศรนารายณ์โดยฝ่ามือของนางเต็มหน้าอกจุกจนลุกไม่ขึ้น ตฤณกับชาญก็โดนเหวี่ยงกระเด็นไปไกลแทบสลบ

“มีปัญญาสู้กับข้าได้แค่นี้เองน่ะเหรอ ตอนนี้แกไม่มีประโยชน์ที่ฉันต้องเก็บไว้อีกแล้ว”

เวตาลจะฆ่าทุกคน แต่ทันใดเมฆในชุดลูกผู้ชายพร้อมไม้ตะพดหนึ่งอันพุ่งเข้ามาขัดขวาง เวตาลโดนตะพดซัดเข้าใส่ถึงกับเซไป

“เจ้า...ตายยากจริงๆ”

“ฉันไม่มีวันตาย ถ้าแกไม่ตาย”

“อย่างงั้นเหรอ งั้นมาดูกันว่าคำพูดเจ้าจะจริงแค่ไหน เจ้าคงลืมไปว่ายังไงเจ้าก็คือทาสของข้าที่ข้าจะฆ่าเจ้าเมื่อไหร่ก็ได้”

เวตาลใช้พลังบังคับสร้อยเพื่อจะจัดการกับเมฆ แต่ปรากฏว่าเมฆไม่สะทกสะท้านแถมยิ้มเยาะเมื่อเห็นนางหน้าเสีย

“แปลกใจล่ะสิที่ฉันไม่มีสร้อยแล้ว ตอนนี้ฉันไม่ใช่ทาสของแก แกทำอะไรฉันไม่ได้แล้ว”

เมฆเข้าโจมตีเวตาลทันทีด้วยท่าไม้ตาย เวตาลตั้งตัวไม่ทันโดนเข้าเต็มๆ คนอื่นๆช่วยกันซ้ำจนนางเสียหลักและล่าถอยไปในที่สุด

ลูกผู้ชายจัดการกับนางเวตาลได้แต่ไม่สามารถทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อถือในความดีของเขาได้อีกต่อไป คนที่สูญเสียญาติต่างด่าทอขับไล่เขาด้วยความโกรธแค้น อบเชย
พยายามอธิบายแต่กลายเป็นว่าโดนชาวบ้านขับไล่ไปด้วย

“จะอยู่ข้างมันใช่ไหม งั้นก็ไปเลย ออกจากหมู่บ้านไปเลย”

“ใครอยู่ข้างมันก็ออกจากหมู่บ้านไปให้หมด”

อบเชยไม่ยอมแพ้พยายามจะเถียงแทน แต่ลูกผู้ชายห้ามไว้

“ได้...ถ้าพวกเธอไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะไปเอง”

ลูกผู้ชายเดินจากไป พวกศรนารายณ์สลดใจ

ไม่สามารถทำให้ชาวบ้านมากมายเชื่อได้...เมฆในชุดลูกผู้ชายเดินหน้าเศร้าเข้ามาหาไม้ที่อยู่เพียงลำพัง

ไม้ดีใจที่เมฆตายแล้วฟื้น แต่ก็เศร้าใจที่ลูกผู้ชายถูกชาวบ้านขับไล่ออกจากหมู่บ้านเพราะเข้าใจผิดว่าเขาทำร้ายคนดีจนเสียชีวิต เมฆผิดหวังและเสียใจเพราะสิ่งที่เขาทำมาทั้งชีวิตเพื่อชาวบ้านกลับไม่มีค่าอะไรเลย

หลังจากปลอบและให้กำลังใจเมฆแล้วไม้ได้พูดคุยกับอบเชยเรื่องลูกเวตาลที่เธอได้ยินมันเรียกเมฆว่าพ่อ คราวนี้ไม้ยอมพูดความจริงว่าตนไม่ใช่พ่อเวตาลแต่เป็นเมฆ และที่เมฆทำไปก็เพราะความหวังดีกับตน ตนจึงทนไม่ได้ถ้าเมฆจะโดนชิงชังรังเกียจจากชาวบ้าน

เมื่อความจริงเปิดเผย อบเชยดีใจมากที่ไม้ไม่ได้เป็นพ่อของใคร สองคนกลับมารักใคร่กันเหมือนเดิมและพร้อมที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันกำจัดนางพญาเวตาลกับลูกของมัน

พันเทพยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ที่วัดซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัยชั่วคราวของชาวบ้าน แล้วพันเทพก็บังเอิญได้ยินจันทร์กับชาญคุยกันเรื่องถอดสร้อยของเวตาล เขาฉวยโอกาสตอนชาญอยู่คนเดียวข่มขู่ให้ไปหาวิธีถอดสร้อยคำสาปของนางเวตาลมาให้ได้

เมื่อพันเทพรู้วิธีถอดสร้อยก็ไปหาเรื่องเมฆเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนจากนางเวตาล แต่เมฆไม่สนใจเพราะไม่รู้จะสู้ไปเพื่ออะไรอีก พันเทพโกรธจึงพาชาญบุกไปหาเวตาลถึงรัง เป็นเวลาที่สองแม่ลูกเวตาลกำลังโกรธที่โดนมนุษย์ทำร้าย จึงจับพันเทพกับชาญมัดไว้ แต่แล้วพันเทพหนีออกมาได้ ทิ้งชาญให้เผชิญชะตากรรมอยู่คนเดียว

ในที่สุดชาญถูกเวตาลเอาตัวไปที่หมู่บ้านแล้วใช้พลังไม้ตะพดฆ่าต่อหน้าทุกคนเพื่อแก้แค้น ทุกคนเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะจันทร์ที่รักและเคารพชาญเหมือนญาติ เขาโกรธแค้นพันเทพที่เป็นต้นเหตุพาชาญไปตายถึงกับชกต่อยอย่างบ้าคลั่ง พวกศรนารายณ์ต้องเข้ามาห้ามกันโกลาหล

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:29 น.