สมาชิก

ตะพดโลกันตร์

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

หลังจากขโมยไม้ตะพดมาซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าที่บ้านตัวเองตั้งแต่เมื่อคืน...สายวันนี้อบเชยเพิ่งรู้ว่าตะพดอันหนึ่งไม่ได้อยู่ที่เดิมเสียแล้ว!

เธอค้นตู้กระจัดกระจาย ตกใจและเสียดายถ้ามันหายไปจริงๆ อีกทั้งจะทำยังไงถ้าไม้รู้เรื่อง

“หายไม่ได้นะ ไม่ได้ๆ” อบเชยร้อนรน บ่นไป หาไปด้วยความเครียด แล้วอีกไม่กี่อึดใจเธอก็เครียดหนักกว่าเดิม เมื่ออยู่ๆไม้เข้ามาถึงตัวห้องโดยไม่บอกกล่าว

“หาอะไรอยู่เหรอ”

คำถามของไม้ทำให้อบเชยหน้าซีดหน้าเสียอึกๆอักๆ กลบเกลื่อนด้วยการถามเขาว่ามาทำอะไรแต่เช้าเชียว

“มันดีแล้วนะที่ฉันไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อคืน”

อบเชยสะอึกแต่ทำไก๋ตีเนียนถามต่อไป “แล้วมีธุระอะไรเหรอ”

“ฉันมาตามหาไม้ตะพด” เจอคำตอบนี้เข้าไป อบเชยถึงกับนิ่งอึ้งไปต่อไม่เป็น...

ในเวลาเดียวกัน ทิวานำไม้ตะพดไปให้กาลิกิณีภายในโบสถ์ร้าง นางกำลังดูแลลูกรัก เห็นทิวาเข้ามาก็ตวาดแว้ดไม่พอใจ

“เข้ามาทำไม ลูกข้ากำลังรักษาตัวอยู่”

“ข้าเอาสิ่งที่ท่านต้องการมาให้” ทิวาโชว์ไม้ตะพด ลูกเวตาลจ้องเขม็ง คลี่ยิ้มชอบใจ เอ่ยปากอยากได้

“ไม้วิเศษ เวลาของข้ามาถึงแล้ว”

ทิวายื่นไม้ตะพดให้กาลิกิณี คุยอวดว่าตนไปเอามาจากมันเลย ทั้งที่ความจริงเขาทำได้แค่ยืมมืออบเชย กาลิกิณีพิจารณาตะพดแล้วบอกว่า

“ข้าเคยเห็นที่มันใช้ไม่ใช่อันนี้ แล้วมันก็แยกชิ้นออกมาได้” นางจับตะพดบิดกลางแต่มันแยกเป็นสองท่อนไม่ได้

ทิวาหน้าเสีย แก้ตัวระรัวว่าตนเห็นมันมีแค่นี้จริงๆ

ฝ่ายอบเชยที่กำลังเผชิญหน้ากับไม้ก็บ่ายเบี่ยงว่าตนไม่รู้เรื่องไม้ตะพดที่หายไป ทำเป็นถามเขาว่าเก็บไว้ตรงไหน หาดีหรือยัง

“เธอเป็นคนเดียวที่อยู่กับฉัน ครั้งสุดท้ายที่ฉันหยิบไม้ตะพดออกมา”

“ฉันก็อยู่กับไม้ตะพดของเธอตั้งหลายครั้ง ทำไมอยู่ๆฉันจะเอาไปล่ะ”

“ฉันจะไปรู้เธอเหรอ ก็เธอทำท่าทางแปลกๆ”

“ใครแปลก ไม่มี้”

“งั้นหลบไป ฉันขอดูในตู้เสื้อผ้าหน่อยว่าเธอกำลังหาอะไรอยู่”

“ไม่ได้นะ”

“ถ้าไม่มีอะไรก็ต้องให้ฉันดู”

ไม้ดึงดันค้นตู้เสื้อผ้าของอบเชย เจอไม้ตะพดสองท่อนเพียงแค่อันเดียว เขาหยิบออกมาหันมองอบเชยด้วยความโกรธ ตะคอกถามว่า

“เธอเอามันมาทำไม เธอก็รู้ว่าสิ่งนี้มันสำคัญกับฉันแล้วก็พ่อมาก เธอรู้ไหมมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน”

“ฉันไม่รู้หรอก แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะว่าฉันหวังดี ใครจะไปรู้ว่าเธออาจจะยกไม้ตะพดนี่ให้ลูกเวตาลของเธอก็ได้ เธอก็รู้ว่าถ้าไม้ตะพดไปตกในมือเวตาลมันจะเป็นยังไง”

“ใครเป็นคนบอกให้เธอคิดแบบนี้ ใครเป็นคนบอกว่าฉันจะเอาไม้ตะพดนี่ไปให้เวตาล เธอเห็นฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แล้วที่เธอไปมีลูกกับเวตาลเนี่ยคือฉลาดใช่ไหมล่ะ ฉันเดาเธอไม่ถูกหรอกว่าเธอจะทำอะไรต่อไปอีก ฉันก็แค่ป้องกันไว้ก็แค่นั้น”

“ไม่ใช่ว่าไอ้ทิวามาเป่าหูให้เธอคิดแบบนี้หรอกใช่ไหม” โดนจี้จุดเข้าให้อบเชยถึงกับอ้ำอึ้ง ไม้ยิ่งฉุนถามเสียงเขียวว่า “แล้วไม้ตะพดเลือดอีกอันนึงไปไหน”

“ฉันก็กำลังหาอยู่เหมือนกัน...คือตอนแรกฉันจะเก็บไว้ด้วยกัน แต่สังหรณ์ใจแปลกๆ ก็เลยแยกเก็บอีกอันไว้ลึกกว่า”

“ถ้างั้นมันก็คงอยู่ในมือไอ้ทิวาหรือไม่ก็เวตาล แล้วล่ะ”

ไม้ระเบิดเสียงใส่แล้วเดินออกไปด้วยความเครียด อบเชยจ๋อยสนิท รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

ooooooo

ภายในโบสถ์ร้างอับทึบ ทิวาเหงื่อตกพยายามแก้ตัวกับกาลิกิณีที่ตนได้ไม้ตะพดมาไม่ครบ หยิบยกเหตุผลเท่าที่จะคิดได้มาอ้างเพื่อเอาตัวรอด

“แต่เท่าที่ฉันรู้มาไม้ที่เรามีอันนึงก็มีอำนาจพอๆ กับอีกอันของมัน แบบนี้ก็ทำให้เราสู้กับมันได้แล้ว อีกอย่างอำนาจท่านก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามันเลย เมื่อท่านมีไม้ตะพดเหมือนมนุษย์ธรรมดาอย่างมัน ท่านก็เหนือกว่ามันมากแล้ว”

“ทำไมเจ้ามีปัญญาเอามาได้แค่อันเดียวล่ะ”

“คือ...มันเก็บแยกกัน มันเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอามาได้พร้อมๆกัน ได้มาอันเดียวนี่ก็ดีมากแล้วท่าน พันเทพพ่อของข้าพยายามจะชิงไม้ตะพดมาทั้งชีวิตยังทำไม่ได้เลย แต่ข้าทำให้ท่านได้”

“ยังไงข้าก็ยังอยากได้อีกอัน”

“ทำไมท่านไม่ลองสู้กับมันเพื่อชิงอีกอันนึงมาล่ะ ท่านลองคิดดู ต่อสู้ให้มันหยิบไม้ตะพดอีกอันมาใช้ ถ้าท่านชนะมันได้ไม้ตะพดอีกอันก็จะเป็นของท่านอยู่ดี”

“เจ้านี่มันเอาตัวรอดเก่งนัก แต่อย่าลืมว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นเหมือนที่เจ้าพูด ลูกข้าต้องเจ็บตัวอีกล่ะก็ เจ้าคือคนที่จะต้องตายคนแรก”

ทิวาฟังแล้วใจเสีย หวาดกลัวและอึดอัดเหลือเกินกับการตกเป็นทาสของนางพญาเวตาล

ooooooo

ตฤณกำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้าน แปลกใจที่เห็นจันทร์โผล่เข้ามาทั้งที่เขาบอกไว้ว่าจะไปช่วยงานที่อู่รถ

“คือวันนี้ผมมาเคลียร์เรื่องยกเลิกงานแต่งงานให้คุณตฤณกับมะลิน่ะครับ”

“ใครบอกว่าฉันจะยกเลิก”

“ก็คุณตฤณกับมะลิไม่ได้...หรือว่าจะเปลี่ยนเจ้าสาวเป็นคุณแพรวาเหรอครับ”

“จะเปลี่ยนเจ้าสาวได้ยังไง การปล่อยให้ผู้หญิงเป็นม่ายขันหมากมันไม่ทำร้ายจิตใจเธอไปหน่อยเหรอจันทร์”

“แล้ว...”

“จัดการเหมือนเดิมทั้งหมดนั่นแหละ ไม่มีการยกเลิกอะไรทั้งนั้น อ้อ ไหนๆก็มาแล้วฉันอยากให้เธอไปกับฉัน มีเรื่องสำคัญกว่านั้น”

จันทร์งงๆ แต่ก็ก้าวตามตฤณที่เดินนำไปอย่างขัดไม่ได้...

ที่บ้านเมฆไม้เล่าเรื่องที่อบเชยขโมยไม้ตะพดให้เมฆฟังอย่างเคร่งเครียด เมฆคิดในแง่บวกบอกลูกว่าอบเชยคงทำไปเพราะหวังดี

“ผมไม่ได้โกรธอบเชยหรอก แค่โกรธตัวเองที่ดูแลไม้ตะพดไม่ดี ไม่สมกับที่พ่อไว้ใจผม”

“คิดซะว่ายังโชคดีที่อบเชยรอบคอบแยกไม้ตะพด เก็บ อย่างน้อยเราก็ยังมีไม้ตะพดเหลืออยู่อีกอัน”

ตฤณกับจันทร์เข้ามาสมทบ ท่าทางจันทร์ร้อนใจบอกสองพ่อลูกว่าตนเพิ่งรู้จากตฤณว่าไม้ตะพดหายไป

“หายไปอันเดียว”

“ใครเอาไป”

“กำลังคิดกันว่าน่าจะไปอยู่ที่ใคร”

“ต้องไม่ใช่พันเทพ เพราะเมื่อวานตอนที่ไม้ตะพดหายไปแล้วมันยังบุกมาจะชิงไม้ตะพดอยู่เลย”

“อาจจะเป็นทิวา เพราะว่าทิวาเป็นคนวางแผนให้อบเชยมาขโมยไม้ตะพดจากไม้ แล้วก็มาขโมยไปจากอบเชยอีกที”

“ปกติก็ไม่เห็นไอ้ทิวาจะสนใจไม้ตะพดอะไรนี่เลย มันก็แค่อยากเอาชนะไม้ในทุกๆเรื่องแค่นั้น”
“หวังว่ามันคงไม่ได้เอาไปให้...เวตาล!”

ฟังไม้แล้วทุกคนตกใจ มองหน้ากันอย่างหนักใจ

ooooooo

ทิวากลับมาที่บ้าน บ่นอุบอย่างหวั่นหวาด หายใจไม่ทั่วท้องที่รอดเงื้อมมือนางพญาเวตาลมาได้ แพรวาเดินมาได้ยินพี่ชายพูดถึงไม้ตะพด จู่โจมเข้ามาไล่บี้ เขาว่าขโมยตะพดมาใช่ไหม

“ทำไม...ฉันต้องรายงานแกด้วยเหรอ”

“ไม้ตะพดอยู่ไหน”

“ถ้าแกเข้าข้างไอ้ไม้ แกก็ไปอยู่กับไอ้ไม้เลยโน่นไป”

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง ฉันเห็นกับตาว่าพี่ถือไม้ตะพดอยู่ แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน”

“ไม่ได้อยู่กับฉัน”

เสียงทะเลาะของสองพี่น้องได้ยินถึงหูพันเทพ เขาเดินออกจากห้องตรงมาถามทิวาอย่างร้อนรน

“แกเอาไม้ตะพดมาได้เหรอ ไม้ตะพดอยู่ไหน”

“พอมีเรื่องไม้ตะพดล่ะสนใจผมขึ้นมาเชียวนะพ่อ”

“ไม้ตะพดอยู่ไหน” พันเทพตะคอกใส่ ทิวานิ่งไม่ตอบแถมยิ้มกวนๆ เลยโดนพันเทพกระชากคอคาดคั้น “แกก็รู้ว่าไม้ตะพดสำคัญกับฉันแค่ไหน แกเอาไม้ตะพดมาได้ แล้วแกเอาไปไว้ไหน แกไปเอามาให้ฉันใช่ไหม”

“ผมจะบอกให้นะพ่อ ว่าสิ่งที่พ่ออยากได้ที่สุดผมเอามาได้จริงๆ แต่ไม่ได้เอามาให้พ่อ ผมเอามาให้นางพญาเวตาลต่างหาก”

พันเทพคาดไม่ถึง ตวาดด่าทิวาอย่างโกรธจัด “แกมันโง่ แกเอาไปให้มันทำไม แกอยากตายนักเหรอ”

“มันสะใจดีไง เพราะสิ่งที่พ่ออยากได้ที่สุด พ่อไม่มีทางได้มัน”

ผัวะ! พันเทพตบทิวาหน้าหัน แล้วหันไปตวาดแพรวาอีกคน “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก จะไปไหนก็ไป”

แพรวาเดินออกไปด้วยท่าทีเกรงๆ ขณะที่ทิวาโดนตบ เจ็บทั้งตัวและใจ มองพันเทพด้วยความแค้น

ooooooo

แพรวาตัดสินใจไปที่บ้านเมฆ บอกทุกคนที่กำลังวิตกกังวลเรื่องไม้ตะพดที่หายไปว่าเวลานี้มันอยู่ในมือเวตาลแล้ว

ด้านอบเชยตัวต้นเหตุกำลังเครียดจัดเหมือนกัน เดินเป็นหนูติดจั่นจนศรนารายณ์สงสัยถามว่าเป็นอะไร

“พ่อ...ถ้าพ่อไปทำอะไรผิดกับคนอื่น พ่อจะทำยังไง”

“ก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำน่ะสิ”

“รับผิดชอบยังไง”

“ขอโทษและพยายามแก้ไขให้มันถูก”

“แก้ไขให้ถูก?” อบเชยพึมพำคำนั้นอยู่ไปมาก่อนมุ่งหน้าไปบ้านพันเทพ ร้องเรียกทิวาออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง

เมื่อไม่ได้ยินเสียงขานรับหรือการปรากฏตัว เธอเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในบ้าน ทันใดประตูห้องหนึ่งเปิดออก ทิวากระชากร่างเธอหายเข้าไปข้างใน

“ไอ้บ้า...ปล่อยฉันนะ”

“อยู่ๆจะเข้ามาบ้านฉันแล้วเอะอะโวยวายแบบนั้นได้ไง”

“ไม้ตะพดอยู่ไหน”

ทิวาทำไม่รู้ไม่ชี้ ถามว่าไม้ตะพดอะไร

“อย่ามาโกหก ไม้ตะพดที่เธอหลอกให้ฉันเอามาอยู่ไหน”

“หลอกเหลิกอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง มันควรจะอยู่ที่เธอไม่ใช่เหรอ”

ฉาด! อบเชยตบหน้าทิวาแล้วโวยวาย “ถึงฉันจะโง่ ฉันก็โง่ไม่นานหรอกนะ ไม้ตะพดอยู่ไหน เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“เธอมาถึงห้องฉันแบบนี้ คิดว่าจะได้ไม้ตะพดแล้วก็กลับบ้านไปง่ายๆงั้นเหรอ ทุกอย่างมันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร เธอหลอกใช้ฉันแล้วเอาไม้ตะพดมาที่นี่ ยังจะเอาข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีก ฉันก็เสียเปรียบทุกทาง”

“ก็เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง เธอถึงต่อรองอะไรไม่ได้”

“เออ ฉันมันโง่ที่ไว้ใจเธอ แต่ก่อนที่จะเสนอข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็เอาไม้ตะพดมาให้ฉันเห็นก่อนสิ ว่ามันอยู่ที่เธอจริงๆ”

“ก็ฉันเป็นคนเอามาจากเธอกับมือมันก็ต้องอยู่กับฉันแน่นอนอยู่แล้ว”

“ฉันจะไม่เชื่อคนอย่างเธออีกแล้ว เอาออกมาให้ฉันเห็นกับตาสิ”

“เสียเวลาเปล่าๆ” ทิวาเลิกโยกโย้ ผลักอบเชยลงบนเตียงจะปลุกปล้ำ เธอป้องกันตัวด้วยแม่ไม้มวยไทย แต่ดูเหมือนฝีมือทิวาจะเหนือกว่าเธออยู่ดี

ooooooo

อบเชยเกือบถูกทิวาปล้ำถ้าพันเทพไม่เข้ามาขวางและพาไปขังไว้ที่ห้องของกาลิกิณีหรือนางพญาเวตาลที่เคยมาอยู่ในบ้านหลังนี้

ด้านแพรวาที่ได้ยินว่าไม้ตะพดตกอยู่ในมือเวตาลก็รีบไปบอกพวกไม้ ก่อนจะไปต่อที่บ้านอบเชยเพราะเป็นห่วงแต่ไม่เจอตัว มีกระดาษเขียนคำว่าทิวาทิ้งเอาไว้ แพรวาสังหรณ์ใจย้อนกลับมาที่บ้าน เห็นพันเทพขังอบเชยไว้ตั้งใจจะโทร.บอกตฤณให้มาช่วย แต่พันเทพจับได้เสียก่อน ทั้งคู่จึงถูกขังรวมกัน

อบเชยพยายามหาทางพาแพรวาหนีแต่ต้องเป็นวิธีที่ไม่กระทบกระเทือนเด็กในท้อง ขณะสาละวนค้นหาสิ่งของเพื่อพังประตูที่ถูกล็อก ทั้งคู่เจอหูของเวตาลในตู้เซฟจึงเก็บเอาไว้ อบเชยกระโดดหน้าต่างหนีออกมาได้ก็รีบไปตามคนมาช่วยแพรวา แต่ไม่ทันมีใครมา แพรวาต้องเผชิญหน้ากับกาลิกิณีอย่างไม่มีทางเลี่ยง

“ณี...เธอ...”

“ทำไมเธอถูกขังอยู่ในนี้”

แพรวาอ้ำอึ้ง กาลิกิณีสูดหายใจเข้าออกได้กลิ่นบางอย่าง เธอเดินเข้ามาประชิดแพรวาที่เกร็งไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัวเพราะรู้แล้วว่ากาลิกิณีคือเวตาล

“เธอจะทำอะไร”

“นี่เธอกลัวฉัน? ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ”

แพรวาหน้าเสีย กาลิกิณีเดินรอบตัวแล้วหยั่งรู้ว่าแพรวากำลังท้อง

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอเลย เธอเข้าใจหัวอกความเป็นแม่ใช่ไหม”

กาลิกิณีไม่ตอบแต่เอามือลูบท้องอีกฝ่ายเบาๆ แพรวากลัวสุดขีดแต่ก็ไม่กล้าหนีหรือสู้ ขอร้องปากคอสั่นว่าอย่าทำอะไรตนกับลูกเลย

“ฉันดีใจกับลูกเธอด้วยนะ ฉันขอแสดงความยินดีในแบบของฉัน”

ขาดคำ กาลิกิณีใช้เล็บแหลมคมกรีดบนฝ่ามือแพรวาอย่างรวดเร็วจนเลือดไหล

“โอ๊ย! นี่เธอจะทำอะไร”

กาลิกิณีไม่ตอบ ใช้เล็บกรีดฝ่ามือตนเองจนเลือดไหลเช่นเดียวกับแพรวาแล้วนำฝ่ามือทั้งสองที่เป็นแผลมาประกบกัน ปากก็ท่องคาถาบางอย่างขมุบขมิบเบาๆ แพรวาตกใจชักมือออกทันที

“ทำอะไร”

“ก็แค่แสดงความยินดี”

เมื่อชักมือกลับมา ปรากฏว่าฝ่ามือแพรวาไม่มีแผลและไม่มีแม้แต่เลือดสักหยด

“ฉันจะรอจนกว่าลูกของเธอจะคลอด” ว่าแล้วกาลิกิณีก็ยิ้มมีความสุข เดินนวยนาดจากไป ทิ้งแพรวายืนตระหนกตกใจอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างเธอจะลงมาจากบนบ้านอย่างนุ่มนวล

อบเชยวิ่งกลับมาเห็น ตกใจที่แพรวาลงมาอยู่ด้านล่างแล้ว ถามว่าลงมาได้ยังไง

“มีคนช่วยฉันลงมา”

“ใคร?”

“คนในบ้านน่ะ ไม่มีอะไร”

“งั้นก็ดีเลย เรารีบหนีกันเถอะ” อบเชยพาแพรวาหนีไปทางหน้าบ้านแล้วต้องผงะเมื่อพบกับกองทัพผีเร่ร่อนและพันเทพยืนจังก้า

“คิดว่าจะหนีไปจากฉันง่ายๆเหรอ ถ้าฉันไม่ได้ไม้ตะพด พวกแกก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอดเลย”

“เวตาลมันจะฆ่าพวกเราหมดนี่อยู่แล้ว แกยังจะมาห่วงเรื่องไม้ตะพดนั่นอีก”

“ใครจะตายก็ช่าง ถ้าฉันมีไม้ตะพด ฉันก็รอด”

“ฉันไม่คิดเลยว่าพ่อจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้”

อบเชยกับแพรวารุมต่อว่าพันเทพ แต่เขาไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแถมยังเตรียมสั่งวิญญาณผีเร่ร่อนที่กระหายหิวให้จัดการทั้งคู่อย่างเลือดเย็น ทั้งที่หนึ่งในนั้นคือลูกสาวของเขาเอง

ทางด้านกาลิกิณี หลังจากรู้เห็นว่าหูเวตาลที่เก็บซ่อนไว้หายไป เธอไม่พอใจอย่างมากถึงกับลากทิวามาดุด่าทำร้ายภายในโบสถ์ร้าง

“ข้าให้เจ้าดูแลของมีค่าของข้า มันหายไปไหน”

“ของมีค่าอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”

“ใบหูของพี่เวตาลของข้า ข้าเก็บไว้ในตู้เหล็กนั่น เจ้าเอามันไปไว้ไหน”

“ฉันไม่รู้ ฉันไม่เคยแตะมันเลย”

“แต่มันหายไป เจ้าต้องรับผิดชอบ”

“แม่จะให้ข้าฆ่ามันเลยมั้ย คนแบบนี้เอาไว้ไม่ได้หรอก” ลูกเวตาลปรี่เข้าไปเอาเท้าเหยียบอกทิวา ในมือถือไม้ตะพดด้วยท่าทีมีพลังอำนาจ ทิวาลนลานด้วยความกลัวรีบรับปากทันใด

“เดี๋ยวฉันไปหาให้ ไม่ว่ามันอยู่ไหน อยู่กับใคร ฉันจะเอามาคืนให้ท่าน”

“ข้าจะไว้ใจแกได้ยังไง...ว่าแกจะไม่ทำพลาดอีก”

“เพราะฉันเคยเอาไม้ตะพดมาให้ได้ กับเรื่องแค่ใบหูเวตาล ฉันไม่พลาดแน่ ฉันสัญญา ฉันจะเอามันคืนมาให้ท่าน”

“สัญญานี้จะผูกเจ้าระหว่างความเป็นกับความตาย ข้าจะเป็นคนเด็ดหัวเจ้าออกมาด้วยมือของข้าเอง” ลูกเวตาลขู่ฟ่อ กวัดแกว่งไม้ตะพดไปมาอย่างถือดี

ooooooo

พันเทพสั่งกองทัพผีเร่ร่อนรุมอบเชยกับแพรวา ช่วงหนึ่งแพรวาพลาดท่าถูกมันกัดแขนเลือดไหล แต่มันกลับชะงัก ได้กลิ่นบางอย่างจากเลือดของเธอแล้วพากันหนีกระเจิง แต่ก็ไม่รอดมือพวกตฤณที่เข้ามาช่วย

เมฆ ศรนารายณ์และจันทร์มาด้วย ทั้งหมดช่วยกันต่อสู้กับพวกผีเร่ร่อนและพันเทพ ที่สุดพันเทพก็เสียท่า เมฆจึงขอร้องเขาดีๆว่า

“เลิกทำแบบนี้เถอะ”

“ไม่ต้องมาพูด...ว่าแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเราสองคนไม่มาด้วยเหรอ”

“แกเอาลูกสาวตัวเองที่กำลังท้องกำลังไส้มาเป็นตัวประกันแบบนี้ แกไม่เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยเหรอ”

“ทุกคนมันก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นแหละ เพราะมันทำให้มีชีวิตรอด”

“เวตาลต่างหากที่เป็นศัตรู เราจะมัวมาสู้กันอยู่ทำไม”

“คอยดูเถอะ ฉันจะเป็นคนฆ่าเวตาลด้วยไอ้พวกผีที่ฉันเลี้ยงมาให้พวกแกดู”

พันเทพลุกเดินจากไปเพียงลำพัง ไม่สนใจหันมามองใครทั้งนั้น ผีเร่ร่อนที่พันเทพพามามากมาย พอแพ้พ่ายวิญญาณก็แหลกสลายไปหมดสิ้น...

หลังเหตุการณ์สงบลง อบเชยสำนึกผิด เล่าเรื่องที่ตัวเองใจร้อนลุยไปหาทิวาถึงบ้านให้ทุกฟัง ก่อนกล่าวคำขอโทษหน้าจ๋อยๆ

“ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนทุกที ฉันแค่พยายามจะไปเอาไม้ตะพดคืนจากทิวา ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิดมาไกลถึงตอนนี้ ทำให้แพรวาเดือดร้อนไปด้วย”

“เธอคิดจะไปเอาไม้ตะพดคืนด้วยตัวคนเดียวเนี่ยนะ นี่รอดมาได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว” จันทร์บ่น

“ก็ฉันเป็นคนผิดนี่ ฉันก็พยายามจะรับผิดชอบเท่าที่ฉันทำได้ ผิดอีกใช่มั้ย”

“เอาน่า ยังไงก็ปลอดภัยอยู่ตรงนี้แล้วจะมาทะเลาะกันทำไม” เมฆไกล่เกลี่ย

“แต่เมื่อกี้ฉันเห็นว่าพวกวิญญาณเร่ร่อนมันไม่กินเธอทั้งคู่ เพราะอะไรเหรอ”

“คงเพราะฉันได้สิ่งนี้ของเวตาลมาล่ะมั้ง” อบเชยดึงหูเวตาลที่ยัดไว้ในเสื้อออกมา เมฆจำได้ร้องลั่น ส่วนจันทร์ถามว่า

“มันมีเสียงพวกเวตาลออกมาจากในนี้ใช่ไหม”

อบเชยพยักหน้ารับ ศรนารายณ์ยิ้มย่องบอกลูกสาวว่า

“นี่ไงลูกพ่อ อย่างน้อยเสี่ยงไปก็ไม่เสียเที่ยว”

“แล้วทำไมพวกวิญญาณเร่ร่อนถึงไม่ทำอะไรแพรวาด้วยล่ะ” ตฤณสงสัย จันทร์เลยผสมโรงเพราะแปลกใจเหมือนกัน

“นั่นสิ ได้อะไรมาเหมือนกันเหรอ”

“เปล่านี่ ฉันไม่มีอะไรติดตัวเลย”

“หรือเพราะไอ้ที่อบเชยได้มากลิ่นมันแรงจนช่วยแพรวาด้วย”

“ก็คงอย่างนั้นมั้งคะลุงศร”

“แต่ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้คุณต้องไปตรวจกับผมเพื่อความปลอดภัย” ตฤณบังคับแพรวาด้วยความเป็นห่วง แพรวาเข้าใจพยักหน้ารับโดยดี

ooooooo

หลังจากพาแพรวาไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าเด็กในท้องปกติดี ตฤณสบายใจและจะทำให้ถูกต้องด้วยการแต่งงานกับแพรวาเพื่อกันข้อครหาว่าท้องก่อนแต่ง จึงพาเธอมาขอฤกษ์จากหลวงพ่อพร้อมกับให้ท่านตั้งชื่อลูกด้วย

หลวงพ่อทักแพรวาถึงสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับเธอและลูก ให้ถือศีลแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร แพรวารับฟังด้วยความหวาดกลัว นึกถึงวันก่อนที่กาลิกิณีใช้เล็บกรีดฝ่ามือตนเลือดไหลแล้วยิ่งเป็นกังวล แต่ทำตามคำขอของหลวงพ่อที่ไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่ตฤณที่หลวงพ่อให้ออกไปคอยข้างนอก

เมฆให้ไม้เก็บหูเวตาลที่อบเชยได้มาไว้กับตัวจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของนางพญาเวตาลกับลูก ทิวาซึ่งรับคำสั่งของเวตาลออกตามหาจนมาเห็นว่าอยู่กับไม้ จึงคิดหาทางแย่งชิง

ด้านศรนารายณ์ที่เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเวตาลก็ให้จันทร์รวบรวมชาวบ้านที่อยากเรียนวิชาหมัดมวยมาซ้อม โดยปิดประกาศไปทั่วหมู่บ้านว่าเรียนฟรี ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยสนใจและตั้งใจฝึกซ้อมกันอย่างหนัก มะลิอยากเรียนบ้างแต่อบเชยตั้งแง่จะไม่ยอมเพราะเคยมีเรื่องขุ่นเคืองกันส่วนตัว แต่สุดท้ายอบเชยก็ขัดศรนารายณ์ไม่ได้ เขาต้องการคนทุกเพศทุกวัยเพื่อมาช่วยกันต่อสู้กับเวตาล แม้แต่ชาญที่เพิ่งหายป่วยก็มาสมัครกับเขาด้วยเหมือนกัน

การฝึกซ้อมครั้งนี้ทำให้ไม้กับอบเชยมีช่วงเวลาใกล้ชิดกัน อบเชยยังเคืองไม้เรื่องมีลูกกับเวตาล ไม้อยากจะบอกความจริงว่าไม่ใช่เขาแต่เป็นเมฆ แต่เขาก็ทำไม่ลง เพราะไม่ต้องการให้ใครต่อใครรุมประณามพ่อของตน

อบเชยยอมรับว่าตนเองมีความสุขที่ได้นอนดูดาว กับไม้สองคนอีกครั้งในค่ำคืนนี้ แต่ก็ยังไว้ฟอร์มไม่ยอมแสดงออกมาให้เขาเห็น

ในขณะที่ศรนารายณ์สอนวิชาต่อสู้ให้กับทุกคน นางพญาเวตาลซึ่งปิดประตูมิติไม่ให้ผู้ใดเข้าออกรังของนาง ก็กำลังกำชับลูกที่มีไม้ตะพดวิเศษอยู่ในมือต้องฝึกซ้อม ให้เก่งกาจและฝึกวิชาที่แม่สอนให้คล่องจนกว่าร่างกายลูกจะแข็งแรงสมบูรณ์ แม่ต้องออกไปทำการบางอย่างเสร็จแล้วจะรีบกลับมา

ถึงเวลาแล้วที่ทิวาพยายามแย่งหูเวตาลจากไม้ แต่เมฆเข้ามาช่วยไม้ทำให้ทิวาบาดเจ็บและแค้นทั้งคู่มากขึ้นไปอีก ฝ่ายนางพญาเวตาลที่ออกจากรังมายังหมู่บ้าน นางเห็นพันเทพเลี้ยงผีเร่ร่อนไว้ก็ทำลายทิ้ง พันเทพกลัวตายจึงเสนอตัวไปสอนเวตาลใช้ไม้ตะพด อ้างว่าเคยสู้กับ พวกมันมานับครั้งไม่ถ้วน ตนรู้วิชาของพวกมัน สามารถสอนลูกนางได้ กาลิกิณีสนใจตอบรับโดยไม่ลังเล

แพรวาเริ่มมีอาการแปลกๆ อยากกินเนื้อสด โดยบอกตฤณว่าน่าจะเป็นอาการของคนแพ้ท้อง แล้วกลางดึกคืนนี้ตฤณก็สะดุ้งตื่นตกใจที่ไม่เห็นแพรวาในห้องนอน ตามออกไปหน้าบ้านเห็นแมวตัวหนึ่งนอนตายเลือดแดงฉานข้างแพรวาที่เพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมา

เมื่อเห็นศพแมว แพรวากรีดร้องด้วยความตกใจ ถามตฤณว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมต้องถามคุณต่างหากว่าเกิดอะไรขึ้น ผมออกมาก็เห็นคุณมานอนตรงนี้แล้ว”

“ฉันไม่รู้ ฉันจำอะไรไม่ได้”

“ใครทำอะไรคุณ ใครพาคุณมา จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”

แพรวาส่ายหน้าท่าทีหวาดกลัว พร่ำพูดแต่ว่าตนกลัว กลัวจริงๆ

“ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะ คุณกับลูกปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรก็ดีแล้ว”

แพรวาเงียบลงแต่สีหน้าท่าทียังคงหวาดผวา หันไปมองศพแมวและท้องตัวเองอย่างใจคอไม่ดี

ooooooo

พันเทพพาร่างกายสะบักสะบอมจากฝีมือนางพญาเวตาลมาที่โบสถ์ร้างเพื่อสอนลูกของนางใช้ไม้ตะพด ตอนแรกลูกเวตาลไม่เชื่อจึงประมือกันพักใหญ่ กว่าจะยินยอม พันเทพอยากได้ไม้ตะพดคืนใจจะขาดแต่ยังไม่กล้าพอ เพราะทราบดีว่านางพญาเวตาล ต้อง ฆ่าตนแน่คราวนี้

หลังจากพันเทพสอนลูกเวตาลได้ไม่กี่วัน ภายในหมู่บ้านก็มีคนตายจากฝีมือใครบางคนที่แต่งตัวเหมือนลูกผู้ชายไม้ตะพด ทำให้ผู้คนหวาดกลัวและเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือลูกผู้ชาย พวกที่พากันมาเรียนวิชาต่อสู้กับศรนารายณ์ต่างพากันแตกตื่น รีบร้อนกลับไปดูลูกเมียด้วยความเป็นห่วง

ศรนารายณ์ไม่เชื่อว่าลูกผู้ชายฆ่าคนดี เขาแน่ใจว่าต้องเป็นลูกผู้ชายตัวปลอม จึงเฮละโลกันไปดูศพที่กลางตลาดที่เพิ่งถูกฆ่าตายสดๆร้อนๆ
เมฆกับไม้อยู่ที่นี่ก่อนแล้ว ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่น่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เลย ชาวบ้านธรรมดาแท้ๆ ทำไมถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

“เรื่องนี้ให้ฉันจัดการเองเถอะ ฉันเป็นนักมวย ฉันรู้ดีว่าร่องรอยแต่ละแบบมันต่างกันยังไง”

ศรนารายณ์เปิดผ้าคลุมศพ แล้วเขาก็หันหน้าหนีมีอาการคลื่นไส้จะอาเจียน เมฆกับไม้เห็นสภาพศพแหลกเหลวก็สะเทือนใจ แล้วอีกไม่กี่อึดใจก็มีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่ามีเด็กถูกฆ่าตายลักษณะเดียวกันอีกคน

พ่อแม่ของเด็กร่ำไห้ปานจะขาดใจ เด็กอีกสองคนที่อยู่ ในเหตุการณ์เล่าต่อหน้าทุกคนด้วยความหวาดกลัวสุดขีดว่า

“เราเล่นเป็นลูกผู้ชายกันอยู่ เขาเล่นเป็นตัวร้าย เขาต้องออกทีหลัง”

“แต่พอถึงคิวเขาต้องออกมา เขาก็ไม่ออกมาสู้ เราไปดูเขาก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย เขายังเด็กอยู่เลย” ศรนารายณ์ โวยอย่างอัดอั้น

“พอมาตามเขา ผมเห็นลูกผู้ชายวิ่งออกไปพอดี” เด็กยืนยันเสียงสั่นเครือ

“เธอรู้ได้ไง อาจเป็นตัวปลอมก็ได้”

“เขาแต่งตัวเหมือนลูกผู้ชายทุกอย่าง”

ชาวบ้านพากันฮือฮาวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ “ลูกผู้ชายจะทำแบบนี้ทำไม เขาบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ฉันว่าทุกคนควรพาพ่อแม่ แล้วก็เด็กๆกลับบ้าน ไม่ออกไปไหน เพราะเราไม่เหลือใครที่จะปกป้องแล้ว”

“พูดให้ถูกคือฮีโร่ของเรากลายเป็นปิศาจไปแล้ว เขาต้องโดนปิศาจครอบงำแน่ๆ”

เสียงวิจารณ์จบลงพร้อมๆกับชาวบ้านส่วนใหญ่พยักหน้าเห็นด้วยแล้วพากันวิ่งกลับบ้าน ไม้หน้าเสียบ่นอุบว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง

“นี่มันไม่ใช่แค่การกระทำที่โหดเหี้ยมแค่นั้น แต่มันตั้งใจจะใส่ร้ายลูกผู้ชายให้คนกลัว ให้คนเกลียด”

“แบบนี้ใครจะยังมาเรียนมวยเนี่ยไม่มีใครกล้าออกจากบ้านแน่ ถ้ามันมีเจตนาไม่ดีกับลูกผู้ชายขนาดนี้ มันจะทำร้ายคนที่เรารักรึเปล่า”

คำพูดของไม้ทำให้ทุกคนฉุกคิด ศรนารายณ์รีบกลับบ้านไปดูลูกสาวโดยมีไม้กับเมฆตามมาด้วย อบเชยกำลังเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตจะเอาไปให้ที่ค่ายฝึกซ้อมมวย จู่ๆลูกผู้ชายโผล่มา เธอเข้าใจว่าเกิดเรื่อง แต่ถามเท่าไหร่เขาก็ไม่บอก จะพาเธอไปด้วยให้ได้

จังหวะนี้เองเสียงศรนารายณ์เรียกอบเชยดังขึ้น ลูกผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอบเชยรีบร้อนหายวับไปทันที อบเชยงุนงงเดินออกมาหาพ่อกับไม้และเมฆ คำแรกที่ไม้ถามเธอคือปลอดภัยใช่ไหม?

เธอทำหน้างงๆ เดาว่าเกิดเรื่องใช่ไหม ไม้บอกว่ามีคนปลอมตัวเป็น...

“ลูกผู้ชาย”

“อบเชย ลูกรู้ได้ยังไง”

“เขามาที่นี่ เมื่อกี้”

ได้ยินลูกสาวพูดอย่างนั้น ศรนารายณ์จะรีบออกไปดู แต่อบเชยบอกพ่อว่า

“มันไปแล้ว”

“มันพูดอะไรกับเธอบ้าง” ไม้ซัก

“บอกให้ฉันไปด้วย มันเหมือนลูกผู้ชายมาก”

“มันเพิ่งฆ่าคนในหมู่บ้านตายไปสองคน”

“และหนึ่งในนั้นคือเด็ก”

อบเชยตกใจมากและรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม้กังวลมาก ซักถามอบเชยอีกหลายคำ

“เห็นความผิดปกติอะไรในตัวมันบ้างมั้ย”

“มันทำได้เหมือนมาก”

“เธอปลอดภัยดีใช่ไหม”

“พวกเธอมาก่อนที่มันจะทำอะไร...มันเป็นใคร ต้องการอะไร”

เมฆกับศรนารายณ์สบตากันอย่างวิตกกังวล เมฆบอกว่า

“มันเป็นใครตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆมัน

รู้ว่าพวกเราเป็นใคร แล้วใครสำคัญกับลูกผู้ชายบ้าง”

“พวกเราต้องระวังตัวกันให้มากกว่านี้” ศรนารายณ์สำทับเสียงเครียด

ooooooo

ตะพดโลกันตร์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด